ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2563 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ
แบบอักษร

"พี่เพิล คุณแม่ใช้ให้เอาเงินไปฝากที่ธนาคารหน่อยน่ะครับ"เด็กชายวัย13-14เดินขึ้นมาบอกพี่ชายที่นอนอยู่ในห้อง

 

"อืม รอสักครู่เดี๋ยวพี่ลงไป"เสียงหวานติดทุ้มหน่อยๆเอ่ยบอกน้องชาย

"ครับพี่เพิล"

 

หลังจากที่เสียงหน้าห้องเงียบไปสักพัก ร่างบางที่กำลังนอนฟังเพลงอยู่เพลินๆก็ถอดหูฟังไร้สายออกแล้วนำมันวางไว้ที่หัวเตียงแล้วจึงลุกขึ้นก้าวไปที่ตู้เสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนชุดไปทำธุระ จะเห็นได้ว่ารอบๆห้องนั้นถูกแปะเต็มไปด้วยโปสเตอร์รูปนักร้องคนดังต่างๆที่เขาชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นนักร้องดังอย่างCardi B , Katy Perry หรือ Ariana Grande. ล้วนแต่เป็นคนดัง

 

"ฮืม.....ฮืม~~~"เสียงฮึมฮำในลำคอขับขานอย่างไพเราะ

 

"เสร็จยังจ้ะเพิล!"

 

"เสร็จแล้วครับคุณแม่!"

 

เพิลแต่งตัวด้วยชุดเรียบง่ายเสื้อแขนยาวสีขาวกับกางเกงขาสั้นอีกตัวหนึ่งแค่นี้ก็ทำให้เจ้าตัวดูดีขึ้นเป็นกองเลยทีเดียว เพิลเป็นคนที่ไม่ต้องแต่งตัวหรูหรามากมายแค่เสื้อผ้าธรรมดาๆก็เข้ากันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

 

"อ่ะนี่ แม่ฝากจัดการด้วยนะจ้ะพอดีคุณพ่อเขาติดงานก็เลยไปไม่ได้ ต้องลำบากเพิลอีกแล้ว..."แม่ของเพิลยกมือขึ้นลูบหัวทุยๆมองลูกชายอย่างเอ็นดู

 

"ไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องนี้ให้ผมจัดการเอง"เพิลยิ้มกว้างหลังจากนั้นก็เดินออกไป

 

สวัสดีครับผมชื่อเพิล เพรเชียส อายุ18ปี มีความไฝ่ฝันอยากที่จะเป็นนักร้อง ซึ่งปีนี้เขาก็ไกล้ที่จะจบหลักสูตรเป็นเทอมสุดท้ายแล้วต่อจากนั้นเขาตั้งใจว่าจะสอบเขามหาลัยดีๆสักที่เพื่อเดินตามความฝันที่อยากจะเป็น เขาก้มหน้ามองซองกระดาษสีน้ำตาลในมือแล้วยกยิ้ม นี่เป็นเงินที่คุณแม่ของเขาเก็บหอมรอมริบเป็นค่าเทอมสำหรับเขา แล้ววันนี้เขาเองก็จะต้องนำเงินก้อนนี้ไปฝากที่ธนาคารใหญ่

 

"ไม่ทราบว่ามาติดต่อเรื่องอะไรคะ"พอถึงคิวเขา พี่พนักงานก็เอ่ยถาม

 

"ผมมาฝากเงินครับ"

 

เสียงนุ่มทำให้พนักงานหญิงเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความไคร่รู้ ครั้นที่เธอสบตากับนัยย์ตาสีฟ้าทะเลคู่สวยเธอก็เหมือนดำดิ่งลงไปในห้วงทะเลลึกที่แสนเยือกเย็น ทว่ายังมีความอบอุ่นจากสายน้ำโอบล้อมไว้อยู่

 

"พี่ครับ..."เพิลเห็นพี่พนักงานเหม่อลอยก็เลยเรียกอีกครั้ง

 

"อ๋อ....ค่ะๆ เชิญด้านนี้เลยค่ะ"พนักงากสาวเขินอายน้าแดงก่ำกุลีกุจอโยนงานให้คนอื่นทันที

 

"เอ่อ...เชิญทางนี้ครับ"

 

เขามองตาปริบๆ ไม่รู้ว่าพี่พนักงานคนนั้นเป็นอะไรแต่ก็ตามพี่พนักงานชายคนใหม่ไปทำเรื่องฝากเงิน ระหว่างที่เขากำลังรอคิวอยู่นั้นก็มีเสียงปืนดังลั่นออกมาอยู่ทางบริเวณหน้าประตูทางเข้า ผู้คนในที่นั้นต่างกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ต่างกับเขาที่หัวใจเต้นดุ่มๆ

 

"หยุด!!อย่าขยับ! ใครขยับตาย!"เสียงกัมปนาถดั่งฟ้าฟาดลงมากลางหัว ที่นี่กำลังถูกโจรปล้น!

 

"เห้ย! ต้อนพวกมันมารวมกันตรงนี้เร็ว! ก่อนที่พวกตำรวจมันจะมา"

 

"เห้ย!เดินไปรวม อย่าขัดขืนนะไม่งั้นตาย!"โจรคนหนึ่งมากจากทางไหนไม่รู้ผลักไหล่ผมอย่างแรงจนต้องเบ้หน้า

 

ผมต้องเดินไปตามคำสั่งอย่างจำนน ทางออกของที่นี่ถูกพวกโจรพวกนั้นปิดไว้หมดแล้ว และเขาก็ยังไม่คิดอีกว่าพวกมันจะกล้าปล้นธนาคารที่ใหญ่มากๆขนาดนี้แถมยังเป็นวันที่เขามาฝากเงินอีก... เพิลเหน็บซองเงินไว้ที่ใต้เอวแล้วปิดเสื้อลงมาไม่ให้ใครเห็นก่อนจะถูกคุมให้ไปนั่งอยู่กับคนอื่นๆ....

 

ในขณะนั้นพวกโจรได้ให้บุคคลากรที่นี่เปิดไขตู้เซฟพร้อมกับช่วยกันโกยเอาเงินออกมาเป็นถุงๆถ้ามองด้วยตาเปล่านับได้ร่วมๆประมาณหนึ่งร้อยล้านปอนด์หรือประมาณสี่หมื่นล้านบาท

 

"ฮือ.......ฮือ......"เด็กที่อยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งเกิดอาการกลัวจนร้องให้ออกมา ด้วยความที่เป็นเด็กไม่ประสีประสาดันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้เลยกลัวจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ คนเป็นแม่ถึงกับหน้าซีดเผือก...

 

"ไม่เอาไม่ร้องนะลูก เงียบๆนะอึ๊บๆ"เธอพยายามยิ้มแล้วลูบหลังปลอบ แต่ยังไงเด็กก็มีความกลัวมากกว่าเลยไม่มีทีท่าที่จะหยุดร้อง

 

"เห้ย!เงียบๆดิ๊ อยากตายหรือไง!รำคาญ!!"พวกมันตะวาดจนเด็กกลัวเข้าไปใหญ่ร้องให้ไม่หยุด ผมเองก็เห็นใจไม่น้อยเป็นเด็กแท้ๆกลับต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้...

 

"โว๊ะ! ใครก็ได้ทำให้เด็กนี่เงียบสักทีไม่งั้นเด็กนี่ได้ตายแน่!"

 

ผมเหลือบไปมองใต้กระจกด้านนอกพอดี ลักษณะโปร่งใสไม่เหมือนด้านบนที่เป็นกระจกแบบทึบทำให้ไม่ค่อยเห็นวิวด้านนอก ซึ่งเขามองใต้นั้นเห็นพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังซุ่มรอดูสถานการณ์อยู่ อีกฝั่งเองก็เหมือนจะรู้ตัวว่าผมมองเห็นพวกเขาแล้วจึงส่งสัญญาณอะไรบางอย่างออกมา

 

'พวกเราปิดล้อมไว้หมดแล้ว และกำลังจะเข้าไปแต่พวกเราต้องขอให้คุณให้ความร่วมมือกับทางเราเบี่ยงเบนความสนใจจากพวกมัน'

 

เขาพยายามถอดรหัสภาษากายออกมาได้ประโยคประมาณนี้ เขาจึงพยักหน้าให้พวกเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านนอกเป็นจังหวะเดียวกันที่โจรคนหนึ่งเดินมาพอดี เป้าหมายคือตัวเด็กผู้หญิงที่ยังคงร้องให้ไม่หยุด...

 

"เอ่อ หยุดก่อนครับดะ...เดี๋ยวผมทำให้เด็กหยุดร้องเองครับ"เพิลพยายามรวบรวมความกล้าเพื่อเบ่งเบนความสนใจจากพวกมัน สิ่งที่เขาพอจะทำได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือการร้องเพลง....

 

ใครๆก็ต่างปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงของเพิลนั้นน่าหลงไหล นักร้องกลางคืนอย่างเขานั้นคลุกคลีอยู่กับการทำงานหาเงินมาตลอดเพื่อหาประสบการณ์และหารายได้ ถึงไม่อาจพูดได้ว่าเขามีความมั่นใจเต็มร้อยแต่เขาก็จะพยายามให้ดีที่สุดสำหรับสถาการณ์แบบนี้

 

"Love is like a flower Floating in the air..."เพิลเริ่มร้องเพลงที่ตัวเองลองแต่งขึ้นมาพร้อมกับทำนองอ่อนยอนคลอเคลียไปกับสายลม

 

ต้องขอชื่นชมในเสียงเพลงที่ทำให้พวกโจรเริ่มหยุดชะงักแล้วหันมาให้ความสนใจเพลงที่เพิลร้อง แม้ว่าเพิลนั้นจะร้องเพลงเพื่อกล่อมให้เด็กเงียบแต่ก็สามารถดึงดูดให้คนอื่นๆตกอยู่ในภวังก์ได้เหมือนกัน

 

มันได้ผล...เจ้าหน้าที่ตำรวจสังเกตุเห็นเจ้าพวกโจรเปลี่ยนความสนใจมาที่เขาก็เลยเริ่มแผนปฏิบัติการณ์ลอบประชิดตัว แผนที่เขาร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่กำลังไปได้ด้วยดี เสียงเพลงที่อ่อนนุ่มก็จังหวะมากดดันจนทำให้คนฟังรู้สึกหึกเหิม แต่แย่หน่อยที่โจรพวกนั้นตั้งสติได้ทันหันกลับดูต้นทางก็เห็นว่าพวกเจ้าหน้าที่ได้ประชิดตัวพวกเขาแล้ว

 

หลังจากนั้นเสียงร้องเพลงก็หยุดไปแทนที่ด้วยเสียงปืนและเสียงกรีดร้องของผู้คน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสกัดกั้นพวกโจรเอาไว้บางส่วนแล้วพาคนที่เหลือออกจากสถานการณ์ตรงนั้น แย่หน่อยที่เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังยืนร้องให้ท่ามกลางการปะทะกันของโจรกับตำรวจ

 

'แย่ละ สงสัยอาจจะพลัดหลงกับแม่ ไม่ได้การถ้าขืนปล่อยไว้แบบนั้นได้ตายแน่ๆ!'

 

น่าเสียดายที่โชคดูเหมือนจะไม่เข้าข้างเขา ทันทีที่เขาช่วยเด็กส่งถึงมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระสุนปืนก็เหนี่ยวไกมาจากทางด้านหลังยิงทะลุเข้าที่ขั้วหัวใจ ทำให้เขาหมดสติล้มลงไปกับพื้นทันที ณ ตอนนั้น สิ่งสุดท้ายที่เขานึกถึงก็คือคุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็เจ้าน้องชายตัวดี...

 

น่าเสียดายที่เขาไม่อาจได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว... เปลือกตาสีไข่มุกค่อยๆปิดลง พร้อมกับซองเงินที่เหน็บอยู่ที่เอวเรืองแสงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหายไป

 

.

.

.

.

.

 

[Welcome to the world of adventure.]

 

"เฮือก!!"ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมาในที่เหมือนห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวที่ไม่คุ้นตา สมองเขากำลังประมวลผลอย่างหนัก

 

"ที่นี่ที่ไหน?"จะว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลก็ไม่ใช่จะเป็นสวรรค์ก็ไม่เชิง เขาจำได้ว่าเขาถูกยิงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สติจะวูบไป...

 

"แสดงว่าเราก็ต้องตายแล้วน่ะสิ..."

 

[ยินดีต้อนรับท่านผู้นักผจญภัย]

 

สักพักก็มีเสียงแว่วเข้ามาในหัว คราแรกที่เขาได้ยินก็นึกว่าตัวเองหูฟาดไป

 

[ขออธิบายคร่าวๆเลยแล้วกัน ที่นี่คือโลกแห่งการผจญภัยที่ผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจะถูกส่งมาที่นี่ ท่านสามารถทำตามความฝันที่อยากจะทำได้ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆกับชีวิต]

 

"คุณเป็นใคร..."

 

[ในกรณีนี้เราจะไม่เผยตัวให้นักผจญภัยคนอื่นๆเห็นหรอก แต่กับท่านนั้นถือเป็นกรณีพิเศษ หันหลังมาสิ]

 

เขาหันไปตามคำบอกของอีกฝ่ายก็เห็นกับหญิงสาวในชุดราตรีสีฟ้ากำลังยืนอยู่ด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง บนใบหน้าที่งดงามยังประดับไปด้วยรอยยิ้ม

 

"มันหมายความว่ายังไงหรอครับที่ว่าถือเป็นกรณีพิเศษ"เขาสงสัย

 

"คุณได้ทำความดีครั้งใหญ่ก่อนตายช่วยผู้คนนับร้อยในที่ธนาคารแห่งนั้น และเพื่อชีวิตของเด็กน้อยๆคนหนึ่งคุณไม่ลังเลที่จะเข้าไปช่วยแม้ว่าจะมีโอกาสเสี่ยงตายแค่ไหนก็ตาม"

 

เธอเว้นวรรคพูด...

 

"เพราะฉะนั้นดิฉันจะมอบของรางวัลให้เป็นการตอบแทนในความดีของคุณ"

 

เมื่อเธอพูดจบก็มีบางสิ่งที่ขึ้นมาตรงหน้าผมคล้ายๆจอโฮโลแกรมเหมือนในหนังไซไฟทั่วไป..

 

[ยินดีด้วยคุณได้+100พารามิเตอร์]

 

"ค่าพารามิเตอร์?"

 

"ค่าพารามิเตอร์เป็นค่าที่สามารถอัพเกรดAbilityของตัวเองได้ และเนื่องด้วยผู้สร้างมีความประทับใจในตัวคุณเป็นอย่างมากที่ใช้ความสามารถของตัวเองช่วยเหลือผู้อื่น ทางผู้สร้างจึงอยากมอบสิ่งนี้ไว้เป็นของขวัญ"

 

บนฝ่ามือเรียวมีพลังแสงสีฟ้าสว่างวาบก่อนที่จะปรากฎเป็นอาวุธชิ้นหนึ่งมองให้เพิลเป็นของขวัญ.. ซึ่ง เมื่อเขารับมันมาดูถึงแม้จะมีลักษณะเหมือนคทาสั้นๆแต่เมื่อพิจารณาดูดีๆแล้วก็รู้ได้เลยว่าเจ้าสิ่งนี้คือไมค์โครโฟนไร้สาย...

 

"ไมค์โครโฟน?"

 

"ค่ะ แล้วเจอกันนะคะหากมีโอกาส อ้อ....อีกสิ่งหนึ่งท่านผู้สร้างมอบให้ คุณจะได้รับรู้เองเมื่อถึงที่นั่น"

 

"หะ? วะ..เหวอ!..."ภาพตรงหน้าเหมือนถูกดูด สติของเขาเลือนลางวูบไหสไปอีกครั้ง...

 

 

 

 

ความคิดเห็น