Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 41

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 41

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 366

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2563 03:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 41
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 41 

  

วันหยุดยาวแบบนี้ผมที่ควรจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัวที่มีแค่ยายกับน้องสาวแต่ก็ไม่ได้ไปเพราะวันนี้ผมมีนัดกับพี่ดิน เมื่อวานหลังจากที่พี่ดินมาส่งผมที่บ้านผมก็ขอนัดกับพี่เขาเลยผมบอกพี่เขาว่าให้มารับผมพรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้าแม้พี่ดินจะมีสีหน้างงๆ แต่ก็ยอมพยักหน้าตอบรับนัดผม 

เมื่อเช้าผมยืนส่งยายกับปาแป้งขึ้นรถตู้ที่กรุ๊ปทัวร์ของยายเขาเช่าเหมาไว้เพื่อที่จะไปเที่ยวระยองกัน ผมไม่ได้บอกความจริงยายเรื่องที่ผมไปเที่ยวด้วยไม่ได้เลยบอกอ้อมๆ ไปว่าติดทำงานส่งอาจารย์ยายเองก็ไม่ได้ถามอะไรมากนอกจากบอกให้ผมดูแลตัวเองดูแลบ้านดีๆ 

“ฝุ่นจะให้พี่พาไปไหนครับ” พี่ดินถามยิ้มๆ ก่อนจะเคลื่อนรถออกไปจากหน้าบ้านผม  

พี่ดินมารับผมก่อนเวลาเล็กน้อยซึ่งก็ถือว่าดีเหมือนกันเพราะเราจะได้ไม่ต้องรอคิวนาน 

“ไปโรงพยาบาลครับ” ผมบอก 

“นี่ฝุ่นไม่สบายเหรอแล้วทำไมไม่โทรบอกพี่ให้มาเร็วกว่านี้” พี่ดินดูตกใจมากกับสิ่งที่ผมบอก “ไหนดูสิเป็นอะไรมากหรือเปล่า” น้ำเสียงร้อนใจของพี่ดินมาพร้อมกับฝ่ามืออุ่นๆ ที่วางทางบนหน้าผากผมก่อนจะเลื่อนมาลูบๆ คลำๆ ที่หน้าและคอจนผมต้องรีบคว้ามือของพี่เขาไว้เพื่อให้เขาหยุด 

“พี่ดินใจเย็นก่อน ผมไม่ได้ป่วยไม่ได้เป็นอะไรเลยแล้วผมก็สบายดี พี่ตั้งใจขับรถดีกว่านะครับ” ผมบอกพร้อมยิ้มขำกับสีหน้าเคร่งเครียดของพี่ดินที่ตอนนี้สนใจผมมากกว่าถนนเบื้องหน้าซะอีก 

“อ้าว?” พี่ดินหันมามองผมแวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองถนนต่อเพราะผมพยักพเยิดหน้าบอก 

“เปล่าครับ ไม่ได้มีใครเป็นอะไรหรอกแต่ที่ต้องไปโรงพยาบาลก็เพราะผมมีบางอย่างจะทำ” ผมบอกพี่ดินเสียงเรียบพร้อมกับหันไปมองหน้าหล่อที่กำลังขมวดคิ้วงุนงงส่งมาให้ผม 

“แล้วฝุ่นจะให้พี่พาไปโรงพยาบาลไหนเหรอ”  

ผมบอกชื่อโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่เสิร์ชหาในกูเกิลเมื่อคืนและมันอยู่ไกลจากบ้านกับมหาวิทยาลัยของพวกเราพอสมควรเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันอย่างเจอคนรู้จักอะไรประมาณนั้นน่ะนะ 

“ฝุ่นมาทำอะไรที่นี่ บอกพี่ได้หรือยังครับ” พี่ดินถามผมหลังจากที่เราลงมาจากรถกันแล้วและตอนนี้ผมกับพี่ดินก็กำลังเดินเข้าไปในโรงพยาบาล 

“เอ่อ…” ตอนนี้ผมรู้สึกหวิวๆ ในท้องเพราะเริ่มกลัวว่าพี่ดินจะโกรธหากผมบอกว่าทำไมถึงชวนพี่เขามาโรงพยาบาล 

“ว่าไงครับ มีเรื่องอะไรบอกพี่ได้นะ”  

“บอกแล้วพี่ดินอย่าโกรธผมนะ” ผมถามพลางกะพริบตาปริบๆ แล้วหยุดเดินเพื่อตั้งใจรอคำตอบพี่ดินเองก็หยุดเดินแล้วหันมามองผมพร้อมขมวดคิ้ว 

“ทำไมพี่ต้องโกรธ”  

“ก็ผม…” ผมนิ่งไปสักพักก่อนจะบอกออกไป “ก่อนที่เราจะคบกันผมอยากแน่ใจว่าพี่ปลอดภัย”  

“หา?! ฝุ่นว่าอะไรนะ!” สีหน้าและน้ำเสียงของพี่ดินดูตกใจมากกับสิ่งที่ผมเพิ่งพูดไปแต่สักพักพี่เขากลับยิ้มออกมาแล้วก็เป็นผมเองนี่แหละที่ต้องเม้มปากเพราะความอายแทน 

“…ยิ้มอะไรของพี่กันเล่า” 

“ที่พูดมานี่คือฝุ่นตกลงจะคบกับพี่แล้วใช่ไหม”  

“มะ ไม่ใช่สักหน่อย”  

“ไม่ใช่อะไรก็เมื่อกี้ฝุ่นเพิ่งจะพูดเองนะว่าก่อนที่เราจะคบกันฝุ่นอยากแน่ใจว่าพี่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เพราะงั้นถึงได้ชวนพี่มาโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ” พี่ดินพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจทั้งยังบีบไหล่ผมทั้งสองข้างแน่น 

“มันก็ใช่ที่ผมอยากรู้ว่าพี่ปลอดภัย แต่ผมไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเราจะคบกันในเร็วๆ นี้”  

“ไม่คบเร็วๆ นี้แล้วจะคบเมื่อไหร่ล่ะ หืม?” พี่ดินว่าแล้วยิ้มกว้างและรอยยิ้มที่เหมือนจะล้อกันนั่นทำให้ผมต้องรีบเดินหนีมาเพราะทนต่อสายตาวิบวับกับรอยยิ้มล้อของพี่เขาไม่ไหว “ฝุ่นรอพี่ด้วยสิ” 

“พี่ก็รีบๆ เดินมาสิครับ” ผมยังไม่ทันจะได้หันกลับไปมองพี่ดินก็เดินมาอยู่ข้างๆ ผมแล้ว 

“มาแล้วครับ ดุจัง” พี่ดินว่าเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับวาดแขนกอดคอผมแล้วพาผมเดินไปยังจุดลงทะเบียน 

หลังจากบอกจุดประสงค์ของการตรวจเลือดกับพี่พยาบาลแล้วผมกับพี่ดินก็เดินมารอที่หน้าห้องตรวจเลือด จริงๆ ก็เกือบจะไม่ได้ตรวจแหละเพราะผมก็ลืมเรื่องสำคัญไปเพราะถ้าเมื่อคืนพี่ดินไปดื่มเหล้าหรือนอนน้อยมาก็คงตรวจไม่ได้แต่โชคดีที่พี่เขายังทำตามสัญญาที่บอกว่าจะทำตัวดีๆ เลยเข้านอนเร็วและได้พักผ่อนเต็มที่ 

“จริงๆ ฝุ่นไม่ต้องตรวจก็ได้นะ พี่รู้ว่าฝุ่นสะอาด” พี่ดินว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“ไม่ได้หรอกครับ ผมจะให้พี่ตรวจคนเดียวได้ยังไง”  

“…” 

“พี่ดินคงไม่โกรธใช่ไหมที่ผมทำแบบนี้” ผมถามพร้อมกับมองหน้าพี่เขานิ่งแล้วพี่ดินก็ยักไหล่เหมือนไม่แคร์ไม่ใส่ใจที่ผมถือวิสาสะพาตรวจเลือดทั้งๆ ที่ยังไม่ได้บอกกล่าวอะไรเลย 

“พี่จะโกรธฝุ่นทำไม ฝุ่นไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยดีซะอีกที่ฝุ่นรู้จักดูแลป้องกันตัวเอง” 

“…”  

“ถึงแม้ว่าพี่จะรู้ตัวเองดีว่าถึงพี่จะควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแต่พี่ก็รักและเป็นห่วงตัวเองเหมือกัน พี่ป้องกันทุกครั้งไม่เคยลืม”  

ผมจำต้องเม้มปากพลางกะพริบตาปริบๆ เมื่อพี่ดินพูดออกมาตรงๆ แบบนี้ 

และหลังจากนั้นระหว่างผมกับพี่ดินก็มีแต่ความเงียบเมื่อผมเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไปอีกส่วนพี่ดินก็เงียบไปทันทีที่พูดจบแต่ถึงอย่างนั้นความเงียบก็ไม่ได้ทำให้ผมหรือพี่ดินอึดอัดตรงกันข้ามมันกลับทำให้ผมรู้สึกดีและผ่อนคลายความกังวลลงไปมากพี่ดินเองก็คงเหมือนกันเพราะถึงพี่เขาจะไม่พูดอะไรออกมาแต่รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นก็เป็นตัวบ่งบอกอารมณ์ของพี่เขาได้เป็นอย่างดี 

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นพี่พยาบาลก็เรียกเข้าไปเจาะเลือดแต่ระหว่างรอผลเลือดที่นานเป็นชั่วโมงผมกับพี่ดินก็มาหาที่นั่งรอนั่นคือร้านกาแฟที่อยู่ภายในโรงพยาบาลนี่แหละ 

“ฝุ่นหิวข้าวหรือเปล่าจะทานอะไรอีกไหม”  

“ยังไม่หิวครับ แค่โกโก้แก้วนี้ก็พอแล้ว” ผมตอบคำถามพี่ดินพร้อมส่งยิ้มให้พี่เขา 

“อืม เลี้ยงง่ายดีจังนะเรา” พี่ดินว่าแล้วยื่นมือมาหยิกแก้มผม 

“อื้อ พี่ดินเดี๋ยวคนมอง” แม้จะรู้สึกดีที่พี่เขาอ่อนโยนกับผมแต่ผมก็ยังไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาใคร 

“ไหนใครมอง ไม่เห็นมีใครมองเลยแต่ถึงจะมองพี่ก็ไม่สนใจคนพวกนั้นหรอก พี่สนแค่คนนี้” แล้วพี่ดินก็ทำให้ผมต้องก้มหน้างุดเพราะความเขิน 

“เลี่ยนว่ะพี่” 

“ไม่ชอบเหรอ” 

“ชอบสิ”  

เสียงที่ตอบออกไปช่างแผ่วเบาเพราะผมใจเต้นแรงจนไม่สามารถควบคุมมันได้แต่พี่ดินที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามคงรู้สึกได้ว่าตอนนี้ผมเขินจนแทบบ้าแล้วไม่งั้นพี่เขาคงไม่ยื่นมือมาลูบหัวผมแบบนี้หรอก 

เรานั่งเล่นกันอยู่ในร้านกาแฟพักใหญ่จนผมที่บอกว่าไม่หิวซัดแซนวิชทูน่ากับแร็พชิกเก้นซีซาร์สลัดไปตั้งสองอันแน่ะ และตอนนี้ผมก็มานั่งเหงื่อแตกรอฟังผลเลือดอยู่กับพี่ดินที่มีสีหน้าและท่าทางนิ่งๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลย 

คงมั่นใจในตัวเองมากสินะ! 

“คุณตนุภัทร ธิติสรรค์ คุณดิษดินทร์ ปัญญากรณ์”  

 ตอนนี้ผมกับพี่ดินกำลังนั่งรถกลับบ้านหลังจากที่ฟังผลตรวจเลือดเรียบร้อยแล้ว และผลตรวจมันก็ทำให้ผมโล่งอกโล่งใจเพราะพี่ดินปลอดภัย ส่วนตัวผมเองแน่นอนว่าผมสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว 

“สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหมครับคุณตนุภัทร” เสียงกรุ้มกริ่มของพี่ดินดังขึ้นเมื่อผมเอาแต่นั่งเงียบ 

“ไม่ต้องมาล้อผมเลย” ผมว่าให้เมื่อพี่ดินเอาแต่เรียกชื่อจริงของผมเพื่อที่จะล้อสีหน้าตื่นตกใจของผมตอนที่ได้ยินพี่พยาบาลเรียกชื่อให้ไปฟังผลเลือด 

ก็ตอนนั้นผมตื่นเต้นนี่น่าหน้าผมมันเลยเอ๋อๆ น่ะสิ นี่มันเป็นครั้งแรกของผมเลยนะที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้อ่ะแถมพี่พยาบาลก็เอาแต่มองมาแบบยิ้มๆ จิ้นๆ อะไรก็ไม่รู้ ผมเขินจนอยากจะหายตัวกลับบ้านเลยนะตอนนั้นอ่ะ ใครมันจะไปทำหน้าเบิกบานเหมือนพี่ดินได้ล่ะ 

“อะไร พี่เปล่าล้อสักหน่อย” 

“ก็เนี่ยเขาเรียกว่าล้อ” 

“ก็ฝุ่นเขินแล้วน่ารักแบบนี้ไงพี่ถึงต้องล้อ” 

“พอเลย ส่งผมตรงนี้แหละเดี๋ยวผมจะแวะซื้อของนิดหน่อย” ผมบอกเสียงดุแล้วบอกให้พี่เขาจอดที่หน้าเซเว่นก่อนที่จะเลี้ยวเข้าซอยบ้านผม 

“ไม่เอาพี่จะไปส่งที่บ้าน ฝุ่นจะซื้ออะไรก็เข้าไปซื้อเดี๋ยวพี่จอดรถรอ” พี่ดินว่าขณะที่เลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าเซเว่นและแววตาจริงจังที่พี่เขาส่งมามันทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้เลยต้องรีบลงจากรถเพื่อไปซื้ออาหารไว้กินตอนเย็นและเผื่อไว้กินมื้อเช้าของพรุ่งนี้ด้วย 

ผมอยู่คนเดียวไม่อยากทำอาหารเยอะแยะแล้วก็ขี้เกียจออกมาหาซื้อด้วยเลยคิดว่าซื้อข้าวกล่องเซเว่นนี่แหละไปตุนแล้วสะดวกดีทำอาหารเยอะแยะแล้วก็ขี้เกียจออกมาหาซื้อด้วยเลยคิดว่าซื้อข้าวกล่องเซเว่นนี่แหละไปตุนแล้วสะดวกดี 

ความคิดเห็น