ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2563 09:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3
แบบอักษร

  “จะให้ฉันเริ่มงานเมื่อไหร่คะ” ปานอัปสรถามอย่างกระตือรือร้น หล่อนยิ้มออกมาได้...ความจริงมันก็ไม่ได้แย่ไปเสียทุกอย่างหรอก  ดูจากท่าทางข้าวของเครื่องใช้ อันไม่ธรรมดาของผู้ชายตรงหน้า  ถ้าตัดเรื่องเย็นชา พูดจาไม่เข้าหูออกไปแล้ว  อย่างน้อยความเป็นอยู่ของหล่อนคงไม่ตกต่ำหรอกน่า  ยังไงก็ดีกว่าอดตายอยู่ที่คอนโดแน่ ๆ...ขืนอยู่แบบนี้ไปอีกสักเดือน คนที่ไม่มีเงินสดหมุนเวียนในบัญชีคงได้อดตายจริง ๆ ครั้นจะให้เอาข้าวของแบรนด์เนมออกขาย  ก็ลืมไปได้เลยเพราะคนหน้าบางใจบางอย่างหล่อนทำไม่ได้แน่ ๆ   

            “หกโมงเย็น  ผมจะไปรับที่คอนโด” 

            “ห๊ะ...เย็นนี้...อีกไม่กี่ชั่วโมงเองอ่ะ.....ฉันขอเริ่มงานพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” รู้สึกดีได้แป๊บเดียวจริง ๆ 

            “ได้...ยอดหนี้ต้องเพิ่มขึ้นด้วย” 

       “เท่าไหร่” 

            “ชั่วโมงละแสน” อลันตอบเรียบ ๆ 

            “โอเค  เย็นนี้เจอกัน” หญิงสาวเป่าลมออกจากปาก  เผลอค้อนให้อย่างลืมตัว แต่พอเจอสายตาดุดันเท่านั้นถึงกับขนลุก...คนหรือผีดิบวะ....หญิงสาวเบือนหน้าทำปากขมุบขมิบ ขยับตัวเตรียมลงจากรถ 

            “เดี๋ยว” มือหนาที่แข็งดั่งคีมเหล็กเอื้อมไปคว้าต้นแขนไว้จนเกือบเป็นกระชาก 

            “อะไรอีกล่ะคุณ......” ปานอัปสรนิ่วหน้า ตวาดแว๊ด.....อ่อนโยนกับคนสวยหน่อยไม่ได้หรือไง.....หรือว่าเกลียดผู้หญิง...จริง ๆ ด้วยเขาอาจจะเป็นเกย์...คิดได้อย่างนั้น ปานอัปสรเริ่มสบายใจขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยก็ปลอดภัยต่อพรหมจรรย์ 

            “หวังว่าคุณจะรักษาคำพูด” อลันพูดพร้อมกับขยับตัว ทำให้หล่อนเห็นบางอย่างแข็งตุงอยู่แถว ๆ ช่วงเอว….ปืน...คิดเป็นอื่นไม่ได้จริง ๆ 

            ลูกหนี้สาว กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก  ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจขู่หรือเพราะความบังเอิญแต่มันก็ทำให้ผู้หญิงใจบางอกสั่นขวัญผวาไม่น้อย......ตกลงเป็นเกย์หรือมาเฟียกันแน่วะ....ฮือ..ถ้าเป็นทั้งสองอย่างแบบทูอินวัน ฉันตายแน่... 

            “ฉันไม่โกงอยู่แล้วน่า” หญิงสาวทำเป็นใจดีสู้เสือ กัดฟันตอบออกไป 

            ดวงตาสีน้ำเงินเข้มจับจ้อง วงหน้างามนิ่งนาน สายตาดำดิ่งชวนสยดสยอง  ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้หล่อนไปได้ 

  

 “เป็นไงบ้างแก  ตกลงกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหมฉันเป็นห่วงแทบแย่” ริชชี่ถามด้วยความเป็นห่วง...เอ่อ...ก็เป็นห่วงแหละ...แต่ระหว่างรอก็ขอเต๊าะบอร์ดี้การ์ดหนุ่มใหญ่ท่าทางอบอุ่น แค่เพลิน ๆ เท่านั้นเอง..... 

“อือ...เหนื่อยชะมัด  ฉันจะกลับไปหลบอยู่กับแม่ครูสักพัก   ส่วนแกก็ไปหางานทำใหม่เถอะ อย่ามาอดตายกับฉันเลย” ปานอัปสรบอกกับเพื่อน  ที่ทำหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวให้ตั้งแต่เข้าวงการมาใหม่ ๆ   หญิงสาวไม่กล้าบอกความจริงกับริชชี่ นึกอายที่ต้องทำงานแลกหนี้ ไม่คิดว่าชีวิตจะมีวันนี้ เอาไว้ดูลาดเลาก่อนถ้างานไม่แย่ค่อยติดต่อกลับมาก็แล้วกัน 

“เฮ้ย !....อะไรจะปุบปับรวดเร็วไปไหมแก” ริชชี่ถามอย่างเป็นห่วง ลำพังตัวเองไม่เดือดร้อน เพราะทำงานเบื้องหลัง เข้าไปเกาะแข้งเกาะขาคนวงในเดี๋ยวก็ได้งาน  แต่ปานอัปสรนี่สิไม่น่าเลย 

 “เฮ้อ !...ทำไมฉันมันซวยอย่างนี้วะ ฉันไม่ผิดนะแก  ไม่มีใครยอมฟังฉันเลยอ่ะ” ปานอัปสรไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อน  ที่กำลังคิดถึงเรื่องของตัวเอง ก่อนจะโพล่งออกมาอย่างอัดอั้น 

“ใช่น่ะสิ ก็เมียของฝ่ายนั้นเขาเก่งนี่ยะ  ออกรายการเกาะกระแส มีแต่คนเห็นใจเขากันทั้งประเทศ” ริชชี่ อดอารมณ์ขึ้นไม่ได้  เมื่อนึกถึงภาพดาราสาวที่ทำราวกับเป็นเมียหลวงที่น่าสงสาร  ออกรายการบีบน้ำตาเป็นที่น่าเวทนาของคนทั้งประเทศ...ทั้งที่ความจริง หล่อนรู้มาว่านางต้องการฟ้องหย่ากับพระเอกดังอยู่แล้วเพราะตัวเองไปกิ๊กกั๊กกับนักการเมืองใหญ่...แต่จะบอกใครได้ หลักฐานก็ไม่มี นี่ก็ฟังเขามาอีกทีคงจะเป็นคราวซวยของแม่นางฟ้าบนแคทวอล์คจริง ๆ นั่นแหละ ดันไปล้มต่อหน้าพระเอกทำให้ภาพที่หล่อนถูกประคองขึ้นมาด้วยความมีน้ำใจแท้ ๆ แต่ถูกแชร์ออกไป พร้อมกับใส่สีตีไข่จนเรื่องราวบานปลายใหญ่โต 

“เวรกรรมอะไรของฉันวะเนี่ย  ฉันจะฟ้องดีไหมยัยริชชี่” นางแบบสาวนึกขึ้นมาได้  หากหล่อนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายคงพอได้เอาเงินมาเยียวยา ต่อลมหายใจได้นอกจากไม่ต้องทำงานใช้หนี้แล้ว เผลอ ๆ อาจจะได้หวนคืนวงการอย่างสวย ๆ 

“ดี” ริชชี่ตอบโดยไม่ต้องคิด  แต่เสียงกลับสะบัดนิด ๆ 

“งั้นก็ตามนั้นเลยแก  ฉันนี่ก็ฉลาดเหมือนกันนะ แกว่ามะ...” ปานอัปสรยิ้มออกมาตาเป็นประกาย  ออกปากชมตัวเองเปาะ 

“เงินค่าทนาย” ริชชี่แบมือไปข้างหน้า  พลางค้อนควักปะหลับปะเหลือก 

หญิงสาวหุบยิ้มทันที  ทิ้งตัวกับพนักพิง  หล่อนอายที่จะให้ใครได้รู้ว่าถังแตก...เพราะวางตัวดุจนางพญา เป็นนางฟ้าเลอค่าบนแคทวอล์ค ที่ใคร ๆ ก็รู้ว่าซื้อไม่ได้ด้วยเงิน...เฮ้อ...ก็เมื่อก่อนหล่อนหาเงินได้ง่ายนี่นา  เรื่องอะไรจะยอมเสียศักดิ์ศรี...ไม่เคยไว้หน้าผู้ชายคนไหนหากหาญกล้าเข้ามาเกี้ยวพา เป็นต้องโดนตอกหน้าหงายทุกรายไป......ริชชี่รู้ดีที่สุดว่าปานอัปสรไม่เคยเก็บเงิน ได้มาเท่าไรหล่อนก็ใช้เท่านั้น ยิ่งระยะหลังยิ่งบ้าหนัก ข้าวของแบรนด์เนมขนซื้อมาสะสม ไม่รู้ว่าเก็บกดอะไรนักหนา 

“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะติดต่อแกเอง...รักนะริชชี่” หญิงสาวบอกกับเพื่อน เมื่อรถแล่นมาถึงคอนโดของริชชี่  สองสาวกอดลาน้ำตาซึม 

“ฉันก็รักแก  แต่ถ้าไม่ไหวกลับมานะ  ฉันพร้อมจะสู้ไปกับแกนางฟ้าของฉัน” ริชชี่ปล่อยโฮ  รู้สึกว่าการลาครั้งนี้คงอีกนานกว่าจะได้พบกัน   ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา คนภายนอกมักมองว่านางแบบสาวหยิ่ง ไม่สุงสิงกับใคร แต่ริชชี่รู้ดีว่านางปิดกั้นตัวเองเอาไว้เพราะอะไร.....แต่ก็พูดไม่ได้ 

ความคิดเห็น