facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ (ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่เพจ Writer ใจดินสอ / เดือนสิบสอง)

EP.3 ผลกระทบที่ตามมา 1/2

ชื่อตอน : EP.3 ผลกระทบที่ตามมา 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2563 17:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.3 ผลกระทบที่ตามมา 1/2
แบบอักษร

เกี๊ยว… 

“แต่หนูไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เป็นข่าวอยู่นะคะอาจารย์” 

ฉันพูดประโยคนี้กับอาจารย์เป็นสิบครั้งได้  เมื่ออยู่ ๆ ทุนการศึกษาของมหาลัยที่ฉันได้ถูกเรียกคืนทั้งหมด  ฉันเพิ่งใช้ทุนนั้นไปเมื่อเทอมแรกที่เข้ามาเรียนที่นี่  และเทอมนี้ก็เป็นเทอมที่สองที่เรียนได้แค่เดือนกว่า ๆ เอง 

  

“ตอนนั้นที่มหาลัยตัดสินใจให้ทุนนักศึกษาก็เพราะว่านอกจากนักศึกษาเองจะมีการเรียนดีแล้ว  ยังเป็นนักกิจกรรมและมีความประพฤติดีแต่ตอนนี้…  ไม่ใช่” 

  

“แต่อาจารย์คะ  ตอนนี้หนู…” 

  

“นักศึกษาชดใช้ทุนที่คืนไปให้มหาลัยเถอะนะ  มีเวลาหนึ่งเดือนในการคืนทุกการศึกษาทั้งหมด  คนอื่นที่เขาเหมาะสมกับทุนนี้ยังมีอีกเยอะ  ส่วนค่าเทอมของนักศึกษาก็ทำเรื่องผ่อนจ่ายก็ได้  อาจารย์คงไม่ขอมากไปใช้มั้ย” 

นี่ไม่ใช่แค่ผลกระทบแรกที่ฉันได้รับตั้งแต่มีข่าวเรื่องลุงกับป้า  เพราะพี่ปอยเองก็บอกว่าลูกค้าปฏิเสธฉัน  ฉันต้องไปหางานอื่นทำแทน  แม้แต่งานที่เพิ่งถ่ายไปก็ยังยกเลิกใช้ภาพฉันในการโฆษณา  แต่จะให้หางานอะไรที่ทำแล้วได้เงินเร็ว ๆ ล่ะ  ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวสักบาท   

  

“เป็นไงบ้างเกี๊ยว  อาจารย์แม่ว่าไงบ้าง” 

ลูกปลาเพื่อนรักถามขึ้นเมื่อเห็นฉันเดินออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก 

  

“ต้องคืนทุนอะปลา  ดีนะแค่สองเทอมไม่งั้นแย่แน่เลยเงินก็ไม่มี” 

ฉันเดินไปทิ้งตัวนั่งลงกับม้าหินอ่อนด้วยอาการเหนื่อยใจ  ตอนนี้ทั้งมหาลัยนอกจากพี่ปอยแล้วก็มีแค่ลูกปลานี่แหละที่ยังคบฉันอยู่  ส่วนคนอื่นถอยห่างหมดเพราะไม่อยากถูกดึงเข้าไปเกี่ยวกับคดี  เพื่อนผู้หญิงหลายคนที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกันตอนนี้ก็กลัวจะถูกมองว่าทำอาชีพค้าบริการก็เลยแยกตัวออกจากฉันด้วย 

  

“สองเทอมก็หลายหมื่นอยู่นะ  แล้วตอนนี้เกี๊ยวมีเงินเท่าไหร่อะพอป่าว” 

เพื่อนรักถามขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง 

  

“มีแค่แปดสิบบาทเอง  เหลือเศษจากค่าตัวตอนไปถ่ายแบบอะ  ที่เหลือก็มัดจำห้องไปหมดแล้ว” 

ฉันบอกเพื่อนรักด้วยความท้อใจก่อนจะฟุบหน้าลงกับม้าหินอ่อนเพราะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อ 

  

“ปลาก็ช่วยอะไรไม่ได้ด้วยสิถ้าเป็นเรื่องเงินน่ะ  ขอโทษนะเกี๊ยว” 

เพื่อนรักพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด  ฉันไม่ได้โทษลูกปลาอยู่แล้วที่ช่วยอะไรเรื่องนี้ไม่ได้  เพราะลูกปลาก็ต้องรอค่าขนมที่พ่อกับแม่ทำงานส่งมาให้เหมือนกัน  บางเดือนก็แทบไม่พอใช้  ฉันยังจำได้ว่าลูกปลาเคยอดข้าวกลางวันเพื่อจะได้มีเงินไปใช้ในกิจกรรมของมหาลัย  บางครั้งเพื่อนรักก็ต้องรับจ๊อบเป็นเด็กแจกใบปลิวที่นาน ๆ ครั้งจะมีด้วย   

  

“จะทำงานเสริมอะไรดีนะปลามีแนะนำมั้ย” 

ฉันถามเพื่อนรักที่กำลังนั่งทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ 

  

“ทุนต้องใช้คืนทั้งหมดภายในหนึ่งเดือนด้วยสิ” 

ฉันพูดต่อก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ 

  

“แล้วแบบนี้เกี๊ยวจะเอาเงินที่ไหนไปคืนล่ะ” 

เพื่อนรักถามต่อ 

  

“ไม่รู้เลยปลา  คิดไม่ออกจริง ๆ” 

  

“ถ้าปลาแนะนำงานหนึ่งให้เกี๊ยว  เกี๊ยวจะว่าอะไรมั้ยอะ  แต่ปลาคิดว่าเงินต้องดีแน่ ๆ โดยเฉพาะหน้าตาแบบเกี๊ยว” 

งาน? 

  

“งานอะไรเหรอปลา  ว่ามาเลยเดี๋ยวเกี๊ยวตัดสินใจเองว่าจะทำหรือไม่ทำ” 

ฉันบอกเพื่อนรักเมื่อได้ยินคำว่างาน  ตอนนี้ไม่มีอะไรจะรู้สึกดีไปกว่าการมีงานทำแล้วล่ะ  ถ้ามีงานก็ต้องมีเงิน 

  

“งานผูกปิ่นโตอะ” 

หืม?  ทำกับข้าวขายเหรอ? 

  

“ผูกปิ่นโต?” 

  

“คือมันเป็นงานที่สาว ๆ สวย ๆ ที่เขารักสบายแล้วก็รายจ่ายเยอะทำกันอะ  ปลามีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งเขาทำงานแนวนี้อยู่แต่ตอนนี้ก็ได้ดิบได้ดีไปแล้วแหละเพราะลูกค้าชอบเขาจริง ๆ ก็เลยแต่งงานกัน” 

เดี๋ยวนะ! 

  

“ลูกปลาอย่าบอกนะว่ามันเป็นงานนั้นอะ  งานแบบบนเตียงอะ” 

ฉันถามเพื่อนรักอย่างไม่แน่ใจนักเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะแนะนำงานนี้ให้ 

  

“อื้มนั่นแหละ  แต่เกี๊ยวอย่างเพิ่งตีโพยตีพายไปนะ  ปลาแค่จะบอกว่างานนี้น่ะถ้าเราทำดี ๆ ก็อยู่ยาวอยู่สบายแน่นอน” 

เพื่อนรักอธิบายด้วยท่าทางลังเล  ถึงฉันจะไม่เห็นด้วยกับงานที่ลูกปลาเสนอแต่ฟังไว้ก็ไม่เสียหายอะไร 

  

“มันจะดีเหรอปลา” 

  

“ดีสิแต่ถ้าเกี๊ยวจะทำจริง ๆ น่ะ  เกี๊ยวต้องเลือกลูกค้าที่เขาไม่มีลูกไม่มีเมีย  ไม่มีครอบครัวนะ  แบบลูกค้าโสด ๆ ไรงี้” 

  

“แล้วถ้าโสดจะมาทำแบบนี้ทำไมอะ  หาคืนละคนจะไม่ดีกว่าเหรอ” 

ฉันถามต่อ 

  

“ก็ลูกค้าบางประเภทเขาก็ไม่ชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อยไง  ออกแนวเลี้ยงไว้ไรงี้  พอเบื่อหรืออยากได้ใหม่เขาก็ไม่ต่องานเราอะ” 

อ่อแบบนี้นี่เอง 

  

“บางทีถ้าลูกค้าติดใจหรือชอบเราขึ้นมาจริง ๆ เราอาจได้เป็นตัวจริงของเขาก็ได้นะเกี๊ยว” 

เพื่อนรักพูดต่อ 

  

“ปลาก็ไม่อยากแนะนำอะไรแบบนี้ให้เกี๊ยวหรอกนะ  ก็รู้แหละว่ามันไม่เวิร์ค  แต่ถ้าจะทำจริง ๆ เกี๊ยวก็แค่คิดว่าลูกค้าเป็นแฟนเรา  ยังไงคนส่วนมากที่เป็นแฟนกันก็ต้องมีอะไรอยู่แล้วใช่ปะ  กับลูกค้าเกี๊ยวก็ลองคิดแบบนั้นดู  ถ้าลูกค้าไม่ต่องานก็คิดซะว่าเลิกกับแฟนก็ได้  มีตังใช้ด้วย” 

ถึงสิ่งที่ลูกปลาพูดมามันจะไม่โอเคเท่าไหร่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ถูกเลย  มันก็จริงอย่างที่ลูกปลาว่า  แต่ฉันจะกล้าทำเหรอ 

  

“ทำแค่ครั้งเดียวพอตั้งตัวได้ก็เลิก  แต่ถ้าไม่เดี๋ยวเย็นนี้เลิกเรียนเราไปสมัครงานตามร้านอาหารแล้วก็ร้านสะดวกซื้อกัน  ระหว่างนี้ปลาจะแบ่งเงินให้เกี๊ยวใช้ไปก่อน  ถ้าช่วยกันทำงานสองคนคงพอใช้ทุนคืนได้ทันมั้ง” 

เพื่อนรักส่งยิ้มให้ฉันพร้อมกับเอื้อมมือมากุมมือฉันที่วางบนโต๊ะม้าหินอ่อนเอาไว้  ถึงข้อเสนอเรื่องสุดท้ายที่เกี๊ยวบอกมามันจะไม่เข้าท่า  แต่ว่าเวลาในการหาเงินของฉันมันจำกัดมาก  แล้วต้องมาใช้เงินกับลูกปลาอีก  แบบนี้ก็อดด้วยกันทั้งคู่เลยน่ะสิ  เพราะแต่ละเดือนที่บ้านส่งเงินให้ลูกปลาไม่ถึงหมื่นด้วยซ้ำ จ่ายค่าหอพักก็เหลือใช้แค่นิดเดียวเอง 

  

“เกี๊ยวจะลองดู  แต่ลูกปลาต้องหาลูกค้าช่วยเกี๊ยวนะ” 

อยู่ ๆ ฉันก็นึกถึงใบหน้าของใครบางคนขึ้นมา  ผู้ชายผมทองคนนั้นเคยถามค่าตัวฉันว่าคืนละเท่าไหร่  เขาบอกว่าถ้าติดใจจะต่อยาว ๆ งั้นก็หมายความว่าเขากำลังหาคนผูกปิ่นโตด้วย 

  

“เฮ้ย!  นี่อย่าบอกนะว่าเกี๊ยวเอาจริงน่ะ” 

เพื่อนรักทำท่าทางตกใจเมื่อฉันพูดจบ 

  

“จริงสิ  แค่ครั้งเดียวเองไม่เป็นไรหรอก  หาเงินมาจ่ายทุนคืนแล้วก็จ่ายค่าเทอม” 

  

“มะไม่ดีกว่าเกี๊ยว  ปลาว่าปลาไม่แนะนำแล้วแหละ  ตอนนั้นปลาคิดอะไรไม่ออกก็เลยแนะนำเกี๊ยวไปแบบนั้นน่ะ” 

เพื่อนรักพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักก่อนจะส่ายหัวรัว ๆ ไม่เห็นด้วย 

  

“ก็คิดว่าเป็นแฟนกันแล้วมีอะไรกันไง  ปลาอย่าคิดมากสิ” 

  

“ไม่อะ  ปลาทะนุถนอมเกี๊ยวมาเป็นอย่างดี  ไม่ให้ผีห่าซาตานที่ไหนมาจีบได้  อยู่ดี ๆ จะไปทำแบบนั้นปลายอมไม่ได้หรอก” 

อ้าว? 

  

“แต่เมื่อกี้ปลาเป็นคน… / ไม่เอา ๆ ปลาขอโทษนะ นะ  นะไม่ทำ ๆ” 

  

“โธ่ลูกปลา” 

  

ฉันกับลูกปลานั่งคุยกันต่อสักพักก็แยกย้ายกันกลับ  ฉันบอกลูกปลาว่าถ้าลูกค้าที่ฉันจะไปคุยด้วยเขาไม่ตกลง  ฉันจะรับข้อเสนอที่ลูกปลาจะพาไปหางานและแบ่งเงินให้ใช้  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะทำตามที่พูดหรอกนะ  ฉันรู้ว่าลูกค้าคนนี้ต้องรับข้อเสนอของฉันแน่ ๆ เพราะฉันจะไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือไป  ดีไม่ดีฉันอาจจะมีเงินมากพอที่จะพาพี่ชายฉันออกมาจากที่นั่นแล้วก็กลับมาเรียนต่อก็ได้ 

ความคิดเห็น