facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ (ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่เพจ Writer ใจดินสอ / เดือนสิบสอง)

EP.2 ครั้งแรกที่ได้เจอ 2/2

ชื่อตอน : EP.2 ครั้งแรกที่ได้เจอ 2/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2563 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.2 ครั้งแรกที่ได้เจอ 2/2
แบบอักษร

เกี๊ยว… 

เป็นวันดี ๆ อีกหนึ่งวันที่ทำให้ฉันยิ้มได้  วันนี้ฉันตั้งใจซื้อของไปทำอะไรกินกับครอบครัว  ถือเป็นการฉลองรายได้ก้อนแรกในชีวิตเด็กปีหนึ่งอย่างฉัน 

  

วี๊ว่อ  วี๊ว่อ  วี๊ว่อ 

“อย่ามุงครับ  อย่ามุง  ตรงนี้ห้ามเข้านะครับ” 

เสียงไซเรนท์รถตำรวจและรถสายตรวจที่แล่นผ่านหน้าฉันไปทำให้รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ ขึ้นมา  ด้านหน้าเป็นหอพักเก่า ๆ เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาเช่าพัก  รถตำรวจและผู้คนมากมายที่ยืนมุงอยู่พร้อมกับนักข่าวหลายสำนักทำให้ฉันต้องรีบวิ่งฝ่ากลุ่มคนเข้าไปด้านใน 

  

หอพักนี้ไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่ของฉัน  แต่ทุกคนในบ้านฉันอยู่ที่นี่  นี่เป็นธุรกิจเดียวที่ตกทอดต่อมาถึงรุ่นลุงกับป้าฉัน  ที่นี่เป็นบ้านฉัน 

  

“กะเกิดอะไรขึ้นคะคุณตำรวจ” 

ฉันถามเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความร้อนใจ  เพราะเห็นคนหลายคนที่มีสภาพไม่ค่อยดีนักถูกพยุงตัวและหามออกมาจากด้านใน  ส่วนมาเป็นผู้หญิงที่ฉันจำได้ว่าพวกเขาเช่าพักที่นี่ 

  

“ป้าคะ  ลุงคะเกิดอะไรขึ้น” 

ตรงทางเดินไม่ไกลนักป้ากับลุงของฉันกำลังถูกเจ้าหน้าที่เดินคุมตัวมาจากชั้นบน  ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านไม่ได้ตอบอะไร  และไม่แม้แต่จะมองหน้าฉันด้วยซ้ำ  ทำเพียงแค่เดินผ่านไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

  

“พี่!  พี่นี่มันเกิดอะไรขึ้น” 

พอเห็นพี่ชายตัวเองเดินลงมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องรีบวิ่งไปถาม  ด้านหลังกันนั้นมีพวกเพื่อน ๆ ของพี่เขาถูกคุมตัวเดินลงมาด้วย 

  

“เกี๊ยวไปลาออกจากมหาลัยแล้วไปให้ไกลจากที่นี่ซะ  อย่าไปเยี่ยมพวกพี่  รีบไปเลยนะเกี๊ยว  เข้าใจมั้ย” 

  

“ไป ๆ รีบ ๆ เดินครับ!” 

ทันทีที่พี่ชายฉันพูดจบ  เจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุมตัวอยู่ก็ตะโกนขึ้นก่อนจะพาพี่ชายฉันเดินออกไป  แต่ก็ยังมีเสียงของพี่ชายฉันตะโกนออกมาจากรถด้วยประโยคเดิม ๆ ซ้ำ ๆ  

  

“ไปจากที่นี่เกี๊ยว!  อย่ากลับมาที่นี่อีกรีบไป!” 

  

“คุณเป็นญาติกับผู้ต้องหาใช่มั้ยครับ  ยังไงขอเบอร์ติดต่อด้วยนะครับ  ผมต้องสอบปากคำคุณด้วย” 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินมาบอกฉันก่อนจะบันทึกเบอร์โทรศัพท์ของฉันลงในกระดาษสีขาวที่เขาถืออยู่  ฉันพูดอะไรไม่ออกแต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป  ทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมดจนฉันไม่ทันได้ตั้งตัว 

  

“อ้าวนี่ลูกสาวพวกนั้นเหรอ  ไม่โดนจับไปด้วยกันเหรอ” 

เสียงผู้คนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่คุยกัน 

  

“ขายยาเหมือนกันแหละมั้ง  หน้าตาแบบนี้เอาไว้ไปส่งยาก็ได้นะทำไมตำรวจไม่จับไป” 

  

“หลอกคนอื่นมาขายตัว  แบบนี้มีลูกสาวก็น่าจะขายตัวเหมือนกันล่ะมั้ง” 

  

“จะเหลือเหรอ  ทั้งขายยาทั้งขายตัวแหละ  คงเป็นเหมือนกันทั้งบ้าน” 

หลากหลายประโยคที่ดังเข้ามาในหูทำให้ฉันพอจะประติดประต่อได้ว่าเกิดอะไรขึ้น  ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าลุงกับป้าแล้วก็พี่ชายฉันทำอะไรแบบนั้น  ไม่มีอะไรให้สงสัยแล้วก็ไม่มีอะไรผิดสังเกตเลยสักนิด 

  

“อย่าเพิ่งกล่าวหาใครนะครับทุกคน  แยกย้ายครับแยกย้าย” 

หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ด้านนอกร้องบอกผู้คนรอบ ๆ  

  

“ทุกคนแยกย้ายนะครับ  เราจะปิดตึกนี้ก่อนเพื่อตรวจค้น  เพราะของกลางซ่อนอยู่ทั่วตึกเลยห้ามเข้านะครับ  ส่วนใครที่เป็นลูกบ้านแสดงเอกสารกับเจ้าหน้าที่ได้เลยนะครับ” 

ฉันเห็นลูกบ้านหลายคนที่พักอยู่ที่นี่เริ่มทยอยขนของออก  บางคนก็มองฉันด้วยสีหน้าแปลก ๆ แล้วเดินผ่านไป 

  

ฉันรีบเดินกลับเข้ามาในห้องพักเมื่อแจ้งเรื่องย้ายที่อยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและให้ข้อมูลสำหรับการติดต่อไป  ข้าวของในห้องพักของฉันกระจัดกระจายไปคนละทิศคนละทางเพราะถูกตรวจค้น  ยังดีที่อุปกรณ์การเรียนและชุดนักศึกษาของฉันยังอยู่  ฉันทำตามที่พี่ชายฉันบอกคือเก็บเสื้อผ้ากับพวกอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋าเพื่อย้ายที่อยู่ใหม่  ยังดีที่ตอนนี้มีเงินในบัญชีที่ลุงกับป้าเพิ่งโอนมาให้เมื่อวานนี้  และตอนนี้ฉันก็มีเงินที่ได้มาจากการถ่ายแบบอีก  คงพอที่จะหาที่อยู่ใหม่และใช้เป็นค่าเดินทางไปหาลุงกับป้าที่สำนักงานตำรวจ  แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันจะไม่ทำตามที่พี่บอกก็คือลาออกจากมหาลัย  ฉันจะไปเรียนให้จบ… 

  

ขณะที่ฉันกำลังถือกระเป๋าเดินออกมาจากหอพัก  ฉันก็สะดุดตาเข้ากับใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก  ผมสีทองสว่างไสวของเขาทำให้ฉันอดนึกนึกนายแบบวันนี้ไม่ได้  และเมื่อเขาหันหน้ามาก็พบว่าเป็นเขาจริง ๆ หรือว่าเขาจะพักแถวนี้พอเห็นข่าวก็เลยมาดูเหตุการณ์งั้นเหรอ  ยุ่งเรื่องชาวบ้านเก่งเหมือนกันนะเนี่ย 

  

“จะไปไหน” 

คนตรงหน้าถามฉันเมื่อหันมาสบตากันเข้าพอดี  ฉันไม่ได้ตอบอะไรเขาแต่รีบเดินออกจากที่นั่นเพราะใกล้มืดมากแล้ว  

  

กว่าจะหาที่พักได้ก็ไม่ใช่ง่าย ๆ ฉันไม่คิดเลยว่าการหาหอพักมันจะยุ่งยากและต้องใช้เงินมากขนาดนี้  ฉันเลือกหอพักที่ใกล้มหาลัยที่สุดแต่ราคาก็สูงลิบ  รวมค่ามัดจำแล้วเงินที่ได้จากการถ่ายแบบวันนี้เหลือแค่เศษหลักสิบติดตัวฉันเท่านั้น  ส่วนเงินในบัญชีที่ลุงกับป้าให้เป็นค่าขนมนั้นถูกอายัดไว้ทั้งหมด  อยากจะไปขอพักกับเพื่อนแต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะพาอะไรไม่ดีไปทำให้เพื่อนเดือดร้อนหรือเปล่า  ฉันรู้ว่าพอมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทุกคนคงไม่อยากมาพัวพันกับฉันเพราะอาจเป็นผู้ต้องสงสัยได้ 

  

“สวัสดีค่ะพี่ปอย  พอดีเกี๊ยวมีเรื่องอยากให้พี่ช่วยค่ะ” 

ฉันต่อสายหาพี่รหัสคนสวยทันทีที่นึกได้ว่าต่อไปคงต้องทำงานหาเงินเองแล้ว 

  

“อ้าว?  เกี๊ยวเหรอมีอะไรหรือเปล่า  พี่เห็นในข่าวน่ะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่บ้านเกี๊ยวเหรอ  พี่ตกใจมากเลย” 

ข่าวคงดังมากเลยสินะ  ทั้งไลฟ์สดทั้งอะไรก็เต็มโซเชียลไปหมดแล้วสิตอนนี้ 

  

“ก็เป็นอย่างที่พี่ปอยเห็นในข่าวเลยค่ะ  แต่พรุ่งนี้ถ้าเจอพี่ปอยที่มาหาลัยเดี๋ยวเกี๊ยวจะเล่าให้ฟังนะคะเพราะเกี๊ยวเองก็ไม่รู้อะไรมาก  รอเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปให้ปากคำด้วยค่ะ” 

  

“อ่อ  ว่าแต่ตอนนี้เกี๊ยวเป็นไงบ้างโอเคมั้ย” 

  

“ไม่โอเคเลยค่ะพี่ปอย  ตอนนี้เกี๊ยวย้ายที่พักแล้วนะคะ  เพิ่งย้ายมาถึงเมื่อตะกี้เลยค่ะอยู่หลังมอเราเลย” 

ฉันบอกพี่รหัส  เผื่อว่าพี่เขาจะตามไปที่บ้านแล้วไม่เจอฉัน 

  

“ว่าแต่เกี๊ยวมีอะไรให้พี่ช่วยเหรอ” 

ใช่สิฉันลืมเรื่องนี้ไปเลยถ้าพี่เขาไม่ท้วงขึ้น 

  

“ตอนนี้เกี๊ยวลำบากเรื่องค่าใช้จ่ายค่ะ  เงินของลุงกับป้าถูกอายัดไว้หมดเลย  เกี๊ยวเลยคิดว่าระหว่างนี้ต้องหาเงินใช้เองไปก่อน” 

  

“อ๋อ  จะให้พี่หางานถ่ายแบบให้อีกใช่มั้ย  เอาสิวันนี้หลายคนก็บอกว่าเกี๊ยวงานดี  เดี๋ยวพี่หาให้ไม่ยากหรอก” 

  

“ขอบคุณพี่ปอยมากนะคะ” 

ฉันบอกคนในสายด้วยความดีใจ  ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเงินที่จะหามาได้มันใช้เกี่ยวกับคดีของลุงกับป้าแล้วก็พี่ชายฉันไม่ได้  แต่ก็คงพอที่ฉันจะใช้ในชีวิตประจำวันและซื้อของไปเยี่ยมลุงกับป้าแล้วก็พี่ชายฉันระหว่าที่พวกเขายังอยู่ในนั้น 

  

  

  

ความคิดเห็น