facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ (ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ที่เพจ Writer ใจดินสอ / เดือนสิบสอง)

EP.1 ครั้งแรกที่ได้เจอ 1/2

ชื่อตอน : EP.1 ครั้งแรกที่ได้เจอ 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2563 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.1 ครั้งแรกที่ได้เจอ 1/2
แบบอักษร

เกี๊ยว… 

“พี่ปอยเกี๊ยวจะทำได้จริง ๆ เหรอคะ” 

ฉันถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงร้อนรนหลังจากแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้ว   

  

“ทำได้สิเชื่อพี่  แค่โพสต์ท่าถ่ายรูปตามที่ช่างภาพบอก  แล้วก็ใส่จริตจะก้านเข้าไปตอนนายแบบโพสต์ท่า  เกี๊ยวไหวพริบดีจะตายทำได้แน่นอนไม่ต้องกลัว” 

พี่รหัสคนสวยบอกกับฉันก่อนจะดันแผ่นหลังฉันให้เดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด 

  

วันนี้อยู่ดี ๆ ช่วงเลิกเรียนพี่เขาก็มาขอร้องให้ฉันมาถ่ายแบบแทนนางแบบอีกคนที่ป่วยกะทันหัน  ครั้งแรกฉันคิดว่าเป็นงานถ่ายแบบรีวิวเครื่องสำอางเพราะส่วนมากฉันเห็นพี่เขารับงานแบบนั้นให้รุ่นน้องในมหาลัยหรือนางแบบคนอื่น ๆ แต่ไม่คิดว่างานที่ฉันตกลงช่วยพี่เขาครั้งนี้จะเป็นงานถ่ายแบบเซ็กซี่  แถมยังต้องรีวิวเครื่องดื่มตัวใหม่ที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่งนำเข้ามาอีก 

  

“พี่ปอยคะ  เครื่องดื่มที่ว่ามันเป็นแอลกอฮอล์นี่คะ  แบบนี้ถ่ายไปโฆษณาจะไม่ผิดกฏหมายเหรอคะพี่” 

พอเปลี่ยนชุดเสร็จฉันก็สงสัยเรื่องนี้ขึ้นมา  หรือว่าฉันเข้าใจผิด 

  

“อ๋อ  เครื่องดื่มตัวนี้ไม่มีแอลกอฮอล์หรอกเกี๊ยว  แต่มันเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ตัวอื่น ๆ ของผับน่ะ  ได้ข่าวว่าแพงมากเลยนะ  เขาว่ามันเป็นสมุนไพรชูกำลังน่ะ” 

อ่องั้นก็โล่งใจหน่อย  คิดว่าจะซวยตั้งแต่งานแรกข้อหาโฆษณาแอลกอฮอล์ซะแล้ว 

  

“ปอยน้องเสร็จยังอะ  ถึงคิวแล้วนะ  ถ้าเสร็จแล้วก็ออกมาเลยช่างภาพรอแล้ว” 

เสียงทีมงานคนหนึ่งตะโกนเข้ามา  พี่ปอยพยักหน้าให้ฉันก่อนจะตบไหล่เบา ๆ แล้วดันตัวฉันออกมาจากห้องแต่งตัว 

  

“เสร็จแล้วค่ะพี่” 

ฉันพยักหน้าให้พี่เขาก่อนจะหันไปมองพี่ปอยที่ชูสองนิ้วเป็นกำลังใจให้ฉันด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์   

  

ก่อนมาที่นี่พี่ปอยให้ฉันซ้อมโพสต์ท่ามาแล้วบ้าง  แต่ไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้มั้ยแล้วอีกอย่างช่างภาพต้องการภาพแบบไหน  แล้วนายแบบที่ต้องถ่ายคู่กันจะจัดท่าทางยังไง  ฉันไม่รู้เลยว่าต้องรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นยังไงดี 

  

“เดี๋ยวน้องนั่งตรงนั้นเลยครับ  ทีมงานไปปลดกระดุมเสื้อน้องออกด้วย  แหวกกลางเลยจะได้เข้ากับฉาก” 

หา!  ฉันมองพี่ช่างภาพที่สั่งหนึ่งในทีมงานนั้นด้วยแววตาตกใจ  ไหนพี่ปอยบอกว่าแค่สวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขาสั้นแล้วก็ไม่สวมบราไว้ข้างในก็ดูเซ็กซี่แล้ว  แล้วทำไมพี่เขาถึงต้องให้ปลดกระดุม 

  

“เอ่อพี่คะ  ถ้าปลดกระดุมมันจะไม่โป๊เหรอคะ” 

ฉันถามพี่ทีมงานที่เดินเข้ามาขณะที่มือพี่เขากำลังเอื้อมมาปลดกระดุมเสื้อที่ฉันสวมอยู่ 

  

“ก็ลูกค้าขอมาแบบนี้อะน้อง  ตกลงจะถ่ายมั้ยเนี่ย” 

  

“อ่อ  ถะถ่ายค่ะ” 

ฉันพยักหน้าหงึกหงักให้พี่เขาก่อนจะหันไปมองฉากรอบ ๆ ที่ถูกจัดขึ้นให้เหมือนห้องนอน  ข้างเตียงที่ฉันนั่งอยู่มีขวดเครื่องดื่มสีสวยคล้ายขวดไวน์และแก้วไวน์วางอยู่  คาดว่าเป็นสินค้าที่ต้องถ่ายด้วย  แต่แล้วสายตาของฉันก็ปะทะเข้ากับคนคนหนึ่งที่ยืนมองฉันอยู่กับทีมงาน  ภาพตรงหน้าเป็นผู้ชายผมสีทองสลวยรูปร่างสูงโปร่งหุ่นดีราวกับสวรรค์ปั้น  เขาสวมชุดสีดำประหนึ่งเป็นเจ้าชายยืนนิ่งไม่ไหวติง  ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ราวกับภาพวาดกำลังจ้องมองมาที่ฉัน  ทว่าดวงตาสีแดงก่ำของเขาที่น่าจะใส่คอนแทคเลนส์นั้นน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก  ฉันรีบละสายตาออกจากเขาก่อนจะหันมาจัดท่าทางตามที่ซ้อมไว้ก่อนหน้า   

  

“ทีนี้นายแบบเข้าไปเลยครับ” 

หนึ่งในทีมงานพูดขึ้น  ฉันหันไปมองรอบ ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีนายแบบที่ไหน  จนกระทั่งผู้ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้แล้วทิ้งตัวนั่งลงข้างฉันบนเตียงถึงได้รู้ว่าเขาคือนายแบบที่มาถ่ายงานคู่ฉัน 

  

“เดี๋ยวทีมงานไปเติมหน้าให้นางแบบแล้วก็ทำรอยแผลตรงซอกคอให้นางแบบเลยครับ” 

ทีมงานคนเดิมพูดต่อ  ถึงจะรู้มาว่าคอนเซปต์ของงานนี้คือแวมไพร์ขย้ำเหยื่อ  เพราะเครื่องดื่มที่เป็นตัวชูคอนเซปต์นั้นเป็นสมุนไพรชูกำลัง  แต่พอเห็นหน้านายแบบที่มาถ่ายงานด้วยแล้วก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที  มันไม่ใช่แค่การเปิดประสบการณ์ถ่ายแบบเซ็กซี่ครั้งแรก  แต่เปิดประสบการณ์สัมผัสตัวเพศตรงข้ามในระยะประชิดครั้งแรกของฉันด้วย 

  

“เอาล่ะ  จัดท่าทางเตรียมถ่ายได้เลยครับ” 

ทีมงานที่ถือกล้องอยู่พูดขึ้น  ทันทีที่แสงสปอร์ตไลท์ส่องสว่างไปทั่วสตูอีกครั้ง  คนข้าง ๆ ก็ขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะดันร่างฉันในนอนราบกับเตียง  อาการตื่นตกใจทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยและเผลอมองหน้าเขาด้วยแววตาสั่นไหวเพราะอยู่ ๆ ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา 

  

“ถ้าดิ้น  จะถ่ายไม่เสร็จสักทีนะ” 

น้ำเสียงราบเรียบพอ ๆ กับใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเขาทำให้ฉันต้องทำตามอย่างว่าง่าย  เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นรัว ๆ ก่อนที่ร่างฉันจะถูกเขาฉุดให้ลุกนั่งอีกครั้งแล้วทำท่าโอบกอดเอาไว้  แววตาเย็นยะเยือกของคนตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คน  หากตอนนี้ไม่ใช่การถ่ายแบบฉันอาจคิดว่าเขาเป็นแวมไพร์จริง ๆ แล้วก็ได้ 

  

หลากหลายท่วงท่าที่ช่างภาพให้เราโพสต์ในคอนเซปต์ไวมไพร์ขย้ำเยื่อทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกเขาขย้ำจริง ๆ หรือเพราะเขาเป็นนายแบบมืออาชีพเหรอถึงได้ทำทุกอย่างแนบเนียนขนาดนี้ 

  

“เสร็จแล้วครับ  ขอบคุณมาก” 

ทันทีที่พี่ทีมงานพูดขึ้นฉันก็รีบดีดตัวออกจากเขา  ก่อนจะเข้าไปไหว้ขอบคุณพี่ ๆ ทีมงานแล้วบอกลาเป็นการด่วน  ก่อนเดินออกมาจากสตูถ่ายภาพ  เผลอหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้งก็พบว่านายแบบคนนั้นยืนมองฉันอยู่ 

  

“น่ากลัวจัง…” 

  

“พี่ขอบใจเกี๊ยวมากเลยนะวันนี้ที่มาช่วยพี่  ถ้าไม่ได้เกี๊ยวพี่ต้องจ่ายค่าปรับบานเลยอะ” 

พี่ปอยพูดกับฉันก่อนจะยื่นซองสีขาวให้  ในนั้นเป็นค่าแรงวันนี้ของฉัน  เงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองครั้งแรกในชีวิต 

  

“เกี๊ยวเต็มใจช่วยพี่ปอยค่ะ  ขอบคุณพี่ปอยมากนะคะที่ชวนเกี๊ยวมา” 

ฉันส่งยิ้มให้พี่ปอยก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนชุด  ส่วนพี่ปอยขอตัวกลับก่อนเพราะต้องพานางแบบอีกคนที่มารออยู่ก่อนแล้วไปถ่ายแบบอีกที่  ยังดีที่ขามาพี่เขาบอกทางกลับและรถเมล์ที่จะขึ้นก็เลยไม่มีปัญหาอะไร   

  

กึก! 

ร่างสูงคุ้นตาของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าห้องแต่งตัวทำให้ฉันต้องชะงัก  เมื่อเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด  ในใจยังลังเลคิดว่าจะทักทายเขาดีมั้ยหรือจะปล่อยผ่านแล้วแยกกันตรงนี้เลย 

  

“รับงานมั้ย” 

หืม?  ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยทักอะไรไป  คนตรงหน้าก็ชิงพูดขึ้นก่อนพร้อมกับกอดอกแล้วเอนตัวพิงประตูเอาไว้  หรือเขาจะมาชวนฉันไปถ่ายแบบด้วยเหรอ  เอาสิก็น่าจะได้เงินดีนะถ่ายแค่แป๊บเดียวเอง 

  

“เอ่อฉันไม่ได้ทำประจำค่ะ  แต่ลองดูก็ได้ถ้า… / เท่าไหร่?” 

หืม? 

  

“เรทค่าตัวเหรอคะ?”  ฉันรีบขมวดคิ้วถามเมื่อเขาพูดแทรกขึ้นมา  “ให้ตามความเหมาะสมก็โอเคค่ะ”  ฉันพูดต่อ 

  

“คืนนึงคิดเท่าไหร่  ถ้าติดใจเดี๋ยวต่อยาว” 

หาา!  เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ! 

  

“เดี๋ยวก่อนค่ะ  ที่คุณถามนี่ไม่ใช่งานถ่ายแบบใช่มั้ยแต่เป็นงาน…” 

งานอย่าว่า? 

  

“อ้าว?  ก็คิดว่ารู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอกเหรอ” 

ไอ้!… 

  

“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ  ฉันไม่รับงานแบบนั้นคุณไปหาคนอื่นเถอะ” 

ฉันชักสีหน้าใส่ก่อนจะเดินแทรกตัวออกมาจากด้านใน  แต่แล้วประโยคที่เขาพูดตามหลังมาก็ทำให้ฉันรู้สึกโมโหจนอยากเอากระเป๋าฟาดหน้าเขาสักครั้ง 

  

“ไม่ลองหน่อยเหรอ” 

  

“นี่!  ฉันไม่ทำอาชีพนั้นแล้วก็ไม่มีวันทำด้วย!” 

  

ความคิดเห็น