ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สี่สิบสอง มองแผ่นดิน

ชื่อตอน : ตอนที่สี่สิบสอง มองแผ่นดิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 861

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2563 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สี่สิบสอง มองแผ่นดิน
แบบอักษร

ตอนที่สี่สิบสอง มองแผ่นดิน 

  

แม้จะมี”ความฉลาด”มากขึ้นแล้วก็ยังต้องเดินทางต่อไป 

ผมมองอี้จิงที่กำลังเดินลมปราณ เพื่อฝึกวิชาผ้าคลุมปราณนั้นเป็นสีน้ำเงินเข้มสีฟ้า แต่มีความเยือกเย็นอยู่ในนั้นและจากการสัมผัสนั้นมีคุณสมบัติในการดูดซับแรงกระแทกและการโจมตี เป็นแนวทางหยินอ่อนหยุ่นสุดขั้วที่แสดงออกมาในรูปแบบของอาภรณ์ปราณ 

ผมให้อี้จิงเดินหลังอาภรณ์ปราณและให้ผมใช้นภาไร้ขอบเขตของผม วิเคราะห์เก็บข้อมูล 

แผนการของผมคือ หาทางให้อี้จิงพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆนั่นล่ะ 

“หยิน อ่อนหยุ่น เยือกเย็น เคลื่อนไหวตามสำนึก น้องมีพรสวรรค์มากอี้จิง” 

ผมเอ่ยชมจากใจจริง 

นี่คือความแกต่างระหว่างซากุระ ที่ต้องใช้เทคนิค ความรู้และการคุมจักรระดับมืออาชีพ ในการรักษาคน 

กับ นารุโตะ ที่ใช้พลังเซียนหกวิถีสร้างอวัยวะใหม่ขึ้นมาเลยโดยไม่ต้องใช้ความรู้ทางด้านการแพทย์ใดใดทั้งสิ้น 

ควบคุมอาภรณ์ปราณด้วยสำนึกอย่างเดียวในการต่อสู้ทำให้เคลื่อนไหวได้เร็วกว่าผม 

แต่ผมไม่เคยคิดจะแข่งกับอัจฉริยะในสนามที่พวกเขาถนัดอยู่แล้ว 

แต่ผมศึกษาไว้เพื่อเรียนรู้และใช้งานอี้จิงในการผลักดันสามัญสำนึก ของสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ในวิชาปราณยุทธต่างๆออกไป 

นภาไร้ขอบเขตของผม 

เปลี่ยนสีเป็นแบบน้ำเงิน อ่อนหยุ่นแบบอี้จิง แต่ต้องใช้พลังมากกว่าและการควบคุมที่มากกว่า 

แต่อี้จิงสามารถหลับตาสามารถเดินพลังได้อย่างสบายไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ต่างกับผมที่ต้องตั้งสมาธิไว้ตลอดเวลาในการเลียนแบบอาภรณ์ปราณที่อ่อนหยุ่นของอี้จิง 

เสียใจที่มีพรสวรรค์ด้อยกว่า? 

ก็เสียใจอยู่ แต่ผมดีใจมากกว่าที่ค้นพบข้อจำกัดและจุดอ่อนของเคล็ดวิชาก่อนหน้าที่จะไปต่อสู้จริงๆกับใคร 

ยิ่งพบจุดอ่อนและข้อผิดพลาด error มากเท่าไรในตอนฝึกซ้อมก็ยิ่งดีสำหรับผมเท่านั้น 

ในหัวของผมเหมือนกับเห็นหน้ากิลกาเมธพูดว่า 

“หึ ของปลอมอย่างเจ้าจะมาสู้กับของต้นฉบับอย่างนั้นหรือ?” 

นั่นผมเอาไว้เตือนใจผมอยู่เสมอนั่นล่ะ 

ขณะนั้นผมก็ได้รู้สึกถึงฝีเท้าที่มาบริเวณใกล้เคียง 

อี้จิงก็รู้สึกเช่นกันผมสังเกตได้เจากปราณของพวกเรา 

ฝีเท้านี่ของหวังม่อนั่นเอง 

พวกเรารู้ได้ในทันที 

สักพักจากตอนเดิน หวังม่อก็จงใจทำเสียงเพื่อให้พวกเรารู้ตัวว่าเขาเข้มาใกล้แล้ว 

แต่แน่นอนพวกเรารู้ตัวก่อนหน้านั้นแล้ว แต่นี่ก็แสดงถึงความเก่งกาจในการเชีลียร์เจ้านายของหวังม่อ 

“เรียนนายน้อย ข้าได้จัดการรวบรวมข้อมูลข่าวคาวในยุทธภพตามที่ท่านสั่งแล้ว” 

ผมรับเอามาเปิดดูผ่านๆในพริบตาเดียวด้วยนภาไร้ขอบเขตของผมในการเก็บข้อมูลภาพและความทรงจำ 

นี่คือการที่ทำให้ผมสามารถใช้ความสามารถขี้โกง”อ่านผ่านตาครั้งเดียวไม่ลืมเลือน”ได้ 

หวังม่อมองผมอย่างทึ่งและได้จังหวะเยินยออีกครั้ง 

“นายน้อยช่างฉลาดเปี่ยมความสามารถ อ่านเพียงพริบตาเดียวกับรับรู้ทั้งหมด” 

ผมตบบ่าหวังม่อ 

“เจ้าทำตามที่ข้าบอกได้ดีมาก แบ่งแยกระดับความน่าเชื่อถือของข่าวและความน่าเชื่อถือของผู้ให้ข่าวตามที่ข้าต้องการ” 

ผมทำตามระบบของข่าวกรอง 

ความน่าเชื่อถือของข่าว ต่างจากความน่าเชือ่ถือของผู้ให้ข่าว 

เพราะคนที่น่าเชื่อถือก็อาจจะโดนหลอกและปล่อยข่าวปลอมได้เช่นกัน 

บทเรียนจากหนังสือการข่าวช่วงสงครามเย็น ที่เป็นเอกสารชั้นความลับ แต่ได้มีการขายตามตลาดนัดมือสองก็นับว่าเปิดหูเปิดตาจริงๆ 

“นั่นเป็นเพราะนายน้อยสายตากว้างไกล จัดระเบียบการข่าว แนวทางของนายน้อยทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตา ข้าเป็นเพียงแค่ผู้ต่ำต้อยมีหน้าที่แค่ทำไปตามที่นายน้อยวางแผนการใหญ่ด้วยสายตาอันยาวไกลไว้เท่านั้น” 

โอ้โห หมอนี่ 

ด้วยความสามารถในการเชลียร์ระดับนี้หากไปอยู่ในโลกปัจจุบันได้ตำแหน่งสูงๆแน่นอน 

แต่หมอนี่ก็ตำแหน่งสูงอยู่แล้วล่ะนะตามเนื้อเรื่อง 

และจากการทำงาน หมอนี่ก็มีความสามารถจริงๆนั่นล่ะ แต่อย่างที่บอกออกแนว 

“นายท่านข้าคิดแผนการได้แล้วเอียงหูมา” และก็เป็นฉากเนื้อเรื่องของแผนการต่างๆที่เอามาเล่นงานนางเอก..หรือหมอนี่จริงๆแล้วเป็นระดับยอดกุนซือของแผ่นดินหากวัดตามสเกลพลังแล้ว? 

“..ประดุจดั่งอินทรีย์ใหญ่บินเหนือนภา ข้าเป็นเพียงนกกระจิบบินตามทางและได้อาศัยร่มเงา..” 

ยัง ยังไม่หยุด 

ผมเบรกหวังม่อด้วยการตบบ่าเขาอีกครั้ง 

“อย่าได้ดูถูกตนเองไปหวังม่อ เอ๋ย ข้าหวังไว้กับเจ้ามากและมองเห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเจ้า เจ้ามีความสามารถที่จะเป็นบัณฑิตที่ทำให้คนทั้งใต้หล้านับถือได้อยู่ในตัวเจ้า ขอเพียงเจ้ามีความมั่นใจและแสดงมันออกมาเท่านั้น” 

ผมพูดจากใจจริง 

อาชญากรนักต้มตุ๋น หลายคนเป็นคนที่มีความสามารถทางวาทศิลป์ดีมาก แต่กลับใช้ไปในแนวทางของอาชญากรรม 

หวังม่อตามต้นฉบับ อาจจะไม่นับว่าเป็นอาชญากรแต่เพราะต้องทำงานรับใช้เจ้านายจึงต้องทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามต่างๆ แน่นอน นั่นอาจจะเพราะความทะเยอทะยานส่วนตัวด้วยที่ต้องการอำนาจ จึงต้องทำให้เจ้านายถูกใจ 

แต่หากมีทางคนฉลาดจริงๆอาจจะมองทางอื่นออกนอกจากทางที่เป็นสุนัขรับใช้ทำเรื่องชั่วๆให้เจ้านายก็ได้ 

แต่ยิ่งเป็นคนฉลาด เลยรู้นั่นล่ะ หากไม่มีอำนาจ ไม่ยอมเป็นที่ปรึกษาคนมีอำนาจ อุดมการณ์ความคิดของเขาก็ไม่สามารถแสดงออกได้ 

แต่เพราะใฝ่หาอำนาจ จึงมุ่งเข็มไปที่การแสวงหาอำนาจ แทนที่จะช่วยเหลือราษฎรด้วยความรู้ของตนเองจริงๆ 

จะไล่ล่าหาชื่อเสียงด้วยความรู้ทางวิชาการ การประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ แนวทางของแคว้นเม่ยกั๋ว(อเมริกา) ไม่เคยเกรงกลัวการมุ่งไปทางนั้นอยู่แล้ว 

แต่โลกนี้หากไม่มีอำนาจ คนเราก็จะถูกฆ่าตายราวกับก้อนเนื้อไร้ค่า 

หวังม่อที่ผมสังเกตมีสติปัญญา ทำงานรอบคอบ 

ข้อมูลมีรายละเอียดสูงอธิบายแนวทางเล็กน้อย หมอนี่ก็สามารถต่อเติมได้ดีมากกว่าที่ผมให้แนวทางไปเสียอีก 

ไม่แปลกที่จะกลายเป็นที่ปรึกษาข้ารับใช้ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อนางเอกตามเนื้อเรื่อง 

“หวังม่อเอ๋ย เพื่อให้พวกเราเข้าใจตรงกัน ข้าขอถามเจ้าหน่อย? เจ้าคิดว่าใต้หล้านี้เป็นอย่างไร?ฒ เจ้าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้นในใต้หล้า” 

หวังม่อถึงกับหน้าซีดเมื่อผมถามเช่นนั้น แปลกจริงๆแฮะ 

“หวังม่อ เอ๋ยหวังม่อ ข้ามองเห็นความสามารถของเจ้า ในเรื่องน้อยๆเจ้าทำงานได้เก่ง แต่เมื่อเก่งในเรื่องเล็กน้อย ไยไม่เก่งในเรื่องใหญ่ๆไปเลยเล่า? เมื่อคิดจะทำสิ่งใด คิดทำใหญ่เข้าไว้” 

ตามแนวทางของแคว้นเม่ยกั๋ว 

คิดทำเรื่องใหญ่ ต่อให้ล้มเหลวในการไปดวงจันทร์ เราก็สามารถตั้งบริษัทเทสล่า ขายรถยนต์ไฟฟ้าและพยายามอีกจนสามารถปล่อยจรวดขึ้นไปบนอวกาศได้สำเร็จ 

ผมชี้นิ้วไปที่ทางตัวเมือง 

“มีคนผ่านไปมา เจ้าคิดว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถพัฒนาเมืองให้คนสัญจรปลอดภัย ประชาชนเชื่อฟังกฎหมาย รักและเข้าใจผู้รักษากฎหมาย อยู่กันอย่างสันติสุขได้ 

ข้ามีแนวคิดที่จะขุดลอกคูคลอง ทำความสะอาดถนน สร้างสถานรักษาคนป่วย  อบรมความรู้ให้กับราษฎร ให้คนอาศัยอยู่อย่างสุขสบายมากขึ้น ” 

ผมพูดเรื่องกิจการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะของลูกเสือ เอ๊ย ขบวนการบุตรพยัคฆ์สร้างชื่อเสียงที่ดีในการทำกิจกรรมต่าง ผมน่าจะค่อยๆรวบรวมคนที่เชี่ยวชาญเรื่องการเดินเรือและคงงานในการต่อเรือได้มากขึ้นในอนาคต 

ในโลกนี้คนทั่วไปมองว่าคนที่ออกเรือเป็นพ่อค้า โจรสลัด บุตรหลานละทิ้งบ้านอกตัญญูกันไปนั่น 

ผมต้องรวบรวมลูกเรือแบบลูฟี่ ที่อาจจะต้องเป็นคนที่หนีรัฐบาลโลก เอ๊ย คนที่ไม่มีภาระผูกพันกับทางบ้านนั่นเอง 

ผมต้องซ่อนเป้าประสงค์ที่แท้จริง ทำในสิ่งที่พวกบัณฑิตยอมรับได้อย่างให้การศึกษาแก่ประชาชนหรือประกอบคุณงามความดีก่อน 

หวังม่อทำหน้าลังเลเล็กน้อยและทำหน้าราวกับตัดสินใจบางอย่าง 

“นายน้อยคำพูดของท่านดั่งแสงสว่างส่องทางให้แก่ข้า ข้าจะเดินตามท่านไม่ลังเลอีกในการคิดเรื่องใหญ่ๆ” 

“ดีมากความผาสุกของแผ่นดิน อยู่ที่เจ้าแล้ว เจ้าน่าจะเป็นคนที่สามารถบริหารบ้านเมืองได้ดีได้” 

ทันใดนั้นหวังม่อก็คุกเข่าลงอีกครั้ง 

”ขอบคุณนายน้อยที่เมตตา ข้าจะทำหน้าที่ได้รับมอบหมายไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” 

เอ่อ แค่งานออกแบบการกุศลและการบริหารต้องคิดมากขนาดนี้เชียวเรอะ? 

คนในโลกนี้นี่แปลกจริงๆ 

.. 

หวังม่อ 

  

หวังม่อแทบไม่เชื่อหูตนเองว่านายน้อยจะไว้ใจตนเองขนาดพูดเรื่องใหญ่เช่นนี้กับตนเองได้ 

แต่หวังม่อรู้ดีการพูดเรื่องใหญ่เช่นนี้แสดงว่านายน้อยไว้ใจให้เขากลายเป็นคนสนิทแล้ว 

ที่เขาทำมาได้รับการตอบรับที่ดี 

“ปกครองแผ่นดินให้ดี ประชากรเคารพกฎหมาย” 

มันคือหนทางของราชันย์ที่มีแต่ฮ่องเต้เท่านั้นที่คิดได้ นายน้อยมองการณ์ไกล 

แต่เขาในฐานะที่ปรึกษาก็ต้องรอบคอบเข้าไว้ อุดรูรั่วเสียก่อนที่ฝนจะตก เดินทางไกลพันลี้ไม่ผิดพลาดถ้าเตรียมการไว้ก่อน 

เราเลี้ยงทหารไว้พันวันเพื่อใช้การในวันเดียว 

องค์กรบุตรพยัคฆ์ก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากการแบ่งสายงานและการปกครองของนายน้อยหวังลี่ 

ที่ให้ความรู้ในการส่งข่าว อ่านแผนที่ ดูดาว คำนวณตำแหน่งแห่งที่*** 

วางระเบียบโครงสร้างใหม่ แผ่นดินใหม่ ราชวงศ์ใหม่... 

หวังม่อ สูดลมหายใจอีกครั้ง อันตรายเหลือเกินในอนาคตภายภาคหน้า 

แต่เขาอาจจะได้เป็นเสนาบดีคู่แผ่นดิน ตามแบบในตำนานโบราณจริงๆก็ได้หากติดตามนายน้อยต่อไปและทำการณ์สำเร็จ 

แต่อุปสรรคมากมี เขาต้องรอบคอบเข้าไว้ 

นายน้อยให้เขาคิดแผนการบริหารราชการแผ่นดินเขาก็จะคิดออกมาให้เอง 

หวังม่อเต็มไปด้วยแรงใจที่มุ่งมั่น ไปศึกษาตำราโบราณและจดบันทึกอีกครั้งและร่างแนวทางการปกครองแผ่นดิน.. 

  

*** กิจกรรมลูกเสือ ดูดาว อ่านแผนที่ เดินทางไกล ประกอบอาหาร จุดไฟ...มีคนแซวว่าใส่ปืนให้ก็กลายเป็นหลักสูตรทหารพรานแล้ว 

ลูกเสือของอเมริกาจะได้แต้มพิเศษหากเข้ากองทัพสหรัฐฯนั้นมีเหตุผลอยู่*** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว