ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สี่สิบเอ็ด อภิมนุษย์ transcendence

ชื่อตอน : ตอนที่สี่สิบเอ็ด อภิมนุษย์ transcendence

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 873

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2563 00:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สี่สิบเอ็ด อภิมนุษย์ transcendence
แบบอักษร

ตอนที่สี่สิบเอ็ด อภิมนุษย์ transcendence  

“อย่าได้เสียใจไปเลยอี้จิง อี้จิงคือคนที่อัจฉริยะที่สุดที่พี่พบเจอและมีพรสวรรค์มากที่สุดในยุทธภพนี้ ที่เทียบเท่าอี้จิงได้มีไม่น่าเกินห้าคน” 

ผมคำนวณในใจ มีจอมมาร มีพระเอก องค์ชายสี่ องค์ชายแปด และอืมหากนับพวก”ตัวประหลาดเฒ่า”ก็อาจจะมีเยอะกว่านั้นแต่นั่นก็ไม่ยุติธรรมเท่าไรเพราะพวก”ตัวประหลาดเฒ่า”นั้นอายุเยอะแล้ว จะบอกว่าความเก่งและพรสวรรค์นั้นเท่ากับพวกขี้โม้ที่ผมยกมาก็จะเกินไปหน่อย 

“แต่เชื่อพี่เถอะ อย่าได้ให้ความล้มเหลวทำให้เสียใจไม่ตั้งใจฝึกฝน หากฝึกอีกสามปี อี้จิงจะเอาชนะพวกนั้นได้ อีกสิบปีจะเป็นพยัคฆ์ซุ่มมังกรซ่อนที่ไหนก็ไม่อาจเอาชนะเจ้าได้แล้ว” 

ผมลูบหัวเธอ 

อัจฉริยะเก่งมาก 

แต่ตรงข้ามกับที่ทุกคนคิด พวกเขาขี้น้อยใจง่ายเอามากๆ 

ทำให้เราต้องเอาใจพวกเขาหน่อย อ๊ะ หรือว่านี่คือสาเหตุที่พวกในยุทธภพ นิดหนึ่งก็น้อยใจกันถึงขั้นจะฆ่าและตัดสัมพันธ์ดราม่ากันได้ทุกเวลา 

เพราะพวกนี้อารมณ์แปรปรวนไบโพล่าร์กันทุกคน? 

ทำไมผมไม่เป็นจิตแพทย์กลับชาติมาเกิดนะ จึงจะได้วิเคราะห์และแก้ปัญหาอาการจิตเภทของคนพวกนี้ได้เก่งกว่านี้ 

อี้จิงทำหน้ายิ้มแย้มและถามผมว่า 

“ท่านพี่ก็อยู่ในห้าคนนั้นด้วยไหมคะ?” 

โอ๊ยเจ็บปวดใจ อย่าถามให้เศร้าใจกันได้ไหม 

“โอ้ พี่น่ะหรือ ห่างกับพวกนั้นราวสวรรค์กับพิภพเลยล่ะ” 

ผมตอบไปตามความเป็นจริงทุกคำ เอาผมไปเทียบกับพวกขี้โม้พวกนั้นก็เกินตัวผมไปหน่อย 

“เข้าใจแล้วค่ะท่านพี่ น้องจะขยันให้มากขึ้นค่ะ” 

อี้จิงผงกศีรษะรับด้วยแววตาที่มุ่งมั่น 

ดีมาก เพื่อแผน”สามปีอย่าได้ดูถูกนักเรียนม.ปลายของญี่ปุ่น”ให้สำเร็จผมฝากความหวังไว้ที่พรสวรรค์และความขยันของอี้จิงในการลากผมขึ้นไปในระดับขั้นของวิชาฝีมือ 

  

นักพรตคิ้วขาวที่โม้ๆว่าอัจฉริยะตั้งแต่เด็กในเรื่องก็อยู่แค่ระดับมหาราชันย์ยุทธเท่านั้น คนละระดับกับพวกขี้โม้ของเรื่อง 

มีพรสวรรค์แต่ต้องอาศัยความพยายามระดับพระเอกโชวเน็นด้วย จึงจะให้เธอลากผมขึ้นไปในระดับวรยุทธขั้นสูงได้ 

อย่างที่เคยบอกแล้วการอาศัยแนวคิดอัลฟ่าโกะ ที่ต้องใช้คือข้อมูลมหาศาล 

ในโลกแห่งความเป็นจริงที่มีตัวแปรและปัจจัยมากมาย นั้นอาจจะแทบเป็นไปไม่ได้ในการแก้ปัญหาบางอย่าง 

อาจจะเพราะมีเครื่องมือยังไม่ถึงและไม่สามารถเก็บข้อมูลที่เราต้องการได้..โชคดีที่ผมอยู่ในโลกปราณยุทธที่มีเวทมนตร์คาถาและวิชาขี้โม้ในเรื่องพอดี 

“เอาล่ะ อี้จิง พวกเราบรรลุคุรุยุทธแล้ว พี่คิดว่าต่อไปนี้พวกเราลองทบทวนวิชาและขอบเขตของคุรุยุทธกันก่อน 

สร้างความเคยชินและค่อยๆก้าวขั้นต่อไปแบบเรื่อยๆ พี่ว่าเรามาฝึกอาภรณ์ปราณกันก่อนดีกว่า” 

ผมล้วงแผ่นหยกที่ระบุวิชาเกี่ยวกับอาภรณ์ปราณที่คนฝึกระดับคุรุยุทธได้จะใช้ได้ 

เป็นม่านพลังปราณที่ออกมาคลุมร่างกายและเคลื่อนไหวไปมาได้ดั่งใจ..ผมมีแนวคิดแปลกกว่านั้น 

... 

ทำไมถึงคิดได้เช่นนี้น่ะหรือ? 

น่าขำนัก  

วิธีการที่ผมใช้นี้ ไม่ได้มาจากความคิดของผมเอง แต่เป็นวิธีการของนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม นักคณิตศาสตร์ต่างๆผู้เชี่ยวชาญหลายๆด้านได้ทำให้เกิดขึ้น 

ผมไม่ได้คิดขึ้น แค่ผมเอาความคิดที่อัจฉริยะเหล่านั้นร่วมมือกันและใช้เงินกว่าพันล้านดอลล่าร์ “หลังจาก”ที่สามารถพิชิตนักเล่นโกะอันดับหนึ่งของโลกลงได้แล้ว 

“พวกเราพยายามจะแก้ปัญหาเรื่องความฉลาด และจะใช้ความฉลาดแก้ปัญหาเรื่องอื่นๆ” 

นั่นคือแนวคิดของพวกทีมวิจัยหัวหน้าบัณฑิตของเหล่าอสูรผมแดง 

เป็นแนวคิดเรียบง่ายราวกับแนวคิดของเด็กว่า 

“ให้เรามีความฉลาดถึงขีดสุดเราก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง” 

หรือเด็กที่จะขอพรแล้วพูดว่า” ขอพรที่จะสามารถขอพรได้อีก” 

แนวความคิดเรียบง่ายราวกับเด็กก็ไม่ปาน 

เรียบง่าย แต่ได้ผล 

ความบริสุทธิ์ของความคิด ถูกสนับสนุนด้วยอัจฉริยะจำนวนนับไม่ถ้วน จนเอาชนะนักเล่นโกะมืออาชีพได้และก้าวไปอีกขั้นเหนือยิ่งไปกว่านั้น 

  

ไปสู่ขอบเขตแดนที่มนุษย์ธรรมดาเข้าไปไม่ถึง 

พวกอัจฉริยะเหล่านั้นชี้ทางให้ผมแล้ว 

ที่เหลือผมก็แค่ก้าวข้ามอัจฉริยะนั้นไป 

ประดุจดั่งผมชิงตำราที่อัจฉริยะหลายแขนงใช้เวลานับสิบปีคิดค้นขึ้น 

ต่างกันเพียงแค่อัจฉริยะเหล่านั้นพิมพ์ตำราของพวกเขาแจกทางออนไลน์เท่านั้นเอง 

สู่ขอบเขตของอภิมนุษย์ transcendence  

อัจฉริยะเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงการบ่มเพาะพลังและวิชาศาสตร์ลับต่างๆอย่างที่ผมเข้าถึงนี้ 

พวกเขาส่งผมมาได้ถึงเท่านี้ ที่เหลือคือหนทางที่ผมต้องก้าวข้ามไปเอง 

เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพวกอัจฉริยะเหล่านั้นเองด้วย 

ม่านนภาไร้ขอบเขต Shroud of Endless Sky 

ตาข่ายฟ้าไร้สั้นสุดของผมไม่ใช่ไร้ข้อผิดพลาด 

แต่มีข้อผิดพลาดแล้วสามารถปรับปรุงได้ตลอดกาลคือเต๋าของผมอยู่แล้ว 

นั่นถึงจะเป็นเต๋าในเต๋า ฟ้าเหนือฟ้า 

ยิ่งค้นพบความผิดพลาด ผมยิ่งยินดี 

ยิ่งเจอ error ความผิดพลาดในช่วงฝึกซ้อมหรือในห้องทดลอง มากกว่าเจอที่สนามเป็นสิ่งมีค่าที่ประเมินแทบไม่ได้ 

เอดิสันทดลองนับหมื่นเพื่อหาไส้กรองไม่ได้ผล ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เขาค้นพบวิธีหมื่นวิธีที่ไม่ได้ผลต่างหาก 

ความผิดพลาดไม่ใช่ความผิดพลาดหากเราเรียนรู้จากมันด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ 

หยิน-หยาง ขาว-ดำ บวก-ลบ 

การผันแปรทุกอย่างผมใส่ลงไปในม่านนภาไร้ขอบเขต 

อะไรที่ไม่เหมาะกับสมองของมนุษย์ผมใส่ลงไปในเคล็ดวิชาให้ช่วยคำนวณแทน 

ม่านสีฟ้าเปล่งแสงสีสว่างสลับกันไป มันสร้างแนวทางและเส้นทางที่ไม่เคยมีใครก้าวถึงมาก่อน 

ไม่ใช่เพราะไม่มีใครทำได้ 

แต่เพราะไม่มีใครนั่งนับผลลัพธ์นับร้อยรายการ 

อ้อ ยกเว้นพวกผู้งมงายหรือผู้บ้าคลั่งในยุทธจักรเอาไว้ 

หมายความว่าด้วยผ้าคลุมปราณนภาไร้ขอบเขตนี้ ผมก็มีความก้าวหน้ามากกว่าพวกผู้งมงายเคล็ดวิชาในยุทธจักร ที่คิดค้นกระบวนท่าหรือแสวงหาเคล็ดวิชาทั้งวันทั้งคืนแล้ว 

เมื่อมนุษย์มีขีดจำกัด เคล็ดวิชาม่านพลังของผมเลยสร้างสิ่งที่มนุษย์ปรกติไม่สามารถคิดด้วยตนเองได้เพราะเวลาอันมีจำกัดในแต่ละวัน 

อาวเอี้ยงฮง อาจจะเร่งพลังสมองถึงขีดสุดจนผมหงอกขาว 

วิธีนี้ของผมลดภาระของผมลงถึงที่สุดจนสามารถใช้วิธีอย่างอาวเอี้ยงฮงได้ตลอดเวลาโดยไม่มีภาระต่อร่างกายตราบใดที่มีม่านนภาไร้ขอบเขตช่วยผมในการคำนวณอยู่ 

ผมสามารถตอบได้ในที่สุด ว่าความสามารถในการคำนวณ ณ ตอนนี้ในยุทธภพ ไม่มีใครสามารถคำนวณได้เร็วและมากเท่าผมในตอนที่ใช้นภาไร้ขอบเขต 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว