facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

35.หัวใจแอบรัก

ชื่อตอน : 35.หัวใจแอบรัก

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.7k

ความคิดเห็น : 111

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ต.ค. 2563 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
35.หัวใจแอบรัก
แบบอักษร

35.หัวใจแอบรัก 

  

               รถยนต์คันหรูขับเข้ามาจอดอยู่ริมถนนด้านหน้าทางเข้าฐานปฏิบัติการของตำรวจพลร่ม ด้วยความที่เป็นรถหรูไม่คุ้นตาเหล่าเจ้าหน้าที่ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าอยู่ป้อมด้านหน้าและอีกส่วนที่ตั้งด่านอยู่บนถนนใกล้ๆ ต้องเดินเข้ามาตรวจสอบด้วยความไม่แน่ใจว่าผู้ที่อยู่บนรถหลงทางมาหรือต้องการที่จะมาติดต่อราชการที่ฐานกันแน่ ซึ่งขณะนั้นผู้กองพนาก็อยู่ที่ป้อมหน้าฐานด้วยเช่นกัน จะว่าเป็นคนจากบ้านสุวรรณเวชมาก็ไม่น่าใช่เพราะถ้าใช่ป่านนี้คงขับรถเข้ามาแล้ว อีกอย่างตอนนี้ ผบ.กรันณ์ก็กำลังยุ่งอยู่เนื่องจากกำลังจะเลื่อนตำแหน่งไปเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 และมีหน้าที่ดูแลกำลังรบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เป็นหลักซึ่งคราวนี้จะไม่ใช่การดูแลแค่ทหารพรานแล้วแต่ยังรวมไปถึงดูแลควบคุมทหารราบของกองทัพบกด้วย ในวันหยุดของแก้วเจ้าจอมที่ผ่านมาเขาตั้งใจว่าจะพาเธอไปสารภาพผิดและขอขมา ผบ.กรันณ์ในเรื่องที่ทำผิดกันเอาไว้ แต่เพราะท่านยังยุ่งๆ อยู่เขาเลยไม่ได้พาแก้วเจ้าจอมไปสักที ก็คงต้องรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก่อนนู่นแหละ 

               “ใครมากัน” เขาว่าขึ้นเมื่อเห็นคนขับรถเดินลงมาในชุดเครื่องแบบของทหารพราน ดูจากขลิบสีของผ้าพันคอแล้วถ้าจำไม่ผิดน่าจะมาจากกรมทหารพรานที่ 46 จังหวัดนราธิวาส ทหารพรานนายนี้ลงมาพูดคุยกับลูกน้องของเขาได้สักพักก็มีหญิงสาวนางหนึ่งที่นั่งอยู่เบาะหลังเดินลงมาจากรถด้วยอีกคน เธอแต่งชุดกระโปรงสีฟ้าสดใสดูน่ารัก หน้าตาอ่อนเยาว์ราวกับเด็กสาววัยแรกรุ่น ผู้กองพนามองแล้วก็อดรู้สึกคุ้นๆ หน้าไม่ได้เหมือนเคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน พอลงจากรถได้ลูกน้องของเขาก็ผายมือเชิญเธอมาทางเขาเหมือนจะให้เขาเป็นคนคุยกับเธอแทน สาวน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้จึงได้รีบเดินเข้ามา ในมือถือถุงขนมมาด้วยมากมาย ยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้เขาก็ยิ่งคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอ ซ้ำเธอยังดูเด็กอยู่มากด้วย 

               “สวัสดีค่ะผู้กอง” หืม รู้จักเขาด้วยหรอ 

               “ครับ สวัสดีครับ มีธุระอะไรที่นี่รึเปล่า” พอเขาถามเธอก็มีสีหน้าเหวอๆ เล็กน้อย คิ้วเล็กๆ ขมวดมุ่ยอย่างน่าเอ็นดู 

               “สงสัยผู้กองคงจะจำฉันไม่ได้ ฉันชื่อนทีธาราค่ะ ชื่อเล่นชื่อเนวี่เป็นน้องสาวของพี่ไนเปอร์ คุณพ่อของฉันคือผู้การนที เป็นผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 46 จังหวัดนราธิวาสค่ะ ฉันเคยเจอผู้กองที่กรุงเทพฯ ตอนนั้นผู้กองไปงานรับขวัญพี่ไนเปอร์” 

               อ๋อ! จำได้แล้ว มิน่าล่ะเขาถึงรู้สึกคุ้นๆ หน้าเธอ จะว่าไปแก้วเจ้าจอมก็มีพี่น้องเยอะมากๆ จนเขาจำแทบไม่หมด ที่จำได้ก็คงจะเป็นขวัญคณิน เพราะสาวน้อยคนนี้ผู้หมวดศิวะเคยเล็งเอาไว้ แต่สุดท้ายก็พลาดเมื่อขวัญคณินถูกผู้หมวดศิขรินจองเอาไว้แล้ว 

               “ไม่ทราบว่าพี่ไนเปอร์อยู่มั้ยคะ ฉันขอเข้าไปเยี่ยมพี่ไนเปอร์ได้รึเปล่า ตั้งแต่พี่ไนเปอร์มาประจำการที่นี่ฉันยังไม่เคยมาหาพี่สาวเลยเพราะเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ ตลอด” เหมือนแก้วเจ้าจอมจะเคยบอกเขาอยู่ว่าน้องสาวทั้งสองคนเรียนเป็นพยาบาลทหารบก ครอบครัวใหญ่นี้มีลูกหลานเรียนตำรวจทหารกันทุกคนเลยเว้ย 

               “ได้ครับ ตอนนี้คุณหมอแก้วเจ้าจอมอยู่ที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวผมพาไปหาก็ได้” 

               “ขอบคุณมากค่ะ” นทีธารายิ้มออกมาอย่างสดใจพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณก่อนจะเดินตามผู้กองพนาเข้าไปในฐาน ซึ่งตลอดทางก็พยายามมองหาใครสักคนที่อยากเจอหน้ามากที่สุด เมื่อก่อนตอนที่เขาอยู่แม่สอดเธอไม่เคยได้ไปหาเขาเลยเพราะการเดินทางมันลำบากแล้วพ่อกับแม่ของเธอก็ไม่อนุญาตด้วย แต่ตอนนี้...เขามาอยู่ใกล้ๆ เธอนี่แล้ว ยะลากับนราธิวาสอยู่ใกล้กันแค่นี้เธอจะมาหาเขาเมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้คงต้องทำตัวเป็นเด็กดีเข้าไว้พวกคุณตำรวจที่นี่จะได้เอ็นดู ต่อไปจะได้มาที่นี่อีกบ่อยๆ 

               “พี่อรินล่ะคะอยู่ที่นี่มั้ย รึว่าออกไปทำงานข้างนอก” 

               “หมออรินพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักครับเพราะต้องเข้าเวรดึก ส่วนคุณหมอแก้วเข้าเวรตอนกลางวัน” 

               “พี่อรินสบายดีมั้ยคะ” 

               “สบายดีครับ” 

               “แล้วพี่อรินเป็นยังไงบ้างคะ ทานข้าวได้เยอะรึเปล่า พี่อรินอยู่แต่ทางเหนือมาโดยตลอดพอมาอยู่ที่นี่จะทานอาหารใต้ได้มั้ย ผอมไปบ้างมั้ยคะ แล้ว...แล้วมีสาวๆ มาชอบเขารึเปล่า” 

               นี่เขาจะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะเนี่ย ผู้กองพนายิ้มเก้อๆ สาวน้อยคนนี้บอกว่าจะมาเยี่ยมแก้วเจ้าจอมแล้วทำไมถึงเอาแต่ถามถึงไอ้ตี๋หน้าโอปป้านั่นตลอด หรือว่า...จะแอบปิ๊งพี่ชายนอกไส้เข้าให้ 

               “ผู้กองคะพี่อรินทำงานหนักรึเปล่า เขาเข้ากับทุกคนที่นี่ได้มั้ยคะ” เอาเข้าไป ทำไมสาวๆ ครอบครัวนี้รุกผู้ชายเก่งจัง 

               “เดี๋ยวผมจะพาไปหาหมออรินก็แล้วกันนะครับจะได้ถามไถ่กันเองโดยตรง คุณหมอแก้วยังทำงานอยู่อาจจะยังไม่สะดวกก็ได้” 

               “ได้ค่ะ ไปหาพี่อรินก่อนก็ได้” เธอดูดีใจที่จะได้เจออรินมากกว่าแก้วเจ้าจอมเสียอีก เห็นแบบนี้แล้วผู้กองพนาก็ยิ่งมั่นใจว่าสาวน้อยคนนี้คงแอบรักอรินอยู่แน่ๆ แล้วถ้าเขาช่วยให้เธอสมหวังล่ะ ถ้าเธอลงเอยกับไอ้ตี๋นั่นได้ต่อไปมันก็จะได้เลิกมายุ่งกับเมียของเขาซักที 

               “ถ้าจะมาหาหมออรินล่ะก็มาได้ทุกเมื่อเลยนะครับ มีญาติๆ มีพี่น้องมาหาหมออรินจะได้ไม่เหงา” 

               “ขอบคุณค่ะ ผู้กองใจดีสมกับที่เป็นแฟนพี่ไนเปอร์เลย” 

               หืม...แฟนงั้นหรอ เรื่องนี้แม้แต่อรินกับแฝดนรกก็ยังไม่รู้ แล้วทำไมสาวน้อยคนนี้ถึงได้รู้กันล่ะ 

               “เนวี่แอบได้ยินคุณอาคณินเล่าเรื่องนี้ให้คุณพ่อฟังค่ะ คุณพ่อกับคุณอาสนิทกันมากแต่ผู้กองไม่ต้องห่วงนะคะเนวี่จะไม่บอกใคร เนวี่ยินดีรับผู้กองเป็นพี่เขย” รอยยิ้มหวานๆ ซื่อๆ ของสาวน้อยทำให้ผู้กองพนาต้องยิ้มตอบ พี่เขยอย่างนั้นหรอ...เขารู้สึกถึงความเป็นครอบครัวเลย แล้วการที่เธอเปลี่ยนสรรพนามมาเรียกชื่อตัวเองแบบนี้ก็ย่อมหมายความว่าเธอยอมรับเขาแล้วจริงๆ ตอนนี้ในบรรดาพี่น้องของแก้วเจ้าจอม สาวน้อยเนวี่คนนี้คือคนแรกที่ยอมรับเขาและเห็นดีด้วยกับความสัมพันธ์ของเขากับแก้วเจ้าจอม 

               “ขอบคุณมากนะครับที่เข้าใจ งั้น...ต่อไปเรียกพี่พนาก็ได้นะ ไม่ต้องเรียกผู้กองแล้ว” 

               “เรียกพี่เขยได้รึเปล่า” 

               “อย่าเลยเดี๋ยวความแตก” พอเขาว่านทีธาราก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เมื่อก่อนเธอก็ไม่ค่อยกล้าคุยกับเขาเพราะเขาดูเป็นผู้ใหญ่มาก นิ่งๆ ขรึมๆ ก็นึกว่าจะเป็นคนดุซะอีก แต่พอเธอลองได้พูดกับเขาถึงได้รู้ว่าเขาสุภาพและใจดี ท่าทางก็ดูเป็นคนดีดูเหมาะสมกับพี่ไนเปอร์ของเธอที่สุด อีกอย่าง...พี่ไนเปอร์ชอบคนมีอายุ พี่ไนเปอร์ไม่ชอบคนอายุน้อยกว่าอย่างพี่อรินหรอก 

               “ไว้จะเรียกว่าพี่เขยตอนไม่มีคนอื่นอยู่แล้วกันนะคะ แต่ว่า...แลกกับการให้เนวี่มาหาพี่อรินที่นี่บ่อยๆ นะ” 

               “ตกลงมาหาใครกันแน่ พี่ไนเปอร์หรือพี่อริน” 

               แก้วนวลแดงระเรื่อขึ้นมาทันทีและเขินอายอย่างไม่มีปกปิดอาการใดๆ แต่ถึงนทีธาราไม่ตอบผู้กองพนาก็รู้ดีว่าเธอตั้งใจมาหาใครกันแน่ ดูจากอายุของเธอน่าจะไม่เกินยี่สิบปี ยังเด็กอยู่ขนาดนี้แต่ก็ใจกล้านั่งรถข้ามจังหวัดเพื่อมาที่ฐานของเขา ถ้าอรินไม่ได้อยู่ที่นี่กับแก้วเจ้าจอม เธอจะยอมเสี่ยงมาที่นี่เพียงคนเดียวมั้ยนะ เขารู้สึกว่าเธอจะมีฝาแฝดด้วย ฝาแฝดของเธอเป็นผู้ชายตอนนี้น่าจะขึ้นเหล่าแล้ว ได้ยินแว่วๆ ว่าเรียนนายเรืออากาศเป็นลูกทัพฟ้า ทำไมฝาแฝดของเธอถึงไม่มาด้วย ขนาดแฝดนรกพี่ชายของแก้วเจ้าจอมยังชอบไปไหนมาไหนด้วยกันเลย 

               ผู้กองพนาเดินนำนทีธารามายังบ้านพักของแก้วเจ้าจอมกับอริน ซึ่งขณะนี้อรินกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านแล้วก็ดูจะตั้งอกตั้งใจมากด้วย พอเห็นเขานทีธาราก็รีบวิ่งขึ้นไปหาเขาบนบ้านด้วยรอยยิ้มแสนหวานอย่างคนดีใจจนอรินต้องเงยหน้าขึ้นมามอง 

               “เนวี่!!! มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” เขาร้องถามอย่างประหลาดใจก่อนจะรีบลุกขึ้นไปหาเธอแล้วสวมกอดเธออย่างเอ็นดูที่จู่ๆ น้องสาวคนเล็กของแก๊งฟันน้ำนมก็มาหาเขาถึงที่ฐานแบบนี้ 

               “มาที่นี่ได้ยังไง คุณอานทีกับคุณอาธารารู้เรื่องนี้มั้ย แล้วมากับใครนาวีมาด้วยรึเปล่า” 

               “เนวี่มาคนเดียวค่ะ พี่นาวีไม่ได้มาด้วยเพราะต้องออกฝึกภาคสนาม เนวี่ไม่ได้ขออนุญาตคุณพ่อกับคุณแม่ แต่เนวี่ขออนุญาตคุณอาเอกี้ คุณอาอานัสกับคุณอาพริ้มแล้ว” 

               “แล้วทำไมถึงไม่บอกคุณอานทีกับคุณอาธาราด้วย ยัยเด็กคนนี้นี่น่าตีจริงๆ เลย” อรินดุอย่างไม่จริงจังก่อนจะหันมาทางผู้กองพนาที่เป็นคนพานทีธารามาหาเขาด้วยเกรงว่าผู้กองจะตำหนิเอาที่มีคนนอกมาหาถึงที่ฐานแบบนี้โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า 

               “ผมอนุญาตให้มาเอง” ผู้กองพนาบอก “พอดีผมเจอน้องเนวี่ที่หน้าฐานก็เลยพามาหาคุณหมอ ตามสบายแล้วกันนะผมไม่รบกวนแล้ว ส่วนน้องเนวี่ถ้าจะมาเยี่ยมคุณหมออรินเมื่อไหร่ก็มาได้เลยนะเดี๋ยวผมจะบอกลูกน้องที่ป้อมหน้าฐานให้ ถ้าจะค้างที่นี่ก็โทรไปขออนุญาตท่านผู้การก่อนด้วยแล้วกัน” 

               “ขอบคุณค่ะพี่เข...อ้อ! ขอบคุณค่ะผู้กอง” เจ้าของบ้านอนุญาตแบบนี้ก็ค่อยสบายใจหน่อย พอผู้กองพนาเดินจากไปแล้วนทีธาราก็หันมายิ้มแฉ่งให้อรินอีกครั้ง เขาก็เลยหยิกแก้มเธอเข้าให้อย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วต่อสายหาผู้การนทีทันทีว่าตอนนี้เธออยู่กับเขาและแก้วเจ้าจอม แม้ผู้การนทีจะไม่พอใจที่เธอแอบมาที่นี่แต่เพราะมีแก้วเจ้าจอมอยู่ด้วยผู้การนทีจึงยอมให้เธออยู่ที่นี่ได้แล้วจะมารับเธอกลับด้วยตัวเองในตอนเย็น 

               “มันน่าตีจริงๆ นะเนี่ย” อรินทำหน้าดุใส่เด็กดื้อเมื่อวางสายจากพ่อของเธอแล้ว จากนั้นเขาก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมโดยมีนทีธาราตามไปนั่งลงข้างๆ ด้วย 

               “เนวี่ซื้อขนมมาฝากพี่อรินกับพี่ไนเปอร์ค่ะ นี่เป็นเจ้าดังเลยนะคะเนวี่กับพี่นาวีชอบไปกินบ่อยๆ” นทีธาราหยิบกล่องคัพเค้กหน้าตาน่ารักๆ ออกมา ซึ่งอรินก็มองตามอย่างสนใจ เขาเอ็นดูนทีธารามากเพราะเธอเป็นน้องเล็กสุดในแก๊งฟันน้ำนม เวลาปกติก็เรียบร้อยเหมือนกับขวัญคณินแต่เวลาอยู่กับเขาเธอก็มักจะร่าเริงสดใจแบบนี้เสมอ และด้วยพ่อกับแม่ของเธอประจำการอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนตลอดเธอเลยไม่ค่อยได้ไปร่วมกิจกรรมพี่น้องกับพวกเขานัก มีแค่ธารนทีพี่ชายฝาแฝดของเธอเท่านั้นที่มักได้ไปไหนมาไหนกับพวกเขามากกว่าเพราะเป็นลูกชายพ่อกับแม่ก็เลยไม่ค่อยหวงมากเหมือนลูกสาว หากไปเที่ยวทริปไหนแล้วนทีธาราไม่ได้ไปด้วยเขาก็จะซื้อขนม ซื้อของน่ารักๆ มาฝากเธอตลอดเพื่อเป็นการปลอบใจ นทีธาราก็เลยค่อนข้างติดเขามากกว่าพี่ชายคนอื่นๆ ในแก๊ง 

               “ไหน เอาเค้กมาดูซิ” อรินหยิบคัพเค้กในกล่องออกมาดูก่อนจะแตะครีมหน้าเค้กไปป้ายที่ปลายจมูกของเธอ 

               “พี่อรินแกล้งเนวี่!” เธอร้องขึ้นแล้วแตะครีมเค้กจะไปป้ายหน้าของเขาคืนบ้างแต่อรินก็ปัดป้องตลอดและหยอกล้อเธอ สำหรับเขาเขาแค่แกล้งเธอเล่นตามประสาพี่ชายแกล้งน้องสาวตัวน้อย หากแต่นทีธารากลับคิดไปไกลมากกว่านั้น ถึงเขาจะแกล้งเธอแต่เธอก็มีความสุข พี่อรินใจดีกับเธอมากและไม่เคยทำบึ้งตึงเย็นชาใส่เธอเลย เธอยังจำได้ว่าตอนเด็กๆ พี่อรินมักเป็นฝ่ายเข้ามาชวนเธอไปวิ่งเล่นด้วยเสมอ 

               ตุ๊บ! 

               นทีธาราพยายามจะเอาคืนโดยการป้ายเค้กใส่หน้าเขาจนเผลอตัวโถมกายเข้าใส่เขาอย่างเต็มที่ อรินเลยหงายหลังล้มลงไปนอนหัวเราะอยู่กับพื้นโดยมีเธอทาบทับเขาอยู่แล้วก็กำลังเอาครีมเค้กป้ายหน้าเขาคืนด้วย 

               “นี่แนะๆๆ แกล้งเนวี่” นิ้วเล็กๆ ป้ายครีมเค้กลงบนใบหน้าใสแสนหล่อตี๋ไม่ต่างจากโอปป้าเกาหลีแม้แต่น้อย แรกๆ ก็เหมือนกับจะไม่คิดอะไรแต่เมื่อเผลอมาสบตากันเข้าต่างฝ่ายต่างก็ชะงักไปชั่วครู่ นทีธาราหัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิดเพื่อเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังนอนทับเขาอยู่ ในขณะที่อรินเองก็หัวใจเต้นแรงไม่ต่างกัน สัมผัสจากร่างบางที่ทาบทับเขาอยู่มันทำให้เขาได้รู้ว่าตอนนี้เธอไม่ใช่น้องสาวตัวน้อยของเขาอีกต่อไปแล้วแต่เธอกลับเป็นสาวน้อยแสนสวยที่โตเป็นสาวอย่างเต็มตัว เขาแทบไม่เคยสังเกตเลยว่าเธอโตขึ้นมากแค่ไหนเพราะเขายังจำแต่ภาพของเธอตอนเป็นเด็กตัวน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา 

               “ฮะแฮ่ม!” ต่างฝ่ายต่างก็นิ่งอึ้งกันอยู่ แล้วก็ตกใจจนสะดุ้งเมื่อจู่ๆ ก็มีบุคคลที่สามและสี่เดินเข้ามาหาแล้วแกล้งกระแอมเสียงขึ้นจนนทีธารารีบผละออกจากอรินไปแล้วก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาใคร อรินเองที่ตกใจเหมือนกันเลยหันไปมองผู้หมวดศิวะอย่างเอาเรื่องที่เล่นอะไรแบบนี้ 

               “ไอ้ศิ แกจะไปกวนหมอเขาทำไมกัน” ผู้หมวดเผ่าเทพรีบเดินเข้ามาว่าเพื่อนที่กำลังสนุกกับการแกล้งคนอยู่ ก่อนหน้านี้เดินผ่านผู้กอง ผู้กองของเขาบอกว่าหมออรินกำลังมีแขกห้ามมารบกวน แต่เพราะอยากรู้ว่าแขกของหมออรินเป็นใครผู้หมวดศิวะเลยลากเขามาด้วยจนได้เห็นสาวน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้ 

               “เอ๊ะ! ถ้าจำไม่ผิดใช่น้องเนวี่ลูกสาวผู้การนทีรึเปล่าครับ” ผู้หมวดศิวะเอียงศีรษะส่องดูใบหน้าของเธอเมื่อจำได้เพราะเคยเห็นเธอตอนอยู่ที่กรุงเทพฯ 

               “สะ...สวัสดีค่ะ” นทีธารายกมือขึ้นสวัสดีผู้หมวดศิวะ อรินกลัวว่าเธอจะตกใจกลัวผู้หมวดทั้งสองก็เลยดึงเอาเธอมาหลบอยู่ด้านหลังของเขาแล้วพูดกับผู้หมวดศิวะแทน 

               “เนวี่มาเยี่ยมพี่ไนเปอร์น่ะ” 

               “อ๋อ” มาเยี่ยมพี่สาว แต่จู่จี๋อยู่กับพี่ชายท่าทางน่าจะมีซัมติงกันแฮะ ผู้หมวดศิวะคิดก่อนจะหันมาแนะนำนทีธาราให้ผู้หมวดเผ่าเทพรู้จัก 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ เชิญตามสบายนะครับ” ยังไม่ทันที่ผู้หมวดศิวะจะได้เอ่ยแซวอรินกับนทีธาราอีกผู้หมวดเผ่าเทพที่บอกให้นทีธาราตามสบายก็เข้ามาลากเขาหนีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทรบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่น จนเมื่อผู้หมวดทั้งสองไปแล้วนทีธาราค่อยหายเกร็งหน่อย เธอมองแผ่นหลังกว้างของอรินอย่างอบอุ่นหัวใจเมื่ออรินปกป้องเธอ บังเธอเอาไว้เพราะรู้ว่าเธอกลัวผู้หมวดทั้งสอง พี่อรินของเธอช่างน่ารักกับเธอจริงๆ 

“พี่อริน” เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋า เมื่ออรินหันมาหาตามเสียงเรียกนทีธาราก็เอื้อมมือขึ้นไปเช็ดคราบครีมเค้กออกจากใบหน้าให้เขา ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างเคารพรักและมีความสุขแต่อรินกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น เขาคิดว่าสายตาที่เธอมองเขามันต่างออกไปจากทุกที มันไม่เหมือนสายตาที่น้องสาวมองพี่ชายเหมือนทุกทีแต่ว่า...มันเหมือนสายตาที่ผู้หญิงมองผู้ชายที่เธอรู้สึกดีด้วยเสียมากกว่า 

               “นี่แน่ะ!” เขาทุบกำปั้นลงบนศีรษะของเธอเบาๆ “ทำไมมองพี่แบบนี้ เป็นสาวเป็นนางแล้วนะอย่าแก่แดดเกินเด็กสิ” 

               “เอ๋...” นทีธาราไม่เข้าใจ นี่เขาเป็นหมอได้ยังไงทำไมเขาดูไม่ออกว่าที่เธอมองเขาแบบนี้นั้นเธอรู้สึกยังไง 

               “มาอ๋งมาเอ๋อะไร ไหน มีขนมอะไรมาฝากพี่เอามากินหน่อย อันไหนอร่อยๆ เอามาให้หมดเลยเดี๋ยวยัยโหดมาแล้วจะมาแย่งพวกเรากิน” อรินลุกไปหยิบขนมที่นทีธาราซื้อมาฝากขึ้นดูอีกครั้ง แต่ถึงเขาจะพูดแบบนี้เขาก็เลือกขนมที่คิดว่าอร่อยที่สุดเก็บเอาไว้ให้แก้วเจ้าจอมอยู่ดี นทีธาราได้แต่มองตามอยู่เงียบๆ ด้วยรู้สึกน้อยใจที่เห็นเขาทำแบบนี้ ขนมอร่อยๆ จริงอยู่ที่เธอซื้อมาฝากพี่ๆ ทั้งสองคน แต่ขนมที่อร่อยที่สุดเธอก็อยากจะให้เขาได้กินมากกว่า 

               “พี่อรินกำลังทำอะไรอยู่หรอคะ ตอนมาเนวี่เห็นเหมือนพี่อรินกำลังตัดกระดาษทำอะไรซักอย่างอยู่เลย” เธอเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อให้ตัวเองไม่รู้สึกเศร้าไปมากกว่านี้ 

               “ใกล้วันเกิดของยัยโหดแล้วพี่ก็เลยว่าจะทำของขวัญให้น่ะ เนวี่อย่าเพิ่งไปบอกยัยโหดนะเดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์” อรินวางขนมลงแล้วหยิบกระดาษทำการ์ดสีขาวกับสีน้ำตาลออกมาให้เธอดู ซึ่งกระดาษทั้งสองสีถูกตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดครึ่งฝ่ามือและที่มุมบนเจาะรูเอาไว้สำหรับร้อยเชือก 

               “พี่จะทำการ์ดรูปภาพโดยการเอารูปคู่ของพี่กับยัยโหดมาติดเอาไว้กับการ์ดจิ๋วนี่ ส่วนด้านหลังการ์ดก็จะเขียนคำบอกรักหวานๆ ทำซักยี่สิบรูปแล้วก็ร้อยเอาไว้ด้วยเชือกกระดาษสาสวยๆ กะว่าตอนที่เอาการ์ดให้น่ะพี่จะบอกรักยัยโหดแบบจริงจัง พี่จะต้องขอยัยโหดเป็นแฟนให้ได้” 

               “ฮะ!” นทีธาราอุทานออกมาอีกขณะมองการ์ดที่เขายังทำไม่เสร็จดี...เธอมองการ์ดสลับกับอรินอย่างจนใจด้วยรู้ดีว่าความพยายามของอรินไม่มีทางสมหวังหรอกเพราะว่าพี่ไนเปอร์ของเธอเขามีคนรักแล้ว แล้วก็ไม่ใช่แค่แฟนธรรมดาๆ ด้วย แต่เรียกว่าเป็นสามีเลยก็ว่าได้ พี่ไนเปอร์รักพี่อรินมากกว่าใครๆ ก็จริง แต่มันก็เป็นการรักแบบพี่สาวรักน้องชาย ไม่ใช่รักกันแบบคู่รัก 

               “มีอะไรรึเปล่าทำไมทำหน้าแบบนั้น แปลกใจอะไรกัน” 

               “ปะ...เปล่าค่ะเปล่า เนวี่แค่สงสัยว่าทำไมต้องทำเป็นการ์ดร้อยเชือกด้วย” นทีธาราบอกความจริงกับเขาไม่ได้เพราะรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนาต้องเป็นความลับเท่านั้น 

               “ทำไมถึงต้องทำการ์ดร้อยเชือกน่ะหรอ ง่ายๆ เลยนะ” อรินยิ้มเขินๆ “พี่ทำการ์ดแบบอื่นไม่เป็น พอดีว่าสมัยเรียนยัยโหดเคยสอนพี่ท่องคำศัพท์โดยการจดคำศัพท์เอาไว้กับการ์ดร้อยห่วงน่ะ มันอันเล็กแล้วก็พกง่ายพี่ก็เลยทำการ์ดแบบนี้แต่เปลี่ยนจากร้อยห่วงมาใช้เชือกแทนเพราะมันสวยกว่าจะได้นึกถึงความหลังไปในตัวด้วย เนวี่จะเอาวิธีนี้ไปใช้ก็ได้นะ ศัพท์ทางการแพทย์ยากๆ ทั้งนั้น ถ้าพี่ไม่มียัยโหดช่วยตอนเรียนก็แทบจะไม่รอดเหมือนกัน” 

               นทีธาราหยิบภาพคู่ที่อรินเตรียมเอาไว้ขึ้นมาดูทีละภาพซึ่งมีอยู่หลายสิบภาพเลยทีเดียวทั้งภาพวัยเด็ก วัยเรียนจนถึงตอนออกมาทำงาน ทุกภาพล้วนแสดงถึงความสนิทสนมที่อรินกับแก้วเจ้าจอมมีต่อกัน ทั้งกอดกัน เดินจูงมือ กอดคอหรือยามที่ทำงานและไปเที่ยว ภาพแต่ละภาพมันแสดงให้รู้ว่าตลอดชีวิตของแก้วเจ้าจอมเธอมีอรินอยู่เคียงข้างเสมอ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากๆ เต็มไปด้วยมิตรภาพที่งดงาม แต่ก็น่าเสียดายที่มิตรภาพนี้มาสิ้นสุดที่คำว่า...พี่น้อง 

               “พี่อริน...ถ้าสมมติว่าพี่ไนเปอร์เขารักคนอื่นล่ะคะพี่อรินจะทำยังไง” 

               “เหลวไหลเนวี่ โหดๆ แบบนั้นใครจะเอา” พูดแล้วก็ต้องชะงักไปเมื่อเขานึกอะไรขึ้นได้...นับตั้งแต่ภารกิจคราวนั้นที่แก้วเจ้าจอมถูกคนร้ายลอบยิงจนตกลงไปในเขื่อนบางลางแล้วผู้กองพนาตามไปช่วยชีวิตเอาไว้ เขารู้สึกว่าเธอดูเปลี่ยนไป เธอกับผู้กองพนาดูเหมือนจะญาติดีกันมากกว่าเมื่อก่อน เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็แอบมองกันบ่อยๆ บางทีแก้วเจ้าจอมก็ไปนั่งเล่นในห้องทำงานของผู้กองพนาหรือบางครั้งผู้กองพนาก็จะมาขลุกอยู่กับเธอที่ห้องพยาบาล มีธุระราชการอะไรก็ออกไปกันสองคนอยู่บ่อยๆ ผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะก็ดูจะเป็นใจสนับสนุนให้คนทั้งคู่อยู่ด้วยกันด้วย บางทีความใกล้ชิดกันของทั้งสองคนมันก็ทำให้เขาอดกลัวไม่ได้ กลัวว่าจะเสียแก้วเจ้าจอมไปให้คนอื่นเขาก็เลยว่าจะรุกเธอและรีบขอเธอเป็นแฟน  

“ยัยโหดไม่กล้ามีใครหรอก ลุงรันออกจะรักจะหวงขนาดนั้น” 

               “แล้วคุณลุงจะยอมให้พี่อรินคบกับพี่ไนเปอร์หรอคะ” 

               “ยอมอยู่แล้ว เพราะพี่กับพี่ไนเปอร์เราโตมาด้วยกัน คุณปู่คุณย่าก็เอ็นดูพี่ไม่น้อย ถ้าจะต้องไปชอบคนอื่นสู้ชอบคนที่อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตไม่ดีกว่าหรอ พ่อแม่ก็รู้จักกันหมด นิสัยใจคอก็คุ้นเคยกันดีแล้วลุงรันก็ฝากพี่ไนเปอร์ให้พี่ช่วยดูแลด้วย ถ้าลุงรันไม่ยอมรับพี่ลุงรันจะยอมรับใครล่ะ” 

               มันไม่เกี่ยวหรอกว่าคุณลุงของเธอจะยอมรับใครหรือไม่ยอมรับใครเพราะสุดท้ายแล้ว พี่ไนเปอร์ก็ต้องเลือกคนที่เขารัก ไม่ใช่คนที่พ่อมองว่าเหมาะสม แต่เธอจะพูดอะไรได้ เธอเป็นเด็กแล้วเรื่องของพี่ไนเปอร์เธอก็ไม่ควรพูดด้วย แบบนี้คงต้องแล้วแต่ฟ้าดินจะกำหนดแล้วล่ะ 

  

 

 

               ผู้กองพนานึกว่าจะเห็นแก้วเจ้าจอมนั่งอยู่ในห้องพยาบาลเหมือนเมื่อตอนเช้านี้แต่พอเขามาหากลับไม่เจอเธออยู่ที่นี่ จะโทรหาแม่คุณก็ปล่อยโทรศัพท์นอนแอ้งแม้งอยู่บนโต๊ะทำงาน ไม่รู้ว่าเจ้าของโทรศัพท์อยู่ที่ไหน ผู้กองพนาเดินออกมาหาเธอที่ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ ห้องพยาบาลซึ่งเธอชอบปีนขึ้นไปนั่งเล่นบนนั้น แต่ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้กิ่งไหนเขาก็ไม่เห็นจะมีนางไม้แสนสวยนั่งเล่นอยู่เลยจึงได้ออกเดินตามหา 

               “จะดีหรอครับคุณหมอ ทำแบบนี้มันอันตรายนะครับ” เสียงดาบดำรงดังมาจากชายป่าไม่ไกลมากจากห้องพยาบาล ผู้กองพนาได้ยินแล้วก็รีบตรงเข้าไปหาในทันทีอย่างสงสัยว่าดาบดำรงกำลังพูดอยู่กับใคร 

               “เอาน่าดาบ ตอนอยู่แม่สอดไนเปอร์ทำแบบนี้บ่อย ถ้าดาบไม่อยากเจ็บตัวล่ะก็ไปหาที่หลบภัยก่อนเถอะไป” 

               “แล้วถ้าผู้กองทราบล่ะครับ” 

               “ดาบก็อย่างเอาเรื่องนี้ไปบอกตาแก่นั่นสิ” ว่ายังไงนะ!!! ตาแก่อย่างนั้นหรอ 

               “อาทิตย์ก่อนหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ตั้งสามวันสามคืน ติดต่อก็ไม่ได้นึกว่าถูกพวกผู้ร้ายแอบฆ่าตายอนาจอยู่ข้างทางแล้วซะอีก พอกลับมาก็ทำหน้าซื่อตาใสไม่รู้ไม่ชี้ทั้งๆ ที่มีแผลกลับมาด้วย ชาตินี้นึกว่าจะได้เป็นม่ายผัวตายซะแล้วสิ” ดาบดำรงหัวเราะร่วนทันทีเมื่อได้ฟังแก้วเจ้าจอมแอบบ่นสามีให้เขาฟัง เพราะดาบดำรงเป็นผู้ใหญ่ที่แก้วเจ้าจอมเคารพนับถือมาตั้งแต่ตอนที่ความจำเสื่อมแล้ว ในเมื่อตอนนี้ผู้กองพนากับผู้หมวดทั้งสองรู้ความจริงแล้วว่าเธอจำเรื่องราวทุกๆ อย่างได้ เธอจึงสามารถพูดคุยกับดาบดำรงได้ในทุกๆ เรื่องโดยไม่ต้องแกล้งความจำเสื่อมอีก 

               “ผู้กองมาได้ยินจะโกรธเอานะครับ” 

               “โกรธเลยค่ะ ไนเปอร์ง้อคนไม่เป็นหรอก เชอะ!” หนอย...แม่ตัวดีเดี๋ยวนี้ช่างกล้าเอาผัวมานินทาให้คนอื่นฟัง ผู้กองพนากอดอกยืนแอบฟังอยู่หลังต้นไม้และกำลังดูว่าแก้วเจ้าจอมกำลังจะทำอะไร สักพักก็มีลูกน้องของเขาสองคนซึ่งเป็นนายสิบน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาประจำการวิ่งเข้ามาหาคนทั้งคู่พร้อมกับไม้อะไรสักอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับคบไฟแต่ทำมาจากกาบมะพร้าว 

               “เอาล่ะทุกคน รีบหาที่หลบกันให้ดีๆ เดี๋ยวนาทีต่อจากนี้ไปเราจะได้ชิมของดีจากป่าแห่งนี้กัน” ว่าจบ แก้วเจ้าจอมก็รับไม้คบไฟมาเสียบเอาไว้กับสายเข็มขัดด้านหลังชุดเครื่องแบบก่อนจะปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว พอผู้กองพนามองตามจึงได้เข้าใจว่าเธอกำลังจะทำอะไร เพราะตอนนี้ที่กิ่งไม้กิ่งหนึ่งมีรังผึ้งขนาดใหญ่เกาะอยู่ ดูจากลักษณะรังแล้วน้ำหวานน่าจะเยอะไม่ใช่น้อย นี่ไม่มีอะไรจะทำกันแล้วรึยังไงเนี่ย 

               “คุณหมอแก้วเจ้าจอม ลงมาจากต้นไม้เดี๋ยวนี้!” เพราะกลัวว่าเธอจะถูกผึ้งรุมต่อยเอาเขาจึงต้องรีบเข้ามาห้าม ถ้าอยากกินน้ำผึ้งนักเขาจะไปเอารังผึ้งลงมาให้ก็ได้ 

               “พี่พนา เอ้ย! ผู้กองก็อยากกินน้ำผึ้งหรอคะ” 

               “ลงมาข้างล่างเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวก็ถูกผึ้งต่อยตายหรอก” 

               “ผู้กองแช่งฉันหรอ” 

               “นี่!!!” นอกจากเธอจะไม่ยอมฟังเขาแล้วเธอก็ยังปีนต้นไม้ขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย ดาบดำรงกับลูกน้องอีกสองคนก็ได้แต่ยืนนิ่งมองเขาอย่างหวาดๆ ให้มันได้แบบนี้สิยัยเด็กบ้านี่ ซนอย่างกับลิง 

               “ทำไมถึงไม่ห้ามดาบ” เมื่อเล่นงานเมียไม่ได้เขาก็หันมาเล่นงานลูกน้องแทน ดาบดำรงก็จนใจที่จะตอบ 

               “ห้ามแล้วครับผู้กอง ผมก็ว่าจะปีนขึ้นไปเก็บให้แต่คุณหมอก็บอกว่าเคยทำบ่อยผมเลยทำอะไรไม่ได้” 

               “ดาบอายุขนาดนี้แล้วยังห้ามคุณหมอไม่ได้อีกหรอ” 

               “ครับ” ดาบดำรงตอบ ขนาดผู้กอง ผู้กองยังสั่งเมียตัวเองไม่ได้แล้วเขาจะเอาอำนาจอะไรไปสั่งแก้วเจ้าจอม อีกอย่างนายดาบอย่างเขาจะไปสั่งคนที่มียศร้อยตำรวจโทอย่างแก้วเจ้าจอมได้ยังไง 

               เมื่อไม่อาจเอาเรื่องใครได้ผู้กองพนาก็เงยหน้าขึ้นไปมองแก้วเจ้าจอมอีกซึ่งเธอกำลังจุดคบไฟกาบมะพร้าวอยู่จนเกิดควันไฟจำนวนมาก จากนั้นก็เอาคบไฟไปรมควันรังผึ้ง เพียงไม่นานผึ้งนับร้อยนับพันก็แตกรังทันที ดาบดำรงรีบเข้ามาดึงมือเขาให้ถอยหนี ในขณะที่ลูกน้องอีกสองคนของเขาใส่ชุดป้องกันผึ้งต่อยที่ทำอย่างง่ายๆ กันแล้วเรียบร้อย 

               เมื่อรมควันรังผึ้งได้สักพักแก้วเจ้าจอมก็ใช้มีดตัดกิ่งไม้ที่ว่าทันทีก่อนจะแบกรังผึ้งขนาดใหญ่ลงมาจากต้นไม้อย่างสบายๆ โดยไม่มีผึ้งตัวไหนเข้ามาทำร้ายเธอเลยแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่รอบๆ ตัวเธอมีฝูงผึ้งบินวนไปมาเพื่อปกป้องรังของพวกมันอยู่ ดาบดำรงกับลูกน้องทั้งสองเห็นแล้วก็ทึ่งในตัวเธอนัก พวกเขาหลบผึ้งกันแทบตายแต่เธอกลับยืนเอามือจิ้มน้ำผึ้งมาชิมอย่างเอร็ดอร่อย ผู้กองพนาที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยนึกขึ้นมาได้ว่าเธอเคยบอกเขาว่าตั้งแต่เธอเข้าป่ามาเธอไม่เคยถูกสัตว์ป่าทำร้ายเลย แม้แต่ยุงป่าก็ยังไม่กัดเธอ เพราะแบบนี้สินะเธอถึงเป็นคนอาสาไปเก็บน้ำผึ้งป่ามาเอง 

               “อร่อยจังเลย” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาทุกคนในจุดที่ทุกคนกำลังหลบผึ้งอยู่ ดาบดำรงจึงเอาใบตองจากต้นกล้วยป่าแถวนั้นมารองเพื่อให้แก้วเจ้าจอมวางรังผึ้งที่ว่า ซึ่งเธอก็ยังจิ้มกินน้ำหวานไม่เลิก ผู้กองพนาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่เห็นว่าเธอปลอดภัยดีจึงได้รีบเดินเข้าไปสำรวจเนื้อตัวของเธอด้วยความเป็นห่วงอีกเพื่อความมั่นใจว่าเธอไม่ได้ถูกผึ้งต่อย 

               “คุณหมอทำยังไงหรอครับ ทำไมผึ้งถึงไม่ต่อยคุณหมอเลย” ตำรวจสองนายถามขึ้นกับเรื่องแปลกประหลาดที่เพิ่งจะเคยได้พบเห็น หรือว่ากลิ่นหอมๆ จากตัวคุณหมอจะทำให้ผึ้งกลัว 

               “ฉันเป็นนางไม้มาเกิดค่ะผึ้งเลยไม่กล้าทำอะไร” 

               “ขี้โม้” ผู้กองพนาว่าพลางหยิบเศษใบไม้ออกจากเน็ตเก็บผมให้กับเธอ 

               “เหอะ!” แก้วเจ้าจอมหันมายิ้มเยาะทันทีเมื่อเห็นว่าที่หลังมือของผู้กองพนามีรอยแดงๆ อยู่ ถูกผึ้งต่อยมาล่ะสิท่า 

               “ผึ้งรังใหญ่ขนาดนี้ทำอะไรกินดีคะดาบ น้ำผึ้งเยอะไม่ใช่น้อยน่าเอาขนมปังมาจิ้มจัง ตัวอ่อนก็น่ากินด้วย” ปากว่า มือก็ดึงตัวอ่อนจากรังผึ้งขึ้นมาแล้วส่งเข้าปากตัวเองทันทีอย่างไม่ได้สนใจท่าทีเหวอๆ ของทุกคน ไม่คิดว่าคุณหมอลูกหลานคนใหญ่คนโตจะกล้ากินตัวอ่อนผึ้งสดๆ ด้วยแม้แต่กับผู้กองพนา นี่เมียเขาเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย ผู้กองหนุ่มคิด 

               “เออ...คุณหมอเป็นคนเก็บรังผึ้งมาได้ แล้วแต่คุณหมอเลยครับ”  

               “ได้ไงคะ ช่วยกันเก็บมาต่างหากล่ะ” แก้วเจ้าจอมว่าก่อนจะใช้มีดพกตัดรังผึ้งในส่วนของตัวอ่อนออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอดีคำหนึ่งชิ้น “น้ำผึ้งคั้นเอาแต่น้ำไปไว้ที่โรงครัวแล้วกันค่ะทุกคนจะได้กินด้วยกัน แล้วตัวอ่อนผึ้ง...เอาเมนูโปรดของไนเปอร์แล้วกันนะคะ เหยาะเกลือหน่อยห่อใบตองแล้วเอาไปย่าง กับแกล้มอย่างดีเลยนะคะ” 

               “ห้ามกินเหล้า” เสียงผู้กองพนาขัดขึ้นมา ยัยขี้เมานี่ชอบหาเรื่องดื่มได้ตลอดสิ ดื่มแล้วเมาวิญญาณแม่เสือสาวก็เข้าสิง แล้วคนที่เหนื่อยก็ต้องเป็นเขาที่ต้องรับบทเป็นนายพรานปราบแม่เสือสาวบนเตียงจนกว่าเธอจะหมดฤทธิ์ 

               “กินกับข้าวก็ได้ค่ะพอใจมั้ย” เธอค้อนใส่แล้วยัดตัวอ่อนผึ้งชิ้นที่เพิ่งตัดเข้าปากเขา ซึ่งเขาก็เคี้ยวกินอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเพราะเคยกินของป่ามาจนชินแล้ว คิดจะแกล้งเขาหรอ ฝันไปเถอะไม่ได้ผลหรอกยัยโหด 

               แก้วเจ้าจอมให้ดาบดำรงกับนายตำรวจอีกสองคนเอารังผึ้งไปจัดการตามที่เธอว่า ส่วนเธอ เธอตัดรังผึ้งส่วนที่เป็นน้ำหวานขนาดชิ้นพอดีคำมาห้าหกชิ้นแล้วห่อใส่กระทงใบตองเอาไว้ขณะเดินกลับไปที่ห้องพยาบาลโดยมีผู้กองพนาเดินตาม เพราะเขาถูกผึ้งต่อยที่มือสองจุดเธอเลยจะพาเขามาทำแผล 

               “เป็นผัวนางไม้ยังไงปล่อยให้ผึ้งต่อย” เธอว่าขึ้นเมื่อคนไข้ยื่นมือมาให้รักษา 

               “แล้วนางไม้เก็บรังผึ้งยังไงถึงปล่อยให้ผึ้งมาต่อยผัว” 

               “มีหมัดเหมือนกันไม่ใช่หรอ แล้วทำไมถึงไม่ต่อยคืน” เดี๋ยวเขาจะได้ต่อยหมอก่อนผึ้งก็งานนี้แหละ 

               อาการผึ้งต่อยของผู้กองพนาถือว่าเป็นการเจ็บป่วยที่เล็กน้อยมาก หลังจากที่เอาเหล็กในออกแก้วเจ้าจอมก็ล้างแผลแล้วประคบน้ำแข็งให้เขา และเพิ่มการรักษาแบบพิเศษเป็นการกอดคนไข้ของเธอเอาไว้อย่างโอ๋เอาใจ คนไข้ก็ช่างอ้อน ถูกผึ้งต่อยแค่นี้บ่นว่าเจ็บทำอย่างกับคนแขนขาดจนต้องให้หมอมากอดโอ๋ 

               “ตอนนี้ในห้องพยาบาลไม่มีคนอื่นอยู่หมอเลยโอ๋แบบนี้ได้ แต่ถ้ามีคนมาหมอจะเตะคนไข้ขี้อ้อนไปไกลๆ นะคะ” 

               “พูดกับผัวให้มันดีๆ หน่อยยัยโหด” ก่อนหน้านี้ก็เรียกว่าตาแก่ เดี๋ยวคืนนี้ตาแก่จะลงโทษเด็กดื้อให้ครางลั่นบ้านเลย 

               แก้วเจ้าจอมที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานหยิบรังผึ้งคำเล็กๆ ขึ้นมาป้อนเขาซึ่งตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเธอ ความหอมหวานของน้ำผึ้งป่าทำให้ผู้กองพนารู้สึกสดชื่นไม่ใช่น้อย และยิ่งสดชื่นมากขึ้นเมื่อคุณหมอคนสวยคาบรังผึ้งหวานๆ มาป้อนเขาอีกด้วยปากของเธอจนคราวนี้นอกจากจะได้ชิมความหวานของรังผึ้งแล้วเขาก็ยังได้ลิ้มชิมความหอมหวานจากเธออีกด้วย น้ำผึ้งหวานไหลออกมาตามริมฝีปากของเธอให้เขาได้ใช้ลิ้นมาปาดเลียกิน นี่คงเป็นจูบที่หวานที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว...จูบน้ำผึ้งเดือนห้า 

               “จะทำให้พี่รักพี่หลงไปถึงไหนกันทูนหัว แค่นี้ก็จะโงหัวไม่ขึ้นแล้วนะ” เขาว่าแล้วโฉบลงมาจูบเธออีก สองแขนของแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งโอบรอบคอเขาแน่น 

               “...พี่พนาหวานกว่าน้ำผึ้งอีกนะคะ” 

               “ถ้าชอบงั้นคืนนี้ก็รีบมาหาพี่นะ” 

               “วันนี้ติดไฟแดงค่ะ อดใจรอไปอีกเจ็ดวันนะ” 

               ติดไฟแดง...ผู้กองพนาไม่ชอบใจเลยเวลาที่ได้ยินแบบนี้ ทำไมผู้หญิงต้องมีประจำเดือนกันด้วย นอนกับเขาทุกคืนทำไมถึงยังไม่ท้องอีก หรือว่าเขาจะน้ำยาบูด 

               “ไฟแดงมาแปลว่าพี่ต้องอดมีลูกงั้นสิ” 

               “พี่พนาคิดว่าในเวลานี้ไนเปอร์ควรท้องหรอคะ” เธอละใบหน้าจากการดอมดมกลิ่นแก้มของเขามาสบตากับเขาแทน “ไนเปอร์ถูกตามล่าทั้งจากพวกชารีฟแล้วก็สารวัตรคมกฤชที่หนีลอยนวลไปได้กับเจ้านายของเขา ไนเปอร์จะถูกเก็บเอาตอนไหนก็ไม่รู้ พี่พนาเองก็ถูกหมายหัว ถ้าพี่พนาเป็นอะไรไปไนเปอร์ไม่ต้องท้องไม่มีพ่อหรอ หรือถ้าไนเปอร์ท้องแล้วเกิดเป็นอะไรขึ้นมาลูกก็จะเป็นอันตรายไปด้วย พี่พนาไม่สงสารลูกหรอคะ” 

               มันก็จริงของเธอ แล้วเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยเหมือนผ้าที่พับเอาไว้ ฝีมือการรบไม่ใช่ธรรมดา ปีนต้นไม้เก่ง ชอบยิงปืน อย่างเมื่อวานก็เห็นซ้อมมวยเตะต้นกล้วยจนขาดครึ่ง ไลฟ์สไตล์ของเธอออกแนวลุยๆ มากไป แต่ว่า... 

               “ไว้ปิดคดีชารีฟกับสารวัตรคมกฤชได้ก่อนนะคะแล้วไนเปอร์จะมีพนาน้อยหรือไม่ก็นางไม้น้อยน่ารักๆ ให้พี่พนาเลี้ยง ลูกของนางไม้น่ะจะซนเหมือนแม่นะ พี่พนาเลี้ยงไหวรึเปล่า” 

               “ไหวอยู่แล้ว ก่อนจะเลี้ยงลูกเดี๋ยวพี่ซ้อมเลี้ยงแม่ของลูกรอไปก่อนก็ได้” 

               “งั้นก็เลี้ยงดีๆ นะคะ” เธอที่นั่งอยู่สูงกว่าเขาโน้มตัวลงมาหาเขาอีก “นางไม้กินจุนะ ยิ่งอร่อยๆ แบบพี่พนา...พี่พนาต้องขยันเลี้ยงขยันป้อนหน่อย” 

               “เดี๋ยวได้อิ่มจนจุก” เขาดึงเธอลงมาจูบใหม่อีกครั้ง แม่นางไม้น้อยแสนสวย เธอเองก็อร่อยมากเหมือนกัน อร่อยจนเขาหิวเธอตลอดเวลาเลยล่ะ 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมรีบกลับบ้านพักทันทีที่ผู้กองพนาบอกเธอว่านทีธารามาหาและตอนนี้น้องสาวของเธอก็กำลังอยู่กับอริน ระหว่างที่เดินกลับมาเธอก็นึกต่อว่าคนรักในใจไปเรื่อย นทีธารามาหาเธอแทนที่เขาจะรีบบอกนี่อะไร หลอกเธอป้อนน้ำผึ้งให้ด้วยปากอยู่ตั้งนานสองนาน พอกินอิ่มก็ไปทำงานต่ออย่างหน้าตาเฉยมันน่าหาเรื่องให้เขาโดนผึ้งต่อยอีกนัก 

               พอกลับมาถึงบ้านก็เห็นนทีธารากำลังช่วยอรินตัดกระดาษอยู่ที่ระเบียงบ้าน แต่พอทั้งสองคนเห็นเธอมาหาต่างก็รีบลนลานเก็บข้าวของกันราวกับกลัวว่าเธอจะไปเห็นอะไรเข้า 

               “ทำอะไรกันลับๆ ล่อๆ น่ะ” เธอถามขึ้นขณะเดินเข้าไปกอดกันกับนทีธารา สงสัยจะหยุดเรียนวันนี้เลยมาเยี่ยมเธอได้ 

               “จะมาทำไมถึงไม่บอกพี่ก่อน ถ้าเกิดพี่ไม่อยู่จะทำยังไง” 

               “พี่ไนเปอร์ไม่อยู่ก็มาหาผมแทนไง” อรินว่าพร้อมกับยิ้มอย่างกวนๆ ให้ก่อนจะได้ฝ่ามือของแก้วเจ้าจอมตีซ้ำ 

               “เจ้าเด็กนี่ น้องเป็นสาวเป็นนาง แล้วคุณอานทีกับคุณอาธารารู้รึเปล่าว่ามา” 

               “ไม่ บอกทุกคนที่นราธิวาสว่าจะมาที่นี่แต่กลับไม่ยอมบอกพ่อกับแม่ตัวเอง แต่ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ไนเปอร์ ผมโทรบอกคุณอาแล้วเดี๋ยวตอนเย็นคุณอานทีจะมาตามเด็กดื้อกลับ ระวังตัวให้ดีเย็นนี้ถูกพ่อตีก้นแน่ๆ” นทีธาราเขินขึ้นมาในทันทีที่จู่ๆ อรินก็ยื่นมือมาหยิกแก้มทั้งสองข้างของเธอเบาๆ แม้จะรู้ว่าเขาแค่แกล้งตามประสาพี่น้องแต่สาวน้อยก็อดเขินไม่ได้อยู่ดี แก้วเจ้าจอมเห็นท่าทีของน้องสาวแล้วก็อดเห็นใจไม่ได้เพราะเธอรู้มาว่าอัศวินหรือพลร่ม น้องชายของอรินแอบรักแอบมองนทีธาราอยู่ ในขณะที่นทีธารากลับแอบรักพี่ชายของเขาเอง มันเป็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวกันอย่างซับซ้อน พลร่มรักนทีธารา นทีธารารักอริน ส่วนอรินก็รัก...สุดท้ายแล้ววังวนนี้มันก็ต้องมีคนที่เจ็บและผิดหวัง เธอไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย เธอไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของพี่น้องในแก๊งฟันน้ำนมต้องแตกแยก ทุกคนเป็นน้องของเธอและเธอก็รักทุกคนโดยเฉพาะกับอรินที่เธอรักเขามากที่สุด เธอไม่อยากให้ใครต้องเจ็บและไม่อยากให้เจ็บเพราะสาเหตุคือตัวเธอ ตอนนี้นทีธารากับพลร่มยังอยู่ในวัยเรียนหากมีเรื่องอะไรที่มากระทบกระเทือนจิตใจน้องๆ ทั้งสองคนคงจะแย่ เธอควรจะทำยังไงดีหรือถึงเวลาแล้วที่เธอควรจะบอกอรินในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับผู้กองพนา ผู้กองพนาบอกว่าพ่อของเธอรู้แล้วว่าเธอกับเขามีใจให้กันและพ่อของเธอก็ขอให้เขาเลิกกับเธอไปโดยมีข้อเสนอให้เขาทิ้งเธอไปเพื่อแลกกับการได้เลี่ยนยศเลื่อนตำแหน่งใหม่ เธอตกใจมากที่รู้เรื่องนี้และกลัวเหลือเกินว่าจะถูกคนรักทอดทิ้ง แต่ถึงจะกลัวเธอก็บอกให้เขาทำตามที่พ่อของเธอบอกเพราะเรื่องยศตำแหน่งของข้าราชการนั้นถือว่ามีความสำคัญ ถ้าเขาจะทิ้งเธอไปด้วยเหตุผลนี้เธอก็จะได้เตรียมใจยอมรับ เธอไม่อยากฝืนใจใคร แต่คำตอบที่เธอได้...ผู้กองพนากลับกอดเธอเอาไว้แน่นและบอกกับเธอว่าเขายอมเป็นแค่ผู้กองพนาแบบนี้ไปตลอดชีวิตเพื่อแลกกับการได้อยู่กับเธอ สิ่งเดียวที่จะพรากเขากับเธอจากกันได้นั่นคือความตายเท่านั้น ความจริงใจของเขาทำให้หัวใจของเธอยอมสยบให้กับเขาอย่างไม่มีข้อแม้เลยแม้แต่น้อย 

               “พี่ไนเปอร์ พี่ไนเปอร์คะเป็นอะไรรึเปล่า” เสียงเรียกของนทีธาราทำให้แก้วเจ้าจอมที่ตกอยู่ในภวังค์มีสติขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ 

               “โทษทีจ้ะ ตะกี้นี้เห็นอรินตอบคำถามแทนเนวี่ซะทุกคำพี่ก็เลยคิดหาคำจะมาดุเขาอยู่” 

               “เห็นมั้ยเนวี่ ยัยโหดก็ยังโหดไม่เคยเปลี่ยน โหดๆ แบบนี้ชาตินี้จะมีแฟนกับเขามั้ยเนี่ย” 

               เออ! เธอไม่มีแฟนแล้วจะทำไม ก็มันช่วยไม่ได้นี่ที่ได้ผัวก่อนมีแฟน 

               “พี่อรินอย่าว่าพี่ไนเปอร์แบบนี้สิ ใครจะไปรู้อีกไม่นานพี่ไนเปอร์อาจจะเปิดตัวแฟนก็ได้” นทีธาราหมายถึงผู้กองพนา แต่อรินกลับคิดเข้าข้างตัวเองไปว่านทีธาราต้องหมายถึงเขาแน่ๆ เลยได้แต่ยิ้มแล้วพยักหน้าเห็นด้วย 

               “ก็น่าจะใช่ เร็วๆ นี้แหละ” อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันเกิดของแก้วเจ้าจอมแล้ว เขาจะจัดงานวันเกิดให้เธอที่ฐานเพราะแก้วเจ้าจอมจะไม่ได้กลับไปฉลองวันเกิดกับทุกคนที่บ้านเนื่องจากต้องทำงานและตอนนี้พ่อของเธอก็ยุ่งกับงานเพราะกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งใหม่ วันเกิดของเธอปีนี้เธอเลยจะมีแค่เขาเท่านั้นที่อยู่เคียงข้าง 

               “พูดอะไรกันเจ้าเด็กพวกนี้ เลิกพูดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ได้แล้ว เร็วๆ นี้ที่ว่าอาจไม่ใช่การเปิดตัวแฟนของพี่แต่เร็วๆ นี้เรากำลังจะมีงานที่โรงเรียน ตชด. ของหมวดริษาเขาต่างหาก ไปตรวจสุขภาพเด็กๆ กับมอบอุปกรณ์การเรียน เตรียมตัวเอาไว้ดีๆ อริน” 

               “ว้า วกกลับเข้ามาที่เรื่องงานอีกจนได้ เรียนจบแล้วก็คิดให้ดีๆ นะเนวี่ว่าจะทำงานที่ไหน ดูหัวหน้างานดีๆ ด้วยเดี๋ยวจะเป็นแบบพี่ที่ถูกยัยโหดข่มอยู่ตลอดแบบนี้” 

               “ไม่พอใจก็ย้ายกลับแม่สอดไปซะสิ” 

               “ฝันไปเถอะ” อรินไม่ยอม “ผมจะตามติดพี่ไปตลอดชีวิตเลย ผมจะไม่ยอมแยกจากพี่ไปไหนทั้งนั้น” 

               คำประกาศที่จริงจังเกินจะพูดเล่นทำให้แก้วเจ้าจอมอึดอัดขึ้นมาในทันทีและนทีธาราเองก็หน้าจ๋อยไป อรินก็ไม่ใช่คนโง่อะไรทำไมถึงดูไม่ออกนะว่าน้องแอบรู้สึกยังไงกับตัวเองอยู่ หรือถ้าอรินรู้ความในใจของน้องแต่ก็ยังพูดแบบนี้ออกมาก็ดูจะใจร้ายเกินไปแล้ว 

               “เนวี่ ไปกับพี่เถอะ” แก้วเจ้าจอมไม่อยากให้นทีธาราต้องเสียใจกับการพูดไม่คิดของอรินอีกจึงจะชวนเธอออกไปจากที่ตรงนี้ “คืนนี้อรินเขามีลาดตระเวนกับทีมของหมวดเทพเราปล่อยให้อรินนอนเอาแรงเถอะ อย่ามานั่งฟังตานี่พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเลย” ว่าแล้วก็รีบคว้าแขนน้องสาวไปทิ้งให้อรินอยู่คนเดียวตามเดิม ซึ่งเขาก็ได้แต่ยิ้มตอบขณะมองแก้วเจ้าจอมจูงมือนทีธาราออกไปจากบ้านพัก อรินหยิบการ์ดของขวัญที่ทำให้แก้วเจ้าจอมขึ้นมามองอย่างมีความหวัง หวังว่าเธอจะไม่หลุดมือเขาไปไหน หวังว่าเธอจะเห็นถึงความรัก ความจริงใจที่เขามีให้เธอมาโดยตลอด 

  

 

 

               นทีธาราดูหงอยเหงาไปเลยเมื่อได้ยินอรินพูดแบบนี้ทั้งๆ ที่เธอก็รู้ดีว่าอรินรักแก้วเจ้าจอมมากแค่ไหน แต่ได้ยินแบบนี้ทีไรมันก็อดทำใจไม่ได้ แต่เรื่องแบบนี้เธอก็ไม่กล้าปริปากบอกใครๆ ทั้งนั้น แก้วเจ้าจอมที่สงสารเธอนักจึงชวนเธอพูดคุยเพื่อไม่ให้เหงารวมทั้งพานทีธาราเดินเล่นในฐาน ปิดท้ายด้วยการไปนั่งกินน้ำผึ้งที่ให้ดาบดำรงคั้นน้ำหวานเอาไว้ที่โรงครัว โชคดีที่ผู้หมวดศิวะกับดาบดำรงอยู่ด้วย บรรยากาศในโรงครัวก็เลยดูคึกคักมากขึ้น นทีธาราไม่ได้เจออรินอีกเลยตลอดทั้งวัน เธออยู่แต่กับแก้วเจ้าจอมตลอด พูดคุยกันตามประสาสาวๆ จนบ่ายแก่ๆ ผู้การนทีก็เดินทางมาที่นี่เพื่อรับเธอกลับบ้าน นี่จึงเป็นอีกครั้งที่อรินออกมาส่งเธอพร้อมกับผู้กองพนาที่มาให้การต้อนรับผู้การนทีตามหน้าที่ของเจ้าบ้านและ...ในฐานะของหลานเขยผู้การด้วย 

               “เป็นอะไรลูก หน้าตาไม่สดชื่นเลยไหนบอกว่าพี่ไนเปอร์ชวนคุยสนุกมากเลยยังไงล่ะ” ผู้การนทีถามขึ้นขณะนั่งรถกลับ เพราะตั้งแต่ออกจากฐานของตำรวจพลร่มมานทีธาราก็เอาแต่นั่งหงอยไม่พูดไม่จา 

               “...ก็สนุกดีค่ะ พี่ไนเปอร์ใจดีพาเนวี่เดินเที่ยวไปรอบๆ ฐาน พาไปรู้จักกับคุณตำรวจใจดีๆ มากมาย พี่ไนเปอร์เก็บน้ำผึ้งป่ามาให้เนวี่กินด้วยนะคะคุณพ่อ อร่อยมากๆ เลย” 

               “ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ ผู้กองพนาเขาก็บอกว่าถ้าจะมาเที่ยวที่ฐานของเขาอีกก็มาได้ทุกเมื่อเลย” 

               “ค่ะ...แฟนของพี่ไนเปอร์เขาใจดี” 

               “แฟน...นี่เนวี่รู้เรื่องนี้ด้วยหรอ” ผู้การนทีก้มลงมามองลูกสาวเพียงคนเดียวของตน ตั้งแต่ที่ผู้การคณินเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังเขาก็แค่เล่าให้ธารธาราฟังต่อคนเดียวแล้วแบบนี้นทีธาราจะมารู้เรื่องนี้ได้ยังไง จะว่าธารธาราเล่าเรื่องนี้ให้ลูกฟังก็ไม่น่าใช่เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เอามาพูดเล่นๆ ไม่ได้ เกิด ผบ.กรันณ์รู้ความจริงขึ้นมาแก้วเจ้าจอมจะแย่เอา 

               “เนวี่แอบได้ยินคุณพ่อกับคุณอาคณินคุยกันค่ะ แต่เนวี่จะไม่บอกใครหรอกนะคะ เนวี่รักพี่ไนเปอร์ เนวี่อยากให้พี่ไนเปอร์มีความสุขกับคนเขาที่รัก” เธอขยับเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อด้วยความเหนื่อยใจ คิดว่าการได้มาเจอพี่อรินมันจะทำให้เธอมีความสุขแต่เธอกลับได้ความทุกข์ใจมาแทน ผู้การนทีก็ดูออกว่าลูกสาวของตนดูแปลกๆ ไป ปกติจะชอบอ้อมแม่มากกว่าอ้อนพ่อ แต่มาวันนี้กลับกอดพ่อ ซบอกพ่ออย่างกับขอที่พึ่งอย่างไรอย่างนั้นเลย 

               “...คุณพ่อเคยอกหักมั้ยคะ” นี่สิยิ่งแปลก ร้อยวันพันปีเธอเคยพูดเรื่องแบบนี้กับเขาเสียที่ไหน คนที่ถามเรื่องนี้กับเขาก็เห็นมีแต่ธารนทีเท่านั้นแหละ 

               “เคยสิ” เขาตอบพลางกอดลูก ลูบศีรษะของเธอเบาๆ อย่างรักใคร่หวงแหน “ก่อนจะมาเจอแม่ของเนวี่พ่อเคยอกหักจากผู้หญิงคนหนึ่ง เสียอกเสียใจแทบตายกว่าจะทำใจได้” เรื่องราวในอดีตของเขา เขาลืมเลือนมันไปจนหมดสิ้นนับตั้งแต่วันที่ตกหลุมรักธารธาราผู้เป็นภรรยาแล้ว และยิ่งมีลูกผู้การนทีก็คิดถึงแต่ลูกเมียเพียงเท่านั้น หากนทีธาราไม่ถามเขา เขาก็คงจะไม่วกกลับมาคิดถึงเรื่องในอดีตอีก 

               “มันเจ็บมากมั้ยคะ” 

               “ก็...ก็สาหัสอยู่ แต่คุณแม่ของเนวี่เขามาช่วยรักษาอาการนี้ให้พ่อ นับตั้งแต่มีแม่ธาราพ่อก็อาการหายดีเป็นปลิดทิ้งเลยนะ พอมีสติคิดได้พ่อถึงได้รู้ว่าคนที่พ่อรักมากที่สุดก็คือคุณแม่ของพี่นาวีกับเนวี่ ยิ่งมีลูกๆ ด้วยพ่อก็แทบลืมไปเลยว่าเคยอกหัก” 

               “แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะคะเขาอยู่ที่ไหน” 

               “เขาตายแล้ว ตายก่อนที่พ่อกับแม่ธาราจะได้เจอกันซะอีก ผู้หญิงคนนั้นเขาเป็นพี่สาวแท้ๆ ของคุณอาอานัสไงลูก” 

               “คุณอาตันหยง...” เธอรู้จักคุณอาตันหยงแค่ว่าเป็นพี่สาวของคุณอาอานัส แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อของเธอจะเคยหลงรักคุณอาท่านนี้ ซึ่งท่านก็เสียไปตั้งนานมากแล้ว 

               “พ่อกับเขาเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อนน่ะ” 

               “ถ้าอย่างนั้น...คุณพ่อคิดว่าระหว่างจากเป็นกับจากตายแบบไหนเจ็บกว่ากันคะ” 

               “ถามยากเหมือนกันนะเรา” คุณเป็นพ่อบีบจมูกลูกเบาๆ อย่างเอ็นดู แต่เขาก็มีคำตอบให้กับลูกเสมอ 

               “ไม่ว่าจะเป็นการจากแบบไหนมันก็เจ็บทั้งนั้นแหละลูก แต่พ่อคิดว่าบางทีการจากเป็นอาจจะเจ็บกว่าก็ได้ เพราะจากตายยังรู้ว่าตายจาก แต่จากเป็น...รู้ว่าเขายังอยู่ อยากได้เขากลับมาแทบตายก็เป็นไปไม่ได้และเราก็จะอยู่กับการหวังลมๆ แล้งๆ ให้เขากลับมาโดยที่มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย จบไม่ได้และไปต่อก็ไม่ได้เหมือนกัน” 

               “ต้องทำยังไงคะถึงจะหายเจ็บ” 

               “เราจะหายเจ็บก็ต่อเมื่อเรายอมรับความจริงได้หรือเจอใครคนใหม่ที่จะมาช่วยต่อลมหายใจให้กับเรา ทำไมวันนี้เนวี่ถึงมาถามเรื่องแบบนี้กับพ่อล่ะลูก...อกหักรึเปล่า” 

               “คุณพ่อ...” นทีธาราเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพ่อ คิดว่าพ่อจะดุหรือต่อว่าแต่ผู้การนทีกลับยิ้มอย่างใจดีให้เธอ 

               “เนวี่ยังไม่เคยมีแฟนแล้วจะอกหักได้ยังไงคะ เนวี่แค่อยากรู้เฉยๆ ค่ะ” หยดน้ำตาที่เอ่อคลอรอบดวงตาคู่สวยคือความจริงของเรื่องทั้งหมด ผู้การนทีหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้กับเธอแล้วก็ดึงเอาเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่นๆ ซึ่งยิ่งเขากอดเธอเอาไว้นทีธาราก็ยิ่งน้ำตาร่วงจนต้องซ่อนน้ำตาเอาไว้กับเครื่องแบบทหารพรานสีดำของผู้เป็นพ่อ 

               “พ่อรักเนวี่นะลูก ถึงใครจะไม่รักเนวี่แต่พ่อก็อยากให้เนวี่รู้ว่ายังมีผู้ชายคนนี้ที่รักเนวี่มากที่สุด แล้วก็จะไม่มีผู้ชายคนไหนรักเนวี่ได้มากมายเท่ากับพ่ออีกแล้ว พ่ออยู่ตรงนี้แล้วเนวี่ไม่ต้องกลัวหรือคิดมากอะไรนะลูก” มืออุ่นๆ ที่หยาบกระด้างลูบหลังและศีรษะของเธอเบาๆ ไม่ยอมคลายกอดจากเธอง่ายๆ ก่อนจะหันไปบอกกับลูกน้องที่กำลังขับรถให้เขาอยู่ 

               “ก่อนกลับบ้านแวะร้านขนมเจ้าประจำหน่อยนะ ผมจะซื้อขนมปลอบใจเด็กขี้แยแถวนี้”  

               “ครับท่าน” 

               พอสั่งลูกน้องเสร็จ เขาก็หันมากอดเด็กขี้แยต่อด้วยความเข้าใจดีว่าเป็นธรรมดาของหนุ่มๆ สาวๆ วัยนี้ที่จะมีความรัก นทีธาราเป็นเด็กดีมาโดยตลอด ถึงจะไปเรียนอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็มีขวัญคณินที่เรียนอยู่วิทยาลัยเดียวกันและเป็นรุ่นพี่คอยช่วยดูแล เขามั่นใจในตัวลูกว่าลูกจะไม่ทำอะไรที่มันเสียหาย แต่...เขาก็อยากจะรู้นักว่าไอ้หนุ่มคนไหนที่มันทำให้ลูกของเขาต้องร้องไห้แบบนี้ มันไม่รักลูกสาวเขาเขาไม่ว่า แต่นทีธาราร้องไห้เพราะมันขนาดนี้เขาก็ชักอยากจะเห็นหน้ามันแล้วสิ มันเป็นลูกเต้าใครที่ไหนกัน  

  

 

**************************************************************** 

ตอนนี้คุณพ่อนทีน่ารักมาก อยากบอกคุณพ่อเหลือเกินว่าไอ้หนุ่มคนนั้นน่ะก็คนใกล้ตัวคุณพ่อนี่แหละ 

ตอนหน้าวันเกิดยัยโหด อรินจะได้มอบการ์ดให้ยัยโหดมั้ยเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์คืออะไร รอติดตามเอาเด้อ 

********************************************** 

ต้องขออภัยด้วยนะคะที่มาตอนบ่ายแบบนี้ (ตอนแรกบอกจะมาตอนกลางคืน) เนื่องจากเมื่อคืนนี้งานเข้าค่ะ ต้องรีบปั่นงานส่งอาจารย์แบบเร่งด่วนเลยเพิ่มมีเวลาว่างจะได้ลง 

******************************* 

ปล.ขึ้นไปเที่ยวอีสานกันต่อนะคะ 

ความคิดเห็น