facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.44. ขอบคุณของขวัญแสนพิเศษ [100%]

ชื่อตอน : .44. ขอบคุณของขวัญแสนพิเศษ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2563 15:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.44. ขอบคุณของขวัญแสนพิเศษ [100%]
แบบอักษร

.44. ขอบคุณของขวัญแสนพิเศษ 

 

 

[มันตา] 

เป็นอีกวันที่ฉันตื่นเช้ามาก ๆ เช้ากว่าพี่สมุทรอีกด้วยซ้ำ พอเขาตื่นก็นั่งทำหน้างงใส่ซะงั้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากลุกจากเตียงเพื่อเดินมาหอมหัวฉันฟอดใหญ่ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำต่อ 

พอพี่สมุทรเข้าไปอาบน้ำ ฉันก็ลุกไปเตรียมเสื้อผ้าให้เขาแทน พอมีอยู่บ้างนั่นแหละ ที่มีเพราะชุดของพ่อที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใส่ แม่เลยยกให้พี่สมุทรแทน เพราะหุ่นเขาเท่า ๆ กัน ยืนเลือกชุดอยู่นานเลย จนคนในห้องน้ำเปิดประตูเดินออกมาพร้อมคำถาม 

“ทำไมวันนี้ตื่นเช้ากว่าพี่” 

“อยากเลือกชุดให้ค่ะ” เงยหน้าขึ้นไปตอบเขา “วันนี้พี่จะเลิกงานกี่โมงคะ” 

ที่ถามเพราะตั้งใจว่าจะออกไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาแอบเอาไว้สักหน่อย ฉันอยากตรวจให้ชัวร์ก่อนว่าท้องจริง ๆ กลัวจะพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วทำให้มีอาการแปลก ๆ มากกว่าท้อง เดี๋ยวหน้าแตกแล้วจะยุ่ง 

“ยังไม่รู้เลยครับ มีอะไรหรือเปล่า” คนตรงหน้าตั้งคำถามพลางเลิกคิ้วสูงไปด้วย ฉันเริ่มแสดงอาการแปลก ๆ จนพี่สมุทรสงสัยไปหลายรอบแล้ว 

“เปล่าค่ะ” 

“มีอะไรก็บอกพี่ได้นะ” 

“ไม่มีจริง ๆ ค่ะ” เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากพยักหน้าให้ฉันเท่านั้นก่อนจะเดินมาหยิบเสื้อผ้าไปแต่งตัว ฉันเลยช่วยจัดชุดเขาต่อจนเสร็จเรียบร้อย 

“ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจก็บอกพี่ได้นะ พี่ไม่อยากให้ลิตเก็บเอาไว้คนเดียว”  

บางครั้งก็แอบเห็นใจเขาเหมือนกัน แต่ฉันอยากให้ชัวร์มากกว่านี้ก่อน กลัวพี่สมุทรจะดีใจเก้อ ถึงตอนนั้นฉันคงรู้สึกแย่ 

“ค่ะ แต่ไม่มีจริง ๆ นะคะ” พูดจาอ้อน ๆ ให้เขาฟัง ยิ่งเป็นคนคิดมากเก่งอยู่ด้วย ก่อนจะพากันเดินลงมาข้างล่าง ได้กลิ่นข้าวต้มหอม ๆ มันแตะจมูกจนฉันไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้สักเท่าไหร่ รู้สึกพะอืดพะอมอยากอ้วกมาก 

“ลงกันมาแล้วเหรอ กินข้าวต้มก่อนไหมลูก” แม่หันมาถาม 

“เอ่อ…” เงยหน้ามองสบตาแม่เชิงอ้อนวอน เหมือนท่านจะดูออก 

“หิวไหม?” คนข้าง ๆ ก้มหน้าลงมาถาม จนฉันต้องละสายตาจากแม่เพื่อเงยหน้ามองเขาแทน 

“ยังเลยค่ะ พี่จะกินไหมคะ” 

“ไม่ดีกว่าครับ บ้านลิตห่างจากบริษัทพี่พอสมควร เช้า ๆ รถติด พี่กลัวไปสายน่ะ” เหมือนโล่งขึ้นมานิดหน่อย “งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ สวัสดีครับ” 

พ่อและแม่พยักหน้าให้พี่สมุทร ฉันเลยเดินออกมาส่งเขาที่รถ ช่วงนี้เขาใช้รถคันของฉันอยู่ เนื่องจากรถคันของตัวเองพังไปกับไฟหมดแล้ว 

“สู้ ๆ นะคะ” 

“ครับ” พี่สมุทรยื่นฝ่ามือมาขยี้หัวฉันก่อนจะเดินไปขึ้นรถ รู้แหละว่าอยากทำมากกว่านี้ แต่คงเกรงใจพ่อกับแม่เลยได้แค่นี้ พอเขาขับรถออกไปฉันก็เดินกลับเข้าไปข้างในทันที 

“ลิต!” ตั้งใจว่าจะหนีขึ้นห้องสักหน่อย แต่เสียงพ่อธีร์กลับดังขึ้นมาซะก่อน น้ำเสียงเข้มผิดปกติ “จะไปไหนเหรอ? มาคุยกันหน่อยสิ” 

“เอ่อ…” 

“ลลิต!” 

“แฮร่ ๆ” ได้แต่ยิ้มแหย ๆ หันกลับมามองหน้าพ่อธีร์ แววตาของท่านดุมาก มองเลยไปทางแม่เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ท่านกลับยิ้มแหย ๆ ให้ฉันแทน 

“จะมองหน้าแม่ทำไม? พ่ออยู่ตรงนี้” 

โอ๊ย! อยากจะร้องไห้แล้วเนี่ย วันนี้พ่อธีร์ดุมาก 

“อย่าดุสิคะ” สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดแขนพ่อธีร์เอาไว้ด้วย “ดุจนหนูกลัวแล้วเนี่ย” 

“แน่ใจว่ากลัว?” พ่อธีร์ถามพลางหรี่ตามองหน้าฉันไปด้วย 

“โธ่! หนูกลัวจริง ๆ นะคะ” 

“เหรอครับ? ถ้าหนูกลัว หนูจะไม่คิดปิดบังอะไรพ่อเลย” สะอึกทุกครั้งที่พ่อธีร์พูดออกมา น้ำเสียงของท่านจริงจังมาก ไหนจะแววตาที่มองกันอีก 

“ก็…” 

“พ่อผ่านมาก่อนหนูนะ ทำไมจะมองไม่ออก อาการหนูมันออกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” ฉันถึงกับเงียบไปเลยทีเดียว ไม่กล้ามองหน้าสบตาพ่อตรง ๆ เลยก้มหน้าต่ำแทน “ทำไมถึงไม่บอกพ่อ” 

“หนูแค่ไม่อยากทำให้พ่อผิดหวัง” พ่อธีร์ยิ้มให้ฉันพลางยื่นมือข้างหนึ่งมาวางลงบนหัว ฝ่ามือที่ขยี้เส้นผมของฉันไปมามันช่างอบอุ่นอะไรแบบนี้ จนพ่อเธียร์ลุกเดินเข้ามาหาอีกคน 

“ตัวแสบเอ๊ย! หนูเลยจุดที่จะกลัวไปนานแล้วนะ” พ่อเธียร์ก็เป็นอีกคนที่ยื่นฝ่ามือมาขยี้หัวฉันด้วยเหมือนกัน “และอีกอย่างหนูมีคำนำหน้าว่านางแล้วไม่ใช่เหรอ” 

“พ่อเธียร์… อย่าแซวเรื่องนี้สิคะ” จริง ๆ ฉันก็อยากใช้นางสาวนำหน้าเหมือนเดิม แต่พี่สมุทรไม่ยอม เลยต้องเปลี่ยนทั้งคำนำหน้าและนามสกุล 

“เพราะพ่อเชื่อว่าสมุทรจะดูแลลูกได้ พ่อถึงได้ยอม” พ่อธีร์พูดขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของท่านมีแต่รอยยิ้ม “พ่อกำลังจะมีหลานแล้ว ใครบางจะไม่ดีใจ” 

“ฮือออ หนูขอโทษนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่พ่อกับแม่เข้าใจและคอยให้กำลังใจมาโดยตลอด” ตอนนี้น้ำตาไหลไปเรียบร้อยแล้ว พ่อกับแม่เลยพากันกอดปลอบฉันจนแน่นเชียว 

“โอ้! บ้านนี้เขารักกันแต่เช้าเลยแฮะ” เสียงพี่ครามดังขึ้นมาจนทำให้พวกเราต้องผละออกจากกัน พอหันไปมองก็เห็นพี่ฟ้าเดินตามเข้ามาติด ๆ แต่พี่ไลไม่ได้มาด้วย อาจจะกลับบ้านอีกก็ได้ “สวัสดีครับ” 

พี่ฟ้าและพี่ครามยกมือไหว้พ่อกับแม่ก่อนจะพากันเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร 

“มีเรื่องอะไรดี ๆ กันหรือเปล่าครับ” พี่ฟ้าหันมาถามเพราะเห็นพวกเรากอดกันก่อนหน้านี้ แต่ฉันกลับส่งสายตาอ้อนวอนขอไม่ให้พ่อกับแม่บอกพี่ ๆ 

“ถ้าหิวก็รีบกิน เพราะกูมีเรื่องจะคุยกับพวกมึงอีกเยอะ!” 

ขอบคุณพ่อเธียร์ที่ช่วยลูกสาวคนนี้และแอบเห็นใจพี่ฟ้ากับพี่คราม เพราะสีหน้าและน้ำเสียงของพ่อดูน่ากลัวมาก 

 

มื้อเช้าผ่านไป พ่อเธียร์เรียกพี่ฟ้ากับพี่ครามขึ้นไปคุย ฉันเองก็อยากรู้ว่าเรื่องอะไรเหมือนกัน อยากตามขึ้นไปดูแต่พ่อธีร์กับแม่ลันดันห้ามเอาไว้ซะก่อน 

“หนูเป็นห่วงพี่ฟ้าพี่ครามค่ะ” ยิ้มแหย ๆ มองหน้าพ่อกับแม่สลับกัน 

“หนูไม่ต้องห่วงหรอก วันนี้แค่คุย ยังไม่ถึงขั้นเจ็บตัวครับ” 

“โธ่! พ่อธีร์คะ” อยากจะร้องไห้แทนพี่ชายเลยทีเดียว 

“แล้วนี่หนูจะออกไปไหนหรือเปล่า เดี๋ยวพ่อพาไป”น่ารักที่สุด แต่ฉันไม่อยากรบกวนพวกท่าน ตั้งใจว่าจะกลับไปที่คอนโดด้วย 

“หนูขอยืมรถดีกว่าค่ะ จะกลับไปที่คอนโดด้วย สัญญาว่าจะดูแลตัวเองค่ะ ตอนนี้คงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับหนูแล้ว” พ่อธีร์หันไปมองหน้าแม่ลันเหมือนขอความเห็นทันที จนแม่พยักหน้าให้ ฉันเลยได้รับอนุญาตออกจากบ้าน 

ตั้งใจว่าจะแวะซื้อที่ตรวจครรภ์ก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยพาไปแอบที่คอนโดเพราะจะนอนค้างที่นั่นด้วยเลย หลังจากซื้อของทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ฉันก็ขับรถกลับคอนโด ขึ้นมาที่ห้องเอาที่ตรวจครรภ์ไปแอบเอาไว้ในห้องน้ำ หามุมที่คิดว่าจะไม่มีใครเห็นซ่อนเอาไว้ เดินกลับออกมาดูทีวีต่อ 

นั่งดูฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ รอให้พี่สมุทรโทรมาหาเอง กลัวว่าจะโทรไปรบกวนเขาแทน ดูไปดูมากลายเป็นทีวีดูฉันแทนเพราะเผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีท้องก็ร้องบ่นว่าหิว ในห้องไม่มีอะไรให้กินเลยต้องขับรถมาหาอะไรกินที่ห้างฯ แทน 

“มันตา”  

กำลังจะเดินเข้าร้านอาหารแต่กลับต้องสะดุ้งเพราะเสียงเรียกของผู้หญิงจากด้านหลัง เลยหมุนตัวหันกลับไปมอง เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันทันที ทั้งคู่คือกลุ่มเพื่อนที่เมื่อก่อนฉันมักจะไปดื่มด้วยกันบ่อย ๆ 

“อ้าว! บีม ดาด้า” ฉันไม่ค่อยสนิทสักเท่าไหร่ แต่ก็คุยด้วยอยู่บ้าง “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” 

“พวกฉันต่างหากที่ต้องพูดคำถามนี้ ห่างหายไปนาน อัปเดตล่าสุดกลับจดทะเบียนสมรสกับหนุ่มหล่อไปซะแล้ว ผู้แกหน้าตาดีมาก” ดาด้าพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “แกคงไม่ได้ท้องใช่มั้ยมันตา” 

ถึงกับสะอึกเมื่อเจอคำถามต่อมา ทั้งคู่พากันหัวเราะคิกคักชอบใจใหญ่เลย 

“ตอนจดทะเบียนยังไม่ได้ท้องหรอก แต่ถึงจะท้องก็คงไม่แปลก เพราะฉันมีผ… เอ่อ คนรักเป็นของตัวเองน่ะ” ตอบคำถามพลางฉีกยิ้มกว้างให้ทั้งคู่ไปด้วย สีหน้าเลยดูเจือน ๆ เมื่อเจอฉันตอบกลับไปแบบนี้ 

“อืม แล้วนี่แกได้ข่าวส้มโอหรือยัง” บีมชวนเปลี่ยนเรื่องทันที การแสดงของทั้งคู่เยี่ยมยอดจริง ๆ 

“ข่าว? มีอะไรหรือเปล่า” 

“ก็เพื่อนของคุณพ่อฉันเป็นเพื่อนกับนายตำรวจที่ทำคดีนะสิ ตอนที่รู้ข่าวครั้งแรกฉันยังตกใจเลยและที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือยัยนั่นยอมฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด” 

“ว่ายังไงนะ” ฉันถามบีมย้ำอีกที เพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะพูดผิดหรือเปล่า 

“ส้มโอตายแล้ว” 

เหมือนโลกทั้งใบแทบหยุดหายใจ เพราะเรื่องนี้ฉันไม่รู้เลยจริง ๆ พี่สมุทรบอกแค่ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว แต่เขาไม่ได้บอกว่าส้มโอตายแล้ว 

“มันตา แกโอเคไหมเนี่ย” ร่างกายเซถลาไปด้านหลังจนดาด้ารีบเข้ามาช่วยพยุงเอาไว้ 

“ฉะ ฉันไม่เป็นอะไร ขอตัวก่อนนะ” รีบเดินออกมาจากตรงนั้นท่านที่ แต่ร่างกายกลับอ่อนล้าเกินกว่าจะมีเรี่ยวแรงเดินต่อได้จนต้องหยุดเดินเพื่อยึดเหนี่ยวตัวเองไม่ให้ล้มลงมานั่งกองกับพื้น “ฮึก… ฮึบ!” 

ฉันพยายามไม่ร้องไห้ พยายามให้กำลังใจตัวเอง ถึงหลาย ๆ เหตุการณ์จะรู้สึกแย่กับเรื่องที่ส้มโอเคทำเอาไว้ แต่ฉันก็ไม่อยากให้มันจบแบบนี้ 

RRRRR 

ยืนเงียบ ๆ เพื่อให้กำลังใจตัวเอง แต่กลับต้องสะดุ้งเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า พอเห็นเบอร์ปลายสายน้ำตากลับไหลออกมาทันที 

“ฮึก… พะ พี่สมุทร” 

(ลิต ทำไมเสียงเป็นแบบนี้) 

“ฮือ ๆ” 

(ร้องไห้ทำไม ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ) 

“ละ ลิตอยู่ห้างฯ xxx ค่ะ” 

(เดี๋ยวพี่ไปหา ไม่ต้องวางสายนะ) 

“ค่ะ” 

เสียงพี่สมุทรยังดังอยู่ตลอด ฉันพยายามห้ามน้ำตาของตัวเองไม่ให้ไหลออกมา แต่กลับห้ามไม่ไหว ไม่ได้ร้องไห้เสียงดัง แค่ปล่อยให้มันไหลออกมาเท่านั้น นั่งรอพี่สมุทรอยู่นานพอสมควร 

“ลิต” เสียงเรียกจากตรงหน้าทำให้ฉันช้อนสายตาฉันไปมอง คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือพี่สมุทร ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง เพราะฉันยังไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าอยู่ตรงไหน 

“ฮึก…” พอเห็นหน้าเขา น้ำตากลับไหลออกมามากกว่าเดิม ไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกขึ้นไปหาเขาด้วยซ้ำ จนพี่สมุทรรีบเดินเข้ามานั่งยองอยู่ตรงหน้า 

“ฮึบไว้นะครับ” ฉันฮึบไม่ไหวแล้ว อยากงอแงใส่คนตรงหน้ามาก ๆ แต่พอเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาพากันหันมามองก็ต้องยอมทำตามที่พี่สมุทรพูด 

“ยะ อยากกลับแล้วค่ะ” 

“ครับ” 

“คอนโดนะคะ” พี่สมุทรพยักหน้าให้ก่อนจะพาฉันกลับ เขาไม่ได้เอารถมาจอดไว้ที่บริษัท ที่เห็นว่ามาหาฉันเร็ว เขานั่งวินมอเตอร์ไซค์มา หัวยุ่งไปหมดเลยทีเดียว แอบขำ แต่ก็ดีใจ  

นั่งเงียบ ๆ จนพี่สมุทรพากลับมาถึงห้อง แต่กลับไม่มีอะไรให้กินเลย ท้องก็ร้อง ได้แต่มองหน้าแล้วยิ้มให้กันแทน 

“รออยู่ในห้องนะครับ พี่จะลงไปซื้ออะไรมาให้กิน” 

“ค่ะ” ตอนนี้ฉันคงลงไปด้วยไม่ไหวแล้ว ยังจิตตกเรื่องของส้มโออยู่เลย ตั้งใจว่าจะถามพี่สมุทรให้ชัวร์แทน “พี่สมุทรคะ” 

“ครับ” 

“ลิตอยากกินผลไม้ดองด้วยค่ะ” 

“จะดีเหรอ?” 

“ดีสิคะ ลิตอยากกินจริง ๆ นะคะ” พูดอ้อนเขา จนพี่สมุทรพยักหน้าเข้าใจ เดินออกไปจากห้อง ฉันนั่งคิดอะไรเพลิน ๆ รวมไปถึงเรื่องราวมากมายที่ผ่านมา 

ในหัวเริ่มมีคำถาม ทำไมส้มโอต้องฆ่าตัวตายด้วย ความผิดของเธอมันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ? มันอาจจะจริงที่ส้มโอทำผิด แต่เธอก็ไม่ควรจบชีวิตแบบนี้เลยจริง ๆ มันไม่คุ้มเอาซะเลย 

เฮ้อ! 

เพลียอีกแล้ว เลยนอนรอพี่สมุทรที่โซฟาแทน ไม่อยากเข้าไปนอนในห้องคนเดียว มันกว้างจนน่ากลัว ช่วงนี้หลับง่ายมาก แค่ทิ้งตัวลงนอน เปลือกตาก็หนักอึ้งแล้ว ง่วงจัง… มันคงจะดีถ้าได้พักผ่อนจริง ๆ 

จุ๊บ 

“อือ…” ถึงกับสะดุ้งเพราะสัมผัสที่หน้าผากจนต้องลืมตา ฉันเพิ่งหลับตาแค่ไม่นานเอง พอลืมตาก็เห็นพี่สมุทรยืนอยู่แล้ว “ทำไมไปเร็วจังเลยคะ” 

“พี่เป็นห่วงลิตน่ะ” 

“ซื้อผลไม้ดองมาให้ลิตหรือเปล่าคะ” รีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อถามหาผลไม้ดองทันที ฉันอยากกินมากกว่าข้าวซะอีก 

“ซื้อมาครับ แต่กินข้าวก่อน เดี๋ยวปวดท้อง” 

“ฮือ ขอกินผลไม้ดองก่อนนะคะ” พี่สมุทรไม่เข้าใจ ท่าทางของเขาเหมือนไม่ยอมให้ฉันกินผลไม้ดองก่อนข้าวด้วยซ้ำ 

“ไม่ครับ เดี๋ยวพี่ไปใส่จานให้ ลิตลุกไปล้างหน้าก่อนก็ได้” แบนปากใส่ แต่เขาไม่สนใจ ฉันเลยต้องลุกไปล้างหน้า แอบดูกล่องที่ตรวจครรภ์ไปด้วย กลัวจะซ่อนไม่มิด แต่ห้องน้ำข้างนอกพี่สมุทรไม่ค่อยได้เข้าหรอก เขาจะเข้าในห้องนอนมากกว่า 

พอล้างหน้าเสร็จ เดินออกมาก็มีจานข้าวผัดกุ้งวางอยู่แล้ว ตอนแรกไม่อยากกินเท่าไหร่หรอก แต่พอเห็นกุ้งตัวโต ๆ กลับปฏิเสธไม่ลง รีบหยิบจานขึ้นมาถือเอาไว้ทันที ตักข้าวคำแรกแต่กลับรู้สึกแปลก ๆ มันพะอืดพะอมอยากอ้วกมาก ๆ 

“อุ๊บ!” ท่าทางแปลก ๆ ของฉันทำให้พี่สมุทรเงยหน้าขึ้นมามองทันที 

“เป็นอะไรครับ” 

“มัน… อุ๊บ!” ไม่ไหวแล้ว วางจานข้าวผัดลงก่อนจะรีบวิ่งกลับไปอ้วกในห้องน้ำ พี่สมุทรเองก็ลุกตามออกมาติด ๆ เหมือนกัน “อะ อ้วก อ้วกกก…” 

พี่สมุทรคอยลูบหลังให้ฉันไปด้วย ตอนนี้คงไม่ต้องสงสัยแล้วแหละว่าท้องหรือเปล่า ฉันว่ามันชัวร์มากแล้วนะ เพราะถ้าวันนี้ประจำเดือนยังไม่มาอีกมันก็เข้าเดือนที่สองที่ขาดไปแล้ว 

“ไม่สบายหรือเปล่าลิต พี่พาไปหาหมอดีกว่า” 

“มะ ไม่ค่ะ ลิตสบายดะ อุ๊บ… อ้วกกก” โอ๊ย! หมดไส้ หมดพุงกันเลยทีเดียว มือก็ควานหาทิชชูจนพี่สมุทรช่วยหยิบ แต่ทว่า… 

ตุบ! 

ความรู้สึกเหมือนอะไรตกลงพื้น เรียวคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันเพราะนึกขึ้นได้ว่าแอบกล่องที่ตรวจครรภ์เอาไว้ใกล้ ๆ กับกล่องทิชชู พี่สมุทรก้มลงไปเก็บขึ้นมาดู ฉันเองก็ห้ามไม่ทัน 

“ลิตท้องเหรอ?” ฉันถึงกับสะดุ้งเมื่อเจอคำถามนี้ของพี่สมุทร รีบหมุนตัวหันกลับมามองหน้าเขายิ้ม ๆ คนตรงหน้าเองก็เอาแต่จ้องฉันไม่วางตาเลย สายตาของเขามันสั่นไหวมาก ๆ “ท้องหรือเปล่าครับ” 

“ลิตไม่แน่ใจค่ะ ตั้งใจว่าจะแอบตรวจพรุ่งนี้ แต่พี่…” 

“ไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้แล้ว เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาลเลย” เขาว่าก่อนจะวางกล่องที่ตรวจครรภ์ลงแล้วลากฉันออกจากห้องน้ำ  

ลูกนะลูก อดทนอีกสักหน่อยก็ไม่ได้ ตั้งใจว่าจะเซอร์ไพรส์พี่สมุทรสักหน่อย ตอนนี้กลับโดนซะเอง ตลอดทางที่เขาขับรถพาฉันไปโรงพยาบาล ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ เอาแต่นั่งเงียบ ฉันเองก็ลุ้นไม่ต่างกันหรอก 

“พี่โกรธลิตหรือเปล่าคะ” 

“เปล่าครับ พี่แค่ตื่นเต้น” เขาหันมายิ้มให้ฉันเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจถนนเบื้องหน้าต่อ 

ความรู้สึกตอนนี้มันอธิบายไม่ถูกเลยจริง ๆ แต่พอรู้ว่าความชัวร์เรื่องท้องมันมากกว่าไม่ท้อง ฉันก็ดีใจ นั่งลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองไปตลอดทางจนมาถึงโรงพยาบาล 

พี่สมุทรเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ก่อนจะนั่งรอให้พยาบาลมาเรียกเข้าไปพบคุณหมอ คนข้าง ๆ นั่งจับมือฉันตลอด แต่เขากลับมือสั่นกว่าฉันอีก ท่าทางจะตื่นเต้น จนถึงเวลาที่พยาบาลออกมาเรียกชื่อ พากันเดินเข้าไปพบคุณหมอในห้อง 

ช่วงเวลาที่ฉันเองก็ตื่นเต้น ทำตามที่คุณหมอบอกด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เสียงหัวใจก็เต้นแทบไม่เป็นจังหวะ จนผลออก 

“ยินดีด้วยนะคะ คุณแม่ตั้งครรภ์ได้เจ็ดสัปดาห์แล้วค่ะ” ฉันถึงกับหันชวับไปมองหน้าพี่สมุทรเลยทีเดียว อยากจะฟาดเขาสักป๊าบ แต่ก็ต้องยั้งมือเอาไว้ก่อนจะนั่งฟังคุณหมอแนะนำต่อ 

สรุปก็ได้ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลนั้นเลย แถมยังได้ยาและสมุดฝากครรภ์กลับมาอีกต่างหาก ฉันไม่ได้ท้องลูกแฝดหรอกนะคะ คนแรกฉ่ายเดี่ยว ส่วนเรื่องเพศคงต้องรอลุ้นกันต่อไป ตอนนี้พี่สมุทรยิ้มหน้าบานแล้ว 

“คนเจ้าเล่ห์!” แอบบ่นให้เขาระหว่างทางนั่งรถกลับคอนโด 

“ตรงไหนครับ” 

“เหอะ! ท้องแล้ว งั้นไม่ต้องแต่งงานหรอก” ฉันเชิดหน้าใส่พี่สมุทรพลางเสมองออกไปนอกกระจกรถเพื่อมองดูรอบ ๆ จนเรื่องของส้มโอผุดเข้ามา “พี่สมุทร เรื่องส้มโอ… ตายแล้วเป็นความจริงหรือเปล่าคะ” 

ความเงียบเกิดขึ้น ฉันเองก็นั่งประสานฝ่ามือเพื่อรอฟังคำตอบ จนรถติดสัญญาณไฟจราจร คนข้าง ๆ เลยหันมามองหน้าฉันพลางยื่นมือข้างหนึ่งมากุมมือของฉันเอาไว้ 

“มันจบแล้ว พี่ไม่อยากให้ลิตคิดถึงเรื่องนี้อีก” 

“ฮึก… จะ จริงสินะคะ” 

“พี่ไม่อยากให้ลิตร้องไห้เพราะคนแบบนี้หรอกนะ ลืมเรื่องแย่ ๆ ไปซะเถอะ พวกเราควรเริ่มต้นใหม่กันได้แล้ว” 

“ค่ะ” พี่สมุทรยื่นปลายนิ้วของเขามาเกลี่ยหยาดน้ำตาให้กับฉันพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนที่สัญญาณไฟจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว ทิศทางรถที่เขาพาฉันกลับคือคอนโดนั่นแหละ 

พอมาถึงห้องก็ถูกบังคับให้กินข้าวอีกแล้ว ครั้งนี้พี่สมุทรเป็นคนทำให้เพราะก่อนขึ้นคอนโดเขาแวะซื้อมาด้วย รสชาติโอเคกว่าเดิมนิดหน่อยแถมกลิ่นยังไม่ชวนอ้วกอีกต่างหาก ฉันเลยนั่งกินได้แบบมีความสุขจนอิ่ม 

“กินยาด้วยครับ” 

“ขอบคุณค่ะ” ยอมทำตามเขาอย่างว่าง่าย 

พี่สมุทรคอยดูแลฉันแทบไม่ห่างเลยจริง ๆ ก่อนจะเดินกลับมานั่งข้างฉัน ขยับเข้ามาสวมกอดเอาไว้หลวม ๆ 

“ขอบคุณนะครับ” 

“ขอบคุณเรื่องอะไรคะ” 

“ทุกเรื่องและที่สำคัญ ของขวัญชิ้นนี้” มือหนาของพี่สมุทรยื่นมาลูบหน้าท้องของฉันแผ่วเบา “คุ้มค่ากับการรอคอยมาตลอด…” 

“ลิตก็รอนะคะ แถมยังมาโกหกกันอีกต่างหาก” 

“ขอโทษครับ เรื่องมันผ่านมาแล้ว” 

“ชิ” ได้แต่อมยิ้มกับท่าทางอ้อน ๆ ของเขา หลังจากนี้ฉันกับพี่สมุทรคงมีความสุขกันสักที 

 

 

__________________________________________ 

ดีใจ นิยายจะจบแล้ว ตอนหน้าจะไปเร็วมาก ๆ 55555555555555 

อยากเห็นหลานแล้ว 

ความคิดเห็น