facebook-icon

มาร่วมค้นหาคำตอบของหัวใจไปพร้อม ๆ กับลลิตนะคะ...

.43. อโหสิกรรม [100%]

ชื่อตอน : .43. อโหสิกรรม [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2563 19:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.43. อโหสิกรรม [100%]
แบบอักษร

.43. อโหสิกรรม 

 

 

[สมุทร] 

หลังจากออกมาส่งพ่อขึ้นรถกลับบ้านเสร็จเรียบร้อย ผมก็ตั้งใจจะออกไปหาซื้อส้มตำให้ลิตกิน แต่ระหว่างทางกลับมีสายโทรเข้ามาจากคนของพ่อที่ผมให้ไปจัดการเรื่องคดีต่าง ๆ ปลายสายโทรมาบอกว่าไอ้โอเอาแต่อาละวาดและอยากเจอผม ตอนแรกก็ไม่อยากจะไปหรอกครับ แต่ถ้าไม่ไปมันก็คงไม่หยุด 

“สมุทร…” ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและหยาดน้ำตาทอดสายตามองมาทางผมด้วยสีหน้าดีใจ บาดแผลที่ได้รับจากน้ำมือของผมถูกปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้ว 

“มีอะไร” 

“ขอโทษ” 

“มันสายไปแล้ว มึงจะทำร้ายใครอีกกี่คนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ลิต” ผมมองมันกลับด้วยแววตาเกลียดชัง หยาดน้ำตาของคนตรงหน้าค่อย ๆ ไหลอาบแก้มอยู่ตลอด “ก้มหน้าชดใช้กรรมของมึงไปเถอะ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น มึงเลือกเอง” 

“สมุทร อย่าเพิ่งไปได้ไหม สมุทร… ฮึก ฮือ ๆ เรารักสมุทรนะ” ผมไม่ได้สนใจที่จะหยุดฟังด้วยซ้ำ รีบเดินออกมาจากที่ตรงนั้นแทน 

“เรื่องคดีทางตำรวจว่ายังไงบ้างครับ” 

“พรุ่งนี้จะถูกย้ายไปเรือนจำแล้วครับ คดีที่ก่อเอาไว้มีแต่หนัก ๆ ทั้งนั้น คงไม่ได้ออกมาอีก” 

“ผมกลัวว่ามันจะไม่ยอมเข้าไปมากกว่า…” ประโยคนี้ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “งั้นผมกลับก่อนนะครับ ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือและเป็นธุระจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้” 

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ” 

ผมแยกตัวออกมาก่อนจะขับรถกลับไปที่บ้าน มีเรื่องอยากคุยกับไอ้อ้นนิดหน่อย ผมอยากจัดการเรื่องยุ่ง ๆ นี้ให้จบสักที เพราะต่อไปสิ่งที่ผมจะทุ่มเทให้คงมีแต่ครอบครัวเท่านั้น 

จอดรถสนิทพร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเพราะกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่หน้าบ้าน จนต้องรีบลงจากรถเพื่อไปดูให้แน่ใจว่าเป็นของใคร จนเจ้าของกระเป๋าพากันเดินออกมา 

“อ้าวพี่” 

“จะไปไหนกันครับ” ตั้งคำถามด้วยความแปลกใจ จริง ๆ ทั้งคู่ไม่จำเป็นต้องออกไปจากที่นี่เลยด้วยซ้ำ 

“เขาไม่อยู่แล้วนี่ ผมกับแม่เลยจะออกไปจากที่นี่กันน่ะ” รอยยิ้มฝืน ๆ เผยออกมาจากใบหน้าคนตอบคำถาม 

“ผมขอคุยด้วยหน่อยนะครับ นายด้วย” หันไปพูดกับน้าแอนก่อนจะพากันเดินเข้ามานั่งที่โซฟาห้องรับแขก 

“น้าอยากขอโทษสมุทร” ท่านว่าพลางยกมือจะไหว้ผมด้วย เลยต้องรีบลุกไปรับฝ่ามือของท่านเอาไว้แทน 

“ไม่ต้องไหว้ผมหรอกครับ เรื่องมันผ่านมาแล้ว อีกอย่างน้าแอนกับอ้นก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย ไม่จำเป็นต้องย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้ด้วยซ้ำ” 

“น้าไม่มีหน้าจะอยู่ที่นี่ต่อหรอก เรื่องราวในอดีตที่น้ารับรู้มาโดยตลอด มันหนักหนาเกินกว่าจะให้อภัยด้วยซ้ำ” ใบหน้าน้องน้าแอนเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ช่วงเวลาที่ผ่านมาท่านคงน้ำท่วมปาก พูดหรือห้ามอะไรคงไม่ได้ 

“แล้วน้าเกลียดพ่อผมจนอยากฆ่าให้ตายด้วยหรือเปล่าครับ” คำถามของผมทำให้น้าแอนชะงักไปครู่หนึ่งเลยทีเดียว ผมไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นหรอก ถ้ามัวแต่แก้แค้นกันไปมา แล้วเมื่อไหร่ผมจะมีความสุขสักที 

“น้าไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่น้าก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี น้าขอโทษ” 

“ผมเองก็ไม่ได้เกลียดน้ากับอ้นเหมือนกัน แต่ถ้าน้าอยากไถ่โทษให้กับครอบครัวของผมจริง ๆ ช่วยอยู่ที่นี่ต่อได้ไหมครับ ทุกคนที่นี่ต้องการน้าแอนนะครับ” 

“แต่น้า…” 

“เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา ก็ปล่อยให้มันเป็นความทรงจำที่ไม่ดีไปก็แล้วกันครับ ผมไม่คิดจะโทษน้าเลย ถ้าพ่อยังอยู่ตรงนี้ ท่านก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน” 

ผมแค่คิดว่าพ่ออาจจะตั้งใจเหมือนที่ผมตั้งใจจะแก้ไขเรื่องราวในตอนนี้อยู่ก็ได้ และพ่อคงไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ เพราะชีวิตใหม่ที่ท่านเลือกก็มีความสุขไม่แพ้กันเลยจริง ๆ 

“พ่อผม ฆ่าพ่อพี่นะ” คำถามของไอ้อ้นทำให้ผมต้องหันไปมองหน้าหมอนี่แทน มันก็จริงที่อาคิดจะฆ่าพ่อผม แต่เพราะพ่อยังไม่ตายจริง ๆ เรื่องทุกอย่างก็ถือว่าจบที่อาตายก็แล้วกัน 

“นายเองก็ช่วยพี่มาตลอดไม่ใช่เหรอ?” ผมยิ้มพลางเงยหน้าขึ้นไปถามไอ้อ้น มันดูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยแทนตัวเองว่าพี่เลย “ถึงยังไงพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน” 

“โคตรใจกว้างเลยนะครับ” 

“ส่วนเรื่องบริษัท นายก็ไม่ต้องลาออก ทำงานในส่วนของตัวเองไปซะ” 

“พ่อผมทำเอาไว้ซะขนาดนั้น พี่คิดว่าคนที่นั่นจะเชื่อถือผมอีกเหรอครับ” มันก็จริงอย่างที่ไอ้อ้นพูด แต่พ่อสร้างเรื่อง ลูกไม่จำเป็นต้องรับโทษแทนสักหน่อยนี่ 

“ถ้านายเชื่อมั่นในตัวเองและพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่านายกับพ่อไม่เหมือนกัน มันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พี่เชื่อว่านายทำได้และคนอื่นก็จะมองอย่างที่พี่มองด้วย” 

“ขอบคุณที่เชื่อใจผมนะพี่” 

“อืม” ผมไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่โอเคหรือเปล่า แต่อย่างน้อย ๆ มันก็ทำให้น้าและไอ้อ้นไม่ออกไปจากบ้านเร็ว ๆ นี้ คงต้องปรับตัวกันต่อไปนั่นแหละครับ 

จัดการธุระส่วนนี้เสร็จผมก็ขับรถกลับบ้าน ความตั้งใจแรกคือออกมาซื้อส้มตำให้ลิตกิน แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงกว่าแล้ว ป่านนี้เมียผมคงหน้ายุ่งหมดแล้วมั้ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งใจจะโทรหาลิต แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะมีเบอร์ไม่คุ้นโทรเข้ามาซะก่อน 

RRRRR 

เบอร์ติดต่อใหม่ผมไม่เคยให้คนแปลกหน้าเลย นอกจากไอ้วิน ไอ้ฟ้า แม้แต่ลิตยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ 

“สวัสดีครับ” ไม่อยากสงสัยนานรีบกดรับสายแทน 

(สมุทร…) รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยเพราะน้ำเสียงจากปลายสายคือเมย์ 

“อืม” 

(เมย์เอาเบอร์สมุทรมาจากวินน่ะ เจอกันหน่อยได้ไหม) น้ำเสียงของเธอฟังดูปกติ อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้ผิดใจอะไรกันแล้วด้วย 

“ได้สิ งั้นเจอกันที่สวนสาธารณะแถวบ้านเมย์ละกัน” 

(อืม) 

วางสายจากเมย์ก่อนจะตีไฟเลี้ยวเพื่อกลับรถไปยังเส้นทางใหม่ ชีวิตผมช่วงนี้ดูวุ่นวายเป็นพิเศษ ถือโอกาสช่วงนี้สะสางเรื่องต่าง ๆ ให้จบไปเลยละกัน ผมใช้เวลาขับรถอีกครึ่งชั่วโมงเพื่อมาหาเมย์ พอมาถึงสถานที่นัดหมายเธอก็นั่งรออยู่แล้ว 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” 

“อืม สบายดีนะ” 

“สบายดี ขอโทษที่หายไปนะ ช่วงนั้นสมุทรคงเจอหลายเรื่อง” ผมไม่ได้ตอบกลับอะไรนอกจากยิ้มให้เธอเท่านั้น “แต่เมย์ก็ยังรู้ความเคลื่อนไหวของสมุทรอยู่ดี ตกใจมากเลยนะ แต่พอรู้ว่ายังไม่ตายจริง ๆ ก็ดีใจ” 

“ดีแล้ว เมย์จะได้ไม่เดือดร้อน” 

“ตอนนี้เมย์คงหมดหวังแล้วจริง ๆ แต่ในฐานะเพื่อน เมย์ยังมีสิทธิ์เป็นห่วงสมุทรได้หรือเปล่า” แววตาของเธอดูเศร้า แต่ก็มีรอยยิ้มแฝงอยู่ด้วย ผมเองก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรเมย์ด้วยซ้ำ แค่ไม่ชอบกับหลาย ๆ การกระทำของเธอก็เท่านั้นเอง 

“อืม ต่อไปเมย์คงรู้จักขอบเขตของคำว่าเพื่อนมากขึ้น” 

“เจ็บจัง… แต่ก็ดีใจนะที่สมุทรกลับมายิ้มได้อีกครั้ง” ใบหน้าเศร้า ๆ เริ่มมีรอยยิ้มออกมา ผมเองก็ยิ้มตอบกลับให้เธอเช่นกัน “ฝากขอโทษมันตาด้วยนะ” 

“ได้สิ” 

“คงไม่ได้เจอกันอีกสักพัก เมย์ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวสักหน่อย” 

“ดูแลตัวเองด้วยนะ ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา ขอโทษถ้าเคยทำไม่ดีออกไป” ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน ถือว่าเคลียร์ใจกันไปเรียบร้อย 

“งั้นเมย์กลับก่อนนะ ต้องไปเตรียมตัวเดินทางน่ะ” 

“ครับ” มองหน้าให้กันพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะแยกจากกัน มิตรภาพไม่มีวันจางหายแน่นอน เพื่อนก็คือเพื่อน ต่อให้ห่างกันแสนไกล แต่ความห่วงใยก็ไม่เคยจางหาย 

ถ้าไอ้โอคิดได้อย่างเมย์ เรื่องทุกอย่างคงจบสวยกว่านี้… 

 

กว่าจะกลับมาถึงบ้าน ผมใช้เวลาไปเกือบสี่ชั่วโมง กลับมาพร้อมกับส้มตำไก่ย่างให้ลิต แต่สีหน้าคนอยากกินก่อนหน้านี้กลับบึ้งตึงจนผมไม่กล้าเข้าใกล้เลยทีเดียว รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกกินหัวแทนกินส้มตำ 

“ลิตขอให้พี่ไปซื้อส้มตำ แต่พี่เล่นหายไปเกือบสี่ชั่วโมง สรุปไปซื้อส้มตำให้ลิตหรือไปช่วยแม่ค้าหามะละกอกันแน่คะ” เสียงดังฟังชัดว่าไม่พอใจมาก คำถามก็แสนประชดประชันเหลือกินครับ 

“ขอโทษครับ” วางของที่ถืออยู่ในมือลงก่อนจะเดินไปหาลิตที่โซฟา แต่เจ้าตัวกลับขยับหนีไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้ “หนีพี่ทำไม” 

“ไม่ต้องเข้ามา ไม่อยากเข้าใกล้ แล้วกลิ่นน้ำหอมใครติดมาอีก สรุปพี่ไปไหนมาคะเนี่ย” จมูกดีจริง ๆ เลยครับ ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่ากลิ่นน้ำหอมของใคร เพราะไปเจอมาหลายคนมาก 

“ก็…” 

“หงุดหงิด ไม่อยากเห็นหน้าพี่แล้วค่ะ” อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนคนวัยทองจนผมตามไม่ทันเลยทีเดียว 

“แล้วนั่นจะไปไหนครับ” หันไปถามเพราะลิตกำลังลุกเดินหนีผมออกไปแล้ว 

“เรื่องของลิตค่ะ!” อารมณ์ไหนอีกเนี่ย ได้แต่มองตามพลางส่ายหัวรัว ๆ ให้กับท่าทางของลิต จนแม่เดินลงมาจากชั้นบน 

“แม่ได้ยินเสียงลิตโวยวาย ทะเลาะกันหรือเปล่า” 

“เปล่าครับ แค่บ่นที่ผมกลับมาช้า” 

“ช่วงนี้เหนื่อยหน่อยนะ อารมณ์ลิตอาจจะขึ้น ๆ ลง ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวสมุทรก็ชิน” แม่พูดยิ้ม ๆ สีหน้าของท่านดูมีความสุข ต่างจากผมที่กำลังงงว่าลิตเป็นอะไร “ตามไปดูหน่อยละกัน” 

“ครับ” ผมเดินตามลิตออกมาที่สวนข้างนอก ได้ยินเสียงแว่ว ๆ เหมือนนั่งบ่นพึมพำอยู่คนเดียว บ่นเรื่องผมนี่แหละครับ 

ฟอดดด 

“อือ… ทำอะไรคะเนี่ย” แอบหอมแก้มฟอดใหญ่ จนได้เห็นสายตาดุ ๆ ของลิตมองกลับมา “ใครอนุญาตให้หอมแก้มไม่ทราบ” 

“เป็นอะไรครับ อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หรือเป็นวันนั้นของเดือน” 

“จะเป็นได้ยังไงล่ะคะก็ เอ่อ…” เหมือนลิตจะนึกอะไรออกเพราะเจ้าตัวกลับชะงักคำพูดไป ผมเองก็ได้แต่มองหน้าลิตพลางเลิกคิ้วเชิงคำถามกลับไปด้วย แต่กลับไม่ได้รับคำตอบ 

“มีอะไรอยากบอกพี่ไหม?” ถามย้ำด้วยสีหน้าสงสัยกับท่าทางของลิต 

“ไม่มีค่ะ” ลิตส่ายหัวพร้อมคำตอบก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาผมแทน “แล้วสรุปพี่ไปไหนมาคะ” 

“ไปจัดการธุระสำคัญมา แล้วก็กลับบ้านไปคุยกับน้าแอนและไอ้อ้น และไปคุยกับเมย์” ชื่อของเมย์ทำให้ลิตรีบหันกลับมามองผมตาขวางเชียว “แค่คุย… เมย์ฝากมาขอโทษด้วยครับ” 

“ชิ” 

“ไม่งอนพี่แล้วนะ” ยิ้มให้ลิตก่อนจะก้าวเข้าไปยืนใกล้ ๆ ยื่นสองแขนไปกอดรอบเอวลิตเอาไว้ด้วย ตอนแรกก็ดิ้นไม่ยอมให้กอด แต่พอนานเข้ากลับหมุนตัวหันมากอดตอบ แถมยังสูดลมหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่เชียวครับ “อ้อนพี่จัง หายงอนแล้วใช่มั้ยครับ” 

“ใครงอน ไม่มีสักหน่อย” 

“เหรอครับ?” ลิตดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของผม สายตาที่มองกันมันอธิบายไม่ถูกเลย เหมือนลิตอยากบอกอะไรผม แต่ก็ไม่ยอมพูด “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมมองพี่แบบนี้” 

“พี่รักลิตมากไหมคะ” 

“มากครับ” 

“ดีจัง…” งงแหละครับ แต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้ม 

ผมไม่รู้ว่าลิตหายงอนหรือยัง เพราะเวลาต่อมาเธอก็ลากผมกลับเข้ามาในบ้านเพื่อนั่งกินส้มตำไก่ย่างที่ผมซื้อกลับมาให้ ท่าทางดูมีความสุขเชียว แถมยังมีมะม่วงน้ำปลาหวานวางอยู่อีก 

“วันนี้กินข้าวหรือยัง กินแบบนี้มาก ๆ เดี๋ยวก็ปวดท้องกันพอดี” ผมถามขึ้นเพราะท่าทางมีความสุขของลิตนี่แหละ กลัวจะกินอย่างอื่นมากกว่าข้าว 

“พี่อินมาทำของอร่อยให้กินแล้วค่ะ” คำตอบมันใช่ไหมเนี่ย? แล้วไอ้อินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ “อยากช้าเองทำไม” 

“อย่างน้อยลิตก็ได้กินแหละครับ” นั่งคุยกับลิตมือเอื้อมไปหยิบมะม่วงน้ำปลาหวานมานั่งกินตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่รู้ครับ ตอนแรกคิดว่าเปรี้ยว แต่พอกินไปหลาย ๆ คำเข้ากลับอร่อยจนแทบไม่อยากวางเลยทีเดียว 

“พี่สมุทร มาแย่งของลิตทำไมคะ” 

“แย่งอะไร พี่เห็นลิตกินส้มตำแล้ว” 

“แต่อันนี้ลิตสั่งให้พี่อินซื้อมาฝากนะคะ ลิตก็อยากกิน ทำไมต้องมาแย่งด้วย” ทำหน้างอแงใส่ผมเฉยเลยครับ “กินเกือบหมดจานเลย” 

“ทะเลาะอะไรกัน” เสียงแม่ถามขึ้นก่อนที่ท่านจะลุกมาดูผมกับลิต 

“พี่สมุทรขโมยกินมะม่วงหนูหมดเลยค่ะ” เด็กขี้ฟ้องเงยหน้าขึ้นไปมองแม่ 

“ยังไม่หมดนะครับ เหลืออีกตั้งสองชิ้น” 

“ฮึย! ลิตโป้งพี่แล้ว” ท่าทางจริงจังมาก จนผมงงกับอาการของลิตในตอนนี้มาก ๆ “ฮือออออ…” 

“เอ้า! ร้องไห้เลยเหรอ” 

“ใจเย็น ๆ ลิต พี่อินซื้อมาตั้งเยอะ เดี๋ยวแม่ไปทำให้ใหม่” แม่พูดขึ้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อปอกมะม่วงให้ลิต ส่วนผมนั่งมองหน้าเมียแบบงง ๆ ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์สักเท่าไหร่ 

“ลิต…” 

“ไม่ต้องมาพูดด้วยเลย” ท่าทางงานนี้จะสงบศึกกันยากครับ ดันมาแย่งของอร่อยเหมือนกันอีกต่างหาก “ก่อนหน้านี้ชวนไม่ยอมกิน แต่พอมาตอนนี้จะแย่งของลิตกิน พี่นิสัยไม่ดี” 

“ขอโทษแล้วไง” 

“ไม่หายหรอกค่ะ!” งอนผมตุบป๋องเลยทีเดียว แววตาก็ดูเอาเรื่องที่ผมแย่งมะม่วงกินเกือบหมด 

“มาแล้วจ้า คราวนี้ไม่ต้องแย่งกันแล้ว ห้ามทะเลาะกันด้วยนะ” แม่แยกจานมาให้เลยครับ ผมกับลิตนั่งกันคนละมุมเลยทีเดียว 

ผมจะคอยมองลิตตลอด สีหน้าตอนนั่งกินมะม่วงดูมีความสุขมาก ๆ ลิตอาจจะอยากกินจริง ๆ ก็ได้ ผมเองก็ด้วย 

 

ช่วงก่อนนอนเป็นอะไรที่วุ่นวายมากเพราะลิตไม่ยอมให้ผมนอนใกล้ ๆ แถมยังหยิบหมอนข้างมาคั่นกลางระหว่างพวกเราอีกต่างหาก 

“แล้วพี่จะกอดยังไงครับ” 

“กอดหมอนข้างไปสิคะ ลิตเบื่อขี้หน้าพี่สมุทรนิดหน่อย เอาไว้ลิตอยากกอด เดี๋ยวลิตขยับไปกอดเองค่ะ” สีหน้าตอนพูดดูผ่อนคลายมาก ไม่มีความโกรธหรืออะไรทั้งสิ้น มีแต่ผมนี่แหละที่มองหน้าลิตแบบสงสัยแทน 

“แบบนี้ก็ได้เหรอครับ” 

“ได้สิคะ ฝันดีนะคะ” แปลกครับ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะลิตทิ้งตัวลงนอนไปแล้ว ผมเลยต้องยอมนอนตาม 

RRRRR 

ผมไม่รู้ว่าลิตหลับไปหรือยัง เสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่ทำให้ผมต้องหยิบขึ้นมาก่อนจะลุกออกจากเตียง เดินออกไปคุยนอกระเบียงแทน 

“ว่าไงไอ้วิน” 

(ไอ้โอตายแล้วนะ) ความเงียบเกิดขึ้นทันที ผมไม่ได้ช็อกหรอกเพราะมันเป็นสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้บ้างแล้ว (มันฝากจดหมายเอาไว้ให้มึงด้วยนะ) 

“ฝากทำลายทิ้งด้วยละกัน” 

(มึงจะไม่อ่าน?) 

“กูไม่จำเป็นต้องอ่านด้วยซ้ำไป… ปล่อยให้ทุกอย่างมันเดินไปข้างหน้าเถอะ ต่อไปชีวิตกูจะได้มีความสุขสักที” 

(ไม่อยากรู้เหรอว่ามันฆ่าตัวตายยังไง) 

"ไม่ว่ะ" 

(อืม งั้นกูวางสายก่อนนะ) 

วางสายจากไอ้วิน ยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ทุกอย่างจบแล้วจริง ๆ สินะ… ยืนอยู่เงียบ ๆ คนเดียวนานพอสมควร พอหมุนตัวจะเดินกลับเข้าไปนอนก็ต้องตกใจเพราะลิตยืนกอดอกจ้องหน้าผมอยู่ 

“แอบคุยกับใครคะ?” เรี้ยวคิ้วขมวดกันยุ่งเชียวครับ ท่าทางเหมือนกำลังหึง 

“เปล่าแอบนะครับ พี่แค่ไม่อยากกวนลิต” 

“จริง?” 

“ครับ” 

“เชื่อก็ได้ค่ะ” 

“กลับไปนอนกันดีกว่าครับ ข้างนอกอากาศหนาว เดี๋ยวจะไม่สบาย” ลิตพยักหน้าให้ผมก่อนจะเดินนำไปนอนที่เตียง ผมรีบเดินตามไปติด ๆ คราวนี้ลิตรั้งหมอนข้างออกไปวางด้านหลังของเธอแทน 

“ไม่ได้กอดแล้วนอนไม่หลับ ขอกอดหน่อยนะคะ” น้ำเสียงอ้อนของคนตรงหน้าดังขึ้นพลางขยับเข้ามาสวมกอดผมจนแน่น 

“พี่รอคำนี้อยู่นานแล้วครับ” 

“คิก ๆ” ยิ้มคิกคักชอบใจเชียวครับ ผมเลยกอดตอบลิตเอาไว้ด้วย พลางหอมหัวฟอดใหญ่เป็นของแถม 

“มันจบแล้วนะลิต” 

“คะ?” เสียงเล็ก ๆ เอ่ยขึ้นมา 

“ไม่มีอะไรครับ นอนดีกว่า พรุ่งนี้พี่ต้องเข้าบริษัทแต่เช้า” ลิตไม่ได้ตอบกลับอะไร แค่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเท่านั้น จนเสียงลมหายใจของเธอสม่ำเสมอและผล็อยหลับไป… 

‘อโหสิกรรมให้กูด้วยละกันโอ... มึงจะเป็นเพื่อนอีกคนในความทรงจำของกู แม้ต่อจากนี้ไปมึงจะต้องหายไปก็ตาม’ 

 

_______________________________________ 

เอสยังไม่ได้เกลาเนื้อหานะคะ จะพิสูจน์อักษรก่อนแล้วเกลาอีกรอบ และอาจจะกลับมาทยอยแก้ไขอีกที 

ตอนนี้นิยายใกล้จบแล้ว กำลังจะส่งสามีสู่ประตูวิวาห์อีกคู่ ต่อจากลลิตก็จะเป็นฟ้าคราม นิยายปิดเซตของบ้านนี้นะคะ 

ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ 

ความคิดเห็น