greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนพิเศษ : หวง

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : หวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2563 19:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : หวง
แบบอักษร

 

 

ตอนพิเศษ : หวง 

 

 

“ไม่ได้”

“อะไรนะ”

“ไม่ได้...ครับ” เสียงที่ลงท้ายประโยคแผ่วลงหลายระดับ เกือบไปแล้วไหมล่ะชีวิตเขา หวังหย่งเหวินมองสู้สายตาภรรยาที่เผลอลืมตัวขึ้นเสียงใส่ เงาสะท้อนบนลูกแก้วใสคือชายหนุ่มในสภาพน่าขบขัน หมดมาดท่านประธานมีแต่สามีที่กลัวภรรยาเหลือแสน

แต่นั่นก็ไม่ใช่เพราะเสี่ยวหลิวดันบอกว่าจะไปผับกับเพื่อนเหรอ เขาถึงได้ตั้งตัวไม่ทันแบบนี้

“หลิวไม่ได้มาขออนุญาต” เผื่อเฮียจะเข้าใจอะไรผิดไป มันคือประโยคบอกเล่า

รายการโทรทัศน์ที่ฉายอยู่ไร้ความน่าสนใจไปในทันที หวังหย่งเหวินลุกเดินเข้าไปหาภรรยาที่อยู่ในชุดสีดำทั้งตัว เสื้อกล้ามด้านในทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์ กับกางเกงขาเดฟและรองเท้าคอมแบตดูเท่และเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน เรือนผมสีดำธรรมชาติเหมือนแต่ก่อนถูกเสยขึ้น สีหน้าไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับอาการสามีทำชายหนุ่มอยากตะโกนออกไปให้รู้แล้วรู้รอด เขามันบ้ามาก บ้าที่คิดไปเองว่าตนยังมีสิทธิห้ามความคิดหรือการกระทำคนรักอยู่

“ไม่ต้องรอนะครับ หลับก่อนได้เลย” เสี่ยวหลิวคว้ากระเป๋าชาแนลบนโซฟามาสะพาย สายโลหะสีทองของมันตัดกับชุดสีดำทั้งตัว นี่ก็ใกล้จะถึงเวลา หากไม่ออกไปตอนนี้แล้วไปถึงจุดหมายสาย เกรงจะถูกนินทาว่าทำตัวลูกคุณหนูไม่เห็นหัวคนชนชั้นกลาง แม้ว่าความคิดแบบนั้นมันจะไม่ใช่ปัญหาของเขาก็ตามที

“ถ้าจะกลับโทรมานะครับ เฮียจะขับรถไปรับ” ในเมื่อห้ามไม่ได้ เขาก็คงทำได้เพียงเท่านี้

“ไม่เป็นไรครับ หลิวมีเทียนฉี”

หลิวมีเทียนฉี

มีเทียนฉี

มีเทียนฉี

ในอกของหวังหย่งเหวินปรากฏความรู้สึกน้อยใจขึ้นมา ชื่อลูกน้องของม๊าช่างบาดหูนัก

“นะ ให้เฮียได้ทำหน้าที่สามีบ้างเถอะ” งานเขาก็ยุ่งไม่ค่อยได้นั่งรถไปรับส่งคนรัก หน้าที่พวกนี้เขาให้ลูกน้องทำทั้งหมด หากมีโอกาสก็อยากได้ใช้เวลาร่วมกันบ้าง

“หลิวต้องไปแล้ว”

แต่คนตัวเล็กกว่ากลับไม่เปิดช่องให้เขาได้ทำสิ่งนั้นเลย

ดวงตาคมมองตามตามละห้อย จะรั้งไว้ก็ไม่กล้า "งั้นกลับดีๆ นะ” พูดได้เพียงแค่นั้น ก่อนที่ประตูจะปิดลง ทิ้งชายหนุ่มไว้กับความโดดเดี่ยว

 

 

 

"มึงแม่งโคตรกลัวเมียเลยว่ะ"

หวังหย่งเหวินกรอกตาทันทีที่ปลายสายกล่าวจบ หลังจากที่เสี่ยวหลิวหลุดรอดจากสายตาเขาไปสิบนาที เขาก็ทนไม่ไหวกับอาการขี้ขลาดตนเอง หากว่ากล้ากว่านี้สักนิด ก็คงทำให้เสี่ยวหลิวใช่เวลาทั้งคืนกับเขาได้

"ขณะที่หลิวหลิวกำลังโดนขอแสกนเว่ยซิน (Wechat) ในงานปาร์ตี้ไม่หยุด นายก็เป็นได้แค่หมาขี้หวง นอนซึมรอเขากลับบ้าน" มันหัวเราะก๊ากสะใจ

เขาควรจะคาดหวังอะไรจากการโทรมาปรึกษาลู่เสียนเหรอ? หวังหย่งเหวินรู้สึกผิดกับตัวเอง

"ถ้านายไม่คิดจะช่วยฉันหาทางกำจัดความกลัวนี้ ก็อย่าพูดมาก"

"ฉันก็บอกแล้วไงว่าให้นายทำตัวแบบคนปกติ ...หมายถึงตามปกติ นายอ่อนข้อกับเมียเกินไปแล้ว อีกหน่อยเขาขอไปเที่ยวข้างคืนกับเพื่อนคงอนุญาตใช่ไหม"

"ไม่! " หวังหย่งเหวินปฏิเสธเสียงแข็ง แค่คิดเขาก็ปวดหัวขึ้นมา

"เออ แล้วทำไมไม่พูดแบบนี้ตอนน้องมันขอเมื่อเย็น"

หวังหย่งเหวินเงียบไป

"หลิวไม่ได้ขอ"

"หมายความว่าไง"

"นายเข้าใจไหม ว่าน้องแค่บอกว่าจะทำอะไร เหมือนแจ้งให้ทราบ แต่ไม่ได้ขออนุญาตจากฉัน" นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ตั้งแต่คืนดีกันมา เขารู้สึกว่าตนเองไม่มีอำนาจอะไรในคำพูดเลย แค่เห็นใบหน้าภรรยาก็กลัวไปหมด กลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจแล้วสุดท้ายจะทะเลาะกัน

จนนำไปสู่สิ่งที่เขากลัวที่สุด

'หย่า'

ลู่เสียนถอนหายใจด้วยความสงสาร "ก็แกทำกับหลิวหลิวของฉัน-"

"ของฉัน" หวังเหวินขัดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว หลิวหลิวเป็นของใครที่ไหน ของเขาคนเดียวเท่านั้น

"เออๆ จะสักนิดก็ไม่ได้เลยวุ้ย” หมั่นไส้มันเสียจริง ลู่เสียนเบะปากก่อนกลับเข้าสู่บทสนทนาเดิม “นายทำกับหลิวหลิวของนายเสียขนาดนั้น พออยากจะทำอะไรที่เอาแต่ใจขึ้นมาก็ยากหน่อยนะ"

เขารู้น่า แต่ "มันพอจะมีวิธีแก้ไหมวะ"

"ไม่อะ"

หวังหย่งเหวินแทบกดวางสายทิ้ง เขาว่าแล้ว ปรึกษากับมันน่ะเสียเวลาจริงๆ!

"หมายถึงตอนนี้อะไม่มี ก้มหน้ารับชะตากรรมไปก่อนแล้วกันนะ รอจนกว่านายจะรวบรวมความกล้า เป็นพี่เหวินผู้แสนดุดันเหมือนแต่ก่อน"

มันบ้า หวังหย่งเหวินคิด ดุดันอะไร เขาก็แค่เคยเป็นคนเอาแต่ใจแล้วก็ชอบบังคับขู่เข็ญเสี่ยวหลิวมากกว่าตอนนี้นิดหน่อยเอง

แต่รวบรวมความกล้าเหรอ เขาจะทำได้ไหมนะ ในเมื่อความผิดเขามันมากเกินกว่าที่จะปริปากเรียกร้องอะไรได้

“แต่นั่นมันก็น่าจะสักเจ็ดแปดปีได้ ดูแล้วความขี้ขลาดของนายคงไม่หายไปง่ายๆ อาว เฮ้! หย่งเหวิน แกจะวางสายฉันทั้งอย่างนี้เหรอ!”

ลู่เสียนตะโกนใส่มือถือตัวเอง นี่มันเห็นเขาเป็นอะไร ได้สิ่งที่ต้องการก็ถีบหัวส่ง

ชิชะ ถ้าน้องหลิวหนีไปอีก อย่าหวังว่าเขาจะช่วยอะไรมันอีกเลย คอยดู!

 

 

 

 

เที่ยงคืนสี่สิบห้า

เสี่ยวหลิวยังไม่กลับห้อง หวังหย่งเหวินที่ควรจะนอนตามที่ภรรยาบอก ตอนนี้จึงได้แต่เดินกระวนกระวายไปมา ในมือกำมือถือแน่น ยกขึ้นมาทำท่าจะกดโทรออกเสียหลายที สักพักก็ทิ้งลงข้างลำตัว ทำตัวงุ่นงานจนน่าขัน

เสียงถอนหายใจดังสะท้อนในห้องกว้าง ชายหนุ่มไม่อยากรบกวนเวลาสนุกของเสี่ยวหลิว เจ้าตัวคงจะสนุกมากเสียจนลืมว่ายังมีสามีคนนี้รออยู่

ถ้าเป็นเขาเมื่อก่อนคงจะขับรถตามถึงที่ แต่ดูสิ ตอนนี้เขามันก็แค่หมาขี้หวงอย่างที่ลู่เสียนบอก จะทำอะไรก็ไม่กล้า น่าสมเพช

ใบหน้าหล่อเหลาแสดงออกถึงความหัวเสีย ยิ่งคำพูดของเพื่อนสนิทวนเวียนในหัว ใจมันก็ยิ่งหงุดหงิด ให้รอถึงเจ็ดแปดปีเหรอ ถึงจะได้หายจากอาการนี้ ฝันไปเถอะ!

หวังหย่งเหวินตัดสินใจแล้ว อะไรจะเกิดก็เกิด เขาโทรออก หัวใจเต้นลุ้นระทึกว่าหากปลายสายรับแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เสี่ยวหลิวจะโมโหเขาไหมที่โทรไปรบกวน หรือจะว่าเขาที่ไม่รู้จักเคารพเวลาส่วนตัว

แต่ไม่ว่าภาพที่เขาจินตนาการมันจะน่ากลัวแค่ไหนก็ตาม ก็ถูกดับลงด้วยประโยคเดียว

เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้...

มือถือราคาแพงถูกเหวี่ยงลงโซฟา ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้ม

กลับมาเมื่อไหร่โดนดีแน่ ภรรยาที่น่ารักของเขา

 

 

 

 

ตีหนึ่งสามสิบเจ็ด

เอ๊ะ หรือตีหนึ่งสี่สิบเจ็ดแล้วนะ

เสี่ยวหลิวเลิกสนใจหน้าปัดนาฬิกาตัวเอง พยายามเดินตัวตรงๆ แต่เพราะอะไรไม่ทราบได้ ของเหลวในร่างกายถึงถ่วงให้เขาเอียงซ้ายขวา เดินเซไปมาตั้งแต่ออกจากตัวลิฟต์โรงแรม

เขาโอดครวญในใจ อี้ปิงนะอี้ปิง ก็บอกแล้วว่าผมดื่มไม่ค่อยเป็น ตอนนี้รู้สึกโลกกลับตาลปัตรไปหมดเลย

อี้ปิงที่ว่าคือเพื่อนสนิทที่รู้จักกันขณะเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย เธอเป็นตัวตั้งตัวตีพาเขาท่องราตรีคืนนี้

‘พวกเราน่ะอ่านหนังสือเครียดกันเกินไปแล้ว’ หญิงสาวบอกแบบนั้นแล้วยัดแก้วเหล้าใส่มือเพื่อนชาย และเพราะบรรยากาศสนุกสนาน ทั้งแสงสีและเสียงเพลงทำให้เสี่ยวหลิวยกดื่มอย่างไม่บันยะบันยัง

เขาใช้เวลาอยู่ที่นั่นรวมแล้วเท่าไหร่นะ เพราะรู้สึกว่ากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกทีก็ตอนที่เทียนฉีมาเตือนเขาว่า ‘ดึกขนาดนี้แล้วคุณหวังอาจจะเป็นห่วง’ เสี่ยวหลิวเกือบลืมคนที่รออยู่ไปเสียสนิท

เกือบลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้แต่แรกเสียนี่

เมื่อตระหนักได้ถึงจุดประสงค์แท้จริงของการไปเที่ยวครั้งนี้ ร่างเพรียวก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รองเท้าคอมแบ็ตหยุดชะงักพอดีกับที่เคลื่อนตัวมาหยุดที่หน้าประตูห้องพักสุดหรูแสนคุ้นเคย เสี่ยวหลิวเกร็งตัวสั่นสะท้าน จินตนาการสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังประตูบานนั้น เริ่มที่จะสัมผัสบางอย่างที่แช่ค้างอยู่ภายในกายตั้งแต่เมื่อเย็นได้

เขาหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่รู้ว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะทำตัวยังไง คำตอบอาจจะเป็นหวังหย่งเหวินที่ยอมอ่อนข้อให้เขาเหมือนเดิม หรือบางทีอาจจะเป็นอย่างอื่น แต่ทั้งหมดนี้มีทางเดียวที่จะรู้ได้ คือเขาต้องเข้าไปในห้องนั้น

เสี่ยวหลิวแสกนลายนิ้วมือ เปิดประตูเข้าไปช้าๆ ทุกอย่างเงียบสนิท ไฟก็ปิดมืด ผ้าม่านทำหน้าที่ของมันได้ดี ความหาและทึบแสงของมันจัดการสิ่งรบกวนภายนอกเสียอยู่หมัด

ลมจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับผิวเนียน แต่ก็ยังไม่ชวนให้หนาวเท่ากับประกายสายตาที่จ้องมองมาจากมุมมืด

 

“สนุกไหม”

 

เขาสะดุ้งสุดตัว เกือบเข่าอ่อนทรุดลงไปร้องกับพื้น นึกว่าจะเจอดีเข้าแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงหวังหย่งเหวินที่คุ้นเคยล่ะก็

“เปิดไฟหน่อยได้ไหมครับ” ทำไมต้องทำให้มันน่ากลัวด้วย เสี่ยวหลิวคลำไปตามผนัง พยายามหาสวิทต์ไฟ

“เฮียถามว่าสนุกไหม”

เมื่อสายตาชินกับความมืด เสี่ยวหลิวพบว่าอีกคนนอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังกอดอกยืนมองด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

น้ำเสียงเมื่อกี้

กำลังไม่พอใจเขาเหรอ

ก็พอรู้ตัวหรอกว่าตัวเองเที่ยวจนลืมเวลา แต่ทำไงได้ ชีวิตวัยรุ่นมันสนุกมากๆ เลยนะ ทั้งแสงสี ดนตรี การใช้ชีวิตกับกลุ่มเพื่อน เขาโหยหามันมาตลอด

“สนุก” เสี่ยวหลิวตอบ ละมือจากผนัง ช่างมันเถอะ เขาขี้เกียจหาแล้ว

หวังหย่งเหวินมองภรรยาที่เสื้อแจ็กเก็ตทิ้งตัวลงข้างหนึ่ง เผยให้เห็นหัวไหล่เนียน เพียงคิดว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะถอดมันไป ก็รู้สึกร้อนในอกขึ้นทวีคูณ

“เฮียรอหลิวเหรอ ทำไมไม่นอน”

เสี่ยวหลิวเดินเข้าไปใกล้ ถามเสียงซื้อ หวังว่าจะได้รับอ้อมกอดจากสามี น่าเสียดายที่หวังหย่งเหวินตอบสนองอีกแบบ

“ใช่ แต่ตอนนี้เรากลับมาแล้ว” พูดเหมือนกับว่าหมดธุระ หวังหย่งเหวินทำท่าจะเดินกลับไปห้องนอน

“เดี๋ยวสิ จะไปไหน” เสี่ยวหลิวคว้าข้อมือไว้ นี่เฮียงอนเขาเหรอ

ชายหนุ่มดูจะงงกับคำถามเขา ก็ไปนอนน่ะสิ เห็นๆ อยู่ว่ากี่โมงแล้ว เสี่ยวหลิวเม้มปาก มันต้องไม่ใช่แบบนี้ เฮียเหวินจะไปนอนง่ายๆ ได้ยังไง

ไม่รู้จะทำตัวยังไงกับสายตาที่เฮียมองมา มันดูเรียบนิ่ง...แต่ก็แฝงไปด้วยความน้อยใจ เสี่ยวหลิวใจเสีย อยากจะโอ๋เฮีย ดูท่าแผนครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น หวังหย่งเหวินก็ยังเป็นคนที่เก็บงำความรู้สึกตัวเอง ตั้งแต่ตอนนั้น...

ไม่รู้อะไรที่ทำให้เสี่ยวหลิวตัดสินใจจูบคนตรงหน้า มันเป็นจูบที่เอาใจ แม้แต่หวังหย่งเหวินเองก็ปฏิเสธลิ้นที่แทรกเข้ามาสัมผัสภายในไม่ได้

“อะไรกัน”

ร่างสูงเป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออกก่อน กระซิบชิดกลีบปากที่เปียกชื้น ลมหายใจกระชั้นถี่ เมื่อกี้เสี่ยวหลิวเพิ่งจะทำให้เขาลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้ แทบละลายบทโหดของเขาไปเสียสิ้น

“เฮียเป็นอะไร”

“เปล่า”

“ดูก็รู้ว่างอน” เสี่ยวหลิวหัวเราะ พยายามให้บรรยากาศผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อหวานยื่นไปใกล้ แต่หวังหย่งเหวินไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง เสี่ยวหลิวส่งเสียงไม่พอใจในลำคอ

“เพราะกลับมาช้าใช่ไหม เฮียถึงไม่พอใจ”

“เฮียมีสิทธินั้นด้วยเหรอ”

“ไม่ประชดได้ไหม” เสี่ยวหลิวถอนหายใจ เขาไม่ได้อยากทะเลาะกับหวังหย่งเหวิน อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เสี่ยวหลิวหวังจากอีกฝ่ายด้วย

“เฮียไม่ได้ประชด”

“เห็นๆ อยู่”

“ประชดแล้วได้อะไรขึ้นมาล่ะ”

“เฮียเหวิน”

 

“ไปอาบน้ำแล้วนอน พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”

 

หวังหย่งเหวินกล่าวเสียงเรียบ เป็นประโยคง่ายๆ แต่เพราะน้ำเสียงสั่งการที่แฝงอยู่ มันช่างเป็นชนวนชั้นดี สร้างกระแสร้อนให้วิ่งพล่านไปทั้งกาย

หวังหย่งเหวินสังเกตว่าเสี่ยวหลิวนิ่งไป ปากเล็กเม้มแน่น ทำใจเขาแทบตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม มาดสามีสุดโหดที่ตั้งใจไว้เกือบสลัดทิ้ง กลัวว่าภรรยาจะเสียใจกับคำพูดตน

“หลิว” มือเอื้อมไปแตะที่บ่า “ขอโท-”

 

“ดุอีก”

 

ยังไม่ทันจะได้กล่าวจบประโยค ใบหน้าเล็กก็เงยขึ้นมา ริ้วแดงที่ประดับและคำพูดเหมือนกับเชื้อเชิญ หวังหย่งเหวินไปไม่เป็น

“ตั้งนานแล้วนะที่เฮียไม่ได้ดุหลิวแบบนี้” คนที่มึนจากเหล้างอแง กำเสื้อนอนของเขาแน่น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

“อยากให้เฮียทำแบบนี้บ่อยๆ รู้ไหม”

เสี้ยววินาทีที่ร่างในชุดสีดำถูกดันจนแผ่นหลังแนบไปกับผนัง เสี่ยวหลิวครางออกมา ไม่ได้เจ็บ กลับรู้สึกดีจนหยุดคำพูดตัวเองไม่ได้ “นะ พูดออกมาอีกได้ไหม” มือวาดไล้ไปทั่วอกแกร่ง สร้างพายุอารมณ์ให้หวังหย่งเหวินแทบคลั่ง

บรรยากาศที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปสุดขั้ว แม้แต่หวังหย่งเหวินก็ไม่คิดว่าการแกล้งโมโหภรรยาจะลงเอยแบบนี้

“เด็กดื้อ “ชายหนุ่มบีบเคล้นสะโพกกลม

“ดื้อได้อีก”

“ท้าทาย”

เสี่ยวหลิวเบ้ปาก สบดวงตาคม “เฮียมีสิทธิในตัวหลิวนะ เลิกเกรงใจทุกอย่าง เถอะ พูดในสิ่งที่อยากพูดบ้าง แล้วถ้าอันไหนหลิวไม่เห็นด้วย เราก็คุยกันดีไหม”

ความสัมพันธ์ที่ต้องมีฝ่ายหนึ่งถอยตลอดเวลา มันจะมีความสุขด้วยกันได้ไง

“แต่เฮียรู้สึกผิดกับเรา”

“แล้วจะรู้สึกแบบนี้ไปตลอดชีวิตเหรอครับ เฮียจะมีความสุขจริงๆ เหรอ เฮียอาจมี แต่หลิวไม่มีนะ”

ไม่ว่าเมื่อไหร่คนตรงหน้าก็แสนดี เพราะทำตัวแบบนี้ถึงยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควร

อ้อมกอดเต็มไปด้วยความรักรัดเสี่ยวหลิวแน่น ใบหน้าหล่อเหลาซุกลงกับไหล่

“งั้นเฮียทำตัวตามปกติได้ใช่ไหม หวงเราได้ใช่ไหมครับ” ปากลากไล้ไปตามลำคอเปลือย

“อะ-อือ”

ไม่ต้องรอเจ็ดหรือแปดปี หวังหย่งเหวินก็ได้ก้าวผ่านความกลัวนั้นแล้ว ชายหนุ่มยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่หล่อเหลา เสี่ยวหลิวไม่อาจต้านทานได้ ยิ้มตอบกลับไปจนดวงตาเรียสวยโค้งขึ้น

หวังหย่งเหวินหอมแก้มนิ่ม

“รู้ไหมว่าน่ารักแค่ไหน”

“รู้”

“แต่ก็ไม่น่ารักเหมือนกัน ที่กลับดึกขนาดนี้”

“ลงโทษสิ”

เป็นอีกครั้งที่เสี่ยวหลิวเล่นเขาเข้าให้ หวังหย่งเหวินคำรามในใจ คิดดีแล้วเหรอที่มาพูดคำนี้กับเขาด้วยท่าทางและสายตาแบบนั้น

ดูเหมือนว่าเสี่ยวหลิวจะอ่านสิ่งที่อยู่ในหัวเขาออก ตั้งใจขยับหน้าขาให้เสียดสีกับเป้ากางเกงเขา เรียงเสียงครางทุ้มจากชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

“เร็วสิ”

สิ้นความอดทน หวังหย่งเหวินแทรกตัวไปอยู่ตรงกลางระหว่างขาเรียวสองข้าง ช่วงชิงลมหายใจด้วยจุมพิตที่ทั้งเนิ่นนานและลึกซึ้ง ลิ้นหนาไล่ต้อนในโพรงปากเล็ก เกี่ยวรัดและดูดจนได้ยินเสียงน่าอาย พวกเขาจูบกัน ร่างกายขยับเขยื้อนเสียดสีกัน เสี่ยวหลิวร่อนเอวใส่ความเป็นชายที่แข็งนูนอยู่ใต้กางเกงนอน มือเล็กขยุ้มเส้นผมสามี ความต้องการอัดแน่นจนตัวแทบระเบิด

มือใหญ่ลูบสีข้างลงมาถึงบั้นท้าย ขย้ำอย่างแรงจนคนในอ้อมแขนผวา กางเกงแสนรัดถูกปลดออกช้าๆ ดึงรูดลงมาถึงเข่า และถูกเหยียบย่ำลงบนพื้น เสี่ยวหลิวไม่น้อยหน้า ไล่นิ้วไปตามขอบยางยืด จากนั้นล้วงเข้าไปกอบกุมอวัยวะร้อนผ่าว ชักของสามีขึ้นลงอย่างจาบจ้วง เรียกเสียงสูดปากที่ดังอยู่ระดับอก

หวังหย่งเหวินถกเสื้อกล้ามขึ้นไปกองไว้ด้านบน ก้มหน้าใช้ปากครอบครองยอดอกสีสวย ที่ตอนนี้ถูกแรงอารมณ์ก่อตัวให้แข็งเป็นไต ลิ้นหยาบปาดเลียไปจนน้ำลายชุ่ม ดูดดุนราวกับเด็กทารกที่กระหายน้ำนมมารดา

“อืม” เสี่ยวหลิวลืมอายพิงผนังแยกขาออกกว้าง จับแก่นกายตัวเองออกมาแนบกับของเฮีย ผิวขรุขระทั้งเส้นเลือดและเส้นขนที่เสียดสีกับหน้าท้องให้ความรู้สึกดีจนกลั้นไว้ไม่อยู่ เขาแตกคามือตัวเองในไม่ถึงห้านาที แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความต้องการหมดไป ยังมีแต่จะเพิ่มขึ้นอีก ขึ้นอีก

“หลิว” หวังหย่งเหวินครางชื่อภรรยา ขบเม้มใบหูเล็ก กัดที่เนื้ออ่อนตรงลำคอ ตีตราไว้อย่างเป็นเจ้าของ อวัยวะเพศของเขาถูกอีกฝ่ายจับถูกับส่วนที่อ่อนตัวลงไปมา เสี่ยวหลิวกำลังใช้เขาปลุกอารมณ์ตัวเอง และมันเซ็กซี่เป็นบ้า

“อยาก”

“หืม”

“อยากโดน”

จะนานเท่าไหร่ก็ไม่เคยชินกับภรรยาโหมดนี้ ปากเล็กโดนบดขยี้อีกครั้งเพราะคำพูดน่าโดนดี สองมือขย้ำแก้มก้นแรง บีบจนขึ้นรอยแดงและคงจะเป็นรอยช้ำในไม่ช้า ชายหนุ่มดึงเข้ามาให้กายแนบชิด เสื้อผ้าที่ขวางกั้นไร้ประโยชน์ สุดจะห้ามความปรารถนาแสนเร้าร่อนที่ส่งผ่านกันได้ หวังหย่งเหวินจับเนื้อบั้นท้ายเนียนให้แยกออก นิ้วยาวไล่ไปตามร่อง ก่อนจะชนเข้ากับอะไรบางอย่าง

เสี่ยวหลิวเองก็เพิ่งจะจำได้ กำลังจะเอ่ยปากพูดก็ต้องหลุดเสียงร้องน่าอาย เพราะสามีจับสิ่งที่คาอยู่ตรงนั้นราวกับจะสำรวจให้แน่ใจ

“อา อย่า-” ความเสียวเล่นขึ้นมาที่ท้องน้อย แก่นกายเล็กแข็งชนกับอีกฝ่าย

“ซน” หวังหย่งเหวินขบกรามแน่น อยากจะตีให้เสียจริง

สิ่งที่แช่ค้างอยู่ในช่องทางรักคือแท่งซิลิโคนสีเนื้อเข้ม มันไม่ได้ลึกมากแต่ก็ทำให้เกิดอารมณ์ได้ตลอดเวลาที่ขยับ

“เฮีย อย่าจับเล่น” ส่งเสียงเตือนอีกครั้ง พร้อมหลุบตามองคนที่ลงโทษด้วยการกัดยอดอกอย่างแรง

หวังหย่งเหวินมีเหรอจะฟัง เขาขยับเจ้าแท่งที่คาอยู่ข้างในเข้าออก ผนังนุ่มบีบรัดไว้ตามสัญชาติญาณ ขาเพรียวสั่นระริก แผ่นหลังแอ่นหยัดเกร็ง

“เรากำลังจะทำให้เฮียบ้าตาย” แค่คิดว่าอีกฝ่ายต้องอยู่ในสภาพนี้ท่ามกลางคนมากมาย ภาพที่เจ้าตัวต้องกลั้นเสียงครางทุกย่างก้าว...

“ไม่มีใครรู้ใช่ไหม”

เสี่ยวหลิวส่ายหน้า

“นึกยังไงถึงทำแบบนี้” ก้มมองดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำใส ดั่งต้องมนต์สะกดให้โน้มหน้าเข้าไปใกล้ กดจูบจนหนำใจ กลีบปากเล็กบวมแดงน่าสงสาร

“ก็...กลับมาจะได้ไม่ต้องเสียเวลา”

“ตอนเดินรู้สึกยังไง” ถ้าให้เดา

“เสียว”

“แตกไปกี่รอบแล้วล่ะ”

ปลายเท้าจิกกับพื้นรองเท้าคอมแบ็ท เสี่ยวหลิวถูกรังแกด้วยท่อนเนื้อใหญ่ที่ถูกับซอกขาด้านใน ไหนจะโดนแท่งซิลิโคนหมุนคว้างกระทุ้งใส่ไม่ยั้ง เรียกเสียงร้องติดๆ กันดังก้อง ทั้งว่าสามีที่ไม่ยอมหยุด ทั้งสะอื้นด้วยแรงอารมณ์ ปนเปแยกไม่ออก

“ยัง ไม่แตก รอเฮีย”

“มีไอ้นี่แล้วยังต้องการอีกเหรอ”

“สู้ของเฮียไม่ได้”

“ยังไง”

“ของเฮียใหญ่กว่า”

 

“ยาวกว่า”

 

“ลึกกว่า”

พอ

พอกันที

หวังหย่งเหวินไม่สนใจแล้วว่าหลังจากนี้ภรรยาขี้ยั่วจะรองรับแรงอารม์เขาได้จนถึงเช้าไหม เขาดึงเจ้าอุปกรณ์ที่แย่งหน้าที่ตัวเองออก ลูบรูจีบที่เต้นตุบ สอดนิ้วแข็งเข้าไปทั้งที่รู้ว่าไม่จำเป็น ในเมื่อแก่นกายคนตรงหน้ามันฟ้องว่าต้องการและพร้อมมากแค่ไหน

สามนิ้วที่เข้าไปนั้นง่ายดาย เขาซิกแซก งอขึ้นแล้วครูดไปกับผนัง กำปั้นน้อยๆ ทุบที่แผ่นอก เรียวขากระหวัดเอวสอบ สะโพกขยับเคลื่อนตาม ทรมานกับความสุขสมที่ได้รับ

“ไม่เอานิ้ว”

“ลงโทษอยู่ไงคะ เด็กไม่ดีก็ต้องโดนแบบนี้ ใช้นิ้วแบบนี้”

พูดจาคะขาว่าแปลกใหม่จนใบหน้าหวานเห่อร้อน หวังหย่งเหวินยังแทรกนิ้วที่สี่เข้าไป ช่องทางรักขยายกว้างจนสุด เสี่ยวหลิวดูดกลืนมันไว้ แน่นจนขยับไม่ได้ ยิ่งเฮียเกร็งข้อมือแล้วแทงเข้ามาแรงๆ ลำคอสวยก็ยิ่งแหงนเงย ไม่มีแม้แต่เสียงที่เปล่งออกมา ดวงตาพร่าไปด้วยหยาดน้ำใส

“ฮึก พอแล้ว เสียว จะตายแล้ว-”

ตายคาอก ต้องตายคาอกแน่ๆ เสี่ยวหลิวหลับตาแน่น เหงื่อผุดขึ้นมาตามกรอบหน้า หวังหย่งเหวินส่งเสียงคำรามเมื่อโดนกัดเข้าที่ต้นคอ นอกจากจะไม่เจ็บแล้ว ยังกระตุ้นอารณ์ให้สูงขึ้นไปอีก

ร่างเพรียวถูกจับอุ้ม รู้ตัวอีกทีก็มายืนเกาะที่โต๊ะอาหาร ถูกจับให้โน้มตัวลงหน้าแนบกับแผ่นไม้ราคาแพง แผ่นหลังโดนกด มีแต่สะโพกเปลือยที่ลอยเด่น

“อ๊า!”

ร้องออกมาเมื่อโดนฟาดเข้าที่บั้นท้าย เสี่ยวหลิวน้ำตาเล็ด นี่ก็เป็นบทลงโทษของเฮียเหรอ

“ไหนพูดสิ ว่าต่อไปนี้จะไม่ไปเที่ยวไหนดึกๆ อีก”

“ม-ไม่”

“ให้โอกาสพูดอีกครั้ง”

ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวหลิวที่เป็นเด็กดี มีแต่ภรรยาตัวร้ายที่ส่ายบั้นท้ายอย่างยั่วยวน ล่อให้มือหนาฟาดสั่งสอนอีก

เพราะไม่ตอบจึงโดนป้าบเข้าให้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่น เสี่ยวหลิวเกร็งตัวกระตุก หมอกควันในหัวบดบังสติสัมปัญชัญญะ เขาต้องการมันอีก ต้องการให้เฮียลงโทษเขาอีก

“ไม่”

“ดื้อมาก ม๊าหลิวจะรู้ไหมว่าลูกตัวเองดื้อขนาดนี้”

“คิดว่าไงล่ะ” เอียงใบหน้าเหลียวหลังมอง เห็นสามีที่มีแค่เสื้อนอนติดตัว ดวงตาฉ่ำเยิ้มลากต่ำลงมา ก่อนจะอ้อยอิ่งที่กลางกาย

หวังหย่งเหวินสบสายตาแมวยั่วสวาท ถอนนิ้วออกมาแล้วจับลูกชายตัวเองฟาดกับก้นเปลือย น้ำอยากเหนียวเปื้อนเปรอะยืดติดเป็นสาย ลามกจนอยากจะถ่ายเก็บไว้ ชายหนุ่มจับปลายหัวหยักจ่อกับรูจีบที่ขมิบคว้าความว่างเปล่า กดแทรกเข้าไปเพียงนิดแล้วขยับออก หยอกเอินอย่างสนุกสนาน

แต่คนที่ไม่สนุกด้วยได้แต่กำมือแน่น หันไปหาผู้เป็นสามีอีกรอบด้วยสายตาค้อนขวับ หวังหย่งเหวินกระตุกยิ้ม กล่าวเสียงเข้ม

“สัญญาก่อนว่าครั้งต่อไปจะไม่กลับดึก”

 

“หลิว”

 

“หลิวครับ”

เสียงทุ้มเข้มต่ำทีละระดับ ยากจะห้ามให้ใจสั่น เสี่ยวหลิวพยักหน้า ครางรับ

“อือ รู้แล้ว”

“สัญญา”

“สัญญา”

หวังหย่งเหวินยิ้ม แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดบทลงโทษ เขายังคงแกล้งวนแต่ข้างนอก จนในที่สุดเสี่ยวหลิวก็ทนไม่ไหว

“เฮียเหวิน! ถ้าไม่อยากเอาก็ไปนอน” จากพิศวาสใกล้จะเป็นหงุดหงิด กระนั้นตอนที่กำลังจะยันตัวขึ้นจากโต๊ะ ก็โดนกดลงไปอย่างแรง

“ใครบอกไม่อยากเอา”

สิ้นเสียงกระซิบท่ามกลางความมืด ช่องทางรักก็โดนกระแทกเข้ามาจนสุดลำ เสี่ยวหลิวอ้าปากค้างเพราะความจุก

“อา” หวังหย่งเหวินจับสะโพกภรรยาแน่น ขยับสวนช้าๆ เมื่อปรับตัวได้ เสี่ยวหลิวเริ่มร่อนเอวรับอย่างกระหาย รอมาตั้งแต่เย็น ไม่หิวสิแปลก

“เมียใครวะ เอวโคตรดี “ซี๊ดปากด้วยแรงอารมณ์แล้วกดย้ำถี่ๆ ทุกครั้งแน่ใจ่ว่า ‘หนัก’ พอที่จะทำให้คนด้านล่างหลาบจำ ลงโทษจนต้นขาเปลือยอาบไปด้วยหยาดปรารถนา เสี่ยวหลิวสั่นระริก ร้องครางสลับเรียกชื่อคนรัก

“เฮียเหวิน”

“คะ”

“ตรงนั้น”

พึมพำอย่างเลื่อนลอย แต่หวังหย่งเหวินรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เขายกขาขึ้นเหยียบเก้าอี้ จัดแจงในมุมที่ถนัด มั่นคงแล้วก็ยึดเอวอีกคนไว้ โถมตัวซอยเอวใส่ไม่ยั้ง

เสียงเนื้อกระทบกัน ความแฉะแฉะ และกลิ่นของการร่วมเพศ ทุกอย่างมอมเมายิ่งกว่าแอลกอฮอล์ยี่ห้อไหน ดีกรีของมันร้อนแรงจนแม้แต่วอดก้าที่ดีที่สุดก็เทียบไม่ได้ เสี่ยวหลิวหอบหายใจหนัก จนเกรงจะหายใจไม่ทัน เกลือกกลิ้งใบหน้ากับตัวไม้ ร่างไถลไปตามทางยาว ผู้เป็นสามีดูจะยังไม่สาแก่ใจ ใช้แขนคล้องข้อพับขาเรียว ยกขึ้นสูง ปล่อยให้ภรรยายืนทิ้งน้ำหนักขาเดียว

เสียงอัดกระแทกดังรุนแรง ยิ่งโดนเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเสียวสุดใจ ท่อนเนื้อร้อนแทงลึกจนก้นขาวกระดก โต๊ะกินข้าวสั่นคลอนไม่ต่างจากเจ้าของร่างที่แนบอยู่

“ละ ลึก”

“อา ลึกแล้วชอบไหมคะ เอาลึกๆ แบบนี้จะได้ถึงใจ หลิวของเฮียชอบไหม”

“ชอบ มาก”

“ชอบก็ครางดังๆ ค่ะ”

เสี่ยวหลิวครางอย่างเชื่อฟัง แถมยังตอดรัดแก่นกายเขาแน่น

“อืม ไหน อยากให้เฮียเอาท่าไหนอีก” คำถามดังข้างใบหู ร่างหนาทาบทับลงมา มือบีบเคล้นหน้าอก ลูบวนไปทั่วหน้าท้องเกร็งเสียว เสี่ยวหลิวไม่ได้ตอบ มึนงงกับรสรักจนไม่ได้ยินอะไร หวังหย่งเหวินพลิกตัวเขาให้นอนบนพื้นโต๊ะ ก้มหน้าดูดยอดอกที่เแดงเปล่ง เสี่ยวหลิวกดศีรษะสามีไว้ ชั้นขาขึ้นทั้งสองข้าง

เอวแกร่งทำงานเต็มที่ ควบตอกดังพั่บๆ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหลังจากนี้รูรักของภรรยาจะอยู่ในสภาพใด โดนหนักขนาดนี้นอกจากจะขยายจนหุบไม่ได้ ก็คงแดงฉ่ำเหมือนกับกลีบดอกไม้ที่ถูกเคลือบด้วยน้ำค้างยามเช้า

“อ๊า!”

โดยไม่ทันตั้งตัว ช่วงล่างโดนเสยจนลอยหวือ จัดให้เน้นๆ จนคนตัวเล็กครางไม่เป็นศัพท์ ใบหน้าแดงอาบด้วยน้ำตา ยิ่งมองก็ยิ่งสวย

เสี่ยวหลิวยอมแพ้ปล่อยร่างกองลงบนโต๊ะ ไม่มีแรงแม้แต่จะสวนเอวกลับ ทำได้แค่แยกขากว้างรองรับความปรารถนาร้อนแรง ถูกพวงแฝดเหวี่ยงกระแทกใส่บั้นท้ายจนแสบ

สองคู่รักต่างมองตากันและกัน เสียงครางร้องประสาน เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำตามแรงอารมณ์ มองจากมุมของหวังหย่งเหวิน เห็นฟองฟอดจากน้ำกระสันเอ่อล้นรอบรู สำหรับเสี่ยวหลิว เพียงถูกคำพูดแสนน่าอายกระตุ้นไม่กี่คำก็ให้กระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งที่สอง ช่องทางร้อนบีบรัดแก่นกายเขาสุดแรง หวังหย่งเหวินเงยหน้าเห็นสวรรค์รำไร เร่งจังหวะกระแทกอัดใส่จนขาเก้าอี้ที่รองรับน้ำหนักแทบสึก

ร่างสูงเชยคางภรรยาให้รับจุมพิต เสี่ยวหลิวแลบลิ้นให้สามีดูดแรงๆ ก่อนจะกระหวัดลิ้นไปตามกลีบปากหยัก ขบเม้มจนมันเปียกชื้น ในที่สุดกระแสธารก็ถูกฉีดพุ่งเข้ามาจนอุ่นวาบไปทั้งช่องท้อง ตามมาด้วยแก่นกายที่กดอุดเอาไว้

หวังหย่งเหวินทรุดตัวลง แช่ค้าง ส่งเสียงฮึ่มในลำคอ จมูกคลอเคลียกดจูบทั่วหัวไหล่เนียน ตรึงสะโพกฝังส่วนนั้นให้ลึกที่สุด ให้มั่นใจว่าเสี่ยวหลิวจะได้รับทุกหยาดหยดดั่งที่ตนตั้งใจมอบให้

“หลิวเป็นของเฮีย”

เสียงทุ้มยังเจือด้วยลมหายใจหนัก ตระกองกอดร่างคู่ชีวิตไว้

“เฮียมีสิทธิห่วงหลิว หวงหลิว” 

เส้นผมสีดำที่ปรกตาถูกปัดออก เสี่ยวหลิวอมยิ้มกับคนที่ทำตัวเหมือนเด็ก

"ครับ ตามแต่ที่เฮียต้องการเลย"​ ยิ่งรู้ว่าอีกคนหวงเขามากแค่ไหน เสี่ยวหลิวก็ยิ่งมีความสุข

“ต่อไปนี้จะไปไหนต้องบอกเฮียก่อน จะกลับดึกก็ต้องบอก เฮียเป็นห่วง”

คราวนี้คนอายุน้อยกว่ายิ้มกว้างกับน้ำเสียงกึ่งบังคับ นี่ล่ะเฮียเหวินที่เขาอยากให้เป็น แสดงความต้องการออกมาอย่างแน่ชัด เหมือนกับเขา และถ้ามันจะเป็นเรื่องที่ต้องปฏิเสธ หลังจากนี้พวกเขาทั้งสองคนก็จะหาวิธีพูดคุยกัน หาทางออกที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับ ไม่ใช่การที่ต้องมีสักคนเก็บงำความรู้สึก

“ครับ ต่อไปนี้จะบอกก่อน หายงอนได้แล้วนะ” รับปากไม่พอ ยังอ้อนการจุ๊บที่ปลายคาง

“ครับ” หวังหย่งเหวินจูบขมับแมวขี้อ้อน

เฮ้อ เมียใครนะน่ารักขนาดนี้

“หลิวครับ”

เจ้าของชื่อขานรับ

“ง่วงรึยัง” เป็นประโยคที่แฝงอะไรไว้เยอะเลยล่ะ

“ง่วงแล้ว” ตอบเสียงค่อย

ง่วงอะไร เอวเล็กที่ขยับไปมานั่นน่ะเหรอ หวังหย่งเหวินกลั้นหัวเราะ น่าตีจริงๆ ให้ตาย

“งั้นเฮียขอกล่อมนะ” ลูบแก้มที่ยังมีร่องรอยของหยาดน้ำตาเมื่อครู่ เสี่ยวหลิวไม่ตอบทันที กลับยิ้มแล้วเคลื่อนใบหน้ามากระซิบที่ข้างหู เอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศแสนหวานเปลี่ยนไปทันที

 

“ให้กล่อมจนกว่าจะไปจบที่เตียงเลยครับ”

 

 

 

 

 

———————————————————————-

อัพจริงไหมนะ อัพจริงรึเปล่า

อยากบอกว่าอัพแล้วจริงจริงงงงงงงงง TTTT แง ก่อนอื่นต้องขอแสดงความคิดถึงทุกคน ไม่ได้เจอกันนานมากเลย ขอบคุณที่ยังติดตามนิยายเรื่องนี้นะคะ จบไปนานแล้วแต่ก็ยังมีคนเข้ามาอ่านเรื่อยๆ แถมมีคนรีวิวให้ด้วย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ดีใจจนไม่รู้จะบอกยังไงหมด TTT เราขอโทษทุกคนจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะที่ตอนนั้นบอกว่าจะมาอัพแล้วหายไปไม่บอกกล่าว ;-; เรารู้สึกผิดจริงๆ ตลอดเวลาก็พยายามกลับมาอัพให้ได้ แต่ที่ช้าเพราะเราเรียนจบแล้ว ทำงานประจำด้วย ทุกอย่างมะรุมมะตุ้มมาก อยากมาเล่นแอคนักเขียนแต่ก็ไม่กล้า หวังว่าทุกคนจะให้อภัยนักเขียนคนนี้นะคะ หลังจากนี้เราจะพยายามเขียนให้มากขึ้น พยายามอัพเรื่องที่ยังค้างไว้ให้จบ ช่วยเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะคะ

เดือนตุลาคมแล้ว เราเข้าใจว่าปีนี้เป็นปีที่แย่ และอาจจะแย่มากสำหรับหลายคน เราหวังว่าตอนพิเศษตอนนี้จะทำให้หลายคนมีความสุข และสนุกสนานจนถึงตอนจบได้นะคะ เราตั้งใจเขียนมากๆ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านเดือนนี้ไปได้อย่างสวยงาม ขอให้ทำสิ่งใดก็สมปรารถนา สำเร็จลุล่วงด้วยดี ขอให้จบปีนี้พร้อมกับเป้าหมายที่ตนตั้งไว้ค่ะ

สำหรับเรา พรของเดือนตุลานี้ เราขอให้นักอ่านมีความสุขกับนิยายทุกเรื่องที่เราแต่งสำหรับใครที่อยากพูดคุยกัน ก็เข้ามาคุยกันได้นะคะ ;-; เราดีใจมากๆ ที่มีนักอ่านมาคุยด้วย หวังว่าจะเห็นเราเป็นเพื่อนคนนึงฮือ แล้วพบกันค่ะ

 

ด้วยรัก

greenmeat

ปล. หากมีปาฏิหาริย์ ก็อยากเห็นนิยายตัวเองขึ้นเทรนด์ทวิตสักครั้งแง สาธุๆๆ #ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม

ความคิดเห็น