Hanabidou
facebook-icon

Good Things take time

ชื่อตอน : Chapter 6-2

คำค้น : Hanabidou, คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว, ฟีลกู๊ด, เด็ก, ครอบครัว, วาย, BL, ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2563 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 6-2
แบบอักษร

6-2

“งานบาร์บิคิวหน้าร้อน...?” 

             มุคาเอดะดูดกาแฟในแก้ว เท้าคางบนเคาน์เตอร์มุมพักผ่อน มองเพื่อนด้วยสายตาละเหี่ยใจ

             “ใช่แล้ว สานสัมพันธ์พนักงานในบริษัท!” นาคากุจิยกกำปั้นขึ้นชูตรงหน้า สายตามองวิวเมืองใหญ่ สุดลูกหูลูกตาไปลิบๆ เห็นภูเขาไฟฟูจิ

             “ใครเสนอ...?” มุคาเอดะถามต่อ

             “พวกฉันคุยกันในแผนกเซลล์ไง บริษัทเรามีงบสังสรรค์ตรงนี้นี่นา ปีที่แล้วยังเชิญเจ้าของบริษัทอะไรนะ ที่มาพูดเรื่องเวิร์คไลฟ์บาล้านซ์บ้าอะไรนั่นตั้งสามชั่วโมง ถ้าจะเวิร์คไลฟ์บาล้านซ์ก็ใม่ควรให้มาฟังเรื่องบ้าๆ แบบนั้นในวันอาทิตย์ไหมวะ เอางบมาจัดงานบาร์บิคิวกันดีกว่า”

             “แล้วใครจะเป็นคนจัด? จัดที่ไหน?”

             “ก็ต้องแผนกพัฒนาบุคลากรสิฟะ! หน้าที่สร้างสิ่งแวดล้อมและความสัมพันธ์อันดีงามให้คนในบริษัทมันเป็นหน้าที่ของแผนกนายนี่!”

             “ปันงบตรงนี้ให้ก็ได้ แต่แผนกขายเสนอมาก็ควรจะเป็นแม่งานจัดเองสิ”

             “พวกฉันมีใครที่ถนัดอะไรพวกนี้ที่ไหนเล่า! ก็ต้องเป็นคนแผนกนายที่จัดงานนู่นนี่บ่อยๆ มีคอนเนคชั่นทั้งเรื่องผู้คนและสถานที่อย่างนายเซ่! นายดูหน้าฉันสิ ร่างกายฉันต้องการเนื้อนะ เนื้อ!” นาคากุจิชี้หน้าตัวเอง ทำท่าจะยื่นมือไปเขย่าหากว่าอีกฝ่ายยังตอบปฏิเสธ แต่มุคาเอดะส่ายหน้า ถอนหายใจออกมาเบาๆ

             “จะลองเสนอหัวหน้านิชิมุระให้ก็ได้ แต่ไม่รับปากนะว่าจะได้หรือเปล่า เพราะงานแผนกพวกฉันมันจะเพิ่ม”

             “โอ๊ยยยย นายมันเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ วันงานฉันจะคีบๆๆ เนื้อใส่จานให้นายเอง”

             “คีบบ้าอะไร ฉันจะไปได้ยังไงเฮอะ งานวันอาทิตย์แบบนี้”

             “ทำไมอะ?” นาคากุจิขมวดคิ้ว ก่อนจะทำหน้านึกได้ “มิสุเอะจังน่ะเหรอ? เอ้อ ทำไมนายไม่เอาเข้าโรงเรียนสำหรับพ่อแม่ทำงานที่รับฝากเด็กได้นานกว่านี้น่ะฮึ มีพวกที่รับฝากเสาร์อาทิตย์ด้วยนะ วันธรรมดาก็ฝากได้ถึงสองสามทุ่ม รับฝากค้างคืนยังมีเลย”

             “โรงเรียนนี้ดีแล้ว” มุคาเอดะตอบทันที “ฉันไม่อยากให้ลูกไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรเลยเพราะต้องเอาฉันเป็นหลักอย่างนั้นนะ มันก็ควรจะแฟร์ๆ ด้วยกันทั้งคู่ มิสุเอะชอบโรงเรียนนี้ ครูก็เอาใจใส่ดีด้วย”

             “แต่ถ้าไม่เอานายเป็นหลักแล้วจะอยู่ยังไง? นี่รายได้นายก็ลดลงไปเยอะเพราะทำโอทีไม่ได้ไม่ใช่เหรอ โปรเจคใหญ่ๆ ก็เข้าร่วมไม่ได้เพราะไม่สามารถอยู่ร่วมประชุมหลังเลิกงานได้ หัวหน้านิชิมุระก็ลำบากใจที่โยนงานให้นายไม่ได้ทั้งที่บางงานต้องใช้คนมีความสามารถ มิสุเอะจังยังต้องใช้เงินอีกเยอะนะ เลี้ยงลูกคนนึงมันยังอีกนานเลยนะเฟ้ย”

             มุคาเอดะเงียบไปชั่วขณะ เขาเองก็ไม่สามารถเถียงอะไรต่อ เพราะไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดแบบที่นาคากุจิพูด เพื่อนของเขาก็พูดถูก และพูดเพราะเป็นห่วงหน้าที่การงานของเขาในฐานะหัวหน้าครอบครัวที่ต้องดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวไปอีกนาน จากนี้ไปยังต้องใช้เงินอีกมาก แต่เวลาในช่วงวัยเด็กของลูกนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดใจทิ้งไปได้... โดยเฉพาะเขาผู้ซึ่งถูกเลี้ยงมาด้วยการถูกส่งให้เรียนพิเศษนู่นนี่เกือบทุกวันตั้งแต่ในวัยอนุบาล แม่เที่ยววิ่งรอกพาเขาไปเรียนนู่นนี่ พ่อหาเงินงกๆ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอในการส่งเสริมเขา น้อยครั้งที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เขาไม่อยากเป็นอย่างนั้นกับลูกตัวเอง...

             “เจ้าของร้านกาแฟคนนั้นล่ะ คุณชินของนายน่ะ”

             มุคาเอดะตกใจเงยหน้า ริมฝีปากเผยอเล็กๆ แต่ไม่มีเสียงออก สีหน้าดูตื่นตระหนก แต่ดีที่นาคากุจิไม่ใช่คนช่างสังเกตขนาดนั้น

             “คะ... คุณชิน...?”

             “ใช่ หลังๆ นายสนิทกับเขานี่ ลองขอให้เขาช่วยดูมิสุเอะจังให้บ้างไม่ได้หรือไง? มิสุเอะจังก็ชอบเขานี่นา”

             “คุณชินเขาไม่ได้อยู่ว่างๆ นะ” มุคาเอดะบอกปัด หลบสายตาเพื่อนพลางตอบ “งานร้านกาแฟอาจจะไม่ได้ยุ่งตลอดเวลา แต่ก็ไม่หน้าด้านพอจะไปขอให้เขาช่วยเรื่องส่วนตัวอย่างนั้นหรอก”

             ตกใจหมด... 

             จู่ๆ ดันพูดชื่อคุณชินขึ้นมา แถมดันใช้คำว่า `ของนาย` อีก ก็นึกว่าความแตกเสียแล้วเรื่องที่ไปๆ มาๆ ห้องกันและกันบ่อยๆ แล้วก็... มีความสัมพันธ์ ทำนองนั้นกันประจำจนเป็นปกติ ก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่นาคากุจิจะรู้เรื่องนี้ จะไปรู้มาจากไหนได้ นอกจากแอบดูแชทระหว่างเขากับคุณชินในมือถือของเขา ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เขาไม่เคยปล่อยให้มือถือห่างตัวและใส่รหัสเอาไว้ ไม่มีใครจะรู้ว่าปกติคุยอะไรกันได้...

             ถ้าเรื่องที่เป็นเซ็กส์เฟรนด์กับคุณชินหลุดออกไป... 

             “ก็ไม่ได้ให้ขอให้เขาช่วยฟรีๆ นี่นา จ้างให้เขาช่วยดูมิสุเอะจังให้เป็นรายชั่วโมงมันก็น่าจะได้ไม่ใช่เหรอ เหมือนที่นายจ่ายรายเดือนให้เขาทำอาหารเย็นให้กินไง” นาคากุจิพูดต่อ ไม่ได้ดูแววตาหลบเลี่ยงมองพื้นของเพื่อน แต่เพื่อไม่ให้มีพิรุธ มุคาเอดะก็เงยหน้าตอบ

             “ไม่ควรจะไปเพิ่มภาระอะไรให้เขาอีกทั้งนั้น แค่นี้เขาก็ช่วยฉันเยอะแล้ว”

             “รุ่นพี่มุคาเอดะครับ” เสียงคุยหยุดลงเมื่อมีคนเรียกชื่อ มุคาเอดะหันไปเห็นรุ่นน้องแผนกตัวเองเดินถือเอกสารมา ยืดตัวขึ้นจากเก้าอี้นั่งพัก ดูดกาแฟทีเดียวหมดแล้วโยนลงถังขยะ

             “ยะจิมะ มีอะไรหรือเปล่า?”

             “ช่วยดูเอกสารนี้ให้หน่อยสิครับ เอกสารขอจัดสอบภาษาอังกฤษในบริษัทประจำปีของปีนี้ อันนี้เอาของปีที่แล้วมาปรับนิดหน่อย ตามนี้ได้เลยหรือเปล่าครับ?”

             มุคาเอดะรับเอกสารมาเปิดดู ไล่สายตาตรงจุดสำคัญต่างๆ ก่อนจะส่งคืนพลางยิ้มให้

             “ไม่มีปัญหา ส่งหัวหน้านิชิมุระอนุมัติตามนี้ได้เลย”

             “รีบทำงานขนาดนี้หรือว่าจะมีอะไรหลังเลิกงานหรือเปล่า จะไปเดทหรือไงยะจิมะ?” นาคากุจิแซวรุ่นน้อง ยะจิมะเป็นรุ่นน้องแผนกเดียวกับมุคาเอดะที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิและเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ของบริษัทได้ไม่กี่เดือน เนื่องจากค่อนข้างจะตัวเล็กและทำอะไรล่กๆ ลนๆ เสมอเมื่อถูกเร่ง ก็เลยค่อนข้างจะดูน่าเป็นห่วงแต่น่ารักสำหรับพวกพนักงานสาวๆ และพวกรุ่นพี่อย่างมุคาเอดะหรือนาคากุจิ ถึงเจ้าตัวดูท่าว่าจะไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนี้ก็เถอะ

             “อย่าพูดดังไปครับรุ่นพี่” น้องใหม่ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปาก สีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกลัวพวกสมาคมแม่บ้านมายืนแอบฟัง แต่ก็ยิ้มให้ “วันนี้มีโกกงน่ะครับ โกกง”

             “ริอาจจะไปนัดบอดแล้วเหรอ?!” นาคากุจิโพล่งออกมาเสียงดังจนยะจิมะต้องพุ่งตัวไปปิดปาก ทำเสียง ชี่ๆๆ เรียกเสียงหัวเราะจากมุคาเอดะยิ่งเมื่อเห็นน้องหน้าแดงก่ำ

             “เพิ่งเคยไปครั้งแรกอะครับ คนที่มาชวนก็คุวาบาระที่อยู่แผนกเดียว กับรุ่นพี่นั่นแหละ” อ้างถึงเพื่อนแผนกขายที่เข้าบริษัทมาพร้อมๆ กัน

             “จริงดิ คุวาบาระก็ไปด้วยเหรอ บ๊ะ บังอาจปิดรุ่นพี่อย่างฉัน”

             “อ๊ะ คุวาบาระสั่งห้ามบอกรุ่นพี่นาคากุจิ!” พูดไปแล้วเพิ่งทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ ก็เลยโดนรุ่นพี่คว้าตัวไปล็อคคอพลางทำเสียงกัดฟันกรอด

             “เข้ามายังไม่ทันไร พวกแกก็วางแผนกบฏฉันแล้วงั้นเหรอ! เวลามีอะไรแบบนี้พวกแกต้องใส่ชื่อฉันไปด้วยสิเว้ย! ชื่อฉัน!”

             มุคาเอดะทำท่าจะห้าม แต่สายตาเหลือบไปเห็นร่างท้วมของหัวหน้านิชิมุระซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกเดินเหงื่อไหลมาทางพวกเขาเสียก่อน แค่เห็นหน้าเขาสองคนก็ทำหน้าโล่งใจ รีบวิ่งมาหา

             “ยะจิมะ, มุคาเอดะ วันนี้เลิกงานแล้วอยู่ต่ออีกหน่อยได้ไหม? บริษัทลูกค้าจะขอเข้ามาคุยเรื่องการจัดคอร์สพัฒนาบุคลากรฝ่ายบุคคลที่ตอนแรกจะส่งคนมาเรียนกับเราที่นี่ แต่ตอนนี้จะขอให้เราไปจัดคอร์สให้ที่บริษัทเขาแทน ก็เลยอยากรู้รายละเอียดเรื่องนี้หน่อย อ๊ะ มุคาเอดะไม่ได้สินะ เพราะต้องไปรับลูกนี่?”

             ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องนิ่งอึ้งกันไปทั้งคู่ มุคาเอดะมองหน้ายะจิมะที่อ้ำอึ้งตอบอะไรไม่ถูก เรื่องที่รุ่นพี่ต้องรีบกลับบ้านไปรับลูกสาวที่โรงเรียนก็เป็นเรื่องที่รู้ดีกันทั้งแผนก

             “เอ่อ เห็นว่ายะจิมะก็มีธุระอยู่นะครับ แล้วอีกอย่าง ยะจิมะก็เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน คุยรายละเอียดเรื่องพวกนี้ไม่ได้ด้วย ไม่มีคนอื่นในแผนกว่างเลยเหรอ?” มุคาเอดะถามแทนให้

             “ติดงานอื่นกันหมด” นิชิมุระส่ายหน้า ทำท่าหนักใจ “เอาไงดี เอาไงดีล่ะ ฉันก็ต้องประชุมกับอีกบริษัทด้วย ไม่มีใครวางใจให้คุยงานได้เลยด้วย หรือจะให้ใครแคนเซิลอะไรไปดี มีใครแคนเซิลอะไรได้มั่ง ฉันนึกไม่ออก”

             “เอ่อ... ผะ ผมอยู่ก็ได้ครั...”

             “รอแป๊บนะครับหัวหน้า” มุคาเอดะตอบแทรกรุ่นน้องที่หน้าซีด นาคากุจิมองตามแผ่นหลังเพื่อนที่เดินห่างออกไปพลางหันหลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามอง มุคาเอดะดูลังเลจนนาทีสุดท้าย เลื่อนหาชื่อที่บันทึกไว้ว่า `คุณชิน` กดลงอย่างช่วยไม่ได้

 

             “รับมิสุเอะจังน่ะเหรอ? ได้สิ” 

             มุคาเอดะถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ ถึงจะยังไม่สามารถเรียกว่ารู้จักโอโตนามิดีกว่าใคร และรู้ว่าเขาใจดีกว่าที่คิดไว้มาก ก็ไม่นึกว่าจะตอบกลับทันทีแบบนี้

             แถมยังได้ยินเสียงดังฟู่วของเครื่องชงกาแฟตรงหน้าด้วย ทำให้พอจะนึกภาพออกว่าชายหนุ่มเอาไหล่หนีบโทรศัพท์กับคออยู่

             “แต่นายอย่าลืมโทรไปบอกโรงเรียนเอาไว้ก่อนนะ ไม่งั้นจะกลายเป็นมีตาลุงหน้าแปลกมาลักพาตัวเด็ก” โอโตนามิพูดติดตลก

             “ก็ต้องบอกอยู่แล้วล่ะครับ ว่าแต่คุณชินไม่มีปัญหาแน่นะครับ... ที่ร้านก็น่าจะยุ่งไม่ใช่เหรอ?” เป็นคนขอร้องเอง แต่ก็รู้สึกผิดเองด้วย

             “ร้านเราไม่ใช่ร้านขายดีอย่างนั้นนะ เราขายทุกเมนูแพงๆ ลูกค้าจะได้น้อยๆ ในขณะที่รายได้ไม่ตกไง”

             “...จะดีเหรอครับ ผมก็เป็นลูกค้านะ”

             “นายมันลูกค้าอย่างอื่น” แค่เสียงหัวเราะก็ทำเอาหน้าแดงขึ้นมาดื้อๆ อาจจะไม่ได้หมายความถึงเรื่องนั้นก็เถอะ “แต่ยังไงก็จะกลับมากินข้าวที่นี่ใช่ไหม?”

             “กินครับ เอ่อ... แต่ถ้าผมช้า...”

             “เอามิสุเอะจังกินก่อนนะ ได้ๆ”

             “ยังไงก็จะรีบกลับไปให้เร็วที่สุดครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”

             “ทำงานของนายเถอะ ทางนี้ไม่ต้องห่วง”

             มุคาเอดะเผลอยิ้มออกมา ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้เห็นหรือรับรู้อะไรด้วยหรอก แต่แค่เสียงตอบรับง่ายๆ ของโอโตนามิก็ทำให้สบายใจได้เสมอ ทำไมถึงได้เป็นคนที่เหมือนพร้อมจะตั้งรับความวุ่นวายจากเขาได้ทุกเรื่อง ทั้งที่ปกติเขาเองยังจัดการกับความวุ่นวายรอบตัวด้วยท่าทีใจเย็นอย่างนี้ไม่ได้เลย ก็สมกับที่เป็นผู้ใหญ่กว่าหลายปี และสมกับที่มีบุคลิกพึ่งพาได้

             มุคาเอดะหุบยิ้ม เปลี่ยนมาเป็นกระแอมไอสองสามทีแก้เก้อ ทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่เห็นสีหน้าของเขาตอนที่คุยโทรศัพท์ แต่ก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ว่าคิดอะไรเพ้อเจ้อ เขากับโอโตนามิไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่สวยงามอะไรเลยแม้แต่น้อย ก็แค่เพื่อนร่วมเตียงที่ช่วยปลดปล่อยเรื่องอย่างว่าด้วยกันเท่านั้น...

             จะเรียกอย่างนั้นก็ยังไม่ได้เลย เพราะถึงโอโตนามิจะทำอะไรให้เขามากขนาดไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ให้เขาแตะต้องส่วนนั้นของตัวเองทุกที มักจะบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเสมอว่าเขาไม่จำเป็นต้องฝืนทำอะไรให้ แต่เขารู้... จริงๆ ก็แค่ไม่อยากให้คนที่ไม่ได้เป็นอะไรด้วยอย่างเขาแตะต้องร่างกาย ไม่ใช่ว่าไม่มีอารมณ์กับเขา เพราะทุกครั้งก็สังเกตได้ว่า โอโตนามิเองก็น่าจะทรมานกับการขยายใหญ่ของส่วนนั้นเสมอ ขนาดนั้นก็ยังไม่ยอมให้เขาแตะต้อง ไม่ยอมเผลอใจไปด้วย ไม่รู้จะใช้คำว่าน่านับถือหรือยังไงดี พอถูกเป็นฝ่ายกระทำข้างเดียวก็ทั้งอายและน่าอดสูแปลกๆ เหมือนว่ามีแต่เขาคนเดียวที่...

             “เป็นหวัดหรือเปล่า?”

             “ครับ?” มุคาเอดะหลุดจากภวังค์

             “ก็นายไอ”

             เนี่ย... ก็เป็นซะอย่างนี้ อย่าทำอะไรที่มันนอกเหนือจากเซ็กส์เฟรนด์มากได้มั้ย... แต่ก็เป็นเขาเองนี่นะ ที่โทรไปขอให้ช่วย... 

             “ไม่ได้เป็นอะไรครับ แค่มันฝืดคอเฉยๆ”

             “เป็นหวัดหน้าร้อนมันทรมานนะ ระวังสุขภาพด้วย”

             “ครับ...”

             “วันนี้เป็นเกี๊ยวซ่ากับไก่ทอด แล้วก็มีซุปไข่ รีบกลับล่ะ”

             “ครับผม”

             มุคาเอดะกดตัดโทรศัพท์ หันกลับไปเจอสายตารอคอยอย่างมีความ หวังของเพื่อนร่วมงานทั้งหลาย ที่รอคอยคำตอบของเขากันอย่างใจจดใจจ่อ ถึงจะไม่รู้ว่าเขาโทรไปไหนและคุยอะไรก็ตามเถอะ

             ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ส่งยิ้ม

             “เดี๋ยวผมเข้าประชุมเองครับ”

 

To be continue

 

MEB E-Book >> Hanabidou

ความคิดเห็น