Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 40

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 40

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 714

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2563 01:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 40
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 40  

 

หนึ่งเดือนต่อมา… 

หลังจากวันที่ผมถือวิสาสะขอกุญแจคอนโดของพี่ดินมาถือไว้แต่ก็ยังไม่ได้ไปที่ห้องของพี่ดินเลยสักครั้งทั้งที่ความจริงผมควรจะไปก็ในเมื่อผมเอากุญแจห้องพี่เขามาแล้ว แต่ผมคิดว่ามันยังไม่ถึงเวลาเลยทำนิ่งๆ เฉยๆ ไปแต่กุญแจห้องของพี่ดินนั้นผมเก็บมันไว้อย่างดีเลยล่ะ  

พี่ดินเองก็พยายามที่จะชักชวนโน้มน้าวผมให้ไปที่ห้องของพี่เขาแต่ผมก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่ายังไม่พร้อมที่จะไปอยู่กับพี่เขาสองต่อสองในสถานที่ที่ผมเสียเปรียบแต่พี่ดินเองก็ไม่ได้ยอมแพ้เพราะพี่เขาก็ยังส่งข้อความมาหลอกล่อผมอยู่ทุกวัน เวลาที่โทรมาหาก็เอาแต่พูดตะล่อมกล่อมให้ผมไปที่ห้องบอกว่ามีนั่นมีนี่จะอวดตลอดเลย  

คนเจ้าเล่ห์!  

อย่าคิดว่าผมจะหลงกลนะ ถึงผมจะรัก…ถึงผมจะเจ็บไม่จำแต่ผมก็จะไม่ยอมคล้อยตามง่ายๆ หรอก 

ขณะที่รถจอดติดไฟแดงพี่ดินก็หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเรียกร้องความสนใจจากผมที่เอาแต่มองออกไปนอกรถเพราะไม่อยากมองหน้าหล่อๆ ของพี่ดินเพราะพี่เขาเอาแต่เหลือบมองผมตลอดเวลาที่อยู่บนรถและตอนนี้ผมเองก็ยังไม่อยากจะหันไปมองหน้าพี่เขาด้วยซ้ำ 

“ฝุ่นครับ เมื่อไหร่จะใจอ่อนสักที หื้ม?”  

“…”  

“ฝุ่น…คุยกับพี่หน่อยสิ อย่าเอาแต่เงียบสิครับ” พี่ดินอ้อนหนักขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มันฟังดูงุ้งงิ้งเหมือนเด็กจนผมอดไม่ได้เลยต้องหันกลับไปมองหน้าพี่เขาตรงๆ 

“ผมไม่มีอะไรจะพูดนี่ครับ” ผมบอกแล้วตีสีหน้านิ่งๆ ใส่พี่ดินที่ตอนนี้ทำหน้าน้อยอกน้อยใจจนผมอยากจะยื่นมือไปปากดึงปากเบะๆ ของพี่เขาแรงๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวจะโดนพี่ดินเอาคืนหนักกว่าที่ผมทำเขานี่สิ 

“ฝุ่นจะนั่งนิ่งๆ ไม่คุยกับพี่จนถึงบ้านเหมือนที่ผ่านๆ มาไม่ได้นะ พี่ไม่ยอมแล้วนะ” พี่ดินโวยวายพร้อมๆ กับเคลื่อนรถไปข้างหน้าเพราะไฟจราจรขึ้นสีเขียวแล้ว 

“ไม่ยอมแล้วจะทำอะไรผมล่ะครับ จะตีผมหรือไง” ผมถามด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่ได้หวังคำตอบอะไรหรอกก็แค่ถามไปตามอารมณ์หลังจากได้ฟังคำถามนั่นแหละ 

ผมก็เป็นอย่างที่พี่ดินพูดนั่นแหละไม่ผิดหรอก ตอนนี้ผมกำลังเล่นตัวอยู่ไง แต่ก็เล่นตัวไม่สุดเพราะยังให้พี่ดินมาส่งที่บ้านอยู่เลย จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะให้พี่เขามาส่งทุกวันหรอกนะครับแต่ว่าพี่ดินนี่สิทำยังไงก็ไม่ยอมแถมยังบอกอีกว่าถ้าหากผมดื้อมากๆ พี่ดินจะไม่เกรงใจผมอีกต่อไป 

ไม่เกรงใจของพี่ดินนั้นไม่ใช่ว่าพี่เขาจะลากผมไปขืนใจหรือทำร้ายผมหรอกนะ แต่พี่เขาจะทำมากกว่านั้นนี่สิ  

‘ฝุ่นอย่าดื้อกับพี่ได้ไหม’ 

‘ผมไม่ได้ดื้อ ผมแค่อยากกลับเอง’ 

‘เนี่ยเขาเรียกดื้อ’ 

‘พี่นั่นแหละดื้อ ทำไมไม่ฟังผมบ้างอะ’ 

‘ก็พี่เป็นห่วงไม่อยากให้นั่งรถเมล์นี่น่า’ 

‘ผมก็นั่งของผมมาตั้งนานแล้ว’ 

‘นั่นมันตอนนั้น แต่นี่ฝุ่นมีพี่ทั้งคนจะขึ้นรถเมล์ไปให้คนนั้นคนนี้เบียดทำไม ไม่เอาพี่ไม่อนุญาตนะ’ 

‘พี่ไม่ใช่ผู้ปกครองผมนะ!’ 

‘ได้! ถ้าอย่างนั้นไปกับพี่เดี๋ยวนี้เลย’  

‘ไปไหน ไม่ไป! ปล่อยผม!!’ 

‘ไปห้องผอ. พี่จะไปบอกว่าเราเป็นอะไรกัน’ 

‘พี่แม่งจะบ้าหรือไงวะ ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน อยากตายหรือไง’ 

‘ก็ฝุ่นดื้อ’ 

‘เออๆ ยอมแล้ว’ 

‘ยอม?’ 

‘ไปส่งผมไง ผมยอมแล้ว’ 

เหตุการณ์วันนั้นมันยังติดอยู่ในหัวผมอยู่เลย  

เมื่อสองอาทิตย์ก่อนพี่ดินบุกมาหาผมที่ห้องเรียนหลังจากที่ผมเรียนวิชาสุดท้ายของวันเสร็จ ผมกับพี่ดินทะเลาะกันที่ห้องเรียนโดยที่มีไอ้ก็อตคอยเป็นหูเป็นตาดูต้นทางให้…อย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่เพราะมันถูกพี่ดินที่ใช้อำนาจอาจารย์บีบบังคับ ซึ่งก็โชคดีมากๆ ที่วันนั้นคนอื่นๆ ที่เรียนเสร็จเขาไปที่อื่นและกลับบ้านกันหมดเลยไม่มีใครมาวุ่นวายแถวนี้ไม่อย่างนั้นเรื่องที่พี่ดินบุ่มบ่ามทำอะไรตามอำเภอใจโดยไม่สนโลกแบบนี้ได้ดังกระฉ่อนไปทั่วมหา’ลัยแน่ 

คนที่จะซวยก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผมกับพี่ดินสองคนนี่แหละที่จะโดนเรียกตัวไปเข้าห้องเชือดสาเหตุจากอาจารย์ฝึกสอนที่เพิ่งเข้ามาสอนได้ไม่นานมีสัมพันธ์ลับกับนักศึกษาหนุ่ม?!  

แค่คิดก็น่ากลัวจนขนหัวลุกแล้ว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าการที่จะมีคนเอาเรื่องนี้ไปพูดก็คือพี่ดินที่จะลากผมไปสารภาพบาปกับผอ.มหา’ลัยเองนี่แหละ 

“ฝุ่น!”  

“อะ ครับ?” ผมจำต้องตื่นจากภวังค์แล้วหันไปมองพี่ดินตาปริบ 

“คิดอะไรอยู่เหรอ” พี่ดินหันมาเลิกคิ้วถามและคำตอบของผมคือการส่ายหน้า “อ๋อ หรือว่ากำลังคิดว่าจะไปห้องพี่วันนี้หรือพรุ่งนี้ ใช่หรือเปล่าล่ะ”  

“…” ผมยิ้มแหยๆ กับความคิดเองเออเองของพี่ดินก่อนตอบออกไป “พี่จะบ้าเหรอ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย”  

“หึ!” เสียงแค่นหัวเราะมาพร้อมกับหน้าหล่อๆ ของพี่ดินที่เบ้ใส่ผมอย่างขัดใจ 

“หัวเราะอะไรแบบนั้นน่ะพี่ดิน น่าเกลียด” ผมแกล้งด่าแก้เขินเพราะตอนนี้พี่ดินยังจ้องหน้าผมไม่เลิกแล้วรถบ้านี่ก็ติดชะมัดเลย ครึ่งชั่วโมงกระดึบๆ ไปแค่ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น 

“นอกจากจะใจแข็งแล้วยังปากร้ายอีกนะเดี๋ยวนี้” พี่ดินว่าเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะหันไปตั้งหน้าตั้งตาขับรถเมื่อผมถลึงตาชูกำปั้นใส่ 

และในที่สุดพี่ดินก็ขับรถมาส่งผมที่บ้านได้อย่างสวัสดิภาพและไม่ต่อล้อต่อเถียงไม่แกล้งผมเพราะกลัวกำปั้นของผม…มั้งนะ แต่เพราะถูกผมชูกำปั้นใส่พี่เขาก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วก็เงียบไปเลย 

ไม่รู้ว่าโกรธหรือว่าแค่ไม่อยากจะเถียงกับผมกันแน่นะ 

“ขอบคุณที่มาส่งครับ” ผมบอกแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวเตรียมจะลงจากรถแต่ก็ถูกพี่ดินคว้าแขนไว้ก่อน 

“เมื่อไหร่จะใจอ่อน” น้ำเสียงที่พี่ดินเปล่งออกมามันฟังดูออดอ้อนเว้าวอนจนผมใจกระตุกและยิ่งได้มองสบตากับพี่เขาผมก็เบลอไปชั่วขณะจนเผลอขยับตัวเข้าไปใกล้พี่เขาอย่างไม่รู้ตัวจนกระทั่งฝ่ามืออุ่นๆ ของพี่ดินวางอยู่บนแก้มของผม 

“อ๊ะ!” ผมผงะออกมาทันทีที่รู้สึกตัว 

“ว้า เสียดายจัง” ผมทำหน้าง้ำงอเพราะสีหน้าพี่ดินมันไม่ได้บอกว่าเสียดายเลยสักนิดแต่มันกำลังบอกว่าเขาล้อเลียนผมอยู่ต่างหาก “โอ๋ๆ พี่ไม่แกล้งแล้ว แต่เมื่อกี้เสียดายจริงๆ นะ นึกว่าจะได้จูบลาแล้วซะอีก” 

“ก็คงต้องเสียดายไปยาวๆ นั่นแหละครับ” ผมบอกอย่างไม่ไร้เยื่อใย 

“…ยาวแค่ไหน” พี่ดินนิ่งไปสักพักก่อนถามเสียงแผ่ว 

“ไม่มีกำหนดครับ”  

“เพราะอะไร?”  

“ก็ไม่รู้อีกนั่นแหละครับ” จริงๆ ผมรู้แต่แค่อยากจะแกล้งกวนพี่เขาเฉยๆ เพื่อดูสีหน้าผิดหวังของพี่ดิน  

“อ้าว”  

และพี่เขาก็แสดงมันออกมาจริงๆ สีหน้าผิดหวังที่ทำให้ผมยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบังเพราะมันทำให้ผมรู้สึกดีมากที่เห็นพี่เขาเป็นแบบนี้เป็นเหมือนที่ผมเคยเป็น ผิดหวังเหมือนที่ผมเคยผิดหวัง… 

ถึงแม้ว่ามันจะเทียบกันไม่ได้เลยสักนิดก็ตาม 

“กลับบ้านดีๆ นะครับ” ผมบอกก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปฝั่งพี่ดินก่อนจะเคาะกระจกให้พี่เขาลดกระจกลง 

“จะจูบลาพี่เหรอ” ดูรอยยิ้มนั่นสิน่าหมั่นไส้ซะไม่มี 

“เปล่าครับ” 

“…?” ดูสีหน้างงๆ นั่นสิตลกชะมัดเลย 

“ผมแค่จะบอกพี่ว่าทำตัวดีๆ นะครับ” ผมว่าแล้วล้วงเอากุญแจห้องของพี่ดินมาแกว่งตรงหน้าของพี่เขาและมันก็ทำให้อีกฝ่ายตาโตพร้อมเปลี่ยนสีหน้าผิดหวังงุนงงให้เป็นระริกระรี้ทันตา 

“พี่จะทำตัวดีๆ ครับ”  

“ให้มันดีได้ตลอดรอดฝั่งนะครับ”  

“คอยดูได้เลยครับ”  

“หึ!”  

ผมคิดว่าจะให้โอกาสพี่ดินตั้งแต่ตอนที่ขอกุญแจคอนโดของพี่เขามาแล้วแต่ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะบอกเขา ผมอยากให้พี่เขาปรับปรุงตัวอีกนิดหน่อยอยากให้เขาทำตัวดีๆ ให้ผมมั่นใจอีกสักนิดและวันนั้นคงจะมาถึงในเร็วๆ นี้ ถ้าผมดูไม่ผิดน่ะนะ 

ก็หวังว่ามันจะเป็นไปในทางที่ดีสำหรับผมกับพี่ดินน่ะ 

“เดี๋ยวนี้อาจารย์พี่ดินของน้องนักศึกษาฝุ่นนี่ทำตัวดีขึ้นผิดหูผิดตานะ ทำตัวดีผิดปกติหรือเปล่าวะ” เสียงกระแนะกระแหนของไอ้ก็อตทำให้ผมที่กำลังนั่งดูแดนกับบอยตีแบดกันอยู่ในคอร์ทหันมามองค้อนมันขวับใหญ่ 

อาทิตย์นี้ผมถูกก็อตกับเพื่อนมันสองคนลากออกมาข้างนอกโดยที่ผมไม่รู้เรื่องเลยว่าสามคนนี้จะมาตีแบดกันผมเลยไม่ได้แต่งตัวให้มันเข้ากับสถานที่ คือก็นึกว่าจะชวนผมไปเดินห้างอะไรเทือกๆ นั้นแต่ที่ไหนได้ดันพาผมมาตีแบดแล้วถามว่าผมตีได้ไหม มันก็ได้แต่ด้วยชุดที่มันไม่อำนวยผมว่าผมนั่งดูจะดีกว่า 

“แหม๋ๆ มองค้อนมองเคืองไม่ต้องมาโกรธกูแทนพี่ดินของมึงหรอกครับ” เนี่ยพอสนิทกันมากๆ ก็ขึ้นกูขึ้นมึง จ๊ะๆ จ๋าๆ เหมือนเมื่อก่อนหายไปหมดแล้ว 

“ไม่ได้โกรธแทนใครทั้งนั้นแหละ กูโกรธเองนี่แหละ” ผมตอบมันเสียงเรียบไม่ได้ใส่อารมณ์อะไรทั้งนั้น 

“อะๆ โกรธกูทำไมเนี่ย กูแค่แหย่เล่น” มันว่าไปก็ทำหน้าตาบ๊องแบ๊วไป คงคิดว่าตัวเองน่ารักมากสินะ 

อือ ก็คิดว่างั้น”  

“แล้วแน่ใจได้เหรอว่าเขาปลอดภัย” คำถามของไอ้ก็อตทำให้ผมหันไปมองมันตาโต 

“ปลอดภัย? มึงหมายถึงอะไรน่ะ”  

“ก็ทุกเรื่อง” 

“เช่น?” ผมขมวดคิ้วมองหน้ามันเพื่อรอให้มันขยายความคำว่าทุกเรื่องของมัน 

“ก็อย่างเช่น เขาไม่เป็นโรคและเขาจะเลิกมั่วผู้หญิงได้” 

“…??!!” ผมสะอึกไปพักใหญ่กับคำพูดของไอ้ก็อตเพราะผมเองก็ลืมคิดเรื่องนี้ไปเหมือนกัน 

“เฮ้ย! ช็อกไปเลยเหรอวะ กูไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้มึงคิดมากนะ แต่กูก็แค่เดาไปตามหลักการณ์เดาไปตามสิ่งที่มันอาจจะเป็นไปได้” เ 

มื่อเห็นผมเงียบไอ้ก็อตก็เหมือนอยากจะปลอบใจผมแต่ดูเหมือนว่ามันจะปลอบใจผมช้าไปนิดเพราะตอนนี้ผมคิดมากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนี่สิครับ 

ผมว่าผมมีเรื่องต้องเคลียร์กับพี่ดินอีกเรื่องแล้วล่ะ! 

ความคิดเห็น