Hanabidou
facebook-icon

Good Things take time

ชื่อตอน : Chapter 6-1

คำค้น : Hanabidou, คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว, ฟีลกู๊ด, เด็ก, ครอบครัว, วาย, BL, ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 6-1
แบบอักษร

6-1

“มิสุเอะหลับไปแล้วใช่ไหม?” 

             โอโตนามิก้มลงจูบต้นคอและไหล่ที่เอียงลาด กระซิบถามข้างหูด้วยเสียงต่ำบาดลึก คนนั่งหน้าผงกศีรษะตอบให้รู้ว่าสติสัมปชัญญะยังครบถ้วน แต่เบี่ยงใบหน้าแดงก่ำมุดหลบ หางตาเห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าของตัวเองที่กำลังถูกมือสองข้างของอีกฝ่ายขยี้แหย่ หน้าท้องแบนราบเกร็งแน่น กลั้นหายใจบิดตัว สำลักลมหายใจออกมาเป็นเสียงแผ่ว อุณหภูมิร่างกายสูงเสียจนคาดว่าคนที่นั่งซ้อนข้างหลังก็คงรู้สึก

             มุคาเอดะมองซองสีขาวใส่ค่าอาหารรายเดือนบนโต๊ะที่เขาเดินเอาลงมาให้... จริงๆ เขาก็แค่คิดว่าไม่จำเป็นต้องไปโอนบัญชีอะไรให้ยุ่งยากเพราะมีเงินสดพอดีกับจำนวนที่ต้องจ่าย โอโตนามิคิดค่าอาหารแค่สองหมื่นห้าพันเยนต่อเดือน แต่เขาว่ามันถูกเกินไปก็เลยใส่มาสามหมื่น และบอกเจ้าของร้านว่าไม่จำเป็นต้องทำอาหารให้ในวันเสาร์อาทิตย์และวันที่ร้านหยุด

             ตอนแรก ก็ว่าจะยื่นให้แค่ที่หน้าห้อง แต่พอโอโตนามิชวนให้เข้ามาดื่มกาแฟข้างใน เขาก็เดินเข้ามานั่งโซฟาตัวนี้แต่โดยดี ห้องของโอโตนามิรสนิยมดี ดูเรียบง่ายแต่ได้บรรยากาศเก่าๆ เหมือนร้านกาแฟข้างล่าง เรื่องที่คุยกันเป็นเรื่องทั่วไปแถวนี้ที่เขาไม่ค่อยรู้ ถึงจะทำงานที่บริษัทนี้มาตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ก็ไปๆ มาๆ อยู่แค่แถวสถานีกับบ้าน แมนชั่นที่เขาเช่าอยู่กับอดีตภรรยาและลูกสาวนั้นต้องขึ้นรถไฟไปอีกสองสามสถานี เพิ่งตัดสินใจว่าจะย้ายมาอยู่แถวนี้ก็ตอนหย่ากับภรรยาแล้ว เขาก็ไม่เข้าใจว่าทั้งที่เพิ่งเกิดเรื่องอย่างเมื่อคืนไป แถมเมื่อตอนเย็นเจ้าของห้องก็ยังพูดจาแปลกๆ แบบนั้น แทนที่จะหนีไปอยู่ไกลๆ กลับยอมเข้ามานั่งคุยตามคำชวนและยังเพลิดเพลินไปกับสีหน้า น้ำเสียง รวมถึงเรื่องเล่าของเจ้าของห้องอย่างนี้ได้อีก เขามันพวกลองของชัดๆ...

             โอโตนามิเป็นคนคุยสนุก มีเสน่ห์แปลกๆ ดึงดูดอย่างที่เขาก็บอกไม่ถูก เขาอาจจะไม่สันทัดเรื่องผู้หญิงมาก ไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มความสัมพันธ์กับใครก่อน แต่ก็ไม่ใช่พวกชอบเพศเดียวกันแน่ๆ (อย่างน้อยก็จนถึงเมื่อวานน่ะนะ) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ไม่เกลียดการสัมผัสหรืออะไรของคนคนนี้สักอย่าง กลับนึกอีกว่ามันปกติกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อเขาบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องคิดมาก ระหว่างเขากับโอโตนามิก็ไม่มีใครเสียหายอะไรทั้งคู่ (?) ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ได้คิดอะไรกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรที่จะทำอะไรให้ตัวเองรู้สึกดีนี่... เมื่อคืนนี้เขาเมามาก จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็พอจะรู้ตัวว่าเป็นความรู้สึกแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จะว่าสนใจอยู่บ้างก็ใช่... ว่าหมอนี่ทำยังไง ร่างกายเขาถึงยอมรับได้ขนาดนั้น แล้วทำไมเขาไม่รังเกียจอะไรเลย?? เขาอยากรู้จริงๆ ว่าตอนที่มีสติครบทุกอย่าง ก็จะยังคิดแบบนั้นอยู่หรือเปล่า

             ดังนั้นไม่แปลก...ที่โอโตนามิจะคิดว่าเขามาด้วยจุดประสงค์อื่น เพราะการมาที่ห้องกลางดึกแบบนี้มันก็น่าสงสัยอยู่แล้ว พอขอเข้าห้องน้ำแล้วเปิดประตู ออกมา ชายหนุ่มก็ยืนกอดอกพิงผนังขวางอยู่ข้างหน้า ตอนที่ถูกถามว่า `มาให้ช่วยอะไรหรือเปล่า?` เขาก็ดันตกใจตอบอะไรไม่ถูก เข้าใจว่าเป็นเพราะใบหน้าที่แดงขึ้นมาทันทีและท่าทีอึกอักด้วย หมอนั่นก็เลยก้มลงมาประกบริมฝีปากเขาตรงนั้น แล้วให้ตายสิ... เขาปฏิเสธจูบของหมอนี่ไม่ได้จริงๆ ไม่เกี่ยวกับว่าอยากอยู่แล้วหรือไม่อยากเลยนะ ต่อให้ไม่มีอะไรในหัว พอเจอจูบหมอนี่เข้าไป ในหัวสมองก็สั่งการทันทีว่า `ยังไงก็ได้` เฉยเลย...

             ตอนนี้ก็เลยอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้อย่างนี้ไง

             “ปล่อยตัวตามสบาย ให้ฉันจัดการให้เอง”

             ถึงโอโตนามิไม่พูดแบบนั้น กล้ามเนื้อของเขามันก็กลายเป็นอย่างที่เขาว่าอยู่แล้ว... รอให้ชายหนุ่มทำอะไรสักอย่าง ช่วยเติมเต็มความปรารถนาให้ ร่างกายอ่อนปวกเปียกไปหมด ยกเว้นส่วนเดียวที่เปลี่ยนสถานะเป็นแข็งขันสุดๆ เขาไม่เพียงทิ้งทั้งตัวลงกับแผ่นอกกว้าง แต่ยังหายใจกระเส่าอยู่ข้างลำคอแข็ง แกร่งที่แผ่ความร้อนจากร่างกายมาให้ เสียงมือใหญ่รูดส่วนสำคัญของเขาขึ้นลง โดยที่ตัวเขาเองต้องมารับรู้ในสายตาว่ามันเต็มไปด้วยของเหลวไหลออกมาจนเกิดเสียงน่าอับอายแบบนี้ มันทำให้สติกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว เขารั้งความต้องการของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ นอกจากจะส่งเสียงครางเหมือนคนจะตายเสียให้ได้จนไปเร่งให้อีกฝ่ายต้องรีบเพิ่มจังหวะให้แรงขึ้น ยังขยับสะโพกไปมาเรียก ร้องให้อีกฝ่ายปรนเปรอให้มากขึ้นอีก เขากลายเป็นคนเอาแต่ใจแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่? แต่ตอนนี้ยังไงก็ได้... เขายอมพลีกายให้แล้ว ยังไงก็ช่วยเขาด้วย...

             “คุณชิน...” ยังอุตส่าห์ละล่ำละลักถาม ทั้งที่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้กังวลเรื่องนั้นแล้ว “คุณชินบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาใช่มั้ย?”

             “หือ? ใช่... ธรรมดา” โอโตนามิตวัดลิ้นสากเข้าที่ต้นคอ “ฉันแค่ทำให้เฉยๆ ก็แค่อยากช่วยนายเท่านั้น”

             “จะมาเมื่อไหร่ก็ได้เหรอ...”

             “มันดีขนาดนั้นเลย?” โอโตนามิลอบยิ้ม ขบเบาๆ ที่ข้างหู เรียกเสียงครางเบาๆ ออกมาอีกรอบ จริงๆ ถึงไม่ถามเขาก็รู้หรอกว่ามันคงจะดีแค่ไหน เพราะร่างกายหมอนี่ตอบคำถามให้แล้วหมดทุกข้อ แต่พอใบหน้าเคร่งขรึมที่เสียภาพลักษณ์ไปหมดแล้วพยักหน้าพลางซุกกลับลงมา มันก็ทำให้อยากจะยอมเซอร์วิสให้ทุกอย่าง เอาให้ร้องแบบนี้ทั้งคืนจนไม่ต้องนอนกันเลยทีเดียว

             แต่ที่โอโตนามิทำกลายเป็นปล่อยมือออกจากของแข็ง ทั้งที่มันกำลังเปียกชุ่มได้ที่ ใกล้จะไปถึงฝั่งฝันของมันอยู่แล้ว มุคาเอดะเหมือนจะตกใจทันทีที่มือหยุด แต่ไม่ทันได้ถามอะไร เพราะริมฝีปากที่ร้อนเป็นไฟก้มลงมาประกบ

             มุคาเอดะไม่ได้อ้อนวอนด้วยคำพูด แต่จับมือใหญ่ให้กลับลงไปตรงที่อยากให้มันอยู่อีกรอบ โอโตนามิขำเล็กๆ มองแววตาเว้าวอนแต่ไม่ยอมขอตรงๆ ด้วยแล้วอดลงลิ้นให้หนักขึ้นไม่ได้ นายอยากขนาดไหนกันเนี่ย 

             “เคยยุ่งอะไรกับตรงนี้ไหม?”

             มุคาเอดะสะดุ้งเฮือก รู้สึกได้ถึงสัมผัสของนิ้วที่ไถวนไปมาตรงช่องทางด้านหลังที่เปียกชุ่มไปด้วยของเหลวอยู่แล้ว แต่เจ้าของนิ้วก็ยังทำเหมือนจะปาดของเหลวกลิ่นคาวนั้นให้ชุ่มเต็มพื้นที่มากยิ่งขึ้น ดูแล้วเหมือนคนกำลังเตรียมพื้นที่เพื่อทำการอะไรบางอย่าง

             “ไม่...”

             คำตอบของมุคาเอดะไม่มีความหมาย หรือไม่โอโตนามิก็ไม่ได้กะจะรอคำตอบตั้งแต่แรก ค่อยๆ ใช้นิ้วสอดเข้าไปในจุดที่แน่นขนัดทีละน้อย เห็นได้ชัดว่าเจ้าของร่างกายตกใจมาก ส่ายหน้าแดงก่ำไปมาจนโอโตนามิต้องประกบริมฝีปากลงอีกรอบเหมือนจะปลอบ

             “อย่าเกร็ง มันจะยิ่งเข้ายาก”

             “ผมไม่... เอาแบบนี้...”

             “แค่ลองใส่ดูเฉยๆ จะได้เคยชิน” โอโตนามิกระซิบข้างหู ยิ้มมองสีหน้าอึกอัก เอาอีกมือที่ว่างลูบศีรษะ ปัดผมหน้าที่ชุ่มเหงื่อขึ้นไปให้หมด พอเห็นหน้าผากขาวก็จูบลงเบาๆ

             “เคยชินกับอะไร...?” มุคาเอดะถามละล่ำละลัก สีหน้าที่บิดเบี้ยวไปตามจังหวะสอดนิ้ว ทำให้คนมองแทบจะอดใจตัวเองเอาไว้ไม่ไหว สายตาที่หลุบมองอย่างหื่นกระหายนั้นคงจะทำให้ฝ่ายถูกกระทำก็รู้สึกได้ ถึงได้กลั้นหายใจส่ายหน้าไปมาตามจังหวะเข้าออกของนิ้วเรียวยาว ที่แค่เข้าไปนิ้วเดียวก็คับแน่นไปหมด

             “ของบางอย่างที่ใหญ่กว่านี้ แต่ถ้าเอาเข้าไปทีเดียวนายจะบาดเจ็บ” มุคาเอดะไม่รู้ว่าโอโตนามิตั้งใจพูดกำกวมให้เขาเข้าใจเองหรือไม่ แต่การใช้คำก็ทำให้รู้สึกวาบหวิวเสียวช่องท้องไปหมด โดยเฉพาะเวลาที่เสียงต่ำๆ พูดคำแบบนี้ข้างหู แล้วก็สอดนิ้วเข้าออกทีละนิดแบบไม่ให้เสียจังหวะ

             “เห็นมั้ย เข้าออกได้สบายแล้ว นายมีความสามารถทางนี้อยู่นะ”

             มุคาเอดะส่ายหน้า รู้สึกถึงความเปียกชื้นรุ่มร้อน กับความรู้สึกแปลกๆ อย่างที่บอกไม่ถูก เสียงของสิ่งที่ผลุบเข้าออกไปมาในที่แคบซึ่งเต็มไปด้วยของ เหลวกำลังทำให้เขาเสียวท้องน้อยจนขนทุกส่วนของร่างกายลุกตั้ง พร้อมจะยอมรับทุกอย่าง หัวใจกระตุกเหมือนจะหยุดเต้น

             “ไหนบอกไม่เอา นายแอ่นสะโพกเองอยู่แน่ะ”

             เสียงกระซิบที่จะเรียกว่าเยาะเย้ยหรือหยอกเขาเล่นก็ได้ ทำให้เขาส่ายศีรษะไปมาเพื่อปฏิเสธ แต่เขาก็ห้ามร่างกายตัวเองไว้ไม่ได้ และไม่ได้เกลียดคำพูดของโอโตนามิเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้อยากว่าอะไรก็ว่ามาเถอะ เขาจะสำลักลมหายใจตัวเองตายอยู่แล้ว...

             “แต่แค่นี้ยังไม่ได้หรอกนะ” โอโตนามิพูดเหมือนจะให้เสียดาย ส่งยิ้มอ่อนให้กับสายตาเว้าวอนที่มองมาอย่างพร่ามัว “ของจริงมันไม่ใช่ใหญ่แค่สองสามนิ้วอะไรอย่างนี้ นี่แค่นิ้วเดียวนายก็แน่นจะตายอยู่แล้ว”

             คนพูดยอมเอามืออีกข้างไปเกาะกุมแก่นกลางกายที่ยังตั้งชูชันอยู่ มีของเหลวแทรกซึมตลอดจนเปียกแฉะ มุคาเอดะกลืนน้ำลายดังเอื้อก เผลอส่งเสียงครางออกมาเต็มรัก เมื่อชายหนุ่มรูดจุดสำคัญของเขาเป็นจังหวะไปมาสลับกับนิ้วข้างที่ยังสอดเข้าออกในช่องทางด้านหลัง เขาไม่เหลือความอายอีกแล้ว ทั้งหอบหายใจรัว ทั้งส่งเสียงคราง แล้วยังเรียกชื่อคนทำไม่ขาดสาย

             โอโตนามิยิ้มมอง รู้ว่าชวนคุยอะไรไปอีกฝ่ายก็ไม่ได้ยินแล้ว เพราะร่างกายกำลังเกร็งนิ่งจิกปลายเท้ากับโซฟาเบด เหงื่อเกาะเต็มใบหน้า หลับตาปี๋ก่อนร่างกายจะกระตุกสองสามที ปลดปล่อยลมหายใจที่กักออกมาพร้อมกับน้ำขุ่นข้นสีขาวที่พุ่งกระจายเต็มหน้าท้องแบนราบ แล้วทิ้งตัวเองหมดแรงพร้อมเสียงหอบหายใจ ยกแขนสองข้างขึ้นพาดหน้าผาก ปิดหน้า

             โอโตนามิมองเงียบๆ ยิ้มให้พลางก้มลงไปกระซิบข้างๆ

             “ถ้าอยากให้ทำมากกว่านี้ นายต้องร่วมมือด้วยการซักซ้อมกับตัวเองไว้ก่อนบ้าง”

             มุคาเอดะตกใจ เผลอลดแขนลงมองหน้า แก้มแดงก่ำอย่างกับคนไปวิ่งรอบสนามกีฬามาสักสิบรอบ เหงื่อโซมกาย อายจนพูดอะไรไม่ออก รีบกระตุก ตัวขึ้นนั่งเมื่ออีกฝ่ายดึงทิชชู่มาเช็ดที่หน้าท้องให้

             “มะ... ไม่ต้องครับ ผมทำเอง”

             “หยุด! อย่าขยับ เดี๋ยวโซฟาเลอะ”

             พอถูกว่าแบบนั้นก็หยุดกึกโดยอัตโนมัติ ได้แต่มองโอโตนามิเช็ดทำความสะอาดให้อย่างดีด้วยสีหน้าบอกไม่ถูก พอถูกมือใหญ่ใจดีด้วย ในอกก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมาอีกแล้ว ร่างกายก็ช่างน่าต่อว่า เพราะตอบสนองดีเกินไปจนส่วนที่น่าจะสงบไปแล้วค่อยๆ กลับตื่นตัวขึ้นมาใหม่ อย่านะเว้ย... ทำอะไรให้นึกถึงหน้าตาฉันบ้าง กำลังด่าของตัวเองด้วยสายตา คนเช็ดให้เหมือนจะเหลือบไปเห็นหน้า ยิ้มนิดๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากอย่างไม่ให้ตั้งตัว

             “ไม่มียกสองแล้ว เดี๋ยวก็เช้าพอดี”

             มุคาเอดะหน้าแดงพรวดพราด ยกมือขึ้นจับแขนโอโตนามิให้หยุด

             “เอ่อ... ให้ผมทำให้คุณชิน...บ้า...ง”

             เหมือนจะรู้ว่าคนพูดหลุบมองดูเป้ากางเกงตัวเอง ก็เลยจงใจนั่งลงข้างโซฟา จูบที่หน้าผากเบาๆ พลางวางเสื้อผ้าให้

             “นายไม่ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำทั้งนั้น”

             “แต่...”

             “แต่งตัวซะ เดี๋ยวฉันไปส่งที่ห้อง”

             “ห้องมันก็อยู่ข้างบนน่ะนะ??”

             “ไม่งั้นมันก็เหมือนแค่นายลงมาให้ฉันทำให้ พอเสร็จกิจก็กลับห้องไปแค่นั้นน่ะสิ”

             “...” แล้วเซ็กส์เฟรนด์มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกเหรอฮึ?? แต่เออ... จะเรียกเซ็กส์เฟรนด์ก็ไม่น่าได้ เขากับโอโตนามิก็ไม่ได้ไปถึงขั้นนั้น แถมถ้าจะพูดให้ถูก เขาแทบไม่ได้แตะต้องตัวโอโตนามิเลยด้วยซ้ำ มีแต่ฝ่ายนั้นที่มายุ่งกับทุกส่วนในร่างกายเขาราวกับเป็นของเล่น

             แล้วร่างกายเขามันก็ดันตอบสนองมือของคนพรรค์นี้ทุกอย่างเสียด้วย... ก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เขาแค่งงงวยเล็กน้อย เพราะกับอดีตภรรยาตัวเอง เขาก็มีเรื่องพวกนี้กันน้อยมาก ตั้งแต่ที่มีมิสุเอะแล้ว ก็เรียกได้ว่าเขากับอดีตภรรยาไม่มีเรื่องพวกนี้ด้วยกันอีกเลย สำหรับฟุซาโกะแล้ว เธอก็คงเสียความมั่นใจในตัวเอง ไปพอสมควร ที่เขาทำเหมือนพอบรรลุเป้าหมายในการมีลูกตามความฝันของพ่อแม่เขาแล้วก็ไม่มีเรื่องพวกนี้กับเธออีก ...เขาเคยคิดว่าเขาไม่ชอบเรื่องพวกนี้ ไม่ตื่นตัว ไม่สามารถมีอารมณ์กับใครได้ เขาเคยบอกฟุซาโกะเรื่องนี้ไปตามตรงและขอโทษเธอ จากนั้นเธอก็หนีกลับบ้านไปหนึ่งอาทิตย์ ส่วนเขาก็ได้แต่รู้สึกผิด ไม่รู้จะขอโทษเธอยังไง ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาย่ำแย่ถึงขนาดนั้น... แล้วทำไมพออยู่ในมือผู้ชายคนนี้ เขาถึงไม่สามารถปฏิเสธหรือต่อต้านความปรารถนาในเรื่องพวกนี้ได้... เขาไม่ใช่คนแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? นี่มันเขาคนละคนกับที่ผ่านมาเลยนะ

             เรื่องของเขากับฟุซาโกะ ส่วนใหญ่มันก็เป็นความผิดของเขาอย่างที่เธอว่า เขาทำทุกอย่างในชีวิตให้เป็นเหมือนมิชชั่นที่ต้องคอมพลีทให้กับพ่อแม่ เรียนให้ดี เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ทำงานบริษัทใหญ่ แต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือก และคิดว่าการมีหลานให้สักคนมันจะเป็นการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างสุดท้ายที่จะปลดล็อคในชีวิตตัวเองได้ ฟุซาโกะเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร ที่เลือกแต่งงานกับคนแบบเขา เธอเองก็เป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงให้อยู่ในกรอบของเด็กดีและเชื่อฟังพ่อแม่มาตลอดเช่นกัน เธอหวังจะให้เขาเป็นคนพาเธอออกจากกรอบที่พ่อแม่ตีให้ อยากได้อิสระที่เธอไม่เคยมีในสมัยสาวๆ ถึงได้เลือกหนีออกมาด้วยการแต่งงาน แต่นอกจากเขาจะให้สิ่งที่เธอต้องการไม่ได้แล้ว ยังทำให้เธอต้องทรมานกับการที่อยู่บ้านในฐานะ `ภรรยา` ห่างไกลจากอิสระที่เธอเคยฝันอยากมี อยากออกจากกรอบในช่วงชีวิตวัยเรียนของเธออีก

             เธอก็ไม่ได้อยากมีลูก อยากมีอิสระเที่ยวเล่นมากกว่านี้ แต่ทั้งพ่อแม่เขาและพ่อแม่เธอเฝ้าถามถึงแต่เรื่องนี้ซ้ำๆ ฟุซาโกะเริ่มแสดงอาการต่อต้าน มีปัญหากับแม่ของเขาที่เริ่มพูดจาประชดประชันในฐานะแม่สามี ซึ่งเลี้ยงดูฟูมฟักลูกชายคนเดียวอย่างเขามาดีเกินไปทุกอย่าง แม่จับผิดเรื่องที่หญิงสาวไม่ค่อยดูแลเขาให้ดีทั้งที่เขาก็ไม่ได้หวังอะไรจากฟุซาโกะขนาดนั้น ก็น่าแปลกที่ต่างคนต่างใช้กันและกันเป็นตัวปลดล็อคให้ชีวิต แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครสักคนที่ปลดล็อคในชีวิตของตัวเองได้ ไม่มีใครได้รับอิสระ ทั้งเธอ เขา และพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย

             ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ แต่เพราะใช้ชีวิตอย่างนั้น จึงไม่เคยมีใครที่ทำให้เขารู้สึกดีถึงขนาดนี้ได้... ถึงมันจะเป็นแค่เรื่องทางร่างกาย แต่แค่ชั่วขณะที่อยู่ในมือของหมอนี่ มันก็เหมือนจะทำให้เขาลืมเรื่องแย่ๆ ที่เคยทำผิดพลาด ไปได้บ้าง เขาไม่ได้ต้องการให้ใครมาบอกว่าที่ผ่านมาเขาทำดีที่สุดแล้ว แค่ต้อง การแค่ใครสักคนที่คอยบอกว่า `ไม่เป็นไร` ก็เท่านั้น

             โอโตนามิหลุบตามองศีรษะที่ซุกใต้ลำคอ ไม่ได้ถามถึงเหตุผลที่มุคาเอดะเอามือโอบรอบคอเขาแล้วก็ซบใบหน้าลงเงียบๆ ชายหนุ่มก็แค่เอามือลูบศีรษะเบาๆ แล้วก็แตะริมฝีปากลงกับเส้นผมสีดำละเอียด โอบแผ่นหลังเขาเอาไว้นิ่งๆ ถ้านี่เป็นบริการเสริมของเซ็กส์เฟรนด์ มุคาเอดะก็คิดว่ามันขี้โกงมากเกินไป เพราะเรื่องแบบนี้มันควรจะเกี่ยวข้องกันแค่ร่างกายไม่ใช่เหรอ? ไม่ควรลุกล้ำเข้ามาในหัวใจเขาด้วย...

 

To be continue

 

MEB E-book >> Hanabidou

ความคิดเห็น