ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 55

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 15:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
55
แบบอักษร

เควิน ส่งลูกเมียที่ร้านหลังจากพาไปทานอาหารเย็น เจ้าเคนจิน้อยทำท่าอาลัยอาวรณ์ อย่างหนัก ถึงขนาดโอบรัดรอบคอของผู้เป็นพ่อแน่น ไม่ยอมลงจากอ้อมแขนง่าย ๆ   

        "ปะป๊า...ไป...เที่ยว....เที่ยว" หนูน้อยร้องโยเยตามผู้เป็นพ่อ  ชี้มือออกนอกร้านอย่างเดียว 

       "ชวนม่ามี๊ไปด้วยสิลูก" ชายหนุ่มส่งสายตาอ้อนวอนไปหาปลายฟ้า แต่หล่อนทำเมิน 

        "เคนจิอย่าดื้อสิคะ...มาหาม่ามี๊ค่ะ...ปะป๊าต้องกลับแล้ว" หญิงสาวเอื้อมมือไปพยายามจะควักลูกออกจากอ้อมแขนของเขา อย่างต้องการเอาชนะ 

         "แอ๊ะ...แอ๊ะ....ปะป๊า...."เจ้าตัวดี ทำเสียงดุใส่ม่ามี๊ ก่อนจะหันไปอ้อนปะป๊า จนทำให้เควินหัวเราะร่า 

           “ม่ามี๊จะโกรธแล้วนะ...หิวนมเมื่อไหร่อย่ามาง้อนะ...ฮึ่ม....” ปลายฟ้าตีหน้าดุใส่เจ้าตัวเล็ก ที่ทำตาโตใสแจ๋ว แถมยื่นปากจู๋ใส่ม่ามี๊อีก 

           “.........555.......” เควินหัวเราะดังลั่น 

           “หัวเราะอะไรนักหนา...เห็นแม่ลูกเขาโกรธกันมีความสุขมากหรือไง” หญิงสาวเหวี่ยงใส่ทันที 

           “นี่คุณเอานมมาขู่ลูก.....ผมพึ่งจะเคยได้ยินนี่แหละ...555.....” ชายหนุ่มพูด พลางชี้มือไปที่หน้าอกของปลายฟ้าจนเกือบชิด เขายังขำไม่หยุด ทำให้เคนจิน้อยพลอยหัวเราะเอิ้กอ้ากตามผู้เป็นพ่อไปด้วย  

           “อร๊าย...อย่ามาทะลึ่งนะ” หญิงสาวพยามสะกดตัวเองไม่ให้เต้นเร่า ๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ด ๆ มันน่าโมโหไหมล่ะ...ที่โดนทั้งพ่อทั้งลูกรวมหัวกันกลั่นแกล้งหล่อน 

           “เคนจิไปอาบน้ำดีกว่าลูก พรุ่งนี้ค่อยไปเที่ยวกันใหม่นะครับ” เควินพูดกับลูกเสียงนุ่ม 

           “ส่งลูกมาเถอะค่ะ เดี๋ยวฟ้าอาบน้ำให้แกเอง” หญิงสาวพยายามพูดเสียงอ่อนลง  

           “ให้ผมไปช่วยนะครับ...นะ..ที่รัก” เควินพูดหน้าตาเฉย 

           เป็นผลให้หญิงสาวหน้าแดง พูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มอ้อยอิ่งอยู่นาน แต่ปลายฟ้าก็ไม่ยอมให้อยู่ต่อ เขาจึงจำใจต้อง กลับมาโรงแรมที่พัก  ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากกลับเลย แต่ก็ไม่อยากขัดใจปลายฟ้ามากนัก  รู้ว่าเมียสาวกำลังสับสน เขาจึงให้เวลาหล่อนได้คิด และทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทางที่ดี 

  

            “นายครับ พวกนั้นเริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วนะครับ” กิตติเข้ามารายงานผู้เป็นนาย จากเหตุการณ์ลอบยิงเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ที่ยังไม่สามารถสืบหาผู้อยู่เบื้องหลังได้  เพราะคนร้ายโดนฆ่าตัดตอนไปเสียก่อน เขาได้ทราบข่าวตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ร้านไอศกรีม จึงได้วางกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนา ถึงขนาดเหมาปิดร้านกันเลยทีเดียว  เพราะไม่อยากขัดช่วงเวลาแห่งความสุขของเจ้านาย 

            “ทำไมเพิ่งมาบอก” ชายหนุ่มถามลูกน้องอย่างใจเย็น เพราะเขาเห็นความผิดปกติตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว 

            “เจ้านายรู้?”      

            “อืม...ให้มันกล้าลงมือเถอะ..ฉันรอมันอยู่” เควินไม่ได้เกรงกลัวสักนิด ถึงแม้จะรู้ตัวว่าเป็นเป้าหมายของพวกมัน 

            “ตอนนี้ทั้งตำรวจสากล ตำรวจไทยกำลังตามกลิ่นพวกมันอยู่  ถ้ามันกล้าลงมือเมื่อไหร่คงไม่รอด” กิตติรายงานต่อ 

            “ฉันจะล่อมันเอง คราวนี้คงได้กระชากหน้ากากไอ้เวรนี่เสียที” เควินโกรธจัด เขาอุตส่าห์ให้โอกาสแก้ตัว ก็ยังไม่ยอมเลิกรา เควินคิดว่าเขาคาดไม่ผิดแน่ ๆ ต้องเป็นมัน 

          “เอ่อ...ตอนนี้ข่าวว่ามันเดินทางมาที่นี่ กระจายกันมา แบบนักท่องเที่ยว ไม่รู้ว่ามันเตรียมคนไว้ที่นี่อีกเท่าไหร่ 

            “มันเช็คข่าวได้เร็วดีมากที่รู้ว่าฉันอยู่ที่นี่” ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของเขาว่าน่าจะเป็นคนที่เขากำลังสงสัยอยู่ 

            “นายไปเตรียมเครื่องบินไว้ให้พร้อม ฉันจะพาทุกคนไประยองคืนนี้” คราวนี้เขาตั้งใจจะถอนรากถอนโคนเสียที ไม่ว่ามันจะเป็นใคร  เขาจะไม่ยอมให้มันมาแตะยอดดวงใจของเขาเป็นอันขาด 

            “เอ่อ...เจ้านายจะบังคับทุกคนไปเหรอครับ” กิตติมีสีหน้ายุ่งยากใจ เพราะรู้ว่าเจ้านายเองก็ไม่ต้องการอย่างนั้น  แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด  

            “ฉันรู้  ถ้าจำเป็นก็ต้องทำ ฉันไม่อยากเสี่ยง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างหนักใจ 

            “ครับ” กิตติได้แต่รับคำสั่ง 

  

            “สวัสดีค่ะ” สมรรับโทรศัพท์ หล่อนนิ่วหน้ากับสายที่ไม่คุ้นเคย แถมยังโทรมากลางค่ำกลางคืน ซึ่งมักไม่มีใครเขาทำกัน หากไม่มีเรื่องด่วนจริง 

            “สวัสดีครับ น้าสมร” ปลายสายตอบกลับมา หล่อนจึงได้รู้ว่าใคร 

            “มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณเควิน” 

            “ผมรบกวนให้คุณน้าช่วยบอกทุกคนในบ้านให้ เก็บของ เราจะไประยองกันในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงเครียด 

            “อะไรกันคะ...เกิดอะไรขึ้น” สมรตกใจ ถามกลับไปปากคอสั่น สถานการณ์แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ 

            “เอาไว้ผมจะอธิบายให้ฟังทีหลัง แต่ตอนนี้ได้โปรดทำตามที่ผมขอร้องก่อนนะครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน...อ้อ...เอาที่จำเป็นก็พอครับ เอาไว้ไปซื้อหาเอาใหม่ก็ได้” ชายหนุ่มเลือกที่จะโทรหาน้าสมรแทนปลายฟ้า  เพราะเธออาจจะยังแง่งอนจนไม่ยอมฟังเขาเลยก็ได้ 

            เควินวางสายไปแล้ว สมรไม่มีเวลาคิดไตร่ตรองมากนัก หล่อนสั่งจุ๊บกับแจง ให้เก็บของก่อนจะรีบเดินลงมาชั้นสองเพื่อบอกกับปลายฟ้า 

            “เกิดอะไรขึ้นคะน้าสมร” ปลายฟ้าเอ่ยถาม แปลกใจหล่อนเพิ่งจะพาลูกเข้านอนได้ไม่นาน  ส่วนตัวเองยังไม่ทันได้หลับ 

            “คุณเควิน โทรมาบอกให้พวกเราเตรียมตัวไประยอง คืนนี้เลย” 

           “ทำไมล่ะคะ เกิดอะไรขึ้น” 

           “น้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาบอกว่าเพื่อความปลอดภัยของพวกเรา” 

            “เดี๋ยวค่ะ น้าสมร เขาอาจจะสร้างสถานการณ์หลอกเราก็ได้นะคะ” ปลายฟ้ายังไม่อยากไว้วางใจคนอย่างเขาง่าย ๆ 

            “น้าก็ไม่อยากเชื่อ บางทีเขาอาจจะทำเซอร์ไพรส์พวกเราก็ได้ พาไปเที่ยวทะเลยามดึก แต่ก็ช่างเหอะ เขาอุตส่าห์ยกเรื่องความปลอดภัยมาอ้าง ” 

            “นั่นน่ะสิคะ  เขาอาจจะกำลังหาเหตุผลดี ๆ อยู่ก็ได้ค่ะ” 

            “แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงล่ะจ๊ะ หนูจะยอมเสี่ยงเหรอ  คุณเควินเขาคงไม่คิดร้ายกับลูกของเขาหรอก” น้าสมรให้เหตุผลที่ยอมเชื่อตามที่ชายหนุ่มบอก อย่างน้อยถ้าเขาโกหก ก็ไม่ได้ทำเพราะคิดร้าย หมายชีวิต” 

            “ก็ได้ค่ะ  แต่ถ้าเขาเล่นตุกติกฟ้าจะพาลูกหนีไปให้ไกลเลย” หญิงสาวมองลูกชายที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนที่นอน  หล่อนไม่สามารถให้ลูกมาเสี่ยงอันตรายใด ๆ ได้เหมือนกัน บางทีเขาอาจจะพูดจริงก็ได้ เพราะตอนที่อยู่กับเขา  เควินยังเคยถูกยิงมาแล้วด้วยซ้ำ 

  

   รถตู้ติดฟิล์มดำแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าร้าน  พร้อมกับรถยนต์หรูสีดำมันปลาบอีกสามคัน ซึ่งน่าจะเป็นของการ์ด  เควินลงมารับทุกคนด้วยตัวเอง ชายหนุ่มหน้าตาเคร่งขรึมผิดกับทุกวัน  เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเขาจึงให้ทุกคนขึ้นรถ เพื่อพาไปขึ้นเครื่องบินส่วนตัว ที่สั่งให้กิตติเตรียมพร้อมไว้แล้ว   

            “เกิดอะไรขึ้นคะ” ปลายฟ้าถามสามีอย่างไร้แง่งอน เมื่อเห็นเขามีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด จนหล่อนรับรู้ได้ว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว 

            “เอาไว้จะเล่าให้ฟัง รีบขึ้นรถเถอะ  ส่งลูกมาให้ผม” ชายหนุ่มรับเคนจิน้อยที่หลับใหลบนบ่าของผู้เป็นแม่ มาอุ้ม ไว้ เพื่อให้หญิงสาวขึ้นไปนั่งได้สะดวก ก่อนจะส่งลูกชายให้นอนตัก  โดยเจ้าหนูน้อยไม่มีทีท่าว่าจะตื่น 

            เมื่อทุกคนขึ้นรถแล้ว เควินก็ก้าวขึ้นมานั่งเป็นคนสุดท้ายติดกับประตู  การ์ดสองคนนั่งคู่คนขับ รถตู้เคลื่อนออกมาโดยมีรถการ์ดประกบหน้าหลัง เขาต้องการความปลอดภัยสูงสุดสำหรับเมียและลูก ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าพวกมันจะลงมือตอนนี้หรือเปล่า 

            “นายครับมีรถต้องสงสัยตามมาสองคัน”การ์ดหันมารายงานเสียงเรียบ 

            “อืม” เควินรับคำสั้น ๆ 

            สิ้นเสียงชายหนุ่ม ก็เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นด้านหลัง คล้ายเสียงปืน เสียงล้อรถครูดไปกับถนน 

--------------------------------------------------------- 

ลงครบโควต้าแล้วนะคะประมาณ 60 % ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ทุกคอมเม้นทุกกำลังใจค่ะ 

คุณเควินพาลูกเมียหนีอะไรนะ แล้วจะยังไงต่อ  

ใครกันแน่ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่น ๆ ต่อจากนี้ หากท่านใดสนใจติดตามต่อได้  

มี ebook ที่ ookbee/meb 

ความคิดเห็น