facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

34.อย่ามาอ่อย (NC20+)

ชื่อตอน : 34.อย่ามาอ่อย (NC20+)

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.2k

ความคิดเห็น : 120

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 05:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
34.อย่ามาอ่อย (NC20+)
แบบอักษร

34.อย่ามาอ่อย 

  

               ร่างบางในชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีขาวเดินโซซัดโซเซเกาะต้นไม้และโขดหินไปตามทางขึ้นเขาซึ่งตรงไปยังบ้านพักของผู้กองพนาในยามดึก ดวงตาคู่สวยปรือหวานฉ่ำ เธอเดินอย่างเลื่อนลอยไปเรื่อยๆ สติมีไม่เต็มร้อยเพราะเพิ่งดื่มมาอย่างหนักกับพี่ชายทั้งสองและอริน เธอพยายามมอมเหล้าทั้งสามคนอรินเลยน็อกไปก่อนเพื่อน ส่วนพี่ชายฝาแฝดของเธอคอแข็งเสียเหลือเกินเธอก็เลยจัดเหล้าผสมยานอนหลับแบบอ่อนๆ ให้กินจนตอนนี้ไปเฝ้าพระอินทร์อยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านเธอกันเรียบร้อยแล้ว และพ่อกับแม่ของเธอก็เข้านอนไปตั้งแต่ตอนหัวค่ำในห้องนอนของเธอ อรินจึงสละห้องนอนของเขาให้เธอนอนแทน แต่ว่า...เพราะความเมาทำให้แก้วเจ้าจอมที่มีสติไม่เต็มร้อยเกิดใจกล้าบ้าบิ่นขึ้นมาไม่อยากนอนที่ห้องของอรินเลยปีนป่ายขึ้นเขาไปยังที่ที่เธอคุ้นเคย 

               ปังๆๆ 

               เสียงเธอทุบประตูบ้านหลังน้อยที่หน้าบ้านเต็มไปด้วยพุ่มดอกแก้วเจ้าจอม เธอยืนแทบจะไม่อยู่แล้วจึงต้องพิงประตูเอาไว้แล้วก็เคาะเรียกคนที่อยู่ข้างในนั้น จนเมื่อประตูบ้านถูกเปิดออกผู้กองพนาก็ต้องรีบรับตัวเธอเอาไว้เมื่อแก้วเจ้าจอมที่พิงประตูบ้านพักของเขาอยู่เซล้มไปกับประตูที่เปิดออก นอกจากกลิ่นกายแสนหอมของเธอ กลิ่นแอลกอฮอล์ก็โชยออกมาอีกด้วย 

               “ขี้เมา” เขาว่า ก่อนจะค่อยๆ อุ้มแก้วเจ้าจอมไปนอนบนเตียงแล้วปิดประตูบ้านให้เรียบร้อย เมื่อตอนหัวค่ำตอนที่เขาเดินผ่านบ้านพักของเธอเห็นเธอตั้งวงอยู่กับพี่ชายและอริน ไม่มีลูกน้องของเขาไปร่วมวงด้วยแม้แต่คนเดียวเพราะทุกคนเกรง ผบ.กรันณ์จึงพยายามอยู่กันให้ห่างๆ เขาเห็นว่าเธอมีพี่ชายสองคนคอยดูแลเลยไม่ได้ห่วงอะไรมากจึงปล่อยให้เธออยู่กับพี่น้องของเธอไป แล้วนี่ทำไมเธอถึงเดินมาหาเขาถึงที่บ้านพักได้กันล่ะเนี่ย นี่ก็เที่ยงคืนแล้วด้วยสิสองแฝดนรกนั่นดูแลน้องสาวยังไงกัน 

               “สองแฝดนั่นกับไอ้ตี๋อรินล่ะ” 

               “หลับหมดแล้ว ไนเปอร์มอมเหล้าผสมยานอนหลับให้กิน ฮ่าๆๆ ไนเปอร์เก่งงงงง” เธอตอบเขาเสียงยานคางและหัวเราะออกมาคิกคักก่อนจะวาดแขนขึ้นมากอดรอบคอของเขา พอกอดแล้วก็เริ่มขยับตัวมาซุกซบเขาเหมือนลูกแมวขี้อ้อน 

               “พี่พนา...พี่พนาจ๋า แม่แก้มอนุญาตให้ไนเปอร์รักพี่พนาแล้วนะ พี่พนาดีจายม้าย แล้วไนเปอร์ก็มีข่าวดีมาบอกด้วย เอิ้ก!” เจริญล่ะ ท่าจะเมาหนักเลยนะเนี่ยแบบนี้ ใบหน้าที่เคยขาวผ่องแดงก่ำเลยตอนนี้ 

               “รู้ม้าย คุณพ่อของไนเปอร์กำลังจะได้เลื่อนเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 ไนเปอร์!” เธอชี้มาที่ตัวเองแล้วก็หัวเราะคิกคัก “กำลังจาด้ายเป็นคุณหนูของรองแม่ทัพ ยิ่งหย่ายม้าย เอิ้ก! มีพ่อเป็นแม่ทัพภาคกับรองแม่ทัพ ครายมันจากล้ามารังแกไนเปอร์ด้ายอีก เดี๋ยวแม่เตะคอขาดเลย!!!” เมาแล้วพาลอีกด้วยเว้ย ตอนเป็นแก้วเจ้าจอมเธอเมาแล้วอ่อยเขา นี่อะไรเมาแล้วพาล ยัยโหดสไนเปอร์ เอาแก้วเจ้าจอมของเขาคืนมานะ! 

               “วันนี้มีแต่เรื่องเดๆ เดมาก! คุณพ่อได้เลื่อนตามแหน่ง ไนเปอร์ได้รักผัว ฮ่าๆๆ มีฟามสุขเจงๆ เลยพี่น้อง เอิ้ก!!! ไปเอาเหล้ามา งานนี้ต้องฉลอง!” 

               “เลอะเทอะใหญ่แล้ว” ผู้กองพนาชักจะเครียดไปกับเธอ เขาค่อยๆ แกะแก้วเจ้าจอมออกจากตัวเพราะมือปลาหมึกของเธอกำลังเลื้อยเกาะเขาไม่หยุด เขานุ่งแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวก็เลยเหมือนเปิดโอกาสให้เธอลวนลามเขาไปในตัวด้วย นิ้วๆ เขี่ยมาที่ยอดอกของเขาไม่หยุดจนเขาต้องกดเธอลงไปกับเตียงอีก แต่พอลงไปนอนกับเตียงแล้วเธอก็ยังดิ้นหนีไม่เลิกจะเข้ามากอดเขาให้ได้ ผู้กองพนาสุดจะทนแล้วก็เลยเอากุญแจมือมาล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงเอาไว้กับหัวเตียง 

               “ทำไมกูเหมือนคนโรคจิตเลยวะ” เขาบ่นกับตัวเองก่อนจะมองมาที่คนขี้เมาพร้อมกับชี้นิ้วขู่เธอ “คราวหน้าถ้ากินเหล้าอีกจะสั่งซ่อมแล้วนะ อยากโดนแดกกลางแดดร้อนๆ มั้ย” 

               “ไม่อยากโดนแดก แต่อยากโดนพี่พนาเกนนนนนน” 

               “ไม่กิน ไม่ชอบกินคนเมา” เขาว่าแล้วเดินเข้าห้องน้ำเอาอ่างน้ำกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาซับหน้าตาให้เธอแล้วก็เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้กับเธอด้วย เมื่อถูกล็อกข้อมือเอาไว้แก้วเจ้าจอมก็ดื้ออีกไม่ได้ เธอยังดิ้นไปมาอยู่อย่างรำคาญผ้าที่เขาเช็ดตัวให้ แต่คงเพราะผู้กองพนาเช็ดตัวให้เธออย่างแผ่วเบาและคอยยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู แก้วเจ้าจอมก็เลยหลงเคลิ้มค่อยๆ หลับไปในที่สุด 

               “เด็กดื้อ” ผู้กองพนาจิ้มนิ้วมาที่หน้าผากของเธอเมื่อเช็ดตัวให้เธอจนเสร็จแล้ว จากนั้นก็ปลดกุญแจมือออกให้เพราะว่าแก้วเจ้าจอมคงไม่ตื่นขึ้นมาซนได้อีกแล้ว  

               “จะให้พี่ทำยังไงดี” เขายืนถามอยู่ข้างเตียง ตอนนี้พ่อกับแม่แล้วก็พี่ชายของเธอก็อยู่ที่นี่กันหมด ถ้าทุกคนรู้ว่าเธอมานอนกับเขา ผบ.กรันณ์ได้ฆ่าเขาตายคาฐานแน่ ตอนนี้ท่านรู้แค่ว่าเขากับเธอมีใจให้กัน แต่ท่านยังไม่รู้ว่าลูกสาวของท่านเสร็จเขาไปแล้วเพราะถ้าท่านรู้เขาคงไม่ได้มีชีวิตมาจนถึงตอนนี้หรอก 

               “อื้ออออ” แก้วเจ้าจอมครางออกมาในลำคอแล้วคลำมือไปมาก่อนจะคว้าตุ๊กตาหมีได้แล้วดึงเอามากอด เธอพลิดตัวนอนตะแคงข้างขดตัวนอนกอดตุ๊กตาอย่างน่ารัก ดูใสซื่อไร้เดียงสามากจนหัวใจของผู้กองพนาอ่อนยวบยาบไปหมด จากที่คิดว่าจะพาเธอไปส่งบ้านเขากลับเปลี่ยนใจแล้วดับไฟในบ้านพักลงอีกครั้งก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงข้างๆ เธอ อาศัยแสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างต่างแสงไฟในยามค่ำคืนจนได้เห็นใบหน้าหวานสวยจิ้มลิ้มกำลังพริ้มหลับ ปากแดงๆ อมยิ้มอย่างคนมีความสุขจนเขาอดไม่ได้ต้องโน้มตัวลงไปหอมแก้มของเธอเบาๆ แล้วดึงตุ๊กตาหมีออกเพื่อให้เธอกอดเขาแทน 

               “ฝันดีนะ...นางไม้ขี้เมา” เขาจูบหน้าผากของเธออีกครั้งก่อนจะหลับไปโดยมีแก้วเจ้าจอมซุกอยู่ในอ้อมกอด ถ้าวันนี้คือวันที่ดีและมีความสุขของเธอ วันนี้ก็จะเป็นวันที่เขามีความสุขมากๆ ด้วยเช่นกันเพราะความสุขของเธอก็คือความสุขของเขา 

  

 

 

               ระหว่างที่กำลังหลับสนิทอยู่นั้นผู้กองพนาก็ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกเหมือนกับถูกอะไรบางอย่างกดทับเขาอยู่ เห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ อยู่บนตัวของเขาเขาก็นึกว่าคงถูกผีอำเข้าให้แล้ว แล้วยิ่งพยายามเพ่งมองผ่านแสงจันทร์นอกหน้าต่างเขาก็ยิ่งเห็นชัดและมั่นใจเลยว่าเขากำลังถูกผีอำจริงๆ ผีนางไม้แสนสวยซะด้วยสิ เขาไม่รู้ว่าเธอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนไหน เขารู้แค่เพียงว่าแก้วเจ้าจอมตื่นขึ้นมาแล้วก็...ดึงกางเกงบ็อกเซอร์ของเขาออก จะเป็นการละเมอหรือเพราะเธอเมาเขาก็ไม่แน่ใจ ได้แต่แกล้งหลับท่ามกลางความมืดและลุ้นว่าผีนางไม้ที่อำเขาอยู่กำลังจะทำอะไรกันแน่ 

               เพราะความเมาทำให้แก้วเจ้าจอมรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง เธอค่อยๆ ปลดกางเกงชั้นในตัวน้อยของตัวเองออกเหลือไว้เพียงชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีขาว เสียงหัวเราะเบาๆ ของเธอทำให้ผู้กองพนารู้แล้วว่าน่าจะเกิดจากอาการเมาของเธอแต่เขาก็ยังคงแกล้งหลับอยู่โดยที่หัวใจเต้นแรงและตื่นเต้นอย่างสุดๆ ท่าทางคืนนี้ขาเตียงคงได้โยกอีกแล้วแน่ๆ 

               “พี่พนา...พี่พนาขา...” เสียงหวานๆ เย็นๆ ทำให้ผู้กองพนาขนลุกซู่ นี่ถ้าได้ยินแบบนี้ตอนอยู่กลางป่าเขาได้หัวโกร๋นแน่ๆ เสียงผีพรายนางไม้แบบที่เคยได้ยินจากละครหรือภาพยนต์มันเป็นแบบนี้เลย “พี่พนา ลุกขึ้นมาเล่นกับไนเปอร์หน่อยสิ ไนเปอร์นอนไม่หลับ มันร้อนวูบวาบๆ ไปหมดเลย” ก็แน่สิ ซดเหล้าไปขนาดนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเขาจะสั่งซ่อมเธอต่อหน้าพ่อของเธอเลย เจ้าแฝดนรกนั่นจะได้รู้กันด้วยว่าไม่ควรปล่อยให้น้องสาวกินเหล้า ยิ่งเมาแล้วอ่อยเก่งแบบนี้รู้บ้างมั้ยว่ามันอันตราย เกิดเธอถูกคนอื่นฉุดไปจะทำยังไง นึกแล้วก็อยากจะลากได้เด็กแฝดคู่นั้นมาซ่อมด้วยอีกคน 

               “พี่พนา...” คราวนี้เสียงหวานๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อแก้วเจ้าจอมโน้มตัวลงมาหอมแก้มของเขา เธอจูบที่หน้าผากของเขาแล้วก็โฉบลงมาหอมแก้มของเขาอีกครั้งพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นิ้วเล็กๆ เขี่ยยอดอกของเขาไม่หยุด ลูบไล้เขาไปทั้งตัวแล้วก็ก้มต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงจุดกลางกายของเขา มือนุ่มๆ คว้าหมับที่กายแกร่งของเขาจนเขาถึงกับสะดุ้งแล้วก็ต้องกัดฟันข่มกรามเอาไว้แน่นเมื่อเธอวนนิ้วไปมาที่ส่วนปลายยอดอย่างหยอกเย้า วนๆ ไปมาก็จิ้มนิ้วลงมาซ้ำงานนี้คนที่ถูกลักหลับอยู่ถึงกับต้องข่มใจตัวเองเอาไว้อย่างสุดๆ แสร้งทำเป็นขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็นอนต่อนิ่งๆ ให้แก้วเจ้าจอมได้เล่นสนุกกับร่างกายของเขาต่อ 

               “อ่าห์!” คราวนี้มันสุดจะกลั้นแล้วจริงๆ เมื่อเธอก้มลงมาครอบครองเขาด้วยปาก ทั้งดูดทั้งปาดลิ้นเลียราวกับกำลังกินไอศกรีมแท่งโปรด ไหนจะมือที่รูดไปมาอีกแล้วแบบนี้จะให้เขาอดกลั้นยังไงไหว 

               “...อร่อยจังเลย” จ้า อร่อย พี่อร่อยมาตั้งนานแล้วเพิ่งรู้หรอ 

               “อั๊ก! อ่ะ” ยิ่งแก้วเจ้าจอมปรนเปรอรักให้เขาผู้กองพนาก็ยิ่งทรมานด้วยอยากจะปลดปล่อยเต็มทนแล้ว กายแกร่งที่เคยนอนหลับสนิทตอนนี้กลับลุกขึ้นมายืนตรงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะกลับลงไปนอนง่ายๆ ซ้ำยังฉ่ำไปด้วยน้ำลายของคนขี้เมาด้วยอีก 

               “พี่พนาตื่น ตื่นสิคะ” ไม่ ไม่ตื่นหรอก 

               “ตาแก่ขี้เซา เดี๋ยวก็หาผัวใหม่ซะหรอก” 

               ก็ลองดูสิ อย่าให้พี่พนาต้องโหดนะ ให้เป็นพี่พนาที่น่ารักดีๆ ไม่ชอบใช่มั้ยยัยโหดขี้เมา 

               แล้วถึงแก้วเจ้าจอมจะว่าแบบนั้นแต่เธอก็กลับลงไปเล่นสนุกกับกายแกร่งของเขาต่อ ใบหน้าหวานสวยทั้งซุกไซ้ ทั้งกลืนกินจนผู้กองพนาต้องกัดฟันแล้วกัดฟันอีก เสียวแทบขาดใจแต่ก็อยากให้เมียลักหลับเลยแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เธอเล่นสนุกอยู่กับร่างกายของเขานานมาก เหมือนเด็กน้อยขี้อ้อนที่กำลังได้กอดตุ๊กตาตัวโปรดเลย 

               “ขี้เซาจัง ถ้าผู้ร้ายแอบเข้ามาไม่ตายอนาจคาเตียงหรอ” คราวนี้แก้วเจ้าจอมโถมตัวลงมานอนบนตัวของเขาพร้อมกับเกยคางเอาไว้กับแผ่นอกแกร่ง สองแขนกอดรัดเขาไม่ยอมปล่อย 

               “...พี่พนาอย่าทิ้งไนเปอร์ไปไหนนะ อยู่กับไนเปอร์ไปนานๆ นะคะแล้วไนเปอร์จะเป็นเด็กดีของพี่พนา” แก้มนวลซบลงกับอกของเขา น้ำเสียงของเธอมันเหมือนกับเป็นคำขอร้องให้ผู้กองพนาอดนึกถึงตอนที่ ผบ.กรันณ์มาพูดกับเขาเมื่อตอนค่ำไม่ได้ ถ้าสมมติว่าเขาเลือกตำแหน่งแล้วทิ้งเธอไปเธอจะเสียใจมากแค่ไหน การได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งมันเป็นความใฝ่ฝันของข้าราชการทุกคนอยู่แล้ว ใครๆ ก็อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงานทั้งนั้นรวมทั้งเขาด้วย แต่ว่า...ถ้าการต้องได้มาซึ่งลาภยศมันทำให้เขาต้องทำลายหัวใจของเธอเขาคงทำไม่ได้ ทั้งชีวิตของเขา เขาจะเสียอะไรไปหรือพลาดโอกาสจากอะไรไปเขายอมได้ทั้งนั้น แต่สำหรับแก้วเจ้าจอมแล้วเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปหรือทำให้เธอต้องเสียใจเด็ดขาด เพื่อเธอคนนี้เขายอมเป็นแค่ร้อยตำรวจเอกไปตลอดชีวิต เพื่อเธอเขายอมอยู่ที่ชายแดนตลอดไป เพื่อเธอแม้แต่เลือดเนื้อเขาก็ให้ได้และเพื่อเธอ...แม้จะเป็นชีวิตทั้งชีวิตของเขาเขาก็ให้เธอได้เหมือนกัน เธอคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา ผบ.กรันณ์จะฆ่าเขาให้ตายเขาก็ยอม อย่างน้อย...เขาก็ตายเพราะรักเธอจนหมดหัวใจ แม่นางไม้น้อย...เพื่อแก้วเจ้าจอมของพี่ พี่ยอมได้ทุกอย่างเลยนะ 

               ผู้กองพนากำลังจะขยับตัวมากอดเธอเพื่อนอนหลับไปด้วยกันอีกครั้ง แต่แล้วแก้วเจ้าจอมก็ลุกพรวดขึ้นจากตัวของเขา เหมือนอาการเมาของเธอจะยังอยู่เมื่อจู่ๆ เธอก็ดึงชายกระโปรงขึ้นมากองเอาไว้ที่เอวก่อนจะ...นั่งทับลงมาบนกายแกร่งของเขาจนเขารู้สึกได้ถึงน้ำหวานที่ฉ่ำเยิ้ม สงสัยเธอจะหิวเขาจริงๆ เสียแล้ว 

               “อึก...อื้ออออออ” แก้วเจ้าจอมค่อยๆ กดกายให้กายแกร่งของเขาสอดเข้ามาในตัวของเธอ สะโพกสวยนั่งแช่นิ่งๆ ได้สักพักก็เริ่มโยกไปมาเบาๆ สองมือเล็กๆ ยึดอยู่ที่หน้าท้องของเขา เธอหลับตาลงแล้วโยกกายอย่างมีความสุข 

               “...หลับฝันดีนะคะ ฝันถึงไนเปอร์นะ” เธอบอกเขาแล้วโยกกายให้แรงขึ้น คนที่แกล้งหลับถึงกับจิกผ้าปูที่นอนแน่นเพื่อข่มความซาบซ่านเอาไว้ สัมผัสจากกายเธอมันทำให้เขาปวดหนึบไปทั้งกายแกร่งด้วยความคับแน่นเสียวซ่านและอุ่นไปทั้งกายทั้งกาย เสียงน้ำหวานที่เกิดจากการกระแทกกายยิ่งทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหวจะลุกขึ้นมารุกเธอให้หนัก ลีลารักของเธอทำเอาเขาแทบคลั่ง 

               “อ้า!!! อ๊า!!!” แม้จะเสียวซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กายอย่างไรแต่แก้วเจ้าจอมก็หลับหูหลับตาเมคเลิฟไม่หยุด นิ้วเรียวจิกไปตามเนื้อตัวของผู้กองพนาด้วยความซาบซ่านจนร่างบางสั่นสะท้านขนลุกเกลียว คนที่มีสติไม่เต็มร้อยไม่มีความหวาดหวั่นใดๆ สิ่งเดียวที่ระลึกได้ก็คือการปลดปล่อยอารมณ์รักให้สุดเหวี่ยงตามที่ใจปรารถนา  

               “ซี๊ดดดด อูย...พี่จ๋า...” แก้วเจ้าจอมยกมือขึ้นมาขย้ำหน้าอกของตัวเองพร้อมกับแอ่นกายไปด้านหลังแต่เอวก็ยังโยกไม่หยุด เธอรุกเร้าผู้กองพนาอย่างถึงพริกถึงขิงจนเขาไม่อาจแกล้งหลับต่อไปได้จนต้องลุกขึ้นมาหาเธอในที่สุด 

               แก้วเจ้าจอมตกใจนิดหน่อยที่จู่ๆ ก็เห็นเขาลุกขึ้นมาหาจนชะงักไปชั่วครู่ แต่แทนที่เธอจะเอียงอายที่ถูกจับได้ว่าลักหลับเขาเธอกลับรีบคล้องแขนไปกับคอของเขาแทนพร้อมกับยิ้มหวานๆ ให้ 

               “ตื่นแล้วหรอ” เสียงของเธอเย้ายวนยิ่งกว่านางร้ายในละครทีวีที่กำลังยั่วยวนพระเอก นิ้วมือกรีดกรายอยู่ที่ข้างแก้มของเขา เอื้อมตัวขึ้นมาจูบแก้มของเขาซ้ำพร้อมกับช้อนตาหวานๆ มอง “มาเล่นด้วยกันสิคะ” 

               จากที่มีสติอยู่เต็มร้อย โดนยั่วเสียขนาดนี้ผู้กองพนาก็หน้ามืดตามัวไปกับเธอด้วยความลุ่มหลงแล้ว เพียงแค่เธอออกแรงดึงเขาเข้ามาหาเบาๆ ผู้กองพนาก็โถมตัวเข้าใส่แล้วกดเธอลงไปนอนกับเตียง จากที่แก้วเจ้าจอมเป็นคนโยกกายเข้าหาเขา คราวนี้กลับเป็นเขาเองที่แยกเรียวขาของเธอออกจนกว้างแล้วกระแทกกายเข้าใส่อย่างแรง 

               “อึก!!! อ่ะห์...พี่...เบาๆ” แก้วเจ้าจอมยกมือขึ้นยันหน้าท้องลอนซิกแพ็กของเขาเอาไว้เมื่อแรงของเขามันทำเอาเธอจุกไปหมด แต่ก็ดูจะไม่เป็นผลเมื่อผู้กองพนาถูกเธอยั่วจนไฟรักของเขาลุกโชนแล้ว 

               “พี่พนา เบาๆ” แก้วเจ้าจอมบอกอีกแต่ก็ดูจะยากเหลือทนเมื่อสะโพกสอบกระแทกกระทั้นเข้ามาหาเธออย่างดุเดือดจนร่างบางสั่นคลอนไปพร้อมๆ กับเตียงที่โยกไปมาไม่หยุด แก้วเจ้าจอมแทบครางไม่ออกเพราะจุกและเสียวมากจนน้ำตาปริ่ม คิดว่าตัวเองต้องไม่ไหวแน่ๆ แต่พอเขาจะหยุดเธอกลับไปยอมให้เขาหยุด ผู้กองพนาจึงจัดเต็มชุดใหญ่ให้เธอต่อ 

               เสื้อชั้นในที่โอบอุ้มความอวบอิ่มถูกปลดตะขอออกทั้งๆ ที่แก้วเจ้าจอมยังอยู่ในชุดกระโปรงสายเดี่ยว สองเต้าอวบๆ กระเพื่อมไหวไปตามจังหวะรัก แก้วเจ้าจอมยืนจับขอบหน้าต่างของบ้านพักเอาไว้แน่นโดยที่ผู้กองพนายืนซ้อนหลังแล้วก็กำลังโยกสะโพกเข้าออกหาเธอ พอเธอจะกรีดร้องออกมาอย่างเสียวซ่านเขาก็รีบยื่นมือมาปิดปากของเธอเอาไว้ด้วยกลัวว่าเสียงร้องของเธอมันจะทำให้ลูกน้องของเขาที่เข้าเวรดึกและเดินตรวจตราอยู่แถวนี้ได้ยิน 

               “อึก! อื้อออ อึก!” แก้วเจ้าจอมครางไม่มีเสียงเพราะถูกปิดปาก เธอสะท้านไปทั้งกายใจแล้วจริงๆ ยิ่งเมื่อเรียวขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นการสอดกายประสานรักก็ยิ่งแน่นชิดมากยิ่งขึ้น แก้วเจ้าจอมยืนไม่อยู่จนต้องเกาะขอบหน้าต่างบ้านแน่นๆ แรงมหาศาลของเขาทำเอาเธอแทบสร่างเมา เสียงเนื้อกายสอดประสานดังตับๆ ทุกการเคลื่อนไหว ยิ่งเมื่อเขากดกายเข้ามาหาเธอแบบสุดลำปลายรักแล้วบดคลึงโยกไปมาซ้ายทีขวาทีแก้วเจ้าจอมก็แทบขาดใจทนไม่ไหวน้ำหวานแห่งรักพวยพุ่งออกมาจนเปียกไปทั้งเรียวขาก่อนจะถูกประสานรักใหม่แบบเดิมโดยที่เธอทั้งสั่นทั้งเกร็งกระตุก แม้อากาศในคืนนี้จะเย็นจนแทบจะเรียกว่าหนาวแต่ชุดกระโปรงสีขาวก็เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ 

               “พี่พนา...อื้มมมมมมม” แก้วเจ้าจอมจะร้องออกมาอีกแต่เขาก็ปิดปากเอาไว้ได้ทันเมื่อเขาจับเธอพลิกกายหันหน้ามาหาแล้วดันเธอเข้าไปชิดกับผนังบ้านพักพร้อมกับยกขาของเธอขึ้นข้างหนึ่งแล้วสอดรักเข้ามา เขากระแทกเอวเข้าหาเธอแรงมากจนแก้วเจ้าจอมแทบแบนติดกับผนังบ้าน สองมือถูกตรึงเอาไว้กับผนังข้างศีรษะจนหมดทางจะดิ้นหนีความซาบซ่านผู้กองพนาจึงได้ตักตวงความสุขจากเรือนร่างแสนสวยอย่างถนัดและคราวนี้เขาก็ปิดปากกลบเสียงร้องของเธอด้วยจูบสุดเร่าร้อน กลิ่นแอลกอฮอล์กับกลิ่นกายแสนหอมของเธอผสานกันอย่างลงตัวและยิ่งทำให้เขาลุ่มหลง เขาบดขยี้จูบ ขย้ำอกอวบๆ แล้วก็อัดกระแทกกายเข้าหาแก้วเจ้าจอมแบบแรงๆ เน้นๆ เพียงเท่านี้แม่นางไม้น้อยจอมยั่วสวาทก็ถูกเขาขยี้จนหมดฤทธิ์แล้ว 

               “ทีหลังอย่าดูถูกคนแก่อีก” เขาว่าเมื่อถอนจูบออกจากเธอ เธอก็เลยค้อนใส่เขาเบาๆ 

               “ดูถูกตอนไหนกัน เปล่าซักหน่อย แค่บอกว่าเป็นตาแก่ขี้เซาเอง” 

               “นั่นไงว่าพี่อีกแล้ว” ผู้กองพนาชี้นิ้วว่า “เดี๋ยวคืนนี้ตาแก่ขี้เซาจะเล่นงานเด็กขี้เมาให้ดู” 

               “พร้อมดู พร้อมเป็นเมียพี่แล้วพี่จ๋า” นึกว่าเธอจะกลัวหรอ ขู่มาเธอก็จะอ่อยซ้ำ แก้วเจ้าจอมคิดแล้วกระโดดขึ้นไปกอดเขา สองขาเกี่ยวตวัดรัดเอวของเของจนผู้กองพนาต้องรีบอุ้มเธอเอาไว้พร้อมกับขยับสะโพกสอดรักเข้าหาเธอโดนที่แขนแกร่งก็ยังโอบอุ้มเธออยู่กับเอว 

               “เล่นท่ายากซะด้วย” 

               “ไหวมั้ยล่ะ” ยิ่งถูกท้าทายแบบนี้ก็เหมือนกับยิ่งจุดไฟสวาทให้ลุกโชนมากขึ้น เมื่อเธอท้ามาเขาก็จัดให้แบบชุดใหญ่ชุดโต ยิ่งเธอตัวเล็กแบบนี้เขายิ่งอุ้มได้อย่างสบายๆ และกระแทกกายเข้าหาเธอได้ถนัดขึ้นในขณะที่คนที่ท้าทายเขากลับถูกเล่นงานอย่างหนักครางไม่เป็นภาษาจนกายกระตุกน้ำหวานพุ่งออกมานองพื้นบ้าน แม้จะเสร็จสมแต่ผู้กองพนาก็ไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจง่ายๆ สะโพกของเขาอัดกระแทกเข้ามาหาเธออีกจนแก้วเจ้าจอมต้องกอดรอบคอเขาเอาไว้ให้แน่นๆ ทั้งหมดแรง ทั้งกลัวจะตกด้วย ท่ายากที่เธอไม่เคยลองทำเอาเธอเสียศูนย์ไปไม่ใช่น้อย 

               เมื่อเห็นว่าคนชอบท้าทายเริ่มอ่อนปวกเปียกแล้วผู้กองพนาก็วางแก้วเจ้าจอมลงไปกับขอบเตียง ซึ่งเธอก็ได้แต่นอนหอบหายใจรวยรินหากแต่ท่วงท่าการนอนกลับยั่วยวนเขาไม่หยุด 

               แคว่ก!!! 

               ผู้กองพนาฉีกกระชากชุดนอนของเธอออก ยิ่งได้เห็นร่างสวยเปลือยเปล่าในชุดที่ขาดแบบนี้เขาก็ยิ่งมีอารมณ์ปรารถนา ยามที่แสงจันทร์ต้องเข้ากับยอดอกสีชมพูหวานชูชันเขาก็ยิ่งอยากจะปลดปล่อยมากขึ้น 

               “งื้อออ ชุดนี้ไนเปอร์ซื้อมาแพงนะ” 

               “เดี๋ยวพี่ซื้อให้ใหม่” 

               “งั้นเอาหลายๆ ชุดเลย” 

               “เงินผัวก็คือเงินเมีย อยากได้อะไรพี่จะหาซื้อมาให้” 

               “แล้วถ้าอยากได้พี่พนาล่ะคะต้องซื้อด้วยมั้ย” 

               “ทุกวันนี้ยังจะซื้ออยู่อีกหรอ หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาพี่เป็นของไนเปอร์คนเดียวอยู่แล้ว กินฟรี ชอบไม่ใช่หรออมของหลวงน่ะ” 

               “ของหลวงอร่อย กินฟรีด้วย” ว่าแล้วก็หัวเราะออกมาคิกคัก จนเมื่อผู้กองพนาจับเรียวขาของเธอแยกออกจากกันแล้วสอดกายเข้ามาหาโดยที่เขายังยืนอยู่ที่ข้างเตียง เสียงหัวเราะคิกคักของแก้วเจ้าจอมก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงครวญครางกับรสรักเสน่หาที่ซาบซ่านสะท้านไปทั้งกายทั้งใจของเธอแล้ว และด้วยลีลารักที่ดุเด็ดเผ็ดมันของผู้กองพนาก็ทำให้แก้วเจ้าจอมได้ขึ้นสวรรค์หลายรอบในคืนนี้ เช่นเดียวกับที่ผู้กองพนาที่ถึงแม้จะเสร็จสมไปหลายครั้งแต่ของหลวงที่เขากำลังกินอยู่ก็ใช่ว่าจะทำให้เขาอิ่มง่ายๆ งานนี้เขาก็เลยขย้ำเด็กขี้เมาจนหายซ่าและหลับคาอกของเขาอย่างหมดฤทธิ์ในเวลาจวนรุ่งสาง 

  

 

 

               ในคืนเดียวกันนี้ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมอยู่ร่วมกัน ผู้หมวดมาริษานอนดึกกว่าคืนไหนๆ เพราะมีภารกิจที่ต้องทำเยอะทั้งตรวจการบ้านเด็กนักเรียนที่หอบมาทำต่อที่บ้านแล้วไหนจะเตรียมการสอนด้วยอีก เธอนั่งตรวจการบ้านอยู่ที่ระเบียงบ้านเพื่อรับลมเย็น การบ้านของนักเรียนที่ตรวจเป็นเรียงความที่มีความยาวไม่ใช่น้อยจึงต้องใช้สมาธิในการอ่านให้มาก ปกติเธอมักใช้เวลาไม่นานในการตรวจการบ้าน แต่ครั้งนี้เธอกลับตรวจนานกว่าปกติเพราะไม่มีสมาธิในการทำงานเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะไม่ได้ไปที่ฐานของผู้กองพนาอีกแล้วแต่เธอก็ยังติดต่อหาผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะอยู่ตามประสาเพื่อนฝูงกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นผู้หมวดทั้งสองบอกเธอว่าผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมหายตัวไปขณะถูกคนร้ายลอบโจมตี เธอเป็นห่วงเขามากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อรู้สถานะของตัวเองดี แล้วข่าวดีที่ได้รับล่าสุดว่าเขาปลอดภัยกลับมาแล้วก็ทำให้ผู้หมวดสาวดีใจจนแทบจะรีบขับรถไปหาเขา แต่แล้วก็ต้องชะงักไปอีกเมื่อรู้ว่าเขาปลอดภัยและแก้วเจ้าจอมเองก็ปลอดภัยกลับมาด้วย และที่น่าเศร้ากว่านั้นก็คือการที่ผู้หมวดศิวะบอกเธอว่าตอนนี้แก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนากลับมาเป็นสามีภรรยากันเหมือนเดิมแล้วเธอก็ยิ่งไม่กล้าไปเหยียบที่นั่นอีก สุดท้ายก็ได้แต่นั่งซึมอยู่ที่บ้านและตรวจการบ้านนักเรียนไม่ได้เลยเพราะเธออ่านเรียงความของเด็กนักเรียนไม่รู้เรื่อง ปากอ่านเรียงความก็จริงแต่สมองของเธอกลับวนเวียนอยู่แต่กับผู้กองพนาจนสิ่งที่อ่านไม่เข้าหัวเลยแม้แต่น้อย 

               เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดดูภาพที่ตั้งเอาไว้เป็นภาพหน้าจอ ภาพนี้เป็นภาพที่เธอเคยถ่ายเมื่อปีก่อน ตอนนั้นผู้กองพนาได้เป็นตัวแทนผู้ใหญ่นำเจ้าหน้าที่ในฐานของเขาไปมอบอุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กๆ ที่โรงเรียน ตชด. ของเธอ ภาพที่ถ่ายเป็นภาพหมู่ที่เจ้าหน้าที่มาถ่ายร่วมกันและเธอได้ยืนอยู่ข้างๆ เขา เป็นภาพเดียวที่เธอมี เป็นภาพเดียวจริงๆ ที่เธอได้ยืนอยู่ข้างๆ เขาแบบนี้ แล้วจากนั้นเธอก็ไม่เคยได้ถ่ายภาพร่วมกับเขาอีกเลย 

               “ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้วนะคะ...ผู้กอง” นิ้วเรียวไล้ใบหน้าของผู้กองพนาเบาๆ บนหน้าจอโทรศัพท์ ซึ่งเธอตัดภาพของทุกคนออกไปให้มีเพียงแค่ภาพของเธอกับเขาเท่านั้น ผู้หมวดมาริษาจะกอดโทรศัพท์เอาไว้แนบอก ในคืนที่อากาศเย็นและเหน็บหนาวแบบนี้เขาจะทำอะไรอยู่ ในยามที่เธอคิดถึงเขาตอนนี้เขาอาจจะกำลังนอนกอดแก้วเจ้าจอมอยู่ก็ได้ 

               แสงไฟฉายที่ส่องวับๆ แวมๆ อยู่ที่ใต้ถุนบ้านทำให้ผู้หมวดสาวต้องละสายตาจากโทรศัพท์แล้วแอบมองตาม มือเรียวรีบกุมปืนพกสั้นที่วางอยู่ใต้โต๊ะที่ใช้ตรวจการบ้านเอาไว้อย่างระแวดระวัง เธอค่อยๆ ย่องไปมองที่ใต้ถุนบ้านก็เห็นว่าแสงจากไฟฉายนั้นไม่ได้มาจากใครอื่นแต่เป็นพ่อของเธอเอง พ่อของเธอเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ชาวบ้านต่างก็ให้ความนับถือด้วยเพราะเคยทำประโยชน์ให้กับหมู่บ้านและชุมชนมาอย่างมากมาย แม้ว่าครอบครัวของเธอจะเป็นชาวไทยพุทธแต่ก็มีความเป็นมิตรไมตรีที่ดีกับครอบครัวพี่น้องชาวมุสลิม ถึงไม่ใช่ญาติแต่ก็เหมือนญาติทำให้หมู่บ้านของเธอเป็นหมู่บ้านที่ทุกคนรวมใจเป็นหนึ่งและไม่เคยถูกรุกรานจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายเลย 

               “ดึกๆ แบบนี้พ่อจะไปไหน” เธอพึมพำออกมาคนเดียว จะว่าไปห้องน้ำก็ไม่น่าใช่เพราะพ่อของเธอเดินไปคนละทิศทางกับห้องน้ำ 

               “ทำไมต้องทำลับๆ ล่อๆ ด้วย” คราวนี้ผู้หมวดมาริษาค่อยๆ เดินลงจากบ้านตามผู้เป็นพ่อไป เธอเดินลงที่บันไดหน้าบ้านแล้วลัดใต้ถุนผ่านบันไดด้านหลังบ้านที่พ่อของเธอเดินลงไปซึ่งตอนนี้พ่อของเธอได้ตรงไปทางสวนทุเรียนแล้ว 

               บ้านของผู้หมวดมาริษาปลูกผลไม้เป็นหลักและมีสวนทุเรียนอยู่หลังบ้าน หากเดินตัดสวนทุเรียนไปก็จะเป็นสวนเงาะซึ่งอยู่ติดกับถนนเส้นเล็กๆ ที่ค่อนข้างมืด เป็นถนนที่ชาวบ้านใช้ในการขนลำเลียงผลไม้ออกมาจากสวน ผู้หมวดสาวตามผู้เป็นพ่อไปอย่างเงียบๆ และเว้นระยะห่างเอาไว้เพื่อไม่ให้พ่อรู้ตัวเพราะผู้ใหญ่ดูจะระแวดระวังตัวไปหมดเหมือนกับกลัวว่าจะมีใครรู้ว่าเขากำลังออกมาจากบ้านในเวลากลางดึงแบบนี้ ผู้หมวดมาริษาสังเกตเห็นไฟหน้ารถจากมอเตอร์ไซค์สองคัน มีผู้ชายสี่คนยืนอยู่ข้างตัวรถเมื่อพ่อของเธอเดินเข้าไปหา แล้วทันทีที่พ่อของเธอเดินเข้าไปหาชายกลุ่มนั้นพ่อของเธอก็มีท่าทีเกรงกลัวชายกลุ่มนั้นมากๆ ด้วย ยิ่งชายกลุ่มนั้นมีอาวุธสงครามแบบครบมือผู้หมวดสาวก็ยิ่งต้องระวังตัวให้มากแล้วซ่อนกายเอาไว้หลังต้นไม้ใหญ่ จากระยะที่เธออยู่เธอแทบไม่ได้ยินเลยว่าพ่อของเธอกับชายกลุ่มนั้นพูดคุยอะไรกัน รู้แค่ว่าเหมือนชายกลุ่มนั้นจะดูมีอำนาจมากและไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะชายคนที่เป็นเหมือนกับหัวหน้า ทันทีที่เขาเดินออกมาจากเงามืดแล้วแสงไฟหน้ารถส่องกระทบร่างของเขาผู้หมวดมาริษาก็ถึงกับเบิกตากว้าง 

               “...ไอ้ชารีฟ” ใช่แน่ๆ เธอไม่มีทางจำคนร้ายที่มีหมายจับแบบนี้ผิดหรอก ชารีฟเป็นนักโทษแหกคุกที่ผู้กองพนากำลังไล่ล่าและเพิ่งจะมีเหตุปะทะกับทีมของผู้กองพนามา เธอนึกว่าชารีฟจะหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วแล้วทำไม... สิ่งที่น่าสงสัยยิ่งไปกว่านั้นคือทำไมพ่อของเธอถึงรู้จักกับคนร้ายกลุ่มนี้ด้วย 

               “พ่อ” เธอเดินออกมาจากที่ซ่อนทันทีเมื่อกลุ่มของชารีฟขับมอเตอร์ไซค์จากไปหลังจากที่พูดคุยอยู่กับพ่อของเธอได้ครู่ใหญ่ เธอรอจนมั่นใจว่าพวกมันไปแล้วและพ่อของเธอกำลังจะเดินกลับจึงได้เดินออกมาดักหน้าเอาไว้จนผู้ใหญ่บ้านตกใจไม่ใช่น้อย 

               “ริษา...มาทำอะไรที่นี่น่ะ” 

               “ริษาต้องถามพ่อต่างหากว่าพ่อมาทำอะไรที่นี่ โดยเฉพาะ...ทำไมพ่อถึงได้รู้จักกับคนพวกนั้น ผู้กองก็เคยบอกแล้วไม่ใช่หรอว่าพวกมันเป็นคนร้าย” 

               “ไม่เกี่ยวกับแกริษา กลับขึ้นบ้านไปได้แล้วไป” 

               “ไม่!!! ริษาไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะคุยกับพ่อรู้เรื่อง ริษาไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงไปคบค้ากับพวกคนร้ายที่มีหมายจับ พ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านนะ ริษาเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ มันถูกแล้วหรอคะที่เราจะไปรู้จักกับพวกคนร้ายถ้าทุกคนรู้เข้าเราจะทำยังไง ริษาอยากเป็นข้าราชการที่ดีนะพ่อ ริษาไม่อยากให้ครอบครัวของเราต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้ น้องริษาก็ตายไปคนหนึ่งแล้วริษาไม่อยากจะเสียใครไปอีก” 

               “แกมันไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่ามาพูดริษา กลับขึ้นบ้านไปเดี๋ยวนี้” 

               “ริษาไม่ไป! พ่อสิต้องตอบคำถามของริษามา ถ้าพ่อไม่ตอบริษาจะเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้กองพนา!” 

               “ถ้าแกอยากให้พ่อแกตายก็เชิญเลย!!!” ผู้ใหญ่บ้านเริ่มใส่อารมณ์เมื่อเธอขู่ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้กองพนา แววตาที่เคยเหนื่อยล้าแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีทันใดจนผู้หมวดสาวเริ่มกลัวเพราะพ่อไม่เคยมองเธอแบบนี้ พ่อของเธอเป็นคนดีและใจดีกับเธอมาก อะไรกันที่ทำให้พ่อของเธอเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ 

               “ถ้าเรื่องนี้ถึงหูผู้กองพนาหรือเจ้าหน้าที่คนไหนซักคน จะไม่ใช่แค่พ่อเท่านั้นที่จะตาย แต่ยังเป็นทุกคนในหมู่บ้านนี้ที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย!!!” ผู้ใหญ่ว่า “แกคิดว่าพ่ออยากจะทำแบบนี้หรอ แกคิดหรอว่าพ่ออยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้พวกระยำนั่น พ่อก็แก่ขนาดนี้แล้วจะเอาแรง เอากำลังที่ไหนไปสู้ ไปปกป้องทุกคน ที่พ่อทำแบบนี้พ่อก็ฝืนใจแล้วก็รู้สึกผิดบาปมากพออยู่แล้วแกจะมาตอกย้ำเรื่องนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมา แกคิดว่าพ่ออยากเป็นคนเลวจริงๆ หรอ” คราวนี้ผู้ใหญ่ถึงกับร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นตันใจกับความลับที่เก็บเอาไว้มานาน มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะพูดและไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับใครได้เลยแม้แต่คนในครอบครัว 

               “พวกมันขู่พ่อ มันใช้ให้พ่อเป็นสายสืบเรื่องที่ฐานของผู้กองพนาให้ ถ้าพ่อไม่ทำตามมันจะเอาพรรคพวกมาถล่มหมู่บ้าน ลูกชายลุงเลิศบ้านข้างๆ เราที่ฆ่าตัวตายไปสองเดือนก่อนน่ะแกจำได้มั้ย ความจริงแล้วมันไม่ได้ฆ่าตัวตายหรอก แต่ไอ้พวกระยำนั่นเป็นคนฆ่ามันต่างหาก มันถูกฆ่าโดยการเอาเชือดรัดคอแขวนเอาไว้กับต้นไม้จนตายแล้วสร้างสถานการณ์ว่ามันฆ่าตัวตายเอง พวกมันถ่ายคลิปตอนที่ฆ่ามาขู่พ่อ พวกมันบอกว่าถ้าพ่อไม่ทำตามที่พวกมันสั่งมันก็จะเก็บคนในหมู่บ้านไปเรื่อยๆ รวมทั้งแกกับแม่ของแกด้วยแล้วแบบนี้แกจะให้พ่อทำยังไง!” ในที่สุดความอัดอั้นก็ถูกระบายออกมา ผู้หมวดมาริษาน้ำตาคลอตามเมื่อได้รู้ความจริงเช่นนี้ 

               “แล้วทำไมพ่อถึงไม่บอกเรื่องนี้กับทางการ เราเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้กองพนาก็ได้นี่ ยังไงซะเขาก็ต้องหาทางช่วยเราอยู่แล้ว” 

               “พ่อพยายามแล้ว พ่อพยายามจะเอาเรื่องนี้ไปบอกพวกเจ้าหน้าที่แต่พ่อก็ทำไม่สำเร็จเพราะมีคนของพวกมันแอบจับตาดูพ่ออยู่ตลอดเวลา อย่าว่าแต่จะเข้าไปใกล้เจ้าหน้าที่เลย ขนาดพ่อไปซื้อของที่ตลาดพวกมันก็ยังส่งคนมาแอบตามประกบพ่อ แล้วถ้าเรื่องนี้ถึงหูเจ้าหน้าที่เมื่อไหร่ พวกมันจะเอาระเบิดมาถล่มหมู่บ้าน พวกมันแอบติดตั้งระเบิดส่วนหนึ่งเอาไว้แล้วเหลือแค่กดชนวนเท่านั้น แล้วในฐานะของผู้ใหญ่บ้านพ่อจะต้องปกป้องทุกคนเอาไว้ให้ได้” 

               “งั้นริษาจะเอาเรื่องนี้ไปบอกผู้กองเอง เราจะอยู่ต่อไปอย่างหวาดกลัวแบบนี้ไม่ได้นะพ่อ” 

               “แกเข้าใจมั้ยริษา ทันทีที่เรื่องนี้ถึงหูเจ้าหน้าที่หมู่บ้านนี้จะถูกทำลายลงทันที มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเอาชีวิตของคนทั้งหมู่บ้านไปเสี่ยงนะ” 

               “แล้วพ่อจะต้องทำงานให้พวกมันไปจนถึงเมื่อไหร่” เพราะแบบนี้สินะพ่อของเธอถึงได้ชอบบอกให้เธอไปที่ฐานของผู้กองพนานัก พอเธอกลับบ้านมาพ่อก็ชอบถามถึงแต่เขาจนเธอคิดว่าพ่อของเธอชอบเขาและอยากได้เขามาเป็นลูกเขย แต่ที่ไหนได้พ่อเองก็หลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือในการสืบเรื่องที่ฐานไปบอกคนร้ายเหมือนกัน ที่พวกมันเรียกพ่อของเธอออกมาพบคืนนี้ก็คงจะเป็นเพราะเธอไม่ได้ไปที่ฐานนานแล้วพ่อของเธอก็เลยไม่มีข่าวไปบอกพวกมันอีก 

               “พวกมันต้องการแค่แก้แค้นผู้กองพนาเท่านั้น ถ้าเขาตายพวกมันก็จะเลิกยุ่งกับพวกเรา ริษา...พ่อรู้ว่ามันผิดแต่การเสียสละชีวิตของตำรวจคนหนึ่งเพื่อแลกกับชีวิตของคนทั้งหมู่บ้านมันก็คุ้มไม่ใช่หรอ” 

               “ไม่! มันไม่คุ้มเลยซักนิด” ผู้หมวดมาริษาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ตั้งแต่ผู้กองมาอยู่ที่นี่พวกเราก็อยู่กันอย่างสงบสุขมากขึ้น โจรผู้ร้ายก็น้อยลง ทำไมเราถึงต้องยอมคนร้ายแล้วกำจัดตำรวจดีๆ คนหนึ่งไปด้วย พ่อคิดหรอว่าถ้าพวกมันฆ่าผู้กองได้แล้วพวกมันจะหยุด ไม่มีทางหรอก! ตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าพ่อกลัวพวกมันมากแค่ไหน แล้วถ้าวันนี้มันขู่พ่อได้วันต่อๆ ไปพวกมันก็จะยิ่งข่มขู่พ่อให้หนักขึ้นจนสุดท้ายแล้วชาวบ้านก็จะต้องเดือดร้อนเพราะพวกมันอยู่ดี...หยุดเถอะนะพ่อ อย่าทำแบบนี้เลย” 

               “แกมันไม่เข้าใจพ่อ” ผู้ใหญ่บ้านผลักผู้หมวดมาริษาออกห่าง “แกไม่ต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้แล้วก็ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครโดยเฉพาะผู้กองพนา ถ้าแกบอกผู้กองเมื่อไหร่...พ่อของแกจะตายเมื่อนั้น” ว่าจบผู้ใหญ่บ้านก็เดินหนีกลับบ้านไป ผู้หมวดมาริษาร้องไห้จนทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเสียใจที่ไม่อาจเปลี่ยนความคิดของพ่อได้ ทำไมพ่อของเธอถึงเชื่อคนร้ายมากกว่าเธอที่เป็นลูกและเป็นตำรวจตระเวนชายแดน ต้องทำยังไงพ่อของเธอถึงจะยอมเปลี่ยนความคิดเอาชีวิตของผู้กองพนาไปแลกกับคนทั้งหมู่บ้าน เธอต้องทำยังไงดี 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมนั่งจิบชาร้อนๆ อยู่ที่ขั้นบันไดบ้านพักของตัวเองในตอนเช้า บนตักของเธอมีกระต่ายป่าตัวสีขาวกำลังนั่งให้เธอลูบหลังให้และบนไหล่ข้างซ้ายก็มีกระรอกตัวเล็กๆ เกาะอยู่ แก้วนวลแดงระเรื่อและอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อยามนึกถึงเหตุการเมื่อคืนนี้ เมื่อคืนนี้เธอหลับสบายอยู่ในอ้อมกอดของสามี ถึงแม้ว่าจะหลับได้ไม่นานก็ต้องตื่นแล้วก็ตาม 

เมื่อเช้านี้หลังจากที่เธอตื่นแล้วเธอก็รีบไปอาบน้ำล้างตัวแล้วก็สวมชุดเครื่องแบบตำรวจพลร่ม ซึ่งเป็นชุดเครื่องแบบที่คนแถวนี้แอบเอาไปซักให้และเก็บเอาไว้ที่บ้านพักของเขา ไม่รู้ว่าเจ้าเล่ห์อะไรนักหนาเขาชอบแอบเอาเสื้อผ้าของเธอไปซักให้เป็นประจำ ซักเสร็จก็ไม่ยอมเอามาคืนให้แต่เก็บเอาไว้ที่บ้านพักของตัวเองเพื่อหลอกให้เธอไปเอาคืนที่บ้านพักของเขา เมื่อก่อนเขาอาจจะใช้แผนนี้ในการหลอกล่อให้เธอไปหา แต่ตอนนี้...ถึงเขาจะไม่ต้องใช้แผนหลอกเธอไปเธอก็ยินดีที่จะไปหาเขาเองอยู่แล้ว ตอนที่เธอกลับมาถึงบ้านพักของตัวเองโดยมีผู้กองพนาแอบเดินตามมาส่งด้วยความเป็นห่วง ผู้กองกรินทร์ ผู้กองกวินทร์กับอรินที่เมาจนหมอบอยู่ก็ยังไม่ตื่นกันเลยแก้วเจ้าจอมก็เลยปล่อยให้ทุกคนนอนกันต่อส่วนเธอก็นั่งจิบชาอยู่ตรงนี้ ทำเสมือนว่าเธอเพิ่งตื่นมานั่งจิบชายามเช้า จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าเมื่อคืนเธอเนียนไปแอบแซ่บกับสามี แล้วก็จะต้องไม่มีใครรู้ด้วยว่าเธอถูกเขายิงซะพรุนจนแทบเดินไหวด้วย 

               ยิ่งนึกถึงสามีแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ตอนนี้เธอไล่ให้เขาไปอาบน้ำอาบท่าแล้วเพราะตัวของเขาหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นตัวของเธอ ขืนใครได้กลิ่นเข้าความได้แตกกันพอดีแล้วต่อไปจะไม่ได้ไปแอบแซ่บกันอีก 

               “เป็นบ้าอะไรนั่งยิ้มอยู่คนเดียว” ไม่ทักเปล่าแต่เท้าของใครบางคนที่นอนอยู่บนพื้นระเบียงยังยื่นมาถีบกลางหลังเธอเบาๆ ด้วยอีก ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็ไม่ยอมให้ตัวเองถูกรังแกง่ายๆ พอผู้กองกวินทร์ถีบหลังของเธอไม่หยุด ชาอุ่นๆ ในมือเธอก็สาดเข้าใส่เขาในทันที 

               “โอ๊ย!!! ร้อนๆๆ ยัยโหดบ้า!!! หนอย...”  

               “เรนเจอร์!” ผู้กองกวินทร์ที่กำลังจะกระโจนเข้าใส่น้องสาวหยุดชะงักแทบจะในทันทีเมื่อผู้เป็นแม่เดินออกมาจากห้องนอนแล้วเรียกเสียงดุ ปกติแม่แก้มไม่เคยเรียกเขาเสียงดุแบบนี้มาก่อนเลยนะ 

               “เมื่อคืนก่อเรื่องอะไรเอาไว้” 

               “เมื่อคืน...” ผู้กองกวินทร์คิดตาม เมื่อคืนนี้เขาทำอะไร ก็เปล่านี่เขาแค่ตั้งวงดื่ม พี่ซีล อรินกับยัยโหดก็ดื่มด้วยแล้วทำไมแม่แก้มถึงได้ดุเขาแค่คนเดียวล่ะ 

               “สมน้ำหน้า” แก้วเจ้าจอมว่าเข้าให้เพราะรู้ดีว่าเมื่อคืนนี้เขาทำอะไรลงไป สงสัยเรื่องนี้คนที่นครพนมจะโทรมาฟ้องพ่อกับแม่เธอแล้ว 

               “สมน้ำหน้าอะไร เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น” ผู้กองกวินทร์รีบคว้าคอเสื้อของแก้วเจ้าจอมเอาไว้แล้วลากเธอเข้ามาหาเพราะตอนนี้แม่แก้มกำลังชักสีหน้าโหดๆ ใส่อยู่ แก้วเจ้าจอมก็เลยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดภาพเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ให้เขาดู ซึ่งมันเป็นคลิปที่เขาไลฟ์สดผ่านโซเชียลเมื่อคืนนี้แล้วมันก็ไม่ใช่การไลฟ์สดธรรมดาๆ ด้วย แต่เป็นการไลฟ์สดบอกรักลูกสาวคนสวยของ ผบ.หน่วย นรข. ที่นครพนม บอกรักไม่พอยังทำท่าทางทะลึ่งๆ ใส่อีกแล้วก็ท้าทาย ผบ.หน่วย นรข. ไปด้วยว่าเขาไม่กลัวว่าที่พ่อตาหรอก ไว้พ่อตาเผลอจะแอบไปเจอลูกสาวเขา เหอะ! คุณอาคเชนทร์ยิ่งหวงลูกสาวอยู่คาดว่าเช้านี้คุณอาคงจะโทรมาโวยกับพ่อของเธอแน่ๆ เป็นแค่ทหารเรือยศเล็กๆ บังอาจไปท้าทาย ผบ.หน่วย นรข. เงาหัวคงมีหรอกตอนนี้แล้วยิ่งไลฟ์สดผ่านโซเชียลให้ชาวโลกรู้ด้วยงานนี้คงได้เตรียมชุดดำใส่ไปงานศพพี่ชายแล้วแน่ๆ คาดว่าเดี๋ยวคุณอาคเชนทร์คงได้มาหักคอเขาทิ้งเร็วๆ นี้ 

               “คุณอาคเชนทร์โกรธมากเลยรู้มั้ย เมาแล้วทำตัวแย่มาก มีที่ไหนเมาแล้วทำตัวหื่นเหมือนพ่อไปบอกรักลูกสาวเขาแล้วไหนจะทำท่าทางน่าเกลียดๆ ด้วยอีก ยิ่งไปท้าทายคุณอาเขาแบบนั้นรู้มั้ยว่ามันไม่น่ารักมากแค่ไหน เจ้าลูกคนนี้นี่ เมาแล้วเก็บอาการหื่นไม่เคยได้เลย!” 

               “แม่แก้ม...” ผู้กองกวินทร์รีบคุกเข่าแล้วคลานไปกอดขาแม่อย่างขอความเมตตา ในขณะที่แก้วเจ้าจอมกลับรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เพราะที่แม่แก้มต่อว่าพี่ชายของเธอไปนั้นมันกระทบเธอเต็มๆ เลย ขนาดพี่เรนเจอร์เมาแล้วไลฟ์สดบอกรักสาวยังโดนขนาดนี้ ถ้าแม่แก้มรู้ว่าเธอเมาแล้วไปปล้ำผู้ชายจนได้แซ่บกับเขาแบบถึงพริกถึงขิงต่อให้เธอมีร้อยหัวก็ไม่พอให้ตัดสำหรับความผิดในครั้งนี้ 

               “ดีนะที่ตอนนี้อยู่บ้านของคนอื่นเขา ไว้กลับบ้านที่ปัตตานีก่อนเถอะ...” ผบ.กรันณ์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนว่าขึ้นก่อนจะแสยะยิ้มใส่ลูกชายคนเล็กอย่างเอาเรื่อง ในมือยังคงถือโทรศัพท์ต่อสายกับ ผบ.หน่วย นรข. อยู่ 

               “พ่อตาเขาอยากคุยด้วยน่ะ” ว่าจบ ผบ.กรันณ์ก็ยื่นโทรศัพท์มาแนบหูลูกชายตัวเอง ผู้กองกวินทร์ถึงกับเหงื่อแตกพลั่กๆ กอดขาผู้เป็นแม่เอาไว้แน่นด้วยความกลัวจนหัวหดก่อนที่เสียงในสายจะดังลอดออกมา 

               (“อย่ามาเหยียบนครพนมก็แล้วกัน มาเมื่อไหร่ล่ะก็...ตาย!!!”) 

               “แม่แก้ม!” ผู้กองกวินทร์รีบลุกขึ้นแล้วกอดแม่ไม่ยอมปล่อย เพราะความเมาแท้ๆ เลยถึงได้ทำอะไรไปโดยไม่รู้เรื่องแบบนั้น พ่อของเขาก็ช่างกระไรปล่อยให้เพื่อนตัวเองมาขู่ลูกชาย มันน่าน้อยใจนัก! 

               “ห้ามแล้วก็ไม่เชื่อ” ผู้กองกรินทร์กับอรินที่ตื่นตั้งแต่ตอนแก้วเจ้าจอมสาดชาใส่ผู้กองกวินทร์ว่าขึ้นแล้วแสยะยิ้มเยาะ เป็นฝาแฝดกับเขาแท้ๆ แต่ทำตัวไม่เคยเหมือนเขาเลยเจ้าน้องคนนี้ 

               ความคึกครื้นของครอบครัวสุวรรณเวชทำให้ผู้กองพนาที่เพิ่งเดินลงมาจากบ้านพักบนเขาได้แต่แอบมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ ที่กล้าๆ กลัวๆ ก็เพราะสิ่งที่ทำเอาไว้เมื่อคืน เมื่อตอนหัวค่ำ ผบ.กรันณ์เพิ่งจะสั่งห้ามไม่ให้เขาไปยุ่งกับแก้วเจ้าจอม แต่พอตกดึกเขาก็ทั้งฟันทั้งยิงเธอจนพรุนงานนี้เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันมันก็จะรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยหน่อย ว่าแล้วก็ดมกลิ่นตามตัวของตัวเองอีกครั้งว่ายังมีกลิ่นของแก้วเจ้าจอมติดตัวอยู่อีกมั้ย ก่อนหน้านี้ก็อาบน้ำสระผมไปตั้งสามรอบ ฟอกสบู่หนักๆ ก็หวังว่ากลิ่นสบู่มันจะช่วยกลบกลิ่นหอมๆ ของแก้วเจ้าจอมเอาไว้ 

               “อ้าวผู้กอง มาแต่เช้าเลย” อรินทักขึ้นก่อนเป็นคนแรกเมื่อเขาเดินมาที่หน้าบ้านพัก ราชาวดีที่เห็นเขามาจึงรีบดึงเอาแก้วเจ้าจอมไปกอดราวกับกลัวว่าเขาจะมาแย่งเอาลูกสาวของตัวเองไปเพราะยังไม่ชินกับการที่ลูกมีคนรัก ในขณะที่ ผบ.กรันณ์กลับจ้องเขาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยราวกับไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน 

               “คือ...ผมสั่งลูกน้องเตรียมมื้อเช้าเอาไว้ให้ท่านกับครอบครัวครับ ท่านจะทานที่บ้านพักเลยมั้ยครับเดี๋ยวผมให้ลูกน้องยกมาให้” 

               “ไม่ ผมต้องรีบกลับค่ายที่ปัตตานี” 

               “แต่ผมหิวนะครับพ่อ เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย” ผู้กองกวินทร์บอกเพราะรู้สึกหิวจริงๆ ก่อนจะหันมายิ้มแฉ่งให้ผู้กองพนา “เดี๋ยวผมไปกินที่โรงครัวเองพี่ ขอบคุณมาก แล้วพี่ซีลล่ะ” พอยิ้มบอกผู้กองพนาเสร็จก็หันมาถามพี่ชายของตัวเองต่อ ผู้กองกรินทร์ก็เลยทำเป็นเมิน 

               “พี่จะไปกินพร้อมพ่อที่ปัตตานี เสร็จแล้วจะได้รีบบินกลับฐานที่แม่สอด” 

               ไอ้เด็กเวร! ผู้กองพนาแอบด่าในใจ ทำไมถึงไม่รู้จักทำตัวให้น่าคบเหมือนน้องชายหน่อย 

               “คุณพ่อขา แม่แก้มขาอยู่ทานมื้อเช้าด้วยกันก่อนสิคะ นานๆ ทีเราจะได้ทานข้าวด้วยกันแบบพร้อมหน้านะ ถ้าทุกคนกลับปัตตานีหมดไนเปอร์ก็เป็นคนเดียวที่ไม่ได้ทานข้าวกับทุกคนสิคะ” เสียงสองของเธอและสีหน้าอ้อนๆ แบบนี้คนเป็นพ่อเห็นแล้วก็อดใจอ่อนไม่ได้ทุกที สำหรับลูกสาวสุดที่รัก ผบ.กรันณ์ไม่เคยขัดใจเธอเลย 

               “งั้นพ่ออยู่กินมื้อเช้าเป็นเพื่อนไนเปอร์ก่อนก็ได้แล้วค่อยกลับ” เขายอมรับปากแล้วหันมายิ้มกับราชาวดี แก้วเจ้าจอมก็ยิ่งดีใจรีบโผเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อแน่นแล้วก็เขย่งตัวขึ้นไปหอมแก้มของพ่อด้วยอีกจนผู้กองกวินทร์แอบเบะปากใส่ ยัยโหดนี่ขออะไรพ่อตามใจทุกทีเลย 

               “ไนเปอร์ดีใจที่สุดเลยค่ะ วันนี้ครอบครัวของเราจะได้ทานข้าวแบบพร้อมหน้ามีคุณพ่อ แม่แก้ม พี่ซีลสุดหล่อ พี่เรนเจอร์สุดขี้เหร่ น้องอรินแล้วก็...ผู้กอง” 

               “เดี๋ยว...” ผู้กองกรินทร์ท้วงขึ้นแล้วหันไปมองทางผู้กองพนา อย่างอรินนี่ถือว่าเป็นคนในครอบครัวของเขาอยู่แล้วเพราะโตมาด้วยกัน แต่... “ผู้กองพนาเกี่ยวอะไรด้วย เขาไม่ใช่คนในครอบครัวเราซักหน่อย” 

               “ก็...ก็เขาเป็นเจ้าของบ้านไงคะ เชิญแขกมาทานข้าวด้วยก็ต้องมีเจ้าของบ้านอยู่ด้วยสิ ไม่งั้นเสียมารยาทตาย” 

               “อ้อหรอ” ผบ.กรันณ์ว่าขึ้นแล้วจ้องจิกเจ้าของบ้าน เกลียดขี้หน้ามันจะตายอยู่แล้ว ยังไงซะเขาก็ไม่ยอมยกลูกสาวให้มันหรอก ไว้ถึงวันเขาเลื่อนตำแหน่งเมื่อไหร่เขาจะย้ายแก้วเจ้าจอมไปที่ปัตตานี อย่าหวังว่ามันจะได้เจอลูกของเขาอีก 

  

 

 

               เพื่อความเป็นเจ้าบ้านที่ดีผู้กองพนาก็เลยชวนผู้หมวดเผ่าเทพ ผู้หมวดศิวะกับดาบดำรงมาร่วมโต๊ะมื้อเช้ากับครอบครัวสุวรรณเวชด้วย และเบาใจที่ครอบครัวนี้อยู่ง่ายกินง่าย ไม่ถือสาอาหารธรรมดาๆ ของฐานริมชายแดนแบบนี้ คงเพราะก่อนจะมาเป็น ผบ.คุมทหารพรานทางใต้ ผบ.กรันณ์เองก็เคยอยู่ประจำการที่ฐานปฏิบัติการมาก่อนเลยเข้าใจการใช้ชีวิตที่ยากลำบากแบบนี้ 

               “ทีหลังนะ” ผบ.กรันณ์พูดขึ้น “ถ้าผมมาไม่ต้องทำอาหารพิเศษให้ผม ทุกคนที่ฐานกินกันยังไงผมก็กินแบบนั้นแหละ เป็นนายก็อย่าถือตนข่มลูกน้อง มาอยู่ฐานด้วยกัน ทำงานด้วยกัน ร่วมรบด้วยกันให้มันต่างกันแค่ยศพอ แต่ความเป็นคนน่ะทุกคนมีเท่ากันหมดจำเอาไว้” 

               “...” เงียบกริบ...ผู้กองพนากับลูกน้องไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงแค่ผู้กองกวินทร์เท่านั้นที่ชวนดาบดำรงพูดไม่หยุด อารมณ์ดีอยู่คนเดียวแบบผ่าเหล่าผ่ากอ ส่วนผู้กองกรินทร์นั้น...ถอดแบบพ่อมาเป๊ะ! แก้วเจ้าจอมก็เอาแต่เงียบเพราะมีความผิดเมื่อคืนต้องเก็บซ่อนเอาไว้ 

               “ไนเปอร์ วันหยุดที่จะมาถึงนี้ไปอยู่กับแม่นะลูก” ราชาวดีทำลายความเงียบขึ้นมาอีกพร้อมกับตักกับข้าวให้สามีอย่างเอาใจ ซึ่งเธอก็ทำแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้วและเช่นเดียวกับที่ ผบ.กรันณ์ก็ตักกับข้าวให้เธอ แม้จะทำหน้านิ่งตาดุใส่ทุกคน แต่สำหรับภรรยาสุดที่รักเขาจะมีแต่รอยยิ้มแสนอบอุ่นมอบให้เสมอ 

               “ค่ะ แล้วเราไปเที่ยวนราธิวาสกันนะคะ ไนเปอร์อยากไปหาคุณอาธารากับคุณอาเอกี้ด้วย” 

               “แล้วก็แวะไปเที่ยวสัตหีบต่อ ไปดื่มกับพวกพี่หน่อยเป็นไงทุกคนในทีมพี่คิดถึง” พอผู้กองกวินทร์บอกน้องสาว ผู้กองพนาก็ตวัดสายตาดุใส่เขาทันที จะไปเที่ยวกับแม่ กับอา กับญาติคนไหนๆ ก็ไปได้เลย แต่ถ้าคิดจะไปเที่ยวกับผู้ชายคนอื่นน่ะอย่าฝัน ยิ่งชวนกันไปดื่มด้วยเขายิ่งไม่อยากให้ไป ดูเวลาเธอเมาแต่ละทีสิ ทั้งอ่อยทั้งยั่ว ไอ้แฝดคนน้องนี่มันคิดอะไรของมันถึงจะชวนเมียของเขาไปดื่มกับแก๊งทหารเรือทีมหน่วยซีล 

               “เอาสิ ชวนรีคอนกับอรินไปด้วย” แน่ะ! ยัยโหด ผัวนั่งหัวโด่อยู่นี่แล้วยังจะมีหน้าชวนผู้ชายไปเที่ยวไปดื่มด้วยอีก เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวคืนนี้เจอกัน! 

               เสียงรถคันคุ้นหน้าคุ้นตาดังมาจากด้านหน้าฐานก่อนที่ผู้หมวดมาริษาจะเดินลงมาจากรถหลังจากที่เธอไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว คราวนี้เธอไม่ได้มาเพื่อตื้อผู้กองพนา ไม่ได้มาเพื่อแสดงความรักความห่วงใยใครทั้งนั้น แต่เธอมาก็เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะไม่รู้ว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากใครแล้ว มีเพียงทุกคนที่นี่เท่านั้นที่เธอไว้ใจและเชื่อใจ 

               “ผู้กอง! ผู้กองคะ ผู้กองอยู่ที่นี่รึเปล่าริษามีเรื่องจะคุยด้วย” ด้วยความร้อนใจทำให้เธอพรวดพราดเข้ามาในโรงครัวจนไม่ทันมองว่าเช้านี้ทุกคนกำลังให้การต้อนรับแขกผู้ใหญ่อยู่ ผู้กองกวินทร์ถึงกับตาพราวเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้เจอกับสาวสวย 

               “แม่สาวใต้คนสวย ตาคมผมยาว...” 

               “น้อยๆ หน่อย มีคดีอยู่กับคุณอาคเชนทร์ไม่ใช่รึไง” ผู้กองกรินทร์รีบเบรกน้องชายแต่ผู้กองกวินทร์ก็ยังตาพราวไม่เลิก 

               ผู้หมวดมาริษาตกใจไม่ใช่น้อยเพื่อเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าผู้กองพนากำลังรับแขกอยู่เธอจึงได้รีบยกมือขึ้นไหว้ขอโทษทุกคนที่เสียมารยาท ผู้กองพนาเลยลุกขึ้นไปหาเธอโดยมีแก้วเจ้าจอมแอบมองตาม 

               “หมวดมีธุระสำคัญอะไรรึเปล่า” เขาถาม นับตั้งแต่วันที่เขาบอกให้ผู้หมวดมาริษาเลิกหวังในตัวของเขาเธอก็ไม่เคยมากวนใจเขาอีกเลย และหากมีเรื่องงานที่ต้องติดต่อกันเธอก็จะติดต่อมาที่ผู้หมวดทั้งสองคนแทนเขาเสมอ แต่การที่จู่ๆ เธอก็รีบร้อนมาที่นี่มันต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างแน่ๆ 

               “เออ...ก็...ก็ไม่สำคัญอะไรมากค่ะ เดี๋ยวริษาไปรอที่อาคารอำนวยการก่อนก็ได้” จนตอนนี้ผู้หมวดมาริษาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะบอกเรื่องเมื่อคืนนี้กับผู้กองพนาอย่างไร เธออยากมาขอความช่วยเหลือ แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าเธอพูดอะไรออกไปแล้วพ่อของเธอกับชาวบ้านจะเดือดร้อน ขอเวลาเธอเรียบเรียงคำพูดก่อนก็ดี 

               “อ้าว อะไรของเขา” ผู้หมวดศิวะว่าอย่างงงๆ เมื่อผู้หมวดมาริษารีบเดินออกไปจากโรงครัวผู้กองพนาจึงกลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิมเพราะคิดว่าเธออาจจะไม่ได้มีธุระสำคัญจริงๆ ก็ได้ 

               “ท่าทางเขาจะมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจนะ เดี๋ยวผมไปคุยกับเขาแทนก็ได้” 

               “เรนเจอร์” ทั้ง ผบ.กรันณ์และราชาวดีเรียกเขาขึ้นพร้อมกัน ส่วนผู้กองกรินทร์ก็รีบดึงน้องชายให้นั่งลงตามเดิมทั้งๆ ที่พญานาคเจ็ดเศียรบนหัวของผู้กองกวินทร์กำลังชูคอแผ่พังพานอย่างเต็มที่ สำหรับคนอื่นอาจเป็นหัวงู แต่ความเจ้าชู้ระดับผู้กองกวินทร์ต้องเป็นหัวพญานาคเท่านั้น 

               แก้วเจ้าจอมแสยะยิ้มเยาะใส่ผู้กองพนาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทันที แหม เธอรึก็ไม่เห็นผู้หมวดมาริษาเสียนาน ไม่คิดว่าวันนี้ผู้หมวดสาวจะคิดถึงสามีของเธอมากจนถึงขั้นบุกมาหาแบบนี้ 

               “ผู้กอง รีบๆ กินข้าวนะคะหมวดริษาเขารออยู่ อ่ะๆ รีบกินจะได้รีบไป” เธอตักยำไข่ดาวไปให้เขา แล้วก็จงใจตักเอาแต่พริกเต็มๆ ช้อนไปให้เขาด้วยก่อนจะจ้องจิกเพื่อบังคับให้เขากิน ซึ่งเขาก็ยอมกินให้สมใจเธอแล้วก็กินแบบเอร็ดอร่อยเสียด้วย ราชาวดีเห็นแล้วก็แอบขำกับท่าทีหึงหวงคนรักของลูกสาว ในขณะที่ ผบ.กรันณ์กลับมองผู้กองพนาอย่างเอาเรื่องชนิดที่ว่าหากสายตาของเขาเป็นใบมีดโกน ป่านนี้ผู้กองพนาคงได้แผลเหวอะหวะไปทั้งร่างแล้ว 

  

 

 

               “หมวดครับ มีธุระอะไรกับผมรึเปล่า” หลังมื้อเช้าผู้กองพนาก็เดินเข้ามาหาผู้หมวดมาริษา ส่วนแก้วเจ้าจอมก็กำลังกอดลาพ่อกับแม่และพี่ชายทั้งสองของเธออยู่ 

               “ท่าน ผบ.ทหารพรานชายแดนใต้กับคุณหมอราชาวดี คุณพ่อคุณแม่แล้วก็พี่ชายฝาแฝดของแก้วน่ะครับ” ผู้กองพนาบอกเมื่อเห็นผู้หมวดมาริษาหันไปมองครอบครัวของแก้วเจ้าจอมอย่างสงสัย ซึ่งพอเธอเห็นแก้วเจ้าจอมกอดผู้เป็นพ่อแน่นแล้วก็ผลัดกันหอมแก้มกันไปมาอย่างแสนรักเธอก็ยิ่งหงอยเหงาและอิจฉาแก้วเจ้าจอมนักที่นอกจากจะได้เป็นลูกหลานคนใหญ่คนโตแล้วก็ยังมีครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ อีก พ่อของเธอเป็นถึง ผบ.ทหารพราน มีอำนาจมากล้นใครจะกล้าไปมีเรื่องด้วย 

               “ตกลงหมวดมีธุระอะไรกับผมมั้ย” ผู้กองพนาถามย้ำ ผู้หมวดมาริษาก็ยิ่งหน้าซีดเพราะระหว่างที่เธอกำลังรอผู้กองพนาอยู่นั้นพ่อของเธอได้โทรศัพท์มาบอกว่าน้าผู้ชายบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กันกับบ้านของเธอถูกพบเป็นศพอยู่ที่สวนยางพาราเมื่อเช้านี้ ทุกคนบอกว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่พ่อของเธอบอกเธอว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ฆ่าตัวตายแต่เพราะพวกชารีฟรู้เรื่องที่เธอกับพ่อคุยกันเมื่อคืนนี้พวกมันก็เลยฆ่าคนเพื่อข่มขู่ หากเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกกับเจ้าหน้าที่พรุ่งนี้จะต้องมีศพรายต่อไปอีก 

               “...ริษา...ริษา...แค่คิดถึงผู้กองค่ะเลยมาหา” เธอบอกเขาอย่างหวาดกลัวก่อนจะดึงมือของเขามาแล้วใช้นิ้วเขียนลงไปบนฝ่ามือของเขาเป็นคำว่า ช่วยด้วย 

               “ริษาไม่ได้มาหาผู้กองนานก็เลยคิดถึงค่ะ ผู้กองสบายดีนะคะ” ถึงปากเธอจะพูดแบบนี้แต่สีหน้าของเธอก็ร้อนรนด้วยวิตก นิ้วก็เขียนคำว่า ช่วยด้วย ไม่หยุดเพราะเธอไม่รู้ว่าที่โทรศัพท์ของเธอจะมีการดักฟังมั้ย ผู้กองพนามองมาที่ฝ่ามือตัวเองและดูจากสีหน้าของเธอก็พอจะรู้แล้วว่าเธอมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่มาเพื่อตามตื้อเขาเหมือนทุกที 

               “ผมสบายดี” เขาตอบ เป็นเชิงบอกว่าเขาเข้าใจแล้วก่อนจะหันไปทาง ผบ.กรันณ์ที่ตอนนี้ยังกอดลูกสาวไม่หยุด “จริงสิ หมวดอยากไปทักทายท่านหน่อยมั้ย ก่อนหน้านี้ลูกชายคนเล็กของท่านเขาดูจะสนใจหมวดล่ะ” 

               “ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบคนอายุน้อยกว่า” ผู้หมวดมาริษาตอบเมื่อผู้กองพนาพยายามจะสื่อให้เธอไปบอกเรื่องนี้กับ ผบ.กรันณ์ หากเรื่องนี้ถึงท่านรับรองได้ว่าท่านต้องไม่อยู่เฉยแน่ๆ เพราะท่านมีลูกน้องฝีมือดีเยอะและมีเส้นสายอยู่แทบจะทุกหน่วยงาน 

               “ฉัน...ฉันต้องไปโรงเรียนแล้วค่ะผู้กอง” เธอรีบปล่อยมือของเขาแล้วตรงไปที่รถก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งผ่านรถของครอบครัวแก้วเจ้าจอมด้วย เป็นครั้งแรกที่ผู้หมวดมาริษาได้เห็นครอบครัวของเธอและเพิ่งรู้ว่าเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก แต่พอมองผ่านกระจกหลังรถไปเธอก็เห็นผู้กองกวินทร์ทำมือเป็นรูปหัวใจทักทายเธอตามหลัง จากที่เครียดๆ อยู่เธอก็เผลอยิ้มออกมาตามแล้วก็ส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของหนุ่มน้อยรายนี้ 

               “หมวด!” ผู้กองพนารีบกวักมือเรียกผู้หมวดศิวะมาหาทันทีหลังจากที่ผู้หมวดมาริษาขับรถออกไปแล้ว ผู้หมวดมาริษามาขอความช่วยเหลือจากเขา แต่จะเป็นเรื่องอะไรเขาก็ไม่ค่อยมั่นใจ ถ้าจะให้ทายจากความน่าจะเป็นเขาคิดว่าบางทีอาจจะเป็นเรื่องสายของพวกชารีฟที่เขาสงสัยอยู่ก็เป็นได้ 

               “ส่งคนแอบติดตามหมวดมาริษากับครอบครัว อย่าให้ใครรู้ตัวเด็ดขาด ทั้งตัวครอบครัวของหมวดริษาแล้วก็...บุคคลที่สาม” 

               “หมายความว่ายังไงครับผู้กอง” 

               “เมื่อกี้หมวดริษาเขามาขอความช่วยเหลือจากผม เรื่องอะไรผมก็ยังไม่มั่นใจเพราะหมวดริษาเขาไม่กล้าพูด สงสัยกลัวถูกดักฟังเอาเป็นว่าหมวดไปสืบมาแล้วกัน แต่ผมสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวกับเรื่องสายของพวกไอ้ชารีฟก็ได้ เมื่อเช้าผมก็ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งในหมู่บ้านของหมวดริษาฆ่าตัวตายอีกแล้ว เคสนี้เหมือนกับเคสเมื่อสองเดือนก่อน ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่การฆ่าตัวตายธรรมดาๆ บางทีอาจจะเป็นการจัดฉากก็ได้เพราะคนที่ตายสองรายนี้มีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับบ้านของผู้ใหญ่ พ่อของหมวดริษาทั้งคู่” 

               “ผู้กองสงสัยว่าสายของคนร้ายอาจมาจากครอบครัวของหมวดริษาหรอครับ” 

               “มันเป็นแค่การสันนิษฐานเท่านั้น ผมยังไม่ฟันธงจนกว่าจะได้หลักฐาน” 

               “ได้ครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้” ผู้หมวดศิวะยกมือขึ้นวันทยหัตถ์ก่อนจะออกไปจัดการกับเรื่องนี้ เขาไม่คิดว่าผู้หมวดมาริษาจะกล้าทรยศพวกพ้อง แต่เพื่อความชัวร์เขาต้องสืบหาความจริงมาให้ได้ 

               ผู้กองพนาเดินเข้าไปหาครอบครัวของแก้วเจ้าจอมเพื่อส่ง ผบ.กรันณ์ตามหน้าที่ของเจ้าบ้านที่ดีที่จะต้องออกมาส่งแขก ซึ่งคราวนี้แก้วเจ้าจอมทำเป็นเชิดใส่เขาเหมือนกับมองไม่เห็นเขาเลยด้วยซ้ำ พอเธอกอดลาพ่อกับแม่และพี่ชายคนโตจนหนำใจ และกวนประสาทพี่ชายคนรองเสร็จแล้ว ผบ.กรันณ์ก็หันมาทางเขาและพูดกับเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขึ้นรถ 

               “ผู้กอง อย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันไว้เมื่อวานนี้นะ ผมรอคำตอบอยู่” 

               “สมภารอย่ากินไก่วัดนะ” ผู้กองกวินทร์ยื่นมือมาตบไหล่เขาอีกคนแล้วขึ้นรถตามพ่อกับแม่ไป ผู้กองกรินทร์ที่กำลังจะขึ้นรถเป็นคนสุดท้ายเลยหันมาทางเขาด้วย 

               “ถ้าไนเปอร์ต้องเจ็บตัวเพราะผู้กองอีกล่ะก็...นั่นจะเป็นวันสุดท้ายที่ไนเปอร์จะได้อยู่ที่นี่ ผมจะย้ายน้องสาวของผมกลับแม่สอดแน่” 

               เออ! เอาเข้าไป ขู่เขามันทั้งบ้านเลย ครอบครัวนี้เห็นทีจะมีแค่แม่ยายของเขานี่แหละที่ดูใจดีและไม่โหดกับเขามาก ส่วนพ่อกับลูกชายฝาแฝดน่ะหรอ...พิทบลูมาเกิดชัดๆ ดุได้ดุดี 

               แก้วเจ้าจอมโบกมือลาพ่อกับแม่ขณะกอดแขนอรินไปด้วยเพราะความใจหาย แค่พ่อกับแม่มาอยู่ด้วยวันหนึ่งเธอก็รู้สึกดีและอบอุ่นมากๆ แล้ว พอทุกคนไปเธอก็อดใจหายไม่ได้จริงๆ ยิ่งได้อยู่กับพี่ชายทั้งสองคนด้วยเธอก็ยิ่งมีความสุข นี่ต้องจากกันอีกแล้วหรอ พี่ชายคนโตต้องขึ้นเหนือ คนรองต้องกลับสัตหีบส่วนเธอก็อยู่ทางใต้ ดีนะที่มีอรินอยู่ด้วย อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีน้องชายอยู่เป็นเพื่อน 

               “คุณหมอ ผมขอคุยธุระด้วยหน่อย” พอคล้อยหลังรถของ ผบ.กรันณ์ไปแล้วผู้กองพนาก็หันมาทางแก้วเจ้าจอมทันทีก่อนจะเดินนำเธอไปยังห้องทำงานของเขาที่อยู่บนอาคารอำนวยการ แก้วเจ้าจอมจึงตามเขาไปหลังบอกให้อรินไปรอที่ห้องพยาบาลแล้ว 

                 

 

 

               “มีธุระอะไรไม่ทราบ” แก้วเจ้าจอมไม่ยอมเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขา แต่เธอกลับยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานของเขาพร้อมกับกระดิกเท้าใส่อย่างกวนๆ 

               “พูดกับผู้บังคับบัญชาให้มันดีๆ หน่อย ยืนดีๆ ตัวตรงๆ อย่าให้ได้สั่งซ่อมระเบียบวินัยกันนะ” เขาหันมาดุอย่างไม่พอใจตั้งแต่ตอนที่เธอบอกพี่ชายแล้วว่าจะชวนผู้ชายไปดื่ม ไปเที่ยว ไหนจะตอนที่ยืนกอดแขนอรินเมื่อกี้นี้อีก 

               “ก็แล้วผู้กองมีธุระอะไรล่ะคะ” เธอดัดเสียงถาม “จะสั่งงานอะไรมั้ยคะ สั่งงานแล้วจะรีบไปหาหมวดริษารึเปล่า เห็นจับไม้จับมือกันอยู่ตั้งนานสองนาน คิดถึงกันมากล่ะสิท่า” 

               “หึงเป็นด้วยหรอ” 

               “ผัวทั้งคนจะไม่ให้หึงหรอคะ มีอย่างที่ไหนเมื่อคืนนี้นอนกับเราพอเช้ามาก็ไปจับไม้จับมือกับผู้หญิงคนอื่น ดิฉันไม่ใช่คนใจกว้างเป็นมหาสมุทรนะคะที่จะได้เห็นดีเห็นงามยอมให้ผัวมีชู้ได้ จะเอาไงก็ว่ามา ถ้าคิดว่าจะฟันฟรีๆ แล้วหนีไปมีคนอื่นจะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่อง!” 

               ตุ๊บ! 

               ปืนพกของเธอวางลงบนโต๊ะอย่างจังราวกับจะขู่ว่าถ้าเขาพูดไม่เข้าหูเธอล่ะก็ได้มีอาบเลือดกันแน่ๆ ส่วนผู้กองพนาที่ตอนแรกก็เคืองๆ เธอ แต่พอมาได้ยินแบบนี้เข้าก็ถึงกับหุบยิ้มไม่ลงรีบเดินเข้าไปหาเธอทันทีก่อนจะ...คุกเข่าลงตรงหน้าแล้วดึงเอาเธอเข้ามากอด ใบหน้าคมซุกอยู่กับหน้าท้องของเธออย่างยอมให้กับเธอทุกอย่างแล้ว 

               “พี่ขอโทษนะครับ” จากที่ตั้งใจว่าจะดุเธอให้เต็มที่กลับกลายมาเป็นว่าเขาต้องยอมสยบให้กับเธอแทนพร้อมกับคุกเข่ากอดเธอเอาไว้ “พี่ไม่ได้มีชู้ หมวดริษาเขาแค่มาขอความช่วยเหลือ” ผู้กองพนารีบเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้แก้วเจ้าจอมฟัง ตั้งแต่วันที่ต้องร่วมมือกันยิงปะทะกับพวกของชารีฟในวันนั้นเขาก็ยกให้เธอเป็นเมียรักคู่ชีวิตที่จะร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน ในเมื่อเธอกับเขารวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วเธอก็ควรจะรู้เรื่องทุกอย่างที่เขารู้ด้วย 

               “น่าสงสารหมวดริษาจัง” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้นเมื่อได้ฟังความจริงแล้ว เธอรึก็ใจร้อนเอาแต่หึงหวงจนลืมคิดไปว่าบางทีผู้หมวดมาริษาอาจจะกำลังเดือดร้อนอยู่จริงๆ ก็ได้ 

               “ตอนนี้พี่ให้หมวดศิวะไปจัดการเรื่องนี้แล้วเพราะเขาคุ้นเคยกับเด็กนักเรียนดี น่าจะตามหมวดริษาไปที่โรงเรียน ตชด.ได้ไม่ยาก” 

               “ใช่ๆ หมวดศิวะเหมาะกับภารกิจนี้ค่ะ” สำหรับเธอที่ไม่ค่อยถูกกันกับเด็กๆ รีบเห็นด้วย ถึงจะไม่ได้เกลียดเด็กแต่เธอก็เข้ากับเด็กไม่เป็น 

               “หายงอนพี่แล้วยัง” 

               “ยัง” 

               “ต้องทำยังไงถึงจะหายงอน” 

               “คุกเข่าสำนึกผิดแบบนี้ต่อไปค่ะ” เธอก้มลงมายิ้มบอกแล้วโอบกอดเขาตอบ “คุกเข่าสำนึกผิดแบบนี้แล้วก็...กอดไนเปอร์นานๆ หน่อย” 

               “นานแค่ไหน” 

               “...นานจนกว่าพี่พนาจะตัวหอมฉุยแบบไนเปอร์” ยิ่งได้ยินแบบนี้ผู้กองพนาก็หัวใจอ่อนยวบไปทันที สองแขนกอดกระชับรอบเอวเธอเอาไว้แน่นแล้วก็แอบบีบก้นนุ่มของเธอเบาๆ ด้วย แม่นางไม้น้อย พอพ่อกับแม่ไม่อยู่แล้วก็อ้อนผัวเต็มที่เลยนะ แต่ถ้าจะน่ารักขนาดนี้พี่ยอมคุกเข่าให้จนตายเลย 

  

 

************************************************************* 

นึกว่าจะแน่ สุดท้ายก็คุกเข่าให้เมียแทบจะไม่ทัน ก็อย่างว่าแหละ เมียอ่อยเก่ง อ้อนเก่ง ยั่วเก่ง 

แล้วเจอกันตอนหน้าเด้อ 

ความคิดเห็น