Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 39

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 39

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 817

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 39
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 39 

 

ผมเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้องพี่ดินเองก็ตามเข้ามาพร้อมกับปิดประตูห้องให้อย่างเบามือ ผมยืนสงบสติดับความเขินอายนั่นอยู่สักพักก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่กำลังเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างอีกทั้งมุมปากยังมีรอยยิ้มเล็กๆ ประดับอยู่อย่างคนอารมณ์ดี 

เมื่อเห็นแบบนั้นผมก็เริ่มทำหน้างอและความเขินมันก็กำลังจะทำหน้าที่ของมันไปตามอาการของผม ผมเริ่มเม้มปากก่อนจะทอดถอนใจออกมาเบาๆ แล้วเรียกชื่อพี่เขาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะเข้มนิดหน่อย 

“พี่ดิน” 

“ครับ?” 

“ผมจะถามพี่ตรงๆ เลยนะ” ผมว่าพร้อมมองหน้าคนที่สูงกว่าผมอย่างจริงจัง 

“พี่ก็จะตอบตรงๆ ครับ” พี่ดินว่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากผมเลย 

“...เรื่องของเราพี่จริงจังแค่ไหน” ผมเงียบไปหนึ่งอึดใจก่อนถามออกไป 

“อนาคตพี่ไม่รู้ แต่ตอนนี้พี่จริงจังมากนะฝุ่น” พี่เขาตอบมาแบบนั้นผมเลยต้องขมวดคิ้วงงๆ 

แต่ก็นั่นแหละไม่มีใครรู้อนาคตหรอก วันนี้ ตอนนี้ เราอาจจะรักและหวังดีต่อกันแต่พรุ่งนี้เราอาจจะเกลียดกันก็ได้  

เรื่องของความสัมพันธ์มันเปราะบางเกินกว่าอะไรทั้งนั้นผมเข้าใจดี 

“พี่แน่ใจเหรอที่ทำแบบนี้” ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าที่พี่ดินทำอยู่ตอนนี้เขาจะไม่เสียใจในภายหลัง 

“แน่ใจสิ ฝุ่นเห็นพี่เป็นเด็กหรือไง” พี่ดินว่าเสียงเข้มติดจะดุผมด้วยซ้ำจนผมย่นจมูกใส่ 

“ก็ไม่ได้เห็นเป็นเด็ก แต่ผู้ใหญ่บางคนก็ชอบเล่นเป็นเด็กๆ” ผมทำปากขมุบขมิบแต่มันก็ดังพอให้พี่ดินได้ยินเต็มสองรูหูของพี่เขานั่นแหละเพราะว่าเราก็ไม่ได้ยืนห่างกันมาก 

“หึ...วางใจเถอะพี่ไม่เล่นเป็นเด็กๆ หรอก” พี่ดินว่ายิ้มๆ พลางเอามือมายีหัวผมเล่นเบาๆ 

“อื้อ ผมยุ่งหมดแล้ว” ผมบ่นไม่เต็มคำหรอกเพราะก็รู้สึกดีอยู่ไม่กับการแกล้งเล่นของคนตรงหน้า 

“สรุปพาพี่ขึ้นมาบนห้องเพื่อที่จะคุยแค่นี้เหรอ” พี่ดินถามเนิบๆ พร้อมกับเดินไปนั่งที่ปลายเตียง 

“ก็ไม่ทั้งหมด ผมยังมีเรื่องต้องเคลียร์กับพี่อีก เรื่องของพี่...” ผมว่าแล้วเดินไปลากเก้าอี้ที่โต๊ะหนังสือมานั่งเยื้องๆ กับพี่เขา  

ไม่อยากนั่งใกล้เท่าไหร่ และไม่อยากนั่งบนเตียงด้วยกลัวเสียเปรียบ ถึงนี่จะเป็นห้องนอนผมแต่ก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าพี่ดินจะไม่ทำอะไรทะลึ่งๆ กับผมที่นี่ แล้วยิ่งตอนนี้ผมก็โอนอ่อนไปทางพี่ดินเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วด้วย กลัวใจตัวเองเหมือนกันถ้าหากว่าพี่เขาเริ่มจนผมคล้อยตามเรื่องยุ่งยากคงตามมาเป็นขบวน 

“พี่ทำความผิดเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ” พี่ดินถามยิ้มๆ เหมือนไม่ได้กลัวสักนิดที่จะถูกผมสอบสวน 

ตอนนี้ผมกับพี่ดินก็ไม่ต่างจากเจ้าพนักงานกับผู้ต้องสงสัยเท่าไหร่หรอกครับ 

 “คุณตำรวจมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับตัวผมงั้นเหรอครับ” แล้วพี่ดินก็เล่นกับผมด้วยนะตอนนี้ 

“ตลกเหรอครับ” ผมถามเสียงเครียดหน้าก็เริ่มตึงจนพี่ดินยิ้มเก้อ 

“พี่ขอโทษ ก็เห็นฝุ่นลากเก้าอี้มานั่งวางท่าใหญ่โตพี่ก็นึกว่าตอนนี้ตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัยอ่ะ” พี่เขาว่าเสียงอ่อยแต่ผมก็รู้แหละว่านั่นมันคือการแสดง 

“ผมกำลังจริงจังอยู่นะ” ผมว่าต่อ 

“ครับ พี่ก็รอฟังอยู่” พูดจบพี่ดินก็ยืดตัวตรงพลางกอดอกหันหน้ามาทางผม 

“พี่ยังออกไปเที่ยวกลางคืนอยู่มั้ย” ผมเริ่มคำถามแรกและไม่รู้ว่าคำถามสุดท้ายมันจะจบลงที่ตรงไหนเพราะผมจะถามไปเรื่อยๆ จนกว่าผมจะพอใจและมั่นใจกับคนที่กำลังจะเริ่มต้นตอบคำถามผม 

“ไม่แล้วครับ” ผมพยักหน้าก่อนถามต่อ 

“แล้วผู้หญิงที่พี่ดินควงออกมาจากร้านเหล้าบ่อยๆ ตอนนี้ยังติดต่อกันอยู่มั้ย” 

“วันไนต์” ผมเลิกคิ้วให้กับคำตอบ พี่ดินเลยขยายความเพิ่มเติม “เรื่องคืนนั้นก็จบที่คืนนั้นไม่มีสานต่อครับ” 

“หึ...เจ้าชู้” ผมเบ้ปากทันทีที่ฟังจบแล้วก็อดที่จะว่าพี่เขาไม่ได้แล้วคนถูกว่าก็รีบแก้ต่างให้ตัวเองแทบจะทันที 

“ก็ตอนนั้นพี่โสดนี่ครับ แล้วมันก็เหงาๆ ด้วย” 

“ฟังไม่ขึ้นหรอกครับ อย่าพูดจะดีกว่า” ผมว่าเสียงนิ่งแล้วพี่ดินก็ทำท่ารูดซิบปากในทันที 

แม้ว่าท่าทางกับสีหน้าของพี่ดินจะตลกแต่ผมก็หัวเราะขำไม่ออกจริงๆ  

แค่เพราะว่าเราโสดและเหงา เราถึงกับต้องไปนอนกับใครต่อใครก็ได้อย่างนั้นเหรอครับ สำหรับผมผมว่ามันไม่ค่อยจะเมคเซ้นส์เท่าไหร่นะ 

“กี่คนเหรอครับที่พี่ไปนอนด้วย” ถามไปผมก็ปวดแปลบๆ ในใจไปด้วย ก็ไม่รู้หรอกว่าจะถามทำไม ถามเพื่ออะไร แต่ปากมันก็พลั้งออกไปแล้ว และคำถามนี้ก็ทำให้พี่ดินทำหน้าตึงใส่ผมขึ้นมา 

“ฝุ่น!” พี่ดินเรียกเสียงเข้มแต่ผมยังตีหน้านิ่งรอคำตอบ 

“จำไม่ได้เหรอครับ” ผมถามพร้อมเลิกคิ้วมองพี่ดินทำสีหน้าบึ้งตึงใส่ผมเหมือนกำลังจะงอนก่อนจะถอนหายใจออกมาให้ผมได้นิ่วหน้าขัดใจที่เขาไม่ยอมตอบ 

“เฮ้อ...” 

“โอเค งั้นพี่ก็ไม่ต้องตอบผมรู้แล้วว่ามันคงจะเยอะมากจนพี่จำไม่ไหว” ผมว่าแกมประชดก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่ประตูห้อง 

“ฝุ่นครับ ไม่เอาสิอย่าเพิ่งโกรธพี่เลยนะ” พี่ดินเดินมาขวางหน้าผมไว้แล้วจับไหล่ผมทั้งสองข้างพลางก้มหน้าลงมาใกล้จนระดับใบหน้าของเราอยู่ตรงกัน 

“ผมไม่ได้โกรธ แค่ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” 

“ไม่โกรธแต่กำลังงอนพี่อยู่ใช่มั้ย” 

“ผมเปล่างอนนะ!” ผมว่าเสียงตื่นเมื่อพี่เขาจับจุดผมได้  

ใช่...ผมไม่ได้โกรธสักนิดที่พี่ดินจะจำไม่ได้ว่าเคยนอนกับผู้หญิงมากี่คนแล้ว แต่ตอนนี้ผมกำลังสงสัยว่าพี่เขาเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า ถ้าเคยผมคงจะเสียใจมากเพราะผมจะไม่ได้เป็นผู้ชายคนแรกของเขา 

มันอาจจะฟังดูตลกกับความคิดของผม แต่ผมคงจะรู้สึกดีมากๆ ถ้าหากว่าเราได้เป็นผู้ชายคนแรกของกันและกัน 

“ผมอยากถามพี่เรื่องหนึ่ง” ผมว่าแล้วมองสบตากับพี่ดินตรงๆ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังมองสบตากับผมอย่างจริงจัง 

“ครับ?” 

“พี่ เอ่อ พี่ดินเคยนอนกับผู้ชายหรือเปล่า” แล้วก็เป็นผมเองนี่แหละที่อายกับคำถามของตัวเองเมื่อพี่ดินยิ้มกว้างหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูผม 

“พี่ไม่เคยนอนกับผู้ชายคนไหน แล้วก็ไม่เคยคิดที่จะไปนอนกับใครเลยนอกจากฝุ่นคนเดียว” 

คำตอบที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้หน้าผมร้อนฉ่าขึ้นมาจนต้องกะพริบตาปริบๆ แล้วทำตาลอกแลกเหมือนไม่รู้ว่าจะโฟกัสที่ตรงไหนดี จะโฟกัสหน้าหล่อๆ ของพี่ดินผมก็เขินเกินกว่าจะทำได้เพราะว่าพี่เขากำลังยิ้มกรุ้มกริ่มส่งสายตาเชิญชวนมาให้ จะให้มองริมฝีปากอิ่มนั้นมันก็น่าจูบเกินไปผมกลัวจะอดใจไม่ไหวแล้วจู่โจมจูบเขาก่อนเนี่ยสิ 

“มองหน้าพี่สิครับ” เสียงอ้อนๆ ของพี่ดินพูดขึ้นเมื่อผมเอาไปมองนั่นมองนี่ไม่มองหน้าพี่เขา 

“อื้อ” ผมเม้มปากส่งเสียงออกมาเบาๆ เมื่อมือใหญ่จับหน้าผมให้หันมาสบตากัน 

“พี่สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายฝุ่นอีก” น้ำเสียงที่จริงจังนั้นทำให้ผมพยักหน้ารับได้อย่างง่ายดายแต่ก็อดที่จะตั้งคำถามอีกไม่ได้เพราะผมเองก็ยังคาใจกับเรื่องนี้อยู่ 

“แล้ว...” 

“แล้ว?” 

“กับอาจารย์ออย” ผมถามเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่มั่นใจในตัวเอง 

“แค่เพื่อนร่วมงานครับ” 

“...” ผมยังคงลังเลว่าจะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี 

“พี่จะไม่ทำให้ฝุ่นร้องไห้อีกแล้ว พี่สัญญาด้วยเกียรติของพี่ทั้งหมดที่มีเลย” คำยืนยันหนักแน่นของพี่ดินทำให้ผมคลายใจลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ แล้วก็เป็นผมเองนี่แหละที่โผตัวเข้าไปสวมกอดพี่เขาก่อน 

“อือ ผมเชื่อแล้ว” ผมว่าออกมาเบาๆ พร้อมกับซุกหน้าเข้ากับพี่ของพี่ดิน สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวพี่เขาแล้วกระชับแขนที่กอดแน่นกว่าเดิม 

“ขอบคุณครับที่เชื่อพี่” พี่ดินว่าแล้วกอดผมตอบแต่ครู่ต่อมาผมก็ถูกดันออกมาเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากอุ่นๆ ของพี่ดินจะแนบลงมาที่ปากผม 

“อื้อ...” ผมส่งเสียงออกมาเบาๆ เมื่อพี่ดินค่อยๆ งับริมฝีปากบนและล่างของผมเบาๆ เอนศีรษะปรับองศาหน้าตามเมื่อพี่ดินเริ่มรุกล้ำจูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ 

“อืม” พี่ดินถูกผมดันจนแผ่นหลังแนบกับบานประตู 

ผมยกแขนโอบรอบคอของพี่ดินไว้เพื่อยึดเหนี่ยวไม่ให้ตัวเองแข้งขาอ่อนจนทรุดฮวบเพราะรสจูบที่รุนแรงและดุดันของเขา เราจูบกันเนิ่นนานเบียดร่างกายเข้าหากันอย่างแนบชิดก่อนที่ผมจะค่อยๆ เบี่ยงหน้าหลบแล้วซบหน้าลงที่บ่าแกร่งเพื่อกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดและพี่ดินเองก็ทำเหมือนกันกับผม หน้าหล่อเกยคางไว้ที่ไหล่ผมสองแขนก็กอดกระชับร่างผมแน่นก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าจะดังอยู่ข้างหูผมและมันทำให้ผมขนลุกหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาอีกครั้ง 

“ฝากไว้ก่อนนะ แม้อยากจะทำมากกว่านี้แต่วันนี้คงไม่ได้” 

“พี่ดิน...” ผมเรียกชื่อพี่ดินเสียงอ่อยเพราะความเขินก่อนจะค่อยๆ ดันตัวออกมาจากอ้อมแขนแกร่ง เช็คสภาพตัวเองกับคนตรงหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ 

“แฟนใครเนี่ย น่ารักที่สุดเลย” พี่ดินว่ายิ้มๆ พร้อมกับดึงผมเข้าไปกอดอีกครั้ง 

“อื้อ พอแล้ว ลงไปข้างล่างดีกว่าครับ ผมว่าพี่ดินควรกลับบ้านได้แล้วนะ” ผมว่าเสียงอู้อี้เพราะถูกกอดแน่นไม่ยอมปล่อย 

“ไล่?” แล้วพี่ดินก็ดันผมออกมาเพื่อถามคำถามนี้ 

“ครับ ผมกำลังไล่พี่อยู่” ผมตอบหน้านิ่งแล้วขยับถอยออกมาก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูนำออกมาจากห้องแล้วพี่ดินก็ตามออกมาอย่างอ้อยอิ่ง  

ที่ผมไล่เพราะตอนนี้ตัวเองกำลังจะหลวมตัวและอาจจะทำอะไรเลยเถิดถ้าหากว่ายังอยู่กับพี่ดินแบบนี้ 

พอลงมาข้างล่างก็ได้รับสายตาตั้งคำถามกับสีหน้าสงสัยใคร่รู้ของไอ้ลูกหินกับปาแป้งแต่ผมจะไม่บอกเล่าหรือให้ใครมาตั้งคำถามอะไรกับผมทั้งนั้น 

“เชิญครับพี่ดิน มึงด้วยไอ้หิน” ผมที่เดินนำไปยังประตูหน้าบ้านเอ่ยบอกอย่างคาดคั้นจนไอ้ลูกหินโวยวายออกมา 

“อะไรวะ!? นี่ยังคุยกันไม่ลงตัวอีกเหรอ เห็นขึ้นไปตั้งนานสองนาน” 

“พี่ฝุ่นโอเคป่าว พี่ดินทำอะไรพี่ฝุ่นเหรอ ทำไมต้องโกรธจนหน้าแดงขนาดนั้นด้วย” 

“ไม่มีอะไรหรอก กลับบ้านกันดีกว่าลูกหิน” พูดจบพี่ดินก็เดินนำมาที่รถโดยที่มีไอ้ลูกหินเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงตามไป 

“พี่ฝุ่น” ปาแป้งเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล แล้วผมจะบอกน้องได้ยังไงว่าที่ผมหน้าแดงนั้นมันเป็นเพราะว่าผมเขิน ผมอายที่ผมไปยืนจูบยืนกอดกับผู้ชายในห้องนอน ในบ้านของตัวเองที่มีทั้งยายทั้งน้องสาวแล้วก็เพื่อนของตัวเองอยู่ที่บ้าน 

“ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงพี่นะ พี่โอเคมากๆ” ตอบน้องเสร็จผมก็รีบวิ่งออกมาจากบ้านเพราะกลัวว่าพี่ดินจะขับรถออกไปก่อน แต่ยังโชคดีที่ไอ้ลูกหินมันอ้อยอิ่งไม่ยอมขึ้นรถ สงสัยจะรอให้ปาแป้งออกมาส่งมันล่ะมั้ง แต่ขอโทษเถอะครับน้องสาวผมยังนั่งอยู่ที่เดิมอยู่เลย ฮ่าๆๆๆ  

 “พี่ดินครับ” ผมเคาะกระจกเรียกคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถโดยไม่สนใจหน้าหงอยๆ ของเพื่อนตัวเองเลยสักนิด 

“ครับ” พี่ดินลดกระจกลงมาพร้อมสีหน้างงๆ 

“ขอกุญแจคอนโดพี่ด้วยครับ” ผมว่าพร้อมแบมือรอ  

“…” พี่ดินขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็ยอมหยิบกุญแจมาวางใส่มือผม 

 “ขอบคุณครับ ถึงห้องแล้วไลน์มาบอกผมด้วยนะ กลับบ้านดีๆ นะครับพี่ดิน” ผมบอกยิ้มๆ ก่อนจะไล่ไอ้ลูกหินทางสายตาบังคับให้มันรีบขึ้นรถไปด้วยและมันก็ขึ้นไปทั้งสีหน้าเหมือนอยากจะฆ่าผมแต่มีหรือที่ผมจะสนใจมัน เมื่อผมได้สิ่งที่ต้องการแล้วผมก็หันหลังเดินเข้าบ้านก็เท่านั้น 

ความคิดเห็น