email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทเรียนที่หก (NC 20+) ใครกันหน้อคือนกสองหัว

ชื่อตอน : บทเรียนที่หก (NC 20+) ใครกันหน้อคือนกสองหัว

คำค้น : #เพลงพราย #กลร้ายกลรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.4k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ต.ค. 2563 12:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทเรียนที่หก (NC 20+) ใครกันหน้อคือนกสองหัว
แบบอักษร

บทเรียนที่หก (NC 20+)  

ใครกันหน้อคือนกสองหัว 

[Music Yotin]  

 

 

 

“พวกมึงปิดเทอมนี้ได้หยุดตั้งเดือนนึง ไปเที่ยวกันเปล่า?” กราฟมันเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือแล้วหันมาถามทุกคนที่กำลังนั่งขดตัวกันคนละมุมของห้องสมุดของตึกคณะวิศวะ 

 

“กูขอผ่านว่ะรอบนี้ พ่อกูจะพากลับไปเยี่ยมย่าที่เดนมาร์กปีที่แล้วกูไม่ยอมกลับเพราะไปฉลองกับเพื่อนมอปลาย ย่ากูเนี่ยโทรมาด่าข้ามประเทศเลยมึง” หนุ่มลูกครึ่งผงกหัวขึ้นมาตอบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย 

 

“ไม่ได้เหมือนกันช่วงนี้พ่อกูไม่ค่อยสบายไม่มีคนดูร้าน กูต้องกลับไปช่วยที่บ้านเอาไว้คราวหน้าละกันนะกราฟ” อยากรู้มากว่าบ้านพุฒมันทำกิจการอะไร ทำไมถึงเลี้ยงลูกเจ้าเล่ห์ได้ขนาดนี้วะ! 

 

“เออ ๆ เทกูกันหมดเลยแล้วมึงล่ะเพลง” นั่นไงกูว่าแล้วเชียวว่ามันต้องไม่พลาดเป้าที่จะถามผม 

 

“กูต้องกลับบ้านที่อุตรดิตถ์ว่ะ ตอนนี้ไอ้หินเพื่อนกูไม่รู้มันเป็นอะไรเอาแต่ร้องไห้ทุกคืนเลยถามอะไรก็ไม่ยอมบอกเลยว่าจะพามันกลับไปพักสมองที่บ้านก่อน” 

 

“คนที่หน้าหวาน ๆ นั่นเหรอ ฉันเห็นมาเฝ้าพี่รหัสแกทุกวันเลยเพลงตางี้ละห้อยเลยอะไม่รู้ไปโดนพี่พายุมันแกล้งอะไรมา” ขนาดนั้นเลยเหรอวะก้อยอันที่จริงก็พอจะเดาออกแหละว่าคู่นี้กำลังทะเลาะกันแต่ปกติไอ้หินมันรักไอ้พี่พายุมันจะตายหรือจะจริงอย่างที่ก้อยมันว่าพี่รหัสผมคนนี้มันยิ่งแผนสูงซะด้วยถ้าลองพี่มันได้เล็งอะไรไว้แล้วล่ะก็...บอกเลยรอดยาก 

 

“คราวหน้ามึงก็พาพวกเพื่อนมึงที่อยู่คณะศิลปกรรมมารู้จักกันหน่อยดิ” กูรู้นะไอ้กราฟว่ามึงหวังอะไรอยู่! 

 

“อืม” ก็ได้แต่พยักหน้าตอบเพื่อนไป 

 

ไว้หลังกลับมาจากเปิดเทอมค่อยพาพวกเพื่อนผมไปทำความรู้จักกับพวกไอ้หิน ไอ้เซฟแล้วกันรู้จักกันไว้เผื่อมีปัญหาอะไรจะได้ฝากฝังให้พวกมันดูแลไอ้หินได้ส่วนไอ้กราฟเนี่ยน่าจะชอบคะน้ามั้งเห็นมองตามหลังตาเยิ้มทุกครั้งเลย 

 

“เพลงว่าแต่แกไม่ชวนพี่พรายไปด้วยล่ะ ปกติพี่พรายก็ไม่ได้กลับบ้านอยู่แล้วไม่ใช่เหรอพุฒ” วิวหันมาถามผมก่อนที่จะหันไปถามพุฒมันอีกคน 

 

“อืม...พี่พรายเขาไม่กลับบ้านมาตั้งหลายปีแล้วล่ะ” ไม่เป็นไรไอ้พุฒไม่ต้องเศร้าไปเดี๋ยวกูจะเป็นกาวใจประสานรอยร้าวของครอบครัวมึงเองเพราะอีกไม่นานกูนี่แหละจะสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นพี่เขยมึงแน่นอน ฮ่า ๆ ๆ 

 

“เออ ก็ว่าจะชวนไปแหละ โทรไปบอกที่บ้านกับคุณยายแล้วด้วยด้วยว่าจะพาแฟนไปกราบน่ะ” พอพูดจบทำไมพวกมันต้องทำตาโตแล้วอึ้งไปหมดทุกคนแบบนี้วะ 

 

“มะ มึงบอกพี่พรายไปรึยังเรื่องที่จะพาไปกราบพ่อแม่เนี่ย?” 

 

“ยังเลยพุฒ ก็ตั้งใจว่าจะรอให้สอบเสร็จก่อนนะ แล้วกว่าไอ้หินจะสอบเสร็จก็หลังคณะเราอีกตั้งสองวันอย่างน้อยพี่พรายมันจะได้มีเวลาทำใจหน่อยหนึ่งไง” 

 

“งั้นกูขอให้มึงโชคดีละกัน” อ้าวอะไรวะ! พูดแบบนี้มันกระตุกต่อมเสียวกูนะโว้ย! 

 

“ไอ้เรื่องพี่กูรักมึงน่ะกูไม่ห่วงหรอกแต่มึงลืมไปรึเปล่าว่าพี่พรายมันเข้ากับคนอื่นไม่ค่อยเก่งนะ ยิ่งมึงมัดมือชกพี่กูแบบนี้มึงคิดเหรอว่าพี่กูจะตอบตกลงไปกับมึงง่าย ๆ น่ะ คิดสิคิด!” 

 

เออ! จริงแฮะถ้าพี่พรายมันไม่ยอมไปด้วยกันนี่คือเสียหมาเลยนะครับ อุตส่าห์ตั้งใจจะเปิดตัวพี่มันกับไอ้หินจริง ๆ จัง ๆ สักทีด้วยแต่ที่จริงก็เคยบอกหินมันไปแล้วแหละเพียงแต่ดันไปบอกตอนมันเมาไง ไอ้หินเนี่ยถ้าลองได้เมาแล้วล่ะก็พูดไปเหอะพอสร่างเมาเมื่อไหร่คือลืมหมด 

 

เงยหน้ามองเพื่อนตัวเสือกทั้งหลายแล้วถึงกับเสียวสะท้านตั้งแต่ง่ามตีนยันปลายผม พวกมันแสยะยิ้มเหมือนยมทูตที่พร้อมจะชักชวนผมเข้าสู่ขุมนรกก็ไม่ปาน 

 

“พะ พวกมึงวางแผนอะไรกัน?” 

 

“แผนบ้าแผนบออะไร แค่ทำให้พี่พรายไม่ปฏิเสธมึงก็สิ้นเรื่องไอ้เพลงทำไมพอเป็นเรื่องแบบนี้มึงแม่งถึงได้โคตรขี้ไก่เลยวะ” ไอ้กราฟมึงนี่แหละตัวเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อทีกับเพื่อนล่ะปากเก่งนัก ทีคนที่ตัวเองชอบเสือกไม่กล้า 

 

“กูเตือนพวกมึงก่อนนะพี่กูไม่หมูขนาดนั้น จะทำอะไรก็คิดให้ดีที่สำคัญพวกมึงก็รู้นี่ว่าไอ้เพลงมันเป็นคนที่โกหกได้ห่วยแตกขนาดไหนแค่มันอ้าปากพี่พรายก็จับโกหกได้หมดแล้ว” ฮือ ๆ ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ไม่ต้องพูดตรงขนาดนี้ก็ได้ไหม ไอ้น้องเขย! 

 

“แกก็หาทางช่วยเพลงมันหน่อยสิพุฒในเมื่อแกรู้จักนิสัยพี่พรายดีที่สุดน่ะ” วิว! กูรักเมิงงงง 

 

“ทำแล้วกูจะได้อะไรวะ” พุฒมันเท้าคางแล้วมองมาที่ผม แถมการยิ้มแบบนี้ สายตาเจ้าเล่ห์แบบนี้มันเหมือนก๊อบปี้พี่มันมาแบบไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิด นี่คือธาตุแท้ของมึงสินะ! 

 

“อะไรก็ได้แล้วแต่มึงเลยพุฒ ถ้ามึงทำให้พี่พรายยอมกลับบ้านพร้อมกูได้กูทุ่มให้ทุกอย่าง” 

 

“งั้นตกลงแต่กูไม่รับรองผลลัพธ์นะ ทุกอย่างอยู่ที่ดวงมึงล้วน ๆ เพลง พี่กูน่ะเอาแน่เอานอนได้ที่ไหนมึงก็รู้บทพี่กูจะสู้ก็สู้สุดใจดูอย่างตอนที่พี่พรายจะไปฆ่าไอ้คิงสิ ที่สำคัญพี่กูปากแข็งจะตายเรื่องจะให้พูดออกมาตรง ๆ น่ะยากยิ่งกว่าถูกหวยอีก” 

 

เออจริงที่ไอ้พุฒมันพูด เดี๋ยวไอ้พี่พรายมันก็บอกว่าให้ตัดใจพอผ่านมาอีกวันก็บอกว่าอย่างพึ่งหมดหวัง แล้วพอผ่านมาอีกก็บอกว่าไม่รักรำคาญแล้วต่อจากนั้นก็ยังมาบอกว่ารอให้ขอเป็นแฟนอีกมึนมากครับ...คาดว่าระบบประมวลผลทางความคิดของไอ้พี่พรายน่าจะมีปัญหา 

 

“โยกโย้อยู่นั่นแหละพุฒ รีบบอกเพลงมันไปสักทีเถอะ” ใจเย็นก้อยกูรู้ว่ามึงอยากเสือกเรื่องนี้กว่ากูอีก 

 

“มึงก็ลองขัดใจพี่พรายดูบ้างสิ ทำเป็นไม่ว่างไม่ยอมมีอะไรด้วยทุกวันนี้มึงออดอ้อนพี่กูอย่างกับลูกแมวอย่างนี้ก็โดนข่มหมดดิวะ ลองเล่นบทผู้นำบ้างใครจะไปรู้พี่กูอาจจะชอบให้มึงรุกก่อนก็ได้” เด็ดมาก! เพื่อนรัก “แต่กูบอกก่อนนะถ้าพี่กูไม่อินไปกับมึงก็เตรียมตัวเป็นทาสพี่กูไปตลอดชีวิตได้เลย” สัด! ทำไมปลายทางมันต่างกันราวสวรรค์กับนรกแบบนี้วะ 

 

“ว่ามามึงมีแผนยังไงพุฒ” กะพริบตาอ้อนวอนเพื่อนสนิทสองสามทีจังหวะนี้คงมีแต่มันนั่นแหละที่เป็นที่พึ่งพาได้ในยามยาก 

 

“เริ่มแรกมึงลองไม่รับสายพี่กูก่อนเลย ไม่ต้องถึงขั้นบล็อกหรอกแค่ไม่อ่านไม่รับสายพี่กูก็พอ” ไม่ยาก! มึงคงไม่รู้สินะพุฒว่าพี่มึงยังไม่เคยโทรหากูเลยสักครั้ง ข้อนี้ผ่านโลด 

 

“สองมึงต้องไม่ขึ้นไปหาพี่กู ไม่ต้องไปชวนกินข้าวกลางวัน” หึ ๆ ๆ อยากจะร้องไห้โฮออกมาดัง ๆ สองอาทิตย์ที่ผ่านมาไอ้พี่พรายต่างหากที่หายหัวไปจากกู เนี่ยยังนึกว่าพี่มันมุ่งมั่นอยู่กับการอ่านหนังสือสอบเลยไม่กล้าไปกวน ได้แต่ไลน์ไปบอกคิดถึง ฝันดีครับแต่ที่พี่มันตอบกลับมาดันเสือกเป็นสติ๊กเกอร์รูปกำลังนอนไง ข้อนี้ก็ผ่านรัว ๆ 

 

“สามถ้าเจอหน้าพี่พรายให้โกยตีนแบบสี่คูณร้อย!” ฮ่า ๆ ๆ อย่าว่าแต่เจอหน้าพี่มันเลยแค่เงากูก็ยังไม่เห็น...สรุปสามข้อที่พูดมาเนี่ยพังพินาศตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยว่ะ 

 

“ข้อสุดท้ายมึงต้องหาตัวช่วย กูแนะนำให้มึงหาผู้หญิงสักคนทำทีเป็นตีสนิทกับมึงเช่นกินข้าวด้วยกัน แต่ไม่ต้องออกนอกหน้าขนาดกะหนุงกะหนิงกันนะโว้ย ไม่งั้นพี่พรายดูออกแน่” จะไปหาที่ไหนวะ ทั้งคณะแม่งก็รู้กันหมดแล้วไหม? ว่ากูกับพี่มันคบกันอยู่ 

 

“ข้อนี้เราช่วยแกได้นะเพลงและถ้าจะให้ดีก็เอาหลาย ๆ คนเลยสิ พอดีมีเพื่อนเรียนอยู่การโรงแรมถือว่าน่ารักพอตัวเลยล่ะ แถมพวกมันยังเป็นสาววายด้วย ถ้าลองขอร้องให้พวกมันช่วยเรื่องนี้มันต้องยอมแน่” 

 

“เพื่อนคนไหนวะก้อยทำไมกูไม่เคยรู้จัก” 

 

“เพชรมึงเคยรู้อะไรเกี่ยวกับกูบ้าง ขนาดผ้าอนามัยมึงยังซื้อให้กูผิดเลย” โอ้โห นี่มันพ่อบ้านในตำนานเลยนี่หว่ามีซื้อโกเต็กให้เมียด้วย 

 

“เอาจริงนะเพลงกูว่ามึงพูดกับพี่พรายไปตรง ๆ เถอะว่ะ บางทีอาจจะง่ายกว่าที่มึงคิดก็ได้” ศักดิ์ศรีโว้ยยยย มึงเข้าใจรึเปล่าวะออดี้! 

 

“งั้นตกลงตามนี้นะเพลง เดี๋ยวพอสอบวิชาตัวสุดท้ายของวันนี้เสร็จกูจะโทรบอกเพื่อนให้ ส่วนพวกแกทุกคนก็ต้องไปตามสืบว่าพี่พรายอยู่ที่ไหนจะได้ให้ไอ้เพลงมันหาจังหวะโฉบเข้าไปเป๊ะ ๆ” 

 

“เออ” 

 

เอาเถอะถึงผมจะรู้สึกว่าพวกมันสนุกกับแผนการในครั้งนี้มากกว่าจะทำเพื่อผมก็ตามแต่เวลานี้มันไม่ค่อยมีทางเลือกอื่นแล้วไง จากที่รู้มาภาคของไอ้พี่พายุมันก็สอบวันนี้ตัวสุดท้ายเหมือนกัน ก็เอาเป็นว่าพูดกับพี่มันเสียตั้งแต่วันนี้แหละ 

 

ลึก ๆ แล้วก็อยากให้พี่พรายมันรู้สึกหึงหวงผมจนอยากเข้ามาหาผมเองบ้าง 

 

ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ได้รักละก็เรื่องบ้าบอแบบนี้ผมไม่มีทางยอมทำเด็ดขาด 

 

กว่าจะสอบเสร็จช่วงบ่ายก็เอาซะจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ยิ่งพอก้อยโทรหาเพื่อนที่เรียนการโรงแรมยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่กลัวว่าถ้าพี่พรายมันไม่หึงแต่กลับเป็นโกรธแทนผมต้องตายแน่นอนหรือทางที่ดีจะชวนพี่พรายไปตรง ๆ อย่างที่ออดี้มันว่าไว้ดีวะ 

 

ขณะที่กำลังชั่งจิตชั่งใจอยู่นานพวกสาววายชาวคณะการโรงแรมก็มาถึงเสียแล้ว 

 

...เร็วซะยิ่งกว่ายมบาลมาตามเก็บวิญญาณมนุษย์ซะอีก เฮ้อออ... 

 

“ขอแนะนำก่อนเลยนะเพลงสามคนนี้คือเพื่อนเราชื่อ นิ้ง ไหมและหยก” ป๊าดดดดนี่มันเด็กการโรงแรมรึว่าคาบาเร่โชว์วะ แล้วไอ้การแต่งหน้าเทรนเทาหลีนี่มันคืออะไรกันโว้ยยยยย ผิวงี้ขาวซีดอย่างกับลอกคราบมารึพวกเธอเพิ่งออกจากบำเพ็ญบารมีในถ้ำมาวะเนี่ย 

 

อีก้อย! นังผู้หญิงกลับกลอกแบบนี้มันแกล้งกูชัด ๆ 

 

ถึงจะคุยกันแล้วว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่การแสดงแต่ผมกลับรู้สึกว่าหยกเล่นจริงจังมาก ขนาดพวกเพื่อนผมแยกย้ายกันไปตามหาพี่พรายยังไม่ทันเจอเลยก็เดินเกาะแขนผมแน่นแล้ว 

 

ตึง ตึง! เสียงไลน์ดังขึ้นจนผมต้องก้มลงไปหยิบมือถือขึ้นมาดู 

 

Blood Diamond 

เป็นไงพวกมึงเจอเป้าหมายกันแล้วรึยัง 

 

Super Audy  

หน้าห้องสอบของพวกภาคเทคนิคการแพทย์ก็ไม่มีว่ะ แม่บ้านบอกว่าสอบกันเสร็จไปเกือบชั่วโมงแล้ว 

 

Viewly 

ที่โรงอาหารก็ไม่มีแกหรือพี่พรายจะกลับหอไปแล้ว 

 

Graphic 

แถวลานกลางก็ไม่มีว่ะ 

 

Music Yotin 

พวกมึงกูว่าพอแค่นี้ดีกว่าไหมวะ เอาไว้ตอนดึกกูค่อยถามพี่พรายที่ห้องก็ได้กูไม่อยากให้พี่พรายเห็นกูอยู่กับผู้หญิงอื่นเลยว่ะ 

[ฮือ อยากเลิกจะตายอยู่แล้วโว้ย!] 

 

คุณชายพุฒิภัทร 

กูกับก้อยเจอพี่พรายแล้วอยู่ร้านกาแฟหน้ามอ มึงรีบมาเลยเพลง 

*รูปพี่พราย กับเด็กผู้ชายมอปลายคนหนึ่ง* 

 

โพล๊ะ! เหมือนเสียงอะไรสักในหัวมันจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ซูมภาพแล้วซูมภาพอีกทำไมพอจะทำให้พี่พรายหึงมันกลับกลายเป็นผมเองที่ต้องหึงด้วยวะ 

 

สองเท้ามันแทบจะเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่งอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่ามีพวกสามสาวคอยตามอยู่ละก็ป่านนี้ผมขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจไปตามจิกหัวเมียกลับห้องแล้ว 

 

มองเข้าไปในร้านกาแฟก็เห็นพี่พรายน่าจะกำลังติวหนังสืออะไรสักอย่างให้เด็กหนุ่มมอปลายคนนั้น อย่างน้อยอารมณ์ตอนนี้มันก็สงบลงเยอะแล้วครับ รู้ดีว่าพี่พรายต้องทำงานหาค่าใช้จ่ายช่วยตัวเองมาตลอดแต่ก็ไม่คิดว่าจะรับสอนพิเศษเด็กด้วย ผลักประตูเข้าไปด้านในก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่มันเงยหน้าหันมาพอดี 

 

รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนหน้าอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนและนั่นมันทำให้ผมทำตัวไม่ถูก...ได้แต่กล่าวทักทายพี่พรายไปด้วยเสียงติดอ้อนเหมือนเคย 

 

“มาติวให้น้องเหรอครับพี่?” 

 

“อืม แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูอยู่ที่นี่” 

 

“เออ...คือ...” สายตาพี่พรายมันมองผ่านหลังผมไปที่สามสาวแล้วยิ้มออกมานิดหน่อย 

 

“ไปนั่งรอกูตรงนั้นก่อนนะเพลง อีกแป๊บเดียวก็จะจบสมการของบทนี้แล้วละ” ได้แต่พยักหน้าทำตามอย่างงง ๆ พี่มันนอกจากจะไม่หึงแล้วยังบอกให้ผมรออีก 

 

“จะกินอะไรกันไหมครับ สั่งเลยนะเดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” หันไปบอกสามสาวสรุปตูหลวมตัวพามาด้วยทำไมวะเนี่ย 

 

“ใช่พี่คนนี้รึเปล่าครับที่ทำให้พี่พรายต้องรีบมาติวให้ผมก่อนจะปิดเทอม” เสียงของไอ้เด็กมอปลายหน้าใสมันพูดถามแถมดังเหมือนกับอยากให้ผมได้ยินซะด้วย 

 

“อืมแฟนพี่เองแหละ หล่อดีไหมล่ะ?” หูย ยิ้มจนแก้มจะแตกแล้วจ้าไอ้พี่พรายมันมาแปลกวุ้ยกล้าพูดว่าผมเป็นแฟนแบบชัดถ้อยชัดคำเชียว 

 

“งั้น ๆ อะครับดูเงอะงะบ้านนอกน่าจะคุมง่ายดีนะครับ” ขึ้นเลยกู! ขอลุกไปตบปากเด็กสักทีได้ไหมวะ “แต่ผมก็เห็นพี่พรายนั่งมองไลน์พี่เขามาตั้งนานแล้วนี่” 

 

ป๊าบ! 

 

“แก่แดดมากไปแล้วนะโก้ แล้ววันนี้จะเสร็จไหมครับโจทย์ข้อนี้ไม่ได้ยากอะไรเลยปิดเทอมนี้พี่ไม่ว่างมาสอนนะ รีบตั้งใจทำได้แล้ว” พี่พรายมันชำระแค้นด้วยการตบกบาลไอ้เด็กนั่นแทนผมแล้วครับ 

 

“โธ่ ก็พี่พรายยังไม่บอกผมเลยว่าจะไปไหนถึงต้องมาเร่งเรียนเอาตอนนี้” 

 

“พี่จะกลับบ้านน่ะ...” พี่พรายเงยหน้ามองมาทางผมแถมยังหน้าแดงนิดหน่อยก่อนจะพูดต่อ “จะไปบ้านแฟนพี่เพราะดูท่าแล้วคงจะไม่กล้าบอกพี่ออกมาเองตรง ๆ หรอก” 

 

เดี๋ยว! ไอ้พี่พรายมันรู้เรื่องนี้ได้ไงวะคนที่รู้เรื่องนี้มันก็แค่คนในกลุ่มผมนี่หว่า 

 

“เพลงนายจะเอาน้ำอะไรไหมหยกจะไปสั่งให้ เอาเป็นโกโก้เย็นดีรึเปล่า?” พยักหน้ารับให้หยกไปทีหนึ่ง อันที่จริงถ้ามาถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่ต้องเล่นละครแล้วมั้ง...ไม่ว่าจะมองมุมไหนพี่พรายก็จับไต๋ผมได้อยู่ดี 

 

“เพลงมันไม่ชอบกินโกโก้หรอกนะครับน้อง แฟนพี่มันกินแต่กาแฟดำร้อนเท่านั้น” 

 

...! 

 

แอร๊กกกกก! ตาย ๆ จังหวะนี้คือตายสนิทพี่พรายมันนั่งเท้าคางหันมาตอบหยกแทน มึนมาก ว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่พรายปกติพี่มันไม่เคยเปิดเผยเลยนี่หว่าหรือผลบุญที่ผมใส่บาตรเกือบทุกเช้าจะส่งถึงพี่พรายแล้ว 

 

เสียงกรีดร้องของสามสาวดังขึ้นเหมือนกับรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ยังไงยังงั้นหรือนี่ผมพลาดอะไรไปวะ? 

 

“รอแป๊บนะเพลงเดี๋ยวกูไปสั่งให้มึงเอง” กะพริบตาปริบ ๆ มองตามก้นแฟนตัวเองลุกไปที่เคาน์เตอร์ 

 

“โชคดีจังเลยนะพี่ ผมน่ะไม่เคยเห็นพี่พรายเป็นแบบนี้มาก่อนเลยเพิ่งมีพี่คนแรกนี่แหละที่พี่พรายเขาพูดว่าเป็นแฟนออกมาน่ะ” โก้เงยหน้าแล้วเอี้ยวตัวมากระซิบที่ข้างหูผม...เด็กสมัยนี้มันแก่แดดจริง ๆ ด้วยครับ 

 

“จะ จริงเหรอ?” 

 

“จริงดิพี่ปกติพี่พรายไม่ได้สอนแค่ผมคนเดียวหรอกนะ แม้แต่คณะอื่นยังจ้างพี่พรายสอนเลยบางคนก็มาแบบจีบเนียน ๆ บางคนก็มาแบบจริงจังแต่ก็มีพี่นี่ล่ะที่พี่เขาบอกว่าเป็นแฟน” 

 

…ตัวจะลอยแล้วเนี่ย! 

 

“มิน่า ผมก็ว่าแล้วทำไมสองอาทิตย์นี้พี่พรายถึงได้เรียกผมกับเพื่อนผมมาติวให้จบคอร์สเรียน ที่แท้จะหนีไปสวีทกับแฟนนี่เอง” 

 

ตกลงไอ้พี่พรายมันรู้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอวะว่าผมจะกลับบ้านแต่เรื่องนี้ผมเพิ่งตัดสินใจไม่กี่วันเองนะโว้ยเป็นไปไม่ได้ที่พี่มันจะมีจิตสัมผัสรู้ล่วงหน้าได้ขนาดนี้ 

 

แก็ก! 

 

“กาแฟดำของมึงได้แล้วเพลง” พี่มันวางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะแล้วก้มลงมากระซิบที่ข้างหูผม “เดี๋ยวสอนเสร็จแล้วเรารีบกลับห้องกันนะ” 

 

ปู้น...ปู้น เหมือนมีเสียงหูดรถไฟดังก้องเข้ามาในหัวที่พี่มันพูดแบบนี้แปลว่าคืนนี้ผมจะได้เทียบชานชาลาแล้วโว้ยยยยย! 

 

“ครับ!” สุดท้ายคนที่ดีใจออกนอกหน้าก็เป็นผมอีกเช่นเคย หลังจากที่สามสาวกินเสร็จแล้วถ่ายรูปถ่ายคลิปเราสองคนจนหนำใจแล้วก็ขอตัวลากลับบ้านกันก่อน นั่งมองพี่พรายสอนโก้แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ขนาดเพิ่งสอบเสร็จยังเตรียมการสอนได้ดีมาก 

 

ถ้าเป็นอย่างที่โก้พูดแปลว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมาพี่มันคงเหนื่อยน่าดู ไหนจะต้องอ่านหนังสือสอบ ไหนจะต้องรีบสอนทุกคนในจบก่อนปิดเทอมแล้วก็ที่ผมมัวแต่น้อยใจคิดแต่ว่าพี่พรายมันไม่ยอมตอบไลน์ ไม่ยอมโทรหา 

 

...พอคิดแล้วผมมันโคตรเห็นแก่ตัวอะ 

 

ยิ่งพอได้นั่งมองหน้าพี่พรายแบบนี้ใจผมกลับรู้สึกเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ ลมหายใจกับผิวหนังมันร้อนวูบวาบไปหมดทำไมแค่ได้อยู่ใกล้พี่มันผมถึงได้รู้สึกมากมายขนาดนี้นะที่สำคัญ... 

 

แข็งอะ...มาตื่นเอาห่าอะไรตอนนี้ละโว้ย! 

 

“เพลงมึงไม่สบายรึเปล่า ทำไมหน้าแดงเชียว” พี่พรายแตะหลังมือมาที่หน้าผากผมอย่างแผ่วเบาแต่มันกลับทำให้ผมต้องสะดุ้งตัวเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้าช็อตลงมาตามผิวหนัง 

 

“ผมโอเคครับพี่” ว่าไปนั่นเวลานี้ต้องใช้สองมือกดลูกชายเอาไว้ครับ เกิดอะไรขึ้นวะ! 

 

“โก้พี่เขียนสมการพร้อมคำอธิบายลงในชีทปึกนี้ให้แล้วนะครับอย่าลืมกลับไปทบทวนเยอะ ๆ ละแล้วก็ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็เข้าไปดูคลิปนี้นะพี่อัปโหลดลงในเพจไว้แล้ว” พี่พรายก้มลงไปเขียนบนเอกสารที่เพิ่งส่งให้ “รหัสผ่านเข้าไปดูคลิปตั้งใจมาก ๆ ล่ะ ถ้ายังอยากเป็นหมออยู่แล้วเดี๋ยวเทอมหน้าพี่จะกลับมาทบทวนเคมี ฟิสิกส์ให้อีกครั้ง” 

 

“โอเคครับพี่พราย ผมว่าพี่รีบพาแฟนพี่กลับเถอะดูหน้าแล้วไข้น่าจะขึ้นสูง” พี่พรายมันหันมามองผมแล้วก็หันกลับไปคุยกับโก้ต่อ 

 

“แล้วโก้จะกลับยังไงให้พี่เรียกแท็กซี่ไหม?” 

 

“ไม่เป็นไรพี่เดี๋ยวแม่ผมเลิกงานแล้วมารับที่นี่ ดีซะอีกผมจะได้มีเวลานั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง อยู่ที่บ้านแม่โคตรเขี้ยวเลยมือถือก็ยังยึดอะ” 

 

“เอาน่าเพราะว่าแม่รักโก้ไง ไม่งั้นไม่ทุ่มเทกับอนาคตของโก้ขนาดนี้หรอก ถ้าลองมองมุมกลับแบบสมการโก้เองก็ต้องคิดว่าการที่ผู้หญิงตัวคนเดียวสามารถส่งเสียโก้มาได้ขนาดนี้แม่จะต้องเหนื่อยมากขนาดไหน แล้วยังเรื่องที่โก้อยากจะเป็นหมออีกค่าใช้จ่ายมันไม่น้อยเลยนะอย่าทำให้แม่ต้องผิดหวังเชียว” 

 

พี่พรายมันลูบไปที่หัวเด็กคนนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นมุมมองแบบนี้ของพี่พรายเคยคิดมาตลอดว่าพี่พรายน่าจะมีอดีตฝังใจเรื่องครอบครัวแต่ที่พี่มันทำอยู่ตอนนี้เหมือนกับกำลังโหยหาความรักที่แท้จริงจากคนในครอบครัวต่างหาก 

 

“ไปกันเถอะเพลง” พี่พรายมันลุกขึ้นยืนแล้วออกแรงดึงแขนผมให้ยืนตามแต่เพลานี้มันจะทะลักออกมาแล้วง่ะ ขอเดินห่อเป็นกุ้งอย่างนี้แล้วกัน 

 

“ปะ ปวดท้อง” จะแสดงก็ต้องเอาให้เนียนอยู่ ๆ คนห่าอะไรจะเดินห่อตัวมันก็ต้องมีสตอรี่กันหน่อยเว้ย 

 

“ไหวไหมมึงงั้นเรียกมอเตอร์ไซค์กลับหอกันนะ” 

 

“ดีครับพี่ดีมาก...ซี๊ดดดดด” 

 

และมันยิ่งซี๊ดหนักกว่าเดิมเมื่อต้องนั่งซ้อนสามมาโดยมีพี่พรายนั่งกลางไอ้พี่วินคนขี่มันก็เบรกรถหลบลูกระนาดแต่ละทีลูกชายผมมันก็แทงไปที่ก้นไอ้พี่พรายตลอด ฮือ~~~~~พี่มันต้องหาว่าผมเป็นคนโรคจิตแน่เลย แล้วยิ่งได้กลิ่นหอมจากต้นคอพี่มันอีก...ปากผมมันก็ก้มเม้มขบลงไปแบบไม่รู้ตัว 

 

ก็ไม่รู้ว่าเริ่มซุกไซ้พี่พรายตั้งแต่เมื่อไหร่ตอนนี้มันมึนหัวไม่หมดอย่างกับข้างในจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ซะให้ได้ ลมหายใจติดขัดขนาดแม้แต่เข้ามาอยู่ในห้องผมยังไม่ปล่อยมือที่กอดเอวพี่มันเลย 

 

“เพลงเดี๋ยวกูไปเอาน้ำมาให้มึงรอกูแป๊บนึงนะ” 

 

“อย่าหายไปนานนะพี่ผมคิดถึง” มือที่โอบเอวพี่มันไว้ยิ่งกระชับแน่นเข้าไปอีก ไม่อยากให้พี่มันไปไหนทั้งนั้นแต่ก็ต้องจำใจปล่อยมือออกแบบเสียไม่ได้ 

 

พี่มันเดินกลับมาพร้อมน้ำในมือพอผมจะรับแก้วนั้นพี่พรายก็ปัดมือผมออกแล้วยกแก้วจรดมาที่ริมฝีปากผมช้า ๆ คอตอนนี้มันแห้งผากไปหมดยกมือทำท่าพอแล้วอยู่ ๆ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อพี่มันเทน้ำที่เหลือในแก้วลงมาที่ตัวผมจนเสื้อผ้ากางเกงมันเปียกไปหมด 

 

“เอ๊ะ! เปียกหมดเลย” สาบานเถอะว่าไม่ได้จงใจ! 

 

ได้แต่กะพริบตามองเมื่อพี่มันนั่งลงคุกเข่าระหว่างขาผม สายตาก็จ้องมองมาที่ตาผมแต่มือพี่มันกลับกำลังแกะกระดุมเสื้อผมออกทีละเม็ดช้า ๆ 

 

“เปียกหมดเลยเดี๋ยวกูเช็ดให้นะ” 

 

“ซี๊ดดดด!” 

 

การเช็ดในแบบที่พี่มันทำคือลากลิ้นตั้งแต่ต้นคอผมลงมาถึงร่องอก มันเสียวเสียจนต้องหลับตาห่อปากร้องออกมา ทุกจุดที่ลิ้นร้อนลากผ่านมันสะท้านมันเซนซิทีฟไปหมด ปกติผมก็ไม่ได้รู้สึกรุนแรงขนาดนี้หรือเป็นเพราะช่วงนี้ผมโหยหาพี่มันมาหลายสัปดาห์ 

 

“อยู่เฉย ๆ นะเพลงเดี๋ยวกูจัดการให้เอง” ตอนนี้พี่มันดูดเลียอยู่แถวสะดือมือก็คอยแกะเข็มขัดกับกางเกงผมออกทีละนิดจนในที่สุดพี่มันก็กระทำการปลดเปลื้องสแล็คขายาวไปอยู่ที่ข้อเท้า 

 

“มึงมันโรคจิตเพลง คิดถึงกูมากจนเก็บอาการไม่อยู่เลยรึไง” มือพี่มันลูบน้องชายผมโดยมีแค่กางเกงในผืนบางเป็นปราการกั้นอยู่...จะร้องก่อนหรือจะตอบคำถามพี่มันก่อนดี “ว่าไงล่ะถ้าไม่ตอบกูหยุดจริง ๆ แล้วนะ” 

 

“ยะ...อย่าหยุดดิพี่...ผะ...ผมคิดถึงพี่ตลอดทุกวินาทีแหละ” 

 

“ยอมรับแล้วสิว่ามึงโรคจิตน่ะ” 

 

“อืม” ตอนนี้ขอตอบไปก่อนเถอะ...จังหวะนี้ได้หมดถ้าสดชื่น! 

 

“ตอบถูกใจงั้นกูจะให้รางวัลมึงเองเพลง” 

 

“อึก...อ๊า” ปลายเท้าจิกแน่นขึ้นมาโดยพลันเมื่อคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ดึงชั้นในผมออกจากนั้นก็ถูแก้มนุ่ม ๆ ลงมาที่ท่อนแกร่งที่กำลังผงาดชูชั้นถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ได้เสียกันมาพี่พรายไม่เคยแอ๊ดวานซ์ผมแบบนี้ มันดีจนผมเองก็หลงใหลไปกับท่วงท่าที่พี่พรายกำลังทำ 

 

ริมฝีปากอ่อนนุ่มบรรจงจูบไปที่ส่วนปลายอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะครอบปากลงไปลิ้มรสชาติลูกรักของผม ภายในช่องปากก็ยังใช้ลิ้นตวัดเกี่ยวไปมาจนต้องแอ่นสะโพกตามจังหวะ ผมต้องหรี่ตามองไปที่คนเบื้องหน้าที่กำลังแกะกระดุมเสื้อตัวเองออกเผยให้เห็นอกขาวน่าจูบ 

 

พี่พรายถอนปากออกจากท่อนแกร่งแล้วเงยหน้ามองผมด้วยรอยยิ้มหวานพร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วรูดกางเกงของตัวเองออก 

 

“เพลงมึงอยากกินขนมไหม?” 

 

ห่ะ...เดี๋ยวครับนี่มันไม่ใช่เวลามาแดกขนมโว้ย กูอยากแดกเมียมากกว่า! 

 

ร่างขาวเดินไปที่ตู้เย็นอีกครั้ง ก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับกระป๋องอะไรสักอย่างในมือ พี่พรายมันเอนตัวนอนไปที่โซฟาโดยเอาขาพาดไว้ที่หน้าตักผมพร้อมกับกระทำการใหญ่ด้วยการเขย่ากระป๋องสองสามที 

 

ซู่~~~~~~~~ 

 

วิปปิ้งครีมสีขาวบรรเลงฉีดไปที่หน้าอก ภาพตรงหน้ามันทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคอก้อนใหญ่ ข่มความหื่นกระหายทั้งหมดด้วยการกัดเม้มไปที่ริมฝีปากแต่ภาพเซ็กซี่มันยังไม่หยุดแค่นั้นเมื่อพี่พรายมันเอานิ้วปาดไปที่วิปครีมแล้วยกนิ้วมือขึ้นมาดูดเลียแบบยั่วเยที่สุด 

 

“หวาน! อยากลองชิมหน่อยไหม?” พยักหน้ารัว ๆ กระโดดขึ้นคร่อมร่างขาวตรงหน้าอย่างเร็วรี่ 

 

คนตรงหน้าผมมันก็ยั่วไม่หยุดจนแทบจะสิ้นสติเมื่อพี่มันกดกระป๋องวิปครีมลงไปที่ปลายลิ้นส่งสายตาเชิญชวนให้ผมชิมของหวานแบบปากต่อปาก 

 

ตู้ม! ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยย 

 

รีบส่งลิ้นชิมรสหวานเข้าไปในช่องปากพี่มันอย่างเร็วรี่ เสียงดูดลิ้นจ๊วบจ๊าบดังขึ้นจนแทนจะลืมทุกอย่างที่อยู่รอบกายมีเพียงรสละมุนหอมหวานที่ยังคงกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้ลุกโชติเท่านั้น 

 

ผมผละริมฝีปากออกก่อนที่จะลากลิ้นไปตามเนินอกตวัดชิมครีมไปจนหมด ยิ่งเวลาพี่มันร้องครางออกมาเบา ๆ นิ้วมือก็ขยุ้มไปตามเส้นผมกดไว้แนบเนินอกที่ชูชันมันทำให้ผมคึกหนักกว่าเดิม 

 

“พะ...เพลงมึงใจเย็นก่อนนะไม่ต้องรีบวันนี้กูจะให้มึงทุกอย่างที่มึงต้องการ เพียงแค่มึงสัญญากับกูก่อนเรื่องนึง” หรี่ตามองพี่มันงง ๆ มาถึงขนาดนี้ผมให้ได้ทุกอย่างแหละ 

 

“ครับผมให้พี่ได้หมดแหละ พี่อยากให้ผมสัญญาอะไรเหรอ?” 

 

“มึงต้องสัญญานะว่าจะรักกูแค่คนเดียวเท่านั้น สัญญาว่าจะอยู่ดูแลกูไปจนวันตาย” 

 

“ครับผมสัญญาถึงพี่จะไม่ขอแต่ผมก็คิดที่จะรักและดูแลพี่คนเดียวตลอดไปอยู่แล้ว” 

 

“ขอบใจนะเพลง ที่มึงทำให้กูรู้สึกยังมีค่ามีตัวตน” พี่พรายเอื้อมตัวมาจูบที่ปากผมพร้อมกับลุกเดินไปหยิบถุงยาที่วางอยู่หน้าทีวีภายในมันมีถุงยางกับเจลหล่อลื่นเยอะที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาไม่ต่ำกว่าห้ากล่องได้มั้ง “ถ้าใช้ไม่หมดกูไม่ยอมให้มึงออกไปจากห้องแน่” 

 

แค่ได้ยินพี่มันพูดผมก็มองเห็นปลายทางของสวรรค์รำไรอยู่ตรงหน้าแล้ว 

 

เริ่ม! ผมน่ะแค่คิดแต่ไอ้พี่พรายมันกลับรูดชั้นในลงแล้วขึ้นมานั่งบนตักผมเลย แถมพี่มันยังให้ผมนั่งเฉย ๆ ดูพี่มันจัดการบีบเจลลงไปที่นิ้วแล้วกดไปที่ช่องทางด้านหลังของตัวเองจนผมเองก็จะทนไม่ไหวแล้วบีบก้นพี่มันไม่หยุดปากก็ดูดไปตามลำคอ 

 

“อ่า...อ๊าาาาา...” เสียงร้องของพี่พรายที่แทบจะไม่เคยได้ยินร้องออกมาอย่างสุขสมเมื่อช่องทางนุ่มนิ่มกดลงมาที่ท่อนแกร่งโดยมีถุงยางเป็นตัวกั้นกลางของเราทั้งคู่ก่อนที่พี่มันจะกดลงไปจนสุดแล้วโอบแขนคล้องคอผมไว้แน่นซุกหน้าจูบมาที่ลำคอ 

 

“อุ้มกูไปที่เตียงสิเพลง วันนี้มึงช่วยเป็นคนเริ่มจนกว่าจะจบได้ไหม?” 

 

ไม่มีการรอช้า ไม่ต้องอิดออด ในจังหวะที่ลุกขึ้นยืนขาแขนพี่มันก็กอดรัดคอรัดเอวผมไว้แน่นกว่าจะเดินมาถึงเตียงผมก็อุ้มขย่มไปหลายทีจนพี่มันครวญครางไม่ได้ศัพท์ พอมาถึงที่เตียงผมก็ค่อย ๆ วางตัวพี่พรายลงนอนแล้วโยกตัวเข้าออกด้วยจังหวะที่นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าร่างกายตอนนี้อยากจะขย่มพี่มันเหมือนคนบ้าก็ตามที 

 

“อึก! อืม” 

 

“เจ็บรึเปล่าพี่ผมจะทำเบา ๆ นะ” มองแววตาพี่พรายที่สั่นระริกแล้วก็ต้องกัดฟันทนทำช้า ๆ 

 

“อย่า...” พี่พรายบีบมือมาที่ไหล่ของผม “อย่าช้า! มีแรงเท่าไหร่กดมาให้หมด!” 

 

แอร๊กกกกกก! คำนี้สิที่กูรอคอย 

 

โหมกระหน่ำด้วยแรงทั้งหมดอย่างดุดันเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องไปทั่วทั้งห้องประสานกับเสียงร้องครางอย่างสุขสมของเราทั้งคู่ 

 

“อัก...อึก...ดีมากอย่างนั้นแหละใส่มาให้สุดแล้วไปหยุดที่พรุ่งนี้เช้า” ถึงจะพูดเสียงกระเส่าแบบนั้นแต่มันไม่ไหวแล้วโว้ย...กดกระแทกลงไปอีกไม่กี่ครั้งเขื่อนเก็บน้ำก็ล้นทะลักออกมาจนแน่นถุงไปหมดซบหน้าไปที่อกของพี่พรายแล้วหอบหายใจออกมาเสียงดัง 

 

ค่อย ๆ ถอนแก่นกายออกมาช้า ๆ แล้วใช้ลิ้นลูบไล้ไปตามยอดอกสีข้างอีกมือก็ช่วยพี่พรายไปด้วยเพียงไม่นานพี่พรายก็ถึงจุดหมายตามผมมา เดินไปหยิบกระดาษทิชชูมาดึงถุงออกจากน้องชาย ทำความสะอาดช่องทางอ่อนนุ่มด้านหลังของพี่มันจนสะอาดดี 

 

ผมดึงตัวพี่พาขึ้นมานอนกอดบนเตียงอีกครั้งมีหลายอย่างที่อยากจะถามพี่มันไงแต่ที่แปลกใจที่สุดคือทำไมไอ้ลูกรักของผมมันถึงไม่ยอมสงบลงสักทีวะเนี่ย! 

 

“พี่พรายจะกลับไปบ้านพร้อมผมจริง ๆ ใช่ไหม? ครับ” 

 

“อืม มึงอยากให้กูไปด้วยรึเปล่าล่ะ?” 

 

“โธ่พี่! ก็ต้องอยากสิผมบอกพ่อแม่กับคุณยายไปแล้วด้วยว่าจะพาแฟนกลับไปด้วยน่ะ” ก้มลงไปหอมแก้มพี่มันที่ยังนอนเอาหัวทับมาที่ช้างน้อยอยู่เลย “ว่าแต่พี่รู้ได้ยังไงครับว่าผมจะชวนพี่กลับบ้านด้วยไอ้พุฒมันบอกพี่เหรอ?” มันก็ไม่น่าจะใช่แฮะเพราะไอ้พุฒก็เพิ่งรู้เรื่องที่ผมจะกลับวันนี้เองนี่หว่าแต่พี่พรายมันเตรียมตัวมาตั้งแต่ก่อนสอบซะอีก 

 

“ความลับน่ะเพลงบางเรื่องมึงไม่ต้องรู้น่าจะดีกว่า เอาเป็นว่ากูก็ตอบตกลงมึงไปแล้วแต่เรื่องสำคัญที่มึงควรจะทำตอนนี้คืออะไรรู้ใช่ไหม?” พี่พรายมันเอื้อมตัวเอานิ้วไปเกี่ยวถุงยาขึ้นมาชูตรงหน้าผม 

 

“รู้ครับ ไม่หมดไม่ต้องออกจากห้องใช่ไหมงั้นเรามาต่อกันเลยเนอะ” 

 

“เออ อย่างที่กูบอกแหละเอาให้สุดแล้วไปหยุดที่หมดถุง!” 

 

 

 

[Part Phai Natee]  

 

สองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ 

 

“พวกมึง...กูจะทำยังไงกับไอ้หินดีวะ แม่งทุกวันนี้ดื้อฉิบหายกูพูดกูเตือนอะไรก็ไม่ยอมฟังแล้ววันนี้นะมีไอ้เด็กหน้าฝรั่งมาตามจีบไอ้หินมันด้วย กูจะทนไม่ไหวแล้วนะเว้ย!” พายุมันขมวดคิ้วยกแก้วเหล้าขึ้นมาถือไว้บนมือปากก็เอาแต่บ่นพึมพำเรื่องน้องหินมาไม่ต่ำกว่าชั่วโมงแล้ว จนผมต้องกลอกตากับความบ้าบอของมัน 

 

ที่เรื่องคนอื่นละเสือกเก่งนัก ที่เรื่องของตัวเองกลับแก้ไม่เป็น...ไอ้ควาย! ก็ได้แต่ด่ามันในใจนั่นแหละจะว่าไปก็แอบแค้นไอ้พายุมันอยู่หน่อย ๆ เหมือนกัน ก็ว่าแล้วเชียวว่าทำไมมันถึงรู้เรื่องผมกับไอ้คิงดีขนาดนี้ที่แท้มันเล่นแอบเข้าห้องผมไปติดเครื่องดักฟังไว้ที่หลังตู้เสื้อผ้า ใต้เตียงแม้แต่หลังกระจกในห้องน้ำก็ยังไม่เว้นและที่ผมจับโป๊ะมันได้ก็เพราะตอนขย่มกับไอ้เพลงบนเตียงเครื่องดักฟังมันหล่นลงมาไงคราวนี้ถึงขั้นต้องรื้อหาทุกซอกทุกมุมเลยแถมมีเกือบสิบตัวด้วย 

 

ไม่ต้องเดาเลยครับว่าในห้องของน้องหินจะมีกี่ตัวผมว่ามันคงยัดไว้เป็นร้อยอันเลยมั้ง ยิ่งพักหลังมันหวงน้องจนหน้ามืดตามัวไปหมดแต่ที่ทำให้ผมต้องอึ้งที่สุดคือการที่มันยังไม่แตะต้องน้องเลยนี่แหละ พายุมันเล่าออกมาหน้าตาเฉยว่าแค่กอดแค่จูบบ้างนิดหน่อยรอให้น้องมันพร้อมมันรักพายุจริง ๆ ก่อนค่อยว่ากันอีกที 

 

...ถ้าบอกว่าซาตานก็มีคุณธรรมก็คงไม่ผิด 

 

ผมนั่งฟังแผนการของพวกไอ้เอ เคน ยูจิและแมงป่อง พวกมันเห็นด้วยที่จะให้น้องหินออกจากงานพิเศษเรื่องนี้ผมเองก็รู้สึกเห็นด้วยนะคนที่อยู่ในโลกสีเทามาตลอดแบบผมทำไมจะไม่รู้ว่ามนุษย์เราเนี่ยจิตใจยากแท้หยั่งถึงถ้าเจอคนดีก็ถือว่ามีโชคแต่คนดีมันไม่ได้มีเยอะไงครับ 

 

ในที่สุดพายุมันก็หลวมตัวกับแผนการอันร้ายกาจ...การถอยออกมาเพื่อให้ใครคนหนึ่งคิดถึงจนทนไม่ไหวเนี่ย บอกตรง ๆ ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่หรอกเพราะมันอาจสร้างบาดแผลให้กับอีกฝ่ายได้หากไม่มีความเชื่อใจกันดีพอ หากแผนผิดพลาดก็จะทำให้คนทั้งคู่ต้องแตกร้าวเหมือนกับแก้วต่อให้ซ่อมแซมยังไงก็ไม่เหมือนเดิมแน่ 

 

“คิดดี ๆ นะพายุการที่มึงหายไปดื้อ ๆ แบบนี้มันจะต้องเสียใจหนักแน่” ก็ได้แต่เตือนไปแบบนั้นส่วนมันจะตัดสินใจแบบไหนก็แล้วแต่บุญแต่กรรมละ 

 

“กูจะคอยเฝ้าดูมันอยู่ห่าง ๆ พราย กูเองก็เจ็บนะที่ไม่ได้คุยไม่ได้เจอมันทุกวันเหมือนอย่างเคยแต่ถ้าตอนนี้กูไม่ทำอะไรสักอย่างหินมันก็จะไม่มีวันรู้ใจตัวเองว่าคนที่มันรักจริง ๆ คือใคร...ระหว่างกูหรือว่า...” ผมไม่รู้หรอกว่าอีกคนที่พายุเอ่ยขึ้นเป็นใครแต่ดูท่าทางน่าจะสำคัญกับพายุพอสมควรไม่งั้นมันคงขัดขวางทุกวิถีทางไปแล้ว 

 

“เอาเป็นว่ากูจะช่วยดูน้องอีกแรงแล้วกัน แต่ถ้ามึงเห็นท่าไม่ดีมึงต้องหยุดแผนนี้ซะนะพายุ ไม่งั้นมึงต้องเสียใจทีหลังแน่” 

 

“อืม กูตัดสินใจแล้วว่าปิดเทอมรอบนี้กูจะพาหินกลับบ้านที่อุตรดิตถ์น่ะ กูเองก็มีญาติอยู่ที่นั่นและถ้าเป็นไปได้กูจะขอหินเป็นแฟนหลังจากสอบเสร็จและเพื่อแสดงว่ากูจริงจังกับน้องกูจะเข้าไปไหว้พ่อแม่ของหินมันด้วยไปขออนุญาตคบกับน้องมัน” 

 

“มึงเอาจริงขนาดนี้เลยเหรอวะพายุ” 

 

“เออสิไอ้เอ มึงเคยเห็นกูจริงจังขนาดนี้กับใครไหมล่ะ” 

 

“ดีแล้วพายุมึงเองก็เจอคนที่ใช่สำหรับมึงแล้วรักษาให้ดีล่ะ” เคนมันชูแก้วมาข้างหน้าแล้วส่งสายตาให้พวกผมชนแก้วสีอำพันนั้น 

 

“หินเป็นคนที่ใช่ของกูมานานแล้ว...นานมากแล้วจริง ๆ” 

 

บางทีผมก็อิจฉาพายุที่กล้ายอมรับออกมาตรง ๆ ว่ารักขนาดไหนในขณะที่ผมมัวแต่อิดออดเรื่องของเพลง กลัวนั่นกลัวนี่ไปหมดกลัวว่าสักวันมันจะทิ้งผมไปแล้วผมจะต้องกลับมาเจ็บปวดอีกครั้ง ทำไมผมถึงไม่เชื่อใจในความรักที่เพลงมันมอบให้มา 

 

ทั้งที่มันก็แสดงออกอย่างชัดเจน...ปัญหาคงอยู่ที่ผมแล้วล่ะบางทีคงถึงเวลาที่ผมจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว 

 

“พวกมึงปิดเทอมนี้ไปพร้อมกูได้ไหม?” 

 

“เอาพวกกูไปด้วยทำไมวะ อย่างนี้มึงจะมีเวลาสวีทกับน้องเหรอ?” 

 

“กูไม่อยากให้หินมันรู้สึกประหม่าเวลาอยู่กับกูสองคนน่ะ แล้วที่สำคัญมึงก็ไม่มีอะไรทำนี่ยูจิอุตรดิตถ์ที่เที่ยวเยอะนะแถมพ่อกูก็มีบ้านอยู่ในตัวจังหวัดด้วยก็ถือซะว่ากูชวนพวกมึงไปเที่ยวด้วยละกัน” 

 

“แล้วไอ้ป้องล่ะมันไปกับมึงรึเปล่า” ยูจิมันกระตุกยิ้มถาม 

 

“มันต้องกลับไปเยี่ยมแม่เยี่ยมยายที่อังกฤษพร้อมพวกพี่ชายมันน่ะ มึงถามถึงมันทำไมวะ” 

 

“ปะ...เปล่าก็แค่เห็นพวกมึงสนิทกันไงเลยถามดู” 

 

“เออ ว่าแต่มึงเถอะพรายไม่คิดจะไปไหว้พ่อแม่ไอ้เพลงมันหน่อยรึไงวะ กูว่าเพลงมันต้องดีใจแน่ถ้ามึงยอมกลับไปกับมันด้วย” 

 

“ไปแหละอยู่ที่นี่กูก็ไม่มีอะไรทำ เอาจริงกูก็อยากรู้จักครอบครัวเพลงมันด้วยอยากรู้ว่าทำไมถึงเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีได้ขนาดนั้น” 

 

“แหม อยากไปกราบพ่อผัวแม่ผัวก็บอกมาเถอะมึงไม่ต้องอายแล้วมั้ง เขารู้กันหมดแล้ว” เสือกเก่งไอ้เอ! 

 

หลังจากคุยกันเสร็จผมก็ขอตัวกลับก่อนอยากเดินเล่นผ่อนคลายสมองสักหน่อยในหัวมันก็คิดแต่เรื่องของเพลงเต็มหัวไปหมด ไอ้เด็กนั่นมันก็คงคิดถึงบ้านเหมือนกันสินะจากคนที่เคยอยู่บ้านมาตลอดต้องจากบ้านเกิดเข้ามาเรียนในกรุงเทพตั้งห้าหกเดือนแบบนี้แต่สิ่งเดียวที่ฉุดรั้งมันไว้จนไม่ยอมกลับก็น่าจะเป็นเพราะผมเอง ดังนั้นครั้งนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้มันมีความสุขที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อให้มันรักมันหลงผมจนถอนตัวไม่ขึ้น 

 

ผมเริ่มกลับมาเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบต่อและก็วางแผนเรื่องการติวเนื้อหากับเด็กที่มาเรียนกับผมทั้งหมดอย่างน้อยจะได้มีเวลาอยู่กับคนที่ผมรักโดยไม่ต้องพะวงกับหน้าที่ของตัวเอง ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่ามันเหนื่อยมากที่ต้องเตรียมตัวสอบแล้วสอนเด็กให้จบไปพร้อม ๆ กัน 

 

หลายครั้งที่เพลงมักจะไลน์มาหาผมด้วยความคิดถึงแต่เป็นผมเองที่เหนื่อยจนแทบจะไม่มีแรงคุย ได้แต่ภาวนาให้เพลงอดทนรอผม ที่ไม่ได้บอกออกไปตรง ๆ เพราะอยากจะเซอร์ไพรส์มันด้วยไงจนผ่านมาสองอาทิตย์การสอบตัวสุดท้ายก็มาถึงหลังออกจากห้องสอบผมก็ต้องรีบตรงไปสอนเด็กที่ชื่อโก้ต่อแต่ยังไม่ทันได้ลงจากตึกผมกลับเจอเพื่อนสนิทของไอ้เพลงมาดักรออยู่ก่อนแล้ว 

 

“พี่พรายจำผมได้ไหมครับออดี้ที่เป็นเพื่อนภาคเดียวกับไอ้เพลงไง” ผมพยักหน้าจำได้ในทันทีเด็กคนนี้หน้าตาโดดเด่นมีเชื้อสายชาวต่างชาว “คืองี้นะพี่ผมจะบอกพี่แบบไม่อ้อมค้อมเลยละกันคือไอ้เพลงน่ะมันตัดสินใจจะกลับบ้านมันที่ต่างจังหวัดแล้วมันอยากจะชวนพี่กลับไปกับมันด้วยแต่มันไม่กล้าขอพี่น่ะ มันกลัวว่าพี่จะปฏิเสธ...ผมขอร้องนะพี่อย่าใจร้ายกับมันเลยตอนนี้พวกมันกำลังวางแผนให้พี่หึงอยู่แต่ผมดูยังไงก็พังแน่” 

 

เพลงมันจะรู้ไหมนะว่าเพื่อนขายมันหมดเปลือกเลยแต่ก็ดูรู้แหละว่าพวกเพื่อน ๆ มันรักไอ้เพลงขนาดไหน 

 

“อืม พี่ก็ตั้งใจว่าจะกลับไปพร้อมมันนี่แหละงั้นพี่ขอตัวก่อนนะ ยังไงฝากบอกมันด้วยละกันว่าหาพี่ไม่เจอ” 

 

ไม่ว่าผมจะเดินผ่านโรงอาหารหรือลานกลางก็เจอเพื่อนไอ้เพลงมาดักรออยู่เป็นระยะและคำพูดก็คล้าย ๆ กันจนผมอดขำไม่ได้แถมยังเล่าแผนการที่จะทำให้ผมหึงออกมาจนหมดอีก 

 

เฮ้อ...เด็กหนอเด็ก ผมดีใจนะที่เพลงมันเองก็อยากให้ผมรักมันแค่คนเดียว...อย่างน้อยตอนนี้ใจเราก็ตรงกัน 

 

เสียเวลาไปเยอะกว่าจะมาถึงร้านกาแฟหน้ามอคนที่ผมอยากเจอที่สุดก็มาดักรอเช่นกัน 

 

...พุฒ 

 

“หายโกรธพี่แล้วรึไงถึงได้มาดักรอที่นี่ได้น่ะ” 

 

พุฒไม่ยอมคุยกับผมเลยตั้งแต่เรื่องคิง ส่วนใหญ่ก็พยายามหลบหน้าผมตลอดขนาดตอนโดนทำโทษยังเดินห่าง ๆ ผมอีกมีหลายคำพูดที่อยากจะขอโทษน้องชาย มีหลายอย่างที่จะขอบคุณตอนนี้ผมต้องวางทิฐิของตัวเองการเพื่อประสานรอยร้าวของเราทั้งคู่ 

 

“ผมมาเรื่องเพลงน่ะ พี่อาจจะไม่ชอบก็ได้แต่ฟังผมก่อนนะ” 

 

หมับ! เป็นผมเองที่เดินเข้าไปโอบกอดน้องชายมันเป็นสิ่งที่ผมควรจะทำมาตั้งนานแล้ว 

 

“พี่ขอโทษนะพุฒ ขอโทษจริง ๆ” พุฒตัวแข็งไปชั่วขณะก่อนที่จะโอบแขนกอดผมกลับ 

 

“พี่พรายผมรักพี่พรายนะพวกผมไม่เคยโกรธพี่เลยสักครั้ง ผมอยากเห็นพี่พรายมีความสุขอยากให้มีคนดูแลพี่ได้และผมเชื่อว่าคนที่จะทำแบบนั้นได้ก็มีแค่ไอ้เพลงคนเดียวเท่านั้น” พุฒขยับตัวออกจากผมแล้วปาดน้ำตาบนใบหน้าไปมา 

 

“พี่รู้แล้ว พี่เจอเพื่อนมึงครบทุกคนแล้วล่ะ” พุฒมันหัวเราะออกมาเสียงดัง 

 

“ฮ่า ๆ ๆ ผมก็นึกว่ามีผมคนเดียวที่หลอกเพลงซะอีก มิน่าก้อยมันถึงเรียกสามสาวนั่นมาที่แท้กะจะแกล้งไอ้เพลงนี่เอง งั้นถ้าพี่รู้หมดแล้วก็หมดหน้าที่ผมแล้วผมไปก่อนนะ” 

 

“เดี๋ยว!” มือผมคว้าข้อมือของพุฒไว้ก่อนที่จะเดินหันหลังกลับ “พี่ฝากบอกพ่อด้วยว่าหลังจากกลับมาจากบ้านเพลงแล้วพี่จะกลับไปค้างที่บ้าน” 

 

พุฒดูตะลึงกับคำพูดของผมอยู่ไม่น้อย ผมรู้สึกได้ถึงแววตาดีใจและรอยยิ้มกว้างที่ส่งกลับมา 

 

“สัญญาแล้วนะพี่ ถ้าพี่ผิดสัญญาผมจะไม่คุยกับพี่อีกเลย” 

 

“อืม สัญญา” 

 

“อ้อ ผมลืมไปซะสนิทเลยตั้งใจว่าจะมาหาพี่เพราะเรื่องนี้ด้วยผมเป็นคนวางแผนให้เพลงมันทำให้พี่หึงน่ะ แต่อย่างไอ้เพลงมันทำไม่ได้หรอกมันรักพี่จะตายโกหกก็ไม่เนียน ถ้าพี่รักมันก็สงเคราะห์มันหน่อยละกัน” พุฒมันล้วงลงไปในกระเป๋าแล้วหยิบกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ยัดใส่มือผมจนต้องหยิบขึ้นมาอ่านแล้วกลอกตาให้กับความเจ้าเล่ห์ของน้องชาย 

 

“เม็ดเดียวพอนะพี่ ผมซื้อมาจากอินเทอร์เน็ตตัวนี้ค่อนข้างปลอดภัยหายห่วง ดูจากน้ำหนัก ส่วนสูงและสุขภาพของไอ้เพลงน่าจะไม่เป็นอันตรายหรอก อย่าลืมใส่ลงไปในกาแฟดำร้อนนะพี่ไอ้เพลงมันกินแค่อย่างเดียวตั้งแต่รู้จักกันมา” 

 

พุฒเดินโบกมือลาผมแล้ววิ่งกลับเข้ามหา’ลัยไปในทันที 

 

ยืนมองกล่องไวอาก้าในมืออยู่นาน ถ้าผมใช้คงจะเป็นผมเองที่ต้องเหนื่อยจนหอบแฮ่ก ๆ แห๋งแต่เอาเถอะถือว่าตอบแทนที่เพลงมันรอผมมาตั้งสองอาทิตย์ละกัน ที่สำคัญงานนี้ผมก็ตั้งใจจะยั่วอารมณ์มันอยู่แล้วด้วย 

 

กะว่ายังไงวันนี้ก็จะเสิร์ฟของหวานบนตัวให้มันกินอยู่แล้ว...ไม่หลงก็ให้มันรู้ไปสิ! 

ความคิดเห็น