Hanabidou
facebook-icon

Good Things take time

ชื่อตอน : Chapter 4-1

คำค้น : Hanabidou, คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว, ฟีลกู๊ด, เด็ก, ครอบครัว, วาย, BL, ญี่ปุ่น

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2563 10:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4-1
แบบอักษร

4

“เอ้า นอนซะหนูน้อย”  

             โอโตนามิวางเด็กหญิงที่อุ้มมาลงบนฟูกช้าๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่สามารถดึงผ้าขึ้นไปห่มให้ได้โดยที่เด็กน้อยไม่ตื่นขึ้นมาโวยวายเสียก่อน ห้องเสื่อทาทามิแบบญี่ปุ่นขนาดหกเสื่อกลายเป็นห้องนอนของสองพ่อลูกที่มีเพียงฟูกสองผืนปูอยู่ติดกัน (และไม่พับเก็บ) ติดกับห้องนอนเป็นห้องรับแขกที่รวมเป็นหนึ่งห้องเดียวกับห้องครัวก็เลยมีขนาดกว้างอยู่ แต่ก็ดูคับแคบลงถนัดเมื่อเอาโซฟาปรับนอนได้กับโต๊ะกินข้าวที่ขนจากบ้านใหญ่มาตั้งเอาไว้ลวกๆ โอโตนามิกับมุคาเอดะช่วยกันขนของกลับมาสองรอบเมื่อตอนบ่าย แล้วค่อยกลับไปเอารถตัวเองที่บ้านนั้นอีกรอบ ซึ่งก็กะไว้แล้วว่าพ่อแม่เขาต้องชวนกินข้าวเย็นด้วย ไอ้ที่ว่าจะกลับมาจัดข้าวของกันต่อก็เลยต้องล้มเลิก เอาเข้าจริงๆ กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็สี่ทุ่มกว่า แถมยังกลับมาในสภาพนี้อีก

             โอโตนามิลงบันไดกลับลงไปที่รถซึ่งยังสตาร์ทเครื่องยนต์เอาไว้อยู่ เขาดับเครื่องก่อนจะมองมุคาเอดะที่นอนเอียงคอพิงหน้าต่างบนเบาะหลัง ใบหน้าแดงก่ำ ลมหายใจอุ่นอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะบิดาคะยั้นคะยอคอยเติมเครื่องดื่มให้มากเกินไปหรือเจ้าตัวอยากจะดื่มอยู่แล้ว เพราะช่วงเวลาที่ผ่านมาอัดแน่นไปด้วยความเครียดจากทุกด้าน จนไม่มีเวลาได้ปลดปล่อยตัวเองบ้าง

             “ถึงบ้านแล้ว” โอโตนามิเรียกไปอย่างนั้น เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยิน แค่ดึงประตูรถเปิด ศีรษะก็ตกออกมาจนเขาต้องรีบเอามือประคองไว้ ก่อนจะคร่อมตัวไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้ ตอนออกจากบ้านมาเขาก็เป็นคนคาดให้เองแหละ

             “เดินไหวไหมหือ?” ไหวไม่ไหวเขาก็ประคองลากออกมาแล้ว มุคาเอดะไม่ถึงกับไร้สติ ยังลืมตาขึ้นมาดูและน่าจะรู้สึกตัวได้ว่าโอโตนามิประคองตัวเองอยู่ แต่พอจะผลักตัวออกแล้วบอกว่าเดินไหว ขาก็ก้าวไม่ตรงทาง ต้องฟุบหน้าลงไปกับลำคอของเจ้าของรถใหม่

             มุคาเอดะไม่ใช่คนตัวเล็ก แต่เพราะอีกฝ่ายตัวสูงและขนาดของร่าง กายหนากว่า เลยไม่มีปัญหาในการจับแขนชายหนุ่มพาดกับลำคอตัวเองแล้วประคองให้ขึ้นบันไดไปทีละขั้น โอโตนามิหลุบตามองเจ้าของใบหน้าเนี้ยบที่อยู่ในอาการสะลึมสะลือเต็มที่ ช่องว่างความแตกต่างระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเอาการเอางานกับอาการเมาไม่เป็นท่าและใบหน้าแดงก่ำขนาดนี้ทำให้คนประคองต้องพยายามสงบจิตสงบใจเอาไว้อย่างมาก พาเข้าห้องได้ก็หย่อนชายหนุ่มไปบนโซฟา ถอนหายใจมอง ก่อนจะเดินหาผ้าห่มมาห่มให้ โดยเปิดไว้แค่แค่ไฟสีส้มตรงห้องครัว

             “เป็นครอบครัวที่ดีจริงๆ นะครับ ดีจริงๆ”

             โอโตนามิหันไปมองขณะกำลังเปิดตู้หาแก้ว ดูเหมือนว่ามุคาเอดะจะพอได้สติขึ้นมาบ้าง ก็เลยยันตัวลุกขึ้นมานั่ง ขยี้ผมตัวเองไปมา หน้าแดงก่ำ

             “มิน่าล่ะ คุณชินถึงได้เป็นคนอบอุ่นและชอบดูแลคนอื่น เพราะว่าคุณมาจากครอบครัวที่อบอุ่นมากๆ”

             “นายยังไม่รู้จักฉันขนาดนั้นสักหน่อย” โอโตนามิเดินกลับมา ยื่นแก้วน้ำให้

             “รู้สิ ของแบบนี้มันมีอะไรนะ? ออร่า...” มุคาเอดะตอบอู้อี้ ดื่มน้ำทีเดียวหมดแก้ว “เพราะอย่างนี้พ่อแม่คุณถึงไม่คิดว่าคุณเป็นอะไรแล้วมันจะยังไงไง ถ้ามีลูกชายอย่างคุณ จะเป็นอะไรมันก็น่าภูมิใจไม่ใช่เหรอ รอบข้างคุณถึงได้มีคนแวดล้อมเสมอ ขี้โกงที่สุดเลย”

             “เพ้อเจ้อน่ะ นายเมาแล้ว”

             “แบ่งมาให้ผมได้สักครึ่งนึงก็ดี”

             “จะให้แบ่งอะไรน่ะฮึ?”

             “ความอบอุ่นไง”

             โอโตนามินิ่งไปชั่วขณะ ตอนแรกตกใจจริงๆ จนถึงกับรับแก้วมาถือค้าง ขนาดหมอนี่พูดต่อ...ข้างในก็ยังไม่หายตื่น

             “ความเป็นคนอบอุ่นแบบคุณไง? ถ้าผมมีบ้าง ฟุซาโกะก็คงจะมีความสุขกว่านั้น”

             “...ภรรยาเก่าน่ะเหรอ”

             “ถ้าเลือกได้ พ่อแม่ผมก็คงอยากมีลูกแบบคุณนี่แหละ” ดวงตาฉ่ำไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์หลุบมองพื้น ฉายแววปวดร้าวออกมาชั่วแวบ “แต่กลับมีแค่ลูกชายคนเดียวที่ไม่ได้ดังใจสักอย่าง ทำพังได้หมดทุกเรื่อง ขนาดคนที่เขาเลือกให้บอกว่าดีแล้ว ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ทำให้เขาเสียหน้า ตอนนี้ก็มองหน้าเพื่อนไม่ติด”

             โอโตนามินิ่งเงียบ วางแก้วลงบนโต๊ะแล้วลงไปนั่งข้างๆ

             “...ภรรยาเก่าที่หย่าไป เป็นลูกของเพื่อนพ่อ?”

             “อือ” มุคาเอดะตอบด้วยการพยักหน้า ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่ปล่อยตัวเองให้ดื่มมากขนาดนี้หรือไม่ แต่ดวงตาที่หลุบมองพื้นอย่างจงใจไม่มองเขานั้น มันบอกได้ว่ากำลังมองตัวเองต่ำขนาดไหน

             เพราะอย่างนี้ ถึงไปขอความช่วยเหลือเรื่องลูกสาวกับพ่อแม่ตัวเองไม่ได้สินะ... 

             “ผมไม่เก่งพอจะดูแลใครได้หรอก เอาตัวเองยังไม่รอดเลย ทั้งที่บอกแล้วนะ พอทุกอย่างมันพังอย่างที่คิดจริงๆ กลายเป็นผมผิดอีกแล้ว”

             “นายดูออกจะทำงานเก่ง”

             “ก็เพราะอย่างนั้นไง” มุคาเอดะทำหน้าฮึดฮัดขึ้นมา “แค่ให้ทำอะไรให้ได้ดีอย่างเดียวผมก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นแล้ว จะให้ทำให้ดีทั้งงานทั้งเรื่องครอบครัวน่ะเหรอ? ผมไม่เก่งขนาดนั้นหรอก ไม่สามารถจะดูแลใครได้ ไม่เหมาะจะแต่งงานตั้งแต่แรก คุณชินเข้าใจไหม?”

             “อือ...” โอโตนามิรับในลำคอ “ดูนายเป็นพวกเด็กดีไม่กล้าขัดพ่อแม่ด้วยนี่นะ แต่ต้องหัดกบฏเสียบ้าง”

             คำของโอโตนามิเหมือนไปจี้จุดอะไรบางอย่าง มุคาเอดะเงยหน้ามอง ไม่รู้ว่าดวงตาที่ฉ่ำนั่นเป็นเพราะน้ำตาคลอหรือฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ภาพใบหน้าที่ก้มกลับลงไปพลางส่ายศีรษะไปมา มันดูสิ้นหวังจนคนมองยังคิดว่าอยากจะช่วยอะไรสักอย่าง ...ทว่าอย่างมากก็คงได้แค่ช่วยบีบนวดคลึงไหล่

             “ผลก็เป็นอย่างนี้ไง” มุคาเอดะตอบอู้อี้ด้วยเสียงประชด

             “เอาน่า อย่าไปแบกอะไรไว้เยอะ ไหล่นายแข็งมาก” โอโตนามิปลอบ คิดว่าอีกฝ่ายยอมผ่อนคลายตามอย่างที่เขาว่าไม่มากก็น้อย เพราะยอมหันหลังมาให้แต่โดยดี โอโตนามิก็เลยกระเถิบตัวเข้าไปนั่งซ้อน แล้วก็คลึงรอบไหล่ให้ทั้งสองข้าง

             “ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้ดีคนเดียวนี่ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องแวะซื้อข้าวเย็นที่ไหน มากินที่ร้านนี่”

             มุคาเอดะหันไปมอง แววตาเป็นประกายต่างจากเมื่อครู่

             “คุณชินทำอาหารเป็นเหรอ?”

             “ประมาณว่า...เปิดร้านเฟ้ย! นี่เจ้าของ”

             มุคาเอดะหัวเราะ โอโตนามิเหลือบมองยิ้มๆ ในที่สุดก็ทำให้หมอนี่หัวเราะออกมาได้

             “จริงด้วย อยากจ่ายค่ากินเป็นรายเดือนเลย”

             “ก็เอาสิ”

             “พูดจริงเหรอครับ!” มุคาเอดะหันกลับไปอีกรอบ จนโอโตนามิต้องจับศีรษะให้หันกลับไปเบาๆ นายก็อย่าหันมาบ่อยนัก แล้วไม่ต้องทำหน้าดีใจกับทุกเรื่องที่ฉันพูดก็ได้...

             “พูดจริงหรือเปล่า ถ้าฝากท้องเรื่องข้าวเย็นกับคุณชินได้ ผมจะจ่ายรายเดือนจริงๆ นะ คิดเท่าไหร่ว่ามาเลย”

             “เออ แต่ถ้าไม่บอกว่าอยากกินอะไร ฉันจะทำให้ตามใจฉันนะ”

             “อย่างนั้นเลยก็ได้ครับ เอาตามที่คุณชินสะดวกเลย”

             “อย่างนั้นก็ลิสต์ของที่มิสุเอะจังชอบกับไม่ชอบไว้ให้หน่อย ถ้ามีอาหารที่แพ้ก็ใส่ไปด้วยล่ะ” โอโตนามิพูดต่อ “แล้วนายมีอะไรที่ไม่กินไหม?”

             “อืมม์... พริกหยวก”

             “พริกหยวก?” ขำพรวด “นายเป็นเด็กอนุบาลหรือไง”

             “ของที่มันไม่อร่อย โตไปแล้วก็ไม่คิดว่ามันอร่อย”

             “โอเค งั้นเป้าหมายของฉันคือจะทำให้นายกินพริกหยวก”

             “เอ๊~~~~” มุคาเอดะร้องยาว จนโอโตนามิแอบขำ “นี่มันแกล้งกันชัดๆ เลย”

             “เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องกินพริกหยวก”

             “คุณโอโตนามิไม่มีของกินที่เกลียดหรือไง?”

             “ไม่มี”

             มุคาเอดะจ้องอย่างจะจับผิด เหมือนจะบอกด้วยสายตาว่าเป็นไปไม่ได้ว่าจะไม่มีของที่ไม่ชอบ โอโตนามิเหลือบมองแล้วเกือบจะขำหน้าแบบนั้น แต่มุคาเอดะก็พูดออกมาเสียก่อน

             “เดี๋ยวผมจะหาจุดอ่อนของคุณชินให้ได้เลย”

             “ตามสบาย”

             “ว่าแต่ ไปเรียนมาจากไหนหรือครับ?” มุคาเอดะถาม

             “อะไรล่ะ?”

             “ก็การนวดไหล่น่ะสิ”

             “มันดีไหมล่ะ?”

             “จะหลับแล้วครับเนี่ย”

             โอโตโนมิลอบยิ้ม แต่อีกฝ่ายที่หันหลังอยู่ไม่เห็น

             “เอ่อ คุณชินบอกพ่อแม่เรื่องนั้นตอนไหนน่ะ?” มุคาเอดะชวนคุยต่อ

             “เมาแล้วพูดมากเหมือนกันนะเราน่ะ” โอโตนามิทำเสียงบ่น มือคลึงกลางหลังให้พลางตอบ “ม.ปลายปีสอง”

             “โห... มัธยมปลายเลยหรือครับ รู้ตัวได้ยังไงน่ะ แสดงว่าชอบใครสักคนในโรงเรียนน่ะสิ? คนในห้องเหรอ?”

             “นายนี่มันเจ๊าะแจ๊ะ เคยคิดว่าเหมือนลูกกระต่าย แต่จริงๆ นายมันปอมเมอเรเนียน”

             “ใครลูกกระต่าย?”

             “ช่างเถอะ”

             “แล้วคบเป็นแฟนกันไหมครับ?” มุคาเอดะไม่ยอมแพ้ ยังกลับไปหัวข้อเดิมได้

             “พูดบ้าๆ ฉันก็ไม่ได้ห้าวขนาดนั้น แล้วถึงครอบครัวจะรู้ แต่คนอื่นก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วยหรอกนะ แต่เอาจริงๆ ถ้ารู้ตัวว่าจะก้าวมาทางนี้เต็มตัวขนาดนี้ ตอนนั้นคงเปิดตัวให้อลังการกว่านี้แล้ว”

             มุคาเอดะหัวเราะ

             “เป็นคนยังไงเหรอครับ?”

             “ใครล่ะ?”

             “คนที่ชอบน่ะสิ”

             “นายเป็นสาวออฟฟิศขี้เหงาที่หาเพื่อนคุยเรื่องความรักด้วยหรือไงหา” โอโตนามิบ่นอีกรอบ

             “ก็คุณชินบอกว่าผมไม่ใช่สเปคไง” มุคาเอดะตอบทันที “มันก็ต้องอยากรู้สิว่าสเปคคุณชินเป็นยังไง อ้อ ผมแนะนำเพื่อนที่ทำงานให้ได้นะ”

             “...” โอโตนามินิ่งไปชั่วครู่ เปลี่ยนไปคลึงท้ายทอยให้ มองต้นคอขาวที่เจ้าของลำคอคอยตอบเบาๆ ว่า `ใช่ครับ ตรงนั้นๆ`

             “นายคิดว่าไงล่ะ?” โอโตนามิถามกลับ

             “อืมม์ น่าจะเป็นคนเนี้ยบๆ สะอาดสะอ้าน ดูภายนอกเงียบๆ ถ้าไม่สนิทด้วยจะไม่คุย” มุคาเอดะทำท่าคิด “อะไรอีกดีครับ? คุณชินเป็นพวกไทป์พี่ชายอบอุนนี่ คนแบบนั้นทำอะไรก็คงดูน่ารักในสายตาคุณชินไปหมดแหงมเลย”

             “โคตรจะเพ้อเจ้อ ไปเอามาจากไหน” โอโตนามิออกจะขำในจินตนาการอันบรรเจิดของมุคาเอดะ

             “อ้าว ก็บอกว่าสเปคของคุณชินไม่ใช่ผมไง” แววตาชุ่มฉ่ำช้อนขึ้นมาตำหนิ ทำเอาคนมองสะอึก “มันก็ต้องเป็นอะไรที่ตรงข้ามกับผมอยู่แล้วสิ”

             “นายพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว...นี่แค้นฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?”

             “มันช็อคนะ”

             “ช็อคอะไรของนายฮึ?”

             “ช็อคสิ นี่เพิ่งหย่ามา เมียหนีไป แถมเรียกค่าเสียหายอีกบานตะไทนะครับ” มุคาเอดะบ่น “มาเจอเพื่อนใหม่ที่บอกว่าชอบผู้ชายด้วยกัน ขนาดเขาชอบผู้ชายเขาก็ยังบอกว่าอย่างผมไม่ใช่สเปคเลย มันเหมือนคนไม่มีอะไรดีเลยไง”

             โอโตนามินิ่งไปชั่วขณะ ทั้งที่ความจริงคิดว่าตัวเองแตะเบรคไว้ดีแล้ว แต่พอได้ยินอย่างนี้ มือที่กดนวดไหล่ให้ จู่ๆ ก็หยุดกึก

             “...ถ้าบอกว่าจริงๆ แล้วเป็นสเปคทุกอย่างจะดีใจหรือไง?”

             “ครับ? ไม่ต้องมาแก้ให้เลยครับ มาบอกตอนนี้คือโกหกละ”

             “อย่างนี้ยังว่าโกหกอีกหรือเปล่า?”

             โอโตนามิก้มหน้าลง ใช้ริมฝีปากแตะลำคออีกฝ่ายเบาๆ มุคาเอดะสะดุ้ง แต่ยังไม่ทันหันกลับไปว่าอะไร ริมฝีปากที่พ่นลมหายใจอุ่นก็ไซ้ขึ้นมาที่ข้างลำคอ ค่อยๆ ไล่ไปจนถึงหลังใบหู ขบลงเบาๆ ในขณะที่เลื่อนแขนไปกอดแน่นจากข้างหลัง 

 

To be continue

 

MEB E-book ID >> Hanabidou

ความคิดเห็น