facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

33.ความ (ไม่) ลับ

ชื่อตอน : 33.ความ (ไม่) ลับ

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.1k

ความคิดเห็น : 185

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2563 23:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
33.ความ (ไม่) ลับ
แบบอักษร

33.ความ (ไม่) ลับ 

  

               เรือของเจ้าหน้าที่หลายลำแล่นตรวจตราไปทั่วพื้นที่เขื่อนบางลางและอ่างเก็บน้ำฮาลา-บาลาเพื่อตามหาผู้กองพนากับแก้วเจ้าจอมที่หายตัวไปเมื่อหนึ่งวันก่อน ลำพังแค่ผู้กองพนานั้นไม่เท่าไหร่แต่สำหรับแก้วเจ้าจอมนี่สิ เพียงแค่รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวของใครและเป็นหลานสาวของใครเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจทหารในพื้นที่ต่างก็รีบสนธิกำลังกันออกตามหาทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ซึ่งงานนี้ ผบ.กรันณ์เดินทางมาตามหาลูกสาวด้วยตัวเองพร้อมกับผู้การนที ผู้พันเอกพล ผู้กองอานัส ผู้กำกับจิรพัฒน์ ผู้กองกวินทร์และอริน เรียกได้ว่าขนมากันหมดทั้งแก๊งทหารพรานเลย 

               “พ่อครับ ให้ผมเรียกลูกน้องในทีมมาช่วยดีมั้ยครับ” ผู้กองกวินทร์หันมาถามผู้เป็นพ่อขณะเดินป่าออกตามหาแก้วเจ้าจอม เพราะ ผบ.กรันณ์เชื่อว่าหากแก้วเจ้าจอมไม่ได้จมหายลงไปในน้ำเธอก็น่าจะไปขึ้นฝั่งที่เกาะหรือเขาสักลูกภายในเขื่อนบางลางแห่งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่มกับทีมลาซูที่ออกเรือลาดตระเวนกับแก้วเจ้าจอมบอกว่าเธอตกเรือลงไปในเขื่อนแล้วผู้กองพนาก็รีบกระโดดลงไปช่วย จากประวัติของผู้กองพนาคนนี้ ผบ.กรันณ์เชื่อมั่นในฝีมือของเขาว่าเขาจะสามารถช่วยแก้วเจ้าจอมขึ้นมาจากน้ำได้ แต่...สิ่งที่เขากลัวที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่บอกว่าเธอถูกยิงเข้าที่กลางอก เสื้อเกราะกันกระสุนก็ไม่ได้ใส่ด้วย ต่อให้ผู้กองพนาจะช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำได้เขาก็กลัวเหลือเกินว่าจะได้แค่ร่างที่ไร้ลมหายใจของลูกสาว 

               “ทุกคนว่างกันหรอ” 

               “ครับ ตอนนี้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนต่างก็รู้จักไนเปอร์กันดีพวกเขายินดีมาช่วยครับ” 

               “ได้ ใครอยากมาช่วยก็เรียกมาให้หมด” ผบ.กรันณ์ตอบอย่างอ่อนล้าไปทั้งหัวใจ เขาเพิ่งได้ลูกสาวคืนมาเมื่อสามเดือนก่อน แม่นางไม้น้อยเพิ่งได้กลับเข้าอ้อมอกของพ่อแล้วทำไมถึงเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ได้อีก ถ้าลูกสาวของเขาเป็นอะไรขึ้นมาเขาจะเล่นงานพลโทคีรินทร์ให้อ่วมเลย ถ้าพลโทคีรินทร์ไม่ย้ายเธอลงมาใต้ป่านนี้แก้วเจ้าจอมก็คงจะปลอดภัยดีอยู่ที่แม่สอด 

               ผบ.กรันณ์มองไปรอบๆ ตัวด้วยความเป็นห่วงลูก ตอนนี้ในผืนน้ำของเขื่อนบางลางเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ กำลังช่วยกันขับเรืออกตามหาแก้วเจ้าจอม เขาเองก็ไม่อยากอยู่รอลูกเฉยๆ จึงได้ออกเดินป่าตามหาด้วยตัวเองและแยกย้ายกันหากับทีมของผู้การนที ผู้พันเอกพล ผู้กองอานัส ผู้กำกับจิรพัฒน์ ตอนนี้มีเพียงแค่ผู้กองกวินทร์กับอรินและลูกน้องบางส่วนเท่านั้นที่ออกเดินตามหากับเขา 

               “พี่ไนเปอร์ต้องไม่เป็นไรครับคุณลุง ยัยโหดไนเปอร์ดวงแข็งไม่เป็นอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว” อรินให้กำลัง ผบ.กรันณ์ เขาเองก็รีบมาตามหาแก้วเจ้าจอมทันทีที่ได้ข่าวว่าเธอถูกลอบยิงจนตกเรือ ดีที่ว่าภารกิจของเขาที่สงขลาเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว ตอนที่ปะทะกับคนร้ายเขาคิดว่าทีมของเขาเจอศึกใหญ่แล้ว แต่พอมาเห็นร่องรอยการต่อสู้ที่นี่เขาจึงได้รู้ว่าแก้วเจ้าจอมเจอศึกใหญ่ยิ่งกว่าเขาเสียอีก 

               “นั่นสินะ ลุงก็เชื่อว่าพี่ไนเปอร์เขาต้องไม่เป็นอะไร” ผบ.กรันณ์ยิ้มตอบอริน ไม่เสียแรงที่เคยฝากฝังให้อรินช่วยดูแลแก้วเจ้าจอม อรินมักเป็นห่วงแก้วเจ้าจอมและดูแลเธอได้ดีเสมอ สองคนนี้น่าจะเป็นพี่น้องกันจริงๆ 

  

 

 

               “เดินไหวมั้ย” ผู้กองพนาถาม ขณะประคองแก้วเจ้าจอมเดินออกมาจากถ้ำ เขาช่วยสะพายเป้ให้กับเธอ อาวุธที่มีมีเพียงแค่มีดพกและปืนพกสั้นกันคนละกระบอกเท่านั้นเพราะปืนยาวจู่โจม M4A1 ตกอยู่บนเรือ ถึงจะปลอดภัยจากการถูกยิงแต่เช้านี้แก้วเจ้าจอมก็ยังมีอาการแน่นหน้าอกอยู่บ้าง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแรงปะทะของกระสุนปืนหรือเพราะคนแถวนี้กันแน่ที่กว่าจะปล่อยเธอให้เป็นอิสระก็ทำเอาเธอแทบขาดใจแล้ว 

               “ถ้าเดินไม่ไหวพี่พนาจะอุ้มไนเปอร์หรอคะ” 

               “ก็ได้นะ” เขาไม่พูดเปล่าแต่ยังทำท่าจะอุ้มเธอจริงๆ จนแก้วเจ้าจอมต้องรีบถอย ใครจะไปยอมให้เขามาอุ้มตอนนี้กันเกิดคนร้ายโผล่เข้ามาจะรับมือยังไง ไม่แคล้วได้ถูกยิงตายกลางป่ากันทั้งผัวทั้งเมีย 

               “ทำไมเรียกตัวเองว่าไนเปอร์ ทำไมไม่เรียกแทนตัวเองว่าแก้วเหมือนเดิม” 

               “ไม่ดีหรอคะ ได้เมียใหม่ชื่อสไนเปอร์” 

               “ชื่อนี้ดูโหดไป พี่กลัว” 

               “ผู้ชายกลัวเมียได้ดีทุกคนค่ะ” เธอยื่นมือมาหยิกแก้มของเขาก่อนจะเดินออกมาจากถ้ำด้วยกัน มือหนึ่งของผู้กองพนาถือปืนพกสั้นเอาไว้ก็จริงแต่อีกมือเขาก็กอดประคองแก้วเจ้าจอมไม่ยอมให้ห่างกาย ด้วยหลงใหลในตัวของเมียรักทำให้เขาก้มลงมาจูบหน้าผากของเธอบ้าง หอมแก้มเธอบ้างเป็นพักๆ ไม่คิดว่าการเข้าป่าครั้งนี้เขาจะได้เมียเป็นนางไม้แสนสวยกลับคืนมาด้วย นึกแล้วก็อยากกลับถึงฐานเร็วๆ คืนนี้เขาจะได้นอนเล่นกับแม่นางไม้ตัวน้อยอีก 

               เสียงเรือยนต์ดังมาให้ได้ยินนับตั้งแต่ออกจากถ้ำมารวมถึงเสียงเฮลิคอปเตอร์ด้วย ซึ่งผู้กองพนาเดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นทีมของเจ้าหน้าที่ที่กำลังตามหาเขากับแก้วเจ้าจอมอยู่ จากเสียงที่ได้ยินคาดว่าทีมเจ้าหน้าที่คงขนกันมาทุกเหล่าทัพและทุกหน่วยเพราะคนที่หายตัวมากับเขาเป็นถึงหลานสาวของท่านนายพลปภพและลูกสาวเพียงคนเดียวของผบ.ทหารพรานชายแดนภาคใต้ ไหนจะแม่ทัพภาคที่ 3 อีก 

               “มีคนมาตามหาดอกฟ้าแล้ว หมาวัดจะทำยังไงต่อไปล่ะทีนี้” ผู้กองพนาที่เงยหน้าขึ้นมองเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่เพิ่มขับข้ามศีรษะไปก่อนจะหันถามกับแก้วเจ้าจอม แก้วเจ้าจอมจึงมองไปรอบๆ ตัวว่ามีเจ้าหน้าที่ที่ออกตามหาเธออยู่ที่นี่บ้างรึเปล่า เธอไม่อยากทำร้ายหัวใจของคนรักอีกแล้วแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะบอกเรื่องนี้กับผู้เป็นพ่อ หากเลือกได้เธอขอกลับลงไปอยู่ในถ้ำกับเขาเหมือนอย่างเมื่อคืนนี้แล้วไม่ขึ้นมาอีกจะดีกว่า 

               “ไนเปอร์จะอยู่กับพี่พนา จะไม่ทิ้งพี่พนาไปไหนอีกแล้ว” สองแขนเล็กๆ สวมกอดเขาแน่น ได้ยินแบบนี้เข้าไปหัวใจของผู้กองพนาก็พองโตขึ้นมาอย่างสุดๆ  

               “พี่จะขอไนเปอร์กับท่าน ผบ. พี่จะขอแต่งงานกับลูกสาวของท่าน” 

               “คุณพ่อไนเปอร์ดุมากนะคะ พี่พนาอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยนะขอเวลาไนเปอร์ทำใจก่อน ไนเปอร์ยังไม่อยากเป็นม่าย ไนเปอร์กลัวคุณพ่อฆ่าพี่พนา” 

               “ท่านไม่ฆ่าพี่หรอก อย่างมากก็แค่ซ้อม” 

               “ไว้พี่พนารู้จักคุณพ่อดีแล้วพี่พนาจะไม่พูดแบบนี้เด็ดขาด” คุณพ่อของเธอใจดีแค่กับเธอ กับพี่แฝดแล้วก็แม่แก้มเท่านั้น ใครๆ ต่างก็พูดกันว่าถ้าไม่อยากมีปัญหาห้ามมามีเรื่องกับคุณพ่อของเธอเด็ดขาด “อยู่เป็นพี่พนาของไนเปอร์ไปนานๆ นะคะ อย่าเพิ่งอยากรีบเป็นศพ...สงสารเมียเถอะนะ น้า” เสียงหวานร้องขออย่างออดอ้อนเสียขนาดนี้แล้วผู้กองพนาจะกล้าขัดใจได้อย่างไร ถ้าแถวนี้มีเจ้าหน้าที่อยู่กันเยอะงั้นพวกผู้ร้ายกลุ่มไหนๆ ก็คงจะไม่มีให้เห็นหรอก ดังนั้นเขาจึงเก็บปืนเอาไว้ที่ข้างเอวตามเดิมแล้วกอดแก้วเจ้าจอมให้แนบตัวมากขึ้น ใบหน้าคมเข้มก้มลงมาซุกไซ้ดอมดมแก้มนวลหอมกรุ่น กลิ่นควันไฟบนชุดเสื้อผ้าถูกกลิ่นหอมจากกายของเธอกลบไปจนหมด 

               “พี่พนา...” แก้วเจ้าจอมเอียงคอให้เขาซุกไซ้ สองมือเล็กๆ กอดลูบไล้เขาตอบอย่างหลงใหลไม่ต่างกัน แล้วในระหว่างนั้นเธอก็เผลอหันไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า พุ่มไม้ข้างหน้ามีการขยับสั่นไหว เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกำลังเดินมายังถ้ำแห่งนี้ จากที่ลูบไล้สามีอยู่แก้วเจ้าจอมรีบกุมปืนพกสั้นที่เอวตัวเองเอาไว้ทันที ตอนแรกเธอคิดว่าอาจเป็นกลุ่มคนร้ายแต่พอมองดูดีๆ นั้น...เครื่องแบบทหารพรานนี่นา...ทหารพราน!!! 

               พลั่ก!!! 

               “โอ๊ย!” ผู้กองพนาร้องออกมาลั่นเมื่ออยู่ๆ แก้วเจ้าจอมก็แทงเข่าเข้ามาที่ท้องของเขา แม้จะไม่แรงมากแต่ก็ทำให้เขาเจ็บไม่ใช่น้อย สายตาคมจ้องเธอกลับอย่างเอาเรื่อง เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะเนี่ยอยู่ๆ ก็มาแทงเข่าเขายัยเด็กบ้านี่ 

               “ไนเปอร์!!!” เสียงร้องของผู้กองพนาเมื่อกี้นี้ทำให้ทหารพรานกลุ่มนั้นได้ยินแล้วก็รีบวิ่งตรงเข้ามาหา จากที่เคืองๆ เมียอยู่คราวนี้ผู้กองพนาก็ต้องเสียวสันหลังวาบเมื่อเห็นว่าคนที่วิ่งนำหน้ากลุ่มทหารพรานเข้ามาก็คือ...พ่อตาของเขา เอ้ย! ผบ.กรันณ์ 

               “ผู้กองไม่ต้องมาประคองฉันเลย ฉันมีขาเดินเองได้ นู่น! ไปเดินนู่นเลย ไปเดินไกลๆ เลยไป” ผู้กองพนาตกใจที่เห็นพ่อตาแล้วก็ต้องแปลกใจกับท่าทีของเมียตัวเองอีก อะไรวะ เมื่อกี้นี้ยังอ้อนเขาอยู่เลยแล้วทำไมตอนนี้ทั้งแทงเข่า ทั้งชี้หน้าไล่เขากันล่ะเนี่ย หรือว่า...ผู้กองพนามองแก้วเจ้าจอมสลับกับ ผบ.กรันณ์ที่กำลังตรงมาทางนี้ หรือว่าเธอกำลังจะเล่นละครตบตาพ่อของตัวเอง 

               “คุณพ่อ!” แก้วเจ้าจอมรีบวิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อทำให้ ผบ.กรันณ์เองก็รีบกอดเธอเอาไว้แน่นทันทีที่เธอวิ่งเข้าไปหา สองแขนแกร่งกอดลูกสาวเอาไว้แนบอก หัวใจที่สั่นไหวและอ่อนแรงกลับมามีกำลังได้อีกครั้ง ตลอดเวลาที่เดินป่าออกตามหาเธอเขาอดคิดไม่ได้ว่าสภาพของลูกสาวที่เจออาจเป็นแค่ร่างที่ไร้วิญญาณ เขาไม่รู้ว่าหัวใจของเขาจะทนรับความสูญเสียได้ยังไงถ้าต้องเสียลูกสาวเพียงคนเดียวไปจริงๆ แต่นี่...เหมือนฟ้าดินจะยังไม่ใจร้ายกับเขาเมื่อตอนนี้นางไม้น้อยได้วิ่งเข้ามาหาพ่อแล้วและร้องเรียกเขาให้เขาได้ชื่นใจ 

               “ยัยหนูของพ่อ” ผบ.กรันณ์กอดเธอไม่ยอมปล่อย ดีใจจนแทบจะพูดอะไรไม่ออกที่เธอยังมีชีวิตอยู่ “พ่อมาตามหาไนเปอร์ พ่อมาช่วยไนเปอร์แล้วนะลูก ขวัญมานะลูกนะ” 

               ได้เห็นถึงความห่วงใยของผู้เป็นพ่อแก้วเจ้าจอมก็อดน้ำตาซึมไม่ได้ พ่อรักเธอและพ่อก็รักเธอที่สุดแล้วแบบนี้จะให้เธอบอกความจริงกับพ่อได้ยังไง เธอไม่อยากทำให้พ่อต้องผิดหวัง 

               “...คุณพ่อขา...ไนเปอร์ขอโทษ” ความผิดบาปในใจยิ่งทำให้เธอหวาดกลัวที่จะพูดความจริงออกมาทั้งหมดและเธอเลือกใครไม่ได้ เธอไม่อาจทำลายความภูมิใจของพ่อได้และเธอก็ไม่อาจทิ้งสามีได้เช่นกัน มันเป็นความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ 

               “ขอโทษพ่อทำไมลูกไนเปอร์ไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย พ่อรู้ว่าไนเปอร์ออกมาทำงาน คนที่ผิดคือคนร้ายที่มันลอบยิงไนเปอร์ต่างหากลูก แล้วนี่ไนเปอร์เจ็บตรงไหนบ้าง ไนเปอร์ถูกยิงตรงไหนบอกพ่อมาสิ อริน มาช่วยดูพี่ไนเปอร์หน่อย” คราวนี้ ผบ.กรันณ์จับเธอหมุนไปมาเพื่อหาร่องรอยการบาดเจ็บ แก้วเจ้าจอมจึงรีบกระชับคอเสื้อชุดเครื่องแบบตำรวจพลาร่มของตัวเองเอาไว้ด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็นรอยจูบที่ซอกคอของเธอเข้า พร้อมกับยกมือขึ้นห้ามไม่ให้อรินเข้ามาใกล้ 

               “ไนเปอร์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ ปืนถูกยิงเข้าที่อกของไนเปอร์ก็จริงแต่ตอนนั้นกระสุนมันไปโดนกับของในเป้ที่ไนเปอร์กอดอยู่พอดีไนเปอร์ก็เลยไม่เป็นไร แต่แรงกระแทกของกระสุนก็ทำให้ไนเปอร์หมดสติแล้วตกน้ำไปโชคดีค่ะที่ผู้กองพนาเขาช่วยไนเปอร์เอาไว้ ไม่อย่างนั้นไนเปอร์คงได้ลงไปนอนเล่นอยู่ใต้เขื่อนบางลางแล้ว” 

               “ปาก” ผู้กองกวินทร์ตรงเข้ามาตีที่ปากของน้องสาวเบาๆ อย่างไม่ชอบใจที่เธอพูดเรื่องไม่เป็นมงคลกับตัวเองแบบนี้ ทุกคนหันมามองทางผู้กองพนาบ้างโดยเฉพาะ ผบ.กรันณ์ ซึ่งเขาได้แต่ขมวดคิ้วขณะมองหน้าผู้กองหนุ่มพลางคิดในใจว่า ไอ้หมอนี่อีกแล้ว ทำไมเวลาที่ลูกสาวของเขาตกอยู่ในอันตราย คนที่มักจะเข้ามาช่วยแก้วเจ้าจอมก่อนถึงเป็นเขาทุกครั้งเลย อะไรทำให้ดวงของสองคนนี้สมพงกันขนาดนั้น 

               “ขอบคุณนะครับผู้กองที่ช่วยลูกสาวของผมเอาไว้...อีกครั้ง” ผบ.กรันณ์ขอบคุณแต่ก็หยั่งเชิงดูอีกฝ่ายขณะเดินเข้าไปหาผู้กองพนาพร้อมกับยื่นมือไปจับกับเขา มือหยาบๆ แบบนี้ท่าจะฝึกหน่วยรบมาโหดมากและน่าจะได้จับแต่อาวุธ ผบ.กรันณ์แอบวิเคราะห์เองในใจ 

               “ยินดีครับ ผมมีหน้าที่ที่ต้องปกป้องคุณแก้วอยู่แล้วครับในฐานะของ...เจ้านายที่ต้องปกป้องลูกน้อง แล้วก็เป็นลูกน้องที่ประสบการณ์ยังน้อยอยู่” สายตาคมแอบมองลูกน้องสาวสวยคนที่ว่า ซึ่งตอนนี้เธอกำลังกอดกันอยู่กับผู้กองกวินทร์ตามประสาพี่น้องที่เป็นห่วงกัน 

               “ทำไมเวลาที่ลูกสาวของผมตกอยู่ในอันตราย คนที่มาช่วยลูกสาวผมถึงเป็นผู้กองตลอดเลยล่ะ ได้ข่าวว่าเมื่อวานนี้มีเจ้าหน้าที่อยู่บนเรือด้วยกันตั้งหลายนายไม่ใช่หรอ” 

               “เพราะผมนั่งอยู่ใกล้คุณแก้วมากที่สุดครับตอนนั้น แล้วก็คงจะเป็นสัญชาตญาณของผมด้วยที่มักจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาที่มีอันตราย” แก้วเจ้าจอมแอบยกนิ้วให้เขาเมื่อเขาตอบคำถามของพ่อเธอได้ดีและดีใจที่เขาฉลาดพอที่จะเล่นตามเกมของเธอแทนการประกาศกับพ่อของเธอไปว่าเขากับเธอเป็นอะไรกัน 

               “ตอนช่วยลูกสาวผมแล้วทำไมถึงไม่ติดต่อกลับมาหาทุกคน เมื่อสามเดือนก่อนก็ครั้งหนึ่งแล้วนะ” 

               “วิทยุสื่อสารของผมพังตอนกระโดดลงไปในน้ำครับ ส่วนโทรศัพท์มือถืออยู่ในเป้แล้วเป้ของผมก็อยู่บนเรือ โทรศัพท์ของคุณแก้วก็แบ็ตฯ หมดอีกผมเลยติดต่อใครไม่ได้ อีกอย่างเมื่อคืนก็ฝนตกหนักมากครับอาวุธของผมมีแค่ปืนพกสั้นกับมีด คุณแก้วเองก็หมดสติอยู่ผมก็เลยต้องพาเธอไปหลบอยู่ในถ้ำเพราะไม่แน่ใจว่าถ้าเดินออกมาแล้วจะเจอเจ้าหน้าที่ด้วยกันหรือเจอคนร้าย เพราะงั้นผมก็เลยรอจนเช้าให้ฝนหยุดก่อน พอดีได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์ด้วยเลยคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่มาตามหาเราผมก็เลยจะพาคุณแก้วไปหาทุกคนนี่แหละครับ” 

               “แล้วทำไมเสื้อผ้าที่ใส่ถึงมีกลิ่นควันไฟกันทั้งคู่” คำถามของผู้เป็นพ่อทำให้แก้วเจ้าจอมรีบถอดแหวนญาติของผู้กองพนาออกจากนิ้วแล้วใส่เอาไว้ที่กระเป๋าเสื้อทันที เหมือนตอนนี้พ่อของเธอจะเริ่มสงสัยอะไรแล้วเลย 

               “เพราะตกลงไปในเขื่อนเสื้อผ้าเราก็เลยเปียกครับ เมื่อคืนนี้คุณแก้วเธอฟื้นจากอาการหมดสติพอดีผมก็เลยให้คุณแก้วเปลี่ยนชุดแล้วเอาชุดเครื่องแบบนี้ไปผึ่งไฟเพื่อให้มันแห้ง ส่วนของผม ผมผึ่งไฟแค่เสื้อ” 

               “งั้นผู้กองพอจะตอบผมได้มั้ยว่าทำไมตามเนื้อตัวของผู้กองมันถึงมีกลิ่นตัวของลูกสาวผมติดอยู่จนกลิ่นมันหอมฟุ้งขนาดนี้!!!” 

               พอมาเจอคำถามข้อนี้ผู้กองพนาก็ถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ชั่งใจว่าควรจะพูดความจริงออกไปดีมั้ย เขามันก็ลูกผู้ชายพอเมื่อทำไปแล้วทำไมเขาจะไม่กล้ายอมรับ ยิ่งทุกคนรู้ความจริงมันก็ยิ่งดีเพราะต่อไปเขากับแก้วเจ้าจอมจะได้รักกันอย่างเปิดเผย เขาแทบอยากจะตะโกนออกไปให้ชาวโลกได้รู้เลยว่าเขาเป็นสามีของแก้วเจ้าจอม แต่พอเขาหันมามองแก้วเจ้าจอมก็เห็นเธอมองเขาตอบด้วยแววตาเศร้า ตอนนี้เธอยอมกลับมาเป็นเมียของเขาแล้วเพียงแต่...เธอยังไม่กล้าที่จะบอกเรื่องนี้ให้พ่อรู้ ผบ.กรันณ์นั้นเท่าที่เขารู้มาพ่อตาของเขาไม่ใช่คนที่เขาควรจะไปต่อกรด้วย พ่อตาของเขาเป็นทหารพรานฝีมือดี เป็นนักรบแถวหน้าของประเทศและมีผลงานที่เป็นตำนานมากมาย จบหลักสูตรหน่วยรบมาก็มากฝีมือไม่ใช่ของเล่นแล้วก็เป็นคนที่เอาเรื่องมาก ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน...ยกเว้นเมีย เรื่องสุดท้ายนี้พลโทคีรินทร์เป็นคนบอกเขา ถ้าเขาบอกความจริงกับ ผบ.กรันณ์ไปเรื่องทุกอย่างมันได้ยิ่งไปกันใหญ่แน่ๆ ไหนจะแก้วเจ้าจอมอีกที่เขาควรห่วงความรู้สึกของเธอให้มากที่สุด เมียขอ...ทำไมพี่ถึงจะให้ไม่ได้ 

               “คงเป็นเพราะตั้งแต่เมื่อวานที่คุณแก้วจมน้ำผมต้องคอยดูแลคุณแก้วอยู่ตลอดครับ ตั้งแต่พาว่ายน้ำขึ้นฝั่ง อุ้มคุณแก้วหาที่หลบฝน คุณแก้วเองก็หมดสติแล้วก็มีอาการหนาวจนตัวสั่นผมก็เลย...จำเป็นต้องกอดคุณแก้วเอาไว้เพื่อให้ความอบอุ่น แล้วเพราะคุณแก้วถูกยิงด้วยทำให้มีอาการเจ็บแน่นที่หน้าอกผมก็เลยต้องเข้ามาช่วยประคอง ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ ครับ” เหตุผลของผู้กองพนา ผบ.กรันณ์พอรับได้ แต่ไอ้เรื่องที่มันบอกว่ากอดลูกสาวของเขานี่ล่ะ ถึงมันจะเป็นการช่วยเหลือกันแต่มันก็เป็นผู้ชายนะ มีผู้ชายมากอดลูกสาวของเขาเอาไว้ตอนที่ลูกสาวของเขาหมดสติอยู่ มันจะแอบทำอะไรอย่างอื่นด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ 

               “คุณพ่อคะ” แก้วเจ้าจอมผละออกจากผู้กองกวินทร์แล้วเดินเข้ามาหาผู้เป็นพ่อ เรื่องนี้พ่อของเธอต้องดูออกแน่ๆ ว่าเธอกับผู้กองพนามีความลับอะไรเก็บซ่อนเอาไว้อยู่ ถ้าความแตกขึ้นมาสามีของเธอต้องแย่แน่ๆ “มันไม่ได้มีอะไรหรอกค่ะ ผู้กองเขาไม่ได้ฉวยโอกาสกับไนเปอร์หรอกนะคะ เขาแค่อยากช่วย อีกอย่าง...ผู้กองเขาก็มีภรรยาแล้วแล้วเขาก็รักภรรยาของเขามากด้วย เขาไม่นอกใจภรรยาของเขาหรอกค่ะ จริงมั้ยผู้กอง” 

               “ครับ ผมมีเมียแล้วแล้วผมก็รักเมียของผมมาก ผมไม่มีทางทำผิดต่อเมียของผมแน่ๆ” เสี้ยววินาทีผู้กองพนาแอบลอบสบตากับแก้วเจ้าจอมเหมือนกับจะสื่อความหมายของหัวใจให้กันและกันได้รับรู้ ก็เมียที่เขาพูดถึงน่ะก็คือเธอนั่นไง 

               “ผมมาอยู่ที่ฐานนี้ตั้งนานแล้ว ไม่ยักเคยเห็นเมียของผู้กองซักที” อรินว่าขึ้น ในแต่ละวันเขาเห็นผู้กองพนายุ่งอยู่แต่กับงาน ขนาดผู้หมวดมาริษามาตื้อแท้ ๆ เขายังไม่เคยสนใจเลยแล้วเมียของเขาคือใคร อยู่ที่ไหนกัน 

               “เดี๋ยวอีกไม่นานผมจะพาเมียของผมมาแนะนำให้คุณหมออรินรู้จักแล้วกันนะครับ พอดีผมเพิ่งคืนดีกับเมียได้ ไว้เมียผมพร้อมที่จะเจอทุกคนก่อนแล้วผมจะควงมาให้รู้จัก” 

               “ถ้ามีเมียแล้วก็ยิ่งไม่ควรเข้ามาใกล้ลูกสาวผม เมื่อสามเดือนก่อนผู้กองก็ดูแลไนเปอร์ มาคราวนี้ก็หายตัวมาด้วยกันทั้งวันทั้งคืนอีก ผู้กองมีเมียผมเองก็มีเมีย!!! ทำอะไรอย่านึกนะว่าผมจะไม่รู้บุญคุณที่ช่วยชีวิตมันก็ส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพอช่วยชีวิตแล้วจะได้เป็นเจ้าของชีวิตด้วย อย่ามาอ้างว่ามีเมียแล้ว เมียที่ไม่เคยมีตัวตนไม่เคยมีใครเห็นจะมีจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ ดีไม่ดีเมียคนที่ว่าอาจจะชื่อแก้วเจ้าจอมก็ได้!!!” 

               “คุณพ่อ!” แก้วเจ้าจอมรีบส่ายหน้าปฏิเสธแล้วกอดแขนผู้เป็นพ่อเอาไว้ ทั้งกลัวพ่อผิดหวังในตัวเองและกลัวว่าพ่อจะทำร้ายสามีถ้าความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย “มันไม่ได้เป็นแบบที่คุณพ่อเข้าใจนะคะ ไนเปอร์กับผู้กองไม่ได้เป็นอะไรกัน ไนเปอร์ไม่...คุณพ่อ...” เธอรีบยกมือขึ้นกุมอกของตัวเองเอาไว้ แม้จะเจ็บแน่นหน้าอกเพียงเล็กน้อยแต่เธอก็แสร้งทำเป็นเหมือนกับว่าเจ็บปวดจนแทบขาดใจ 

               “ไนเปอร์ไม่กล้าทำให้คุณพ่อผิดหวังหรอกนะคะ โอ๊ย!” 

               “ไนเปอร์!!!” จากที่กำลังเค้นจะเอาเรื่องผู้กองพนา พอเห็นว่าแก้วเจ้าจอมดูจะเจ็บหน้าอกจนแทบยืนไม่อยู่ทั้ง ผบ.กรันณ์และผู้กองกวินทร์ต่างก็รีบเข้ามาช่วยกันประคองเธอเอาไว้ ในขณะที่ผู้กองพนากลับค่อยๆ ถอยออกมาเพราะเขารู้ดีว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร เธอแค่ต้องการเบี่ยงเบนความสนใจจากผู้เป็นพ่อเพื่อช่วยเขาเท่านั้น 

               “อริน! มาดูพี่ไนเปอร์ที” สองแขนของ ผบ.กรันณ์กอดแก้วเจ้าจอมด้วยความเป็นห่วงลูก สีหน้าของเขาวิตกและอ่อนล้าจนคนที่แกล้งป่วยเห็นแล้วก็น้ำตาซึม ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนบาปหนาเท่านี้มาก่อน เธอไม่เคยโกหกพ่อ ไม่เคยมีความลับปิดบังกัน เธอกับพ่อรู้ใจกันที่สุดเพราะแบบนี้ไงพ่อของเธอถึงเชื่อว่าเธอเจ็บจริงๆ 

               “ไม่ต้อง” เธอยกมือขึ้นห้ามเมื่ออรินจะเข้ามาดูอาการตามหน้าที่ของหมอ “แรงกระแทกของกระสุนเมื่อวานนี้น่ะพี่ไม่เป็นอะไรมากหรอก ตอนนี้อาการดีกว่าเมื่อคืนเยอะ ดีที่มีผู้กองช่วยประคองพาออกมาจากถ้ำจนได้เจอกับทุกคน” แก้วเจ้าจอมย้ำเรื่องที่ผู้กองพนาประคองเธออีกครั้งให้ผู้เป็นพ่อได้เข้าใจว่าเพราะเขาต้องคอยกอดประคองเธอตลอดที่ตัวของเขาจึงมีกลิ่นตัวของเธอติดอยู่ 

               “งั้นก็ยิ่งต้องให้หมอดูอาการนะพี่ไนเปอร์ จะช้ำในหรือซี่โครงร้าวรึเปล่าก็ไม่รู้ คุณลุงครับรีบพาพี่ไนเปอร์ไปรักษาตัวเถอะครับ ผมอยากตรวจอาการของพี่ไนเปอร์ให้ละเอียดกว่านี้” 

               “เดี๋ยวผมอุ้มไนเปอร์เองครับพ่อ” ผู้กองกวินทร์รีบเข้ามาช้อนตัวแก้วเจ้าจอมขึ้นอุ้มเอง ตอนนี้เรื่องของผู้กองพนาเอาไว้ก่อน ไว้พาแก้วเจ้าจอมไปรักษาตัวจนมั่นใจแล้วว่าเธอปลอดภัยดีค่อยว่ากัน 

               ผู้กองพนายังคงยืนอยู่ที่เดิมเมื่อ ผบ.กรันณ์ ผู้กองกวินทร์ อรินแล้วก็เจ้าหน้าที่ทหารพรานในทีมพาแก้วเจ้าจอมออกไปจากป่าแห่งนี้แล้ว ถึงแก้วเจ้าจอมจะดูเก่งกล้ามากแค่ไหนแต่เวลาที่อยู่ต่อหน้าพ่อเธอดูจะเกรงพ่อของเธอตลอดและเธอห่วงใยความรู้สึกของพ่อมากที่สุด เธอรักเขาแต่เธอก็ไม่กล้าทำให้พ่อเสียใจ ถ้าเขาบอกความจริงทุกอย่างกับพ่อของเธอไปคนที่จะเป็นทุกข์ที่สุดก็คือตัวเธอ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงต้องแกล้งทำเป็นลืมเขา เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงได้กลับมาหาเขาที่นี่ ตอนนี้แก้วเจ้าจอมก็ไม่ต่างอะไรกับเมล็ดถั่วที่อยู่ในเครื่องโม่หินโบราณที่ถูกแผ่นหินทั้งสองบดจนค่อยๆ แหลกละเอียด เขากับพ่อของเธอคือแผ่นหินที่ว่านั่น เขาอยากได้เธอมาครอบครองเช่นเดียวกับที่พ่อของเธอต้องการกีดกันเธอออกจากผู้ชายทุกคน แก้วเจ้าจอมเคยอยู่แต่ในกรอบ อยู่ในเซฟโซนที่พ่อตั้งเอาไว้ พอเธอก้าวออกมาจากกรอบและเซฟโซนที่ว่าเธอก็เลยก้าวออกมาอย่างไม่มั่นใจและกลัวผู้เป็นพ่อจะผิดหวังอยู่ตลอดเวลา...แล้วนี่เขาควรจะช่วยเธอยังไงดี จะพาเธอก้าวข้ามความกลัวเหล่านี้ออกมายังไงในเมื่อ ผบ.กรันณ์เป็นคนที่ฉลาดมากและดูเขาออกมาตั้งแต่แรก ถ้าแก้วเจ้าจอมไม่เบี่ยงเบนความสนใจของท่านไปป่านนี้ท่านคงซักเขาจนรู้ความจริงหมดแล้ว 

               “ผู้กอง!!! ผู้กองครับ” เสียงผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะร้องเรียกพร้อมกับรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง 

               “ผู้กองครับ พวกผมตามหาผู้กองทั้งคืน นึกว่าจะต้องรอสามวันเจ็ดวันให้ผู้กองขึ้นอืดลอยขึ้นมาจากเขื่อนเองซะแล้วสิ” ผู้หมวดศิวะดีใจแทบจะกระโดดเข้ามากอดเขาจึงมีเพียงแค่ผู้หมวดเผ่าเทพเท่านั้นที่สังเกตเห็นว่าสีหน้าของผู้กองไม่ค่อยจะสู้ดีเลย 

               “หมออรินบอกว่าผู้กองเป็นคนช่วยคุณแก้วเอาไว้ คุณแก้วได้รับบาดเจ็บจนตอนนี้ท่าน ผบ.กรันณ์พาคุณแก้วขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกไปจากที่นี่แล้วครับ” 

               “เขาไม่ได้เป็นอะไรหรอก เขาแค่แกล้งป่วยตบตาพ่อเขาน่ะ” ผู้กองพนาตอบก่อนจะเดินออกไปจากป่าแห่งนี้ด้วยท่าทีหงอยเหงา ผู้หมวดทั้งสองจึงเดินตามเพื่อฟังดูว่าเขาจะบอกอะไรอีก “เมื่อคืน...ผมกับแก้วเราปรับความเข้าใจกันแล้ว แก้วเขาไม่ได้ความจำเสื่อมอย่างที่เราเข้าใจ จริงอยู่ที่ว่าเมื่อสามเดือนก่อนเขาความจำเสื่อมจริง แต่หลังจากที่เขาได้กลับบ้านไปหาครอบครัวแล้วความทรงจำทั้งหมดของเขาก็กลับมา เขาจำได้ว่าเมื่อสามเดือนก่อนเกิดอะไรขึ้นกับเขา จำพวกเราทุกคนได้แล้วก็จำได้ด้วยว่าผมเป็นสามีของเขา ตอนนี้เราสองคนกลับมารักกันเหมือนเดิมแล้วนะ” 

               “อ้าว งั้นก็ถือว่าเป็นข่าวดีน่ะสิครับ ผู้กองได้เมียคืนโดยไม่ต้องไปเริ่มต้นจีบแบบนับหนึ่งใหม่แล้วนี่ผู้กองจะทำหน้าอมทุกข์อีกทำไมล่ะเนี่ย แหม...กลิ่นตัวหอมขนาดนี้ท่าทางเมื่อคืนจะรื้อฟื้นความหลังกันดุเดือดนะครับ” ผู้หมวดศิวะดีใจที่ได้เห็นสองสามีภรรยาคู่นี้คืนดีกันได้เสียที 

               “ได้เมียคืนมันก็ดีอยู่หรอก แต่ว่า...แก้วยังไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องนี้กับพ่อของเขา เขาขอให้ผมช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเอาไว้ก่อน...” 

               “ก็น่าอยู่นะครับ ผบ.กรันณ์เป็นคนที่น่ากลัวมากแล้วก็เป็นพวกไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน วีรกรรมสมัยหนุ่มๆ ก็ไม่ธรรมดาเลยขนาดผู้บังคับบัญชาของตัวเองก็กระทืบมาแล้ว พวกทหารพรานเกรงกลัวท่านมาก ดูท่าแล้วท่านคงจะเป็นคนที่เข้มงวดกับลูกอยู่พอควรนะครับ” ผู้หมวดเผ่าเทพบอก เขาเองก็เพิ่งจะได้เจอ ผบ.กรันณ์จากเหตุการณ์นี้หลังจากที่เคยได้ยินแต่ชื่อ พ่อโหดขนาดนั้นลูกสาวถึงได้ดุแบบนี้ไง 

               “ถึงว่าสิได้เมียคืนแล้วผู้กองยังซึมอยู่ ที่แท้ก็...รักแท้แพ้พ่อตาซะงั้น” ผู้หมวดศิวะเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยผู้เป็นนายอย่างไรดี ให้เขาสู้กับคนร้ายเขาสู้ได้ แต่ถ้าจะให้เขาไปเป็นศัตรูกับครอบครัวสุวรรณเวชเขาขอยกธงขาวยอมแพ้ดีกว่า บ้านนี้โหดกันมากเขาเห็นกับตามาแล้ว งานนี้เห็นทีคงต้องพาผู้กองไปลงนะหน้าทองเสริมเสน่ห์ให้พ่อตารัก พ่อตาเอ็นดูซะแล้วสิ 

               เมื่อออกจากป่ามาแล้วผู้กองพนาก็เห็นเจ้าหน้าที่ทีมลาซู นำโดยผู้หมวดชัยเดชจอดเรือรออยู่ที่ตลิ่ง เสียงเจ้าหน้าที่หลายๆ นายที่ออกตามหาพากันโห่ร้องอย่างดีใจที่เห็นเขาปลอดภัยกลับมา ทั้งดีใจที่เห็นเขารอดจากการลอบโจมตีของพวกชารีฟกับกาเซ็มและดีใจที่เขายังไม่ถูกพ่อตาฆ่าหมกป่าเอาเพราะทีมของผู้หมวดชัยเดชไม่มีใครกล้าปริปากพูดสักคนว่าเขากับแก้วเจ้าจอมเป็นอะไรกันเพราะรู้กันดีว่า ผบ.กรันณ์โหดมากแค่ไหนและอำนาจของคนตระกูลนี้ก็ยิ่งใหญ่เหลือเกิน แต่ถ้าทหารพรานจะได้เขยเป็นตำรวจตระเวนชายแดนพวกเขาก็พร้อมที่จะช่วยกันสนับสนุนผู้กองพนาอย่างเต็มที่ 

  

 

 

               เมื่อรู้ว่าผู้เป็นแม่รออยู่ที่ฐานปฏิบัติการที่ตัวเองประจำการอยู่แก้วเจ้าจอมก็ขอกลับไปหาแม่แก้มแทนการไปรักษาตัว ซึ่ง ผบ.กรันณ์ก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะราชาวดีเป็นหมอที่เก่งมาก ถ้าจะต้องมีหมอคนไหนมารักษาลูกของเขาเขาก็อยากให้ราชาวดีรักษาลูกเองมากที่สุดเพราะคนเป็นแม่ อย่างไรเสียก็ต้องดูแลลูกของตัวเองให้ดีที่สุดอยู่แล้ว 

               “ไนเปอร์!!! ไนเปอร์ของแม่!” ราชาวดีที่ออกมารอรับลูกสาวอยู่ที่หน้าฐานกับผู้กองกรินทร์ที่เพิ่งเดินทางจากจังหวัดตากรีบวิ่งเข้าไปหาแก้วเจ้าจอมทันทีที่เห็นผู้กองกวินทร์อุ้มเธอเข้ามาหา 

               “...คนดีของแม่ ไนเปอร์กลับมาหาแม่แล้วจริงๆ” ราชาวดีทั้งกอดทั้งหอมแก้มลูกสาวที่ผู้กองกวินทร์ยังอุ้มเอาไว้อยู่ ผบ.กรันณ์ที่เพิ่งลงมาจากรถจึงเข้ามาโอบไหล่ภรรยาเอาไว้ 

               “เข้าไปข้างในก่อนเถอะ ลูกได้รับบาดเจ็บน่ะ” 

               เพราะฐานของผู้กองพนาอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุมากที่สุดทุกคนจึงมารอแก้วเจ้าจอมอยู่ที่นี่ แม้ว่าตอนนี้ผู้กองพนากับผู้หมวดทั้งสองจะยังอยู่ในที่เกิดเหตุอยู่แต่ผู้กำกับจิรพัฒน์ก็เข้ามาอำนวยความสะดวกให้ทุกคนที่ฐาน นับว่าวันนี้เป็นวันที่ฐานตำรวจพลร่มแห่งนี้ได้ต้อนรับแขกผู้ใหญ่มากมายที่เป็นทหารพรานเสียส่วนใหญ่ แก้วเจ้าจอมถูกพาไปยังห้องพยาบาลของฐานโดยมีราชาวดีกับอรินคอยดูแลและมี ผบ.กรันณ์คอยเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องพยาบาลด้วยความเป็นห่วงลูก บอกจะพาไปโรงพยาบาลแต่แก้วเจ้าจอมก็เอาแต่เรียกหาแม่จนเขาต้องขอลงจากเฮลิคอปเตอร์แล้วพาแก้วเจ้าจอมมาหาราชาวดีที่นี่ก่อน 

               “พี่ไนเปอร์ถอดเสื้อออกก่อนนะเดี๋ยวผมดูอาการเบื้องต้นให้” อรินที่อยู่ในห้องพยาบาลบอกแล้วทำท่าจะถอดเสื้อของเธอแต่แก้วเจ้าจอมก็ปัดมือของเขาออก 

               “อรินเพิ่งทำภารกิจกลับมาเหมือนกันไปพักเถอะนะไม่ต้องเป็นห่วงพี่ พี่มีแม่แก้มคอยดูแลแล้ว” 

               “ทำไมอายหมอหรอ ดูสิครับป้าแก้ม ยัยโหดอายหมอ” อรินรีบหันมาฟ้องป้าแก้มของตน ซึ่งราชาวดีก็เบาใจมากขึ้นที่เห็นแก้วเจ้าจอมไม่ได้อาการหนักอะไรมาก ตอนที่ได้ข่าวว่าลูกถูกยิงจนตกลงไปในเขื่อนบางลางตอนนั้นหัวใจของเธอแทบแตกสลายจนผู้กองกรินทร์ต้องรีบเดินทางจากจังหวัดตากมาอยู่เป็นเพื่อน เพราะผู้กองกวินทร์ออกไปตามหาน้องสาวกับผู้เป็นพ่อ เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะความเป็นห่วงลูก แต่ตอนนี้แก้วเจ้าจอมกลับมาหาเธอแล้วเธอค่อยเบาใจหน่อย 

               “งั้นอรินก็ไปรอข้างนอกก่อนเถอะลูก เดี๋ยวป้าจะดูแลยัยโหดของอรินให้เองอรินไม่ต้องเป็นห่วงพี่ไนเปอร์หรอกนะ” 

               “จะดีหรอครับป้าแก้ม ผมก็เป็นหมอนะผมอยากรักษาพี่ไนเปอร์” 

               “อรินออกไปเถอะ แม่แก้มก็เป็นหมอเหมือนกันแล้วก็เป็นหมอที่เก่งมากด้วย ชั่วโมงบินของหมอเด็กอย่างอรินสู้แม่แก้มไม่ได้หรอกน่าออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะไป ไม่งั้นพี่ไม่คืนเกมที่ยึดมาให้นะ” ถ้าไม่มีราชาวดีอยู่ด้วยอรินก็คงจะงอแงต่อไปเพราะอยากรักษาแก้วเจ้าจอมจริงๆ แต่พอมีป้าแก้มอยู่ด้วยเขาเลยต้องเป็นเด็กดีให้ป้าแก้มเอ็นดู สุดท้ายก็ยอมออกไปจากห้องพยาบาลแต่โดยดี 

               พออรินออกไปแล้วแก้วเจ้าจอมก็มีโอกาสได้อยู่กับผู้เป็นแม่ตามลำพัง สีหน้าของเธอดูเศร้าหมองมากเมื่อยามมองผู้เป็นแม่จนราชาวดีรู้สึกได้ว่าลูกสาวมีอะไรเก็บซ่อนเอาไว้ในใจ 

               “แม่แก้มขา...ที่ถูกยิงมาไนเปอร์ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่แน่นหน้าอกเดี๋ยวสองสามวันก็น่าจะดีขึ้นค่ะ ซี่โครงไม่ได้หักแล้วก็ไม่ได้ช้ำในอะไร” 

               “ไนเปอร์แน่ใจหรอลูก ก็คุณพ่อบอกกับแม่ว่า...” 

               “ไนเปอร์โกหกคุณพ่อ...” 

               “ไนเปอร์” แก้วเจ้าจอมไม่ใช่คนชอบพูดโกหก เธอรู้จักนิสัยของลูกดี ยิ่งโกหกพ่อแก้วเจ้าจอมยิ่งไม่เคย 

               “...ความจริงแล้ว...ไนเปอร์โกหกทุกคนมาโดยตลอด เรื่องเมื่อสามเดือนก่อนไนเปอร์จำได้ทั้งหมด แม่แก้มขาไนเปอร์จำทุกอย่างได้ ไนเปอร์ถูกทำร้ายจนความจำเสื่อม ผู้กองพนาช่วยชีวิตไนเปอร์เอาไว้แล้วพาไนเปอร์มาหลบซ่อนคนร้ายที่นี่จนไนเปอร์ได้กลับบ้าน ไนเปอร์จำทุกอย่างได้” แก้วเจ้าจอมก้มหน้าร้องไห้เมื่อต้องสารภาพทุกอย่างให้ผู้เป็นแม่ฟัง ในเมื่อผู้กองพนาบอกเธอว่าแม่ของเธอรู้ความจริงเรื่องของเธอกับเขาแล้วเธอก็ไม่อยากจะโกหกแม่อีก อย่างน้อย...นอกจากพ่อภูกับป้าเอื้อยเธอก็อยากจะมีใครสักคนคอยให้คำปรึกษา 

               “ไนเปอร์ต้องทำเป็นลืม ต้องโกหกทุกคนก็เพราะ...” 

               “เพราะผู้กองพนาใช่มั้ย” ราชาวดีถามขึ้น คนเป็นแม่ทำไมถึงจะไม่รู้ว่าลูกคิดอะไรอยู่ ก่อนหน้าที่แก้วเจ้าจอมจะย้ายมาที่นี่พลโทคีรินทร์ได้แอบมาบอกเธอว่าเขาย้ายแก้วเจ้าจอมเพื่อให้มาหาผู้กองพนาและเธอก็พอจะดูออกมาตั้งแต่แรกว่าลูกคงไม่ได้ความจำเสื่อมหรอก แต่ที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาก็เพื่อรอให้แก้วเจ้าจอมพร้อมแล้วมาบอกเรื่องนี้กับเธอเอง 

               “...ไนเปอร์รักเขา” ในเมื่อแม่แก้วรู้เรื่องทุกอย่างแล้วเธอก็จะไม่ปิดบังผู้เป็นแม่อีก แม่แก้มมักเข้าใจเธอดีเสมอและเธอก็หวังว่าครั้งนี้แม่แก้มก็จะเข้าใจเธอด้วย” เมื่อสามเดือนก่อนไนเปอร์ความจำเสื่อม ไนเปอร์จำอะไรไม่ได้ เขาเป็นคนเดียวที่คอยดูแลไนเปอร์ ทำให้ไนเปอร์ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวไนเปอร์เลยยึดถือเขาเป็นที่พึ่ง เขาเป็นสุภาพบุรุษ เขาไม่เคยล่วงเกินไนเปอร์เลยแม้แต่น้อย เขาให้เกียรติไนเปอร์ทุกอย่างทั้งๆ ที่เขาเองก็รักไนเปอร์ ความดีของเขาทำให้ไนเปอร์รักเขาตอบ แม่แก้มขา...ไนเปอร์ขอโทษ” เธอพนมมือขึ้นไหว้ขอโทษผู้เป็นแม่ทั้งน้ำตาเมื่อเห็นผู้เป็นแม่เองก็น้ำตาคลอ “ผู้กองพนาไม่เคยรังแกล่วงเกินไนเปอร์ แต่เป็นไนเปอร์เองที่เสนอตัวให้เขา ไนเปอร์ทำตัวไม่ดี ไนเปอร์ทำให้แม่แก้มต้องเสียใจ” 

               ราชาวดีรีบดึงเอาลูกเข้ามากอดเมื่อแก้วเจ้าจอมกำลังจะก้มลงมากราบที่ตักของเธอ เธอไม่ได้รู้สึกตกใจกับสิ่งที่ลูกสารภาพเพราะรู้อยู่แล้วว่าแก้วเจ้าจอมกับผู้กองพนามีความสัมพันธ์กันอย่างไรและเตรียมใจกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่ผู้กองพนามาสารภาพเรื่องนี้กับเธอแล้ว เธอร้องไห้ออกมาไม่ใช่ร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของลูก แต่เธอร้องไห้เพราะสงสารลูกมากกว่า เรื่องของความรักเธอเข้าใจทุกอย่างดี ไม่ว่าใครก็มีความรักได้ทั้งนั้นแม้ว่าสามีของเธอจะพยายามกักขังหัวใจของลูกเอาไว้ยังไงแต่เขาก็ไม่มีวันทำได้สำเร็จ 

               “ไนเปอร์กลัวทุกคนจะเสียใจที่ไนเปอร์ทำแบบนี้ ไนเปอร์ทำให้ทุกคนผิดหวัง ไนเปอร์ทำลายความภูมิใจของทุกคนที่มีต่อไนเปอร์ ไนเปอร์เสียใจค่ะแม่แก้ม ไนเปอร์เสียใจที่เกิดเรื่องแบบนี้ไนเปอร์ก็เลยต้องโกหกทุกคนว่าไนเปอร์จำอะไรไม่ได้ ผู้กองพนาพยายามจะรื้อฟื้นความจำให้ไนเปอร์ เขามาตามไนเปอร์ที่บ้านเพื่อหวังจะให้ไนเปอร์จำเขาได้แต่เพราะไนเปอร์ไม่อยากทำให้ทุกคนที่บ้านเสียใจไนเปอร์ก็เลยบอกเลิกเขาไปเมื่อสามเดือนก่อน ไนเปอร์ทิ้งเขาแล้วกลับไปที่แม่สอด ไนเปอร์ตั้งใจจะลืมเขาไปจริงๆ ทำเหมือนกับว่าเมื่อสามเดือนก่อนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นแต่ว่าไนเปอร์ก็ทำไม่ได้ ยิ่งอยู่ไกลเขาไนเปอร์ก็ยิ่งคิดถึงเขา พ่อภูสงสารไนเปอร์ก็เลยส่งไนเปอร์มาที่นี่ แม่แก้มขาไนเปอร์ควรทำยังไงดี ไนเปอร์ไม่รู้ว่าจะเลือกเดินไปทางไหน ไนเปอร์ไม่อยากทำให้คุณพ่อเสียใจแต่อีกใจไนเปอร์ก็ไม่อาจทิ้งหัวใจของไนเปอร์ได้...เขาเป็นสามีของไนเปอร์ ไนเปอร์รักเขา” สองแขนเล็กๆ กอดผู้เป็นแม่แน่นแล้วร้องไห้ซบอกแม่อย่างรู้สึกผิดและเสียใจกับการกระทำของตัวเอง เธอผูกเรื่องนี้เอาไว้เองแต่เธอก็ไม่มีปัญญาจะแก้ไข ยิ่งอยู่ไปปมเชือกที่เธอผูกไว้ก็จะยิ่งรัดเธอแน่นขึ้นไปทุกที 

               “...แล้วผู้กองเขาว่ายังไงบ้าง” ราชาวดีถามขึ้นหลังจากที่เงียบไปอยู่ครู่หนึ่ง จากที่ผู้กองพนาเคยมาสารภาพเรื่องทุกอย่างกับเธอ เธอก็พอจะดูออกว่าเขาเองก็จริงใจกับแก้วเจ้าจอม ยิ่งได้ฟังจากปากของแก้วเจ้าจอมเองว่าเขาไม่เคยล่วงเกินลูกสาวของเธอก่อนราชาวดีก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าแก้วเจ้าจอมคงรักคนไม่ผิดหรอก 

               “เขาขอไนเปอร์แต่งงาน...ขอตั้งแต่ตอนที่ไนเปอร์ยังความจำเสื่อมอยู่แล้วก็ไนเปอร์ก็ตอบตกลง” แก้วเจ้าจอมหยิบแหวนญาติของผู้กองพนาออกมาให้ผู้เป็นแม่ดู “...ความจริงแล้วไนเปอร์เคยแต่งงานกับเขาแล้วนะคะ เราแต่งงานและสัญญารักกันโดยมีเจ้าป่าเจ้าเขาเป็นพยาน ตอนที่ไนเปอร์ความจำเสื่อมและอยู่ที่นี่กับเขาไนเปอร์อยู่กับเขาในฐานะของภรรยาไม่ใช่แค่คนความจำเสื่อมที่รักษาคนเจ็บได้ ตำรวจทุกคนที่นี่ทราบกันดี พี่พนาอยากบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อ เขาอยากขอไนเปอร์กับคุณพ่อกับแม่แก้มแต่ไนเปอร์ห้ามเขาเอาไว้ก่อน ไนเปอร์กลัวคุณพ่อจะว่า ตอนที่คุณพ่อตามไปเจอไนเปอร์เมื่อเช้านี้คุณพ่อก็เริ่มสงสัยเราสองคนแล้วไนเปอร์ก็เลยต้องแกล้งป่วย แม่แก้มขา...หัวใจของไนเปอร์ใช้รักใครได้มั้ยคะ ไนเปอร์จะมีความรักเหมือนคนอื่นเขาได้รึเปล่า” 

               “ไนเปอร์ฟังแม่นะลูก” ราชาวดีดึงเอาลูกกลับมากอดไว้แนบอก มือที่แสนอบอุ่นของเธอลูบหลังและผมของลูกอย่างอ่อนโยนให้แก้วเจ้าจอมได้รู้สึกถึงความรักที่ผู้เป็นแม่มีให้ “แม่เลี้ยงไนเปอร์มาแม่เลี้ยงได้แค่ตัว แม่ไม่เคยหวังจะกักขังหัวใจของไนเปอร์เอาไว้ สำหรับแม่ขอแค่ลูกของแม่มีความสุขแม่ก็พร้อมที่จะยินดีไปกับความสุขของลูกด้วย หัวใจของไนเปอร์มันเป็นของไนเปอร์มาตั้งแต่แรก ไนเปอร์จะใช้หัวใจของตัวเองรักใครก็ตามใจลูกเถอะนะ เรื่องทุกอย่างที่ไนเปอร์เล่ามาแม่เข้าใจดีทุกอย่างและแม่ก็เตรียมใจยอมรับมาตั้งแต่ที่ผู้กองพนาเคยมาสารภาพเรื่องนี้ต่อหน้าแม่ พ่อภูแล้วก็ป้าเอื้อยแล้ว แม่ดูออกว่าเขาเองก็รักและจริงใจกับลูกของแม่แล้วการที่พ่อภูยอมส่งไนเปอร์กลับมาหาเขาพ่อภูเองก็คงจะดูออกว่าเขาเหมาะที่จะเป็นลูกเขยของพ่อภูจริงๆ พ่อภูไม่เคยดูคนผิดแล้วพ่อภูก็หูตากว้างไกลมาก ส่วนคุณพ่อของไนเปอร์...แม่ไม่อยากให้ไนเปอร์น้อยใจคุณพ่อ ที่คุณพ่อหวงไนเปอร์ก็เพราะคุณพ่อรักไนเปอร์มากนะลูก คุณพ่อเขารักไนเปอร์มากเหลือเกิน ทั้งรักทั้งหวงไนเปอร์มาตั้งแต่ไนเปอร์เกิด ของสิ่งไหนที่เรารักมากเราก็มักที่จะหวงมากเป็นธรรมดา คุณพ่อเองก็ไม่ได้หวังจะให้ไนเปอร์เป็นโสดไปตลอดชีวิตหรอกนะลูก เพียงแต่คุณพ่อกลัวว่าไนเปอร์จะไปเจอกับผู้ชายที่เขาไม่ดีพอและไม่ได้รักไนเปอร์จริงๆ ถ้าผู้กองพนาสามารถพิสูจน์ตัวเองและเอาชนะใจของคุณพ่อได้ ยังไงคุณพ่อก็ต้องยอมรับเขาอยู่ดี ถ้าให้แม่แนะนำ แม่อยากให้ผู้กองพนามาคุยกับคุณพ่อตรงๆ ในเมื่อเขาคือหัวใจของไนเปอร์ ยังไงซะคุณพ่อก็คงไม่ทำลายหัวใจของลูกสาวตัวเองหรอก” 

               “คุณพ่อจะไม่ทำร้ายพี่พนาจริงๆ หรอคะ” 

               “ไนเปอร์ต้องเข้าใจคุณพ่อก่อนนะลูก คุณพ่อรักไนเปอร์มาก ทะนุถนอมไนเปอร์มาเป็นอย่างดีแล้วจู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาบอกว่าเป็นสามีของไนเปอร์และจะมาพรากไนเปอร์ไปจากคุณพ่อ หัวอกของคุณพ่อจะเป็นยังไง ไว้ไนเปอร์มีลูกแล้วไนเปอร์จะเข้าใจ คุณพ่ออาจจะโกรธและเสียใจไปบ้างแต่ไม่ว่าจะโกรธมากแค่ไหนคุณพ่อก็จะไม่มีทางเลิกรักไนเปอร์ได้เป็นอันขาด ไม่ว่าลูกจะทำผิดสักแค่ไหนแต่พ่อกับแม่ก็ให้อภัยลูกได้เสมอ ความจริงและความจริงใจเท่านั้นที่จะเอาชนะใจของคุณพ่อได้ ไว้รอให้ไนเปอร์กับผู้กองพนาพร้อมแล้วค่อยมากราบขอขมาคุณพ่อนะ อีกอย่างไนเปอร์ก็ควรจะห่วงหน้าตาของคุณปู่คุณย่าด้วย จะรักกันแม่ก็ไม่ว่าแต่ก็ควรรักกันให้ถูกต้อง ไม่ใช่แอบมาอยู่ด้วยกันแบบนี้เดี๋ยวใครเขาจะดูถูกไปถึงคุณปู่คุณย่าได้” 

               “ขอเวลาไนเปอร์อีกนิดได้มั้ยคะ ขอเวลาไนเปอร์อีกนิดแล้วไนเปอร์กับพี่พนาจะไปบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อด้วยตัวเอง ไนเปอร์ทำให้คุณพ่อกับแม่แก้มต้องผิดหวัง ถึงคุณพ่อกับแม่แก้มจะให้อภัยไนเปอร์แต่ไนเปอร์ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี ไนเปอร์พยายามที่จะจบเรื่องนี้แล้ว พยายามที่จะทิ้งพี่พนาไปแต่ไนเปอร์ทำไม่ได้จริงๆ ไนเปอร์ไม่เคยรู้สึกรักใครมากแบบนี้ มันมากจนไนเปอร์สามารถร่วมเป็นร่วมตายกับเขาได้ รัก...เหมือนกับที่แม่แก้มรักคุณพ่อ” 

               มันคงเป็นความรักที่รุนแรงมาก ราชาวดีคิด แก้วเจ้าจอมปิดกั้นหัวใจของตัวเองมาตลอด ที่ผ่านมามีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบให้แก้วเจ้าจอมเยอะมากแล้วแต่ละคนก็โปรไฟล์ดีๆ ทั้งนั้นแต่แก้วเจ้าจอมก็ไม่เคยสนใจไหนจะมีพี่ชายทั้งสอง ผู้หมวดศิขรินทร์ อรินแล้วน้องๆ คอยออกโรงปกป้องเธออีก แก้วเจ้าจอมเชื่อฟังผู้เป็นพ่อทุกอย่างจนเธออดคิดไม่ได้ว่าลูกสาวคนนี้คงไร้คู่ครองไปตลอดชีวิต ขนาดอรินที่ติดตามเธอมาตั้งแต่เด็กๆ แก้วเจ้าจอมก็รักอรินเสมือนน้องชายแท้ๆ ไม่ใช่แบบคนรัก มีเพียงแค่ผู้กองพนาคนนี้เท่านั้นที่เขาสามารถทำให้หัวใจที่เคยแข็งแกร่งของแก้วเจ้าจอมยอมสยบให้กับเขาได้ ราชาวดีนึกย้อนกลับมามองตัวเอง เธอเองก็หลงรักสามีมากจนทุกวันนี้เธอไม่เคยหยุดหลงรักเขาได้เลยและเธอยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อเขา เพื่อให้ได้อยู่กับเขาจนถึงขั้นย้ายตามเขามาอยู่ที่ปัตตานี แก้วเจ้าจอมก็คงจะรักคนรักของเธอมากแบบนี้ ในเมื่อแม่อย่างเธอไม่สามารถกีดกันหัวใจของลูกสาวได้เธอก็จะไม่กีดกัน แต่เธอจะแนะนำให้ลูกมีความรักอย่างถูกต้องและเหมาะควรแทน 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมสารภาพทุกอย่างกับผู้เป็นแม่และปรับทุกข์ในทุกๆ เรื่องกับแม่อย่างเปิดเผย ยิ่งแม่แก้มเข้าใจเธอและให้คำแนะนำมากกว่าดุด่าเธอก็ยิ่งซาบซึ้งกับความรักความเข้าใจที่ผู้เป็นแม่มีให้ ความรักของแม่แก้มที่มีต่อเธอมันยิ่งใหญ่นักจนเธอละอายใจที่ทำให้แม่ต้องผิดหวัง แต่จะให้เธอถอยมันก็คงไม่ได้แล้วและเธอก็จะต้องหาโอกาสบอกเรื่องนี้กับผู้เป็นพ่อให้เร็วที่สุดตามที่แม่แก้มแนะนำ แต่จะให้บอกตอนนี้ก็คงไม่ได้ พ่อของเธอและทุกๆ คนมาที่นี่เพื่อตามหาเธอด้วยความเป็นห่วง จู่ๆ จะให้เธอประกาศว่ามีสามีแล้วได้อย่างไร 

               หลังจากที่ปรับทุกข์กับผู้เป็นแม่จนเข้าใจกันดีแล้ว แม้แก้วเจ้าจอมจะยืนยันว่าตัวเองไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากแต่ราชาวดีก็ยังจะขอดูอาการที่จุดถูกยิงของเธอให้ได้ด้วยความเป็นห่วง แก้วเจ้าจอมไม่มีทางเลี่ยงจึงยอมให้ผู้เป็นแม่ดูอาการบาดเจ็บให้ด้วยความเขินอายเมื่อตามเนื้อเธอมีแต่ร่องรอยรักจากสามีเมื่อคืนนี้จนแม่แก้มอดไม่ได้เลยตีเพี๊ยะเข้าให้ แก้วเจ้าจอมจึงกอดอ้อนขอโทษผู้เป็นแม่ต่ออีกนาน ราชาวดีที่เห็นร่องรอยรักที่ว่าก็แทบจะเป็นลมไม่คิดว่าลูกสาวจะหื่นเหมือนพ่อได้ขนาดนี้ เท่าที่ฟังๆ มานี่เหมือนลูกสาวของเธอจะเป็นฝ่ายรุกผู้กองพนาเสียเอง เล่นรุกเขา ยั่วยวนเขาขนาดนั้นถ้าผู้ชายไม่สนองตอบก็คงตายด้านแล้ว งานนี้จะโทษผู้กองพนาเสียทีเดียวก็คงไม่ได้ จะด่าเขาก็ด่าได้ไม่เต็มปาก 

               “อ้าวแก้ม ทำไมดูอาการไนเปอร์นานจังพี่เป็นห่วงลูกจะแย่อยู่แล้ว ไนเปอร์เป็นยังไงบ้างต้องพาลูกไปโรงพยาบาลต่อมั้ย” ผบ.กรันณ์รีบเข้ามาถามเมื่อเห็นภรรยาของตนเดินออกมาจากห้องพยาบาล 

               “แรงกระแทกจากกระสุนปืนอาจทำให้รู้สึกจุกแน่นที่หน้าอกแล้วก็หายใจลำบากนิดหน่อย แต่พักไม่กี่วันก็หายแล้วค่ะ พี่รันไม่ต้องเป็นห่วงลูกมากนะคะ ไนเปอร์ปลอดภัยดีแล้ว กระดูกไม่หัก อวัยวะข้างในไม่ได้รับผลกระทบอะไร ให้พักหน่อยก็ดีขึ้นแล้วค่ะ” 

               “เฮ้อ!” ผบ.กรันณ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “ถ้าลูกพี่เป็นอะไรขึ้นมาพี่คงได้ตามไปฆ่าพี่ภูของแก้มที่กองทัพภาคที่ 3 เมื่อกี้นี้พี่ได้คุยกับผู้กองพนาเพิ่มเติมแล้วเรื่องคนร้ายที่ลอบยิงไนเปอร์ เหมือนคนร้ายกลุ่มนี้จะแค้นใจไนเปอร์มาตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อนเพราะตอนที่ฐานนี้ถูกโจมตีไนเปอร์เคยเล่นงานพวกมันมาแล้ว ตอนนี้ลูกเรากำลังตกอยู่ในอันตรายนะแก้ม พี่ว่าจะให้ไนเปอร์ย้ายกลับไปที่แม่สอด อย่างน้อยซีลกับรีคอนก็จะดูแลน้องได้แล้วคนร้ายก็คงไม่ตามไปทำร้ายไนเปอร์ที่นั่นหรอก หรือไม่งั้นก็ย้ายไนเปอร์ไปเป็นหมอที่โรงพยาบาลตำรวจในกรุงเทพฯ เลยง่ายดี” 

               “ดีครับพ่อ ตอนอยู่แม่สอดไนเปอร์ไม่เคยเป็นอะไรเลย ย้ายมานี่ได้ไม่นานก็มีเรื่องให้ต้องเจ็บตัวแล้ว” 

               “ย้ายไปกรุงเทพฯ ดีกว่าครับ ให้ไปอยู่เมืองซะบ้างชีวิตนี้จะอยู่แต่กับป่าๆๆ รึยังไง นับวันเริ่มจะเป็นนางไม้เข้าไปทุกที” ผู้กองกวินทร์เสริมคำพูดของพี่ชาย แก้วเจ้าจอมที่เดินตามผู้เป็นแม่ออกมาได้ยินแบบนี้ก็เดินดุ่มๆ เข้าไปหยิกพี่ชายคนรองเข้าให้อย่างจัง 

               “โอ๊ย!!! ยัยโหด!!!” ใจก็อยากจะตีน้องคืนแต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวน้องเจ็บ สุดท้ายก็ต้องรองรับมือและเท้าของน้องต่อไปจนผู้เป็นแม่ต้องเข้ามาช่วยแยก 

               “ไนเปอร์ไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้นนะคะ ไนเปอร์จะอยู่ที่นี่ไนเปอร์อยากอยู่ใกล้ๆ แม่แก้ม” 

               “เป็นสาวเป็นนางก็ควรอยู่กับบ้านกับเรือน ไปเป็นหมอในกรุงเทพฯ นู่นไป ไป๊! จะมาอยู่แต่กับป่าแบบนี้ได้ยังไง” 

               “ก็ไนเปอร์รักป่า ไนเปอร์จะอยู่กับป่า เป็นนางไม้ก็ต้องอยู่กับป่าสิจะไปอยู่ในเมืองได้ยังไง!” ผู้กองพนาที่เพิ่งเดินทางกลับมาถึงฐานและรออยู่หน้าห้องพยาบาลได้ยินแบบนี้เข้าก็อดแอบยิ้มออกมาไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะเห็นดีด้วยกับ ผบ.กรันณ์เพราะความเป็นห่วงแก้วเจ้าจอม แต่อีกใจเขาก็ไม่อยากให้เธอจากเขาไปไหนอีก 

               “จะอยู่ทำไม อยู่ไปก็ตายเร็ว อายุแค่นี้ผัวก็ยังไม่มีตายไปมันจะคุ้มเอาหรอ” 

               “อ๋อ ถ้ามีผัวแล้วถึงจะอยู่ที่นี่ได้ใช่มั้ย งั้นไนเปอร์ก็จะมีมันวันนี้แหละ!!!” 

               ปั้ก!!! 

               “โอ๊ย!!!” เสียงผู้กองกวินทร์กับแก้วเจ้าจอมร้องขึ้นพร้อมกันเมื่อถูกผู้กองกรินทร์ดีดเข้าให้ที่ใบหูเพราะเริ่มจะทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว 

               “เลิกกัดกันซักที” พอพี่ซีลทำหน้าดุใส่ทั้งสองคนก็รีบเงียบหุบปากทันที โดยเฉพาะแก้วเจ้าจอมที่รีบเดินเข้าไปอ้อนขอผู้เป็นพ่อ 

               “ไนเปอร์อยากอยู่ที่นี่ คุณพ่อให้ไนเปอร์อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะนะคะไนเปอร์สัญญาว่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ทั้งคุณพ่อ แม่แก้มแล้วก็พวกคุณอาต่างก็อยู่ที่นี่กันหมด ไนเปอร์เคยรับปากกับคุณอาธาราด้วยว่าจะไปเยี่ยมคุณอาบ่อยๆ พอวันหยุดก็จะไปอยู่กับแม่แก้ม สถานการณ์ทางใต้ตอนนี้มันก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนด้วย ชาวบ้านก็น่ารักใจดี ไนเปอร์ไม่เข้าใจ ทำไมเวลาที่มีคนร้ายปองร้ายเจ้าหน้าที่เราถึงต้องส่งเจ้าหน้าที่คนนั้นหนีไปด้วย ในเมื่อมีคนร้ายสิ่งที่เราต้องทำก็คือจัดการกับคนร้ายคนนั้นให้ได้สิคะไม่ใช่การหนี ต่อให้ไนเปอร์จะหนีไปอยู่ที่อื่นคนร้ายคนนี้ก็ยังลอยนวลอยู่แล้วต่อไปเขาก็จะไปเล่นงานเจ้าหน้าที่คนอื่นต่ออีก ถ้าเจ้าหน้าที่เอาแต่กลัวคนร้ายและคิดหนีแล้วใครจะปกป้องพวกชาวบ้าน ใครจะสร้างความเชื่อมั่นให้พวกเขา ใครจะรักษาความสงบสุขของที่นี่ล่ะคะ” แก้วเจ้าจอมกอดผู้เป็นพ่อแน่นๆ แล้วมองเหล่าคุณอาทุกคนที่อยู่ที่นี่ 

               “ถึงไนเปอร์จะเป็นหมอ แต่อีกหน้าที่ของไนเปอร์ก็คือการเป็นตำรวจตระเวนชายแดน คุณพ่อไม่เคยเลี้ยงไนเปอร์ให้ใช้ชีวิตติดหรู แต่คุณพ่อสอนให้ไนเปอร์ใช้ชีวิตติดดิน เป็นคนดีทำเพื่อคนอื่นและรู้จักเสียสละ ห่วงใยประชาชน ไนเปอร์มีคุณพ่อเป็นแบบอย่างไนเปอร์ก็อยากจะเก่ง อยากเป็นคนดี เป็นเจ้าหน้าที่ที่ดีเหมือนกับคุณพ่อ ไนเปอร์ไม่กลัวคนร้ายที่นี่หรอกนะคะ อีกอย่าง...ตำรวจพลร่มเขามีคติประจำใจว่า ตายในสนามรบ เป็นเกียรติของพลร่มค่ายนเรศวร ถึงไนเปอร์จะไม่ใช่ตำรวจพลร่มแต่ไนเปอร์ก็เป็นตำรวจตระเวนชายแดนเหมือนกัน ตายในหน้าที่ก็เป็นเกียรติของไนเปอร์ ไนเปอร์ไม่กลัว คุณพ่ออนุญาตให้ไนเปอร์อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะนะคะ” 

               เล่นพูดต่อหน้าทุกคนเสียขนาดนี้แล้ว ผบ.กรันณ์จะกล้าขัดใจเธอได้อย่างไร สองแขนแกร่งโอบกอดลูกสาวอย่างรักล้นหัวใจ ลูกคนนี้เหมือนเขามากและไม่เคยทำให้เขาต้องผิดหวัง สิ่งไหนที่เขาสอนเธอจะทำตามอย่างเคร่งครัด ที่ลูกเป็นคนแน่วแน่แบบนี้ก็เพราะเขาเป็นคนสอนให้ลูกเป็นเอง 

               “พ่อแค่เป็นห่วงไนเปอร์ พ่อรักของพ่อมากนะถ้าไม่มีไนเปอร์แล้วพ่อจะทำยังไง พ่อมีลูกสาวคนเดียวแค่นี้” 

               “งั้นคุณพ่อกับแม่แก้มก็มีน้องให้ไนเปอร์สิคะ เผื่อไนเปอร์จะได้น้องสาว” 

               “โอย แก่กันแล้วจะเอาแรงที่ไหนไปทำ สู้พวกเรามีหลานสาวให้คุณพ่อกับแม่แก้มไม่ง่ายกว่าหรอ ฮ่าๆๆๆ อยากเป็นเขย ผบ.หน่วย นรข. จะแย่แล้วเนี่ย” ผู้กองกวินทร์หัวเราะชอบใจในความคิดของตัวเองจนผู้เป็นพ่อต้องส่งสายตาดุๆ ไปให้ หมั่นไส้ในความกวนบาทาของลูกชายคนเล็กนัก เกลียดความกวนบาทาที่มันได้ไปจากพ่อมันทั้งหมดนี่แหละ 

               “ให้หลานอยู่ที่นี่เถอะครับเดี๋ยวผมจะช่วยดูแลให้อีกแรง ตำรวจพลร่มก็มีความสามารถไม่แพ้หน่วยรบหน่วยไหน ผมเชื่อว่าทุกคนจะช่วยปกป้องไนเปอร์ได้ครับ” ผู้กำกับจิรพัฒน์บอก ในฐานะที่เขาเป็นผู้บังคับบัญชาใหญ่สุดของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 

               “เดี๋ยวอาแนะนำตำรวจหล่อๆ แถวนี้ให้ ต่อไปจะได้มีคนดูแลอย่างใกล้ชิดดีมั้ยยัยชะนีนางไม้จิ๋ว” ผู้พันเอกพลแนะนำ แล้วก็ต้องยิ้มเจื่อนๆ เมื่อ ผบ.กรันณ์ตวัดสายตาดุใส่ 

               “บ้านนี้ไม่เอาลูกเขย ทีหลังอย่าพูดแบบนี้อีกนะ” 

               งานนี้ทำเอาผู้กองพนาใจแป้วไปเลย พ่อตาไม่อยากได้ลูกเขยแบบนี้แล้วนี่เขาจะไปแสดงตัวกับท่านได้ยังไง ไหนจะความญาติเยอะของแก้วเจ้าจอมอีก พ่อตาก็ดุเหลือเกิน 

  

 

 

               เมื่อแก้วเจ้าจอมปลอดภัยกลับมา เจ้าหน้าที่หลายๆ ฝ่ายก็เดินทางกลับที่ตั้งของตน มีเพียงแค่ครอบครัวของ ผบ.กรันณ์เท่านั้นที่ยังอยู่ที่ฐานต่อแล้วจะเดินทางกลับปัตตานีในวันรุ่งขึ้น ผู้กองพนาเชิญ ผบ.กรันณ์กับราชาวดีให้ไปพักที่บ้านพักของเขาเพื่อความสะดวก แต่ทั้งสองคนก็ปฏิเสธและบอกว่าจะพักอยู่กับแก้วเจ้าจอมแทน เพราะอยากอยู่กับลูกแบบส่วนตัว ไม่ได้จะมาก้าวก่ายภายในฐานแห่งนี้  

               ผบ.กรันณ์เดินเข้ามาในห้องทำงานของผู้กองพนาที่อาคารอำนวยการอย่างเงียบๆ เพราะมีเรื่องอยากพูดคุยกับเขาตามลำพังโดยอาศัยจังหวะที่แก้วเจ้าจอมพาผู้เป็นแม่กับพี่ชายทั้งสองของเธอไปอาบน้ำที่ลำธารป่าหิ่งห้อย ตอนนี้ผู้กองหนุ่มกำลังก้มหน้าก้มตาดูแผนที่แผ่นใหญ่อยู่ที่โต๊ะทำงานของเขาเลยไม่ทันได้หันมาเห็นว่าใครเดินเข้ามาหา ซ้ำเขายังอยู่ในชุดเครื่องแบบชุดเดิมกับตอนที่อยู่ในป่าอีก คาดว่าน่าจะยังไม่ได้พักผ่อนตั้งแต่กลับมาที่ฐาน 

               “หมวด เดี๋ยวอีกสองสามวันผมจะไม่อยู่ฐานนะ ผมยังคาใจเรื่องของไอ้ชารีฟกับกาเซ็มอยู่ ผมอยากรู้ว่าฐานที่ตั้งของพวกมันอยู่ที่ไหนกันแน่เดี๋ยวผมจะไปสืบซักหน่อยจะได้เอาพวกเราไปถล่มมันให้จบๆ ต่อไปจะได้ไม่มีใครมาคอยก่อกวนพวกเจ้าหน้าที่กับชาวบ้านอีก ระหว่างที่ผมไม่อยู่หมวดดูแลฐานไปก่อนนะ ห้ามบอกใครด้วยว่าผมไปไหนคุณหมอทั้งสองคนก็ห้ามรู้” 

               “จะบุกเดี่ยวไปว่างั้น” ผบ.กรันณ์ถามขึ้น ถ้าเป็นเรื่องการทำงานนั้นเขายอมรับว่าผู้กองพนาทำให้เขานึกถึงตัวเองสมัยเป็นหนุ่ม อายุขนาดนี้แล้วยังไฟแรงอยู่ เป็นเจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเทให้กับงานจริงๆ และเป็นคนที่มีฝีมือมาก น่าเสียดายที่ความเก่งของเขาทำให้ผู้ใหญ่บางคนอิจฉาจึงไม่สนับสนุนหน้าที่การงานของเขาทั้งๆ ที่ดูจากผลงานของผู้กองพนาแล้วตอนนี้เขาควรมียศไม่ต่ำกว่าพันตำรวจตรีด้วยซ้ำ 

               “...ท่านมีอะไรกับผมรึเปล่าครับ” ผู้กองพนารีบหันมาหาเมื่อเห็นว่าคนที่เขาคุยด้วยไม่ใช่ผู้หมวดทั้งสองแต่อย่างใด แต่เป็นพ่อตาของเขาเอง ซึ่งพ่อตาของเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากเดินเข้ามาดูแผนที่กับเขา ดูได้สักพักก็ชี้นิ้วลงไปกับแผนที่  

               “ถ้าจะไปตามล่าหาข่าวของคนร้ายกลุ่มนี้ ผู้กองควรไปทางนี้ซึ่งมันจะง่ายกว่า เวลาจะไปตามหาคนร้ายอย่าคิดในมุมของเจ้าหน้าที่เด็ดขาด แต่ผู้กองควรคิดแบบคนร้าย ให้สมมติว่าผู้กองเป็นคนร้ายที่กำลังหนีเจ้าหน้าที่อยู่ ผู้กองจะหนีไปทางไหนคนร้ายมันก็ไปทางนั้นแหละ” จากที่กลัวๆ กล้าๆ ว่าจะถูกเล่นงาน ผู้กองพนาก็ยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้รับคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์ในสนามรบมากกว่า เสี้ยววินาทีเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจเมื่อมีผู้ใหญ่สักคนคอยให้คำปรึกษาแนะนำ เขาเองก็ตัวคนเดียวขาดพ่อแม่มานานนับสิบปี ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่กับน้องชายสองคน นอกจากครูฝึกของเขาเขาก็ไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้พึ่งพิงเลยแม้แต่น้อย 

               “ส่วนตรงนี้เป็นจุดบอด เจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยากพวกคนร้ายก็เลยใช้เป็นเส้นทางเข้าออกระหว่างสองประเทศ ผมเคยส่งลูกน้องไปลาดตระเวนแถวนี้มาแล้วแต่ก็เกือบเอาชีวิตกันไม่รอด ถ้าผู้กองจะไปก็ต้องระวังตัวเป็นพิเศษหน่อยแล้วถ้าพูดภาษาท้องถิ่นได้จะยิ่งดีมากเวลาคนร้ายพูดอะไรกันจะได้เข้าใจ” 

               “พอได้บ้างนิดหน่อยครับท่าน ฟังเข้าใจแต่ยังพูดไม่คล่อง” 

               “งั้นก็ต้องฟังให้เยอะ การฟังสำคัญกว่าการพูด” ผู้กองพนาค้อมศีรษะอย่างขอบคุณด้วยใจจริง นึกอิจฉาสองแฝดนรกนักที่มีพ่อคอยสอนและให้คำแนะนำแบบนี้ 

               “ที่ผมมา ผมจะมาพูดกับผู้กองเรื่องไนเปอร์” พอแนะนำเรื่องงานเสร็จ ผบ.กรันณ์ก็พูดเรื่องนี้ขึ้นก่อนจะหยิบดอกแก้วเจ้าจอมช่อเล็กๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะของผู้กองพนาขึ้นมา ทำให้จากที่รู้สึกอบอุ่นในตอนแรก ตอนนี้ผู้กองพนาเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ แล้ว ตั้งแต่เขากลับมาที่ฐานเขาก็ยังไม่ได้ไปหาแก้วเจ้าจอมเลยเพราะเธอมีแม่กับพี่ชายอยู่ด้วยตลอด แต่เพราะความคิดถึงเขาก็เลยเอาแก้วเจ้าจอมช่อนี้มาดูต่างหน้าเธอไปก่อน 

               “ดอกแก้วเจ้าจอมเป็นของผม ผมไม่ต้องการให้ใครมาเด็ดเอาไปเชยชมง่ายๆ แบบนี้ ความจริงแล้วผู้กองไม่ได้มีเมีย ผมสืบประวัติผู้กองมาหมดแล้ว เมื่อสิบปีก่อนเคยมีแฟนแต่ก็เลิกกันไป ฝ่ายหญิงไปมีครอบครัวใหม่ไม่เคยได้ติดต่อกันอีก ผู้กองเองก็ไม่เคยมีใครอีกนับตั้งแต่นั้นมา ไม่รู้ว่ายังทำใจไม่ได้หรือยังไม่เจอคนที่ใช่กันแน่” สายตาคมตวัดมามองผู้กองหนุ่มทำเอาผู้กองพนาแทบหลบสายตาไม่ทัน 

               “จะหลอกใครก็หลอกไปแต่อย่ามาหลอกคนอย่างผม ถ้าในด้านการทำงานผมยอมรับผู้กองจากใจจริงเลยว่าผู้กองเป็นนักรบที่เก่งมากและฝีมือไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อย แต่ในเรื่องส่วนตัว...ผมอยากให้ผู้กองเลิกยุ่งกับลูกสาวของผมได้แล้ว แค่ต้องห่วงลูกเพราะโจรผู้ร้ายผมก็แทบไม่เป็นอันทำอะไรแล้วผมไม่อยากให้มีเรื่องผู้ชายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีก ก็อย่างที่ผมเคยบอก เป็นคนช่วยชีวิตก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเจ้าของชีวิต” 

               “ท่านครับ คือว่า...” 

               “ก่อนหน้านี้ผมบอกว่ายังไง การฟังสำคัญกว่าการพูดไม่ใช่หรอ เลิกยุ่งกับลูกสาวของผมซะถึงตอนนี้ผมจะยอมให้ไนเปอร์อยู่ที่นี่ไปก่อน แต่ถ้าไนเปอร์เขาอยากทำงานในพื้นที่สามจังหวัดจริงๆ ผมจะย้ายเขาไปอยู่ใกล้ๆ ผมที่ปัตตานี ผู้กองควรทำกับไนเปอร์เหมือนแฟนเก่าของผู้กองนั่นก็คือบอกเลิกแล้วก็ไม่ต้องมาเจอกันอีกตลอดไป ผมรู้นะว่าแม่ทัพภาคที่ 3 เขาคอยช่วยผู้กองอยู่ แต่ผู้กองก็อย่าลืมนะว่าผมต่างหากที่เป็นพ่อผู้ให้กำเนิดไนเปอร์ไม่ใช่พลโทคีรินทร์ เพราะฉะนั้น...” ผบ.กรันณ์เดินเข้าไปหาผู้กองพนาใกล้ๆ แล้วเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา 

               “กูจะให้โอกาสมึงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เลิกยุ่งกับลูกกู แล้วถ้ามึงทำตามที่กูบอกได้...กูจะเปลี่ยนดาวสามดวงบนบ่ามึงให้มันใหญ่โตมากกว่านี้” 

               “ให้ผมเลิกกับคุณแก้วเพื่อแลกกับยศใหม่งั้นหรอครับ” 

               “ใช่ รู้นะว่าคนฉลาดควรเลือกอะไร” ว่าจบ ผบ.กรันณ์ก็เดินออกไปจากห้องทำงานของเขาพร้อมกับดอกแก้วเจ้าจอมช่อน้อยๆ นั่นด้วย คนบ้าอะไรหวงยันดอกไม้ ผู้กองพนาคิดก่อนจะหันมามองชุดเครื่องแบบตำรวจสีกากีของเขาที่แขวนเอาไว้อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงาน สายตาคมจ้องนิ่งๆ อยู่ที่ดาวสามดวงบนชุดซึ่งเขาคิดมาตลอดว่าอนาคตทางราชการของเขาคงมาได้ไกลสุดเท่านี้ ชาตินี้คงเป็นได้แค่ผู้กอง ตำแหน่งสารวัตรอย่าได้ถามถึงเลย 

               “บังเอิญผมมันโง่ครับท่าน ไม่มีดาวดวงใหญ่ๆ ผมอยู่ได้ แต่ถ้าผมไม่มีหัวใจผมตายแน่ๆ” ผู้กองพนาพูดไล่หลัง ผบ.กรันณ์แล้วแสยะยิ้มใส่ เหอะ! เรื่องอะไรมาบอกให้เขาเลิกกับเมีย เลิกกับเมียมันใช่ของง่ายๆ ซะที่ไหนกัน แน่จริงตัวเองลองไปเลิกกับเมียให้เขาดูก่อนสิ ถ้าทำได้เขาถึงจะยอมเลิกกับแก้วเจ้าจอม 

  

 

************************************************************* 

นับวันลูกเขยพ่อรันยิ่งเกรียนเข้าไปทุกที “บังเอิญผมมันโง่ครับท่าน” พะนะ! ปาดดิโธ่ มาคือซางกล้าเว้าแท้น้ออ้ายพนาของข่อย  

งั้นก็เป็นผู้กองพนาต่อไปค่ะคุณพี่ สารวัตรพนาคงไม่ต้องเป็นกันแล้ว 

**************************************** 

NC ล่ะ NC อยู่ไหน 55555 ก็ตามนั้นแหละ อยู่ตอนหน้าค่ะ ช่วงนี้กะจำนวนหน้าคลาดเคลื่อนตลอด แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ 

ความคิดเห็น