ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อาทิตย์ x การันต์ ตอนที่ 13 [100%]......END

ชื่อตอน : อาทิตย์ x การันต์ ตอนที่ 13 [100%]......END

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 108.7k

ความคิดเห็น : 574

ปรับปรุงล่าสุด : 25 เม.ย. 2559 20:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อาทิตย์ x การันต์ ตอนที่ 13 [100%]......END
แบบอักษร

 

 

 

Seven Days Project [ 7 รัก 7 ร้าย(อาทิตย์ X การันต์) ตอนที่ 13

Author:   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

การันต์รีบลุกจากโต๊ะกินข้าวทันทีเมื่อรู้ว่าพ่อของตนเองที่หนีหายไปหลายเดือน เข้ามาที่บ้านของอาทิตย์ ทำให้อาทิตย์ ต้องลุกตามออกมาด้วย ส่วนคนอื่นๆ จันทร์ห้ามไม่ให้ตามออกไป

 

 

“พ่อ!!” การันต์เรียกพ่อตัวเองเสียงดังลั่น เมื่อเห็นพ่อยืนยิ้มเซียวๆ

“พ่อหายไปไหนมา รู้มั้ยว่าผมเป็นห่วงมากแค่ไหน” การันต์ถามพ่อตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เขาไม่ได้โกรธที่พ่อของเขาหนีหาย แต่เขาเป็นห่วงพ่อของเขามากกว่า ดวงตาทั้งสองข้างของการันต์แดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

“ขอโทษทีนะรันต์ ที่พ่อหนีไปแบบนั้น” พ่อของการันต์พูดเสียงแผ่ว สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความรู้สึกผิดออกมา ล่าสุดที่การันต์รับรู้เรื่องของพ่อตนเอง ก็แค่รู้ว่าพ่อของเขาหนีไปเมืองนอก แต่หลังจากนั้นก็ไม่รู้อะไรอีกเลย มีเพียงอาทิตย์เท่านั้น ที่รู้ว่าพ่อของการันต์ ทำอะไร อยู่ที่ไหน

 

 

“กลับมาแล้วเหรอครับ คุณไชย์พจน์” เสียงนิ่งๆของอาทิตย์ดังขึ้น ทำให้ทั้งการันต์และไชยพจน์หันไปมองพร้อมกัน การันต์รู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก เมื่อพ่อตนเองกลับมาอยู่ต่อหน้าอาทิตย์แบบนี้ ส่วนอาทิตย์เอง เขาก็พอจะคาดเดาได้ว่าไชยพจน์อาจจะเข้ามาหาเขาในเร็วๆนี้

 

 

“คุณอาทิตย์ ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ” ไชยพจน์พูดเสียงจริงจัง

 

 

“งั้นเชิญที่ห้องทำงานของผมเลยละกัน” พูดจบอาทิตย์ก็เดินนำไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที การันต์กับพ่อก็เดินตามไป การันต์รั้งแขนของอาทิตย์เอาไว้ก่อน ทำให้อาทิตย์หันมามอง

 

 

“พ่อเข้าไปรอด้านในก่อนนะครับ เดี๋ยวรันต์กับพี่อาทิตย์จะตามเข้าไป” การันต์หันไปพูดกับพ่อตัวเองเสียงแผ่ว ไชยพจน์พยักหน้ารับ แล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของอาทิตย์ก่อน เหลือเพียงการันต์กับอาทิตย์ที่ยืนกันอยู่หน้าห้องทานเท่านั้น

“พี่อาทิตย์ คือ..รันต์” การันต์เองก็ไม่รู้ควรจะพูดอะไรกับอาทิตย์ พอต้องมายืนมองหน้าอาทิตย์ในสถานการณ์แบบนี้ ทำให้การันต์อึดอัดไม่น้อย

 

 

“เดี๋ยวเราค่อยคุยกัน” อาทิตย์พูดเสียงเรียบนิ่งทำให้หัวใจของการันต์ไหววูบอย่างบอกไม่ถูก อาทิตย์แตะหลังการันต์ให้เดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาทันที

..

..

“หายไปนานเลยนะครับ” อาทิตย์ทักไชยพจน์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลังจากที่นั่งประจำที่กันแล้ว

 

 

“ผมขอโทษ ที่หนีไปแบบนั้น” ไชยพจน์เกริ่นขึ้น โดยมีการันต์นั่งหน้าเครียดอยู่ข้างๆ

 

 

“แล้วที่กลับมา ก็เพื่อจะเอาเงินมาคืนผมใช่มั้ย” อาทิตย์ถามออกมาตรงๆ ทำให้การันต์ตาเบิกกว้างนิดๆ พร้อมกับหันไปมองหน้าพ่อตัวเองอย่างตกใจ

 

 

“ครับ ผมเอาเงินมาคืนให้ทั้งหมด รวมไปถึงเงินที่คุณเข้าไปดูแลในส่วนของบริษัทของผมด้วย” ไชยพจน์บอกเสียงจริงจัง

 

 

“พ่อไปเอาเงินมาจากไหนครับ มันไม่เงินจำนวนน้อยๆเลยนะครับ” การันต์ถามเสียงสั่น

 

 

“พอดีพ่อได้เงินก้อนหนึ่งมา แล้วเจอคนแนะนำให้เอาเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น แค่ 2 เดือน พ่อได้เงินก้อนกลับมามากมายเลยรันต์ พ่อถึงได้กลับเอาเงินมาคืนอาทิตย์นี่ไง” ไชยพจน์พูดอย่างภูมิใจ โดยมีสายตาของอาทิตย์มองมานิ่งๆ

 

 

“แล้วนึกยังไง คุณถึงได้ตัดสินใจกลับเอาเงินมาคืนผม ทั้งๆที่ตอนแรก คุณตั้งใจจะหนี” อาทิตย์ถามขึ้นมาต่อ ไชยพจน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองการันต์ด้วยสายตาหม่นๆ

 

 

“ตอนที่ผมหนีไป ช่วงแรก ผมก็คิดอะไรไม่ได้หรอก แต่พอมีช่วงที่ผมโดนโจรปล้นแล้วก็แทงผมจนผมต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาล ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ข้างๆผมเลย ผมเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ทำให้ผมคิดถึงรันต์ขึ้นมาว่ารันต์เองจะต้องรับภาระคนเดียวมากแค่ไหน ผมสงสารลูก ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อชดใช้หนี้สินที่ผมก่อเอาไว้ ผมก็เลยอยากจะกลับมาช่วยลูกชายของผมบ้าง” ไชยพจน์บอกกลับมาเสียงแผ่ว

 

 

“พ่อโดนแทงเหรอครับ เป็นอะไรมากรึเปล่า” การันต์ถามพ่อตนเองด้วยความเป็นห่วง

 

 

“พ่อไม่เป็นอะไรแล้วรันต์ พ่อกลับมาหารันต์แล้วนี่ไง ตอนที่พ่อนอนรักษาตัว พ่อบังเอิญเจอกับคนไทยที่ไปเยี่ยมญาติที่นั่น เค้ามาคอยคุยเป็นเพื่อน คุยจนถูกคอกันดี และเค้าคอยสอนพ่อเรื่องเล่นหุ้นนี่แหละ ถ้าไม่ได้เค้า พ่อก็คงไม่ได้เงินก้อนกลับมาใช้หนี้ให้รันต์หรอก” ไชยพจน์พูดเสียงจริงจัง เขารู้สึกผิดกับลูกชายจริงๆ

 “รันต์ พ่อตั้งใจจะกลับมาดูแลบริษัทแล้วก็หาทางติดต่อขอซื้อบ้านกลับมาด้วย เราจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม แล้วก็ไปดูแลบริษัทด้วยกันไง” ไชยพจน์ยืนยันในสิ่งที่ตนเองตั้งใจจะทำ ทำให้การันต์รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่พ่อของตัวเองคิดได้ แต่การันต์ก็รู้สึกเจ็บแปลบในอกอยู่ดี เมื่อหันไปมองหน้าอาทิตย์

 

 

“ผม..” การันต์พูดไม่ออก

 

 

“วันนี้ผมเข้ามาคุยเกริ่นไว้ก่อน ให้คุณได้เตรียมตัวเรื่องเอกสารสรุปหนี้ที่ผมติดค้างไว้ทั้งหมด ผมจะไปรอที่โรงแรม EE แล้วผมจะกลับมาพร้อมกับเช็ค” ไชยพจน์หันไปพูดกับอาทิตย์

“ส่วนรันต์ รอพ่ออีกนิดนะ” ไชยพจน์บอกกับลูกชายบ้าง การันต์ยิ้มไม่ออก ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่เขารอคอยอยู่ก็ตาม

..

..

ก๊อกๆ

การันต์เคาะประตูห้องทำงานของอาทิตย์หลังจากที่ออกไปส่งพ่อตนเองขึ้นรถกลับโรงแรมเรียบร้อยแล้ว

 

 

“เข้ามา” เสียงเรียบนิ่งของอาทิตย์ดังขึ้น ทำให้การันต์รู้สึกใจหวิวๆ พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นอาทิตย์นั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

“มีอะไรเหรอรันต์” อาทิตย์ถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าเครียดๆของร่างเพรียว

 

 

“เรื่องพ่อของรันต์...คือ..” การันต์ไม่รู้ว่าตัวเองควรพูดอะไรดี เพราะการันต์แค่หาข้ออ้างอยากจะเข้ามาหาอาทิตย์เท่านั้น

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่กำลังจะติดต่อฝ่ายบัญชี ให้เค้าคำนวณเรื่องหนี้สินให้พ่อของรันต์” อาทิตย์พูดเสียงนิ่ง ทำให้การันต์รู้สึกเหมือนกับว่าอาทิตย์อยากให้เขาออกไปจากบ้านนี้เต็มที

“รันต์อยากไปจากที่นี่มั้ย” อาทิตย์ถามเสียงนิ่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้การันต์ชะงักไปเล็กน้อย ถ้าเป็นช่วงแรกๆ การันต์สามารถตอบได้ทันทีว่าอยากไปจากที่นี่ อยากจะหมดหนี้ไวๆ แต่ตอนนี้การันต์รู้สึกผูกพันกับครอบครัวของอาทิตย์เป็นอย่างมาก รวมไปถึงตัวของอาทิตย์ด้วย ถึงแม้ว่าอาทิตย์จะดุและพูดจาไม่ดีกับการันต์ในตอนแรกก็ตามที แต่พักหลังๆมานี่อาทิตย์ดูแลการันต์ดีมาตลอด

 

 

“ครับ” การันต์หลุดตอบรับออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อดันนึกขึ้นมาแว่บหนึ่งว่าที่อาทิตย์ดูแลตัวเองดี เพียงแค่อยากจะได้เงินคืนเท่านั้น และเมื่อได้ยินคำตอบรับจากการันต์ อาทิตย์ก็นิ่งเงียบไปทันที การันต์ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองอย่างตกใจ

 

 

“อืม งั้นไปกินข้าวก่อนเถอะ รันต์ยังไม่ได้กินอะไรนี่นะ” อาทิตย์พูดตัดบทเสียงเรียบ

 

 

“พี่อาทิตย์ก็ยังไม่ได้กิน” การันต์ทักท้วงขึ้นมาทันที

 

 

“พี่ยังไม่หิว รันต์ไปกินก่อนเลย พี่มีงานต้องทำ” อาทิตย์พูดเสียงนิ่ง ถ้าการันต์มองไม่ผิด เขารู้สึกเหมือนอาทิตย์กำลังกัดฟันระงับอารมณ์ตัวเองอยู่

 

 

“งั้นเดี๋ยวรันต์ช่วย” การันต์เสนอขึ้นมา ตอนนี้การันต์รู้สึกอยากอยู่ใกล้อาทิตย์ให้นานที่สุด

 

 

“ไม่ต้อง รันต์ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้วันหยุด” อาทิตย์พูดขึ้น ก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านเหมือนไม่สนใจการันต์ที่ยืนนิ่งอยู่ ก่อนที่การันต์จะเดินหน้าหมองออกไปจากห้องทำงานของอาทิตย์

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

แกร๊ก

การันต์เปิดประตูเข้ามาในห้องของอาทิตย์ในตอนเช้าของวันใหม่ เพื่อจะมาจัดเตรียมเสื้อผ้าให้ เมื่อคืนการันต์ไม่ได้มานอนที่ห้องของอาทิตย์ เพราะอาทิตย์บอกว่าให้การันต์พักผ่อนบ้าง พอตื่นมาตอนเช้าการันต์ก็รีบมาหาอาทิตย์ทันที แต่เขาก็ต้องแปลกใจ เมื่อเห็นอาทิตย์แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาทิตย์หันมามองการันต์เล็กน้อย

“มีอะไรเหรอรันต์” อาทิตย์ถามขึ้น

 

 

“ทำไมตื่นเร็วจังเลยครับ รันต์ว่าจะเข้ามาเตรียมเสื้อผ้าให้” การันต์พูดขึ้น

 

 

“ตั้งแต่วันนี้ รันต์ไม่ต้องเข้ามาเตรียมอะไรให้พี่แล้วนะ พี่เตรียมเอง” อาทิตย์ตอบกลับไป ทำให้การันต์รู้สึกหัวใจหวิวๆ และร้อนในอกเป็นอย่างมาก

 

 

“ทำไมล่ะครับ นี่มันหน้าที่ของรันต์” การันต์เถียงขึ้น

 

 

“อีกไม่กี่วัน รันต์ก็จะไม่ใช่ลูกหนี้พี่อีกแล้ว เพราะฉะนั้น รันต์ไม่ต้องมาทำอะไรแบบนี้อีก ค่อยๆเก็บของ แล้วเตรียมกลับบ้านเถอะ” อาทิตย์บอกออกมาตรงๆ ทำให้การันต์อดที่จะน้อยใจไม่ได้ ว่าที่ผ่านมา อาทิตย์คิดกับการันต์แค่ลูกหนี้กับเจ้าหนี้เท่านั้น

 

 

“แต่ตอนนี้พ่อของรันต์เค้ายังไม่ได้เอาเงินมาให้ รันต์ก็ยังคงเป็นลูกหนี้ของพี่อาทิตย์อยู่ ให้รันต์ได้ทำหน้าที่ลูกหนี้เหมือนเดิมเถอะครับ” การันต์พูดประชดกลับไป อาทิตย์กัดฟันเล็กน้อย

 

 

“พี่บอกว่าไม่ก็คือไม่! ฟังไม่รู้เรื่องเหรอรันต์ แล้วก็ไม่ต้องไปทำงานที่บริษัทพี่แล้ว วันนี้รออยู่ที่บ้าน รอเวลาที่จะได้กลับบ้านซะ” พูดจบ อาทิตย์ก็คว้ากระเป๋าทำงานพร้อมเสื้อสูทเดินออกจากห้องนอนทันที ทำให้การันต์ที่ยืนอึ้ง ถึงกับดวงตาร้อนผ่าว ก่อนจะรีบวิ่งตามอาทิตย์ออกไป

 

 

“พี่อาทิตย์หมายความว่ายังไงครับ พี่จะไม่ให้รันต์ไปทำงานที่บริษัทพี่แล้วงั้นเหรอ” การันต์ดึงแขนอาทิตย์เอาไว้ แล้วถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

 

 

“ใช่” อาทิตย์ตอบย้ำพร้อมกับดึงแขนตัวเองออกจากมือของการันต์แล้วเดินลงไปที่ชั้นล่างทันที  แต่การันต์ก็เดินตามไม่ลดละ

 

 

“พี่อาทิตย์ไม่ถามความคิดเห็นของรันต์สักนิด ว่ารันต์ต้องการแบบนั้นรึเปล่า” การันต์เถียงขึ้นมาเสียงดัง ตอนนี้คนที่อยู่ในบ้านต่างเดินออกมาดูอาทิตย์กับการันต์ที่ยืนเถียงกันอยู่ที่ห้องรับแขก

 

 

“เรื่องแบบนี้มันไม่ต้องถามก็รู้ๆกันอยู่ ยังไง พ่อของรันต์เค้าจะเอาเงินมาใช้คืนพี่อยู่แล้ว แล้วรันต์จะไปทำงานอีกทำไม” อาทิตย์ถามกลับไป เป็นครั้งแรกที่การันต์เห็นสายตาของอาทิตย์กระตุกวูบไปแว่บหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็ปรับแววตากลับมาเป็นนิ่งเฉยเหมือนเดิมได้ในเวลารวดเร็ว

 

 

“แต่..” การันต์จะเถียงอีก

 

 

“จันทร์ วันนี้อยู่เป็นเพื่อนรันต์ด้วยละกัน”  อาทิตย์พูดสั่งจันทร์ที่ยืนอยู่ ก่อนจะเดินหุนหันออกไปจากบ้านทันที โดยไม่ทานข้าวเช้าเหมือนทุกๆวัน

 

 

“พี่อาทิตย์” การันต์จะตามอาทิตย์อีกครั้ง แต่จันทร์ก็มาจับแขนเอาไว้ก่อน

 

 

“ทำตามที่พี่อาทิตย์บอกเถอะรันต์” จันทร์พูดขึ้น

 

 

“แต่รันต์” การันต์จะเถียงจันทร์อีกคน แต่จันทร์ก็ส่งยิ้มอ่อนๆให้การันต์

 

 

“อย่าทำให้ความตั้งใจของพี่อาทิตย์เสียเปล่าสิ” จันทร์พูดขึ้น ทำให้การันต์ชะงักไปเล็กน้อย

 

 

“ความตั้งใจ? อะไรเหรอครับ นี่มันเรื่องอะไรกัน” การันต์ถาม เพราะรู้สึกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติและน่าสงสัยในคำพูดของจันทร์

 

 

“ตอนนี้พี่ยังพูดอะไรไม่ได้หรอก เอาไว้รันต์ก็คงจะรู้เอง แต่พี่ก็อยากให้รันต์รู้อีกอย่างว่าทุกอย่างที่พี่อาทิตย์ทำ มันเป็นเพราะพี่อาทิตย์เค้าห่วงรันต์มาก” จันทร์พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและจริงจัง

 

 

“รันต์ไม่เข้าใจ” ชายหนุ่มพูดพึมพำ จันทร์ก็ทำได้แค่ส่งยิ้มให้การันต์เท่านั้น ไม่ว่าการันต์จะคะยั้นคะยอถามอีก จันทร์ก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไร

..

..

“เอกสารเรื่องหนี้สินของคุณไชยพจน์จะเรียบร้อยวันพรุ่งนี้นะคะ” วิภา เลขาของอาทิตย์เดินเข้ามาบอกในที่ทำงาน

 

 

“ขอบคุณครับ” อาทิตย์ตอบรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ

 

 

“คุณอาทิตย์จะปล่อยมือจากรันต์จริงๆเหรอคะ” วิภาถามออกมาตรงๆ เพราะเธอเองก็พอจะรู้ความรู้สึกของท่านประธานหนุ่มดี

 

 

“มันเป็นความต้องการของเค้า และเป็นสิทธิ์ของเค้า ผมไม่ได้เป็นเจ้าหนี้หรือเจ้าชีวิตของเค้าอีกแล้วล่ะ” อาทิตย์ตอบกลับเสียงเรียบ แต่วิภากลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียงของอาทิตย์ที่พูดออกมา

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++

 

“รันต์ มานั่งทำอะไรตรงนี้” จันทร์ทักขึ้น เมื่อเดินมาเจอการันต์นั่งอยู่ใต้ต้นปีบที่สวนหลังบ้าน การันต์ยิ้มเจื่อนๆส่งไปให้จันทร์

 

 

“มานั่งเล่นครับ” การันต์ตอบเสียงแผ่ว พร้อมกับเก็บดอกปีบที่ร่วงหล่นอยู่ที่พื้นหญ้า จันทร์จึงนั่งลงข้างๆ

 

 

“ดีใจมั้ย ที่จะได้กลับไปอยู่กับพ่อสักที” จันทร์ถามขึ้น ทำให้การันต์ชะงักไปเล็กน้อย

 

 

“ครับ” การันต์ตอบรับสั้นๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเองควรจะดีใจหรือไม่

“ขอบคุณพี่จันทร์มากนะครับ ที่ช่วยดูแลรันต์ตลอดเวลาที่รันต์อยู่ที่นี่” การันต์พูดพร้อมกับฝืนยิ้มให้จันทร์

 

 

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก พี่บอกแล้วไง รันต์ก็เหมือนน้องชายพี่คนหนึ่งเหมือนกัน” จันทร์บอกอย่างใจดี การันต์ยิ้มอ่อนๆไปให้ แล้วนั่งเงียบ

“พี่อาทิตย์กลับมาแล้วนะ” จันทร์พูดขึ้นมา ทำให้การันต์เงยหน้าขึ้นมามองทันที

 

 

“เหรอครับ แล้วตอนนี้อยู่ไหนครับ” การันต์ถามอย่างรวดเร็ว ทำให้จันทร์ยิ้มอ่อนๆออกมาทันที

 

 

“เข้าไปในห้องทำงานน่ะ แต่สั่งไว้ ว่าไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน” จันทร์บอกกลับ ทำให้การันต์นิ่งชะงัก แต่ความอยากรู้มันมีมากกว่า

 

 

“รันต์ขอตัวแป๊บหนึ่งนะครับ” การันต์พูดขึ้น ก่อนจะรีบลุกแล้วเดินเข้าไปในบ้าน เพื่อตรงไปยังห้องทำงานของอาทิตย์ การันต์ยืนชั่งใจอยู่สักพัก แล้วเคาะประตูห้องทำงาน

 

 

ก๊อกๆ

การันต์ยืนรอฟังเสียงอนุญาตจากอาทิตย์ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบออกมา การันต์จึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปอย่างเบามือ และเมื่อเปิดเข้าไป ก็เห็นอาทิตย์นั่งเอาหัวพิงพนักเก้าอี้ทำงานพร้อมกับหลับตาลง การันต์ขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วเดินเข้าไปหาอาทิตย์ช้าๆ การันต์รู้สึกว่าสีหน้าของอาทิตย์ไม่ดีเท่าไรนัก จึงเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากของอาทิตย์

 

 

หมั่บ..

การันต์สะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือของเขาถูกอาทิตย์คว้าเอาไว้ พร้อมกับร่างแกร่งที่ลืมตาขึ้นมามองการันต์

“รันต์ทำให้พี่อาทิตย์ตื่นรึเปล่าครับ” การันต์ถามเสียงแผ่ว อาทิตย์ปล่อยมือของการันต์ช้าๆ

 

 

“เข้ามาทำไม” อาทิตย์ถามขึ้น การันต์รู้ว่าอาทิตย์คงไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูแน่ๆ

 

 

“รันต์แค่จะมาดู เผื่อพี่อาทิตย์ต้องการอะไร” การันต์บอกเสียงแผ่ว อาทิตย์นั่งมองหน้าการันต์นิ่งๆ แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“พี่ไม่ต้องการอะไร รันต์ออกไปเถอะ” อาทิตย์พูดขึ้นเสียงจริงจัง การันต์เม้มปากเล็กน้อย

 

 

“ทำไมพี่ต้องทำเหมือนอยากจะไล่ให้ผมไปไกลๆนัก” การันต์ถามออกมาอย่างสุดทน แต่อาทิตย์ก็นั่งเงียบ เขาไม่มองหน้าการันต์เลยสักนิด คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันตลอดเวลา การันต์กัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนรู้สึกเจ็บ เมื่อเห็นอาทิตย์ยังคงนั่งนิ่ง

“โอเคครับ รันต์เข้าใจแล้ว ขอโทษนะครับ ที่มารบกวน” พูดจบการันต์ก็เดินออกจากห้องทำงานของอาทิตย์ทันที อาทิตย์ถอนหายใจหนักๆ แล้วเอนหัวไปพิงพนักเก้าอี้ทำงานเหมือนเดิม

 

 

“พี่รันต์ครับ” เสียงใสของศุกร์ดังขึ้น เมื่อเห็นการันต์ทำท่าจะเดินขึ้นไปบนห้องนอน ทำให้การันต์ชะงักเท้า แต่ไม่ได้หันไปมองศุกร์ เพราะเขารู้ตัวว่าตอนนี้กำลังมีสีหน้ายังไง

 

 

“ว่าไงเหรอศุกร์” การันต์ขานรับ ทำให้ศุกร์ทำหน้างงก่อนจะเดินไปดักหน้าการันต์เอาไว้

 

 

“พี่รันต์เป็นอะไร ทำไมตาแดงๆแบบนี้ล่ะครับ ใครทำอะไรพี่รันต์เหรอ” ศุกร์ถามออกมาด้วยความร้อนใจเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของการันต์

 

 

“พี่ไม่ได้เป็นอะไร พอดีรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย พี่ขอขึ้นไปพักบนห้องก่อนนะ” การันต์พูดตัดบท ก่อนจะรีบเดินขึ้นไปบนห้องนอนทันที ทิ้งให้ศุกร์มองตามด้วยความเป็นห่วง พอเข้ามาในห้องได้ การันต์ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความปวดใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีความรู้สึกเจ็บแบบนี้ การันต์รู้ตัวเองแล้ว ว่าคิดยังไง รู้สึกยังไงกับอาทิตย์ แต่ก็คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะอาทิตย์คงเห็นการันต์เป็นแค่ลูกหนี้เท่านั้น การันต์รู้สึกอยากจะร้องไห้ แต่มันร้องไม่ออก เขารู้สึกจุกในอกเหมือนคนหายใจไม่ออกเสียมากกว่า และคืนนี้การันต์ก็ไม่ได้ลงไปทานข้าว แม้ว่าจันทร์กับศุกร์จะขึ้นมาตาม การันต์ก็บอกกลับไปว่าอยากนอนพัก

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

วันรุ่งขึ้น

การันต์ไม่ได้เจอกับอาทิตย์เลย เพราะอาทิตย์ออกไปทำงานแต่เช้า และการันต์ก็ต้องอยู่ที่บ้านของอาทิตย์ ไม่ได้ออกไปไหน การันต์จึงเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องมีลงไปทานข้าวบ้าง จนเวลาล่วงเลยมาจนเย็น

 

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้การันต์ลุกจากเตียงไปเปิด ก็เห็นจันทร์ยืนยิ้มอ่อนๆอยู่ที่หน้าประตู

 

“มีอะไรเหรอครับพี่จันทร์” การันต์ถามจันทร์เสียงแผ่ว

 

 

“รันต์เก็บเสื้อผ้ารึยัง” จันทร์ถามขึ้น ทำให้การันต์ชะงักไปทันที

 

 

“ทะ..ทำไมเหรอครับ” การันต์ถามกลับเสียงสั่นๆ

 

 

“พรุ่งนี้เช้า พ่อของรันต์จะเข้ามารับรันต์กลับบ้านแล้วนะ” จันทร์พูดขึ้น ทำให้การันต์ตัวชาวาบ ทั้งๆที่เขาควรจะดีใจเสียมากกว่า

 

 

“พะ..พรุ่งนี้เหรอครับ..พ่อใช้หนี้พี่อาทิตย์แล้วเหรอครับ” การันต์ถามขึ้นทันที

 

 

“ใช่ วันนี้พ่อของรันต์เข้าไปจ่ายเช็คให้พี่อาทิตย์ทั้งหมดแล้ว และฝากมาบอกรันต์ว่าพรุ่งนี้เช้าจะเข้ามารับ” จันทร์บอกย้ำกลับมา เป็นการยืนยันว่าการันต์ได้กลับบ้านแล้วจริงๆ

 

 

“ครับ” การันต์ตอบรับเสียงแผ่ว

 

 

“วันนี้พวกพี่เลยทำอาหารเลี้ยงส่งรันต์ที่ได้กลับบ้านกับพ่อตามที่รันต์หวังเอาไว้เดี๋ยวเราลงไปทานด้วยกันนะ” จันทร์บอกออกมาอย่างอ่อนโยน การันต์พยักหน้ารับด้วยท่าทีอ่อนแรง ก่อนที่จันทร์จะเดินเลี่ยงลงไปที่ชั้นล่าง ปล่อยให้การันต์ได้เตรียมตัวก่อน การันต์ล้างหน้าล้างตาด้วยท่าทีเหม่อลอย แล้วลงไปหาทุกคนที่ห้องอาหาร วันนี้มีจันทร์ พุธ ศุกร์ เสาร์ อยู่เท่านั้น การันต์ไม่เห็นอาทิตย์อยู่ด้วย จึงได้แต่มองหา

 

 

“พี่อาทิตย์ล่ะครับ” การันต์ถามหาอาทิตย์

 

 

“พี่อาทิตย์ยังไม่กลับจากทำงานเลย  เห็นว่ามีประชุมต่อ คงกลับดึก” จันทร์ตอบกลับ ทำให้การันต์รู้สึกวูบโหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก การันต์มองไปที่ศุกร์ ก็เห็นศุกร์นั่งหน้าหงอยๆ

 

 

“มาๆ นั่งก่อน” พุธเรียกให้การันต์ไปนั่งประจำที่ การันต์ไปนั่งข้างๆศุกร์ทันที

 

 

“พี่รันต์จะกลับมาเที่ยวหาศุกร์มั้ย” ศุกร์ถามขึ้นเสียงแผ่ว การันต์ยิ้มเจื่อนๆ

 

 

“ถ้ามีโอกาสพี่ก็จะกลับมาเที่ยวหานะ” การันต์ตอบกลับไป ใจจริง การันต์อยากจะกลับมาหาทุกคนเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ว่าจะมีคนต้อนรับเขาอีกรึเปล่า

 

 

“กินข้าวกันก่อนดีกว่านะ วันนี้มีแต่ของโปรดของรันต์ทั้งนั้นเลย” จันทร์พูดเปลี่ยนบรรยากาศ ก่อนจะนั่งทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่การันต์กินอะไรไม่ค่อยลงเท่าไรนัก

 

 

“ทำไมพี่รันต์ทำหน้าแบบนั้นล่ะ ทำหน้าเหมือนไม่อยากกลับไปกับพ่อของพี่อย่างนั้นแหละ” พุธทักขึ้น ทำให้การันต์นิ่งไปนิด

 

 

“พุธ” จันทร์ปรามพุธด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

 

“ก็มันจริงนี่ครับ ทั้งๆที่พี่รันต์เป็นคนพูดเองว่าอยากไปจากที่นี่ อยากกลับไปอยู่กับพ่อตัวเอง พี่อาทิตย์ก็จัดการให้ทุกอย่างตามที่พี่รันต์ต้องการ แล้วทำไมถึงได้ทำหน้าแบบนั้นด้วย” พุธพูดออกมาต่อ ทำให้การันต์มองหน้าพุธด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“พุธ พี่จะไม่เตือนเป็นครั้งที่ 3 นะ” จันทร์พูดออกมาอีก ทำให้พุธนิ่งไปทันที

 

 

“มีอะไรเหรอพุธ มันเรื่องอะไรกันเหรอครับพี่จันทร์ บอกรันต์หน่อย รันต์งงไปหมดแล้ว” การันต์ถามออกมาต่อ

 

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” พุธตอบกลับด้วยน้ำเสียงขัดใจเล็กน้อย ยิ่งทำให้การันต์อยากรู้เข้าไปใหญ่ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมื่อกินข้าวเรียบร้อย การันต์ก็กลับขึ้นไปบนห้อง เพื่อเก็บเสื้อผ้าของใช้ของตัวเอง การันต์เก็บของทุกอย่าง อย่างอ้อยอิ่ง ยิ่งเก็บของใกล้เสร็จ ก็ยิ่งปวดร้าวไปทั่วอก พอเก็บของเสร็จเรียบร้อย การันต์จึงเดินออกจากห้องของตนเอง แล้วตรงไปที่ห้องนอนของอาทิตย์ ตอนนี้อาทิตย์ยังไม่กลับ การันต์จึงอยากเข้าไปเก็บภาพความทรงจำครั้งสุดท้าย การันต์เข้าห้องของอาทิตย์ได้เพราะมีกุญแจ ร่างเพรียวเดินเข้าไปในห้อง มองไปรอบๆก็นึกถึงตอนที่ตนเองเข้ามานอน เข้ามาเตรียมของ เตรียมเสื้อผ้าให้อาทิตย์เป็นประจำทุกวัน ภาพที่อาทิตย์นอนกอดการันต์แล้วหลับไปด้วยกัน ยังคงเด่นชัดในความรู้สึก ทำให้การันต์ดวงตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที การันต์พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ พร้อมกับเดินไปที่ระเบียงห้องของอาทิตย์ ที่สามารถเห็นต้นปีบได้อย่างชัดเจน กลิ่นหอมอ่อนๆและสายลมที่พัดเอื่อยๆ ทำให้การันต์อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ การันต์ไม่รู้ว่าตัวเองยืนนิ่งอยู่ที่ระเบียงห้องของอาทิตย์นานแค่ไหน มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง อาทิตย์ที่เดินเข้ามา เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ เมื่อเห็นร่างเพรียวบางของการันต์ยืนอยู่ที่ระเบียงห้อง การันต์หันมามองอาทิตย์ด้วยความตกใจเล็กน้อย

 

 

“ขอโทษครับ ที่เข้ามาโดยพลการ” การันต์พูดเสียงแผ่ว พร้อมกับหลบสายตาของอาทิตย์ที่มองมา

 

 

“ไม่เป็นไร กินข้าวเย็นรึยัง” อาทิตย์ถามกลับ พร้อมกับเดินเข้ามาหาการันต์ที่ระเบียงห้อง พอได้อยู่ใกล้อาทิตย์ การันต์ก็ยิ่งรู้สึกปวดหนึบไปทั่วหัวใจ

 

 

“กินแล้วครับ” การันต์ตอบโดยไม่มองหน้าอาทิตย์

 

 

“แล้วเข้ามาห้องพี่ มีอะไรรึเปล่า” อาทิตย์ถามต่อ ทำให้การันต์ต้องเม้มปากเพื่อระงับความรู้สึกของตัวเอง

 

 

“ไม่มีอะไรครับ แค่เข้ามาดูว่ารันต์ลืมอะไรไว้ที่นี่รึเปล่า” การันต์ตอบเลี่ยงๆ

“รันต์ขอตัวกลับห้องก่อนนะครับ” การันต์พูดเสียงสั่น แล้วหันหลังจะเดินเข้าประตูระเบียง

 

 

หมั่บ..

ฝ่ามือแกร่งของอาทิตย์จับต้นแขนของการันต์เอาไว้ก่อน ทำให้การันต์รู้สึกร้อนวูบตรงที่อาทิตย์จับ

“ปลดเนคไทน์ให้พี่หน่อยสิ” อาทิตย์พูดขึ้น ทำให้การันต์หันมามองหน้าอาทิตย์ด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ การันต์พยายามจะทำทุกอย่างเหมือนเดิม แต่อาทิตย์ก็สั่งห้ามการันต์ทำ แต่ตอนนี้กลับเรียกร้องให้การันต์มาปลดเนคไทน์ให้

 

 

“ทำไมครับ...พี่อาทิตย์ไม่ให้รันต์ทำหน้าที่นี้แล้วไม่ใช่เหรอครับ” การันต์ถามเสียงสั่น

 

 

“ใช่ แต่วันนี้ พี่ขอเป็นครั้งสุดท้าย ได้มั้ย” อาทิตย์พูดขึ้น การันต์อยากจะพูดความรู้สึกของตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าออกมา เพราะเขาเองก็ไม่รู้ใจอาทิตย์เลยสักนิดว่าคิดอะไร บางทีก็เหมือนจะผลักไส บางทีก็เหมือนอยากจะเหนี่ยวรั้ง

 

 

“ครับ” การันต์ตอบรับ ก่อนจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปปลดเนคไทน์ที่คอของอาทิตย์ โดยมีอาทิตย์มองหน้าการันต์ไม่วางตา พอปลดเนคไทน์เสร็จการันต์ก็ปลดกระดุมเสื้อ พับแขนเสื้อให้อาทิตย์เหมือนที่เคยทำ แต่จะค่อยๆทำช้ากว่าทุกครั้ง

“เรียบร้อยแล้วครับ” การันต์พูดขึ้น

 

 

“ขอบคุณ” อาทิตย์ตอบกลับเสียงแผ่ว สายตาที่ทอดมองการันต์ในตอนนี้ ทำให้หัวใจของการันต์สั่นไหวอย่างรุนแรง

 

 

“เก็บของแล้วใช่มั้ย” อาทิตย์ถามขึ้นมาทำให้การันต์นิ่งไปนิด

 

 

“ครับ” การันต์ตอบรับไม่เต็มเสียงนัก

“รันต์ขอตัวกลับห้องนะครับ” การันต์ไม่อยากอยู่นาน เพราะกลัวว่าจะร้องไห้ออกมาต่อหน้าอาทิตย์ การันต์หันหลังจะเดินออกจากห้อง อาทิตย์เอื้อมมือไป แต่ก็ต้องชะงักนิ่งเอาไว้ ปล่อยให้การันต์เดินออกจากห้องนอนของตัวเองไปโดยไม่ได้รั้งตามที่ใจคิด การันต์กลับมาที่ห้องของตนเอง ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความที่กลั้นไม่อยู่ แว่บหนึ่ง การันต์คิดว่าถ้าอาทิตย์เอื้อมมือมารั้งเขาไว้ ก็พอจะทำให้การันต์คิดเข้าข้างตัวเองได้ว่า อาทิตย์ก็คงมีใจให้กับเขา เหมือนที่เขามีใจให้กับอาทิตย์เหมือนกัน แต่อาทิตย์ก็ไม่ได้รั้งการันต์เอาไว้ ทำให้การันต์รู้สึกเจ็บหน่วงไปทั่วอก โดยที่ไม่รู้เลยว่า อาทิตย์เองก็เจ็บไม่แพ้กัน

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“โทรหาศุกร์บ้างนะครับพี่รันต์” ศุกร์พูดกับการันต์ในตอนเช้าตรู่ เมื่อพ่อของการันต์มารับการันต์ที่บ้านของอาทิตย์แต่เช้า และมีเพียง จันทร์ ศุกร์ เสาร์ และแม่บ้านออกมายืนส่งการันต์เท่านั้น การันต์มองหาอาทิตย์ แต่ก็ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะลงมาส่งตนเองด้วย

 

 

“ครับ ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ที่คอยดูแลรันต์มาตลอด” การันต์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ รู้สึกใจหายไม่น้อย

 

 

“มีอะไรก็โทรหาพี่ได้นะรันต์” จันทร์พูดขึ้นอีกคน การันต์ก็ตอบรับ พร้อมกับมองเข้าไปในบ้าน

“พี่อาทิตย์คงยังไม่ตื่นน่ะ เมื่อคืนลงมาทำงานต่อจนดึกเลย” จันทร์พูดแทนให้เมื่อรู้ว่าการันต์มองหาอาทิตย์

 

 

“อ่อ..ครับ” การันต์ตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนจะหันมาหาพ่อตนเอง

 

 

“ไปกันเถอะ เดี๋ยวรถจะติด” พ่อของการันต์พูดขึ้น ก่อนจะพาลูกชายเดินไปที่รถ การันต์มองทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับบ้านที่เขาอยู่มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาด้วยสายตาเศร้าๆ ก่อนจะขึ้นรถแล้วออกไปพร้อมกับพ่อของตนเอง การันต์ฝืนน้ำตาเอาไว้ เพราะไม่อยากให้พ่อตนเองเห็นและสงสัย โดยไม่รู้เลยว่า อาทิตย์แอบยืนมองอยู่ที่บานกระจกเล็กๆตรงบันไดขึ้นชั้นสอง ซึ่งมองออกมาเห็นหน้าบ้านด้วย อาทิตย์ไม่อยากออกไปส่งการันต์ เพราะกลัวใจตัวเองกลัวว่าตนเองจะเห็นแก่ตัว จนไม่ยอมปล่อยการันต์กลับไปกับพ่อของการันต์เอง

 

 

“โชคดีนะรันต์” อาทิตย์พูดอยู่คนเดียว จนรถของการันต์ออกพ้นรั้วบ้านไป

..

..

“เราจะไปอยู่ที่ไหนเหรอครับพ่อ” การันต์ถามพ่อตนเอง เพราะบ้านโดนยึดไปแล้ว

 

 

“ก็บ้านเราไง พ่อไปติดต่อกับคนที่ซื้อต่อไป เค้าก็ขายกลับมาในราคาเท่าทุน แถมยังบอกให้พ่อผ่อนให้เค้าทุกเดือน ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนอีกด้วย พ่อก็เลยทำสัญญากับเค้าไปแล้ว” พ่อของการันต์พูดขึ้นยิ้มๆ การันต์ไม่คิดว่าตนเองจะได้บ้านคืนกลับมาจริงๆ

“พ่อขอโทษนะรันต์ ที่หนีไปแบบนั้น พ่อเป็นพ่อที่แย่มากๆ” ไชยพจน์พูดด้วยความรู้สึกผิด

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ แค่พ่อกลับมา รันต์ก็ดีใจแล้ว” การันต์พูดพร้อมกับยิ้มฝืนๆส่งไปให้พ่อตนเอง

 

 

“พรุ่งนี้รันต์ก็เข้าไปดูแลบริษัทได้แล้วนะ ทุกอย่างกลับมาเป็นของเราแล้ว เรามาช่วยกันดูแลบริษัทกันสองคนนะ” ไชยพจน์พูดพร้อมรอยยิ้ม การันต์ก็ยิ้มรับพ่อตนเอง แต่ในใจรู้สึกว่างเปล่าเหลือเกิน

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ผ่านไป 2 เดือน

การันต์กับพ่อ เข้าไปดูแลบริษัทของตัวเองจนทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาทิตย์เข้ามาปรับระบบให้ใหม่ แล้วการันต์ที่เคยทำงานกับอาทิตย์มาก่อน ก็พอจะรู้ว่าตนเองควรจะทำอะไรต่อ ตั้งแต่ออกมาจากบ้านของอาทิตย์ การันต์ไม่เคยได้เจอหน้าอาทิตย์เลยสักครั้ง แม้แต่เสียงก็ไม่ได้ยิน มีศุกร์กับจันทร์ที่คอยโทรเข้ามาคุยบ้าง การันต์เคยหาอ่านข่าวสังคมในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ก็ไม่เห็นข่าวของอาทิตย์ออกมาเลย ทั้งๆที่ทุกทีจะต้องมีข่าวนักธุรกิจหนุ่มอย่างอาทิตย์ลงหนังสือพิมพ์บ้าง แต่ดูเหมือนช่วงนี้ อาทิตย์ไม่ออกงานสังคมเลย ตอนที่จันทร์โทรมาหาก็ไม่เคยพูดถึงอาทิตย์ การันต์เองก็ไม่กล้าถาม เคยคิดอยากจะโทรไปหา แต่การันต์ก็ไม่รู้จะบอกกับอาทิตย์ยังไง ว่าตนเองโทรไปหาทำไม

 

 

“รันต์...รันต์” เสียงเรียกการันต์ดังขึ้น ทำให้เจ้าตัวสะดุ้งน้อยๆ

 

 

“ครับพ่อ” การันต์ขานรับพ่อตนเอง

 

 

“เป็นอะไรรึเปล่า พ่อเห็นรันต์ดูเครียดๆมานานแล้วนะ” ไชยพจน์ถามลูกชายตัวเองอย่างเป็นห่วง จะว่าไปไชยพจน์เห็นท่าทางของลูกชายแบบนี้ตั้งแต่ออกจากบ้านของอาทิตย์แล้ว

 

 

“ไม่เป็นอะไรหรอกครับพ่อ แค่เหนื่อยนิดหน่อย” การันต์ตอบกลับ เพราะไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง

 

 

“วันหยุดก็พักบ้างนะ อย่ามัวแต่ทำงาน” พ่อของเขาพูดเตือนขึ้น ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้น พร้อมกับเลขาที่เดินเข้ามา

 

 

“คุณรันต์คะ มีคนมาขอพบค่ะ” เลขาสาวพูดขึ้น

 

 

“ใครเหรอครับ” การันต์ถามกลับไป แต่ไม่ทันที่เลขาจะตอบ ร่างบางของพุธก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าติดบึ้งนิดๆ

 

 

“ผมเอง” พุธพูดขึ้น ทำให้การันต์มองอย่างแปลกใจ

 

 

“อ่า นั่งก่อนสิ มีอะไรเหรอพุธ มาถึงที่นี่เลย” การันต์ถามขึ้นทันที พร้อมกับเชื้อเชิญให้พุธนั่ง

 

 

“ผมมีเรื่องจะต้องคุยกับพี่ ผมอึดอัดมาหลายเดือนแล้วนะ” พุธพูดขึ้นอย่างสุดทน ท่าทางพร้อมจะเหวี่ยงได้ทุกเมื่อ ซึ่งการันต์ก็รู้นิสัยของพุธดี

 

 

“ใจเย็นๆ นั่งคุยกันก่อนนะ ขอน้ำมาให้แขกด้วยครับคุณฝัน” การันต์หันไปมองเลขาตนเอง พุธหันมายกมือไหว้พ่อของการันต์ที่นั่งอยู่ด้วย

 

 

“สวัสดีครับคุณลุง ขอโทษที่ผมเข้ามารบกวนเวลาทำงาน” พุธพูดขึ้น ด้วยสีหน้าบึ้งตึงเช่นเดิม

 

 

“ไม่เป็นไร ว่าแต่มีอะไรเหรอ” ไชยพจน์ถามอย่างงงๆ เพราะเขาเองก็ไม่ได้ไปวุ่นวายหรือพบเจอกับครอบครัวของอาทิตย์อีกเลย หลังจากที่เอาเงินไปใช้หนี้หมดแล้ว

 

 

“พี่รันต์ ผมมีเรื่องจะมาบอก จริงๆแล้ว พี่จันทร์ห้ามไม่ให้ผมมาเล่าเรื่องนี้ให้พี่ฟัง แต่ผมทนไม่ไหว และทนเห็นพี่ชายของผมเป็นซอมบี้ไม่ได้ด้วย” พุธพูดขึ้น ทำให้การันต์นั่งงงไม่น้อย

 

 

“มีอะไรเหรอพุธ” การันต์ถามทันที

 

 

“ตอนนี้พี่อาทิตย์นอนอยู่โรงพยาบาล” พุธพูดขึ้นมา ทำให้การันต์หน้าซีดเผือด

 

 

“พะ..พี่อาทิตย์เป็นอะไรเหรอพุธ” การันต์ถามด้วยความร้อนใจ

 

 

“พี่อาทิตย์ไปดูงานที่ไซต์ปทุมฯ เมื่อวาน แล้วนั่งร้านมันล้มมาทับ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่แขนหัก และหัวแตก แต่ก็ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลไปก่อน” พุธเล่าออกมา ทำให้การันต์รู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองมันกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความที่เป็นห่วงอาทิตย์ไม่น้อย

 

 

“อยู่โรงพยาบาลไหน พุธพาพี่ไปหน่อยนะ” การันต์ทำท่าจะลุกไปหยิบกระเป๋าของตนเอง ท่ามกลางสายตาสงสัยของพ่อตนเอง

 

 

“เดี๋ยวพี่รันต์ ก่อนจะไป เรามีเรื่องต้องคุยกันก่อน” พุธรั้งเอาไว้ การันต์มองหน้าพุธด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“เรื่องอะไร” การันต์ถามกลับ พุธหันไปมองหน้าไชยพจน์ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

 

“พี่รันต์จำได้มั้ยครับ ว่าพี่รันต์เคยพูดอะไรกับป้ายงค์เอาไว้” พุธถามขึ้น ทำให้การันต์ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เมื่อพุธพูดถึงแม่บ้านที่บ้านของอาทิตย์

 

 

“พูดอะไรเหรอ” การันต์ถามกลับ พุธทำหน้าขัดใจเล็กน้อย

 

 

“ตอนที่พี่อยู่บ้านของพวกผม พี่ไประบายกับป้ายงค์ไว้ ว่าพี่อยากให้พ่อพี่กลับมา อยากกลับไปอยู่บ้านของพี่ พี่อยากจะใช้หนี้ให้หมดเร็วๆ จะได้ออกจากบ้านของผมใช่มั้ยครับ” พุธพูดขึ้น ทำให้การันต์ต้องนั่งนึกย้อนทันที ซึ่งก็จริงอย่างที่พุธพูด วันที่การันต์พูดระบายกับป้ายงค์เป็นวันที่การันต์น้อยใจอาทิตย์ ที่อาทิตย์ไม่ได้พาการันต์ออกไปงานเลี้ยงบริษัทด้วย เขาสั่งให้การันต์อยู่บ้านแล้วอาทิตย์ก็ไปพร้อมกับจันทร์และพุธ ตอนนั้นการันต์รู้สึกเหงาๆ ที่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านใหญ่ ถึงจะมีแม่บ้านอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้หายเหงาแม้แต่นิด ทำให้การันต์คิดถึงพ่อ คิดถึงบ้าน จึงได้ระบายออกมาแบบนั้น แต่การันต์ก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้เกิดเรื่องอะไร

 

 

“แล้ว ทำไมเหรอ” การันต์ถามต่อ

 

 

“วันนั้นผม พี่จันทร์ พี่อาทิตย์ กลับมาได้ยินพี่พูดกับป้ายงค์พอดี” พุธตอบกลับมา ทำให้การันต์ใจหายไม่น้อย

 

 

“จะ..จริงเหรอ แล้วมันแปลกตรงไหน ที่พี่อยากกลับบ้าน” การันต์ถามต่อ พุธทำหน้าฮึดฮัด

 

 

“มันไม่แปลกหรอกพี่รันต์ แต่มันทำให้พี่อาทิตย์กลับมาคิดมาก ถึงแม้ว่าพี่อาทิตย์จะไม่แสดงออก แต่พวกผมที่เป็นพี่น้องก็พอจะรู้ว่าพี่อาทิตย์คิดอะไร พี่อาทิตย์เค้าคงคิดว่าพี่คงอึดอัดที่จะต้องอยู่ร่วมกับพวกเรา” พุธเล่าออกมาเรื่อยๆ ทำให้การันต์รู้สึกผิดในใจขึ้นมา

 

 

“แต่พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นนะพุธ พี่ไม่ได้อึดอัดอะไร ตอนนั้นพี่แค่..” การันต์ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองยังไง

 

 

“ก่อนที่ผมจะเล่าต่อ ผมขอถามบางอย่างกับพี่รันต์ได้มั้ยครับ” พุธถามเกริ่นขึ้นมาก่อน

 

 

“ได้สิ” การันต์ตอบรับ

 

 

“พี่รันต์รู้สึกยังไงกับพี่อาทิตย์เหรอครับ” พุธถามขึ้น ทำให้ไชยพจน์หันไปมองหน้าลูกชายตัวเองทันที ส่วนการันต์ก็นั่งนิ่ง

 

 

“พี่...คือ..พี่” การันต์อ้ำอึ้ง เพราะอยู่ต่อหน้าพ่อตนเอง ไชยพจน์ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของอาทิตย์และการันต์ไปถึงขั้นไหน แถมเขาทั้งสองคนก็เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่

 

 

“นี่มันเรื่องอะไรเหรอรันต์” ไชยพจน์ถามลูกชายตัวเองทันที การันต์มีสีหน้าลำบากใจ

 

 

“ผมบอกไว้ก่อนนะครับ ว่าคำตอบของพี่รันต์มีผลต่อเรื่องที่ผมจะเล่าด้วย ถ้าพี่ตอบไม่ตรงกับที่ผมคิด ผมจะหยุดทุกอย่างเอาไว้ จะไม่เล่าอะไรต่อ แต่ถ้าพี่ตอบตรงกับที่ผมคิด ผมจะเล่าทุกอย่างให้พี่ฟัง” พุธพูดต่อรองออกมา เขาเป็นคนตรงๆและมั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่กล้าบุกมาหาการันต์ถึงที่ การันต์นั่งบีบมือตนเองอย่างเครียดๆ ในใจก็นึกห่วงและอยากรู้เรื่องของอาทิตย์

“เชื่อในความรู้สึกของตัวเองเถอะครับพี่รันต์” พุธพูดต่อ การันต์หันไปมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความรู้สึกผิดลึกๆ

 

 

“พ่อครับ..รันต์ขอโทษ....รันต์..รักพี่อาทิตย์ รันต์รักผู้ชายด้วยกัน” การันต์สารภาพออกมาตรงๆ ทำให้พุธยิ้มร่าด้วยความพอใจ ส่วนไชยพจน์ก็นั่งอึ้งอยู่

 

 

“ระ..รักอาทิตย์นี่นะ” ไชยพจน์ถามย้ำ การันต์พยักหน้ารับ สีหน้าของการันต์ไม่ดีนัก

 

 

“ผมว่าคุณลุงต้องทำใจยอมรับเรื่องนี้นะครับ เพราะพี่อาทิตย์เองก็รักพี่รันต์มากเหมือนกัน” พุธพูดขึ้นมา เขารู้ว่าเรื่องนี้ต้องให้อาทิตย์เป็นคนพูดกับการันต์ด้วยตัวเอง แต่ในสถานการณ์แบบนี้ พุธจะต้องบอกทุกอย่างให้การันต์รับรู้

 

 

“ระ..รักพี่งั้นเหรอ” การันต์ถามเสียงสั่น

 

 

“ครับ ถ้าพี่อาทิตย์ไม่รักพี่รันต์ พี่อาทิตย์คงไม่ให้คนเข้าหาคุณลุงเพื่อสอนเรื่องการเล่นหุ้น ตลอดเวลาที่คุณลุงหนีไป พี่อาทิตย์ให้คนตามสืบและคอยดูคุณลุงอยู่ห่างๆ ขอโทษที่ผมต้องบอกว่า โจรที่แทงคุณลุง ก็เป็นคนของพี่อาทิตย์เหมือนกัน ซึ่งเขาไม่ได้แทงโดนจุดสำคัญ พี่อาทิตย์อยากให้คุณลุงสำนึก และคิดถึงพี่รันต์บ้าง คนไทยที่สอนคุณลุงเล่นหุ้นก็คือคนของพี่อาทิตย์ พี่อาทิตย์ยอมวัดใจคุณลุง โดยการให้โบรกเกอร์ทำการปั่นหุ้นจนคุณลุงสามารถเทขายได้เงินกลับมามากมาย พี่อาทิตย์หวังว่าคุณลุงจะกลับเอาเงินก้อนนั้นมาใช้หนี้พี่อาทิตย์ เพื่อที่พี่รันต์จะได้พ่อของตัวเองกลับมาด้วย” พุธเล่าออกมา ทำให้การันต์และไชยพจน์ต่างนั่งอึ้ง

“บ้านของคุณลุงกับพี่รันต์ คนที่ซื้อเอาไว้ก็คือพี่อาทิตย์ แต่พี่อาทิตย์ใช้ชื่อคนสนิทของคุณพ่อเป็นเจ้าของ เพื่อไม่ให้พี่รันต์กับคุณลุงสงสัย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลฟื้นฟูบริษัท เรื่องบ้าน เรื่องคุณลุง พี่อาทิตย์ทำไปเพื่อพี่รันต์ เพื่อคำพูดของพี่รันต์ในวันที่คุยกับป้ายงค์ในวันนั้น” พุธพูดออกมาอีก พร้อมกับหยาดน้ำตาของการันต์ที่ไหลลงมาช้าๆ

“พี่อาทิตย์คิดว่า พี่รันต์ไม่อยากอยู่กับพี่อาทิตย์แล้ว เขาถึงได้ตัดสินใจช่วยคุณลุง เพื่อที่พี่รันต์จะได้กลับบ้าน” พุธพูดเสียงแผ่ว

“พี่รันต์กับคุณลุงจะไม่เชื่อก็ได้นะครับ แต่ลองไปสืบดูได้ ว่ามันจริงรึเปล่า” พุธบอกออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

“ทำไม..ทำไมพี่อาทิตย์ต้องทำถึงขนาดนี้ ทำไมต้องทำเพื่อพี่ขนาดนี้ พี่ไม่เคยรู้เลย ว่าพี่อาทิตย์คิดยังไง” การันต์พูดเสียงสั่นเครือ

 

 

“พี่ชายของผมแสดงออกไม่ค่อยเก่งเท่าไร ปากแข็งที่หนึ่ง” พุธได้ทีพูดถึงพี่ชายตนเอง

“หลังจากที่พี่รันต์ออกจากบ้าน พี่อาทิตย์ก็ทำแต่งาน ไม่ออกงานสังคมอะไรเลย ข้าวปลาทานวันละมื้อเท่านั้นเอง ถ้าพี่จันทร์กับพวกผมไม่ขอร้องให้ทานข้าวบ้าง พี่อาทิตย์ก็คงทานแต่กาแฟ พี่อาทิตย์ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองว่างเลยสักวัน แถมยังไม่ค่อยพูดคุยอะไรกับพวกผมเหมือนเดิมอีกตะหาก จนเกิดเรื่องเมื่อวานนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมทนเก็บเรื่องทั้งหมดต่อไปไม่ไหวแล้ว” ทันทีที่ได้ยินที่พุธเล่าให้ฟัง การันต์ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงไม่เห็นข่าวของอาทิตย์เลย

 

 

“พุธพาพี่ไปหาพี่อาทิตย์หน่อยได้มั้ย” การันต์พูดกับพุธเสียงสั่นๆ ก่อนจะหันมาหาพ่อตนเอง

“พ่อครับ..ผม..” การันต์อยากจะขอโทษพ่อตัวเอง

 

 

“ไปเถอะรันต์ เรื่องนี้พ่อเองก็มีส่วนผิด พ่อคงไม่ถามหรอก ว่ารันต์ไปรักกับอาทิตย์ได้ยังไง แต่ในเมื่อรันต์ตัดสินใจแล้ว พ่อก็เคารพในการตัดสินใจของรันต์ ยังไงก็ฝากบอกอาทิตย์ด้วยละกัน ว่าพ่อจะไปเยี่ยมวันหลัง วันนี้รันต์ไปคุยกับอาทิตย์ก่อนเถอะนะ ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน เดี๋ยวพ่อจัดการเอง” ไชยพจน์พูดออกมาด้วยความเข้าใจ ส่วนหนึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเองไม่ได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีสักเท่าไร มั่วผู้หญิงเล่นการพนัน จนแทบจะล้มละลาย ถ้าไม่ได้อาทิตย์ยื่นมือเข้ามาช่วย เขากับการันต์ก็คงไม่มีวันนี้

 

 

“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณมากครับ” การันต์ยกมือไหว้พ่อตนเอง ก่อนจะรีบออกไปพร้อมกับพุธเพื่อไปหาอาทิตย์ที่โรงพยาบาลทันที

..

..

“ห้องนี้ครับ” พุธพูดขึ้นเมื่อพาการันต์มาหยุดยืนอยู่ที่ห้องพักฟื้นที่อาทิตย์นอนอยู่ การันต์มองประตูห้องอย่างลังเล ใจก็เต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เจอกับอาทิตย์อีกครั้ง และด้วยความเป็นห่วงอาทิตย์ด้วยเหมือนกัน

 

 

“พุธเข้าไปพร้อมพี่นะ” การันต์หาเพื่อนเข้าไปด้วย พุธพยักหน้ารับ ก่อนที่พุธจะเป็นฝ่ายเปิดประตูเข้าไปแล้วพบว่าอาทิตย์นอนหลับอยู่โดยมีจันทร์นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ จันทร์หันมามองการันต์ด้วยความแปลกใจ ก่อนจะมองหน้าพุธแล้วเข้าใจได้ในทันที

 

 

“นายนี่นะพุธ” จันทร์บอกออกมาอย่างเหนื่อยใจ แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจเหมือนกันที่ดูเหมือนการันต์จะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว

 

 

“สวัสดีครับพี่จันทร์” การันต์ยกมือไหว้จันทร์ โดยที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่อาทิตย์ไม่วางตา สภาพของอาทิตย์ทำให้การันต์ที่น้ำตาแห้งไปแล้ว เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

“พี่อาทิตย์หลับไปได้สักพักแล้วล่ะ” จันทร์พูดขึ้น การันต์เดินเข้าไปหาอาทิตย์ที่นอนหลับอย่างช้าๆ ดวงตาเริ่มพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำใสๆ แขนข้างหนึ่งใส่เฝือกเอาไว้ บนหัวก็มีหมอนเย็บติดอยู่ มีร่องรอยถลอกตามตัวอยู่บ้าง

 

 

“รันต์มาก็ดีแล้ว พี่จะลงไปหาอะไรกิน พี่ฝากพี่อาทิตย์ด้วยนะ” จันทร์ได้ทีปล่อยให้การันต์ได้อยู่กับอาทิตย์ เขารีบดึงพุธออกจากห้องพักฟื้นทันที การันต์นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเตียงนอน พร้อมกับยกมือไปลูบฝ่ามือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกของอาทิตย์อย่างแผ่วเบา แล้วสะอื้นคนเดียวเงียบๆ จนกระทั่งอาทิตย์ค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ ร่างแกร่งเพ่งมองคนที่นั่งข้างเตียงตัวเอง และเมื่อเห็นว่าเป็นการันต์เขาก็อึ้งไปไม่น้อยเหมือนกัน

 

 

“รันต์” เสียงแผ่วของอาทิตย์ ทำให้การันต์ที่เอาแต่นั่งก้มหน้าร้องไห้ เงยหน้าขึ้นมาทันที

 

 

“พี่อาทิตย์ ฮึกก พี่เป็นยังไงบ้างครับ หิวน้ำรึเปล่า” การันต์ถามเสียงสั่นเครือ พร้อมกับหันไปรินน้ำใส่แก้วให้อาทิตย์ โดยที่มือของการันต์สั่นเทา อาทิตย์จับมือของการันต์เอาไว้

 

 

“รันต์ ใจเย็นๆ” อาทิตย์พูดเสียงแผ่ว เขาอยากจะดึงคนข้างๆ เข้ามากอดเต็มที แต่สภาพร่างกายไม่อำนวยนัก

 

 

“ขะ..ขอโทษครับ” การันต์บอกกลับเสียงสั่นๆ ก่อนจะวางแก้วน้ำไว้ที่เดิม

 

 

“มาได้ยังไง” อาทิตย์ถามขึ้น

 

 

“พุธไปบอกรันต์ครับ” การันต์ตอบกลับทั้งที่น้ำตานองหน้า อาทิตย์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเล็กน้อย ก่อนจะยกมือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกไปเช็ดน้ำตาให้การันต์

“พี่อาทิตย์ใจร้ายมาก รู้ตัวมั้ยครับ ฮึก” การันต์ต่อว่าออกมาทันที

 

 

“เรื่องอะไร” อาทิตย์ถามกลับ

 

 

“รันต์รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ทำไมพี่ไม่ยอมบอกอะไรรันต์เลย ทำไมต้องทำให้รันต์รู้สึกว่าพี่ไม่ต้องการรันต์แล้ว ทำไมต้องทำเหมือนผลักไสรันต์ด้วย” การันต์โวยเสียงสั่นเครือ เมื่อนึกถึงเรื่องที่พุธเล่าให้ฟัง

 

 

“รันต์เองไม่ใช่เหรอ ที่ไม่ต้องการอยู่กับพี่” อาทิตย์ถามกลับ

 

 

“แล้วจะให้รันต์อยู่ในฐานะอะไรล่ะครับ” การันต์ตัดสินใจเป็นฝ่ายถามออกมาก่อน และค่อยๆคลายอาการสะอื้นลง

 

 

“ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านพี่ ยังไม่รู้อีกเหรอ ว่าอยู่ในฐานะอะไร” อาทิตย์ถามออกมาเสียงเรียบนิ่ง

 

 

“ตลอดเวลา รันต์คิดว่ารันต์อยู่ในฐานะลูกหนี้ เพราะเวลาทำอะไรก็ตาม พี่จะเอาเรื่องเงินมาพูดทุกครั้ง” การันต์ว่ากลับไป แต่เลี่ยงที่จะไม่พูดเรื่องเซ็กส์ เพราะรู้สึกขัดเขิน อาทิตย์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะจับมือของการันต์มากุมเอาไว้

 

 

“ขอโทษ พี่ผิดเอง” อาทิตย์พูดเสียงจริงจัง

“ขอโทษ ที่พี่ไม่ชัดเจน ขอโทษที่พี่เข้าหารันต์แบบผิดๆ” อาทิตย์พูดขอโทษออกมา การันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

 

“เข้าหาแบบผิดๆ คืออะไรเหรอครับ” การันต์ถามกลับไปทันที อาทิตย์จ้องไปที่ดวงตาของการันต์

 

 

“รันต์จำไม่ได้จริงๆ ใช่มั้ย ว่าเราสองคนเคยเจอกันมาก่อน” อาทิตย์พูดขึ้น ทำให้การันต์นิ่งไปทันที ก่อนจะส่ายหน้าไปมาช้าๆ อาทิตย์ถอนหายใจอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่เคืองการันต์ที่จำไม่ได้

“เราสองคนเคยเจอกันมาก่อน ตอนที่รันต์เรียน ม.4 ส่วนพี่เรียนมหาลัย พี่ไปบริษัทของรันต์พร้อมกับพ่อแม่พี่ ตอนนั้นพ่อแม่พี่ไปคุยธุระกับพ่อของรันต์” อาทิตย์ทบทวนความจำ

“รันต์กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ในห้องทำงานของพ่อ แล้วไม่เข้าใจการบ้านที่ทำ  พี่ก็เลยอาสาสอนการบ้านให้” อาทิตย์บอกออกมาอีก การันต์นั่งคิด และรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา ว่าเคยเกิดเหตุการณ์แบบนั้นจริงๆ

 

 

“แล้ว..มันเกี่ยวอะไรด้วยเหรอครับ” การันต์ถามต่อ

 

 

“เกี่ยวสิ เพราะมันทำให้พี่รู้สึกสนใจเด็กน้อยที่ตั้งใจฟังพี่สอน เด็กน้อยที่ขมวดคิ้วเวลาไม่เข้าใจ เด็กน้อยที่มีคำถามออกมาเรื่อยๆ เด็กน้อยที่ยิ้มกว้างให้พี่ เมื่อเข้าใจการบ้านทุกอย่างแล้ว” อาทิตย์บอกออกมาเสียงจริงจัง ทำให้การันต์ถึงกับอึ้ง

 

 

“พะ..พี่อาทิตย์จะบอกว่า..พี่ชอบรันต์ตั้งแต่ตอนนั้นเหรอครับ” การันต์ถามเสียงอึกอัก รู้สึกร้อนหน้าผ่าวๆ

 

 

“ใช่” อาทิตย์ตอบออกมาตรงๆ

 

 

“แต่รันต์ยังเด็กอยู่เลยนะครับ” การันต์ทักท้วงขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสี ตอนนี้หยาดน้ำตาแห้งเหือดไปแล้ว

 

 

“แล้วไง พี่ก็ไม่ได้คิดจะพรากผู้เยาว์ตอนนั้นสักหน่อย” อาทิตย์พูดขึ้น ยิ่งทำให้การันต์รู้สึกเขินมากกว่าเดิมเสียอีก

 

 

“แล้วหลังจากนั้นล่ะครับ” การันต์ถามต่อ

 

 

“หลังจากนั้น พี่ต้องเข้ามาดูงานในบริษัทของครอบครัว ทำให้พี่ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นเลย สิ่งที่พี่จำรันต์ได้คือรันต์เป็นลูกของคุณลุงไชยพจน์ แต่ใช่ว่าพี่จะลืมรันต์นะ เพียงแค่พี่มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ทำให้พี่ไม่มีเวลาส่วนตัวสักเท่าไร แต่พี่ก็รับรู้เรื่องของรันต์เป็นระยะ เพราะทางพี่ต้องคอยสอดส่องพ่อของรันต์เรื่องเงินที่เคยยืมพ่อพี่ไปตอนเปิดบริษัทและตอนที่บริษัทขาดทุน จนครั้งล่าสุดที่พ่อของพี่ มอบหมายให้พี่จัดการเรื่องหนี้สินของพ่อรันต์ พี่จึงใช้โอกาสนี้ดึงรันต์เข้ามาในชีวิตของพี่” อาทิตย์เล่าออกมา ทำให้การันต์นั่งอึ้ง

“พี่ขอโทษ ที่พี่ต้องเอาเรื่องหนี้สินมาอ้าง เพื่อต้องการให้รันต์เป็นของพี่คนเดียว พี่เอาเรื่องเซ็กส์แลกเงินมาเป็นตัวผูกมัด ไม่ให้ใครมาแย่งรันต์ไปจากพี่ได้ พี่เห็นแก่ตัวมากใช่มั้ยรันต์” อาทิตย์บอกออกมาตรงๆ

 

 

“รันต์ ไม่รู้มาก่อนเลย” การันต์พูดเสียงแผ่ว ตอนนี้หัวใจของการันต์รู้สึกพองฟูขึ้นมา

 

 

“ถ้ารู้ รันต์จะไปจากพี่มั้ยล่ะ” อาทิตย์ถามพร้อมกับจ้องหน้าการันต์

 

 

“ตอนที่รันต์พูดกับป้ายงค์ ตอนนั้นรันต์น้อยใจ” การันต์บอกเสียงอ้อมแอ้ม เพราะคิดว่าไหนๆ เขาสองคนก็เปิดใจคุยกันแล้ว เขาก็จะสารภาพเรื่องทั้งหมดออกมา

 

 

“น้อยใจทำไม” อาทิตย์ถามกลับ

 

 

“ก็พี่อาทิตย์ไม่ยอมพารันต์ไปออกงานบริษัทด้วยนี่ครับ” การันต์ตอบกลับ ทำให้อาทิตย์ถอนหายใจออกมาหนักๆ

 

 

“พี่บอกแล้วไง ว่าพี่เห็นแก่ตัวมากกว่าที่รันต์คิดไว้เยอะ งานนั้นเขตแดนจะต้องมาร่วมด้วย พี่ไม่ชอบให้รันต์ไปคุยสนิทสนมกับเขตแดน พี่เลยไม่อยากให้รันต์ไปเจอกับเขตแดนในงาน ยิ่งตอนนั้น รันต์ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ ว่าพี่คิดยังไงกับรันต์” อาทิตย์พูดขึ้น ทำให้การันต์อึ้งอีกครั้ง เพราะไม่คิดว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้ อาทิตย์จับมือของการันต์ขึ้นมาหอมเบาๆ

“ตอนนี้รันต์เข้าใจพี่แล้วใช่มั้ย ว่าพี่รู้สึกยังไง” อาทิตย์ถามออกมา

 

 

“ไม่เข้าใจครับ ถ้าพี่อาทิตย์ไม่พูด รันต์ก็ไม่มีวันเข้าใจ” ชายหนุ่มพูดย้ำขึ้นมา จริงๆแล้วการันต์เข้าใจความรู้สึกของอาทิตย์ทุกอย่างแล้ว เขาดีใจมาก ที่ใจตรงกันกับอาทิตย์ เพียงแค่อยากให้อาทิตย์พูดออกมาให้ได้ยินบ้าง เท่านั้นเอง อาทิตย์นอนมองหน้าการันต์ด้วยแววตาอ่อนโยน

..

..

“พี่รักรันต์นะ” อาทิตย์สารภาพรักออกมาตรงๆ ทำให้การันต์รู้สึกเหมือนตัวจะลอยได้

“ขอโทษที่ทำเหมือนผลักไสรันต์  พี่แค่อยากเห็นรันต์มีความสุขเท่านั้นเอง” อาทิตย์บอกออกมาอีก การันต์ส่งยิ้มกลับไปให้ พร้อมกับรู้สึกร้อนหน้าร้อนตาวูบวาบ

 

 

“รันต์ก็รักพี่อาทิตย์ครับ รันต์ไม่รู้ตัวเหมือนกัน ว่ารันต์เริ่มรักพี่ตั้งแต่เมื่อไร มามั่นใจตัวเองก็ตอนที่จะต้องออกจากบ้านของพี่แล้ว” การันต์บีบมือของอาทิตย์ที่กุมมือของเขาอยู่กลับไปเบาๆ

“พี่อาทิตย์ไม่จำเป็นต้องขอโทษรันต์เลยสักนิด เพราะพี่ทำทุกอย่างเพื่อรันต์ รันต์ต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่ พี่ช่วยครอบครัวของรันต์ ทำให้พ่อของรันต์กลับมาเป็นพ่อที่ดีเหมือนเดิม ทำให้บริษัทของรันต์ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน” การันต์บอกออกมาจากความรู้สึกจริงๆ

“ความสุขของรันต์ก็คือพี่อาทิตย์” การันต์พูดออกมาในตอนท้าย ทำให้อาทิตย์ใช้แขนข้างเดียวรั้งการันต์เข้ามากอด การันต์ก็กอดอาทิตย์กลับไปอย่างหลวมๆ เพราะกลัวว่าอาทิตย์จะเจ็บ

 

 

“กลับไปอยู่กับพี่ได้มั้ย กลับไปอยู่ด้วยกันนะรันต์ พี่จะเข้าไปคุยกับพ่อของรันต์เอง” อาทิตย์พูดขอออกมา เขาไม่เคยอ้อนวอนใครแบบนี้มาก่อน การันต์จะเป็นคนแรกและคนเดียวของเขา ที่จะได้เห็นตัวตนอีกด้านของอาทิตย์แบบนี้

“กลับไปอยู่ด้วยกัน ในฐานะคนรักของพี่ ไม่ใช่ลูกหนี้อีกต่อไปแล้ว” อาทิตย์บอกออกมาอีก การันต์ยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ

 

 

“ครับ เราจะกลับไปอยู่ด้วยกัน” การันต์ตอบรับออกมาในทันที ในเมื่อเขาบอกว่าอาทิตย์คือความสุขของเขา เขาก็ต้องคว้าความสุขนี้ไว้ไม่ปล่อยแน่นอน อาทิตย์ยิ้มรับ ก่อนจะจูบเบาๆที่หน้าผากของการันต์ เพื่อยืนยันกับตัวเองว่า เขาไม่ได้ฝันไป

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++ END ++++++++++++++++++++++++++

 

เหตุการณ์หลังจากนี้ตอนเจอพ่อแม่ของอาทิตย์ และ ตอนตัดสินใจจะมีลูก

จะอยู่ในตอนพิเศษในเล่มนะคะ

นิยายมันสั้น เลยรวบรัดไปสักหน่อย อาจจะดูน่าเบื่อไปบ้าง ต้องขอโทษด้วยค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น