Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 37

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 37

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 539

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ก.ย. 2563 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 37
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 37 

  

ผมออกมาจากมหา’ลัยหลังจากอ่านข้อความของพี่ดินแล้วโบกมือลาก็อตกับบอยแล้วก็แดนที่หน้าประตูทางเข้ามหา’ลัยเพราะสามคนนั้นจะพากันไปต่อที่ร้านชาบูแถวๆ มหา’ลัย จากนั้นผมก็เดินไปขึ้นสะพานลอยเพื่อข้ามมารอรถเมล์แต่จังหวะที่กำลังยืนรอรถอยู่นั้นพี่ธีร์ก็โทรเข้ามาที่เบอร์ผมพอดี 

“ครับพี่ธีร์” ผมรับสายพี่เขาตามปกติ แม้ว่าหลังจากคืนนั้นแล้วเราจะไม่ได้ติดต่อกันเลยก็ตาม 

[ฝุ่น เลิกเรียนหรือยังครับ นี่พี่โทรมารบกวนหรือเปล่า] เสียงของพี่ธีร์ติดจะเกรงใจจนผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ 

“ผมกำลังจะกลับบ้านครับ พี่ธีร์โทรหาผมมีอะไรหรือเปล่า” 

[ฝุ่นรอรถอยู่ที่เดิมหรือเปล่า] ที่เดิมของพี่ธีร์คงหมายถึงป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามกับมหา’ลัยที่พี่เขาเจอผมครั้งนั้นนั่นแหละ 

“ใช่ครับ พี่ธีร์ถามเหมือนจะมารับผมเลยนะ” ผมว่ายิ้มๆ เพราะไม่คิดว่าพี่ธีร์จะมาจริงๆ 

[อีกห้านาทีเดี๋ยวไปรับ] พี่ธีร์ว่าออกมาแบบนั้นทำให้คิ้วของผมขมวดเข้าหากันก่อนที่ขามันจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อดูว่าพี่ธีร์มาจริงหรือเปล่า 

เวลาห้านาทีของพี่ธีร์มาถึงภายในเวลาอันรวดเร็วรถยนต์คันหรูของพี่ธีร์แล่นเข้ามาจอดเทียบตรงหน้าผมแล้วกระจกฝั่งที่นั่งข้างคนขับก็ถูกลดลงพร้อมๆ กับใบหน้าหล่อเหลาของพี่ธีร์ที่ส่งยิ้มมาให้ผมอย่างคนดีใจที่ได้เจอคนที่อยากเจอ 

เอ่อ ผมก็ไม่ได้อยากเข้าข้างหรือหลงตัวเองหรอกนะแต่ว่าสีหน้าของพี่ธีร์มันบอกแบบนั้นจริงๆ 

ผมขึ้นไปนั่งบนรถของพี่ธีร์เมื่อพี่เขาพยักหน้าเชิญชวนก่อนจะกดวางสายที่คุยค้างกับผมไว้ ผมเองก็เก็บมือถือเช่นกันเพราะเราไม่ต้องใช้โทรศัพท์คุยกันแล้วนี่เนอะ ก็อยู่ต่อหน้ากันแล้ว 

“พี่ธีร์มาทำธุระแถวนี้เหรอครับ” ผมถามขณะที่ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ตัวเอง 

“อืม พอดีพี่นัดลูกค้ามาคุยธุระแถวๆ นี้น่ะ นึกได้ว่าฝุ่นน่าจะเรียนเสร็จแล้วก็เลยลองแวะมาเผื่อฟลุ๊ก” พี่ธีร์ว่าแล้วหันมายิ้มให้ผมแล้วผมก็ยิ้มกลับไปให้แค่นั้นพี่ธีร์ก็หันกลับไปมองถนนเบื้องหน้าต่อ 

ผมไม่ได้คุยอะไรกับพี่ธีร์ต่อและพี่เขาก็แค่ขับรถไปเงียบๆ จนกระทั่งพี่เขาเลี้ยวรถเข้ามาในซอยเข้าบ้านผมและแน่นอนว่าพี่ธีร์อาจจะแค่แวะมาหาผมเพื่อพาผมมาส่งที่บ้านและคุยกับผมอีกแค่ไม่กี่คำไม่กี่ประโยคแต่ถึงอย่างนั้นผมจะปล่อยให้พี่ธีร์กลับบ้านเลยมันก็คงจะดูเป็นการเสียมารยาทไปหน่อย 

“พี่ธีร์จะเข้าบ้านก่อนมั้ยครับ” ผมถามตอนที่พี่ธีร์จอดรถเทียบหน้าบ้านพอดี 

“จะเป็นการรบกวนยายของฝุ่นหรือเปล่าเนี่ย” คำถามที่เหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบนั้นทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาได้ง่ายๆ 

“ไม่รบกวนหรอกครับ ยายคงดีใจที่ได้เจอพี่” ผมบอกแล้วเปิดประตูลงไปจากรถแล้วพี่ธีร์ก็ตามลงมาติดๆ นี่น่ะเหรอครับคนเกรงใจน่ะ ฮึ…! 

“ตื่นเต้นจัง” พี่ธีร์ว่าพร้อมอมยิ้มท่าทางดูเกร็งๆ จนน่าขำทำอย่างกับว่าเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรกอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังมาขออนุญาตยายพาผมไปเที่ยวกลางคืนอยู่เลย 

“ตื่นเต้นอะไรกันครับ พี่นี่เวอร์จริงๆ เลยนะ” ผมว่าให้พี่ธีร์ได้หัวเราะแล้วเดินนำพี่ธีร์เข้าไปในบ้านและพี่เขาก็เดินตามผมเข้ามาเงียบๆ และยิ่งเงียบกว่าเดิมเมื่อพี่เขาเจอกับยายผมที่นั่งมองเราทั้งคู่นิ่งๆ อยู่ที่โซฟา 

“สวัสดีครับยาย” ไม่ต้องรอให้ผมบอก ไม่ต้องรอให้ยายเอ่ยทักพี่ธีร์รีบยกมือไหว้แล้วเดินเข้าไปหายายผมทันที ทำตัวน่ารักเข้ากับผู้ใหญ่ง่ายจนยายผมยิ้มกว้างออกมาเลยทีเดียว 

“ไหว้พระเถอะจ้ะ แล้วนี่ไปยังไงมายังไงถึงได้มาด้วยกันได้” ยายถามทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ผมปล่อยให้ยายกับพี่ธีร์คุยกันไปแล้วตัวเองก็เดินเข้ามาในครัวเพื่อหาน้ำหาท่าไปให้แขกของตัวเอง  

เฮ้อ แขกของผมก็คือพี่ธีร์… 

แต่ก่อนที่ผมจะเอาน้ำไปให้แขกนั้นผมต้องโทรบอกพี่ดินก่อนว่าผมกลับถึงแล้วโดยสวัสดิภาพแล้ว 

[ถึงบ้านแล้วเหรอ] พี่ดินถามทันทีที่กดรับสาย 

“ครับ เพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี้เอง” ผมตอบพี่ดินพร้อมมุมปากที่มันโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างยากที่จะควบคุมมันได้  

[พี่ก็อยู่บนรถกำลังจะกลับคอนโดแต่สงสัยคงต้องไปที่อื่นก่อน] พี่ดินว่าเสียงเรียบและผมก็ไม่ค่อยพอใจที่พี่เขาจะไปที่อื่นแทนที่จะกลับห้อง 

“ไปไหนอ่ะ” ผมไม่รู้ว่าเสียงที่ถามพี่ดินนั้นเป็นแบบไหนพี่เขาถึงได้หัวเราะออกมาแบบนั้น 

[อย่าทำเสียงดุสิ พอดีพี่เจอลูกหินกับปาแป้งออกมาจากร้านขนมแถวหน้ามหา’ลัยแล้วลูกหินไม่ได้เอารถมาพี่ก็เลยจะไปส่งน้องสาวฝุ่นที่บ้านออกมาเจอกันหน่อยดีมั้ย]  

“อะไรนะครับ!” ผมถามเสียงสูงในน้ำเสียงนั้นมีความตกใจปนอยู่นิดๆ  

มันก็ดีใจอยู่หรอกนะที่จะได้เจอพี่ดินแต่ว่าตอนนี้พี่ธีร์ก็อยู่ที่นี่แล้วสองคนนั้นเจอหน้ากันมันจะดีเหรอครับ ผมว่าไม่น่าจะดีเท่าไหร่นะถึงผมจะไม่ได้คิดอะไรกับพี่ธีร์แต่ว่าผมก็รู้ว่าพี่ธีร์คิดอะไรกับผม แค่มองตาเดียวผมก็รู้แล้วว่าพี่ธีร์ไม่ได้เห็นผมเป็นน้องแน่ๆ และผมก็ไม่ได้อยากให้พี่ธีร์ต้องมารู้สึกแย่เพราะเรื่องนี้เลย 

“ปาแป้งยังไม่กลับอีกเหรอยาย” ทั้งๆ ที่รู้คำตอบแต่ผมก็ถามออกไปแบบนั้น ผมออกมาจากครัวพร้อมน้ำสองแก้ว หนึ่งแก้วของตัวเองกับอีกหนึ่งแก้วของพี่ธีร์  

“น้องโทรมาบอกยายแล้วว่าวันนี้เพื่อนจะมาส่ง แต่ขอพากันแวะไปกินขนมก่อน” ยายตอบพร้อมยิ้มอบอุ่นเหมือนเดิม  

เพื่อนจะมาส่งเหรอ…เพื่อนเหรอ??? 

“น้ำครับพี่ธีร์”  

“ขอบคุณครับ” พี่ธีร์รับน้ำไปดื่มก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วส่งยิ้มหล่อๆ มาให้ผมแล้วส่งไปให้ยายอีกคน 

“ธีร์อย่าเพิ่งรีบกลับนะอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน เดี๋ยวยายไปทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน” ยายบอกยิ้มๆ จากนั้นก็ลุกเข้าไปในครัวโดยมีผมกะพริบตาปริบๆ มองตามส่วนพี่ธีร์นี่ยิ้มร่าจนหน้าบานเลย 

“คุยอะไรกับยายเหรอครับ” ผมถามเพราะอยากรู้จริงๆ ว่าตอนที่ผมอยู่ในครัวพี่ธีร์คุยอะไรกับยาย 

“ก็ไม่มีอะไรพิเศษหรอก พี่ก็แค่เล่าเรื่องที่ลอนดอนให้ยายฟัง” พี่ธีร์ตอบแล้วผมก็พยักหน้ารับ 

“ยายสนใจลอนดอนเหรอครับ” ผมถามพร้อมเลิกคิ้วรอคำตอบ 

“อืม เหมือนยายจะอยากให้ฝุ่นกับน้องสาวไปเรียนต่อที่นั่นนะ”  

“ห๊ะ!?” ผมนี่ร้องออกมาอย่างตกใจ ยายอยากให้ผมกับน้องไปเรียนต่อที่ลอนดอน นี่มันเรื่องอะไรของยายอีกล่ะเนี่ย บ้านเราไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้นสักหน่อยแล้วอีกอย่างคู่กรณีของพ่อกับแม่ผมเขาก็จะส่งเสียเราสองคนพี่น้องเรียนแค่ถึงปริญญาตรีเองนะ 

“ตกใจอะไรขนาดนั้น” พี่ธีร์ถามยิ้มๆ คงเพราะหน้าตาของผมตอนนี้มันเหวอและเอ๋อน่ะสิ! 

“ยายคงจะถามเล่นๆ แหละครับ” ผมก็คิดว่ามันจะเป็นแบบนั้นนะ  

“ก็ไม่แน่หรอกนะฝุ่น”  

“อ่า ไม่คุยเรื่องนี้แล้วนะครับ คุยเรื่องอื่นดีกว่า สรุปคืนนั้นพี่ธีร์จัดการธุระเรียบร้อยดีใช่มั้ยครับ” ผมชวนเปลี่ยนเรื่องและถามเรื่องของคืนที่พี่ธีร์รีบกลับบ้าน คืนที่ผมถูกพี่ดินลากออกมาจากร้านเหล้าแล้วพาผมไปคอนโด 

“ก็เจอปัญหานิดหน่อยแต่ตอนนี้เคลียร์จบแล้ว” พี่ธีร์ตอบอย่างสบายๆ คงเพราะปัญหาที่ว่านั่นผ่านไปอย่างเรียบร้อยล่ะมั้ง 

“ก็ดีแล้วครับ” ถึงผมจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่ผมก็รู้สึกโล่งใจแทน 

ผมนั่งคุยกับพี่ธีร์เรื่อยเปื่อยคุยเรื่องทั่วๆ ไป คุยถึงเรื่องสมัยเรียนมัธยมจนเวลาผ่านไปนานพอสมควรและที่หน้าบ้านผมก็มีรถมาจอดเพิ่มอีกคันซึ่งมันเป็นคันที่ทำให้ใจผมเต้นผิดจังหวะจนอย่าจับมันออกมาตีซะให้เข็ดจะเต้นแรงอะไรนักหนาก็แค่พี่ดินมาที่บ้าน 

“อ้าว พี่ธีร์มาไงเนี่ยพี่” ไอ้ลูกหินเอ่ยทักทันทีที่เดินเข้ามาในบ้านแล้วเจอพี่ธีร์นั่งคุยกับผมอยู่ 

“คิดถึงคนแถวนี้ก็เลยแวะมาหา” พี่ธีร์ตอบยิ้มๆ ไม่ได้เจาะจงว่าใครคือคนที่พี่เขาพูดถึงแต่ทุกคนที่ได้ฟังก็คงรู้แหละว่าคนที่พี่ธีร์พูดถึงนั้นคือผมคนนี้นี่แหละ 

“หึ” พี่ดินที่ยืนมองผมด้วยสายตาตั้งคำถามอยู่ข้างๆ ไอ้ลูกหินส่งเสียงแค่ในลำคอดวงตาคมคู่นั้นละจากใบหน้าผมไปยังพี่ธีร์แล้วมองอย่างไม่พอใจแล้วพี่ธีร์เองก็มองตอบพร้อมมุมปากที่จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม มันบ่งบอกว่าเขากำลังท้าทายคนที่ยืนกำหมัดแน่นอย่างไม่เกรงกลัว 

“พี่ธีร์สวัสดีค่ะ มานานแล้วเหรอคะ” ปาแป้งที่ดูเหมือนจะรู้ว่าบรรยากาศเริ่มจะอึมครึมแล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงใสๆ  

“สวัสดีครับน้องแป้ง มาได้สักพักแล้วแหละพอดีว่าพี่ไปรับฝุ่นมาจากมหา’ลัยน่ะ” พี่ธีร์ตอบนิ่งๆ

“อ๋อ งั้นพี่หินกับพี่ดินเชิญนั่งก่อนนะคะเดี๋ยวแป้งไปเอาน้ำมาให้ พี่ฝุ่นยายอยู่ในครัวเหรอ” ปาแป้งพยักหน้ารับก่อนจะหันไปบอกไอ้ลูกหินกับพี่ดินแล้วหันกลับมาถามผม 

“อือ ยายทำกับข้าวอยู่ในครัว” ผมบอกน้องด้วยสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

ผมกลัวพี่ดินกับพี่ธีร์เขม่นกันเพราะผม  

ผมไม่อยากให้ใครต้องมาทะเลาะกันเพราะผู้ชายอย่างผมแต่ผมก็คงจะทำอะไรไม่ได้เพราะว่าตอนนี้เหตุการณ์มันก็ยังปกติดีอยู่ พี่ธีร์ยังนั่งอยู่ที่เดิมส่วนพี่ดินเดินมานั่งลงข้างผมดื้อๆ  

“ใกล้ไปแล้ว” ผมหันไปกระซิบบอกคนที่นั่งเบียดผมอยู่ 

“อยากใกล้มากกว่านี้อีก” แล้วพี่ดินก็ตอบกลับมาแบบนี้ผมเลยต้องเม้มปากเพราะตัวเองกำลังจะหลุดยิ้ม 

ครึ่งชั่วโมงต่อมาทุกคนก็นั่งกันอยู่ที่โต๊ะอาหารเล็กๆ ที่บ้านผมเราเพื่อกินอาหารฝีมือยายแล้วต่างคนต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะไอ้ลูกหินที่ขยันเอาอกเอาใจยายผมจนออกนอกหน้า ขยันตักนั่นตักนี่ให้ยายทั้งยังชมไม่ขาดปากว่าอาหารฝีมือยายอร่อยจนไม่มีใครเทียบได้  

“ต้มยำข่าไก่ของคุณยายอร่อยมากเลยครับ ได้กินทุกวันผมต้องเจริญอาหารแน่ๆ เลย” 

“ไม่ต้องมาปากหวานใส่ยายหรอก แค่ดูแลหลานสาวยายดีๆ ก็พอแล้ว” ยายว่าอย่างรู้ทัน ไอ้ลูกหินนี่มู่หน้าทำตาละห้อยทันทีแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ตอบรับอย่างหนักแน่น 

“เรื่องนั้นคุณยายไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมจะดูแลน้องแป้งอย่างดีที่สุดเลย” 

“จ้าๆ กินเยอะๆ” ยายว่าแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ 

“ให้มันน้อยๆ หน่อยมึงอ่ะ” ผมด่ามัน 

“อย่าอิจฉาสิ” มันว่าผมกลับ 

“ฝุ่นไม่จำเป็นต้องอิจฉานายหรอกนะลูกหิน” พี่ดินที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นให้ผมใจกระตุกกลัวว่าพี่เขาจะหลุดอะไรที่ไม่ควรจะให้ยายได้ยินออกมาแต่พี่ดินก็หยุดอยู่แค่นั้นหน้าหล่อๆ ของพี่ดินยกยิ้มให้ทุกคนก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ 

การที่พี่ดินเลิกที่จะไม่พูดต่อมันเป็นผลดีกับผมก็จริงแต่ผมก็ต้องมานั่งทำตาปริบๆ เพราะยายมองผมเหมือนจับผิด พี่ธีร์ก็มองผมด้วยแววตาเศร้า ส่วนไอ้ลูกหินกับปาแป้งก็ยิ้มล้อผมจนผมต้องถลึงตาใส่ทั้งเพื่อนทั้งน้องสาวตัวเอง 

ผมยังไม่ได้บอกยายว่าผมชอบอะไร เป็นอะไร ชอบแบบไหนเพราะกลัวยายจะรับไม่ได้และผิดหวังในตัวผม... 

ความคิดเห็น