ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สามสิบสี่ ไม่รู้คุณค่าของหยก ได้รับกลับทิ้งขว้าง

ชื่อตอน : ตอนที่สามสิบสี่ ไม่รู้คุณค่าของหยก ได้รับกลับทิ้งขว้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 914

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2563 21:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สามสิบสี่ ไม่รู้คุณค่าของหยก ได้รับกลับทิ้งขว้าง
แบบอักษร

ตอนที่สามสิบสี่ ไม่รู้คุณค่าของหยก ได้รับกลับทิ้งขว้าง

ควบคุมปัจจัยการผลิตและทรัพยากรได้ เราก็จะควบคุมสังคมได้

ทางค่ายพรรคหรือสำนักจึงใช้ทรัพยากรอย่างหินวิญญาณและยา รวมไปถึงเคล็ดวิชาและสูตรลับต่างๆ

ควบคุมความประพฤติของสมาชิกในพรรค

สิ่งของบางอย่าง มีเงินก็ไม่สามารถซื้อหาได้ มีไว้ได้แต่ก็อาจรักษาไว้ไม่ได้

หากการคำนวณของผมนั้นถูกต้อง

แค่ก้อนแร่หินวิญญาณธรรมดาหนึ่งก้อน ก็เพียงพอที่จะทำให้ชาวบ้านธรรมดามีกินไปนับเดือนอย่างดี หรือแบบพอรอดตายได้ทั้งปี

หากควบคุมทรัพยากรทั้งหมดได้ก็จะสามารถสร้างนักบ่มเพาะพลังระดับสูงได้เท่าที่เราต้องการ

นั่นคือทางทฤษฎี

หากมีทรัพยากรมากพอ ตระกูลใหญ่สามารถผลิตราชันย์ยุทธได้หากทุ่มเททรัพย์สิน ของวิเศษแบบแทบจะหมดตัว ล้มละลาย

ของวิเศษที่เห็นในนิยายไม่ใช่ของที่มีขายหรือหาซื้อได้

แบบเดียวกับภาพเขียนหายาก หรือโบราณวัตถุของโลกปัจจุบัน

ที่มีแต่ราคาว่าแพงระดับพันล้าน แต่มหาเศรษฐีที่มีไว้ก็จะไม่ขายแต่จะเก็บไว้ในโกดัง พิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของตนเอง เอาไว้อวดเศรษฐีด้วยกันหรือเพื่อในวงการเดียวกันเท่านั้น

ในโลกนี้หากทำอย่างนั้นอาจจะโดนลอบสังหารและแย่งของไปได้

และตระกูลคงไม่มีใครจะทุ่มเทจนบ้าเลือดทุ่มเทให้คนคนเดียวจนถึงระดับราชันย์ยุทธ

เพราะว่าต้องแบ่งทรัพยากรให้ผู้อาวุโสของตระกูลคนอื่นๆด้วย

มหาราชันย์ยุทธจึงเป็นที่นับหน้าถือตา ว่าคนที่มีความสามารถจริงแท้แน่นอน ที่สามารถฝ่าฟันมาถึงจุดนั้นได้ ไม่ใช่เรื่องของการมีทรัพยากร แต่เป็นผู้มีพรสวรรค์เองด้วย

และมหาราชันย์ยุทธที่ว่านั้น ก็ถูกสังหารอย่างลูกกระจ๊อกกี๊กี๊ในช่วงหลังๆของเรื่องล่ะครับ

ผมขอชื่นชมแนวพีเรียดของนักอ่านหญิงไว้อย่างหนึ่งคือสเกลพลังยังไม่เกินสิบขั้น

ว่ายังไม่มีระดับดาวอื่นหรือมิติอื่น ลงมาสร้างเรื่องราวให้พระเอกตามหานางเอกที่จะแต่งงานกับคนที่อยู่มิติสูงกว่าที่ไม่ได้รักใคร่ชอบพอ

เรื่องราวของเรายังอยู่ในจักรวาลและมิติเดียวกัน

ไม่ต้องไปขัดขวางการแต่งงานของตัวละครนางเอกที่จะแต่งงานกับคนมิติชั้นสูงและไล่ฆ่าคนที่มีพลังก่อนหน้านั้นไประหว่างทาง

หากมีมิติที่สูงขึ้นไปมาเกี่ยว ผมคงเสียสติมากกว่านี้แน่ๆ

เอ๊ะ แต่ก็น่าจะเป็นวิธีที่น่าจะหนีจากพวกบ้าๆนี้ได้โดยไปอยู่อีกมิติหนึ่งนะ น่าสน น่าสน

เดี๋ยวจะลองค้นคว้าเรื่องมิติลับหรือมิติที่สูงขึ้นไปและต่ำกว่าดู

มันมีช่องเก็บของและมิติลึกลับต่างๆ เดี๋ยวเราจะลองศึกษาเรื่องพวกนี้ดู

“หวังลี่หายสาบสูญไปในช่องว่างมิติ” ก็ฟังดูเป็นจุดจบที่ไม่เลวเลย

เพราะมิติที่ว่าก็มีเมือง วัฒนธรรมชาวจีน สำนัก หลักขงจื้อ หลักเต๋า พระ นักบวชฯลฯเหมือนกันไม่ว่าจะไปที่โลกมิติสูงขึ้นหรือมิติที่พลังต่ำลงไปก็ตาม

มองอีกแง่ เราอาจจะสามารถไปใช้ชีวิตสโลไลฟ์ที่มิติต่ำกว่าได้จริงก็ได้

ยิ่งถ้ามิติต่ำกว่านั้นมีมุก

“ค่ายกล ข่ายมนตร์ที่ป้องกันคนที่มีพลังสูงกว่าจากมิติที่สูงกว่า”มาก็ยิ่งดีเลย

แต่ตอนนี้ใส่ใจในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปก่อน

การเดินทางหมื่นลี้เริ่มที่ก้าวแรก

 

อวิชชาแดนไซฮกไม่มีทางลัด

“แง ไม่เอา ไม่ชอบขมปี๋อา ท่านพี่..ไม่เอาไม่เอา”

นี่แม่คุณนี่มันยาเสริมปราณที่มีคุณค่ามากกว่าหินพลังปราณธรรมดานับร้อยก้อนอีกนะ

เป็นของดีที่เหล่าลูกศิษย์ ของสำนักไท่ซาน ต้องหลังขดหลังแข็งทำงานเพื่อสำนักเพื่อที่จะให้ได้มาและมีจำนวนจำกัดอีกนะ

ศิษย์บางคนอยากจะแลกแต้มภารกิจแม้จะมีแต้มมากพอก็แลกไม่ได้

Human Error ข้อผิดพลาดของมนุษย์อีกแล้ว

มนุษย์คือปัจจัยที่ทำให้สมการหลายๆอย่างเสียไป

คนที่เตือนเรื่องอัลฟ่าโกะก็เคยบอกเอาไว้

ว่า”พวกเขาหลงระเริงมากเกินไป คิดว่าการแก้ปัญหาในโลกความเป็นจริงเป็นเรื่องง่าย การแก้ปัญหาในโลกแห่งความจริงไม่ได้มีข้อมูลที่ทำให้พวกเขาใช้ได้อย่างมหาศาลและมีกฎเกณฑ์แน่นอนอย่างดกะ”

และผมก็เจอปัญหานั้นอีกแล้วครับท่าน

อี้จิงไม่ชอบทานยาเสริมลมปราณที่ช่วยเรื่องการเพิ่มพลังวัตรและประสิทธิภาพในการเดินลมปราณ

“ไม่เอาของขมๆนะคะ ท่านพี่” อี้จิงกอดเอวผมและอ้อนผมไว้ ดวงตาใสแป๋วที่มีประกายสีน้ำเงินจางๆจ้องมองผม

ท่าทางน่ารักถ้าคนภายนอกมาเห็น แต่ผมตระหนักดีว่าเธอที่มีพลังระดับนักยุทธแม้จะระดับเดียวกับผม ก็สามารถกอดจนร่างกายผมบิดเบี้ยวแตกสลายได้ แม้ระดับพลังจะเท่ากันก็ตาม

ผมกะจะทดลองว่าจะให้อี้จิงทานยาและเดินลมปราณ จากนั้นผมทานยาและเดินลมปราณและทดลอง บันทึกผลว่าอย่างไหนจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน

แต่คนเราไม่ใช่เครื่องจักร อี้จิงไม่ใช่คนที่ทำตามที่ผมบอกทุกเรื่อง

จนบางครั้งผมชักคิดนิดๆว่าเธออาจจะจงใจไม่ฟังคำสั่งเพื่อหาเรื่องอ้อนคุยกับผมมากกว่าแฮะ

และการบังคับให้เธอทานยาที่มีค่าก็จะสร้างความทุกข์ใจและความงอแงของเธอขึ้นมาอีก

ผมอาจจะต้องทำใจมองในแง่มุมหนึ่ง ว่าคนทั่วไปอาจจะมองไม่เห็นพรสวรรค์ของเธอ

แต่อี้จิงเธอก็มองไม่เห็นคุณค่าของยาวิเศษในสายตาของคนทั่วไปเช่นกัน

หากมองในแง่หนึ่ง ตีความเคล็ดวิชาหรือแก้ปัญหาค่ายกลที่ซับซ้อน ก็ยังไม่ยากเท่ากับการคำนวณจิตใจของมนุษย์

หลายอย่างไม่คำนึงถึงเหตุผล

ผมไม่คาดฝันมาก่อนว่า แนวทางการเพิ่มพลังที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ผมวางแผนไว้คือการใช้อี้จิงย่อยสลายพลังจากเม็ดยาที่น่าจะย่อยสลายได้มีประสิทธิภาพมากกว่าผม

กลับผิดพลาดไปด้วยเหตุผลว่า”รสชาติขม”

 

Human Error ความผิดพลาดในส่วนของมนุษย์มีอยู่เสมอในสมการของโลกแห่งความเป็นจริง

บอกไว้ก่อน ผมไม่ยอมใช้วิธีแบบเคี้ยวยาและป้อนปากต่อปากหรอกนะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว