email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 35. เหตุเกิดจากปลา

ชื่อตอน : ตอนที่ 35. เหตุเกิดจากปลา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2563 23:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 35. เหตุเกิดจากปลา
แบบอักษร

ท้องพระโรง.

ท่ามกลางความเงียบเฉียบทั้งที่ท้องพระโรงเต็มไปด้วยเหล้าเสนาและขุนนางมากหน้าหลายตา

เรื่องราวการหายตัวไปของว่าที่พระชายาและการที่องค์รัชทายาทหายออกจากวังไปโดยพละการยังคงเป็นเรื่องกวนใจเหล้าเสนาแต่ก็ไม่มีใครเปิดปากทูลถามและฝ่าบาทยังคงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ไม่มีใครกล้า

“ข้าได้ยินเรื่องโจรป่าบุกปล้นฆ่าราษฎรอย่างโหดเหี้ยม”

“ทูลฝ่าบาท”

เสนาบดีชินก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมเอ่ยหลังจากฝ่าบาทพูดขึ้นพรางเปิดม้วนเอกสารราชการ

“รายงานจากชาวบ้านทางแผ่นดินทางใต้ มีกลุ่มโจนที่เรียกตนเองว่า ‘เผ่าเมฆาดำ’ บุกปล้นทุกอย่างทั้งยังฆ่าเด็กและสตรีร่วมกว่าสี่หมู่บ้านแล้วพะยะค่ะ”

“เหตุใดการเพิ่มทหารราดตระเวนควบคุมดูแลของท่านยังทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงเช่นนี้อยู่อีก?”

“เอ่อ เรื่องนั้นกระหม่อม!!..”

พรึบ!

ม้วนบันทึกถูกมือหนาพับลงอย่างหงุดหงิดพรางถอนหายใจ

“ตอนนี้ทำในสิ่งที่ทำได้ จัดให้มีการช่วยเหลือด้านอาหารและยาเยียวยาผู้คนที่ได้รับความเสียหาย ข้าจะมอบหมายงานนี้แก่เสนาบดีคัง”

“แต่ฝ่าบาท!!”

“ท่านมีอะไรจะคัดค้านข้าอย่างนั้นหรือ?”

เสนาบดีชินเงยหน้าขึ้นมองฝ่าบาทอย่างแปลกใจเช่นเดียวกันกับเสนาบดีคนอื่นๆ ที่ต่างก็หันซ้ายหันขวามองหน้ากัน

“ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือพะยะค่ะ ว่าตอนนี้ตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายพระคลังได้ว่างลงหลังจากเสนาบดีคังถูกจับกุมรอการไต่สวนอยู่”

“....!”

เมื่อฉุกคิดขึ้นได้ว่าตนได้สั่งให้จับกุมเสนาบดีคังจริงตามที่เสนาบดีคนอื่นต่างก็เพ่งเล็ง ว่าอาจสมคบคิดพาลูกสาวของตนหนีออกจากวังในวันสำคัญขององค์รัชทายาท

ด้วยข่าวลือหนาหูว่าคุณหนูคังอียู นางก็มิได้ยินดีกับการคัดเลือกเป็นพระชายาตั้งแต่ครั้งแรก ยิ่งทำให้ฝ่าบาทและพระมเหสีไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ใบหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่ของฝ่าบาทดูผ่อนคลายลงเมื่อเผลอลืมตัวเอ่ยชื่อของอดีตเสนาบดีคนสนิทออกไปด้วยความเคยชินบวกกับความร้อนใจที่มี ทำให้ฝ่าบาทตัดสินพระทัยไปโดยไม่ทันได้คิด

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะมอบหมายงานนี้ให้ท่าน เสนาบดีชิน”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

เสนาบดีชินก้มคำนับให้แก่ฝ่าบาท เขาแสยะยิ้มพอใจในท่าทีที่ดูจะเลอะเลือนของกษัตริย์ก่อนจะปรับสีหน้ากลับเป็นปกติและเงยหน้าขึ้น

“ฝ่าบาท กระหม่อมและขุนนางท่านอื่นต่างก็เห็นพ้องว่าตำแหน่งเสนาบดีพระคลังมิควรปล่อยว่างเว้นไว้นาน เนื่องด้วยขาดผู้ดูแลบริหารส่วนนี้”

เสนาบดีท่านหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจตัวเองนักฝ่าบาทเองก็เล็งเห็นถึงผลเสียที่จะตามมาเช่นกัน

“เรื่องนี้ข้าจะกลับไปคิดอีกครั้ง”

“พะยะค่ะฝ่าบาท”

ความสับสนเล็กๆ เป็นเหตุให้ต้องยุติการว่าราชการลงอย่างกระทันหัน ทุกคนต่างก็ก้มหน้าโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงเมื่อฝ่าบาททรงลุกขึ้นจากที่พระทับ

“ฮุกแคกๆ!!~”

พรึบ!! เคร้ง!!!!”

“ฝ่าบาท!!”

เสียงไอหนักๆ และเสียงสิ่งของบางอย่างร่วงหล่นลงพื้น ปลุกให้เหล่าเสนาบดีทุกคนในท้องพระโรงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ

ฝ่าบาททรงทรุดนั่งลงบนที่ประทับ มือข้างหนึ่งปิดปากเพราะพระอาการไอหนัก มืออีกข้างท้าวไปบนโต๊ะ ทำมห้ม้วนบันทึกเอกสารราชการร่วงกระจัดกระจายเต็มพื้น

เมื่อเห็นสีท่าไม่ดีหัวหน้าขันทีจึงรีบเข้ามาผยุงพระวรกายของฝ่าบาทเอาไว้ เพราะกลัวจะเป็นอันตราย

เวลานี้อย่างนั้นหรือ?! เราจะมาอ่อนแอในเวลาแบบนี้ไม่ได้!

“ฝ่าบาท!!!”

มือข้างที่ปิดปากเอาไว้นั้นเริ่มรู้สึกได้ถึงของเหลวเหนียวและกลิ่นของคาวเลือด ฝ่าบาทจึงไม่ยอมที่จะเอามือของตนออก หัวหน้าขันทีจึงต้องรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมเอาไว้ยื่นให้แก่ฝ่าบาท

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ทหารหลวงจึงรีบเข้ามาพาฝ่าบาทกลับพระตำหนักใหญ่โดยไว

ทางด้านองค์รัชทายาทรวมทั้งขบวนเสด็จที่กำลังเคลื่อนกลับพระราชวัง ขบวนดูจะใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อรวมเข้ากับบริวารที่ติดตามคุณหนูคิมดาจองมาร่วมด้วย

ครั้งนี้แทซันได้พ้นจากความผิดไปได้อย่างหวุดหวิดนั่นเป็นเพราะอียูทวงคำที่ซอลมินได้เคยพลั้งปากเอาไว้กับนางเมื่อครั้งที่พบกับจียง

“องค์ชาย”

“หืม?!”

ทั้งสองนั่งอยู่บนหลังม้าออกเดินไปพร้อมกันอย่างไม่รีบร้อน ซอลมินหันมาหาเจ้าของเสียงหวานที่กำลังมองตนอยู่ก่อนแล้วด้านข้าง

“เรื่องของท่านแม่ทัพแซฮุน ขอบพระทัยเพคะ”

“ฮะ?!”

อียูพูดก่อนจะหันหน้าหลบไปทางอื่น เพราะด้วยรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า เมื่อได้ยินคำขอบคุณแบบขอไปทีของอียูทำเอาใบหน้าหล่อถึงขั้นยิ้มแหยๆ พรางเอียงคอมองอียูอย่างไม่เชื่อหู

“มะ มีอะไรติดหน้าของหม่อมฉันหรือเพคะ?!”

“ไม่เหมือนกับคนที่รู้สึกสำนึกบุญคุณแม้แต่น้อย”

“เอ๋?!!”

“ข้าไม่อยากได้คำขอบคุณจากเจ้า”

“.....”

“ข้าอยากได้เป็นการกระทำ ตอบแทนมากกว่า”

“การกระทำ อย่างไรหรือเพคะ?!!”

ซอลมินกอดอกอย่างสบายใจ โดยมีอียูเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นแต่อียูไม่ทันได้สังเกตเห็นเพราะซอลมินหันหน้าหนีไปอีกทาง

ไม่นะ! หรือว่าสิ่งที่องค์ชายอยากได้ หรือจะเป็น.....

“ข้าหิวเสียแล้วสิ แทซัน”

“พะยะค่ะ องค์ชาย?”

แทซันควบม้าขึ้นมาเทียบกับทั้งสองคน ตามคำเรียกจากซอลมินในทันที อียูมองทั้งสองคนตาปริบๆ

“ข้าจะพักแถวธารน้ำข้างหน้าเสียหน่อย”

“พะยะค่ะองค์ชาย”

เพียงคำพูดไม่กี่คำของซอลมิน แทซันก็สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย เขารีบควบม้าตรงไปยังลำธารที่อยู่ห่างไปไม่ไกลเพื่อสำรวจพื้นที่เบื้องต้นสำหรับหยุดพัก

ซ่าาา~~!!

หลังจากออกเดินทางมาได้สักพักใหญ่ ขบวนเสด็จก็ต้องหยุดลงเพื่อพักจากอาการเหนื่อยล้าทั้งคนและทั้งม้า

ร่างสูงในชุดสีฟ้าอ่อน ยืนมองออกไปยังลำธารเอามือสองข้าไขว้หลังสูดหายใจเข้าเต็มปอด

“ทรงเรียกหาหม่อมฉันหรือเพคะ?”

“....”

เมื่อได้ยินเสียงของอียู ซอลมินจึงรีบหุบยิ้มลงก่อนจะหมุนตัวกลับไปมองคนที่มาใหม่ ท่าทางของอียูแลดูขวยเขินไม่น้อยแต่ก็พยายามมองซ้ายทีขวาที

ไม่แน่ว่า ‘การกระทำ’ ที่ซอลมินพูด อาจจะหมายถึงเรื่องไม่เหมาะไม่ควรก็เป็นได้ อย่างเช่น จูบ บ้าน่าาา ตะ แต่ว่าที่แบบนี้ก็คงไม่ดีเท่าไร

“ข้าได้ยินว่าเจ้าเชียวชาญในการล่าสัตว์”

“องค์ชาย อย่ามัวอ้อมค้อมเลยเพคะ”

“ข้าอยากกินปลา”

“ได้เพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะ.....เอ๋!!??”

“ไปสิ”

“ฮะ!!”

ซอลมอนเลิกคิ้วขึ้นสูงพรางมองไปยังลำธารกว้างด้านหน้า โดยมีอียูชักสีหน้างงๆ อยู่ด้านข้าง ร่างเล็กถอนหายใจพรางส่ายหัวไล่ความคิดน่าอับอายทิ้งไป

“จับปลาให้ข้า เพื่อเป็นการขอบคุณที่ข้าไว้ชีวิตแม่ทัพแซฮุนตามที่เจ้าขอ”

“แต่หม่อมฉัน!!”

“เจ้าทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”

“.....”

ใบหน้าหล่อยื่นเข้ามาใกล้คนตัวเล็กเพื่อหยั่งเชิง ข้าจะทำได้ยังไงเล่า ใครจะไปจับปลาด้วยมือเปล่าแบบนี้ได้ เป็นองค์ชายที่ชี้นกเป็นนกชี้ไม้ต้องเป็นไม้สินะ

“กินอย่างอื่นไม่เป็นหรือยังไง”

“เจ้าว่ายังไงนะ?”

“ไม่มีอะไรเพคะ ปลาใช่ไหม? รอก่อนนะเพคะ”

“....!”

อียูบ่นอุปอยู่คนเดียวจนซอลมินอดสงสัยไม่ได้ว่านางกำลังนินทาตน แต่ก็ต้องล้มเลิกไปเพราะอยู่ๆ ร่างเล็กก็รีบยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเดินดุ่มๆลงไปในน้ำ

“เน่!...ขอตัวใหญ่ๆ นะ ตอนนี้ข้าหิวมาก”

“ลงมาจับเองสิยะ”

“นี่เจ้าแอบว่าข้าเป็นครั้งที่สองแล้วนะ”

“ตัวใหญ่ๆ ใช่ไหมได้เลยเพคะ”

ทั้งสองต่างก็ตะโกนคุยกันเพราะเสียงน้ำไหลบดบังเสียงพูดไปบางส่วน ซอลมินยังคงมองตามแผ่นหลังร่างเล็กกำลังจมลงไปเรื่อยๆ

น้ำลึกเกินไปหรือเปล่านะ ทำไมจึงไปไกลนัก หากน้ำเย็นเกินไปจนนางเป็นตะคริวขึ้นมาข้าจะช่วยได้ทันเวลาไหม นี่ข้ากำลังคิดอะไรอยู่ ?! อันตรายเกินไป!!

“คังอียู ข้าว่าแถวตรงนี้ก็มีปลา เจ้าลอง!!..”

“เงียบหน่อยเพคะ หม่อมฉันต้องใช้สมาธิ”

“....!”

ร่างสูงทำท่าชี้ไม้ชี้มือไปแถวทางน้ำตื้นให้หญิงสาวดู แต่กลับถูกตะวาดใส่จนต้องกลืนคำพูดของตนกลับลงคอชักมือกลับมาอยู่ในท่าไขว้หลังพรางกระแอมแก้เก้อ

ถัดออกไปไม่ไกลนัก แทซันหันหลังพิงกับต้นไม่ใหญ่มองดูทั้งสองคนอย่างไม่คาดสายตา ไม่นึกว่าคังอียูจะมีอิธิพลต่อซอลมินได้ขนาดนี้ ทำเอาองค์ชายของเราเสียหน้าได้ง่ายๆเลย

พรึบ! ซ่า!!!

“....!!!”

อยู่ๆ อียูที่ยืนนิ่งอยู่นานก็พรุ่งพรวดดำหายลงไปในน้ำ ร่างสูงหันซ้ายทีขวาทีอย่างไม่ไว้ใจ

แค่จะแกล้งเล่นเท่านั้น แต่นางดันทำจริงเสียนี่ จะให้ล้มเลิกตอนนี้ข้าคงจะดูเป็นตัวตลก

“นานเกินไปแล้ว”

สองเท้าค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ธารน้ำแต่ก็ยังคงใบหน้านิ่ง เพราะกลัวจะหน้าเสียหลังจากที่ถูกอียูตะวาดเข้า

“ขึ้นมาได้แล้วน่า นี่!!!”

“......”

“ข้ากินอย่างอื่นก็ได้ คังอียู!”

“....”

สีหน้าของซอลมินเริ่มไม่สู้ดี หากนางจมน้ำจริงๆ ข้าจะต้องเฝ้าโทษตัวเองเป็นแน่ ไม่ได้การ เมื่อไม่มีทีท่าว่าอียูจะโผล่ขึ้นมา ร่างสูงจึงจ้ำอ้าวลงน้ำไปอย่างร้อนรน

ฟรึบ!!! ซ่า!!! พับๆๆๆๆ!!!!

“...!!!!”

“.....!!”

เสียงน้ำแพร่ซ่านเป็นวงกว้าง ใบหน้าขาวของอียูก็โผล่ขึ้นเหนือน้ำพร้อมกับปลาตัวขนาดพอเหมาะกำลังดิ้นอยู่ในอุ้งมือเล็กๆ ทั้งสองข้าง

อียูมองมายังซอลมินด้วยสายตาไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับที่ซอลมินเองมองไปยังคนตัวเล็กอย่างเป็นกังวลทั้งที่ตนจมอยู่ในน้ำกว่าครึ่งตัวแล้ว

“องค์ชายลงน้ำทำไมเพคะ?!”

“ข้าร้อน”

“.....!!”

ซอลมินรีบปรับเปลี่ยนท่าทีในทันทีหลังถูกฝ่ายตรงข้ามถามด้วยใบหน้าสงสัย

“เจ้าจับปลาได้แล้วนี่ ตัวเล็กกว่าที่ข้าคิดเอาไว้”

“....”

ฟรึบ! จ๋อม!!

“ละ แล้วเจ้าปล่อยมันไปทำไม?!!!!”

ทันทีที่ซอลมินพูดอียูก็โยนเจ้าปลาน่าสงสารในมือลงน้ำไปอย่างไม่คิดอะไร แต่ต้องหน้าเหว๋ออีกครั้งเมื่อจู่ๆร่างสูงก็ตะกุยน้ำเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าตกอกตกใจ

“ก็..ตัวมันเล็กนี่เพคะ องค์ชายคงไม่อิ่ม!!”

“ใครสั่งให้เจ้าคิดแทนข้า?”

“ดะ เดี๋ยวหม่อมฉันจับให้ใหม่..!!!”

“ไม่ต้อง! หยุดเลย”

เมื่อเห็นว่าซอลมินเริ่มเสียงแข็ง อียูจึงตั้งหน้าจะหมุนตัวลงไปหาปลาอีกครั้งแต่ต้องถูกห้ามเอาไว้ ซอลมินส่ายหัวไปมาอย่างหงุดหงิดใจ มือหนายกขึ้นลูบน้ำออกจากใบหน้าหล่ออย่างเหลืออด

“ข้าไม่อยากกินแล้ว”

“.....”

ซอลมินถอนหายใจยาวก่อนจะค่อยๆหมุนตัวจ้ำอ้าวขึ้นฝั่งโดยมีอียูเดินคอตกตามขึ้นมาไม่ห่าง

เอาใจยากซะจริง พอจับได้ก็ว่าตัวเล็กพอจะจับให้ใหม่ก็ไม่อยากกิน หากเป็นซอลมินในร่างคนธรรมดาข้าคงจับเขากดน้ำตายไปให้รู้แล้วรู้รอด

“เสด็จพี่!!!”

“...!!”

“...”

เสียงหวานจากดาจองดังขึ้นจากไกลๆ ตามด้วยเหล่านางในรับใช้สองคนกำลังเดินตรงมายังทั้งสองคนที่สภาพเปียกโฉก

“เหตุใดจึงเปียกปอนเช่นนี้เพคะ?!”

หญิงสาวมาถึงพร้อมกับใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวซับไปที่ลำคอของซอลมินอย่างไม่ไม่ระวังตัว ร่างสูงมองการกระทำเอาแต่ใจของหญิงสาวก่อนจะคว้าผ้ามาถือเองพรางทำสายตาดุใส่จนดาจองต้องก้มหน้าหลบสายตา

“ข้าสั่งไม่ให้ใครตามมาไม่ใช่หรือ?”

“ขะ ขออภัยเพคะ!!”

“ขออภัยองค์ชาย กระหม่อมละเลยต่อหน้าที่โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ”

“.....”

แทซันที่โผล่มาจากไหนไม่รู้โค้งให้แก่ซอลมิน

“ดาจองคงเป็นห่วงองค์ชายนะเพคะ อย่าทรงตำหนินางนักเลย”

“....”

อียูพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าซอลมินกำลังทำให้หญิงสาวอีกคนตรงหน้าน้ำตาซึม แม้ว่าข้าจะไม่ชอบนางนักแต่หากถูกซอลมินมองด้วยสายตาเย็นชาแบบนั้นเป็นใครก็น่าสงสารทั้งนั้น เพราะข้าเคยเจอมากับตัวยังไงหละ

อียูที่ยืนนิ่งตัวเปียกโฉกก้มลงม้วนกระโปรงที่ชุ่มไปด้วยน้ำขึ้นเล็กน้อยเพื่อที่จะเดินไปอีกทาง

“หม่อมฉันขอตัวนะเพคะ”

“อืม”

ซอลมินตอบกลับนิ่งๆ มองตามแผ่นหลังของอียูจนลับสายตา เหลือเพียงดาจองและแทซันที่ยังยืนอยู่

“เสด็จพี่!!”

“....”

ร่างสูงเตรียมจะเดินตามไปแต่ต้องหยุดลงเพราะเสียงที่สั่นครือพร้อมจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อของดาจองเรียกตนเอาไว้

“ทำไมเสด็จพี่ทรงเย็นชากับหม่อมฉันนักเพคะ?”

“หากไม่ใช่เพราะพระมเหสีทรงเอ็นดูเจ้ามาก มือที่ใช้แตะต้องตัวข้าเมื่อครู่ ข้าจะตัดทิ้งเสีย”

“....!!!!!!”

สายตาเย็นชามองไปยังร่างบางที่กำลังยืนตัวสั่นกุมมือของตนเอาไว้แน่น หลังจากได้ยินที่ซอลมินพูด แม้จะโหดร้ายไปหน่อยกับผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่เขาก็อดที่จะหงุดหงิดใจไม่ได้เวลาที่ดาจองไม่รู้จักวางตัวให้เหมาะสมและชอบทำอะไรตามใจตน

“ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้างท่านหมอหลวง?!”

เวลาผ่านไปไม่นานนักหมอหลวงพร้อมด้วยหมอฝึกหัดก็เปิดประตูห้องบรรทมออกมา พระมเหสีที่ยืนอยู่ด้านนอกจึงรีบเข้าไปหาหมอหลวงทันที

“พระมเหสี กระหม่อมได้จัดเตรียมโอสถบำรุงพระวรกายถวายแก่ฝ่าบาทแล้ว อีกไม่นานก็จะทรงแข็งแรงจากพระอาการอ่อนเพลียพะยะค่ะ”

“หากท่านพูดเช่นนั้น เราก็สบายใจ”

พระมเหสีรอบถอนหายใจหายห่วง พอได้ยินว่าฝ่าบาทเกิดไอหนักลมลงจากบัลลังก์ยามขึ้นว่าราชการเหล่าขุ่นนางเสนาบดีต่างก็พากันวิ่งวุ่นทั้งท้องพระโรงจนบัดนี้มีเพียงหมอหลวงและหมอรับใช้สองคนเท่านั้นที่ได้รับมอบหมายให้เข้าไปยังห้องบรรทมของฝ่าบาทได้

“กระหม่อมขอทูลลา”

“เดี๋ยวท่านหมอหลวง”

“พะยะค่ะ?”

ยังไม่ทันที่หมอหลวงจะเดินผ่านพระมเหสีไป ก็ถูกพระนางเรียกเอาไว้เสียก่อน หมอหลวงกลืนน้ำลายคงคออย่างยากลำบากก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับพระมเหสีอีกครั้ง

“ขอบคุณท่านมาก หากต้องการยาดีหรือสิ่งใดที่เราพอจะช่วยฝ่าบาทได้จงบอกอย่าได้เกรงใจ”

“ขอบพระทัยพระมเหสี ทรงวางพระทัยเถอะพะยะค่ะ ฝ่าบาทจะทรงแข็งแรงขึ้นเร็ววันเร็วคืน”

“แค่นี้เราก็วางใจแล้ว”

แววตาของพระนางฉายแววสดใสขึ้นพรางมองไปยังประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิท แม้จะอยากเข้าไปดูแลฝ่าบาทด้วยตนเองแค่ไหนก็ไม่สามารถฝืนพระบัญชาได้ จึงทำได้เพียงหมุนตัวเดินกลับไปตามเดิมโดยมีขบวนเสด็จตามไป

“ท่านอาจารย์ พระอาการของฝ่า..!!”

“นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะพูดได้ ฝ่าบาททรงมีรับสั่งแล้ว จงปิดปากของเจ้าให้ดี”

“ขอรับ!”

หมอหนุ่มถึงกับหน้าจ๋อยลงเมื่อตนถูกอาจารย์ดุเข้าด้วยสายตา หมอหลวงส่ายหัวกับความไร้เดียงสาของลูกศิษย์ก่อนจะเดินออกจากพระตำหนักไป

 

ความคิดเห็น