ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

57/เส้นทางนี้ที่มืดมน [แสงไฟในรันเวย์]

ชื่อตอน : 57/เส้นทางนี้ที่มืดมน [แสงไฟในรันเวย์]

คำค้น : ตอนที่57

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.ย. 2563 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
57/เส้นทางนี้ที่มืดมน [แสงไฟในรันเวย์]
แบบอักษร

รันเวย์ Part  

“เลิกติดต่อกับเวย์ซะ” 

“ผมว่าเราคุยเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้วนะครับและผมขอยืนยันคำเดิมว่าผมคงทำตามคำขอของคุณน้าไม่ได้ครับ เราสองคนรักกันรักที่เป็นความรักจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความลุ่มหลงเหมือนอย่างที่คุณน้าเคยว่าไว้ในครั้งก่อน” 

“ความรักของเธอคืออะไรล่ะหรือคือการเห็นแก่ตัวเธอก็รู้ว่าชีวิตเธอพร้อมจะตายจากลูกชายน้าทุกวินาที แล้วเธอจะทนเห็นเวย์ต้องอยู่กับความทุกข์ใจว่าเมื่อไหร่เธอจะจากไปอย่างนั้นเหรอ เธอรู้ไหมว่าลูกชายคนนี้ของน้าเขาน่าสงสารมากแค่ไหน น้าไม่อยากให้เขาต้องเจอกับเรื่องโชคร้ายอะไรอีกแล้ว  

“หายไปเถอะนะถือว่าเป็นคำขอร้องของพ่อคนที่เธอรักและเธอก็ควรจะรักเวย์ให้มากกว่าที่รักตัวเอง เพราะถ้าเธอรักเวย์มากกว่านี้สักนิด จะไม่คิดอย่างคนเห็นแก่ตัวด้วยการเอาชีวิตครึ่งเป็นครึ่งตายของเธอไปผูกติดให้เป็นภาระเวย์หรอก”  

“แต่โรคหัวใจที่ผมเป็นอยู่มันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น หัวใจของผมแค่เต้นผิดจังหวะและมันก็รักษาได้คุณน้าควรหาเหตุผลอื่นดีกว่าครับ ขอตัวก่อนนะครับเรื่องที่เราคุยกันผมสัญญาว่าจะไม่ให้ถึงหูเวย์แน่นอน” 

“แต่อย่าลืมสิว่าอาการแค่นั้นมันก็สามารถทำให้เธอตายได้ทุกเวลาเหมือนกัน อีกอย่างน้าอยากให้ลูกชายของน้าเขามีคนคอยดูแลยามแก่เฒ่า ถ้าเธอดื้อจะใช้ชีวิตอยู่กับเวย์แล้วในวันที่เธอกับเวย์แก่ตัวลงไปใครจะดูแลลูกชายน้าล่ะ น้ารู้ว่ามันเป็นคำขอของคนเห็นแก่ตัว แต่น้าก็รักลูกชายของน้าเกินกว่าจะปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาในยามที่ไม่มีน้าหรือไม่มีเธอ  

“ถ้าเวย์มีชีวิตคู่ปกติเหมือนที่คนอื่นเขาเป็น มีภรรยามีลูกมีหลานสุดท้ายแล้วบั้นปลายชีวิตของเวย์จะไม่โดดเดี่ยวเหมือนอย่างที่อยู่กับเธอ เพราะเวย์อยู่กับเธอเวย์จะมีแค่เธอคนเดียว สุดท้ายแล้วเมื่อเธอจากไปเวย์ก็จะเหลือแค่ตัวคนเดียวเหมือนกัน” 

“ถ้างั้นคุณน้าคงลืมคิดไปว่าถ้าในวันที่คุณน้ากลัวมาถึงไม่ใช่แค่เวย์ที่จะต้องโดดเดี่ยว เพราะสักวันเมื่อเวย์จากผมไปก่อนคนที่ต้องอยู่อย่างอ้างว้างก็คือผมเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่เคยคิดหันหลังให้เวย์สักครั้ง ผมรักเวย์ไม่ใช่สิเราสองคนรักกัน มันอาจจะเป็นความรักในรูปแบบที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ความรักของเราสองคนก็ไม่เคยทำร้ายใครไม่ใช่เหรอครับ” 

“เธอมองน้าให้เต็มตาสิแล้วเธอจะเห็นคนที่ความรักของเธอทำร้ายอย่างชัดเจน น้าขอเถอะนะไปจากลูกชายของน้าซะแล้วสักวันเขาจะลืมเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับเธอได้เอง ขอโทษนะแสงไฟถ้าเธอเป็นผู้หญิงทุกอย่างมันคงจะดีกว่านี้”  

ภาพและเสียงตรงหน้าคือเรื่องราวที่ผมไม่เคยรับรู้มาก่อนว่ามันเคยเกิดขึ้น แม้บางสิ่งบางอย่างอาจเปลี่ยนไปบ้างแต่ผมมั่นใจว่าคลิปนี้ได้มาจากกล้องวงจรปิดของห้องนี้แน่ เพียงแค่ได้ยินคำขอของพ่อในประโยคแรก หูผมก็อื้อไปหมดตัวมันชาใจหล่นวูบหายใจไม่ออกหน้ามืดจนตัวเซ ยิ่งเห็นฝ่ามือของพ่อกำลังลูบผมคนที่นั่งร้องไห้ออกมา สองมือผมก็ยิ่งกำแน่นริมฝีปากถูกกัดจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว  

เสียงร่ำร้องขอความเมตตาจากชายหนุ่มที่กำลังกราบเท้าอ้อนวอนขอให้ชายสูงวัยเห็นใจมันช่างน่าเวทนาเสียจริง แต่แล้วฝ่ามือขวาของเขาก็ยกขึ้นมาจับอกข้างซ้ายของตัวเอง ก่อนจะค่อย ๆ ล้มตัวนอนตาลอยอยู่กับพื้น สุดท้ายแล้วดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตาก็ปิดสนิทลง ในจังหวะที่เรี่ยวแรงของผมก็เหือดหายไปหมดจนต้องทรุดนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น มือขวาเอื้อมไปแตะใบหน้าคนในจอแผ่วเบา ถึงจะเห็นว่าน้ำตาเขายังไหลรินแต่ผมก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเช็ดน้ำตาให้เขาได้เลย  

ปัง! โครม! เพล้ง!ฮืออ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฮืออ ทำไมพ่อถึงทำกับผมแบบนี้ ฮึกก คนที่ ฮึก ถูกทำร้ายไม่ใช่พ่อไม่ใช่ผม ฮืออ แต่เราสองคนพากันเหยียบย่ำเขาต่างหาก ฮืออ เขาที่รักผม ตุบ! เขาที่แสนดีกับผมมาตลอด ตุบ! เขาที่ผมทั้งด่าทั้งตี ฮึก เขาที่ผมฆ่าให้ตายทั้งเป็นอย่างเลือดเย็นด้วยมือผมเอง ฮืออ เพียะ! ตุบ! ไฟ ฮืออ แสงไฟเวย์ขอโทษ ฮึก ขอโทษ” กำปั้นผมถูกตีใส่อกตัวเองอย่างแรงเหมือนที่มืออีกข้างก็ยกขึ้นมาฟาดหน้าตัวเองอย่างไม่ยั้ง หลากภาพหลายเหตุการณ์ที่ผมทำร้ายผู้ชายคนนี้ผุดขึ้นมาราวกับลาวาไหลท่วมใส่หัวใจ ให้ปวดแสบปวดร้อนและมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน 

“ท่าทางของเวย์ตอนนี้มันทำให้ไฟเจ็บ ความเกลียดชังของเวย์น่ากลัวมากกว่าที่ไฟเคยคิดเอาไว้ รู้ไหมถ้าเวย์บอกว่าไม่รักกันมันยังเจ็บน้อยกว่านี้เลย” 

“อ้องั้นเหรอ? ถ้างั้นกูจะไม่พูดคำว่าไม่รักมึงก็ได้แต่ขอเปลี่ยนเป็นคำว่ากูรังเกียจมึงแล้วกันนะแสงไฟคนร่าน หึหึ” 

“ไฟขอโทษ ฮึก ไฟจะไม่พูดมากอีกแล้ว ฮึก จะไม่ร้องไห้ด้วยเราทำกันต่อเถอะนะ” 

“เฮ้ยอย่าเพิ่งกูต้องใส่ถุงก่อน เดี๋ยวเกิดติดโรคมึงมากูจะไม่ซวยฉิบหายเลยเหรอมึงยิ่งมั่วอยู่ด้วย” 

“อะน้ำเย็นมีนมเปรี้ยวด้วยนะเมื่อกี้ไฟลงไปร้านสะดวกซื้อข้างคอนโดมาน่ะ ขอโทษด้วยนะที่ใช้คีย์การ์ดโดยพลการ” 

“งั้นก็ดีที่มึงไม่ได้นั่งอยู่นี่เพราะกูกับแฟนเอากันเสียงดังไปหน่อยน่ะ อีกอย่างกูไม่กินนมเปรี้ยวแล้วที่เมื่อก่อนกินเพราะกินตามน้องกูต่างหาก”  

“ไฟรู้ว่าเวย์เกลียดไฟแต่ไฟก็ยังรักเวย์เสมอ ไฟหน้าด้านน่าสมเพชใช่ไหม”  

“ก็รู้ตัวเหมือนกันนี่ว่าครูมันน่าสมเพชที่สุด อ้อเมื่อกี้แนนคงอายจนลืมให้คีย์การ์ดครูน่ะ แต่ก็ดีแล้วเพราะผมไม่สะดวกใจให้คนแปลกหน้าเข้าไปอยู่ในห้องของผมตามลำพังเหมือนกัน ครูลงตรงนี้เลยนะผมไม่ว่างไปส่งครูแล้วล่ะ” 

ทั้งคำพูดเหยียบย่ำหัวใจบอบบางดวงนั้น ทั้งหลายการกระทำที่ยิ่งซ้ำเติมให้ใจดวงนั้นบอบช้ำมากทุกที จนช่วงเวลาสุดท้ายผมถึงได้เห็นสายตาของความท้อใจจนท้อแท้จากแววตาอมทุกข์คู่นั้นเป็นครั้งสุดท้าย และผมก็ไม่เคยได้เห็นดวงหน้าที่ตัวเองมักจะด่ากราดดูถูกดูแคลนด้วยคำพูดแรง ๆ อีกเลย ไม่เคยเห็นจนถึงทุกวันนี้ 

“พอแล้วเวย์หยุดทำร้ายตัวเองก่อนลูกตั้งสติแล้วคิดดูให้ดี ถึงเวย์จะฆ่าตัวตายมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องอะไรที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว น้าจะไม่ขอโทษที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเวย์เพราะน้าเองก็ต้องปกป้องคนที่น้ารัก พ่อเขารักเวย์ห่วงเวย์มากและความรักความห่วงของเขาอาจล้ำเส้นจนทำให้หลายคนต้องเจ็บปวด แต่เวย์เชื่อน้าเถอะนะว่าคนที่เจ็บปวดไม่น้อยกว่าเวย์ก็คือพ่อ” 

“แต่ความเจ็บปวด ฮึก ของพ่อกับผมมันก็เทียบไม่ได้ ฮึก กับความทุกข์ที่ไฟต้องจมอยู่ในหลุมนรกนั้น นรกที่พ่อเป็นคนขุดหลุมและผมเป็นคนผลักไฟลงไปเอง ฮึก ผมจะทำยังไงดี ฮืออ ผมจะลงโทษให้กับความห่าเหวของตัวเองยังไงดี ฮึก น้าอ้อมรู้ไหมว่าผมทำเลวอะไรกับเขาไปบ้าง ฮึก ผมทำแม้กระทั่งจงใจมีอะไรกับแนนทั้งที่เขานั่งร้องไห้อยู่นอกห้องนอนผม ฮึก ร้องไห้ให้กับความเลวร้ายของผม  

ฮืออ ผมไม่รู้จะทำยังไงไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ผมไม่อยากมีชีวิตเพื่อเกลียดลมหายใจของตัวเองอีกแล้ว ฮืออ” สุดท้ายแล้วผมก็อ่อนแรงจนต้องเอนตัวไปอิงแอบผู้หญิงที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ ร่วมให้กำลังใจให้คำปรึกษาในเรื่องของพ่อกับน้องมาตลอดหลายปีนี้ แม้น้ำตาตัวเองจะไหลไม่หยุดแต่มันก็คือน้ำตาที่ผมรู้สึกเกลียดชัง ชิงชังเพราะในสำนึกของตัวเองนั้นมันมีแต่ภาพหยดน้ำตาบนใบหน้าของแสงไฟ  

“ตั้งใจฟังน้าก่อนนะเวย์ รู้ไหมว่าทำไมน้าเพิ่งบอกในสิ่งที่เก็บงำมาตั้งนานนั่นเป็นเพราะคำว่าคิดถึงที่เวย์มีต่อครูไฟ เวย์คิดถึงทั้งที่ปักใจเชื่อว่าตัวเองถูกทำร้ายมาตลอด เวย์ก้าวข้ามความโกรธแค้นไปเป็นความคิดถึง แม้จะไม่กล้ายอมรับกับตัวเองว่านั่นคือความรักแต่อย่างน้อยเวย์ก็ไม่วิ่งหนีความรู้สึกตัวเองอีกแล้ว การไม่วิ่งหนีนั่นคือการเริ่มต้นที่ดีน้ามั่นใจว่าเวย์มีจุดเริ่มต้นที่ดี ตรงปลายทางก็ต้องเจอสิ่งที่ดีที่เป็นหัวใจของความคิดถึงของเวย์แน่นอน 

“มันอาจต้องใช้เวลาในการถักทอความรักความไว้ใจ และครูไฟเขาก็ต้องใช้พลังใจมหาศาลเพื่อจะลบล้างในเรื่องที่เป็นอดีต แต่แค่เวย์มีเพียงคำว่าอดทนกับพยายามน้าเชื่อว่าสักวันบนรันเวย์แห่งนี้จะมีแสงสว่างจากแสงไฟกลับมาเยือนอีกครั้ง  

“ไปเถอะลูกไปในที่ที่เวย์อยากไป ไปในที่ที่หัวใจของเวย์อยู่ตรงนั้นไม่ต้องมีห่วงไม่ต้องกังวลอะไรกับคนทางนี้อีกแล้ว เชื่อเถอะว่าถ้าพ่อเขายังอยู่พ่อเขาก็จะมองเห็นความรักมากมายที่เวย์กับครูไฟมีให้กันเหมือนที่น้ามองเห็น” แม้จะถูกเปิดทางโดยผู้หญิงที่เป็นดั่งผู้ปกครองอีกคน แต่ผมกลับละอายใจจนไม่กล้าจะลุกเดินตามคำเชิญชวนของน้าอ้อม  

ชีวิตที่หยิ่งทะนงมาตลอดตอนนี้ผมกลับทำได้แค่นั่งร้องไห้งอแงอยู่กับไหล่เล็ก ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง สำนึกส่วนหนึ่งรู้ดีว่าในความละอายใจที่มีอยู่นั้น มันมีความหวาดกลัวว่าสิ่งที่ตัวเองคาดหวังอยู่จะไม่เหลืออะไรให้ผมมีความหวังอีกต่อไปแล้ว 

 

“ผมขอโทษจริง ๆ นะแนนขอโทษที่ทำให้แนนต้องเสียเวลาอยู่กับผมตั้งนาน ขอบคุณสำหรับเรื่องดี ๆ หลาย ๆ อย่างที่เราผ่านมันมาด้วยกัน แต่ผมไม่ขอเก็บไว้เป็นความทรงจำนะเพราะความทรงจำของผมคงมีไว้ให้แค่แสงไฟคนเดียวเท่านั้น” 

“แนนไม่ใช่ผู้หญิงโลกสวยที่พร้อมอวยพรให้แฟนตัวเองไปมีชีวิตที่ดีกับใครอีกคน แต่แนนก็ไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่าที่ต้องกรีดร้องฟูมฟายอ้อนวอนเพื่อขอให้เวย์อยู่ด้วยกัน ชีวิตแนนมีศักดิ์ศรีและมีสิ่งที่ดีกว่าเวย์รออยู่อีกเยอะ อีกอย่างแนนไม่ขอบคุณน้าอ้อมหรอกนะ เรื่องทุนที่น้าอ้อมจะส่งเสียให้แนนเรียนจนได้กอดปริญญาเอกโดยที่ครอบครัวแนนไม่ต้องควักตังค์สักบาทน่ะ อ้อบอกไว้ก่อนเลยว่านี่ไม่ใช่การขายศักดิ์ศรีขายความเจ็บปวดเพื่อแลกกับอนาคตของแนน แต่มันคือสิ่งที่แนนสมควรต้องได้รับจากครอบครัวเวย์อยู่แล้ว  

“จบแบบนี้ก็ดีเหมือนกันใครจะรู้ว่าแนนอาจจะได้เจอเนื้อคู่เป็นหนุ่มรูปหล่อพ่อรวย อาจเป็นเจ้าชายจากบางประเทศที่นั่นก็ได้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าอเมริกาคือแหล่งรวมของหลายเชื้อชาติหลายชนชั้น ส่วนเวย์ก็เชิญไปตกระกำลำบากบนเขาคนเดียวเถอะ” หลังจากเมื่อคืนที่ตบตีด่าทอตัวเองจนดึก เช้ามืดผมก็รีบตรงดิ่งมาหาแนนที่ห้องเพื่อนแนน ไม่มีคำขอเลิกกันสักคำแต่ผมเลือกจะบอกแนนว่าผมรักแสงไฟ และนั่นคือคำบอกเลิกชั้นดีโดยไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมากลบเกลื่อนให้มากความ  

ผู้หญิงที่คบกันมาในระยะเวลาหนึ่งเธอแค่ยักไหล่ให้ผม พร้อมกับบอกเล่าว่าเมื่อกี้น้าอ้อมเพิ่งโทรมาคุยเรื่องให้ทุนการศึกษาจนถึงปริญญาเอก แต่นี่คือการเดินทางไปตามลำพังโดยไม่มีผมเป็นเพื่อนร่วมทางในการสร้างอนาคตครั้งนี้ นั่นคงทำให้แนนพอจะเข้าใจอะไรบางอย่างเป็นอย่างดี ดวงตาของผู้หญิงท่าทางไม่ไยดีในเรื่องความสัมพันธ์ที่ต้องจบลงถึงได้บวมช้ำขนาดนั้น 

“ผมคงไม่ได้ไปส่งแนนในวันเดินทางนะ แต่ถ้ามีปัญหาอะไรต้องการความช่วยเหลือเรื่องไหนขอให้ติดต่อมาน้าอ้อมยินดีจะช่วยเหลือทุกเรื่อง ชีวิตที่เหลืออยู่เราคงไม่ได้เจอกันอีกแต่ผมยินดีที่ครั้งหนึ่งเคยมีช่วงเวลาดี ๆ กับแนน ถึงไม่ใช่ความรักแต่มันคือความรู้สึกดี ๆ รักษาตัวด้วยขอให้โชคดีนะครับแนน” ไม่มีการโอบกอดหรือจูบลาในคำร่ำลาครั้งนี้ จะมีก็แค่คำอวยพรและบางคำพูดที่บ่งบอกกับผู้หญิงตาแดงก่ำตรงหน้าว่านี่จะเป็นการพบเจอกันครั้งสุดท้ายของเราสองคน 

ผมรับรู้ถึงความเหี้ยมโหดของตัวเองและผมรู้สึกถึงความเห็นแก่ตัวที่สุมอยู่ทุกอณูขุมขนของตัวเองเช่นกัน แต่เมื่อมาถึงทางแยกที่ต้องเลือกเดิน ผมก็พร้อมจะยอมเป็นทุกความเลวทรามในสายตาของทุกคน เพื่อจะเดินไปไขว่คว้าหาแสงไฟที่ดับสลายไปจากเส้นทางอันมืดมิดนี้ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วการไขว่คว้าของผมจะคว้าได้เพียงแค่ธาตุอากาศก็ช่าง 

“ถ้าครูไฟไม่ไยดีเวย์ก็อย่าซมซานกลับมาหาแนนล่ะ เพราะแนนจะไม่เอาของเหลือเดนแบบเวย์เหมือนกัน! ” ระหว่างที่ตัวเลขสีแดงของลิฟต์กำลังเลื่อนขึ้นมารับผมช้า ๆ เสียงตะโกนของผู้หญิงที่ผมเดินจากเธอมาก็ดังลั่นไปทั้งชั้น มีน้ำคำประชดประชันตะโกนออกมาแต่น้ำเสียงกลับสั่นระริกอย่างชัดเจน 

ติ๊ง! “โชคดีครับ แนนจะได้เจอคนดีมีชีวิตที่ดีผมมั่นใจ” เมื่อก้าวเท้าเข้าลิฟต์ในขณะที่ประตูกำลังปิดลงช้า ๆ สิ่งที่ผมเอ่ยบอกกับคนที่เดินตามมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ก็คือคำอวยพรจากใจของผม ประตูลิฟต์ปิดลงในช่วงจังหวะที่แนนหันหลังเดินกลับไป แผ่นหลังเล็กนั้นตั้งตระหง่านอย่างทระนงและนั่นก็คือสิ่งที่ผมต้องการให้แนนเป็นอย่างนั้นเช่นกัน 

 

เสร็จสิ้นจากแนนสิ่งที่ผมต้องจัดการต่อไปก็คือมาหาคนสำคัญที่สุดในชีวิตคนนี้ คนที่ผมใช้เวลาค่อนคืนในการคิดว่าผมจะเห็นแก่ตัวด้วยการละทิ้งน้องชายไปอีกคนจริงเหรอ นี่คือเรื่องน่าหนักใจและเป็นเรื่องใหญ่เรื่องเดียวสำหรับผม 

“ลมอะไรหอบเอาบอร์ดคนสำคัญปลิวมาถึงบ้านสวนเนี่ย เฮ้ยอย่าบอกนะว่ามาฉลองคริสต์มาสน่ะไม่ทันแล้วเถอะนี่ 26 ธันวาแล้วเว้ย อ้อรู้แล้วคงคิดถึงฟ้าล่ะสิงั้นอยู่ด้วยกันยาว ๆ จนถึงวันปีใหม่เลยนะ ปีนี้ฟ้าจะสอนส้มโอเล่นไฟเย็นด้วยล่ะเหมือนที่พี่เวย์สอนฟ้าไง” 

“กินข้าวมารึยังเวย์เดี๋ยวกูไปทำข้าวผัดให้ กับข้าวเมื่อเช้าแม่ฟ้ากับลูกเขาซัดหมดเกลี้ยงไปละ” 

ป๊าบ! “กูบอกกี่ครั้งแล้วเนี่ยไอ้พี่น้ำว่ากูไม่ใช่แม่ฟ้าแต่กูเป็นพี่ฟ้าต่างหาก! รีบไสหัวไปทำกับข้าวให้พี่ชายกูกินเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำเผื่อกูด้วยข้าวต้มเมื่อเช้าย่อยไปพร้อมกับแก้วมังกรยี่สิบต้นที่กูปลูกแล้ว เวย์ไปดูแก้วมังกรที่ฟ้าปลูกไหมฟ้าปักชื่อของเวย์ไว้ด้วยนะ” แววตาสดใสของน้องชายในตอนนี้คือสิ่งที่ผมปรารถนาจะเห็นมากที่สุด และก็เป็นสิ่งที่ผมหวาดหวั่นมากที่สุดเหมือนกัน หวาดกลัวเพราะกลัวว่าผมจะเป็นคนทำลายความสดใสนี้ด้วยมือของผมอีกครั้ง 

“เวย์เป็นอะไรอะทำไมทำหน้าเศร้าล่ะจะว่าไปหน้าตาเหมือนคนอดนอนทั้งคืนเลยนะ ไม่สบายเหรอไปนอนพักก่อนไหมตื่นมาค่อยกินข้าวก็ได้ ปะฟ้าจะพาพี่เวย์ไปเอง”  

หมับ! “ไม่ต้องไปไหนหรอกมึงด้วยน้ำนั่งลงก่อนสิกูมีเรื่องจะคุยด้วย” เพียงคำพูดแค่นี้ท่าทีของน้องชายผมยังเปลี่ยนเป็นวิตกกังวลอย่างรวดเร็ว แล้วถ้ารู้ว่าผมจะไม่ได้อยู่ในที่ที่น้องไปหาได้ง่ายดายเหมือนทุกครั้งล่ะ น้องจะยิ่งกลับไปอยู่ในหลุมเงาของความซึมเศร้านั้นอีกไหม 

“มะ มีอะไรอะไว้ค่อยคุยกันตอนเย็นไม่ได้เหรอ ฟ้าจะเข้าสวนก่อนป่านนี้ลาเต้กับคาปูมันตะกุยแก้วมังกรของฟ้ากับเวย์หมดแล้ว”  

“ใจเย็นก่อนนะฟ้าพี่ว่าไอ้เวย์คงไม่มีข่าวร้ายอะไรมาให้เราหรอก ฟ้ามองพี่ชายตัวเองให้ดีสิถึงมันจะเครียดไปบ้างคิ้วขมวดไปบ้าง แต่พี่ว่ามันดูมีสติและมีความหวังมากกว่าทุกครั้งที่เราเจอนะ จริงไหมเวย์เรื่องที่มึงจะคุยกับกูสองคนเป็นเรื่องดีใช่ไหม” เป็นเพราะท่าทางกระวนกระวายและน้ำเสียงร้อนรนของน้องชายผม เพื่อนสนิทของผมถึงได้เดินมานั่งข้าง ๆ และคว้ามือคนตัวสั่นไปเกาะกุมไว้  

“พี่ขอโทษที่ต้องบอกว่าจากนี้พี่อาจไม่ได้ไปมาหาสู่ฟ้าบ่อย ๆ แล้วนะ และบ้านสวนที่นี่พี่ก็คงต้องฝากให้ฟ้าช่วยดูแลมันต่อไป ดูแลแทนพี่กับพ่อแม่เพราะที่นี่คือบ้านของเรา” 

“ไม่เอา ๆ กูไม่ฟังแล้วกูหิวข้าวกูจะไปหาข้าวกินก่อน” 

หมับ! “พี่จะใช้ทั้งชีวิตของพี่ไปตามติดกับแสงไฟ ชีวิตที่อยู่กับความมืดมนมานานแล้วพี่อยากมีแสงสว่างจากแสงไฟมาเติมเต็ม ให้พี่ได้มองเห็นจุดหมายปลายทางในชีวิตบ้าง น้องฟ้าให้พี่เวย์ไปเถอะนะพี่ขอโทษที่ต้องขอร้องแบบนี้แต่พี่อยากสัมผัสกับความสุขบ้าง” เมื่ออยู่ต่อหน้าน้องสิ่งที่ผมต้องพยายามเป็นให้ได้และเป็นมาเสมอนั่นก็คือพี่ชายที่เข้มแข็ง พี่ชายที่สามารถปกป้องคุ้มครองน้องจากทุกเรื่องร้าย ๆ แม้กระทั่งตอนนี้ตอนที่ผมอ่อนแอจนอยากร้องไห้แต่ก็ต้องอดกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เพียงเพราะไม่อยากให้คนสำคัญตรงหน้าต้องทุกข์ใจไปกับเรื่องของผม 

“มีอะไรเกิดขึ้นกับมึงวะเวย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้ายไม่ต้องเก็บมันเอาไว้ขอแค่ให้มึงบอกกล่าวกับกูสองคนก็พอ เราพร้อมจะอยู่ข้างมึงนะเพื่อน”  

“อื้อใช่ ๆ ที่พี่เวย์พูดถึงเมื่อกี้ใช่ครูไฟไหม ที่บอกว่าจะไปตามติดแสงไฟน่ะหมายความว่าพี่เวย์จะไปตามง้อครูไฟบนดอยใช่ปะ ป๊าบ! แม่งเอ๊ยแล้วทำไมไม่พูดให้มันชัด ๆ เลยว้า ฟ้าก็คิดไปไกลว่าพี่เวย์จะเป็นมะเร็งแบบพ่องี้อะโห่ใจหายหมดเลย ถ้าเป็นเรื่องนี้พี่เวย์ไม่ต้องมาขอฟ้าหรอกเพราะนั่นก็คือความต้องการของฟ้าเหมือนกัน ต้องการที่จะเห็นพี่ชายคนเดียวของฟ้าได้มีแสงไฟในใจสักที  

“ฟ้าจะไม่ถามถึงเหตุผลหรือที่มาที่ไปอะไรทั้งนั้น มันไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปตามหา ฟ้ารับรู้แค่ว่าพี่ชายคนนี้จะมีชีวิตที่มีความสุขจริง ๆ ก็พอแล้ว แต่ฟ้าแค่อยากให้พี่เวย์รับรู้ไว้ว่าที่ตรงนี้คือที่ของพี่เวย์ ที่ที่ยินดีต้อนรับในการมาของพี่เวย์ตลอดเวลา งั้นเอาเป็นว่าคืนนี้พี่เวย์ต้องค้างกับฟ้าก่อนนะเราจะได้นอนคุยกันเหมือนตอนเด็กไง แล้วพรุ่งนี้ฟ้าจะปล่อยให้พี่ไปเป็นของครูไฟคนเดียว” สีหน้าท่าทางของน้องชายผมปรับเปลี่ยนไปตามคำพูดของเจ้าตัว  

มันมีทั้งอยากรู้อยากเห็น พอใจกับที่ที่ผมจะไป ออดอ้อนให้ผมนอนด้วย สุดท้ายแววตาที่ถอดแบบจากแม่มากำลังมองผมด้วยความรัก น้องชายผมลุกจากโซฟาตรงข้ามมานั่งข้างกับผม ฝ่ามือที่ยกไปตีหลังไอ้น้ำจนดังป๊าบเมื่อกี้ตอนนี้มือข้างเดียวกันนั่นยกขึ้นมารั้งท้ายทอยให้ผมเอนตัวไปซบกับไหล่ของน้อง สองมือของคนที่ผมเฝ้าปกป้องเขาเอาไว้กำลังโอบกอดผมอย่างรักใคร่ 

“ขอให้การเดินทางของพี่ชายที่แสนดีครั้งนี้คือการเดินทางไปโอบกอดความรักเอาไว้ในอ้อมอกอุ่น ๆ และแข็งแรงนี้นะ น้องฟ้ารู้ว่าใครก็ตามที่ได้ครอบครองความอ่อนโยนของพี่เวย์ คนคนนั้นจะเป็นคนโชคดีที่สุดในโลก ที่ของพี่เวย์จะเป็นที่ที่มั่นคงเหมือนที่ของน้องฟ้า พ่อกับแม่ต้องยินดีในความมั่นคงที่เราสองคนได้ครอบครองแน่ ๆ  

“น้องฟ้ารักพี่เวย์นะพี่ชายที่ทำทุกอย่างเพื่อน้องฟ้า พี่ชายที่อดทนเพื่อน้องฟ้า พี่ชายที่ปกป้องน้องฟ้า พี่ชายที่เก็บเอาความทุกข์ระทมไว้ที่ตัวเองคนเดียว เพียงเพื่อให้น้องฟ้าไม่ต้องแบกรับกับความโศกเศร้าในทุกเรื่อง น้องฟ้าสัญญาไม่ว่าจะวันนี้พรุ่งนี้หรืออีกห้าหกสิบปีข้างหน้า พี่เวย์จะเป็นคนสำคัญที่สุดของน้องฟ้าเสมอ” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังงึมงำอยู่ข้างหู  

ผมรู้ว่าน้องพยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อให้ผมได้ไปในที่ที่อยากไปอย่างสบายใจ และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผมขอเห็นแก่ตัวด้วยการปล่อยวางจากเรื่องน้อง เพื่อไปทวงหาความรักที่ผมเคยขยี้ทิ้งด้วยความตั้งใจ และเป็นความรักที่ผมถูกความหวังดีของพ่อเข้ามาจัดสรรชีวิตจนใจผมไม่เหลือชิ้นดีสักนิด  

เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมเลือกจะเก็บงำเอาไว้ไม่ให้ใครรู้เหมือนที่ปิดบังน้องชายในเรื่องของแม่ ท่านทั้งสองจากเราไปแล้วและผมอยากให้ท่านทั้งสองยังคงอยู่ในตำแหน่งความทรงจำที่งดงามของผมกับน้องตลอดไป 

 

“เวย์กูคุยธุระแป๊บหนึ่งสิ” เช้ามืดวันต่อมาพอก้าวเท้าออกจากห้องนอน คนที่ผมเห็นยืนรออยู่กลางบ้านก็คือผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ไม่ต่างจากผม 

“มีอะไรวะหรือจะฟ้องกูเรื่องที่ป่านนี้น้องกูยังไม่ใจอ่อนยอมให้มึงนอนด้วยงั้นปะ” 

“ไอ้สัสไม่ต้องมองเหยียดกูหรอกเพราะกูคิดว่าเส้นทางของมึงกับพี่ไฟก็ไม่ได้สวยหรูกว่ากูเท่าไหร่ เผลอ ๆ มึงอาจจะได้นอนแค่ชานบ้านของพี่ไฟล่ะมั้ง ยังไงก็เตรียมยากันยุงหมอนมุ้งไว้ให้พร้อมด้วยล่ะถ้าจะให้ดีเอาเต็นท์ไปเลยดีกว่า หึหึ” พลั่ก! พอไอ้หน้านิ่งเพื่อนรักหัวเราะพร้อมพ่นคำสาปแช่ง เท้าขวาผมก็ยกขึ้นมาถีบก้นมันเต็มแรง 

“มีเรื่องอะไรก็พูดมากูจะได้ไปสักที”  

“กูฝากเงินไปให้ครูใหญ่ด้วยเดี๋ยวกูโอนให้เลย” ติ๊ง! พูดจบคำไอ้น้ำก็ก้มหน้าสาละวนอยู่กับโทรศัพท์ของมัน ไม่นานนักยอดเงินที่เด้งเข้ามาในบัญชีถึงสามหมื่นก็อดทำให้ผมแปลกใจไม่ได้ถึงต้องเดินตามเพื่อนออกไปทางหน้าบ้าน ถ้ามีลับลมคมในแบบนี้สงสัยน้องชายผมไม่รู้เรื่องแหง 

“เงินค่าอะไรวะ” 

“ไม่ต้องรู้หรอกแค่บอกครูใหญ่ว่ากูฝากมาครูใหญ่ก็เข้าใจเอง กูดีใจในสิ่งที่มึงเลือกจะทำและกูก็อยากให้มึงไปทำอะไรเพื่อตัวมึงเองโดยไม่ต้องเป็นห่วงอะไรทางนี้อีกแล้ว กูสัญญาเหมือนที่เคยสัญญากับมึงเมื่อหลายปีก่อนว่ากูจะไม่ปล่อยให้ขอบฟ้าต้องเป็นขอบฟ้าที่อยู่อย่างอ้างว้างแน่นอน ว่าแต่ถ้าพี่ไฟไม่โอเคมึงจะปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตารึเปล่าเวย์” 

“กูไม่เคยไว้ใจโชคชะตาสักครั้งแต่กูจะเป็นคนกำหนดเส้นทางของกูเอง ขอบใจมากนะน้ำขอบใจที่มึงอยู่ตรงนี้แทนกู กูมั่นใจว่ามหาสมุทรที่ยิ่งใหญ่อย่างมึงจะเคียงข้างขอบฟ้าเจ้าหญิงของกูจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ขอบใจที่มึงมั่นคงกับเจ้าหญิงของกูนะ ขอบใจที่มึงไม่เคยท้อแท้ไม่เคยอ่อนแอให้กับความโหดร้ายที่ผ่านเข้ามาขอบใจจริง ๆ ว่ะเพื่อน” แสงสว่างของวันใหม่กำลังแผ่ขยายให้ได้มองเห็นบรรยากาศของบ้านสวน บรรยากาศของบ้านที่ผมเกิด บรรยากาศที่ผมต้องจากไปและอาจไม่มีวันได้กลับมาฝังร่างกายอยู่ที่ตรงนี้อีกแล้ว 

“เวย์รอน้องฟ้าก่อนอะนี่แซนด์วิชไข่ต้มเอาไปกินบนรถนะ เมื่อกี้น้องฟ้าโทรคุยกับน้าอ้อมมาน้าอ้อมบอกว่าจัดการเตรียมรถให้เวย์ที่เชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว อ้อน้าอ้อมให้คนมารอเอารถพี่เวย์ที่สนามบินแล้วนะเห็นบอกว่าเตรียมสัมภาระมาให้กระเป๋าใหญ่เลยแหละ ช่วงรอขึ้นเครื่องก็โทรไปหาน้าอ้อมด้วยล่ะ” กล่องข้าวสีฟ้าอ่อนถูกคนผมฟูฟ่องวิ่งหน้าตื่นเอามาให้ เมื่อคืนเรานอนคุยกันหลาย ๆ เรื่องแม้ในหลายเรื่องจะทำให้เราหัวเราะ แต่บางเรื่องก็ทำให้เราอดน้ำตาซึมไม่ได้ 

“แน่ใจนะว่าจะไม่น้อยใจจนพาลงอนเอากับพี่ทีหลังน่ะ” 

“สัญญาว่าไม่งอนแน่ ๆ น้องฟ้ารับรู้ถึงการเดินทางของทุกคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ป้าแววไอ้โฬมไอ้เขื่อนหรือพี่เวย์ ทุกคนค่อย ๆ ห่างจากน้องฟ้าไปทีละคนแต่น้องฟ้าเข้าใจแล้วว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่งทุกคนต่างมีทางเดินของตัวเองเหมือนที่น้องฟ้าเองก็มี แต่เราจะไม่ห่างหายไปจากกัน เรายังคงมองเห็นการเดินทางของกัน ยังได้ยินเสียงหรือสัมผัสกันแค่นี้น้องฟ้าก็พอใจแล้ว  

“พี่เวย์รีบไปเถอะเดี๋ยวตกเครื่องถึงสนามบินอู่ตะเภาจะไม่ไกลจากจันท์แต่รถติดอยู่นะ ไว้ถ้าพี่เวย์มีเมียเป็นครูบนดอยคนนั้นเมื่อไหร่น้องฟ้าจะชวนไอ้โฬมให้ไปส่งน้องฟ้าสู่ขอพี่สะใภ้ถึงบนดอยเลย หมับ! ดูแลตัวเองด้วยนะพี่รันเวย์” เมื่อถูกแขนสองข้างของน้องโอบกอด สองมือผมเองก็กอดรัดน้องแน่นกว่าทุกครั้งเช่นกัน 

“พี่รักเจ้าหญิงขอบฟ้านะครับ จุ๊บ” รอยยิ้มสดใสตรงหน้าเป็นแรงผลักดันให้ผมหันหลังเดินจากน้องกับเพื่อนไปที่รถตัวเองอย่างมั่นคง ภาพทั้งสองคนที่ผมเห็นในกระจกหลังกำลังห่างออกไปทุกที และสิ่งที่ทำให้ผมยิ้มออกมาได้คือภาพวินาทีสุดท้ายก่อนจะลับสายตา นั่นคือภาพของน้องชายยืนอยู่ในอ้อมกอดของคนที่รักเขาไม่น้อยไปกว่าผม  

พ่อครับแม่ครับตอนนี้มีคนที่รักและดูแลเจ้าหญิงของเราอย่างดีที่สุดแล้วนะครับ เวย์เชื่อว่าเจ้าหญิงจะมีความสุขเหมือนอย่างที่พวกเราคาดหวังเอาไว้ คนที่จะเป็นมหาสมุทรเพื่อเคียงคู่อยู่กับขอบฟ้าตลอดไป ส่วนเวย์เองก็ขอไปทวงคืนความสุขของเวย์ที่เคยปลิวหายไปเหมือนกัน เวย์หวังว่าพ่อกับแม่จะอวยพรให้เวย์อยู่บนฟ้า อวยพรขอให้แสงไฟดวงนั้นยอมยกโทษให้กับความโหดร้ายของเวย์ ยอมส่องสว่างเพื่อให้เส้นทางของเวย์ไม่ต้องมืดมนอย่างเดียวดายอีกต่อไปนะครับพ่อแม่  

 

***คุณจะรู้จักการสูญเสียเมื่อได้เจอความสูญเสีย 

ตามที่ฟางเคยแจ้งไว้ในตอนที่35ว่าคู่รองแสงไฟในรันเวย์ตัดจบในเว็บเพียงแค่นี้นะคะ ทีมหนังสือไปรออ่านต่อในเล่มเน้อ ส่วนทีมเว็บต้องขออภัยด้วยจ้าวแต่ฟางสปอยล์ว่าจบดีมาก ๆ เวย์คือพระเอกที่ฟางตั้งใจให้เป็นพระเอกจริง ๆ ไม่เคยคิดเปลี่ยนตัวพระเอกเลยค่ะ และมันจะออกมาดีเหมือนทุกเรื่องที่เคยผ่านมา อ่านไปอ่านมาจะหลงรักในตัวผู้ชายคนนี้เชื่อฟางเถอะฟางเขียนเองยังรักเวย์เองเลย  

แสงไฟในรันเวย์ตอนจบจะอยู่ตอนพิเศษในหนังสือเล่ม2 คู่นี้จะมีตอนพิเศษ4ตอนจบ มีเล่มพิเศษเป็นเล่มแถมเฉพาะรอบจองอีก29หน้าประมาณได้ว่า2ตอนกว่า คู่นี้รับประกันว่าจะอิ่มจนถึงตอนสุดท้ายแน่ค่ะจบดีจบหวานมาก ไม่ใช่จู่ ๆ จะดีกันเลยแต่พี่เวย์ต้องใช้ความอดทนมากเหมือนกันแต่ยืนยันว่าแสงไฟเป็นของรันเวย์ค่ะ 

ตอนหน้าจะเป็นตอนจบของพี่น้ำน้องฟ้าอยากให้ทุกท่านมาร่วมกันอวยพรลูกเขยลูกสะใภ้ของเราในตอนหน้าด้วยกันนะคะ ทุกตัวละครสำหรับฟางแล้วฟางให้ความสำคัญและคิดว่าพวกเขาเป็นลูกเป็นหลานเราจริง ๆ เพราะงั้นมาอยู่ด้วยกันในตอนหน้าเนอะ ฟางจะมาลงตอนจบพี่น้ำน้องฟ้าวันจันทร์นะคะ พรุ่งนี้ไปหาหมอที่รพ.รามาจ้าว 

ขอบคุณสำหรับการทักทาย กำลังใจดี ๆ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ 

#หนังสือยังสามารถสั่งจองได้เรื่อย ๆ ถึงวันที่8พย. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เพจ ฟาง นิยายวาย36 

ความคิดเห็น