ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สามสิบสาม การสอนเด็กให้เสียคน

ชื่อตอน : ตอนที่สามสิบสาม การสอนเด็กให้เสียคน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 906

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2563 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สามสิบสาม การสอนเด็กให้เสียคน
แบบอักษร

ตอนที่สามสิบสาม การสอนเด็กให้เสียคน

ในโลกนี้มีเรื่องราวที่ไม่คาดฝันมากมาย

อย่างจอมคนท่านหนึ่งแห่งแดนไซฮก โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเป็นเด็กก้าวร้าวถึงขนาดชกหน้าอาจารย์สอนดนตรีของตนเอง

และเขาได้ถูกส่งไปโรงเรียนเตรียมทหาร ให้ผ่านการฝึกกับครูฝึก

ทุกคนอาจจะคิดว่าเขาจะกลายเป็นคนสงบเสงี่ยมเมื่อเจอครูฝึกที่เข้มงวด

ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงในบางเรื่องเล่าว่า โดนัลด์ทรัมป์โดนซ่อมในวันแรก

แต่ผลลัพธ์ที่พวกเรารู้คือ

ครูฝึกคนนั้นกลายเป็นคนที่สนิทกับโดนัลด์ทรัมป์ และปกป้องชื่อเสียงของทรัมป์แม้จะผ่านมาจนถึงทุกวันนี้

ความลำเอียงของครูบาอาจารย์นั้นเป็นเรื่องจริง

เป็นเรื่องที่ครูบาอาจารย์ สถาบันการศึกษาพยายามสร้างภาพว่าไม่มี

แต่ก็เหมือนกับไปบอกกับคนกำลังจะหนาวตายและบอกกับพวกเขาว่า อุณหภูมิไม่มีอยู่จริง

สรรพสิ่งไม่เที่ยงแท้ ที่เห็นลมเคลื่อนไหว ที่แท้จริงใจเราเคลื่อนไหวนั่นล่ะ

ด้วยแนวคิดจากแดนไซฮก ทำให้ผมไม่ค่อยพอใจกับคำตอบที่ตีขลุมพรรค์นั้น

และต้องการอะไรที่อธิบายได้ เชื่อถือ ตรวจสอบได้ที่เป้ฯรากฐานของอวิชชาแดนไซฮก

ผมถึงได้เลือกสำนักไท่ซานที่เน้นการคำนวณนี้และแน่นอน

พอเป็นในโลกเก่า ที่ผมเจอคนที่อาจารย์ลำเอียงรักมากกว่าก็อาจจะไม่พอใจ

แต่ตอนที่เราเป็นฝ่ายได้รับข้อได้เปรียบและประโยชน์จากความลำเอียงเอง

ผมก็พยายามหาเหตุผลมาเข้าข้างตนเองสารพัด

จุดที่เลวร้ายที่สุด คือ ผมคิดว่าเหตุผลของผมฟังขึ้นจริงๆกว่าคนอื่นๆ

“ตูไม่อยากตายโว๊ย”

การลำเอียงในโลกเก่า เป็นเรื่องของคะแนนสอบ โอกาสสอบได้ทุน โอกาสในชีวิตที่เปิดกว้างเพราอาจารย์แนะนำช่องทางที่นักเรียน นักศึกษาอาจจะไม่รู้ด้วยตนเอง

ในโลกนี้ไม่ใช่แค่”อาจจะ” แต่การลำเอียงของอาจารย์และผลประโยชน์ที่ให้ส่งผลถึงความเป็นความตายของผม

เป็นโลกที่หากผมฝึกวิชา บ่มเพาะพลัง ทุกคนจะคิดว่าผมเป็นคนขยัน

ทั้งที่ผมมองว่า คนอื่นๆก็ทำอย่างผมได้เช่นกัน หากได้โอกาสเช่นเดียวกัน

 

ยอดฝีมือเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ จะได้รับการประคบประหงมจากสำนักและครูบาอาจารย์ เป็นหน้าเป็นตาของสำนัก

ในโลกที่ถือ”หน้าตา””ชื่อเสียง”เป็นสิ่งสำคัญ

มันอาจจะดูไร้สาระและบ้าบอ แต่นั่นล่ะคือเป้าหมายของมัน

“วัฒนธรรม”และสิ่งที่เป็น”นามธรรม”ต่างๆเหล่านี้ คือสิ่งที่กำหนดโฉมหน้าของสังคม

เด็กที่มีพรสวรรค์จะได้รับโอกาสและทรัพยากรมากกว่าเด็กที่ไร้พรสวรรค์

ทำให้ช่องว่างที่ห่างกันเพราะพรสวรรค์ส่วนตัวยิ่งห่างมากขึ้นไปอีกด้วยทรัพยากรที่ทุ่มเทให้กับเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่หรือศิษย์เอกหัวแก้วหัวแหวนของพรรค

ปัญหาเดียวกับที่เรื่อง คัมภีร์คาถาอินเด็กซ์เจอ

แม้จะมีเด็กมีพรสวรรค์มากมาย แต่ทรัพยากรมีจำกัด การจะทุ่มเทสร้างมนุษย์พลังจิตเลเวลห้าได้นั้น ทำได้อย่างจำกัด

คนที่ถูกเลือกและทุ่มทรัพยากรให้เท่านั้นจึงจะสามารถไต่ระดับถึงเลเวลห้าได้

แน่นอน พวกที่ใช้ทรัพยากรคือคนที่มี”พรสวรรค์”

มันมีบางคนที่ทำลายสมการนี้อย่าง คามิโจว โทวมะ เอ๊ยพระเอกแนวปราณยุทธ

ที่สามารถก้าวข้ามความแตกต่างด้านทรัพยากรที่ทุ่มให้เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ได้

หลังจากที่นักพรตคิ้วขาวได้วางผมลงจากการอุ้มผมไปรอบๆห้องแล้วจนหัวมังกรหักไปข้างหนึ่ง

นักพรตคิ้วขาวก็ถึงกับให้ของสารพัดเป็นการช่วยผมในด้านการเสริมพลังลมปราณต่างๆ

ที่หากผมอ่านเรื่องเกี่ยวกับระเบียบของค่ายพรรคถูกต้อง

มันมีการกำหนดแต้มภารกิจของพรรค ที่ต้องทำผลงานถึงจะแลกของพวกนี้ได้

แต่นั่นล่ะ “เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่” ได้รับการเอาใจให้ของพวกนี้มาโดยไม่ต้องลำบากลำบนไปทำภารกิจของพรรคหรือค่ายสำนักอย่างคนอื่นๆ

หน้าที่ของพวกเขามีอย่างเดียวคือ สร้างชื่อเสียงให้กับพรรค

มิน่า ไอ้เด็กพวกนี้ถึงเสียคนกลายๆ

เพราะคนอื่นที่ผ่านภารกิจ อาจจะต้องใช้ไหวพริบประสบการณ์บ้าง แต่พวกนี้พลังเหนือกว่าระดับเดียวกันตั้งแต่ต้น

พัฒนาพลังอย่างรวดเร็วเพราะทรัพยากรที่ค่ายพรรคทุ่มเทให้

และดันไปห้าวเป้งท้าสู้กับระดับราชันย์และมหาราชันย์ยุทธทำให้ถูกระทืบกลับมา

มันเหมือนสติไม่ดี แต่พอลองมองจากที่มาที่ไปแล้ว พวกนี้คิดว่าตนเองทำได้ทุกอย่างเพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาทำได้ทุกอย่างจริงๆ

เมื่อไม่มีเหตุการณ์ที่พวกเขาเคยทำอะไรไม่ได้หรือผิดพลาดมาก่อน จึงเพาะสร้างนิสัยเช่นนั้นมา

ซึ่งนิสัยหยิ่งผยอง เหล่าอาจารย์กลับมองเป็นข้อดี ที่แสดงถึงศักดิ์ศรีของสำนักอาจารย์

ว่ายอดฝีมือรุนใหม่ของเรากดข่มยอดฝีมือของสำนักอื่นๆ

“..และยานี่ข้าปรุงกับมือ สามารถช่วยให้เจ้าเดินพลังวัตรได้เร็วเป็นทวีคูณ..”

นักพรตคิ้วขาว บรรยายยาวิเศษและสรรพคุณต่างๆด้วยสีหน้ายินดียิ้มย่อง

“และหากเจ้าพัฒนาระดับพลังได้มากขึ้น ข้าก็จะตบรางวัลให้เจ้ามากขึ้นอีก วะ ฮ่า อ่า ฮ่า ข้าอยากเห็นสีหน้าของพวกสำนักอื่นเหลือเกินเมื่อพวกนั้นได้พบว่าข้ามีศิษย์มังกรในแดนดินอย่างเจ้า วะ ฮ่า ฮ่า “

โอ๊ะ หัวเราะเหมือนที่บรรยายในเรื่องเลย

แต่เดี๋ยวสิ

หมายความว่าอาจารย์..นักพรตคิ้วขาวนี่เป็นคนใช้ระบบเอารางวัลมาล่อใจเด็กหรือนี่?

มันไม่ใช่วิธีการเลี้ยงดูที่จะทำให้เด็กที่จะเติบโตมากลายเป็นคนดีมีศีลธรรมเลยนะ

“ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังรักษาชื่อเสียงของสำนักและเกียรติคุณของท่านอาจารย์ให้ยั่งยืนคู่โลกาต่อไป"

“วะ ฮา ฮา ฮา ขอเพียงเจ้าหมั่นขยันฝึกฝีมือ บรรลุขั้นราชันย์ยุทธได้ในสิบปีนี้ก็ถือว่าตอบแทนข้าแล้ว วะฮา ฮา ฮา”

นักพรตคิ้วขาวหัวเราะจนคิ้วขาวสะบัดไปมา

อืมราชันย์ยุทธที่ระดับพระเอกและนางเอกบรรลุได้ในประมาณปีครึ่งจากการที่เริ่มฝึกจริงจังล่ะนะ

จากการคำนวณของนักพรตคิ้วขาว แค่บรรลุขั้นนั้นได้ภายในสิบปีด้วยทรัพยากรจำนวนมหาศาลจากสำนัก

ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว

สำหรับนักพรตคิ้วขาว มองว่านั่นคือเวลาที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนแล้ว การพูดเลยเหมือนกับกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง

แบบเดียวกับที่คนทั่วไปว่า “ชั้นจะเป็นโฮคาเงะให้ได้ เชื่อชั้นเถอะ” นั่นเอง

ไม่มีใครคิดว่าเราจะเป็นโฮคาเงะได้จริงๆในสิบปี

แต่อย่างว่าล่ะ แค่สามปีพระเอกหรือนางเอกก็ทะลุมหาราชันย์ยุทธแล้ว

สำหรับผมที่มองจากมุมมองของนักอ่านมาก่อน เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าพระเอกนางเอกนั้นโกงกว่าที่เราคิดในตอนแรกอีก

“ครับท่านอาจารย์ ผมจะบรรลุขั้นราชันย์ยุทธภายในสิบปีอย่างที่ท่านอาจารย์คาดหวัง”

“เหลวไหล เหลวไหลนัก ฮา ฮาฮา”

นั่นคือคำพูดจากคนที่พยายามทำให้เด็กเสียคนเรอะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว