'พงพี' ขอบคุณทุกคนมากเลยนะครับ ตอนนี้ "เกล็ดมณี" ดำเนินเรื่องมาไกลมากเลย ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัว แล้วอยู่ด้วยกันนานๆ นะครับ ;]

1. สระบัวลึกลับ (Re-write) (2/2)

ชื่อตอน : 1. สระบัวลึกลับ (Re-write) (2/2)

คำค้น : #ธัญล่าฝันซีซั่น3 #ธัญวลัยxสถาพรบุ๊คส์ #นาค #นาคี #นาคา #ครุฑ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2564 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1. สระบัวลึกลับ (Re-write) (2/2)
แบบอักษร

1. 

สระบัวลึกลับ (2/2) 

  

หัสดีลิงค์... 

“องค์หญิงเพคะ” เพราะกระแสลมที่แรงขึ้นจนทำให้เหล่าดอกบัวในสระทุกดอกหุบกลีบลงทันที เหล่ามัจฉาน้อยใหญ่ต่างเร้นกายลงใต้สระลึก ด้วยความห่วงใย ธารทิพย์จึงตรงเข้าหาเกล็ดมณีโดยเร็ว 

“ข้ามิเป็นไรหรอก” 

เสียงร้องแสบแก้วหูที่มันคำรามกึกก้องกลางเวหา ส่งให้เหล่าวิหคอื่นต่างหลีกหนีกลับรวงรัง เดิมทีหัสดีลิงค์ก็มีนิสัยดุร้ายและมักจับสัตว์ใหญ่กินเป็นอาหารอยู่แล้ว แถมป่าแถบนี้ยังมิใช่รวงรังของนกยักษ์หรือทางผ่านที่จะกลับไป การปรากฏกายของมันทำให้เกล็ดมณีรู้สึกถึงลางบอกเหตุบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่นางยังคงเจ็บปวดดวงหทัยมิคลาย จึงส่งให้มืองามยกขึ้นทาบอกอวบอิ่มโดยมิตั้งใจ 

หรือเจ้าจะมาบอกสิ่งใดกับข้า เกี่ยวกับวิหรุต... 

เมื่อคิดถึงนามของบุรุษผู้ที่นางเคยมอบดวงใจให้ ความเจ็บปวดก็แล่นปราดขึ้นมาทันที จนนางเผลอลืมกุมหน้าอกไว้อย่างเลี่ยงมิได้ พิษรักในครานั้นถึงจะถูกชำระไปด้วยระยะเวลาหลายร้อยปี แต่ก็ใช่ว่าพิษของมันจักมิหลงเหลืออยู่ เหมือนยังขาดโอสถอีกตัวที่ช่วยชำระมันไปให้หมดสิ้น 

“หลายร้อยปีมานี้ มากสุดกลางเวหาแถบนี้ก็มักพบเห็นกินนร กินรี หรือเหล่าอสูรปักษาบ้าง แต่แปลกที่อยู่ๆ ทำไมหัสดีลิงค์ถึงปรากฏกายได้นะเพคะ” 

“ข้าคิดว่ามันอาจนำลางบอกเหตุมาบอกกับข้าก็ได้น่ะธารทิพย์” 

“ลางบอกเหตุหรือเพคะ” 

“ใช่...” มือบางสั่นเทาเมื่อคิดถึงใบหน้าคมคายดุจภาพปั้น เจ้าของเรือนผมสีดำ รูปร่างกำยำสมชาตรี ผู้ที่อบอุ่นดุจแสงตะวัน และสยายปีกสีน้ำตาลเลื่อมทอง ราชาแห่งครุฑผู้ปกครองฉิมพลีในยามนี้ “ข้าเกรงว่ามันอาจมาบอกข่าวคราวเกี่ยวกับวิหรุต” 

“ครุฑชั่วตนนั้น...” 

“ระวังวาจาหน่อยธารทิพย์...” นางตัดบทนาคีรับใช้ในทันทีที่จะกล่าวก้าวล่วงต่อราชาแห่งครุฑ นาคีรับใช้ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขุ่นเคืองใจแทนผู้เป็นนายเหนือหัว หากมิใช่เพราะครุฑตนนั้นหมายเสกสมรสกับองค์หญิงของนาง ป่านฉะนี้เกล็ดมณีคงสุขสมกว่านี้ที่บาดาลนคร “ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็เป็นราชาแห่งครุฑทั้งปวงในเบื้องล่าง อย่างไรเจ้าก็ต้องให้เกียรติเขาในฐานะนั้น” 

“แต่เขาผิดสัญญากับองค์หญิงของหม่อมฉันก่อนนะเพคะ” 

“เดิมทีข้าเองก็มิคิดแต่งงาน แต่เมื่อเสด็จพ่อขอร้องข้าจึงยอมทำตาม เพื่อความสงบสุขของสองเผ่าพันธุ์ นี่ก็มิเกิดสงครามมาหลายร้อยปีแล้ว ข้าคิดว่ามันคุ้มค่ากับการที่ข้าได้มาอยู่ที่นี่” 

“องค์หญิงเพคะ” ธารทิพย์รู้ดีว่าการเอ่ยเช่นนั้นของเกล็ดมณีแฝงไปด้วยการตัดพ้อ แต่นางเองก็ทำอย่างอื่นอันใดมิได้ นอกเหนือจากการคอยอยู่เคียงข้างผู้เป็นนายก็เท่านั้น 

“เบื้องล่างนี้มิมีผู้ใดเยื้องกายเข้ามาหลายร้อยปี มันจึงมิใช่เหตุบังเอิญแน่ที่หัสดีลิงค์จะมาบินวนกลางเวหาเหนือสระลึกลับแห่งนี้” 

“คงมิใช่เหตุร้ายหรอกนะเพคะ” 

“ข้าว่ามิใช่หรอก...” เกล็ดมณีหันไปหานาคีรับใช้ก่อนกำชับคำสั่ง “ธารทิพย์ จริงอยู่ที่ข้ามิรับรู้ข่าวคราวของวิหรุตมาหลายร้อยปี แต่หัสดีลิงค์มาบอกเหตุเช่นนี้ล้วนมิใช่เรื่องดีแน่ อย่างไรข้าไหว้วานให้เจ้าออกจากสระบัวลึกลับแห่งนี้ เพื่อสืบความได้หรือไม่” 

“ได้แน่นอนเพคะ หม่อมฉันจะรีบไปรีบกลับ” 

“ดูแลตัวเองด้วย” 

“เพคะ” 

ธารทิพย์วางพานทองเหลืองลงใกล้ๆ กับเกล็ดมณี ที่เบื้องบนเป็นถ้วยน้ำหวานจากเกสรบัวสุวรรณอยู่ภายใน เมื่อเห็นว่าเกล็ดมณีหยิบถ้วยนั้นขึ้นมาชิดริมฝีปากเพื่อชิมน้ำหวาน นางจึงเดินหายเข้าไปในเขตชายป่าเพื่อเร้นกายออกไปสู่หิมพานต์เบื้องนอก 

เกล็ดมณีเหลียวขึ้นไปมองที่ด้านบน หัสดีลิงค์ยังคงบินวนไปมา พร้อมส่งเสียงร้องคำรามไม่ต่างจากการเตือนภัย ถึงแม้จะรู้สึกใจคอไม่ดีบ้าง แต่อย่างไร สถานที่แห่งนี้ก็เกิดขึ้นจากกระแสทิพย์ที่ถูกเนรมิตขึ้นจากพระแม่ลักษมี ด้วยกระแสทิพย์จากเทพีชั้นสูงมิอาจทำให้หัสดีลิงค์หลุดเข้ามาได้โดยง่าย 

ข้าควรทำหน้าที่ของข้าให้ดี มิควรคิดถึงสิ่งใดที่ทำให้เป็นกังวล... 

เมื่อคิดได้ดังนั้น เกล็ดมณีจึงวางถ้วยน้ำหวานลง ทั้งที่จิบไปได้เล็กน้อย พอแค่ให้รู้รสชาติความหอมหวานเท่านั้น นางหยัดกายยืนขึ้น แล้วทอดเดินสู่ดอกบัวดอกที่หมายจะเข้าทำสมาธิ หากเพียงสายลมยังพัดแรงทำให้ดอกบัวเหล่านั้นไม่ยอมผลิบาน นางจึงจำแลงกายเข้าไปด้านใน รวบรวมสมาธิให้สงบ พลันเข้าสมาธิท่ามกลางความมืดมิด สรรพสิ่งโดยรอบมิไหวติง แม้จะสัมผัสได้ถึงกระแสลมแรง แต่ภายในกลับนิ่งสงบ 

ดีเหมือนกัน เข้าสมาธิตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงราตรีกาลเลยก็มิเสียหาย... 

เมื่อตัดเหตุกังวลได้ ร่างบางจึงขัดสมาธิภายในดอกบัว เหยียดหลังตรงทรงสง่า มือขวาทับซ้ายดังเช่นเคย หลับตาลงแล้วสละสิ้นซึ่งสรรพสิ่งที่รบกวนโดยรอบ โดยหาได้รู้ไม่ ว่ากลางเวหาตอนนี้พลันเกิดเรื่องที่นางเองก็มิอาจนึกฝันมาก่อน 

กลางเวหา ทิศที่ตั้งแห่งฉิมพลี ครุฑหนุ่มทะยานโลดแล่นไปมากลางเวหาอย่างสุขสมอารมณ์ ป่าหิมพานต์แห่งนี้ เหล่าสัตว์วิเศษต่างรู้ดีว่าเมื่อใดก็ตามที่เห็นร่างจำแลงเจ้าของเส้นขนสีดำเหลือบทองคำที่ปลายส้นขน รูปลักษณ์นั้นคล้ายบุรุษทุกประการ หากมีเพียงทั่วร่างปกคลุมไปด้วยขนวิหค ใบหน้ามีจะงอยปากนกยื่นออกมา มือทั้งสองข้างมีกรงเล็บแหลมคม ท่อนล่างสวมอาภรณ์สีเดียวกับขนวิหค ร่างนั้นทะยานเล่นกลางเวหาหาว พบปะเหล่าวิหคแห่งหิมพานต์ปานญาติสนิท ครุฑหนุ่มผู้นี้ต่างเป็นที่รักใคร่ของพวกเขา ซึ่งผิดแผกไปจากครุฑตนอื่น ที่ถือยศถืออย่าง ต่างมิมาเล่นปะปนกับสัตว์หิมพานต์เหล่านี้แม้เพียงเฉียดกาย 

“หัสดีลิงค์” เสียงเรียกปลิดปลิวมาตามแรงลม ส่งผลให้นกยักษ์เจ้าของนามหันไปแผดเสียงก้องให้กับผู้ที่กระพือปีกครั้งหนึ่ง ก็สามารถทะยานบนเวหาได้ไกลเป็นโยชน์ 

เมื่อเขามาถึง ก็พบว่ามันเอาแต่แผดเสียงร้อง พร้อมกับบินวนไปมาจนทำให้เขาแปลกใจ จึงจำใจทอดมองลงไปเบื้องล่าง พลันเห็นประกายแสงทองคำสุกปลั่ง เต็มไปด้วยเหล่าดอกบัวสุวรรณพรรณรายที่ยากพานพบในสระบัวแห่งไหนทั่วทั้งหิมพานต์ แต่ก่อนที่จะทันได้สนใจ เจ้านกหัสดีลิงค์ตัวนี้พลันบินชนเข้าที่หลังของเขาอย่างจัง จนตัวเขาเองถลาไปไกลจากเดิม 

“นี่เจ้าคิดจะเล่นอะไรกันแน่...” เพียงถามก่อนบินเข้ามาใกล้ๆ วางมือที่ปกคลุมไปด้วยขนสีดำลูบหัวของเจ้านกอย่างเอ็นดู โดยเดิมทีหัสดีลิงค์ถือว่าเป็นสัตว์ดุร้าย เพียงแต่กับครุฑหนุ่มตนนี้มันกลับเชื่องจนไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงแสนรักของเขา “เป็นเด็กดีเถิดหนา อย่าสร้างความวุ่นวายให้ป่าผืนนี้เลย กลับไปสู่รังนอนของเจ้าเสียเถิด” 

นกยักษ์แผดเสียงก้องอีกครั้ง ก่อนบินกลับรังตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ใบหน้าบุรุษคมคายที่มีจะงอยปากแหลมคมประกายทองเผยยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมคล้ายเหยี่ยวจับจ้องลงไปเบื้องล่างอีกครั้ง กลิ่นหอมประหลาดของสระบัวทำให้เขาเองถึงกับเคลิบเคลิ้ม เมื่อพบว่าบัวเหล่านั้นเป็นสีสุวรรณพรรณราย ในใจที่เปี่ยมไปด้วยบุญญาวาสนา จึงหมายเก็บพวกมันไปถวายแด่พระจุฬามณีที่ประดิษฐานบนสรวงสวรรค์ 

แปลกตรงที่ข้าบินเล่นในป่าแถบนี้มาหลายร้อยปี ต่างก็มิเคยพบเห็นสระบัวแห่งนี้แม้เพียงครั้งเดียว... 

นั่นเป็นจริงดังว่า เหตุการณ์สุขสงบของสงครามสองเผ่าพันธุ์ ตลอดหลายร้อยปีมานี้ ตัวเขาเองต่างเที่ยวเล่นไปโดยทั่วทั้งหิมพานต์ ทุกพื้นที่เขาต่างรู้ดีว่าที่แห่งไหนเป็นเช่นไร จากทิศอุดรจรดทักษิณต่างเป็นสถานที่ที่ครุฑหนุ่มเที่ยวเล่นมาทุกเขตขัณฑ์ แต่แปลกตรงที่เขากลับไม่เคยหาสระบัวแห่งนี้พบ 

คงเป็นบุพเพวาสนา... 

เมื่อคิดได้ดังนั้น ตนจึงทะยานลงสู่สระบัวในบัดดล เพื่อโฉบลงไปเบื้องล่าง เอื้อมมือไปดึงเอาดอกบัวสุวรรณพรรณรายสามดอก จนเกิดน้ำกระจายเซ็นแซ่ เหล่ามัจฉาต่างกระโดดขึ้นเหนือผิวน้ำด้วยความตกใจบ้าง หรือต่างหนีลงสู่ก้นบึ้งของสระบ้าง แต่ร่างทที่ปกคลุมด้วยเส้นขนสีดำขลิบทองสุวรรณที่ปลายขน กลับมิได้รู้สึกผิดปรกติใด พลางทะยานสู่กลางเวหาหาวทันที 

ด้วยกระแสลมที่รุนแรงกลางเวหาพัดโบก จนเกิดความสั่นไหวภายในดอกบัว ร่างบางที่นั่งสมาธิเพื่อบำเพ็ญเพียรอยู่กลับรู้สึกระสับระส่าย จึงออกจากสมาธิก่อนเวลาตามที่ตั้งใจไว้ ครั้นเมื่อลืมตาตื่น กลับพบว่าตอนนี้ตนมิต่างจากล่องลอยตามกระแสวายุ เพราะเสียงกระแสลมพัดพลิ้นดังอื้ออึง แถมกลิ่นแห่งความบริสุทธิ์ของอากาศเย็นเยียบ อีกทั้งความวูบไหวที่อยู่สูงขนาดนี้ต้องมิใช่เหตุบังเอิญเป็นแน่ 

หรือหัสดีลิงค์จะลงไปโฉบดอกบัวขึ้นกลางเวหา... 

เมื่อคิดดังนั้นด้วยความฉงน จึงจำแลงกายเป็นละอองมรกตปลิดปลิวออกมาจากดอกบัวสุวรรณพรรณรายที่ตนเข้าสมาธิอยู่ และกลับสู่ร่างทิพย์ขวางหน้าผู้หอบนางขึ้นมาในบัดดล 

ครุฑหนุ่มถึงขั้นหยุดกระพือปีกเพื่อไปต่อ เมื่อพบกับร่างทิพย์ของสตรีงามมิต่างจากเทพธิดาบนสวรรค์ชั้นฟ้า ทั้งอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ แถมเครื่องประดับนั้นทอแสงเปล่งปลั่ง กระแสแห่งทิพย์พวยพุ่งปกคลุมร่างบางมิต่างจากเกาะกำบัง ฉายชัดถึงบุญวาสนาที่สั่งสมมาหลายร้อยปี ร่างบางนั้นปรากฏขึ้นขวางหน้าครุฑหนุ่มเอาไว้ ร่างครุฑถึงกับชะงักงันในความงามซึ่งหาที่เปรียบมิได้ เกล็ดมณีจ้องมองพญาครุฑในร่างใหญ่โตกว่าตนด้วยความนิ่งสงบ มิได้แสดงออกถึงความยำเกรงแต่อย่างใด 

“เจ้าเป็นใคร...” น้ำเสียงหวานใดเอื้อนเอ่ย ครุฑหนุ่มสับสนจนเผลอเอื้อมมือหมายพาเทพธิดาที่ตนเห็นลงไปเบื้องล่าง แต่นางกลับสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ไอเย็นแห่งวารีบริสุทธิ์ก็บัดมือของเขาออกในทันใด “อย่าแตะตัวข้า” 

“ขออภัยด้วย ถ้าเช่นนั้นเชิญแม่นางลงไปเบื้องล่าง ข้างอโนดาตได้หรือไม่” 

เกล็ดมณีชำเลืองไปยังเบื้องล่างในบัดนี้ ก่อนพบสระน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางของหิมพานต์ นางเหลียวมองครุฑหนุ่มอีกครั้งแล้วมุ่งตรงไปเบื้องล่างโดยมิให้คำตอบกับเขา ครุฑหนุ่มเพียงจ้องมองแผ่นหลังบาง เจ้าของผู้มีทรวดทรงอรชรที่ค่อยๆ ลอยลิ่วลงไปเบื้องล่างอย่างสง่างาม 

ดวงหทัยของข้าเป็นอะไรไป... 

ครุฑหนุ่มยกมือกุมหน้าอกข้างซ้าย หัวใจของเขาเต้นเร่ามิเป็นจังหวะ สตรีงามที่ปรากฏตัวทำให้เขารู้สึกว่าปีกที่หลังทั้งสองข้างคล้ายอ่อนแรงกำลังลงจนเลี่ยงมิได้ เขาปล่อยร่างให้ร่อนถลาลงไปที่พื้นตามร่างบางที่กำลังยืนทอดมองกระแสน้ำข้างสระอโนดาตด้วยความนิ่งงัน 

“เจ้าเป็นใคร” 

ทันทีที่เจ้าของเส้นขนสีดำปลายทองคำร่อนลงมาถึงพื้น เกล็ดมณีก็ยิงคำถามเดิมกลับไป ร่างครุฑพลันจำแลงเป็นร่างบุรุษหนุ่มเลอลักษณ์ กายากำยำสมชายชาตรี รูปร่างสูงโปร่งกว่านางหลายคืบ ท่อนล่างสวมอาภรณ์สีดำดิ้นทองนุ่งเป็นโจงกระเบนคาดเข็มขัดทองคำประดับอัญมณีสีนิล กลางหน้าอกสวมสังวาลสายเส้นเล็ก ประดับพลอยสีนิลเช่นหัวเข็มขัด ท่วงท่านั้นสง่างามมิต่างจากผู้เป็นราชัน แต่กระแสแห่งทิพย์ที่อยู่ในกายของเขาทำให้นางรับรู้ว่าครุฑหนุ่มผู้นี้มีสายเลือดแห่งกษัตริย์ 

“นามข้าคืออนิล” น้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกเปล่งออกมาจากริมฝีปากหนา แต่ก็ยังมิอาจทำให้นางหันไปมองเขาได้ 

“เหตุใดจึงโฉบนำข้าที่เข้าสมาธิอยู่ในดอกบัวสุวรรณพรรณรายขึ้นไปกลางเวหาเช่นนั้น...” นางหันกลับมามอง ก็พบความวิจิตรของบุรุษที่หายากยิ่งกว่าหนึ่งคนตรงหน้า แต่ด้วยการสงวนทีท่าแต่แรก นางจึงมิอาจหลุดชื่นชมสิ่งใดออกไปให้เขารับรู้ได้ “เจ้าทำให้ข้าเสียสมาธิในการบำเพ็ญเพียร” 

“ข้าต้องขออภัยเจ้าด้วย ข้าเพียงมิเคยพบเห็นสระบัวแห่งนั้นมาก่อน เมื่อพบว่าดอกบัวนี้ฉาบสีสุวรรณพรรณราย ข้ากลับอยากนำมันไปสักการะพระจุฬามณีบรสรวงสวรรค์” 

“เช่นนั้นหรอกหรือ” เกล็ดมณีเอ่ยพลางนิ่งคิดพิเคราะห์ 

แปลกจริง ตลอดเจ็ดร้อยปีที่ผ่านมา มิเคยมีผู้ใดล่วงล้ำลงไปที่นั่นได้ ไยครุฑหนุ่มผู้นี้ถึงลงไปเด็ดดอกบัวสุวรรณพรรณรายขึ้นมาได้กันเล่า... 

“ข้ามิมีสิ่งใดปิดบัง...” น้ำเสียงที่เอ่ยแฝงไปด้วยความสัตย์จริง เกล็ดมณีจึงเบือนหน้าหนีจากสิ่งที่ได้ยิน “หากเจ้ามิเชื่อ ข้าสามาถพาเจ้าทะยานขึ้นกลางเวหา เพื่อไปสักการะแด่พระจุฬามณีพร้อมกันกับข้าก็ย่อมได้” 

“ขอบคุณที่เชิญ แต่มิเป็นไรจะดีกว่า” 

“เดี๋ยว...” เกล็ดมณีกำลังจะหายตัวเพื่อกลับสู่สระลึกลับ แต่ครุฑหนุ่มก็ห้ามปรามร่างบางไว้เสียก่อน “ข้ายังมิรู้จักนามของเจ้าเลย” 

“เกล็ดมณี” 

“ไยเมื่อครู่ พลังของเจ้าถึงบริสุทธิ์เยียบเย็นดุจวารี เจ้ามิใช่นางอัปสรหรอกหรือ” 

“ข้าเป็นนาคี...” เกล็ดมณีเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย หมายให้ครุฑหนุ่มแสดงธาตุแท้แห่งเผ่าครุฑ ที่มักจับนาคีหรือนาคาที่ศักดิต่ำกว่าตนกินเป็นอาหาร หรือฆ่าเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่เขากลับส่งยิ้มกลับมาให้จนทำให้นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ได้เห็นท่วงท่าร่าเริงของเขา “เจ้ายิ้มเพราะเหตุใด” 

“ญาติผู้พี่ของข้ามักบอกว่า ในบรรดานางฟ้านางสวรรค์ เหล่าเทพอัปสรมักจะสวยสมเป็นดังเทพธิดาหาที่เปรียบมิได้ ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่า ข้าสามารถหาสตรีงามที่เทียบกับเทพอัปสรเหล่านั้นของญาติผู้พี่ของข้าได้แล้ว” 

“นี่เจ้า...” หัวใจของเกล็ดมณีเกิดเต้นโครมครามอย่างบอกมิถูก นางรับรู้ว่าสิ่งที่อนิลพูดเป็นความจริงจากปากของครุฑหนุ่มที่เติบใหญ่หลังสงคราม จึงมองโลกในแง่ดีจนลืมเลือนความสูญเสียของการรบราฆ่าฟันกัน จนหยาดโลหิตนองผืนปฐพีเบื้องล่างแห่งฉิมพลี “บุรุษที่ปากหวานเช่นเจ้า คงมีนางเล็กๆ ตามติดเป็นพรวน ข้ามิอยากยุ่งเกี่ยวกับบุรุษเยี่ยงเจ้าหรอกหนา” 

“ช้าก่อน เจ้ารังเกียจที่ข้าเป็นครุฑเช่นนั้นหรือ” ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มฉายแววเศร้าหมองลงในที 

“เจ้ามิรู้จักข้าดีหรอกหนาหนุ่มน้อย” 

“ข้ามิใช่หนุ่มน้อย...” เขาสวนขึ้นทันควัน จนทำให้ผู้ที่สงบเยือกเย็นแต่ก่อนแล้วถึงกับต้องพยายามกลั้นอารมณ์ขันเอาไว้ ทีท่านั้นมิได้ต่างจากตัวนางเองเมื่อเยาว์วัย ทั้งใบหน้าบึ้งตึง หรือท่าทีเง้างอน “ข้ามีอายุจวบเจ็ดร้อยปีแล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะกำเนิดหลังญาติผู้พี่ของข้าเพียงไม่กี่วันก็เถอะ แต่ข้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว” 

“เช่นนั้นเจ้าบอกข้าได้หรือไม่ ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองของเหล่าครุฑและนาคในยามนี้เป็นเช่นไร” 

“ฉิมพลีสงบสุขดี ส่วนชาวบาดาลข้ามิอาจรู้ได้ พวกเขาหลีกลี้อยู่ในที่ของตนภายหลังสงครามเมื่อครั้งก่อน” 

“สงครามเหรอ...” เกล็ดมณีทวนคำ เมื่อเอ่ยถึงสงคราม ภาพการเสียเลือดเนื้อของสองเผ่าพันธุ์พลันแวบเข้ามาในหัวของนาง และภาพของอดีตผู้ที่นางเสกสมรสด้วยก็ปรากฏทำให้รู้สึกชอกช้ำในอก “ช่างเถอะ ข้ามิอยากรู้แล้ว” 

“เจ้าอยู่ที่นั่น มิได้รับรู้เรื่องของโลกภายนอกเลยเช่นนั้นหรือ” 

“บางเรื่อง มิรู้จักดีกว่านะ” นางว่าก่อนเดินห่างเขาออกไปหมายกลับสระบัว แต่เขาก็เดินตามไม่หยุด 

“นั่นเจ้าจะไปที่ใด” 

“ข้าจะกลับแล้ว” 

“ให้ข้าไปส่งเจ้าได้หรือไม่” 

เกล็ดมณีหยุดการสาวเท้าอยู่กับที่ นั่นทำให้อนิลแปลกใจมิใช่น้อย นางเหลียวกลับมามองดวงหน้าที่ถือได้ว่าเลอลักษณ์กว่าวิหรุต แถมยังแฝงไปด้วยความเสน่หาอย่างแปลกประหลาดที่ในใจของนางรับรู้ได้ ความใสซื่อที่แสดงออกมาสื่อถึงความบริสุทธิ์ใจโดยแท้ ความจริงใจของครุฑหนุ่มตรงหน้ายากจะปกปิดถึงจุดประสงค์ของเขา ซึ่งแสดงออกชัดเจนถึงความพึงใจยามบุรุษหมายเข้าหาสตรีงามทั่วไป แต่นางกลับยังมิอาจทลายกำแพงของตนลงมาได้ 

ไยครุฑต้องมาข้องแวะกับข้า... 

“ว่าอย่างไรเล่า ข้ากระพือปีกมิกี่ครั้ง ก็ไปถึงสระบัวของเจ้าแล้ว” 

เมื่อเห็นว่านางเงียบงัน เขาเองจึงเว้นระยะห่างระหว่างทั้งคู่ มิได้ถามไถ่สิ่งใดอีก เพียงยืนส่งยิ้มละไมมาให้ มิต่างจากเด็กหนุ่มออดอ้อนสาวงามให้ตามใจ หากแต่ตอนนี้ในใจของเกล็ดมณีกลับมีสิ่งอื่นแทรกแซงอยู่แล้ว นางอยากปฏิเสธอนิลโดยตัดขาด แต่ดูเหมือนว่าความดื้อรั้นที่แสดงออกผ่านรอยยิ้มซุกซนของเขา ทำให้นางรู้โดยนัยน์ว่าเขามิอาจรามือง่ายๆ แน่ 

“เหตุใดข้าต้องให้เจ้าไปส่งเล่า ข้าอยู่ที่นี่มากว่าเจ็ดร้อยปี ไยจะหาทางกลับมิได้” 

“โหว!! เจ้าอยู่ที่นี่มาเจ็ดร้อยปีเชียวหรือ เกือบเท่าอายุของข้าเลยนะ” 

“เช่นนั้นแสดงว่าข้ามีความอาวุโสกว่าเจ้ามากนะครุฑน้อย” 

“คำก็หนุ่มน้อย สองคำก็ครุฑน้อย...” คราวนี้ทีท่างอแงของเขา ทำให้นางรู้สึกอยากตีเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้เสียให้เข็ด ทั้งทีท่าเบือนหน้าหนี แล้วยังเชิดปากขึ้นคล้ายจะร้องไห้ นางทั้งลอบรู้สึกขำในใจ และอยากแกล้งเขาต่อไปอีกโดยมิหยุดหย่อน ด้วยชอบใจในทีท่าเง้างอนบนใบหน้านั้น “ข้าบอกแล้วไง หากนับโดยทีข้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าก็แค่ยังอยากเที่ยวเล่นไปเรื่อยๆ ก่อน มิเหมือนญาติผู้พี่ของข้า ที่มีสนมเป็นกินรีงามถึงสองนาง” 

กินรีเช่นนั้นหรือ... 

ยามเมื่อได้ยินเผ่าพันธุ์ของทิพยปักษีนี้ หัวใจของนางพลันนึกถึงใบหน้างามใสซื่อบริสุทธิ์ ที่เคยพึ่งใบบุญของนางในการปกปักรักษายามเมื่ออาศัยยังวิมานฉิมพลี แต่อดีตอย่างไรก็คืออดีต ตอนนี้นางกลับหันมาสนใจกับใบหน้างอแงของครุฑหนุ่มตรงหน้าเสียมากกว่า 

“อย่าเอาญาติผู้พี่ของเจ้ามาเป็นข้ออ้าง ตอบข้ามาตามตรงเถิดว่าเจ้ามีนางเล็กๆ อยู่กี่นาง” 

“ข้ายังมิมีใครร่วมเรียงเคียงหมอนหรอกหนา” 

“โกหกทั้งเพ” นางรีบปฏิเสธ 

“ข้ามิได้ปดเจ้าหรอกหนา...” เขาตอบพลันพยายามจับจ้องใบหน้างาม หมายให้นางสบตาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่มีหรือที่นาคีอย่างนางจะยอมเสียท่าให้กับเสน่ห์มารยาของเขา “หากเจ้ามิเชื่อ ข้าสามารถพาเจ้าไปยังวิมานข้าที่ฉิมพลีได้หนา หากเจ้าต้องการ” 

“ข้ามิใช่สตรีงามที่หลงใหลในรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียวหรอกหนา” 

“แล้วต้องทำอย่างไร เจ้าถึงจะเชื่อข้า” 

นางเสมองไปทางอื่น แต่กลับเผลอเหลียวไปสบเข้ากับนัยน์ตามีเสน่ห์ของเขาโดยมิตั้งใจ ยามเมื่อทั้งสองได้สบตากัน ความจริงใจที่ส่งผ่านมาก่อเกิดเป็นความรู้สึกแรกเริ่มโดยทั้งสองดวงหทัยไม่รู้ตัว 

แปลก... 

ทันทีที่ได้ยินเสียงของหฤทัยที่เต้นเร่าจนผิดจังหวะ เกล็ดมณีกลับรู้สึกว่าร่างกายของนางที่เย็นเยียบจากลมหนาวค่อยคลายลง ความอบอุ่นแทรกเข้าจากแห่งใดก็มิอาจหยั่งได้ การถูกจับจ้องจากผู้ที่มอบรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเบื้องหน้า ส่งผลให้อวัยวะที่อยู่ระหว่างทรวงอกอวบอิ่มของนางกำลังเต้นเร่าจนแทบคลั่ง มันสั่นสะเทือนรุนแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก โดยนางต้องรวบรวมสติทั้งหมดเพื่อสลัดความคิดนั้นให้ออกไป ก่อนจะเผลอไผลไปมากกว่านี้ 

แปลกที่ข้าหัวใจเต้นแรง... 

____________________________ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ และโปรดอย่าปิดกั้นการมองเห็น 

สามารถแสดงความคิดเห็น หรือกดให้กำลังใจนักเขียน หรือตัวละครได้นะครับ 

#เกล็ดมณีนาคี #อนิลครุฑา 

. 

สำหรับใครที่อยากให้กำลังใจนักเขียน 

สามารกด "ดาว" และ "ดาว" และ "ดาว" เท่านั้น ให้ผมได้เลยน้า ...อิอิ... 

พอดียังไม่ได้ติดเหรียญน้า 

 

By. 

พงพี 

ความคิดเห็น