facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 48 กลับคืนสู่ธรรมชาติ

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 กลับคืนสู่ธรรมชาติ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 85

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2564 19:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 กลับคืนสู่ธรรมชาติ
แบบอักษร

หลังจากที่ หลี่เหว่ยยี่ เตือนสติเย่เชียน เย่เชียนก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าในโทรศัพท์มือถือของสมาชิกในทีมแต่ละคนจะมีระบบระบุตำแหน่งดาวเทียม GPS ทั่วโลกและติดตั้งซอฟต์แวร์พิเศษเอาไว้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น การโทรออกได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม 

 

เมื่อพูดถึงหน่วยเขี้ยวหมาป่า สำหรับโลกภายนอกมักคิดว่าพวกเขาเป็นแค่กลุ่มทหารรับจ้างธรรมดา ๆ ที่มีฝีมือทางการทหารเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทีมของพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีความสามารถ อีกทั้งวิทยาการและเทคโนโลยีล้ำยุคต่าง ๆ พวกเขาก็เพียบพร้อมอย่างยิ่ง เช่น สโนว์วูล์ฟแจ็ค ที่ติดตั้งระบบและซอฟต์แวร์ให้โทรศัพท์มือถือของพวกเขา ซึ่งเป็นศูนย์รวมอัจฉริยภาพทางคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง ถึงขนาดเซิร์ฟเวอร์ของ FBI และ CIA ก็ยังเคยถูกพวกเขาแฮ็กข้อมูลมาแล้ว และแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญจากทางการก็สืบหาไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ 

 

เย่เชียนยิ้มแหย ๆ และพูดว่า “ฉันป่วยน่ะ... ฉันไม่สบาย”  

 

หลี่เหว่ยยี่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะหัวเราะหรือควรจะร้องไห้กับเรื่องนี้ดี เพราะในหน่วยเขี้ยวหมาป่านั้น ปัญหาของเย่เชียนเป็นที่รู้จักกันดีในวงกว้างว่าเย่เชียนเป็นคนที่มีความจำเป็นเลิศเกี่ยวกับสิ่งสำคัญต่าง ๆ ทว่าบางครั้งเขาก็สามารถหลงลืมบางสิ่งบางอย่างไปด้วยความใจอ่อนเสียได้ จนบางครั้งพวกเขาทั้งหลายในหน่วยก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เย่เชียนจงใจแกล้งลืมหรือเผลอตัวลืมไปจริง ๆ  

 

“บอส... วีรบุรุษผู้อ่อนโยนและกล้าหาญ... บอสต้องจริงจังกว่านี้นะ” หลี่เหว่ยยี่เตือนสติอย่างจริงจัง 

 

“โธ่ ๆ ๆ...! นายพูดเช่นนี้กับฉันได้ยังไงกัน ? ถ้าพูดมาขนาดนี้ พวกนายก็ไปพาแฟนมาเข้าทีมด้วยซะเลยสิ” เย่เชียนตะคอก  

 

แต่เขาก็คิดว่าการที่หลี่เหว่ยยี่มาถึงเร็วขนาดนี้ มันก็เป็นการดีกว่า เพราะเขาจะได้ไม่ต้องอยู่เคียงข้างจ้าวหยาในทุก ๆ วินาที ถึงแม้ว่าศัตรูของจ้าวเทียนห่าวจะไม่ส่งคนมายังสถาบันแห่งนี้เพื่อจัดการกับจ้าวหยาก็ตาม แต่ก็ควรที่จะป้องกันเอาไว้ก่อนดีกว่าที่จะไปตามแก้ปัญหาในภายหลัง 

 

“แหม... ผมแค่พูดความจริงนะบอส” หลี่เหว่ยยี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ 

 

เย่เชียนมองไปยังเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาดุดันแล้วพูดต่อว่า  

 

“ไหน ๆ นายก็มาแล้ว... งั้นนายช่วยปกป้องเด็กสาวคนนึงที่ชื่อจ้าวหยาให้ฉันทีสิ แต่... จำเอาไว้ว่าเราทำได้อย่างลับ ๆ เท่านั้นนะ ห้ามให้ใครรู้เป็นอันขาด อย่าปะทะถ้าไม่จำเป็น อ้อ... ที่สำคัญนายห้ามทำอะไรไม่ดีกับเธอเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันจะจับนายแก้ผ้า”  

 

เย่เชียนไม่ค่อยเข้าใจถึงบุคลิกของหลี่เหว่ยยี่สักเท่าไหร่ เพราะเด็กหนุ่มคนนี้มีใบหน้าที่ทั้งขาว เรียวงาม หล่อเหลา และนอกเหนือไปกว่านั้นเขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความรัก และมีความสุนทรีย์จนแทบจะไม่มีผู้หญิงคนใดต้านทานเสน่ห์เขาได้ บางครั้งเย่เชียนก็แอบสงสัยว่าเด็กคนนี้ป่วยเป็นโรคอะไรหรือเปล่า เพราะหน่วยของพวกเขามักจะถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศอย่างเช่นประเทศแถบตะวันออกกลาง และพวกเขาจะต้องฝึกซ้อมกันกลางแจ้งแทบทุกวัน แต่ถึงกระนั้น ผิวของเด็กคนนี้ก็ยังดูขาวอย่างธรรมชาติได้ขนาดนี้ 

 

หลี่เหว่ยยี่ยิ้มอย่างมีความสุขและพูดว่า  

 

“แหม... บอส ผมจะทำแบบนั้นได้ยังไงกันล่ะ เธอน่ะเป็นถึงว่าที่พี่สะใภ้ของผมในอนาคตเชียวนะ บอสอย่ากังวลไปเลย ถ้าผมปล่อยให้เส้นผมของว่าที่พี่สะใภ้ร่วงแม้แต่เส้นเดียว... บอสมาฆ่าผมได้เลย”  

 

ถึงแม้ว่าหลี่เหว่ยยี่จะเป็นคนที่จู้จี้จุกจิกและชอบพูดตลกหยอกล้ออยู่เสมอ แต่ทุกคนที่รู้จักเขารู้ดีว่าเขาเป็นคนที่รักษาคำพูดยิ่งกว่าใคร ตราบใดที่เขาสัญญาแล้ว แม้ว่าชีวิตของเขาจะดับสูญ เขาก็จะทำมันให้สำเร็จ เย่เชียนเชื่อมั่นในตัวเขามาก  

 

“เยี่ยมมาก! นายไปได้แล้ว ฉันมีนัด ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”  

 

หลี่เหว่ยยี่ยิ้มร้ายและพูดว่า “บอสต้องการให้ผมจองห้องที่โรงแรมให้มั้ย ?”  

 

“นี่นายคิดว่าฉันจะเป็นเหมือนนายหรือไง ? ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา เข้าใจไหม ?” เย่เชียนพูดอย่างแน่วแน่ 

 

หลี่เหว่ยยี่ส่ายหัวและพูดว่า “ผมไม่เข้าใจหรอกบอส ผมก็พูดไปตามที่เห็นนั่นแหละ หึ ๆ ๆ”  

 

“เออ ๆ ๆ ฉันขี้เกียจจะเถียงกับนายแล้ว ฉันว่าฉันไปดีกว่า” เย่เชียนขมวดคิ้ว จากนั้นก็พูดอีกว่า  

“อ้อ... แล้วนายก็เอาปืนของนายไปเก็บไว้ซะนะ อาวุธนี้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในประเทศจีน เดี๋ยวมันจะมีปัญหา”  

 

หลี่เหว่ยยี่ยิ้มเจื่อน ๆ และพูดว่า “กระบอกนี้นี่มันเป็นเสมือนลูกของผมคนนึงเชียวนา... ผมสัญญาว่าผมจะไม่ใช้มันพร่ำเพรื่อหรอก เพราะงั้นผมไม่เอามันไปเก็บได้มั้ย ?”  

 

เย่เชียนรู้ดีว่าเขาไม่มีทางโน้มน้าวเด็กคนนี้ได้ เพราะความรู้สึกของหลี่เหว่ยยี่เกี่ยวกับปืนนั้น เปรียบเสมือนกับอวัยวะส่วนหนึ่งบนร่างกายของเขา เหมือนกับเลือดเนื้อของเขา เหมือนดาบของอัศวินในยุคโบราณที่ต้องอยู่ข้างกายเสมอ  

 

“งั้นก็ได้... ฉันเชื่อนายว่าจะควบคุมตัวเองได้ ไว้พวกมันมาเมื่อไหร่ค่อยทำตามแผนต่อไปแล้วกัน”  

 

หลี่เหว่ยยี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจและพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม จากนั้นเขาก็เดินจากไป 

 

...... 

 

หลังจากที่หลี่เหว่ยยี่เดินจากไปได้เพียงไม่นาน เย่เชียนก็ได้ยินเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์รถและเขาเห็นว่ามันเป็นรถแลมโบกินี่สีดำทมิฬ เขาหรี่ตามองเข้าไปในรถคันนั้นแล้วตาของเขาก็เบิกโพลงขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับคืออาจารย์ฉินหยู เย่เชียนได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ มองดูว่าเธอจะว่าอย่างไร 

 

“มีอะไรผิดปกติหรือไง ? ขึ้นรถมาสิ” ฉินหยูพูดขึ้น 

 

หลังจากที่เย่เชียนเข้าไปนั่งในรถแล้ว เขาก็ยังคงจ้องมองเธอและคิดในใจว่า ‘มีตำแหน่งเป็นแค่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมดา ๆ จะสามารถมีเงินซื้อแลมโบกินี่ได้เชียวหรือ ?’ เย่เชียนปฏิเสธที่จะเชื่อและดูเหมือนว่าการคาดเดาของเขาจะถูกต้องที่ว่าภูมิหลังของหญิงสาวคนนี้นั้นคงไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ 

 

“มองอะไร ? มีอะไรติดอยู่บนหน้าของฉันงั้นเหรอ ?” หลังจากที่เย่เชียนเข้ามานั่งในรถและคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็เหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็วปานพายุ 

 

“โอ้โห! นี่ผมมีบุญได้นั่งแลมโบกินี่ อาชีพอาจารย์มันเลิศหรูขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ?” เย่เชียนจงใจถาม เขาแสร้งทำเป็นเหมือนไม่รู้ 

 

“โอ๊ย! ฝันไปเถอะ เงินเดือนของฉันห้าสิบปีรวมกันยังซื้อรถคันนี้ไม่ได้เลย” ฉินหยูพูดอย่างเกรี้ยวกราด 

 

“โห! คุณ คุณรู้มั้ยว่าปกติน่ะคุณดูเหมือนเป็นคนเย็นชา แต่พอผมเห็นคุณขับรถคันนี้ คุณกลับดูมีเสน่ห์เหลือร้าย” เย่เชียนพูดอย่างตรงไปตรงมา 

 

“ทำไม ฉันขับอะไรแบบนี้ไม่ได้เหรอ ?” ฉินหยูพูดอย่างดุดัน 

 

“ไม่ ๆ ๆ ผมแค่จะบอกว่าผมกลัวคุณจะถูกใครมาปล้นเอา สมัยนี้พวกคนชั่วคนเลวมันมีถมเถไป พวกเขาเหล่านั้นสามารถทำทุกอย่างได้ก็เพื่อเงิน” 

 

ฉินหยูพูดอย่างเกรี้ยวกราดและเย้ยหยัน “เหอะ! ใครจะกล้ามาปล้นฉัน ? นอกเสียจากว่าพวกเขาจะเบื่อหน่ายกับชีวิตและอยากฆ่าตัวตายน่ะนะ” 

 

เย่เชียนขมวดคิ้วและคิดว่าแม้แต่กวนอูยังมีคู่แค้น โจโฉยังมีสหาย มีหรือที่พ่อของเธอจะยิ่งใหญ่แล้วจะไร้ซึ่งศัตรู ? เย่เชียนยิ้มอ่อนและถามว่า  

 

“นี่... ผมขอถามตรง ๆ เถอะ จริง ๆ แล้วที่บ้านของคุณทำอะไรเหรอ ?” 

 

“ทำธุรกิจ” ฉินหยูตอบเรียบ ๆ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่อยากพูดถึงมันมากนัก 

 

เมื่อฉินหยูไม่ได้พูดต่อ เย่เชียนจึงไม่ถามอะไรเกี่ยวกับที่บ้านเธออีก “ว่าแต่... คืนนี้คุณจะพาผมไปดินเนอร์ที่ไหน ?” เย่เชียนถาม 

 

“ร้านอาหารตะวันตกน่ะ... ฉันจองโต๊ะเอาไว้แล้ว” ฉินหยูตอบ 

 

“ห๊ะ ?! อาหารตะวันตกอีกแล้วเหรอ ?” เย่เชียนร้องลั่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาคิดว่าอาหารตะวันตกพวกนั้นรสชาติไม่จัดจ้านเอาเสียเลย แล้วทำไมสาว ๆ ถึงนิยมทานกันนัก เขาล่ะเบื่อหน่ายจริง ๆ 

 

“ทำไมเหรอ นายไม่ชอบทานอาหารตะวันตกเหรอไง ?” หลังจากที่ถามเสร็จ เธอก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า “ถ้างั้นเราไปกินอาหารญี่ปุ่นแทนมั้ยล่ะ ?”  

 

อันที่จริงไม่ใช่ว่าเย่เชียนจะไม่ชอบทานอาหารตะวันตก เพราะสำหรับเขาแล้ว มันไม่สำคัญเลยว่าจะทานอาหารประเภทนี้หนึ่งหรือสองมื้อต่อวัน แต่ที่สำคัญคือเขาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมานาน และเขาจำเป็นต้องทานอาหารประเภทนี้เป็นประจำ เขาจึงรู้สึกเบื่อเล็กน้อย  

 

“อาหารญี่ปุ่นแพง... แถมยังไม่ทำให้อิ่มอีก!” เย่เชียนพูดอย่างฉุนเฉียว 

 

ฉินหยูเห็นท่าทางน่าหมั่นไส้ของเย่เขา เธอก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปจึงพูดอย่างฉุนเฉียว “อ้าว! ถ้างั้นนายก็บอกมาสิว่านายอยากกินอะไร ?”  

 

เย่เชียนยิ้มเจ้าเล่ห์และเอนศีรษะเข้าไปข้าง ๆ หูของฉินหยู จากนั้นเขาก็พูดอะไรบางอย่างสองสามคำ  

 

ทันใดนั้น ฉินหยูก็หันหน้ามามองเขา ดวงตาเธอเบิกโพลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง 

ความคิดเห็น