facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่ดีไหมล่ะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่ดีไหมล่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 99

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2564 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่ดีไหมล่ะ
แบบอักษร

พลั่ก! 

 

จู่ ๆ ฉินหยูก็หยุดเดินอย่างกะทันหันจนเย่เชียนชนเข้ากับเธอโดยไม่ตั้งใจ แต่ส่วนที่น่าอึดอัดใจที่สุดก็คือช่วงล่างของเย่เชียนดันไปชนเข้ากับบั้นท้ายของฉินหยูเข้าพอดี!  

 

เย่เชียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อบอุ่น เขาจึงเผลอใจไปแวบหนึ่งแต่ก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เช่นนั้น  ทว่าทันใดนั้นเอง เขาก็เห็นใบหน้าของฉินหยูที่ขมวดคิ้วอย่างโกรธเคืองจึงรีบก้าวถอยหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว 

 

“คุณผู้หญิงฉินทำไมถึงหยุดกะทันหันล่ะ ?” เย่เชียนพยายามจะบอกฉินหยูว่าเธอจะมาตำหนิเขาไม่ได้ เนื่องจากมันเป็นความผิดของเธอเองที่หยุดเดินอย่างกะทันหันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า และเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปชนเธอ 

 

ใบหน้าที่ดูเย็นชาของฉินหยูนั้นน่ากลัวมาก สรีระส่วนนั้นของเธอไม่เคยถูกใครสัมผัสมาก่อน แต่ตอนนี้มันกลับถูกสัมผัสโดยผู้ชายที่มีแววตาดุจดั่งอสูรร้ายตนนี้ 

 

“หน้าด้าน! ไร้ยางอาย!!!” ฉินหยูด่าว่าเย่เชียนอย่างโกรธจัดเพราะเมื่อครู่นี้เธอรู้สึกได้ถึงการแข็งตัวจากช่วงล่างของเย่เชียน และมันก็ทำให้เธอคิดในใจว่าทำไมถึงได้มีคนที่หน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้อยู่ที่นี่ในเวลานี้ด้วย  

 

ในอาณาจักรแห่งอสูรร้าย เขานั้นเปรียบได้กับราชาอสูรที่เหี้ยมโหดเลยก็ว่าได้ 

 

เย่เชียนได้ยินคำด่าของฉินหยูจึงรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย เขาเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมมาโดยตลอด คำพูดของเธอไม่เท่ากับการใส่ร้ายหรอกหรือ ?  เย่เชียนยอมรับว่าเขาอาจทำตัวแย่ในบางครั้ง แต่สำหรับครั้งนี้มันเห็นได้ชัดว่าเธอเป็นคนผิดแต่เธอกลับมาโทษเขาเสียอย่างนั้น  เมื่อพิจารณาถึงจุดนี้ เย่เชียนก็ขมวดคิ้วและพูดว่า  

 

“คุณด่าใครน่ะ ? แล้วผมไปทำเรื่องไร้ยางอายกับคุณตอนไหน ?” 

 

“นาย... นายแค่...” ฉินหยูพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะพูดว่า เย่เชียนเพิ่งใช้ ‘อวัยวะ’ อันแข็งแกร่งเลวทรามที่อยู่ส่วนล่างของร่างกายของเขามาสัมผัสกับบั้นท้ายของเธอ 

 

ทำกันขนาดนี้มันจะไม่ไร้ยางอายได้อย่างไร ?! 

 

แต่อย่างไรก็ตาม ในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ได้พูดออกมา เธอเป็นหญิงสาวที่ยังไร้เดียงสา ไม่เหมือนพวกแม่บ้านที่กระหายน้ำ แล้วคำพูดบัดสีเหล่านี้จะออกมาจากปากของเธอได้อย่างไร อีกทั้งถ้าเธอพูดมันออกมาได้จริง ๆ  มันก็อาจจะทำให้ผู้อื่นฟังดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคู่รักหนุ่มสาวที่ทะเลาะกันอยู่ 

 

เย่เชียนไม่ใช่คนที่ไม่มีไหวพริบที่ไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร  เขารู้ว่าเมื่อใดที่ควรหยุด เนื่องจากฉินหยูไม่ได้พูดอะไรอีก เขาจึงเลือกที่จะไม่โต้แย้งเช่นกัน  เขารู้สึกว่ามันแย่เกินไปที่เขาสร้างความประทับใจแรกกับเธออย่างพังไม่เป็นท่า  ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็รู้สึกสนใจในตัวของผู้หญิงคนนี้อย่างมาก เพราะหากเขาสัมผัสกับแอปเปิลสุกใหม่ ๆ ที่ยังเคยไม่ถูกหนอนแทะชอนไช มันก็จะเป็นเฉกเช่นนี้แล 

 

“ฟังฉันนะ... ฉันเป็นอาจารย์ของนาย ครั้งต่อไปนายต้องเรียกฉันว่าอาจารย์ฉิน... ไม่ใช่มาเรียกคุณผู้หญิงฉินอะไรก็ไม่รู้แบบที่นายเรียกเมื่อกี๊ เข้าใจมั้ย ?!” ฉินหยูพูดอย่างโกรธเคือง 

 

“ไม่มีปัญหา... แต่ผมรู้สึกว่าการเรียกคุณว่าคุณผู้หญิงมันฟังดูดีมากกว่า แล้วทำไมคุณถึงไม่เรียกผมว่าเย่เชียนล่ะ ? ผมจะได้เรียกคุณว่าฉินหยูหรือไม่ก็หยูหยู่ มันจะดีมาก ๆ เลยแหละ” เย่เชียนตอบอย่างจริงจัง 

 

หยูหยู่...  

 

เมื่อฉินหยูได้ยินชื่อนี้เธอก็จ้องมองเด็กไร้ยางอายตรงหน้าเธออย่างโกรธเคือง เขาต้องการที่จะเรียกเธอด้วยชื่อนี้งั้นเหรอ ? เหอะ! ฝันไปเถอะ! 

 

“จะให้ฉันบอกนายอย่างตรงไปตรงมาดีมั้ย ?  ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเจอนาย ฉันก็เกลียดขี้หน้านายแล้ว ถ้าผู้อำนวยการหวางไม่ได้ใส่ชื่อนายไว้ในคลาสเรียนของฉันล่ะก็ ฉันจะไม่เอาขยะอย่างนายมาทิ้งไว้ในห้องของฉันให้มันสกปรกหรอก!” 

 

เย่เชียนเพียงแค่ยักไหล่และดูเหมือนจะไม่แยแสกับคำดูถูกเหยียดหยามของฉินหยูเลยสักนิด  ในความเป็นจริงแล้ว  สำหรับผู้ชาย คำด่าทอของผู้หญิงมีความหมายสองอย่างคือระหว่างรักกับเกลียด  ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเลือกที่จะตีความหมายของมันไปในทิศทางไหน  

 

เย่เชียนมาไกลเกินกว่าที่จะถอนตัว เขาจึงต้องหน้าด้านหน้าทนเข้าไว้ ซึ่งโชคดีที่เขามีคุณสมบัติสำคัญเช่นนี้อยู่แล้ว... 

 

“ถ้างั้น... ผมขอบอกคุณอย่างตรงไปตรงมาเหมือนกัน ครั้งแรกที่ผมเห็นคุณ ผมก็ชอบคุณมากเลย!  แต่ถ้าหากคุณปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามที่ผู้อำนวยการหวางบอกและไม่ให้ผมเข้าเรียน ผมก็คงต้องหาวิธีอื่นเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณให้ได้” เย่เชียนตอบอย่างเฉียบขาด 

 

“นาย...!” ฉินหยูโกรธมากจนพูดอะไรไม่ออก เธอตะคอกและหันหลังให้เขาก่อนจะพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ตามฉันมา! ฉันจะบอกนายให้ว่านายไม่ควรทำผิดอีก ถ้านายต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันจริง ๆ ล่ะก็... นายควรทำตัวดี ๆ ซะ” 

 

เย่เชียนยิ้มอย่างมีความสุขและจงใจพูดลากเสียงเพื่อกวนเธอ “ไม่มีปัญหาครับโผมมมม... ผมเป็นเด็กดีขนาดนี้จะทำผิดอะไรได้ยังไงล่ะ ? คุณอยู่อย่างสบายใจได้เลยในขณะที่รอให้ผมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ!” 

 

“เฮ้อ...” ฉินหยูถอนหายใจอย่างใจเย็นและไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยราวกับราชินีน้ำแข็งที่แสนจะเยือกเย็นทว่ามีเสน่ห์อย่างเหลือล้น  

 

ตอนนี้เธอไม่อยากจะชวนเย่เชียนทะเลาะอีกแล้ว ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปิดปากอย่างคนฉลาด มิเช่นนั้นหากเธอพูดอะไรบางอย่างออกไปก็อาจจะทำให้เย่เชียนได้ใจมากยิ่งขึ้น 

 

...... 

 

วิชาเอกภาษาฝรั่งเศสไม่ใช่วิชาที่เป็นที่นิยมในประเทศจีนมากนัก และแม้ว่ามหาวิทยาลัยนานาชาติจะมีหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ตาม ทว่าแต่ละคลาสเรียนก็มีนักศึกษาอยู่เพียงไม่กี่คน 

 

เมื่อพวกเขามาถึงประตูห้องเรียนหมายเลขสาม  ฉินหยูก็หันไปเผชิญหน้าเย่เชียนอีกครั้งแล้วพูดว่า “เข้ามา!” จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปก่อน  

 

เย่เชียนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะพูดว่า “เชิญครับ คุณผู้หญิง” จากนั้นเขาก็ตามเธอเข้าไป 

 

เมื่อเย่เชียนเหยียบเท้าลงบนแท่นโพเดี้ยม ดวงตาของเขาก็กวาดไปทั่วทุกมุมห้องอย่างรวดเร็ว ในห้องเรียนนี้มันเต็มไปด้วยนักศึกษาซึ่งเนืองแน่นเสียจนแทบจะไม่มีพื้นที่เหลือ  

 

ในคลาสเรียนนี้มีผู้หญิงเพียงสิบคนเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกสี่สิบคนเป็นผู้ชายทั้งหมด เขาตกตะลึงไปชั่วครู่และคิดในใจว่าการเรียนภาษาฝรั่งเศสในปัจจุบันนี้มันเรียนง่ายจริง ๆ แล้วเหรอ ทำไมถึงมาเรียนกันมากขนาดนี้  ?  และเขาจะรู้ได้อย่างไรว่านักศึกษาที่นั่งอยู่ในห้องตอนนี้เป็นนักศึกษาเอกภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด  

 

การที่พวกนักศึกษาชายเหล่านี้เลือกคลาสเรียนนี้นี่คือไม่มีเหตุผลอื่น ๆ แฝงอยู่จริง ๆ เหรอ ?  หรือว่าเลือกเพราะคลาสเรียนห้องสามของวิชาภาษาฝรั่งเศสมีสาวสวยอยู่มากมาย อีกทั้งยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่หน้าตาสวยระดับเทพธิดาเป็นอาจารย์ประจำวิชาอีกต่างหาก 

 

หลังจากที่เย่เชียนสอดส่องไปทั่วห้อง เขาก็ไม่พบไดโนเสาร์ในหมู่นักศึกษาหญิงเลยสักคน เขาแปลกใจอย่างมากและคิดกับตัวเองอยู่ในใจว่า ‘หือ ? ที่นี่มันคลาสเรียนของจ้าวหยาไม่ใช่เหรอ ?  เลขาหูวเก๋อก็บอกอย่างชัดเจนแล้วหนิว่านี่เป็นคลาสเรียนของเธอ... หรือว่าวันนี้เธอไม่ได้มาเข้าเรียน ?’ 

 

เย่เชียนมองนักศึกษาในห้องและนักศึกษาในห้องก็มองเขากลับมาเช่นกัน  โดยเฉพาะพวกผู้หญิงทั้งหลาย วินาทีที่พวกเธอเห็นเย่เชียนเดินเข้ามา สายตาของพวกเธอก็จับจ้องกันตาเป็นมัน  ดวงตาของพวกเธอเปล่งประกายด้วยความหลงใหลและตื่นเต้น พวกเธอเคยเห็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาหลายคนในสถาบันแห่งนี้ แต่พวกเธอไม่เคยเห็นใครโดดเด่นเฉกเช่นเย่เชียนมาก่อนเลย เขาดูมีความเป็นลูกผู้ชายตัวจริงจนพวกเธอคิดกับตัวเองในใจ 

 

‘สุดหล่อคนนี้เป็นอาจารย์คนใหม่งั้นเหรอ ? แม้เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่แต่เขาหล่อมาก ๆ อะ’ 

 

“นี่คือเย่เชียน... นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่เพิ่งเข้ามาใหม่วันนี้” ฉินหยูแนะนำเย่เชียนแล้วก็ชี้ไปยังที่นั่งที่ว่างซึ่งอยู่ตรงมุมห้องพร้อมพูดว่า “นายไปนั่งตรงนั้นก็แล้วกัน” 

 

เมื่อเหล่านักศึกษาหญิงได้ยินว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาใหม่  พวกเธอก็เผยรอยยิ้มมีความสุข เพราะถึงแม้ว่าสังคมจะก้าวหน้าไปขนาดไหนแล้วก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาก็ยังคงไม่เหมาะไม่ควรอยู่ดี แต่ถ้าหากว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาแล้วล่ะก็ ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบตามความปรารถนาของเหล่านักศึกษาหญิง!  

 

ในทางกลับกัน เมื่อนักศึกษาชายเหล่านั้นได้ยินว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษา พวกเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขามองเย่เชียนด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามและพากันคิดในใจว่าถ้าพวกเขาเป็นพ่อของเย่เชียนก็คงไม่กล้าส่งลูกมาเรียนแน่ ๆ 

 

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเหล่านั้นคิดว่าเย่เชียนแก่เกินกว่าที่จะมาเรียนมหาวิทยาลัยได้ และเขาคงต้องเป็นผู้ชายที่อนาคตไม่ค่อยดีนักถึงมาเรียนเอาป่านนี้ พวกเขาไม่มีอะไรที่จะต้องกลัวเย่เชียนเลยสักนิด 

ความคิดเห็น