ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

56/เศษกระดาษแทนความคิดถึง [แสงไฟในรันเวย์]

ชื่อตอน : 56/เศษกระดาษแทนความคิดถึง [แสงไฟในรันเวย์]

คำค้น : ตอนที่56

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2563 19:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
56/เศษกระดาษแทนความคิดถึง [แสงไฟในรันเวย์]
แบบอักษร

รันเวย์ Part  

พอผ่านพ้นวันพ่อแห่งชาติไปหนึ่งอาทิตย์ผมก็เป็นฝ่ายชวนแนนออกมาเปิดหูเปิดตาข้างนอก หลายเดือนที่ผ่านมานี้ผมหมกมุ่นอยู่กับการรีบเร่งเคลียร์งานในส่วนที่ต้องรับผิดชอบให้ได้มากที่สุดทำให้ละเลยแนนไปพอสมควร แต่แนนก็ยังอยู่เคียงข้างผมซึ่งความเป็นเธอตรงนี้คือเหตุผลที่ผมตอบกับน้าอ้อมในวันนั้น 

“นึกยังไงถึงชวนเพื่อนมาดื่มที่นี่ล่ะ” 

“ไม่นึกยังไงหรอกแต่เพื่อนบอกว่าเจ้าของคลับหล่อ คิก ๆ คิ้วขมวดเลยนะเวย์หึงเหรอ” เกือบห้าทุ่มในคืนวันศุกร์มือทั้งสองข้างของผมเท้าอยู่กับเอวตัวเอง สายตาจับจ้องไปยังคลับด้านหน้าที่ถูกแฟนสาวเรียกร้องให้พามาเที่ยว  

ไม่มีอะไรเป็นประเด็นสำคัญนอกจากว่าคลับนี้มันเป็นคลับของรุ่นน้องในคณะผม แถมตัวเจ้าของยังเป็นที่โจษจันถึงความเฉยเมยต่อรุ่นพี่ถึงขั้นต่อยกันจนปากแตกกับรุ่นพี่ก็เคยมาแล้ว ที่ทำให้ต้องถอนหายใจไม่ใช่เป็นเพราะเกรงกลัวกับการเจอเจ้าของคลับหรอกนะ แต่ผมกลัวการเจอกับเพื่อนสนิทมันมากกว่า

“เฮ้ยพี่เวย์นี่พี่เวย์ตัวเป็น ๆ นี่หว่าชิน” นั่นไงล่ะมันเฮี้ยนน้อยซะที่ไหน นี่แค่นึกถึงยังไม่ทันได้จุดธูปเรียกเลยนะแต่มันก็โผล่หัวเสนอหน้าเด๋อด๋า ทำเป็นเดินแอบหลังเพื่อนสนิททั้งที่ตะโกนแหกปากมาตั้งแต่สองร้อยเมตรล่ะมั้ง

“สวัสดีครับพี่เวย์ไม่เจอตั้งนานสบายดีนะพี่ โอมึงเลิกเอาหน้ามาถูกับหลังกูสักทีรีบมาสวัสดีลุงมึงสิลีลามากเดี๋ยวก็โดนสั่งซ่อมหรอก”

พลั่ก! “ไม่ต้องมาตีไข่ใส่สีให้สายกูเกลียดกันเลย ลุงกูไม่โหดร้ายเหมือนลุงมึงหรอกไอ้ชินใช่ปะพี่เวย์ สวัสดีค้าบเพื่อนสนิทพี่เวย์คิดยังไงถึงมาที่นี่ครับเนี่ยผมบอกไว้ก่อนเลยนะว่าสาวแจ่ม ๆ ทั้งนั้น พาพี่เวย์มาที่แบบนี้เดี๋ยวลุงผมก็ใจแตกหรอก ฮ่า ๆ ๆ” สุดท้ายไอ้ตัวชอบก่อเรื่องก็โผล่หัวออกมาจากหลังเพื่อนสนิทมัน แต่ไม่เท่านั้นนะปากมันยังแกว่งเท้าหาเสี้ยนให้ผมจนได้ 

“เอ๋ งั้นก็เสมอตัวล่ะสิเพราะพี่นัดเพื่อนมาส่องความหล่อเจ้าของคลับเหมือนกัน คิก ๆ 

“ว้างั้นก็คงต้องแสดงความเสียใจกับเพื่อนคุณพี่ด้วยนะครับ เพราะว่าเจ้าของคลับมันไม่นิยมบริโภคผู้หญิง แต่ถ้าเพื่อนของคุณพี่ต้องการคนหล่อแต่จนแบบผม ผมโอเคได้กับทุกเงื่อนไขนะครับ ฮ่า ๆ ๆ ไป ๆ เข้าไปข้างในกันเถอะเดี๋ยวผมดูแลเอง อ้อ ผมบอกคุณพี่รึยังว่าเจ้าของคลับนี้มันเป็นรุ่นน้องของพี่เวย์ เฮ้ย ทำหน้างงแบบนี้อย่าบอกนะว่าพี่เวย์ไม่ยอมบอกแฟนว่าไอ้โปรดเป็นน้องในคณะอะ  

“เฮ้อ พี่เวย์ควรบอกเล่าหลาย ๆ เรื่องให้แฟนฟังบ้างนะ มันอาจดูเล็กน้อยแต่ผู้หญิงเขารู้สึกได้ว่าเราให้ความสำคัญกับเขา นี่เล่นมีอะไรก็ไม่บอกแฟนแถมไม่ค่อยพาแฟนมาเจอเพื่อนเจอพี่เจอน้องแบบนี้ ถ้าผมเป็นแฟนพี่ผมน้อยใจแย่ที่ตัวเองไม่มีความสำคัญอะไรเลย

“เฮ้ย เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องโทรไปเสี้ยมเอ๊ยโทรไปคุยกับพี่ฟ้าก่อน ไม่ได้คุยกันตั้งสามวันคิดถึงชะมัดวันนี้คงมีเรื่องให้คุยกันออกรสอีกละ ฮ่า ๆ ๆ มึงพาลุงกูเข้าไปก่อนเลยชินเดี๋ยวกูตามไป อ้อ เอาโทรศัพท์มึงมา” หลังจากมันร่ายคำพูดเชิงยุแยงเสียยาวเหยียดจบ มือขวามันก็กระดิกเรียกเอาโทรศัพท์ของไอ้ชินยิก ๆ เห็นแล้วอยากโบกกะโหลกให้หน้าทิ่มชะมัด  

“เข้าไปกันเถอะพี่เดี๋ยวผมหาโต๊ะให้ โออย่าพล่ามนานล่ะมันดึกแล้วเดี๋ยวพี่ฟ้ากัดหัวมึงเอาหรอก” ถึงจะโดนเจ้าของโทรศัพท์ท้วงติงมาอย่างนั้นแต่คิดเหรอว่าหลานรหัสบ้าบอคนนี้ของผมมันจะเชื่อฟัง ก่อนที่มันจะสร้างความอึดอัดใจให้แนนมากไปกว่านี้ ผมถึงต้องรีบสอดมือไปรั้งเอวแนนให้เดินเข้าไปข้างในด้วยกัน โดยกระซิบพึมพำบอกกับแนนว่าอย่าถือสาคนบ้า จนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากแนนนั่นแหละผมถึงได้ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ชินนั่งด้วยกันไหมแนนเขานัดเพื่อนมาด้วยน่ะ”

“ตามสบายกันเลยพี่ขืนผมไปนั่งด้วยเดี๋ยวไอ้โอก่อเรื่องอีก มีอะไรเรียกเด็กได้เลยนะพี่เวย์ผมขอตัวไปคุยกับไอ้โปรดที่ห้องทำงานมันก่อน” โซนที่ไอ้ชินพาไปนั่งก็คือโซนโซฟาที่ดูเป็นส่วนตัวมากกว่าโซนด้านหน้าเวที คล้อยหลังรุ่นน้องไปไม่นานแนนก็ขยับมานั่งเบียดซบหน้าลงกับไหล่ผม มือไม้สาละวนอยู่กับการจิ้มโทรศัพท์คงจะบอกพิกัดให้เพื่อนเขานั่นแหละ

“เพื่อนแนนกำลังเข้ามาค่ะเวย์ เอ๊ะนั่นไง” นั่งดื่มได้แค่สองแก้วผู้หญิงในชุดเสื้อผ้ารัดติ้วสองคนก็เดินหน้ายิ้มมานั่งกับเรา ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจกับการได้พบเพื่อนของแนนนะ แต่ผมไม่ได้สนิทอะไรมากมายถึงขึ้นที่ต้องคุยจ้อนี่นา เสียงทั้งสามคนที่สนทนาพูดคุยกันถึงฟังดูน่าเบื่อยังไงไม่รู้

“เคยเห็นแต่รูปไม่คิดว่าตัวจริงแฟนของแนนจะดูดีขนาดนี้นะเนี่ย อิจฉาจังคบกันแยกกันแล้วกลับมาคบกันอีกเหรอ ชีวิตเหมือนนิยายจังเลย”

คิก ๆ ๆ นิยายน้ำเน่าด้วยสิท่า เอ่อนี่เวย์สมมุติว่าถ้าเราเลิกกันอีกรอบเวย์ว่าเราจะกลับมาคบกันอีกได้ไหม” คำถามของแนนผ่านหูผมไปเพราะตัวเองดันไปคิดถึงคำตอบที่ผมเคยให้ไว้กับน้าอ้อมเมื่อวันก่อน พอคิดถึงเรื่องที่คุยกับน้าอ้อมใบหน้าของคนที่ผมไม่เจอมานานนับปีก็วนกลับมาให้นึกถึงจนได้ 

“ผมเคยคิดว่าคนเราเมื่อได้ก้าวเดินไปข้างหน้าแล้วก็ไม่ควรถอยหลังกลับมาอีก แต่ตอนนั้นเป็นแค่อารมณ์เด็ก ๆ ผมไม่นับละกันนับปัจจุบันนี้เป็นครั้งที่หนึ่งดีกว่า ผมยินดีกับสิ่งที่เราสองคนเป็นอยู่ในตอนนี้ครับ แนนดื่มกับเพื่อนไปก่อนนะผมขอออกไปสูบบุหรี่แป๊บ” คำตอบของผมคงเป็นที่ถูกใจพอสมควรคนถามถึงได้ยิ้มกว้างพยักหน้าถี่รัว เพื่อนทั้งสองของแนนก็เอาแต่ออกปากแซวไม่หยุด แต่พอเดินออกมาจากที่ตรงนั้นได้ความอึดอัดใจบางอย่างกลับเบาบางลงทันที

แปะ! หมับ! “น้องรันเวย์ใช่ไหมเนี่ย” ขวับ! กำลังจะเลี้ยวไปทางห้องน้ำแล้วเชียวแต่แขนผมดันถูกสะกิดและคว้าหมับ เสียงเรียกชื่อของผู้หญิงที่กอดแขนผมอยู่ทำให้ต้องรีบหันไปก้มหน้าดู พอเห็นใบหน้าคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอหัวใจผมมันก็คันยุบยิบขึ้นมาทันที 

“พี่จิน? มาเที่ยวเหรอครับ”

“ก็ต้องมาเที่ยวสินี่คลับนะคะน้องรันเวย์ไม่ใช่สถานที่ปฏิบัติธรรมสักหน่อย ว่าแต่มาให้ครูดูหน้าชัด ๆ หน่อยซิไม่ได้เจอกันตั้งหลายปีหล่อขึ้นเป็นกองนะเราตัวสูงชะลูดเชียว ได้ยินว่ารับปริญญาปีที่แล้วเหรอ ขอโทษด้วยนะที่ครูไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีด้วยน่ะแต่ครูของน้องรันเวย์เขาก็ไปนี่นา” ผู้หญิงรูปร่างเพรียวลมภายใต้กางเกงยีนตัวฟิตเสื้อกล้ามสีดำผละออกจากการกอดแขนผมแล้วไปยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าแทน หนึ่งในประโยคบอกเล่าของเธอทำให้ใจผมกระตุกขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

“ขอบคุณครับ พี่จินสบายดีไหมตอนนี้ทำอะไรอยู่ล่ะ”

“พี่สบายดีตามอัตภาพเร่งรีบของชีวิตคนกรุงแหละ แต่ถ้าจะให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายใจก็คงเป็นครูของน้องรันเวย์นู่นแน่ะ รายนั้นใช้ชีวิตดี๊ดีอยู่ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาไม่ต้องเร่งรีบหน้าดำคร่ำเครียดเหมือนเรา ๆ แถมตอนนี้ยังมีคนดี ๆ คอยดูแลอีก หึหึ ที่เขาว่ากันว่าเวรกรรมมักจะชักนำให้เราเจอกับคนไม่ใช่ก่อนแล้วก็จากกันไป เพื่อให้ผลบุญนำพาเนื้อคู่มาเจอเราคงจะเป็นเรื่องจริงแล้วสิ”

หมับ! “ไหนว่าจะไปสูบบุหรี่ไม่ใช่เหรอเวย์แล้วคุยกับใครอยู่ล่ะ” เพราะในหัวคิดคล้อยตามบางคำของพี่จินเป็นสาเหตุให้ผมไม่รู้ตัวว่าแนนเดินมาตอนไหน จะรู้สึกอีกทีก็ตอนที่แขนของแนนสอดรอบแขนของผมเอาไว้ แม้แนนจะเอ่ยปากไถ่ถามกับผมแต่กลับหันไปเผชิญหน้ากับพี่จินราวกับจะเอาคำตอบนี้จากคนแปลกหน้าให้ได้ 

“นี่พี่จินน่ะเป็นพี่ที่รู้จักกันพี่จินครับนี่แนนแฟนผมเอง” คงเป็นเพราะคำว่าแฟนทำให้มือของแนนที่กอดผมแน่นผ่อนคลายลงไป

“สวัสดีจ้ะแฟนน้องรันเวย์พี่เคยเป็นติวเตอร์ให้น้องน้ำตอนสอบเข้ามหาลัยค่ะ แต่ไม่ได้ติวให้น้องเวย์นะเพราะรายนี้เขามีแสงไฟเป็นติวเตอร์ส่วนตัว น้องแนนคบกับน้องเวย์นานรึยังคะเนี่ย”

“นานพอสมควรค่ะแต่แสงไฟที่ว่านี่ใช่ครูไฟที่มาพักกับเรารึเปล่าคะเวย์ คุ้น ๆ ว่าครูไฟเคยบอกแบบนี้เหมือนกันนะ” สองปีแล้วสินะที่มันหายไปราวกับว่ามันไม่เคยเอาตัวเองเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตผม และเป็นช่วงเวลาสองปีที่ผมพยายามจะไม่คิดถึงสายตาสิ้นหวัง รอยยิ้มหม่นหมองไหล่ลู่ลงคล้ายว่าตัวเจ้าของพร้อมจะล้มลงได้ทุกเวลา

“ถ้าเป็นครูไฟที่ยิ้มเศร้า ๆ ก็คนเดียวกันแหละค่ะน้อง ชีวิตเพื่อนพี่มันเศร้าค่ะถูกกีดกันเรื่องความรักเวลามันยิ้มรอยยิ้มถึงเหมือนคนร้องไห้มากกว่า” หัวใจที่ย้ำตัวเองทุกนาทีว่าอย่าไปให้ความสนใจกับเรื่องของไอ้ร่านคนนั้นเลย แต่บางคำพูดของพี่จินกลับทำให้หัวใจผมวูบไหวและคล้ายอยากจะตั้งคำถามขึ้นมาแปลก ๆ

“อิจินไหนบอกว่าจะมาฉี่ไงแล้วทำไมถึงมายืนอ่อยผู้ชายตรงนี้ได้นังแรด แหม ดูแค่ข้างหลังก็รู้ว่าต้องแซ่บถึงไส้ติ่งแน่ส่วนชะนีกูไม่สน หมับ! อู้ฮูกล้ามแขนแน่นเปรี๊ยะเลยนะจ๊ะ” ก่อนจะมีใครพูดอะไรต่อ เสียงห้าวของผู้ชายคนหนึ่งที่พยายามบีบเสียงตัวเองให้แหลมเล็กก็ดังแทรกมากับเสียงจอแจของผู้คนและเสียงเพลง จากนั้นแขนข้างซ้ายของผมถูกผู้ชายแปลกหน้าตัวสูงใหญ่คว้าไปกอดโดยไม่ทันได้ตั้งตัว 

“อิกี้มึงเงยหน้ามาดูคนที่มึงกอดซะแนบแน่นหน่อยสิยะว่าคุ้นหน้าไหม หึหึ”

“ว้ายอิจินอิคนปากไพร่กูชื่อกีกี้ย่ะหัดเรียกชื่อให้มันถูกบ้าง แล้วทำไมกูต้องคุ้นหน้าพ่อหุ่นแซ่บด้วยหรือผัวเก่ามึงไหนดูซิ เอ๋..หน้าคุ้น ๆ จริงด้วย นี่ตัวเองเคยเป็นผัวอิไพร่จินหรือเค้าเคยนอนหนุนแขนตัวเองมาก่อนรึเปล่าเนี่ย ทำไมเค้าถึงรู้สึกว่าคุ้นหน้าตัวเองแบบนี้น้า” พอคนตัวใหญ่แถมกล้ามยังดันเสื้อยืดสีขาวบางจนเห็นเป็นมัด ๆ ไหนจะเคราครึ้มนี่อีก มันคือใบหน้าของคนที่ผมไม่มีวันลืมว่ามันเป็นใคร ไม่เคยลืมจนถึงทุกวันนี้

“อุ๊ยว้ายอิจินช่วยกูด้วยกูนึกออกแล้วว่าใครผัวเด็กจอมโหดของอิไฟนี่เอง น้องขาอย่าเตะพี่เลยนะคะพี่เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กบอบบางทั้งร่างกายและหัวใจอย่างนี้ถ้าน้องเตะพี่นี่น้องเป็นหมาเลยนะ นี่ค่ะเตะอิจินได้เลยค่ะมันถึกกว่าพี่เยอะเลยค่ะ” แต่แล้วพอได้สบตากันไอ้ผู้ชายคนนั้นก็กระโดดไปยืนแอบอยู่หลังพี่จิน ทั้งคำพูดทั้งน้ำเสียงทั้งกิริยาของมันทำให้ความข้องใจอะไรบางอย่างโจมตีผมอย่างจังเช่นกัน

“อ้อนึกว่าใครที่แท้ก็ผัวก้ามปูของไอ้ไฟนี่เอง แล้วทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนสภาพได้ล่ะหรือว่าไอ้ไฟเอาไม่มัน หึหึ ไอ้ไฟนี้บาปหนานะทำให้คนเคยเป็นผัวเบื่อเนื้อตัวกับรูเน่า ๆ ของมันจนเปลี่ยนมาเป็นคนอยากมีผัวแบบนี้น่ะ” ทันทีที่พูดจบคนมีอาการฟึดฟัดอย่างชัดเจนก็คือพี่จินอดีตติวเตอร์ของไอ้น้ำ พี่เขาเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่โดนมือหนาของไอ้ก้ามปูตะครุบปิดไว้เสียก่อน

“พี่สองคนขอตัวก่อนนะคะอิจินมันต้องกลับก่อนเคอร์ฟิวค่ะ อ้อพี่ขอพูดอะไรหน่อยนะ อย่าคิดว่าตัวเองฉลาดเพราะตัดสินคนอื่นในเรื่องที่ตาเห็นเส้นผมยังบังภูเขาทั้งลูกได้เลย ระวังไว้หน่อยก็ดีวันหน้าคนช้ำใจที่สุดอาจจะเป็นตัวเองก็ได้ คนเราเคยทำผิดเคยเลือกผิดและชีวิตจะหาทางให้เรามีโอกาสได้แก้ตัว แต่นั่นไม่ใช่กับทุกคนเพราะสำหรับบางคนแล้วในวันที่อยากแก้ตัวเขาก็อาจจะไม่ได้รับโอกาสนั้นอีกเลยก็ได้ค่ะ!” แม้น้ำเสียงจะยังถูกบีบจนแหลมเล็กเหมือนเดิม แต่แววตาตอนที่เอ่ยปากขึ้นมาของผู้ชายคนนั้นมันทำให้ใจผมแกว่งแปลก ๆ

ถึงคนทั้งคู่จะเดินลับหายไปกับฝูงชนแล้ว แต่ความแกว่งไกวของใจก็ยังไม่หยุดจนผมรู้สึกหงุดหงิดไปหมดเลยต้องออกปากชวนแนนกลับ แนนเองก็ไม่เอ่ยปากคัดค้านอะไรทั้งนั้นเราทั้งสองคนต่างจมอยู่กับความเงียบงันจนถึงห้อง ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาแต่ผมก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันมีบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไปในใจของแนน

“ครูไฟกับเวย์เคยคบกันมาก่อนเหรอ จะว่าไปตอนครูไฟมาค้างที่นี่แนนก็สงสัยพฤติกรรมเวย์แล้วล่ะว่าต้องไม่ใช่แค่ลูกศิษย์กับอาจารย์ธรรมดาแน่ เพราะเวย์ที่ไม่ชอบแสดงออกเวย์ที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์ของเราเท่าไหร่ แต่เวย์ในตอนนั้นกลับแสดงออกชัดเจนเกินไปว่าแคร์แนนแม้กระทั่งเรื่องเซ็ก นี่อย่าบอกนะว่าเวย์ตั้งใจมีอะไรกับแนนเพื่อประชดแฟนน่ะ”

“ผมว่าแนนตกคำว่าเก่านะเพราะปัจจุบันแนนเป็นคนที่ผมคบด้วยต่างหาก มันผ่านมานานแล้วและผมก็ไม่คิดกลับไปรื้อฟื้นอะไรอีก แนนเลิกคิดมากเถอะผมเองก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้มานานหลายปีแล้วเหมือนกัน” ถึงปากจะเจรจากับแนนแต่มือขวากลับคว้ามือแนนให้เดินตามเข้าไปในห้องนอน เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนถูกปลดออกให้พ้นตัวก่อนจะเข้าไปนัวเนียกับหญิงสาวที่คบหากันมานานนับปี

“ชีวิตเพื่อนพี่มันเศร้าค่ะถูกกีดกันเรื่องความรัก เวลามันยิ้มรอยยิ้มถึงเหมือนคนร้องไห้มากกว่า”  

แต่แล้วบางถ้อยคำของคนที่เพิ่งได้เจอกันเมื่อกี้กลับวนเข้ามาให้ผมหยุดชะงักจนได้ ให้ตายสิทำไมผมถึงสลัดคำพูดกำกวมของพี่จินออกจากหัวไม่ได้สักทีวะ!  

“เป็นอะไรรึเปล่าเวย์หรือกำลังคิดถึงใครอยู่ ใครที่อยู่ในใจเวย์มาตลอดเวลา” 

“เฮ้อ! อย่าบอกนะว่าแนนจะชวนผมทะเลาะเพราะเรื่องไอ้ร่านนั่นน่ะ แม่งเอ๊ยมันเป็นตัวกาลกิณีจริง ๆ นี่ขนาดแค่ชื่อของมันยังทำให้เราทะเลาะกันได้เลย ทำไมเราต้องมาทะเลาะกันเพราะคนไม่สำคัญด้วยล่ะแนน” ในความหมายที่แฟนสาวพูดออกมาทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดจนต้องผละออกจากแนน แล้วตั้งใจจะหันไปอาบน้ำดีกว่ามาทะเลาะกันเพราะเรื่องของคนไม่สำคัญคนหนึ่ง  

หมับ! “เดี๋ยวสิเวย์จะหงุดหงิดทำไมเนี่ยยิ่งเวย์หงุดหงิดแนนยิ่งคิดว่าอะไรที่มันเคยมีอยู่มันก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เหมือนเศษกระดาษที่เวย์เก็บไว้ในกระเป๋าตังค์ตัวเองเป็นอย่างดีไงล่ะ” ไม่เพียงแค่พูดแต่แนนยังเดินไปคว้ากระเป๋าตังค์ที่กองอยู่กับกางเกงยีนของผมมาเปิดและควักกระดาษใบหนึ่งออกมา  

เศษกระดาษที่ผมเคยขยำทิ้งลงถังขยะ แต่เช้าของวันถัดมาผมกลับไปค้นถังขยะเพื่อเก็บเศษกระดาษใบนี้มาใส่กระเป๋าตังค์ติดตัวมานานนับสองปี มันเป็นระยะเวลาพอ ๆ กับที่คนเขียนได้หายไปจากห้องของผมในเช้าวันหนึ่ง

“ขอบใจน้องเวย์กับน้องแนนมากนะครับ ประโยคนี้มันมีความหมายมากเหรอเวย์ถึงเก็บไว้เป็นอย่างดีขนาดนี้น่ะ แนนอยู่กับผู้ชายที่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายได้นะเรื่องนี้แนนไม่ซีเรียสอยู่แล้ว แต่แนนอยู่กับผู้ชายที่มีผู้ชายอีกคนในหัวใจไม่ได้มันน่าสมเพชตัวเอง หึ ครูแสงไฟคงเป็นคนเดียวกับคนที่แนนเคยคุยโทรศัพท์ด้วย เป็นคนที่เวย์เคยบอกว่ามีผู้ชายโรคจิตโทรมาตื๊อเวย์ล่ะสินะ”

หมับ! “ถึงยังไงแนนก็ไม่ควรละลาบละล้วงเรื่องของผมจนถึงขั้นค้นกระเป๋าตังค์ไม่ใช่เหรอ ผมคิดว่าเราโตพอที่จะไม่ก้าวก่ายในเขตพื้นที่ของกัน แต่ไม่คิดว่าแนนจะไม่เคารพในพื้นที่ของผมเหมือนที่ผมเคารพพื้นที่ของแนน” พอเห็นแนนตั้งท่าจะฉีกกระดาษแผ่นนั้นผมก็รีบกระชากมาจากมือของเธอโดยอัตโนมัติ  

ความรู้สึกตอนนี้มีแต่ความคิดว่าถ้าแผ่นสีขาวยับยู่ยี่แผ่นนี้ถูกทำลายจนไม่มีชิ้นดี ผมก็คงไม่มีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นของใครบางคนเหลือไว้ให้ได้จดจำและให้ได้คิดถึงอีกแล้ว แต่คิดถึงเหรอ? ...

“ดูท่าทางของเวย์แล้วแนนคิดว่าเราคงต้องใช้เวลาทบทวนเรื่องของเราให้รอบคอบ ก่อนที่เราจะหอบหิ้วกันไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแล้วล่ะ คืนนี้แนนจะไปนอนห้องเพื่อนไว้เราค่อยคุยกันทีหลังนะเวย์” ภาพที่แนนเดินไปห้องแต่งตัวเพื่อเก็บเสื้อผ้าและเดินกลับมาเก็บข้าวของบางชิ้นใส่กระเป๋า ไม่ได้ทำให้ผมนึกอยากเหนี่ยวรั้งหรือทักท้วงไว้เลย

แต่ตรงกันข้ามผมกลับถือกระดาษแผ่นนั้นเดินเข้าไปในห้องน้ำรอยหมึกเปื้อนจาง ๆ จากน้ำตาคนเขียน รอยยับยู่ยี่จากฝีมือของผมมันมีความหมายมากกว่าจะเป็นแค่เศษกระดาษใบหนึ่ง แต่ผมจะไม่พยายามค้นหาความหมายของมันว่าพิเศษมากมายเพียงใด เพราะนี่คือหนทางที่ผมได้เลือกเอาไว้ด้วยตัวของผมเอง

 

“สวัสดีครับน้าอ้อม”

“สวัสดีจ้ะเวย์ เอ..พักนี้มีเวลามากินข้าวกับน้าบ่อยจังเลยนะ หรือกำลังจะชดเชยให้ล่วงหน้ากับเวลาที่เวย์ต้องไปอยู่ที่อื่นที่ไกลรึเปล่า อีกไม่ถึงสามเดือนแล้วใช่ไหมเรื่องมหาลัยกับที่พักทางนู้นมีอะไรติดขัดรึเปล่า”

 “เรียบร้อยทุกอย่างครับแต่น้าอ้อมเบื่อหน้าผมรึเปล่าเนี่ย อ้อนี่ครับของขวัญวันคริสต์มาสจากเวย์กับน้อง” เย็นวันที่ 25 ธันวาคมผมก็มาปรากฏกายที่บ้านน้าอ้อมอีกครั้ง กล่องสีขาวเล็ก ๆ ถูกยื่นให้ผู้หญิงที่เป็นคนรักของพ่อ เธอรับไปเปิดดูจากนั้นใบหน้าสวยงามจึงมีแต่รอยยิ้ม สร้อยคอทองคำขาวมีจี้มุกสีขาวถูกยื่นมาให้ผมจัดการสวมใส่ให้เธอ

“เรียบร้อยครับ น้าอ้อมใส่แล้วสวยเหมือนอย่างที่ฟ้าว่าจริง ๆ”

จุ๊บ ขอบใจมากจ้ะลูกชาย นี่คนพี่หรือคนน้องเลือกกันเนี่ยตาแหลมจริง ๆ” 

“น้องเป็นคนเลือกครับ” ผมได้แต่เดินตามการจับจูงของผู้หญิงที่เปรียบเสมือนแม่อีกคน เราสองคนพากันไปนั่งใกล้เก้าอี้นอนของพ่อที่ศาลาในสวนหลังบ้าน นั่นทำให้ผมยิ่งคิดถึงพ่อมากขึ้นไปอีก

“ผมอาจจะไปเรียนต่อคนเดียวนะน้าอ้อม” ตั้งแต่ที่แนนออกจากห้องไปวันนั้น หลายวันผ่านมาเรายังไม่เคยติดต่อกันสักครั้งและไม่รู้เพราะอะไรผมถึงรู้สึกยินดีที่มันเป็นอย่างนี้ ความยินดีมันมีมากพอที่ผมจะนำกระดาษยับยู่ยี่ในกระเป๋าตังค์ไปถ่ายเอกสารแล้วใส่กรอบรูปตั้งไว้ข้างเตียง มิหนำซ้ำชื่อของแนนถูกผมใช้หมึกสีขาวปาดทับไปจนในกระดาษแผ่นนั้นเหลือแค่ชื่อผมเพียงคนเดียว

“ทำไมล่ะทะเลาะอะไรกันมารึเปล่า”

“ไม่เชิงทะเลาะหรอกครับแต่ผมคิดว่าบางทีผมกับแนนอาจจะอยู่ในความสัมพันธ์ของการเป็นเพื่อนน่าจะเวิร์คกว่าเป็นคนรัก น้าอ้อมมองแบบนี้คงกำลังต่อว่าว่าผมเห็นแก่ตัวใช่ไหม”

“ใช่น้ากำลังคิดอย่างนั้นอยู่จริง ๆ คบกันตั้งนานทำไมเวย์ถึงเพิ่งมารู้สึกว่าเวย์กับแฟนควรเป็นเพื่อนกันมากกว่าเป็นแฟนเอาตอนนี้ล่ะ แบบนี้ผู้หญิงเขาเสียเวลาเปล่า ๆ นะ หรือมีอะไรที่ทำให้เวย์คิดแบบนี้แฟนเวย์เขาว่ายังไงคิดเห็นตรงกันหรือยัง” กิริยาผ่อนคลายของน้าอ้อมแปรเปลี่ยนเป็นขยับนั่งตัวตรงสายตามองผมอย่างจริงจัง แม้จะไม่คาดคั้นแต่แบบนี้ผมรู้สึกกดดันมากกว่ากันเยอะ

“จู่ ๆ ผมก็คิดถึงคนที่ไม่สมควรคิดถึง คิดถึงคนที่ทำร้ายผมอย่างเลือดเย็น คิดถึงคนที่ฆ่าผมทั้งเป็นโดยไม่หันมาเหลียวแลคนข้างหลังอย่างผมเลย ไม่คิดสักนิดว่าเมื่อถูกเขาหักหลังชีวิตที่เหลืออยู่ของผมมันจะจมดิ่งไปแค่ไหน มันน่าสมเพชตัวเองนะที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปอย่างคนไม่มีศรัทธาในเรื่องของความรัก หึหึ ผมรู้ว่ากำลังทำตัวโง่ ๆ อยู่แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะหาทางออกอย่างคนฉลาดได้ยังไงแล้วครับ”

“เวย์ก็อย่าปิดแสงสว่างในตัวเองสิเพราะถ้าเวย์ปิดแสงไฟในใจเวย์ก็จะมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดมิด และทุกก้าวที่มีแต่ความมืดมิดแบบนั้นเวย์จะอยู่กับมันได้นานแค่ไหน เวย์อาจเดินเหยียบเศษแก้วเศษหินหรือเดินชนกำแพงไปเรื่อย สุดท้ายแล้วเวย์ก็จะหาทางออกไม่ได้อยู่ดี น้องเวย์ห้ามร้องไห้นะเพราะน้องเวย์ที่น้ารู้จักคือคนที่มีสายตามุ่งมั่น แววตาเต็มไปด้วยความต้องการอยากปกป้องน้องชาย

“เวย์ที่อดทนเฝ้าดูความเจ็บปวดของพ่อตามลำพังและจัดการทุกเรื่องทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาตลอด รู้ไหมว่าเวย์เป็นคนที่รับบทหนักที่สุดเลยนะลูก หนักจนบางครั้งน้ากลัวว่าเวย์จะเดินต่อไปไม่ไหว หนักเพราะเรื่องของคนที่เวย์รักแล้วยังต้องมาทุกข์หนักเพราะคนที่รักเวย์อีก” ไม่ใช่แค่คำพูดของน้าอ้อมที่ทำให้ผมรู้สึกวูบไหว แต่เป็นเพราะสายตาของน้าอ้อมที่มองมามันคือสายตาของความละอายใจ ความรู้สึกผิดความหนักใจในเรื่องบางเรื่องที่ผมไม่เคยได้รับการบอกเล่า และในบางเรื่องราวนั้นผมมั่นใจว่าตัวเองสมควรได้รับรู้มัน เพราะคำว่ากีดกันของพี่จินยังไม่หายไปจากความคิดผมเลย

“ผมควรได้รับรู้เรื่องอะไรบ้างไหมครับ เรื่องที่เกี่ยวกับคนในอดีตของผมเรื่องที่เกี่ยวกับการกีดกัน” แค่คำว่ากีดกันถูกเอ่ยถึงใบหน้าอ่อนโยนก็สลดลงทันควัน

ไม่มีคำตอบอะไรจากน้าอ้อมและก็ไม่มีคำถามอะไรจากผมเช่นกัน เวลาผ่านไปจนพลบค่ำเราสองคนต่างนั่งอยู่ในความเงียบงัน แต่เป็นความเงียบงันที่ใจผมกลัวมากที่สุดกลัวว่าต้องรับรู้เรื่องราวบางอย่าง เรื่องของพ่อไอ้น้ำแวบเข้ามาบั่นทอนให้ใจยิ่งกลัวความจริงเข้าไปใหญ่ ภาพรอยยิ้มอ่อนโยนของพ่อผุดเข้ามาเป็นเหตุผลให้ผมควรเผชิญหน้ากับความจริงสักที

“พ่อเคยเจอไฟไหมครับ”

“เข้าไปข้างในกันเถอะน้ามีอะไรจะให้ดู” สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้คือการเดินตามน้าอ้อมเข้าไปในบ้าน ห้องทำงานคือจุดหมายของเรา แฟลชไดรฟ์ในตู้หนังสือคือสิ่งที่น้าอ้อมถือมาเสียบเข้ากับโน้ตบุ๊กตัวบาง แม้สองขาจะรู้สึกหนักมากนักหนาแต่ผมก็ต้องลากสองเท้าก้าวไปยืนอยู่หน้าจอสว่างไสว ยืนหยัดด้วยหัวใจที่แหลกละเอียดจนเกิดคำถามขึ้นมาว่าหัวใจดวงนี้ของผมมันจะยังสูบฉีดเลือดได้อีกหรือเปล่า เพราะภาพเคลื่อนไหวในจอนั้นคือเรื่องราวที่ผมไม่เคยได้รับรู้อะไรถึงมันเลย ไม่เคยรับรู้แม้แต่สักนิดเดียว

 

***คนเราเคยทำผิดเคยเลือกผิดและชีวิตจะหาทางให้โอกาสเราได้แก้ตัวแต่นั่นไม่ใช่กับทุกคน 

มาแล้วฟางมาช้าคอมเจ๊งอะเพิ่งไปเอามาจากร้านเมื่อกี้เอง ตอนหน้าถ้าครบ30จะพาไปอ่านน้ำตาของรันเวย์นะคะ เอาจริง ๆ อันนี้ความคิดฟางเองนะฟางค่อนข้างชอบตัวละครรันเวย์ไม่น้อยไปกว่าคุณโปรด ชอบความรักแรงเกลียดแรงและเวลาแค้นก็พร้อมจะเมินต่อทุกเหตุผล เวย์กับน้องฟ้าไม่ต่างกันในแง่ของคนที่ถูกกระทำก่อน อันนี้ฟางไม่นับถึงเหตุผลว่าทำไมถึงถูกกระทำนะใครเป็นต้นตอนะคะ แต่ถ้าพลิกให้รันเวย์เป็นนายเอกเชื่อว่าแม่ ๆ จะยังให้น้องใจแข็งหรือให้พี่เวย์มีชีวิตใหม่กับคนใหม่แน่ ๆ ทำไมฟางลำเอียงงี้อะเข้าข้างพี่เวย์ชัด ๆ เลยทั้งที่ฟางก็เขียนพี่เวย์ให้แรงเอง ฟางขอโทษษษ 

ถ้า30ยังแจ๋วฟางจะมาวันพฤหัสนะคะ วันศุกร์ที่25ฟางมีนัดกับคุณหมอ2คุณหมอ มีตรวจเลือดไทรอยด์กับนัดคุยกับจิตแพทย์เน้อ เรากำลังจะเดินทางถึงตอนจบไปทุกทีแล้วอีก2ตอนจะจบใจหายเหมือนกันนะเพราะชอบในเรื่องราวของเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่าชุดบ้านหมอของกลุ่มพี่หมอตุลย์ไม่มีมาม่าครอบครัวกีดกันเลยนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่มีม่าแนวนี้ซึ่งฟางคิดว่าทุก ๆ หนทางของความรักมันจะมีอุปสรรคหลายอย่างจากหลายคนหลายเรื่องมาเป็นเหตุผลให้เลิกราเพราะฉะนั้นเมื่อพบอุปสรรคจงอย่ายอมแพ้หรือสิ้นหวังนะคะ  

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกการมีส่วนร่วมนะคะ แล้วเจอกันใหม่เน้อจ้าว 

ความคิดเห็น