Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 34

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 34

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 607

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2563 19:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 34
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 34 

  

วันนี้เป็นวันอาทิตย์และผมก็มีนัดกับไอ้ลูกหินที่ห้างโดยมีปาแป้งพ่วงมาด้วย ผมไม่ได้ว่าอะไรที่น้องจะมาด้วยเพราะก็รู้อยู่แล้วว่าต่อให้ผมบอกว่าไม่ปาแป้งก็ต้องมาอยู่ดีเพราะสองคนนี้เป็นแฟนกันยังไงมันก็ต้องหาทางเจอกันอยู่แล้วและผมก็คิดว่ามาเจอตอนที่ผมอยู่ด้วยนี่แหละดีที่สุดถึงแม้ว่าผมเพิ่งจะนึกมาหวงน้องสาวเอาตอนนี้ก็เถอะ 

“พี่ฝุ่นอ่ะ ให้พี่หินมารับก็จบแล้วดูสิเนี่ยรถเมล์คนอย่างแน่น” น้องสาวผมบ่นออกมาหลังจากที่เรานั่งกันอยู่ที่ป้ายรถเมล์ดูรถเมล์คันแล้วคันเล่าผ่านหน้าไป 

คือคันที่คนเยอะจริงๆ ผมก็ไม่อยากพาน้องขึ้นเพราะคนมันเบียดกลัวน้องโดนลวนลามและในที่สุดผมก็ตัดสินใจเดินออกไปยืนรอโบกรถแท็กซี่แล้วผมกับน้องก็มาถึงห้างในเวลาที่อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลานัดแล้ว 

และเมื่อเดินมาถึงสถานที่ที่ไอ้ลูกหินนัดไว้ผมก็เห็นมันนั่งอยู่กับพี่ดินผมถึงกับต้องกัดปากตัวเองเพราะว่านี่เท่ากับว่าผมจะไม่ได้คุยไม่ได้ถามเรื่องที่ผมต้องการจะรู้จากปากของไอ้ลูกหิน 

“อ้าว พี่ดินมาด้วยเหรอพี่ฝุ่น” ปาแป้งหันมาถามผมที่ตอนนี้ยืนนิ่งเป็นหินอยู่กับที่ สองคนที่อยู่ในร้านมองไม่เห็นผมกับปาแป้งเพราะผมกับน้องยืนตรงมุมอับสายตาของสองคนนั้นพอดี 

“…” 

“พี่ฝุ่น!” ปาแป้งสะกิดเรียกผมผมเลยก้มลงมองหน้าน้องแล้วยิ้มให้น้องเล็กน้อย 

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” ผมบอกพร้อมกับเดินนำเข้าไปข้างใน 

วันนี้เรานัดกันที่ร้านขนมหวานเพราะปาแป้งบอกจะมาด้วยจากปกติผมกับไอ้ลูกหินจะนัดกันที่ร้านกาแฟ 

“ฝุ่น” พี่ดินเรียกชื่อผมทันทีที่หันมาเห็น ผมเลยส่งยิ้มไปให้พี่เขาแล้วเดินเข้าไปหา  

เอ่อ ก็ไม่ใช่ว่าผมอยากจะเดินเข้าไปหาพี่ดินหรอกนะครับแต่พอดีว่าคนที่ผมนัดไว้มันเสือกนั่งส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้น้องสาวผมอยู่โต๊ะเดียวกันกับพี่ดินพอดี 

“สวัสดีค่ะพี่ดิน” ปาแป้งยกมือไหว้คนโตกว่าก่อนจะหันไปยิ้มให้กับคนรักของตัวเองแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆ ไอ้ลูกหินส่วนผมก็คงไม่มีทางเลือกเลยเดินไปนั่งลงข้างพี่ดิน 

รู้สึกเหมือนมาเดทกันสี่คนยังไงก็ไม่รู้เนอะ 

แต่ถึงจะรู้สึกอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งที่ผมคิดไปเองแค่ฝ่ายเดียวนั่นแหละ 

“กินอะไรดีครับน้องแป้ง” แล้วไอ้หินก็ถามปาแป้งเสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมกับกางเมนูดูกันสองคนหัวนี่แทบจะติดกันอยู่แล้ว 

“ห่างๆ กันหน่อยก็ได้มั้ง” ผมบอกเสียงนิ่งพร้อมกับมองไอ้ลูกหินด้วยสายตากดดันให้มันขยับออกห่างจากน้องสาวผม  

ถึงมันจะเป็นเพื่อนผม ถึงมันจะนิสัยดีกว่าพี่ดินมากแค่ไหน ผมก็ยังไม่โอเคที่มันจะมาทำตัวแนบชิดกับน้องสาวผมต่อหน้าผมแบบนี้ แต่ถ้ามันจะไปทำแบบนี้กันโดยที่ผมไม่เห็นอันนี้มันก็เป็นอีกเรื่องเพราะผมไม่สามารถไปบีบบังคับความรักของใครได้ 

“อะไร มึงจะมาหวงน้องอะไรตอนนี้” ไอ้ลูกหินมันถามออกมาแล้วขยับออกห่างจากปาแป้งอย่างเซ็งๆ 

“เรื่องของกูมั้ยล่ะ จะหวงตอนไหนมันก็เรื่องของกู นั่นน่ะน้องสาวกูกูมีสิทธิ์หวง” ผมบอกมันเสียงแข็งแล้วก็ไม่ลืมชักสีหน้าไม่พอใจใส่มันด้วยข่มขู่ว่าที่น้องเขยแบบสุดๆ 

“เอ่อ แป้งอยากกินเค้กแครอทค่ะ” ปาแป้งเงยหน้าขึ้นมาจากเมนูบนโต๊ะมองหน้าผมแล้วกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพาเปลี่ยนเรื่องเมื่อผมกับไอ้ลูกหินกำลังฟาดฟันกันด้วยสายตา 

“ครับๆ แล้วน้ำล่ะ” ไอ้ลูกหินมันก็เลิกสนใจผมแล้วหันไปคุยจ๊ะจ๋ากับน้องสาวผมต่อ 

“วันนี้ขอน้ำเปล่าก็แล้วกันค่ะ แป้งไม่อยากกินน้ำหวานแล้วเบื่อ” น้องสาวผมก็ตอบไปยิ้มไป  

นี่แสดงว่าสองคนนี้พากันไปกินอะไรหวานๆ บ่อยสินะ!! 

“แล้วฝุ่นล่ะ กินอะไรดี เค้กมั้ยหรือว่าแซนวิชไก่รมควันดี” พี่ดินเลื่อนเมนูมาตรงหน้าผม ผมเลยเลิกสนใจน้องสาวกับเพื่อนของตัวเองแล้วกวาดตามองรายการบนเมนูตรงหน้าแทน 

“เอาแซนวิชไก่รมควันกับน้ำเปล่าก็ได้ครับ” ผมตอบแต่ไม่ได้มองหน้าพี่ดินหรอกนะ รู้แค่ว่าตอนนี้ใบหน้าของพี่เขาอยู่ใกล้กับผมมากเพราะคงก้มลงมาดูเมนูกับผมนั่นแหละ 

“ได้เลยครับ เดี๋ยวพี่ไปสั่งให้นะ” พี่ดินว่าแล้วลุกขึ้นทันทีผมเองก็มองตามอย่างงงๆ ที่เขายินดีบริการผมขนาดนี้ 

“งั้นเดี๋ยวแป้งไปสั่งบ้างดีกว่า เผื่อพี่ฝุ่นกับพี่หินมีเรื่องต้องคุยกัน” ปาแป้งว่ายิ้มๆ พร้อมกะพริบตาปริบๆ มาให้ก่อนจะลุกออกไปอีกคน 

เมื่อทางสะดวกผมก็เอียงคอเลิกคิ้วเป็นเชิงตั้งคำถามใส่ไอ้ลูกหินที่นั่งยิ้มเกร็งๆ อยู่ตรงข้ามทันที 

“อย่ามองกูแบบนั้นสิฝุ่นเพื่อนรัก” ไอ้ลูกหินว่พร้อมทำตาปริบๆ จนน่าถีบให้หงายหลัง 

“มึงก็รู้ว่ากูมีเรื่องต้องคุยกับมึงแล้วมึงยังพาพี่ดินมาอีกนะ” ผมว่ามันเสียงฉุนบ่งบอกว่าตอนนี้ผมหงุดหงิดมันมากแค่ไหน 

“เออน่า กูขอโทษแต่พี่ดินเขาตื้อไม่เลิก พอรู้ว่ากูนัดกับมึงก็เอาแต่โอดครวญอยากมาด้วย” 

“แล้วมึงไม่บอกกูล่ะ กูจะได้ยกเลิกนัด” 

“ได้ยังไง ขืนกูบอกแบบนั้นพี่ดินก็บีบคอกูตายห่าพอดีสิ” 

“มึงก็รักแต่พี่มึงอ่ะ แล้วกูล่ะกูไม่ใช่เพื่อนมึงเหรอ” ผมว่าออกไปอย่างน้อยใจเพื่อนตัวเอง  

“เฮ้ย อย่าคิดแบบนั้นสิ กูไม่รักมึงแล้วกูจะไปรักใคร” มันว่าแล้วทำหน้าอ้อน 

“น่ารักกูแล้ว?” ผมเลิกคิ้วถาม 

“อือ” มันพยักหน้ารับ 

“เฮ้อ แล้วแบบนี้กูจะได้รู้เรื่องมั้ย” ผมถอนหายใจแล้วว่าออกมาอย่างปลงๆ 

“แล้วมึงอยากรู้อะไร” ไอ้ลูกหินมันถามพร้อมมองหน้าผมอย่างจริงจังและแววตาของมันก็ไม่ได้มีแววล้อเล่นเหมือนที่ผ่านมาอีก 

“เรื่องพี่ดิน” ผมพูดพร้อมกับมองไปด้านหลังของไอ้ลูกหินที่ตอนนี้พี่ดินยืนคุยอะไรก็ไม่รู้กับน้องสาวของผมอยู่ 

“รู้แล้วว่าเรื่องพี่ดิน แต่ว่ามันเรื่องอะไรล่ะที่มึงอยากรู้” มันว่า 

“รู้แล้วว่าเรื่องพี่ดิน แต่ว่ามันเรื่องอะไรล่ะที่มึงอยากรู้” มันว่า 

“ทุกเรื่อง” ผมบอกแล้วจ้องหน้ามันอย่างจริงจัง 

“ถ้าทุกเรื่องสงสัยมึงคงต้องไปถามพี่กูเองแล้วแหละ แต่ถ้าบางเรื่องที่กูรู้กูก็พอจะบอกมึงได้นะ” มันว่ากลับมาแบบนั้นผมเลยต้องถอนหายใจออกมาหนักๆ  

ให้ไปถามพี่ดินเองเนี่ยนะแบบนั้นผมจะนัดมันออกมาให้เสียเวลาทำไม! 

“เท่าที่กูรู้ พี่ดินเขาคงชอบมึงจริงๆ นั่นแหละ” ไอ้ลูกหินเริ่มพูดเมื่อผมทำหน้าเบื่อทำหน้าเซ็งใส่มัน 

“อะไรทำให้มึงคิดแบบนั้น” ผมถามบ้างแม้จะรู้สึกว่าหน้าเริ่มจะร้อนแล้วก็เหอะ 

“ก็ถ้าไม่ชอบพี่กูคงไม่ขัดคำสั่งพ่อแล้วไปสมัครเป็นอาจารย์ฝึกสอนที่มอมึงหรอก” ไอ้ลูกหินเล่าด้วยสีหน้าจริงจัง 

“…” ผมเม้มปากทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เพราะถ้าเป็นแบบนั้นพี่ดินคงไม่ใช่แค่ขัดคำสั่งพ่อของเขาแล้วแหละ อาจจะโดนลงโทษด้วยแน่ๆ  

“อย่าเพิ่งร้องไห้ล่ะกูยังเล่าไม่จบ” ไอ้ลูกหินกระแซะผมต้องใช้เท้าถีบหน้าแข้งมันแต่มันก็หลบทัน 

“รู้มากนะมึงน่ะ” ถีบไม่ได้เลยด่ามันแทน 

“พี่ดินไม่ได้ถูกลงโทษหนักหรอก ก็แค่ตัดเงินเดือนที่จะได้รับเพราะละเลยหน้าที่เท่านั้นแหละ” 

“เท่าไหร่?” ผมถาม 

“อะไรเท่าไหร่” ไอ้ลูกหินถามกลับเพราะไม่เข้าใจคำถามผม 

“ก็เงินเดือนที่โดนตัดไง” 

“ไม่เยอะหรอกแค่เดือนละสามหมื่นแต่ถ้าพี่ดินเข้าไปช่วยทำงานก็อาจจะได้มากกว่านั้น” มันว่าให้ผมได้ทอดถอนใจพี่ดินโดนตัดเงินเดือนสามหมื่นหรืออาจจะมากกว่านั้นก็เพราะผม 

“อืม” ผมรับคำแค่นั้นเมื่อสองคนที่ไปสั่งขนมเดินกลับมาที่โต๊ะ ถึงผมจะยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะถามไอ้ลูกหินแต่ตอนนี้คงไม่สะดวก 

ระหว่างกินขนมเราสี่คนก็คุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อยเปื่อยผมมองดูน้องสาวตัวเองกับไอ้ลูกหินแล้วก็ต้องอมยิ้มเมื่อสองคนนั้นสวีตหวานกันออกนอกหน้าแต่ผมก็ไม่ได้ขัดหรือห้ามอะไรเพราะมันไม่ได้เกินเลยหรือน่าเกลียด 

“แป้งกับลูกหินน่ารักเนอะ” คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมกระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ ทำให้ผมต้องหันขวับไปมองแล้วถลึงตาใส่เขา 

“ไม่ต้องมาใกล้ขนาดนี้ก็ได้นะ” ผมบอกแล้วหันกลับมามองจานอาหารของตัวเองต่อ 

“ทำไมต้องหวงตัวกับพี่ด้วย” พี่ดินว่าออกมาเหมือนน้อยใจที่ผมชอบผลักไสเขา 

“พี่ยังหวงผมกับคนอื่นเลย” ผมหันไปพูดคำนี้กับพี่เขาแล้วก็เลิกคิ้วให้อย่างท้าทาย 

“อย่ามาทำหน้าแบบนี้ใส่พี่นะ” พี่ดินว่าผมเสียงดุแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรเพราะแววตากับปากของเขากำลังยิ้ม 

“พี่จะทำอะไรผม” ผมทำปากขมุบขมิบใส่ 

“ถ้าไม่เกรงใจปาแป้งพี่ทำแน่” 

“อย่ามาทะลึ่งนะ” ผมหันไปว่าดุพี่ดินทันทีที่เขาเอามือมาเขี่ยขาผมเล่น 

“อะไรทะลึ่งๆ นะ?” ไอ้ลูกหินถามเสียงทะเล้นแล้วน้องสาวผมก็มองมาที่ผมกับพี่ดินยิ้มๆ 

นี่ปาแป้งไปเป็นทีมพี่ดินกับไอ้ลูกหินตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย! 

“มึงเงียบปากไปเลย” ผมชี้หน้าด่ามัน 

“แป้งอ่า พี่เขยโหด” มันหันไปอ้อนน้องสาวผมแล้วหันมาขึงตาใส่ผม มันน่าจิ้มให้ตาแตกจริงๆ 

“พี่หินกินดีๆ สิคะ พี่ฝุ่นก็ด้วยเลิกขู่แง่งๆ เป็นหมาน้อยได้แล้ว พี่ดินด้วยค่ะเลิกแกล้งพี่ชายแป้งได้แล้ว ดูสินั่นหน้าแดงลามไปถึงหูแล้วนะคะ” 

“ปาแป้ง!” ผมเรียกน้องสาวเสียงดุก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาของทั้งสามคนที่มองมาที่ผมเป็นตาเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง 

 “เขินเหรอ หืม?” พี่ดินกระซิบถามเบาๆ 

“ผมไม่ได้เขิน” 

“ก็เห็นอยู่ว่าเขินยังจะมาแก้ตัวอีก” ไอ้ลูกหินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นมาให้ผมได้เงยหน้ามองมันด้วยสายตาที่พร้อมจะลุกไปบีบคอมัน  

“พี่หินก็อย่าไปแซวพี่ฝุ่นสิคะ เดี๋ยวเขินมากๆ ก็วงแตกหรอก” ปาแป้งนี่ก็อีกคนแทนที่จะช่วยพี่ตัวเองแต่กลับเห็นดีเห็นงามพากันถล่มผมอยู่นั่น 

“หึ! สองคนฟังให้ดีๆ นะ ต่อไปนี้ห้ามไปไหนมาไหนกันตามลำพัง ห้ามไปรับไปส่งกันโดยไม่ขออนุญาตกู!!” ผมบอกเสียงแข็งจนสองคนนั้นอ้าปากค้าง ไอ้ลูกหินทำหน้าเหมือนคนจะตายส่วนน้องสาวตัวดีของผมเบะปากเหมือนอยากจะร้องไห้ 

เอาซี่ เข้าขากันดีนักไม่ใช่เหรอ ล้อผมกันดีนักมันก็ต้องเจอเผด็จการกันบ้างล่ะ!! 

“ฝะ ฝุ่นอย่าเล่นแบบนี้สิเพื่อนเลิฟ” 

“พี่ฝุ่นอย่าโกรธแป้งเลยนะ” 

“พอ ไม่ต้องพูดแล้ว รีบๆ กินจะได้รีบกลับ” ผมตัดรำคาญก่อนยิ้มเหี้ยม 

“ใจร้าย” พี่ดินพูดออกมาเบาๆ 

“อย่าหาเรื่องใส่ตัวดีกว่านะครับ เพราะกรณีของพี่ผมยังไม่เคลียร์นะ” ผมหันไปพูดกับพี่ดินด้วยสีหน้านิ่งๆ มองหน้าพี่ดินตลอดขณะพูด ใช้สายตาสื่อสารให้เขาได้รับรู้ว่าผมไม่ได้พูดเล่นๆ 

“ขอโทษครับ” พี่ดินว่าแล้วทำท่ารูดซิปปาก 

ผมมองพี่ดินแล้วอมยิ้มเมื่อคิดว่าผมกำลังเป็นต่อ 

ความคิดเห็น