ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สามสิบเอ็ด ยอดฝีมือเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่นี่มันไม่ค่อยมีประโยชน์แฮะ

ชื่อตอน : ตอนที่สามสิบเอ็ด ยอดฝีมือเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่นี่มันไม่ค่อยมีประโยชน์แฮะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2563 17:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สามสิบเอ็ด ยอดฝีมือเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่นี่มันไม่ค่อยมีประโยชน์แฮะ
แบบอักษร

ตอนที่สามสิบเอ็ด ยอดฝีมือเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่นี่มันไม่ค่อยมีประโยชน์แฮะ

ยอดฝีมือเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่คืออะไร?

คือ เมล็ดพันธุ์ที่ดีหรือเด็กที่มีแววดีในการอบรมบ่มนิสัย ค่ายพรรคต่างๆทุ่มเททรัพยากรของพรรคต่างๆให้เด็กพวกนี้แบบที่เรียกว่าไม่จำกัด

เพราะพวกนี้จะเป็นหน้าเป็นตาของพรรคในการประชันขันแข่งกันของรุ่นต่อไป

ว่าหากรุ่นต่อไปมีแววไปรุ่ง

ก็แสดงว่าพรรคหรือค่ายสำนักนั้นมีอนาคตอีกยาวไกล

ในแนวของเรื่องก็จะเป็นสถานการณ์พิเศษที่จะเป็นแนวทางหลักของการต่อต้านพรรคอสูรด้วย

ว่าเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่จะเป็น แบบอย่างและสร้างขวัญกำลังใจให้กับยุทธภพ

ครับ... อย่างที่เดากันนั่นล่ะครับ

เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ตายอนาถกันหมด

ผมก็ว่าอยู่ ต่อให้พระเอกไม่หยามศักดิ์ศรีโดยการกระทืบพวกนี้ในตอนแรกๆ

แต่เอาเด็กๆไปสู้กับพวกผู้อาวุโสที่ระดับราชันย์ยุทธหรือมหาราชันย์ยุทธนี่ พวกเอ็งยังสติดีอยู่หรือเปล่าครับท่าน?

ไอ้พวกเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ก็เหลือเกิน เห็นพรรคมาร อสูรวิ่งเข้าใส่ตลอด ไม่ยอมดูว่าพวกนั้นระดับพลังประมาณไหน

เฮ้อ หากเป็นแนวปราณยุทธทั่วไปอาจจะมีศิษย์น้องหญิงบางคนรอดบ้าง

แต่แนวโรมานซ์ของผู้หญิงนั้น ศิษย์น้องหญิงเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ตายอนาถ กลายเป็นอาหารของอสูร ถูกข่มขืน เสียสติ และอื่นๆ

เนื่องจากศิษย์น้องหญิงนั้นทำบาปกรรมที่ร้ายแรงมากคือ “มาเจ๊าะแจ๊ะทำตัวฉอเลาะกับพระเอก”และ”มองนางเอกด้วยสายตาริษยาและนินทา”

ว่าไปแล้วผมคิดไปเองหรือเปล่าว่า จุดจบของหญิงสาวที่ถูกข่มขืนในแนวโรมานซ์นั้นมีมากกว่าแนวผจญภัยของผู้ชาย?

ทุกท่านอาจจะคิดว่าผมคงกังวลมากมายเกี่ยวกับเป็นเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ที่ปักธงตาย?

อย่าห่วง มีธงตายเพิ่มมาไม่ได้ทำให้โอกาสตายเพิ่มมากขึ้นจริงๆจากการคำนวณของผม

ซึ่งนั่นเพราะว่ามันมีโอกาสตายนั้นอยู่แล้วจากพรรคอสูรหรือตัวร้ายและภยันตรายอื่นๆอย่างไรล่ะครับ

ไม่ว่าคุณจะเป็นเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่หรือไม่ ก็มีโอกาสตายเท่าๆกันกับคนอื่น

เผลอๆเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่จะปลอดภัยกว่าประชาชนทั่วไปในบางประเด็นเพราะจะโดนอาจารย์และสำนักเอาใจเพราะมองเป็นความหวังรุ่นต่อไป

ความรู้สึกของผมก็จะประมาณเป็นกองกำลังพิทักษ์โลกในแนว อุลตร้าแมนหรือก็อดซิลล่า

ซึ่งจะตายอนาถถ้าไปสู้กับสัตว์ประหลาด แต่จะเป็นไม่กี่คนที่รู้ว่าบังเกอร์หลุมหลบภัยนั้นอยู่ที่ไหนหรือจะเรียกอุลตร้าแมนมาอย่างไร

และอุลตร้าแมนคนหนึ่งก็อยู่ตรงหน้าผมแล้ว

นักพรตคิ้วขาว หงซิ่วฉวน

ที่พระเอกยังต้องใช้กระบวนยุทธแบบสร้างสรรค์ในการสู้ด้วยทั้งที่อยู่ในระดับขั้นเดียวกัน

นักพรตคิ้วขาวจะเป็นอุลตร้าแมนของผม

ผมสวมวิญญาณอุ้ยเสี่ยวป้อและจอมคนแห่งแดนไซฮก โดนัลด์ ทรัมป์ในการป้อยออาจารย์ของตนเอง

พวกอาจารย์พวกนี้ต้องการคนให้เกียรติและต้องการคนป้อยอ

แต่แน่นอน พวกนี้โดนคนป้อยอมาเยอะแล้วก็อยากจะโดนชม แต่การชมที่แท้จริง ต้องทำให้พวกเขารู้สึกว่าเราชมเขาจากใจจริง

ที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์อย่างมาก

โชคดีที่ผมพอรู้แนวทางของหงซิ่วฉวนมาบ้างจากในนิยาย ว่าเป็นคนรักชื่อเสียงมาก

“ศิษย์ขอสัญญาจะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง รักษาชื่อเสียงเกียรติภูมิของท่านอาจารย์ สร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิและสำนักของเราให้ขจรขจายไปทั่วแผ่นดินนี้”

นักพรตคิ้วขาวลูบเคราหัวเราะร่วน

“โฮ่ โฮ่ โฮ่ คนหนุ่มมีความขยันขันแข็งดีมาก

เวลาน้อย ข้าจะทดสอบเจ้าว่ามีค่าควรแก่การส่งเสริมแค่ไหน บอกไว้ก่อน ต่อให้ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์แล้วข้าหากเห็นว่าเจ้าไม่มีแววคำเดียวข้าก็ไม่สอนเจ้าเพิ่มเติม”

แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับผม แค่มีชื่อเสียงของสำนักและเส้นสายก็พอแล้ว

แต่ทุกคนนอกจากหวังลี่คิดไปทางอื่น

มองว่าการที่ท่านอาจารย์ที่เย่อหยิ่งเปลืองคำมากมาย วันนี้ท่าทางตัวประหลาดเฒ่าผู้นี้จะอารมณ์ดีจริงๆ

 

..

ในห้องฝึกวิชาของหงซิ่วฉวน ที่มีรูปลูกโลกและแผนที่ดวงดาราต่างๆ

ลอยอยู่อย่างน่าสนใจ

“โฮ่ โฮ่ สนใจของเล่นเล็กน้อยเหล่านี้งั้นหรือ ?“

“หวังลี่เคยศึกษามาบ้าง รู้ว่าเป็นศาสตร์ที่ล้ำลึกนักในการคาดการณ์ชะตาฟ้า ใครเล่าจะเปลี่ยนชะตาฟ้าได้ ยิ่งรู้ลึกก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองด้อยลงราวกับฝุ่นผง ยากต้านทานพลังอานุภาพฟ้า”

จากหน้ายิ้มแย้มกลายเป็นสีหน้าบึ้ง

“เพ้ย คนหนุ่มใยพูดอะไรคร่ำครึปานนั้น เด็กน้อยเจ้าต้องมีความทะเยอทะยานหวังก้าวหน้ามากกว่านี้หากหวังเป็นศิษย์เอกของข้า ชะตาฟ้าหรือจะสู้ความฉลาดสติปัญญาและความพยายามของชาวเราได้”

“หวังลี่น้อมรับคำสั่งสอนของท่านอาจารย์”

จากนั้นผมก็คุกเข่าลงโขกศีรษะแบบไม่กลัวมังกรที่ไหล่ทิ่มตา

“หวังลี่มีเรื่องสารภาพ ตอนแรกรู้สึกละอายไม่กล้าบอกกล่าว แต่อาจารย์เปรียบดั่งบิดาคนที่สอง หวังลี่ไม่ต้องการปิดบังท่านอาจารย์ที่ให้ความรักความเมตตา ในการรับที่จะสั่งสอนศิษย์”

ผมกล่าวอย่างนอบน้อม

“ฮืม มีอะไรว่ามา ข้าไม่ใช่คนขวัญอ่อน ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาข้าก็ไม่กลัว”

นักพรตคิ้วขาวพูดอย่างถือดี มิน่าถึงเป็นตัวร้ายที่ดื้อด้านมากในเรื่อง

“หวังลี่มีสติปัญญาธรรมดา ที่มีความสำเร็จในลมปราณขั้นนี้เพราะมีวาสนา ค้นพบคัมภีร์ลับของตระกูลและฝึกเองดัดแปลงตามศาสตร์ต่างๆที่หวังลี่อ่านพบเจอ ขอท่านอาจารย์โปรดให้อภัยหากทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวัง ที่ไม่ได้ศิษย์อัจฉริยะอย่างที่ท่านต้องการ”

“ฮา ฮา  เด็กโง่เขลา เอ๋ย อาจารย์ของเจ้าเป็นชนชั้นใด ประสบการณ์พิสดารใดบ้างที่ไม่เคยพบเจอ ต่อให้เจ้าพื้นฐานไม่หนักแน่น เจอการขัดเกลาจากข้า ต่อให้เป็นคนพิการก็สามารถกลายเป็นนักยุทธขั้นต้นได้”

ฮ่า

มือที่แข็งแรงของนักพรตคิ้วขาวพุ่งเข้ามาที่หน้าอกของผม

ผมปล่อยให้ลมปราณของนักพรตคิ้วขาวเข้ามาโดยไม่ต่อต้าน

อย่างที่บอกว่าผมทำอย่างอุ้ยเสี่ยวป้อ

หากหวังเดิมพันก็ต้องหวังเดิมพันถึงที่สุด

อย่างน้อยนักพรตคิ้วขาวก็ไม่ใช่คนสายมารที่จะฆ่าเด็กโดยไม่มีเหตุผล

“อืม การฝึกปรือสองแนวทาง ช่างรุนแรงหากฝึกสายเดียวอาจจะเกิดเภทภัย แต่รากฐานหนักแน่นมั่นคง เจ้าไม่ธรรมดาจริงๆที่รวมวิชาสองอย่างเป็นหนึ่งเดียวได้ ฮาๆๆๆ”

นักพรตคิ้วขาวหัวเราอย่างอารมณ์ดี

“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่แนะนำ”

“ยังไม่ต้องขอบคุณ ลมปราณพื้นฐานของเด็กในสำนักคงไม่เหมาะกับเจ้า แต่ศิษย์ของข้าทั้งทีไม่จำต้องเทียบกับคนทั่วไป”

มือของนักพรตคิ้วขาวมีตราหยกชิ้นหนึ่งสะบัดมือสองสามคราก็มีตำราเล่มหนึ่งพุ่งออกมาจากหยกและพุ่งเข้ามาในศีรษะของผม

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว