email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 34. กฎการทำผิดข้อแรก

ชื่อตอน : ตอนที่ 34. กฎการทำผิดข้อแรก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 81

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 23:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34. กฎการทำผิดข้อแรก
แบบอักษร

“เหตุใดจึงทำหน้าบึ้งตึงนักหละเพคะ?”

“เฮ้อออ..”

“ถอนหายใจยาวเช่นนั้นมิได้นะเพคะ!!”

อียูเลิกคิ้วขึ้นสูงหันมองจีซูที่ตำหนิตนอยู่ด้านล่างของเตียงไม้ภายในกระโจมด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ

“เจ้าไม่เห็นต้องพูดอะไรแบบนั้นเลย ข้าไม่ชิน”

“เดี๋ยวก็ชินนะเพคะ ตอนนี้คุณหนูของเราเป็นพระชายา มิใช่คุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์เช่นเดิมแล้ว”

“เป็นพระชายานี่ทำอะไรได้บ้างไหมนะ”

อียูพึมพัมพรางทิ้งตัวลงบนเตียงราวกันหมดเรี่ยวหมดแรง จีซูเมื่อได้ยินที่อียูงึมงับจึงได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วหันกลับมาจัดเตรียมข้าวของเพื่อเดินทางกลับพระราชวังในวันพรุ่งนี้

“มีอะไรที่ข้าพอจะทำได้บ้างน้า~~”

“ตอนนี้ทรงบรรทมได้แล้วเพคะ ถ้าพรุ่งนี้พระชายาเดินทางไม่ไหวหม่อมฉันทั้งสองคนจะหัวขาดกันได้”

“ไม่หรอกน่า”

อียูถอนหายใจยาวๆอีกครั้งพรางหลับตาพริ้ม หัวขาดงั้นหรอใครจะยอมให้ทำแต่เรื่องเอาแต่ใจแบบนั้นกับพวกเจ้ากันหละ

พรึบ!!!

“ข้ารู้แล้วว!!!!”

“ว้ายยยย!!!!”

ท่ามกลาวความเงียบสงบอยู่ๆอียูก็เด้งตัวขึ้นราวกับติดสปริงไว้ที่หลังทำเอาจีซูร้องออกมาด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายเมื่อครูกลับยิ้มอย่างมีหวัง

“เกิดอะไรขึ้นเพคะ?”

“เดี๋ยวข้ากลับมา”

“พระชายา?!!”

อียูไม่รีรอรีบวิ่งออกจากกระโจมโดยไม่สนใจจีซูแม้ว่านางจะส่งเสียงเรียกตามหลังก็ตาม

ข้านึกอะไรบางอย่างออกแล้ว ทำไมถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปได้ ร่างเล็กรีบวิ่งตรงไปยังกระโจมหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างกันมากนักของซอลมิน

พรึบ!!

“องค์ชาย!..........”

“...!!!”

“...!!!!!”

ผ้าผืนหนาถูกมือเล็กเปิดขึ้นและพาตัวเองเข้ามาด้านใน รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่ค่อยๆ หายไปเมื่อเห็นว่าองค์ชายซอลมินไม่ได้อยู่ในกระโจมเพียงลำพัง

ภาพตรงหน้าคือหญิงสาวรูปงาม คิม ดาจอง หนึ่งในว่าที่พระชายาแต่ตอนนี้นางได้เป็นพระสนมไปโดยปริยาย น่าแปลกใจนักที่นางอยู่ที่นี่ซึ่งอียูเองไม่ได้รู้มาก่อน ดาจองกำลังทำหน้าที่รินเหล้าให้แก่องค์ชาย ซอลมินเองเมื่อเห็นว่าเป็นอียูจึงยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“พระชายา”

ทางด้านดาจองเห็นว่าผู้มาใหม่คือพระชายาอียู นางจึงหันกลับมาก้มคำนับให้แก่อียูอย่างนอบน้อมก่อนจะยกยิ้มเยาะเย้ยใส่เล็กน้อย

“หม่อมฉันเพิ่งได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงพระชายา คงลำบากมิใช่น้อย”

“หม่อมฉันมีบางอย่างต้องคุยกับองค์ชายเพคะ”

“หากเป็นเรื่องแม่ทัพแซฮุน เจ้ากลับไปเถอะข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”

ซอลมินไม่ได้สนใจถึงสาเหตุของการที่อียูมาพบเขาในครั้งนี้ เป็นเพราะเรื่องของแซฮุนที่กำลังนอนเจ็บอยู่เป็นแน่ นางถึงได้รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาหาข้าแบบนี้

กึก!!!

แก้วเปล่าถูกมือหนาวางลงบนโต๊ะเสียงดังจนทำให้อียูถึงกับสะดุ้งตกใจ ดาจองที่เห็นว่าแก้วในมือของซอลมินว่างเปล่าจึงรีบเข้าไปนั่งใกล้ๆเพื่อรินเหล้าให้แก่เขาเพิ่ม

“ข้าขอคุยกับองค์ชายเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่?”

“แล้วแต่พระบัญชาขององค์ชายเท่านั้นเพคะ พระชายา”

“.....”

ดาจองยิ้มอย่างผู้ชนะ ซอลมินเขาไม่ได้มีทีท่าว่าจะทำตามที่อียูบอกแต่กลับเงียบขรึมยกแก้วเหล้าใบเล็กขึ้นดื่ม

อียูในตอนนี้ช่างเหลืออดกับคนตรงหน้าอย่างองค์ชายและดาจอง หากจะเย็นชาใส่กันขนาดนี้ข้าพอจะเข้าใจ แต่ทำไมต้องไล่ข้าต่อหน้าคนอื่นเช่นนี้

สองมือเล็กที่กำแน่นอยู่ชั่วครู่ค่อยๆ คลายออกพร้อมกับลอบถอนหายใจสายตายังคงจดจ้องไปยังซอลมินไม่ลดละ

“หม่อมฉันจะพูดเพียงไม่กี่คำ แล้วจะกลับเพคะ”

“....”

“หม่อมฉันมาเพื่อถามถึงการกระทำความผิดในครั้งแรก”

“เรื่องนั้น?!”

“ครั้งนั้นซอจียง พี่ชายของหม่อมฉันร่วงเกินต่อองค์ชายแต่ได้รับการให้อภัย เพราะองค์ชายถือเป็นการกระทำผิดในครั้งแรกที่เกิดจากความไม่รู้”

“อียู..!!”

ซอลมินต้องมีอันสะอึกจนแกล้งเมินอียูไม่ได้เสียแล้ว ไม่คิดเลยว่านางจะหลักแหลมได้ถึงเพียงนี้ น่าทึ่งเสียจริง

“ในครั้งนี้ เรื่องบางอย่างที่แม่ทัพแซฮุนกระทำลงไปก็นับว่าเป็นครั้งแรก”

“เรื่องในครั้งนี้มีความร้ายแรงมากเกินไป”

“หม่อมฉันไม่ติดใจเอาความใดกับเขา องค์ชายทรงเป็นห่วงหม่อมฉันมากต้องขอบพระทัยเป็นอย่างสูง”

“...!!”

อยู่ๆคนตัวเล็กก็พูดประโยคหวานเลี่ยนออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทำเอาซอลมินถึงกับเผลอกระตุกยิ้มมุมปากกว่าจะรู้ตัวก็ถูกดาจองจ้องมองด้วยสายตาไม่ยินดีนักซอลมินจึงต้องกระแอมแก้อาการให้กลับมาเงียบขรึมดังเดิม

“โปรดไตร่ตรองเรื่องกฎการทำผิดครั้งแรก ที่องค์ชายเคยตรัสเอาไว้กับหม่อมฉันด้วยนะเพคะ”

“ข้าเคยพูดไว้จริงตามเจ้าว่า กษัตริย์ตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำฉันใด ข้าย่อมต้องเป็นเช่นนั้น”

ซอลมินพูดพรางวางมือไว้บนหน้าขาทั้งสองข้างมองดูท่าทีของอียูอย่างยอมแพ้

“หากต้องการอย่างนั้น ข้าก็จะไตร่ตรองตามที่เจ้าบอก”

“ขอบพระทัยเพคะ”

อียูก้มหัวคำนับให้แก่ซอลมินด้วยใบหน้ายิ้มแย้มผิดกับตอนแรกลิบลับนั่นยิ่งทำให้ดาจองควัญออกหูอยู่ไม่น้อยแต่ทำได้เพียงยิ้มอย่างเงียบๆ

“อะฮึ่ม..!! แล้วนั่น เจ้าจะไปไหน?”

“...!!”

อียูกำลังจะหันหลังเดินออกจากกระโจมร่างสูงที่ทำหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่รีบลุกพรวดจากเก้าอี้ชี้นิ้วไปที่ร่างเล็กก่อนจะกระแอมกลบเกลื่อนการกระทำเลิกลักของตัวเอง

“หม่อมฉันมาเพื่อทูลขอเพียงเท่านี้”

“แต่ข้ากำลังดื่มอยู่”

“....?”

“.....?”

ข้าไม่ได้ตาบอดเสียหน่อยว่าซอลมินกำลังดื่มอยู่ ใบหน้าสวยมองไปยังจอกเหล้าก่อนจะมองไปที่ซอลมินพรางทำหน้างง

“ไหนๆ เจ้าก็มาแล้ว เจ้าอยากจะดื่มเหล้าหน่อยไหม?”

“หม่อมฉันมิชอบดื่มเพคะ”

“อ่าจริงด้วย หากเสด็จพี่ต้องการเพื่อนดื่ม หม่อมฉันจะดื่มด้วยเพคะ”

เสียงเล็กๆของดาจองดังขึ้นด้วยความดีอกดีใจหญิงสาวจัดการรินเหล้าให้แก้ซอลมินและของตัวเองในทันทีโดยมีอียูมองอยู่ไม่พูดอะไร

ทำไมอยู่ๆก็อยากดื่มขึ้นมานะ ข้าก็มิใช่ว่าไม่เคยดื่มและก็ไม่ได้ไม่ชอบเสียทีเดียว ซอลมินเห็นท่าทียึกยักของอียูจึงกระตุกยิ้มมุมปากเพียงครู่เดียวพร้อมกับนั่งลงที่เดิมอย่างสบายใจ

“ขอบใจเจ้ามาก ดาจอง”

“เพคะเสด็จพี่”

พรึบ!

“งั้นหม่อมฉันขอร่วมโต๊ะด้วยคน”

ยังไม่ทันที่ซอลมินจะยกจอกของตนขึ้นอียูก็เดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขาพร้อมกับหยิบจอกเปล่ายื่นไปทางดาจอง

“เมื่อครูพระชายาบอกว่าหมดธุระแล้วมิใช่หรือเพคะ? เหตุใดยังมานั่งอยู่อีก?”

“แล้วเจ้าหมดธุระแล้วหรือยัง?”

“นี่เจ้า!!”

“หืม เจ้าว่าอย่างไรนะเมื่อกี้ข้าเหมือนจะหูไม่ดี”

“พะ พระชายาทรงพูดอะไรเช่นนั้นเพคะ หม่อมฉันมีหน้าที่คอยปรนนิบัติให้แก่เสด็จพี่อยู่แล้วจะให้หมดธุระอย่างได้อย่างไร”

อียูสังเกตได้ในทันทีว่าดาจองไม่พอใจตนเป็นอย่างมากจนเผลอแว๊ดใส่ตนอย่างลืมตัว ซอลมินทำทีว่าไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างนอกจากจอกในมือที่จริงก็นั่งยิ้มอย่างไม่มีเหตุผล

“งั้นข้าก็ต้องขอบใจเจ้ามากที่คอยดูแลองคชายเป็นอย่างดี รินเหล้าให้ข้าเสียที”

“.......!”

จบคำพูดของอียูดาจองจึงกำกาหยกแน่นแล้วรินเหล้าให้อียูอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภายในใจของนางเผาไหม้ไปหมดทุกสิ่งอย่างแต่ก็ยังคงยิ้มเพราะอยู่ต่อหน้าของซอลมิน

กึก!!

“อ่า~~”

มือเล็กวางจอกเหล้าลงพรางทำสีหน้าอิ่มเอมรสชาติของเหล้าชั้นดี

การดวลเหล้าของอียูและคิดดาจองเป็นไปอย่างดุเดือดจนซอลมินเองถึงกับเลิกดื่มไปได้สักพักใหญ่แต่ทั้งสองคนต่างก็ผลัดกันกระดกเหล้าคนละทีราวกับว่าเป็นน้ำเปล่า

“ตาเจ้าแล้วดาจองฮ่าๆๆ”

“หม่อมฉัน ไม่ยอมหรอกเพคะ ฮึก!”

ตุบ!

“....!”

สภาพของดาจองในตอนนี้นางแทบจะทรงตัวไม่อยู่ด้วยซ้ำจนต้องฟุบหน้าลงกับโต๊ะในเวลาต่อมา ต่างจากอียูที่มีสีแก้มแดงระเรื่อกับตาปรือเล็กน้อย

“นี่! คิมดาจอง เจ้ายังไม่ได้ดื่มลุกขึ้นมาก่อน”

“....”

ดาจองหลับไปอย่างสมบูรณ์ในขณะที่ซอลมินนั่งกอดอกมองอียูพยายามปลุกให้ดาจองดื่มเหล้าต่ออย่างเหนื่อยหน่ายใจ

“ปล่อยนางไปเถอะ”

“....”

คนตัวสูงนั่งเงียบอยู่นานเอ่ยปากขึ้นอียูที่ได้ยินจึงวางจอกลงตามเดิมพร้อมกับส่ายหัวเพื่อเรียกสติ

“แทซัน”

“องค์ชาย?”

สิ้นเสียงเรียกของซอลมินแทซันที่ยืนอยู่ด้านนอกก็เข้ามาในกระโจมทันที แทซันดูตกใจไม่น้อยที่เห็นดาจองมีสภาพฟุบหน้าลงบนโต๊ะเช่นนั้นกับโถเหล้าใหญ่ที่ดูจะว่างเปล่า

“นางเมามากจนไม่ได้สติ ฝากเจ้าพานางกลับที่พักที”

“พะยะค่ะองค์ชาย”

แทซันเข้ามาอุ้มร่างไร้สติของดาจองออกจากกระโจมไปโดยไม่ถามสิ่งใดทิ้งให้ซอลมินอยู่กับอียูเพียงลำพัง

“เจ้ายังอยากดื่มต่อไหม?”

“เอ่ออ หม่อมฉันเมามากแล้วเพคะ ต้องต้องขอทูลลา”

“อียู”

อียูเตรียมจะลุกขึ้นยืนเพื่อกลับที่พักของตนแต่ต้องชะงักอยู่กับที่เพราะซอลมินเรียกชื่อของตนเอาไว้เสียก่อน

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ดีขึ้นมากแล้วเพคะ”

ซอลมินถอนหายใจก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก มือหนายื่นไปแขนจับทั้งสองข้างของอียูขึ้นพลิกเพื่อดูร่องรอยเขียวช้ำที่ตัดกับสีผิวขาวอย่างชัดเชนด้วยสีหน้าเป็นเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง

“หากข้ามาให้เร็วกว่านี้..”

“ไม่ใช่ความผิดขององค์ชาย หม่อมฉันดีใจเสียกว่าที่องค์ชายมาช่วยไว้”

สีหน้าของซอลมินเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนอียูต้องบ่ายเบี่ยงดึงแขนของตนกลับมาแนบลำตัวไว้ดังเดิม

“เสนาบดีคัง”

“จริงสิ ท่านพ่อคงเป็นห่วงหม่อมฉันมากแน่ องค์ชายได้พบกับท่านพ่อบ้างหรือไม่เพคะ?”

“.....”

ยิ่งเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มยิ่งทำให้ซอลมินหนักใจเข้าไปใหญ่ เสนาบดีคังและคนของบ้านตระกูลคังต่างก็ถูกจองจำหลังอียูหายตัวไปอย่างไม่มีเหตุผล เสนาบดีคนอื่นๆ ที่ใช้การอะไรไม่ได้ต่างก็พากันให้ร้ายเพราะไม่รู้จะโทษใคร

อียูไม่ได้รับการตอบกลับจากซอลมินเขานิ่งไปจนคนตัวเล็กเริ่มสงสัย

“องค์ชาย เกิดสิ่งใดขึ้นหลังจากที่หม่อมฉันหายไปในวันนั้นหรือเพคะ?”

“กษัตริย์รับสั่งให้จับเสนาบดีคังรวมทั้งลูกบ้านทุกคนขังไว้ในคุกหลวง ตัวข้าแม้เป็นองค์รัชทายาทก็มิอาจทำอะไรได้มาก”

“ท่านพ่อ!!”

ซอลมินขบกรามแน่นพูดสิ่งที่อียูต้องพบเจอเมื่อกลับไปถึงพระราชวังเป็นการดีที่จะให้นางได้รู้ถึงเหตุการณ์เอาไว้เพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

น้ำตาหยดเล็กหยดน้อยล่วงลงอาบสองข้างแก้มที่แดงระเรื่อ จะทำอย่างไรดีข้าจะช่วยท่านพ่ออย่างไรได้บ้าง ซอลมินเป็นถึงองค์รัชทายาทยังไม่สามารถทำอะไรได้

“ข้าฝากขันทีชองดูแลเขาเป็นอย่างดีอย่าเป็นกังวลไป”

“ขอบพระทัยองค์ชายที่ทรงเมตตา หม่อมฉันไม่เคยรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตลอดเวลาหม่อมฉันกลับคิดว่าถ้าหม่อมฉันอยากหายไปจริงๆ เรื่องทุกอย่างอาจจบลง....ฮึก~ ทั้งที่ ฮืออ~ ทั้งที่ท่านพ่อ!!”

พรึบ!!

คนตัวสูงคุกเข่าลงกับพื้นก่อนจะคว้าอียูที่ตัวสั่นเทาด้วยแรงสะอื้อเข้ามาไว้ในอ้อมแขนราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปจริงๆ

หากความแตกสลายภายในใจของนางจะแบ่งมาที่เขาได้บ้างก็คงจะดี ยิ่งรู้ว่าซอลมินอ่อนโยนต่อตนเองมากแค่ไหนยิ่งทำให้ตนร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย

“หากใครช่วงชิงเจ้าไป ข้าจะตามไปรับตัวเจ้าคืนอย่างแน่นอน แต่อย่าใจร้ายกับข้าโดยการหายไปด้วยตัวเจ้าเอง ข้าไม่อนุญาต”

“ฮึก~ฮืออ~~!!”

“ข้าสัญญาว่าจะหาตัวคนที่ทำเรื่องนี้กับเจ้าและครอบครัวของเจ้าให้ได้”

“....”

อียูพยักหน้าขณะที่ใบหน้าของตนแนบอยู่ที่อกอุ่นของซอลมิน เสียงหัวใจที่เต้นแรงยังคงดังวนเวียนอยู่ในหูของอียูอย่างชัดเจน

แขนเล็กค่อยๆขยับขึ้นกอดร่างหนาอย่างช้าๆ ทำเอาซอลมินกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นไปอีกอย่างโหยหา

“ข้าไม่ยอมให้เจ้าหายไป ไม่ยอมเด็ดขาด”

“....”

แม้ต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่มี อียูสำคัญกับตัวเขามากอย่างไม่ต้องสงสัย นางเป็นคนเดียวที่กุมหัวใจเขาไปโดยที่ไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องพยายามเขาก็ยินยอมยกให้อย่างง่ายดาย จากคนที่ไม่เคยมองเห็นความสำคัญของความรัก บัดนี้กลับรู้ซึ้งถึงคำว่าเจ็บแปลบที่ใจเมื่อถูกคำว่า ‘อยากหายไป’ ทิ้มแทงจนไม่สามารถจินตนาการถึงได้หากมันเกิดขึ้นจริงๆ

“ข้าจะไม่ยอมอยู่เฉยหากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เพราะฉะนั้น ให้ข้าได้ปกป้องเจ้า”

“หม่อมฉันจะไม่หายไป หากองค์ชายไม่อนุญาต ฮึก~!”

ร่างเล็กขยับยุกยิกซุกหน้าอยู่ใต้แผงอกแน่นของคนตัวใหญ่ยิ่งทำให้ซอลมินใจเต้นแรงเข้าไปอีก

“เจ้าจะเป็นชายาเพียงคนเดียวที่ข้าเลือก”

“อือ”

 

ความคิดเห็น