Sawanya

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไม่ตลก!

คำค้น : เล่ห์เผด็จรัก , จอมรวินท์ , ปุริมปรัชญ์ , โรมานซ์ , 18

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 705

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2563 07:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่ตลก!
แบบอักษร

 

“ระวังคำพูดของคุณหน่อยนะบี นี่น้องสาวภรรยาผม น้องหวานครับ นี่เบรนน่า แม็คคาร์ทนีย์ เพื่อนพี่” เฮย์เดนแนะนำด้วยน้ำเสียงกระด้างกว่าปกติ เขาเองก็ไม่ชอบใจเหมือนกันที่เบรนน่าเอ่ยถึงน้องสาวภรรยาแบบนี้ ทั้งๆ ที่เห็นการแต่งกายและอากัปกิริยาที่เธอมีต่อนวินดาก็น่าจะมองออกแล้วว่าสองคนนี้ต้องเป็นคนที่สนิทสนมกันมากแน่ๆ หรือต่อให้ดูไม่ออก ก็ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมที่จู่ๆ จะไปถามใครต่อใครว่าเขาเป็นคนรับใช้ใช่ไหมอยู่ดี 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณแม็คคาร์ทนีย์ ฉันมธุริน น้องสาวของพี่วินดี้ค่ะ” แม้จะอยากปะ ฉะ ดะกับผู้หญิงที่เห็นแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นตัวร้ายแค่ไหน แต่มธุรินก็ยังเลือกตอบกลับไปอย่างสุภาพ 

“อ๋อ...นึกว่าใคร” นักธุรกิจสาวไม่ได้แม้แต่จะทักทายกลับ ตามมารยาท เธอหันไปมองชายหนุ่มอีกคนด้วยความสนใจ ก่อนจะเอ่ยปากออกมาเหมือนเพิ่งจำได้ว่าเขาเป็นใคร “อ้าว! คุณทนายคนดังนี่เอง! วันนี้ไม่มีคดีหย่าร้างให้จัดการเหรอคะ? เอ๊ะ...หรือว่ามาทำคดีที่นี่?” 

“ถ้าคุณคิดว่านี่ตลกละก็ ผมไม่ตลกไปกับคุณด้วยหรอกนะ” เฮย์เดนเตือนด้วยน้ำเสียงอันตรายอย่างที่เบรนน่ารับรู้ได้ว่าเขาเริ่มจะโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว ทายาทแม็คคาร์ทนีย์กรุ๊ปจึงรีบเปลี่ยนท่าทีเพื่อไม่ให้เพื่อนชายของเธอไม่พอใจไปมากกว่านี้ 

“แหม...ก็แค่ขำๆ น่ะค่ะ ฉันแค่แซวคุณทนายเขาเฉยๆ เท่านั้นเอง” 

แบรนดอนไม่ได้ตอบอะไร แม้เขาจะมองออกว่าเบรนน่ามีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ แต่โดยมารยาทของสุภาพบุรุษ เขาก็ไม่อาจฉีกหน้าเธอได้ กระนั้นก็ดูเหมือนจะไม่เป็นปัญหา เพราะนวินดามีผู้ช่วยชั้นดีอย่างมธุรินอยู่แล้ว 

“เขาว่ามุกตลกเนี่ย ต้องขำกันทั้งสองฝ่ายนะคะ ทั้งคนเล่นและ คนฟัง แต่ถ้าขำแค่ฝ่ายเดียวอาจจะกลายเป็นเสียมารยาทและหยาบคายได้” 

“นี่เธอว่าฉัน?” ทายาทสาวแห่งแม็คคาร์ทนีย์กรุ๊ปถามเสียงสูง  

 

“ฉันว่าคุณเหรอ?” มธุรินมองเพื่อนสาวของพี่เขยอย่างหน้าซื่อตาใสชนิดที่ทำให้ทั้งเฮย์เดน นวินดา และแบรนดอนต้องกลั้นยิ้มกันอย่างยากลำบาก  

 

“ก็เธอบอกว่ามุกตลกต้องขำทั้งสองฝ่ายถ้าขำฝ่ายเดียวอาจจะกลายเป็นเสียมารยาทหรือหยาบคาย!”  

 

    ก็นั่นสิ! ในเมื่อมันชัดขนาดนั้นแล้ว ยังต้องถามอีกเหรอว่าเธอ ‘ว่า’ หรือเปล่า!  

   “อุ๊ย...มันก็แค่ประโยคบอกเล่าน่ะค่ะ อาจารย์ฉันสอนมา ฉันก็เลยเล่าให้ฟังเท่านั้นเอง” 

   “อ๋อ สงสัยจะเป็นอาจารย์ที่เมืองไทย น่าเห็นใจนะคะ ระบบการศึกษาบ้านเธอยังล้าหลังอยู่เลยนี่” 

   “หือ? คุณก็คิดแบบนั้นเหรอคะ? อุ๊ยตาย! อย่าบอกนะคะว่าคุณคือสาวในตำนานที่เขาว่ายังเชื่อว่าพวกเรายังขี่ช้าง ขี่ม้าไปเรียนหนังสือ ไปทำงานอยู่น่ะ?” คำถามด้วยสีหน้าที่ตีความได้ว่า ‘พระเจ้า! นี่หล่อนไปอยู่ในรูไหนมายะ?’ ของมธุรินทำเอาเบรนน่าโกรธจนตัวสั่น ไม่เคยมีใครในโลกนี้กล้าต่อล้อต่อเถียงกับเธอมาก่อน แต่สองพี่น้องนี่ทำมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และครั้งนี้พวกมันถึงกับเอาเรื่องของเธอไปนินทากันอย่างสนุกปากด้วย! 

   “นี่พวกคุณเอาเรื่องของฉันมานินทาเหรอ? เดนนี่คะ! ฉันไม่นึกเลยนะคะว่าภรรยาคุณจะทำกับเพื่อนของคุณอย่างนี้ เสียใจนะคะเนี่ย...” 

   “คือฉัน...” ยังไม่ทันที่นวินดาจะได้อธิบาย มธุรินก็สวนขึ้นมาเสียก่อน อ้อ...อย่างใสซื่อบริสุทธิ์เสียด้วย 

   “ทำอะไรเหรอคะ? พี่สาวฉันทำอะไร?” 

   “ก็พวกเธอนินทาฉัน!” 

   “ฉันเพิ่งรู้ว่าเป็นคุณก็ตอนนี้นี่แหละค่ะ แล้วก็ไม่ได้มีใครนินทา คุณด้วย เราแค่คุยกัน ‘ในครอบครัว’ ว่ายุคนี้สมัยนี้ก็ยังมีบางคนที่ไม่รู้ว่าประเทศไทยเจริญไปถึงไหนแล้วอยู่” 

   “นั่นเรียกว่าเจริญแล้ว?” ริมฝีปากสีชมพูเข้มจัดเบ้นิดๆ อย่างไม่เห็นด้วย ถ้าเมืองไทยเจริญจริง อเมริกาก็คงจะไปตั้งฐานทัพกันที่นอกโลกแล้วกระมัง

   “อย่างน้อยเราก็ไม่ได้ขี่ช้าง ขี่ม้าไปมหาวิทยาลัยแล้วกันค่ะ เอ๊ะ! งั้นคุณก็คือเพื่อนของพี่เขยที่จบฮาร์วาร์ดใช่ไหมคะ? ตายจริง...คนมีความรู้ระดับนี้ก็ไม่น่าจะ ‘แคบ’ นะคะ” 

   “นี่เธอว่าฉันอีกแล้วนะ!” 

   “คุณพระ! ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยสักคำนะคะ ถ้าทำให้คุณเข้าใจไปแบบนั้นก็ต้องขอโทษด้วยจริงๆ อย่างที่คุณว่าแหละค่ะ...บ้านเรายังห่างไกลจากประเทศมหาอำนาจอย่างคุณเยอะ ภาษาของฉันก็เลยติดๆ ขัดๆ ยังไม่ดีพอ เลยอาจจะทำให้คุณเข้าใจผิดได้” 

   แบรนดอนจำต้องหันหลังให้กับสุภาพสตรีเป็นครั้งแรก เพราะเขากลั้นเสียงหัวเราะไว้แทบไม่ไหวแล้ว แม่สาวหวานนี่ไม่ได้หวานสมกับชื่อของเธอเลยสักนิด! ทั้งๆ ที่เธอสามารถตอบโต้คุณหนูแม็คคาร์ทนีย์ได้อย่างคล่องแคล่วและดุเดือดขนาดนี้ ยังกล้าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และโบ้ยให้เป็นความผิดพลาดทางภาษาอีก!

   “ฉันไม่นึกเลยนะคะวินดี้ว่าน้องคุณจะปากคอเราะรายแบบนี้!” เกลียดนัก! นางสองพี่น้องนี่นรกส่งมาเป็นศัตรูของเธอหรือไง! แถมคนน้องนี่ยังดูจัดจ้านกว่าพี่มันอีกต่างหาก แค่มองตามันก็รู้แล้วว่าถ้าเธอกล้าล้ำเส้นเข้าไป มันก็พร้อมจะเปิดศึกกลับมาแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน! ไม่เคยมีใคร กล้าหือกับเบรนน่ามาก่อน ตอนนี้เธอจึงทำอะไรไม่ค่อยถูกอยู่เหมือนกัน ได้แต่คับแค้นใจ เพราะไม่รู้ว่าจะจัดการกับนางสารเลวสองคนนี้ยังไงในเมื่อยังอยู่ต่อหน้าเฮย์เดนแบบนี้

 

“เท่าที่ผมได้ยินก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนะ ปกติคุณก็พูดแบบนี้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ว่าแต่คุณยังไม่ได้บอกเลยนะบีว่ามีธุระอะไรกับผม?” จะได้รีบๆ คุยแล้วกลับไปเสียที ไม่งั้นก็คงต้องร้อนหูแบบนี้ไปเรื่อยๆ ที่สำคัญเฮย์เดนหวงแหนช่วงเวลาหลังเลิกงานของเขามาก เพราะมันเป็นเวลาเดียวที่เขาจะได้อยู่กับลูกชายและภรรยาอย่างไม่ต้องรีบร้อน แต่วันนี้กลับมีแต่แขกที่ไม่ได้รับเชิญแห่มาเต็มไปหมด เขาจึงอดหงุดหงิดไม่ได้ 

“เดี๋ยวนี้ฉันจะมาหาคุณต้องมีธุระด้วยเหรอคะ?” น้ำเสียงและ ท่าทางของเบรนน่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเมื่อหันมาพูดกับเฮย์เดน และความเปลี่ยนแปลงนั้นก็ทำให้นวินดาอดไม่สบายใจไม่ได้ แม้ว่าเธอจะบอกกับตนเองหลายครั้งว่าทุกอย่างมันเป็นอดีตไปแล้ว เธอควรเชื่อใจเฮย์เดน เหมือนที่เขาเชื่อใจและให้เกียรติเธอ แต่ส่วนลึกในใจก็ยังรู้สึกว่าบาดแผลในอดีตตั้งแต่หลายปีก่อนยังไม่หาย เพียงแต่บรรเทาความเจ็บปวดลงบ้าง เพราะใช้ยาแรงกดอาการไว้เท่านั้น 

“คุณก็รู้ว่าผมหมายถึงอะไร” เฮย์เดนไม่อยากทำให้เพื่อนสาวของตนต้องเสียหน้า แต่เขาก็รู้ว่าเบรนน่าคือจุดอ่อนที่สุดที่มีผลต่อชีวิตครอบครัวของเขาอย่างยิ่ง เพียงแต่ในตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่จะสะสางเรื่องราวในอดีต จึงจำต้องปล่อยให้ทุกอย่างมันดำเนินไปแบบนี้ก่อน 

“หมายถึงตอนนี้เป็นช่วงเวลาของครอบครัว คนนอกไม่น่าจะมารบกวนรึเปล่าคะ?” มธุรินถามด้วยน้ำเสียงซื่อๆ เหมือนเข้าใจว่าเพื่อนสนิทของพี่เขยไม่ทราบจริงๆ เธอจึงตอบให้เผื่อว่าเบรนน่า ‘ไม่รู้’ จะได้เข้าใจเสียที 

คราวนี้แบรนดอนถึงกับขำพรวดออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ ปกติแล้วด้วยอาชีพการงานทำให้เขาเป็นคนที่ได้ชื่อว่าควบคุมอารมณ์และสีหน้าได้ ดีมาก เพื่อที่ฝ่ายตรงข้ามจะได้ไม่สามารถอ่านความรู้สึกนึกคิดของเขาได้ แต่พอมาเจอน้องสาวคนนี้ของนวินดา เขากลับต้องกลั้นหัวเราะอยู่แทบจะตลอดเวลา จนทนไม่ไหวในที่สุด 

ความคิดเห็น