Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 33

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 33

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 620

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ย. 2563 20:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 33
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 33 

 

ผมยังคงนอนกะพริบตาปริบๆ ด้วยหัวใจที่เต้นถี่รัวอยู่แบบนั้นนานหลายนาทีหลังจากที่พี่ดินพูดคำนั้นออกมาแล้วพี่ดินก็ไม่ได้รอคำตอบจากผมเพราะเมื่อพูดจบพี่เขาก็ซุกหน้ากับซอกคอผม จูบซับ ขบเม้มผิวเนื้อตรงคอผมเบาๆ เหมือนกลัวว่าผมจะเจ็บทั้งที่จริงแล้วความรู้สึกต้องการของผมมันกำลังตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วลิ้นร้อนก็ลากไล้ขึ้นมาหยอกล้อกับติ่งหูของผม 

“อื้อ พะ พี่ดินเดี๋ยวก่อน” ผมพยายามห้ามปรามด้วยเสียงที่สั่นเทามือก็ค่อยๆ ดันแผ่นอกของพี่ดินออกแต่พี่ดินก็คือพี่ดินเขาไม่ฟังผมหรอก 

“เป็นของพี่นะฝุ่น” เสียงพี่ดินงึมงำอยู่แถวๆ ใบหูผม  

ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงมาจนผมขนลุกซู่ไปหมด มือของพี่เขาก็สอดเข้ามาป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่ที่หน้าท้องกับแผ่นอกของผมในขณะที่ร่างกายส่วนล่างของพี่ดินก็บดเบียดลงมาที่ส่วนล่างของผมเหมือนต้องการจะปลุกปั่นกันให้สติผมเตลิดกระเจิดกระเจิงจนไม่สามารถปฏิเสธคำขอของเขาได้ 

แต่ผมก็ใช้สติที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดตัดสินใจถามออกไปทั้งๆ ที่กลัวคำตอบที่ผมอาจจะรับไม่ได้ 

“พี่แน่ใจเหรอที่พูดมาน่ะ” พอผมถามไปแบบนั้นพี่ดินก็หยุดลวนลามหยุดใช้ลิ้นเล่นกับหูเล่นกับผิวเนื้อตรงคอของผมแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมอย่างจริงจัง พี่เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่พูดอะไรออกมา 

“…” 

“แน่ใจเหรอว่าพี่จะมีแค่ผมคนเดียว” ผมว่าต่อเมื่อพี่ดินเลือกที่จะเงียบ 

“…” 

“แน่ใจเหรอว่าถ้าผมยอมเป็นของพี่แล้วผมจะไม่เสียใจอีก”  

“…” พี่ดินยังคงเงียบไม่ตอบอะไรผม 

“พี่แน่ใจเหรอว่าพี่ชอบผมจริงๆ ไม่ใช่แค่หวงเพราะผมมีคนอื่นเข้ามายุ่งด้วย” พูดจบผมก็มองสบตากับพี่ดินอย่างจริงจัง คำพูดของผมไม่มีคำไหนล้อเล่น ไม่มีคำไหนที่ผมพูดเพื่อลองใจเพราะสิ่งที่ผมพูดผมต้องการคำตอบที่จริงจังและจริงใจจากเขา 

ถ้าพี่ดินตอบผมได้และผมพอใจในคำตอบกับความจริงใจของเขาผมก็จะยอมเป็นของเขาตาที่เขาต้องการ ผมไม่สนและไม่หวงครั้งแรกของผมหรอกเพราะถ้าเป็นคนที่ผมรักและรักผมผมก็ยอมยกให้เขา แต่ถ้าพี่ดินเขาตอบผมไม่ได้หรืออึกอักแม้แต่นิดเดียวคำขอของเขาผมคงให้ไม่ได้หรอก 

“คิดนานจังเลยนะครับ” ผมว่าพร้อมยิ้มมุมปากเมื่อพี่ดินเอาแต่เงียบ 

“พี่...” คิ้วเข้มของพี่เขาขมวดยุ่งเหมือนเจอเรื่องหนักใจและผมเองก็รู้แล้วว่าคำตอบของเขาคืออะไร 

ผมผลักพี่ดินออกแรงๆ จนพี่เขาตกโซฟาลงไปนั่งงงอยู่ที่พื้นแต่ผมก็ไม่สนใจหรอกว่าเขาจะเจ็บมั้ย ผมรีบลุกขึ้นนั่งแล้วจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยจัดทรงผมอีกนิดหน่อยเพราะมันค่อนข้างยุ่งเหยิง 

“ผมว่าผมต้องกลับบ้านแล้ว” ผมบอกออกมาเมื่อพี่ดินเงยหน้าขึ้นมามองผม 

“...อืม เดี๋ยวพี่ไปส่ง” พี่ดินเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พี่เขามองผมนิดหน่อยก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจรถที่วางไว้บนโต๊ะแล้วเดินนำออกไปจากห้อง 

ผมหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนจะเม้มปากแน่น เจ็บใจตัวเองและสมน้ำหน้าตัวเองหลังจากได้รู้คำตอบของเขาแล้วกลับเป็นผมเองนี่แหละที่เป็นคนเจ็บ 

ผมออกมาจากห้องของพี่ดินแล้วก็ไม่ลืมปิดล็อกประตูให้เขา เดินตามพี่ดินมารอลิฟท์เงียบๆ พี่ดินหันมามองผมเป็นพักๆ แต่ผมก็ไม่ได้หันกลับไปมองตอบเพราะตอนนี้ผมกำลังเสียใจอยู่ 

“พี่ส่งผมแค่นี้ก็พอครับ เดี๋ยวผมเรียกแท็กซี่กลับเอง” ผมที่เดินตามพี่ดินออกมาจากคอนโดหยุดเดินและบอกพี่เขาเสียงเรียบ ยิ้มให้พี่ดินนิดหน่อยก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกมาที่หน้าคอนโด 

พี่ดินเองก็ไม่ได้ตามผมมาและผมก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมองเขาเหมือนกัน ผมเดินออกมายืนอยู่ริมฟุตบาธรอแค่ไม่กี่นาทีรถแท็กซี่ก็แล่นมาจอดเทียบเมื่อผมโบกมือเรียก 

ตอนนี้ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีแต่ที่แน่ๆ ผมคงไม่ปล่อยให้น้ำตามันไหลตอนที่นั่งอยู่บนแท็กซี่คันนี้หรอกเดี๋ยวลุงคนขับจะคิดว่าผมบ้า 

ผมกลับมาถึงบ้านเกือบๆ ตีสี่ยังดีที่ยังไม่ถึงเวลาตื่นของยายผมเลยรอดตัวไป ผมค่อยๆ ย่องเข้าบ้านตัวเองเหมือนแมวขโมยแต่ยังไงมันก็ดีกว่าถูกยายดุแหละครับและขณะที่ผมกำลังปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือที่สุดโทรศัพท์เจ้ากรรมดันส่งเสียงร้องจนผมสะดุ้งพอเอาออกมาดูผมก็แทบอยากจะปามันทิ้งแต่ก็ทำไม่ได้เลยต้องกดรับอย่างจำใจ 

“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงลงไปเบาๆ พร้อมกับเดินมานั่งบนเตียงแล้วได้ยินเสียงเครียดๆ ของพี่ดินดังมาตามสาย 

[ฝุ่นถึงบ้านหรือยัง] 

“...อยู่บนห้องแล้วครับ” ผมนิ่งไปสักพักก่อนตอบ 

[พี่...ขอโทษนะที่เอาแต่ใจจนทำให้ฝุ่นลำบาก] พี่ดินพูดเสียงเศร้าพร้อมกับเสียงยวบยาบของที่นอน 

“ผมไม่ได้ลำบากอะไรหรอกครับ” แล้วผมก็ต้องแค่นยิ้มให้กับตัวเองอีกครั้ง 

[ฝุ่นอย่าเป็นแบบนี้สิ] พี่ดินถอนหายใจแล้วว่าออกมาแบบนั้น 

“เปล่านี่ครับ ผมโอเคจริงๆ” 

[พี่รู้นะว่าพี่มันเป็นคนนิสัยไม่ดี เป็นคนที่แย่แถมยังชอบเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับฝุ่นทั้งๆ ที่พี่เองก็ยังทำตัวไม่ชัดเจนแต่พี่อยากให้ฝุ่นรู้นะว่าพี่...] แล้วพี่ดินก็เงียบไปหลังจากที่พูดให้ผมใจเต้นแรง 

“พี่ดินมีอะไรอีกหรือเปล่าครับ” ผมถามกลับเพราะต้องการจะกระตุ้นให้เขาพูดมาให้หมด 

[พี่ขอเวลาอีกหน่อยได้มั้ย] 

“เวลาอะไรครับ” ผมขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง 

[ขอเวลาพี่คิดทบทวนอะไรอีกสักหน่อย ระหว่างนั้นฝุ่นอย่าเพิ่งมีใครได้มั้ย] 

“...” ผมเงียบไปทันทีเพราะตอนนี้หัวใจผมมันกำลังเต้นแรงเลือดลมมันสูบฉีดจนใบหน้าผมมันเห่อร้อน 

แม้จะเป็นคำพูดที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว แต่ผมก็ปฏิเสธออกไปไม่ได้เลยจริงๆ 

[นะฝุ่น อย่าเพิ่งมีใครเลยนะ] พี่ดินเร่งเร้าให้ผมรับปาก 

“ทำไมล่ะครับ” ถามออกไปแล้วผมก็นอนรอคำตอบอย่างคนอยู่ไม่สุข ผมคว้าหมอนมากอดเอาไว้แน่น 

[พี่หวง] 

“…” น้ำเสียงจริงจังของพี่ดินทำให้ผมเม้มปากแน่นพลางกะพริบตาปริบๆ หัวใจผมมันเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมอีกทั้งหน้ายังร้อนวูบวาบขึ้นมาดื้อๆ  

แค่เขาบอกว่าหวงแค่นี้ผมก็จะตายแล้วครับ! 

 [ฝุ่น] พี่ดินเรียกเสียงอ้อนเมื่อผมเงียบไปนาน 

“ผะ ผมจะไปอาบน้ำนอนแล้ว ฝันดีนะครับ” ผมลนลานบอกด้วยเสียงที่ติดสั่นหน่อยๆ 

[เดี๋ยวสิ ฝุ่นยังไม่ให้คำตอบพี่เลยนะแล้วแบบนี้พี่จะฝันดีได้ยังไงล่ะครับ] 

“ไม่รู้ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ว่าพี่ดินทำตัวยังไงต่างหาก” ผมตอบแค่นั้นแล้วกดวางสายทันที 

 แล้วหลายวันหลังจากนั้นผมกับพี่ดินก็อยู่ด้วยกันมากขึ้น พี่ดินมาส่งผมที่บ้านทุกวันพาผมไปกินข้าวด้วยกันสองคน ขยันโทรมาหาผมบ่อยมากขึ้นแล้วทุกครั้งที่โทรมาพี่ดินก็จะมีคำหวานๆ มาหยอดผมเสมอจนบางครั้งผมต้องเบรกพี่เขาเอาไว้บ้างเพราะกลัวตัวเองจะตายเพราะโรคเบาหวาน 

"ยังไงจ๊ะที่รัก มันเป็นยังไง อาการมันเป็นยังไงไหนเล่าสิ" ก็อตเดินมานั่งเบียดผมพร้อมกับเอาแขนมาคล้องคอผมแล้วดึงผมเข้าไปซบกับอกตัวเอง 

“ก็อต คนมอง!” ผมว่าเสียงดุแล้วขืนตัวออกห่างจากก็อต 

ตอนนี้เรานั่งกันอยู่ที่โรงอาหารเพราะมันเป็นคาบว่างห้องสมุดก็คนเยอะ หน้าคณะก็ไม่มีที่ว่างผมกับก็อตก็เลยมานั่งกันอยู่ที่นี่ 

“อะๆ กอดนิดกอดหน่อยทำมาเป็นหวงเนื้อหวงตัว จะเก็บความสาวไว้ให้ใครเชยชมเหรอครับ” 

“ความสาวบ้าบออะไรล่ะ กูเป็นผู้ชาย!” ผมนี่อยากกลอกตาสักล้านรอบ ก็ดูคำพูดคำจาของมันสิครับ ผมเป็นผู้ชายนะมีความสาวให้เก็บซะที่ไหน 

“ก็เป็นผู้ชายไงแต่สวยกว่าผู้หญิงบางคนอีก” ก็อตว่าพลางจับหน้าผมหันไปหันมา 

“อื้อ ทำอะไรเนี่ยปล่อยเลย” ผมปัดมือก็อตออกจากแก้มพร้อมถลึงตาใส่มันแต่มันก็ไม่กลัวผมหรอกนะครับเพราะถ้ามันกลัวมันคงไม่หัวเราะลั่นแบบนี้หรอก 

“อะๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ แล้วยังไงกับพี่ดินของเธอน่ะ” 

“ก็อต!” ผมเรียกชื่อก็อตอย่างอ่อนใจเพราะทุกวันนี้ก็อตมันมักจะมีศัพท์แปลกๆ มาเรียกมาพูดกับผมอยู่บ่อยๆ อย่างเช่นวันนี้มันก็เรียกผมว่าเธอๆ เกือบจะทั้งวัน 

“อุ๊บส์ ขอโทษจ้ะ” 

“ตลอดอ่ะ” นี่ผมต้องกลอกตามองบนอีกกี่ร้อยรอบกับท่าทางตอแหลของเพื่อนตัวเองเนี่ย 

“ยังไง สรุปมันยังไงกับพี่ดินเนี่ยมันยังไงจะเล่าได้ยัง” 

“เป็นคนขี้เสือกตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมถามเพราะหมั่นไส้คนที่กำลังจ้องหน้าผมไม่เลิก สายตาที่บ่งบอกว่าพร้อมจะฉอดเรื่องผมเต็มที่นั้นไม่มีแววปิดบังเลยสักนิด 

“ที่เสือกเนี่ยก็เพราะเป็นห่วงเธอหรอกน่า” ก็อตว่าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าซีเรียสขึ้นมาทันที 

“เออๆ เล่าก็ได้แต่ก่อนจะพูดเรื่องของกู เอาเรื่องที่มึงยังไม่บอกกูดีกว่า” ผมว่าแล้วมองหน้าก็อตอย่างจริงจังบ้าง 

เรื่องที่ก็อตมันคะยั้นคะยอให้ผมไปเที่ยวด้วย เรื่องที่มันบอกว่าจะพาผมไปดูช็อตเด็ดนั่นอีก มันยังไม่เล่าให้ผมได้กระจ่างเลยนะตั้งแต่วันนั้นน่ะ 

 “อ่า นึกว่าลืมไปแล้วนะเนี่ย” ก็อตเกาคอแล้วยิ้มแหย 

“ไม่ลืมง่ายๆ หรอกเล่ามา!” ผมว่าเสียงดุเข้มแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก 

“คืออย่างนี้...” 

ก็อตเริ่มเล่าเรื่องของพี่ดินที่มันเจอในร้านเหล้ามาให้ผมฟังเป็นฉากๆ ทุกรายละเอียดรวมถึงวันและเวลา ทุกครั้งที่ก็อตเจอพี่ดินไม่เคยว่างเว้นจากผู้หญิงเลยอีกทั้งแต่ละครั้งผู้หญิงไม่เคยซ้ำหน้ากันสักคน ผมฟังจนทนฟังต่อไปไม่ไหวเลยต้องบอกให้มันหยุดเล่าเพราะทนฟังต่อไปไม่ไหว 

“พอก่อน กูรับไม่ไหวแล้ว” ผมบอกแล้วยกขวดน้ำขึ้นกระดก 

“จิตใจอ่อนไหวอีก นี่กูยังเล่าไม่จบเลยนะ” ก็อตว่าแล้วลูบหัวผมเบาๆ 

“พี่ดินแม่ง...” 

“เลว!” ผมพูดไม่จบก็อตมันก็ต่อประโยคให้เองโดยอัตโนมัติ 

“...” แล้วผมก็พูดไม่ออก  

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก่อนที่ผมกับพี่ดินจะกลับมาเจอกันอีกนั้นผมไม่รู้หรอกว่าเขาไปทำอะไรกับใครที่ไหนมาบ้างและผมไม่คิดจะสนใจเพราะถือว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่ถ้าผมกับเขาจะคบกันจริงๆ พี่ดินต้องแสดงให้ผมเห็นมากกว่านี้ว่าเขาจริงจังกับผมจริงๆ แต่คนอย่างพี่ดินเนี่ยนะ แค่คิดผมก็ท้อแล้วอ่ะ 

ความคิดเห็น