Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 32

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 32

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 590

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2563 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 32
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 32 

 

ตอนนี้ผมกำลังยืนรอไอ้ลูกหินอยู่ที่หน้าร้านเหล้าหลังจากที่บอกลากับก็อตเสร็จผมก็โทรบอกมันว่าจะกลับแล้ว ไอ้ลูกหินมันบอกให้ผมออกมารอด้านหน้าเพราะไม่อยากให้ผมเดินไปหาที่โต๊ะคนเยอะวุ่นวายมันว่ามาแบบนั้นแต่นี่ผมรอมันเกือบจะสิบนาทีแล้วมันยังไม่โผล่หัวออกมาอีก 

ผมกำลังจะโทรหามันอีกรอบแต่ข้อมือก็ถูกคว้าเอาไว้ก่อน 

“เฮ้ย!” ผมร้องออกมาอย่างตกใจก่อนจะชะงักนิ่งมือข้างที่ถูกคว้าถูกพี่ดินจับประสานเอาไว้แน่น 

“กลับบ้าน!” พี่ดินที่ไม่พูดพร่ำทำเพลงพูดออกมาแค่นั้นแล้วจูงมือผมให้เดินตามไปทันที 

“เดี๋ยวพี่ดิน ไอ้หิน...” ผมยื้อยุดกับพี่เขาตรงบันไดทางขึ้นแล้วมองหาคนที่มันบอกให้ผมกลับไปกับมันแต่ไม่ยักจะเห็นมันอยู่แถวนี้ 

“ลูกหินกลับไปแล้วแฟนโทรตาม” พี่ดินตอบแล้วดึงมือผมให้ออกเดินต่อ 

“เดี๋ยวสิ หมายความว่ายังไง?” ผมที่เหมือนจะเข้าใจเหตุการณ์แต่ก็เหมือนจะไม่เข้าใจ  

ตอนนี้ผมรู้สึกงงแล้วก็มึนไปหมด อะไรคือการที่พี่ดินบอกว่าไอ้ลูกหินกลับไปแล้ว แล้วอะไรคือการที่มันไม่ยอมโทรมาบอกผมว่ามันกลับไปแล้ว แล้วทำไมต้องเป็นพี่ดินที่จูงมือผมอยู่ในตอนนี้ 

ผมไม่ได้คำตอบของคำถามเพราะพี่ดินไม่หันมาตอบคำถามผมนอกจากตั้งหน้าตั้งตาจูงมือผมเดินไปที่รถของตัวเองอย่างหน้าด้านๆ ใช่พี่ดินหน้าด้านมากเพราะผมไม่ได้เต็มใจที่จะไปกับเขาแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือผม! 

“ผมจะกลับเอง” ผมบอกเสียงแข็งเมื่อพี่ดินเปิดประตูรถและบังคับผมทางสายตาให้ผมเข้าไปนั่งในรถ 

“ไม่ได้! เมาแบบนี้จะกลับคนเดียวได้ยังไง” พี่ดินตอบกลับมาเสียงดุทำให้ผมหน้างอขึ้นทันทีแต่ผมก็ยังไม่ยอมขึ้นรถอยู่ดี 

“...” 

“ฝุ่นอย่าดื้อกับพี่นะ” ยิ่งพี่เขาดุผมยิ่งไม่อยากจะมองหน้าเขาด้วยซ้ำ 

“พี่ก็ปล่อยให้ผมกลับเองสิ” ผมบอกออกมานิ่งๆ ตาก็มองนั่นมองนี่ไปเรื่อย  

ยิ่งดึกคนที่ร้านนี้ยิ่งเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ มีหลายคนที่ยังยืนคุยกันอยู่หน้าร้านแล้วก็กำลังมองมาที่ผมกับพี่ดินอย่างให้ความสนใจและสายตาสอดรู้สอดเห็นนั้นเริ่มทำให้ผมรู้สึกไม่อยากจะอยู่ตรงนี้นานๆ ผมเองก็อยากจะรีบๆ ไปจากที่นี่แต่ติดตรงที่พี่ดินนี่สิไม่ยอมหลีกทางให้ผมเลย 

“ขึ้นรถ!” พี่ดินบอกดุๆ หน้าหล่อนั่นกำลังขมวดคิ้วมองหน้าผมนิ่งๆ เมื่อผมดื้อไม่เชื่อฟัง 

“จะกลับเอง” ผมบอกออกไปอีกครั้งแล้วพี่ดินก็กระตุกยิ้มมุมปากทั้งๆ ที่ใบหน้านั้นยังเรียบนิ่ง 

“จะ จะทำอะไรถอยออกไปเลยนะพี่ดิน!” ผมยกมือขึ้นมากั้นเมื่อพี่ดินขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น 

“จะขึ้นรถกลับกับพี่ดีๆ หรือต้องให้พี่จูบต่อหน้าคนอื่นก่อนฝุ่นถึงจะขึ้นรถได้” 

“จะบ้าเหรอ!” ผมว่าแค่นั้นแล้วผลักพี่ดินแรงๆ ก่อนจะรีบขึ้นรถแล้วปิดประตูรถทันที 

คนบ้าอะไรก็ไม่รู้ทั้งหน้าด้านทั้งไร้ยางอายเลยจริงๆ 

จะมาจูบผมตรงนี้ต่อหน้าคนอื่น จูบผมหน้าร้านเหล้านี่น่ะเหรอ ฝันไปเถอะ! 

พี่ดินขับรถออกมาจากร้านเหล้าทันทีที่ขึ้นมาบนรถพี่เขาหันมายิ้มหล่อๆ ให้ผมเมื่อความต้องการของตัวเองนั้นบรรลุผลแล้วผมก็ถลึงตาใส่เขาเป็นการตอบแทนรอยยิ้มบาดใจนั้น 

รู้สึกหงิดหงิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้! 

“ถ้าง่วงก็นอนไปก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวถึงแล้วพี่จะปลุก” พี่ดินว่ามาแบบนั้นขณะที่ผมเอนตัวพิงเบาะพร้อมกับตาที่เริ่มปรือเพราะความง่วงบวกผสมปนเปไปกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์  

พี่ดินหันมาส่ายหน้าใส่ผมเล็กน้อยขณะที่รถเคลื่อนตัวไปได้เรื่อยๆ ถึงคืนนี้จะเป็นคืนวันศุกร์แต่รถก็ไม่ได้ติดอะไรมากมายแต่มันก็ไม่เร็วเท่าที่ใจผมต้องการอยู่ดี ตอนนี้ผมไม่อยากอยู่กับพี่ดินสองต่อสองในรถที่เขาเป็นคนบังคับพวงมาลัยรถอยู่แบบนี้บอกตรงๆ ว่าผมไม่ไว้ใจพี่ดินเลยสักนิดและผมก็ไม่ไว้ใจตัวเองแม้แต่นิดเดียวเหมือนกัน 

“ฝุ่น ฝุ่นครับตื่นได้แล้ว” ผมงัวเงียลืมตาขึ้นมาเมื่อมีเสียงเรียกก่อนจะแสดงสีหน้าตกใจเพราะผมเผลอหลับไปจริงๆ หลับไปตอนไหนไม่รู้ด้วย 

“อะ เอ่อ...ขอบคุณที่มาส่งครับ” ผมเม้มปากแล้วบอกขอบคุณพี่ดินแต่จังหวะที่จะเปิดประตูลงจากรถผมก็ต้องเลิกคิ้วแล้วเอียงคอ 

นี่มันไม่ใช่หน้าบ้านผมนี่ครับ! 

ผมจะหันไปถามพี่ดินแต่พี่เขาก็ลงรถไปก่อนแล้วผมเลยต้องรีบเปิดประตูลงไปจากรถแล้วรีบเดินเร็วๆ เข้าไปคว้าแขนพี่ดินที่กำลังจะเดินหนีผมเข้าไปในคอนโดและผมเดาว่ามันคงเป็นคอนโดที่พี่ดินพักอาศัยอยู่ 

“พี่ดินเดี๋ยวก่อน!” ผมรั้งแขนพี่ดินไว้ด้วยท่าทางที่มองมาจากดาดฟ้าของคนโดยังรู้เลยว่าผมกำลังประหม่าและลนลานแค่ไหน 

“หืม?” พี่ดินเลิกคิ้วด้วยสีหน้าซื่อๆ และผมก็รู้ว่าเขาแกล้งทำ  

พี่ดินไม่ใช่คนซื่อบื้อไร้เดียงสาแต่เขามันเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์เป็นปีศาจร้ายที่คอยทำร้ายจิตใจผมแต่ผมก็ยังรักเขาทั้งๆ ที่รู้ว่าควรหยุดรักเขาได้แล้ว 

“พี่ไม่ต้องมาแกล้งทำหน้าแบบนั้นเลยนะ” ผมว่าพี่เขาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจัง 

“พี่ทำหน้าแบบไหนเหรอ” ผมเม้มปากเมื่อพี่ดินยื่นหน้าหล่อๆ ของเขาเข้ามาใกล้ 

ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะดึกแล้วแต่ผมคิดว่าพี่ดินทำแบบนี้มันไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ทั้งกับผมแล้วก็กับตัวของพี่เขาเองผมจึงขยับถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างของเราซะ 

“รังเกียจพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ” พี่ดินถามเสียงแข็งแล้วยืดตัวขึ้น 

“ผมไม่ได้รังเกียจ” ผมตอบพี่เขาออกไปทันทีที่เห็นสีหน้ากับท่าทางน้อยใจนั้น 

“ไม่รังเกียจพี่แน่นะ” พี่ดินว่าแล้วอมยิ้มทั้งยังส่งสายตาแพรวพราวมาให้ผม 

“อืม” ผมพยักหน้ารับแล้วหลบสายตานั้นของพี่ดิน 

“งั้นขึ้นไปกับพี่หน่อยสิ” พี่ดินไม่รอคำตอบตกลงจากผม พี่เขายื่นมือมาจับมือผมแล้วพาเดินเข้าไปในคอนโด 

ผมเข้ามาอยู่ในลิฟท์กับพี่ดินและยังถูกพี่เขาจับมือไว้อย่างนั้นระหว่างเราไม่มีคำพูดใดที่สื่อสารกันนอกจากมือหนาที่บีบกระชับมือผมเอาไว้แน่น พี่ดินใช้นิ้วโป้งคลึงนิ้วมือผมเล่นจนกระทั่งประตูลิฟท์เปิดออกพี่ดินก็จูงมือผมออกมาพาเดินมายังห้องของเขา  

ใจผมมันเต้นรัวและเร็วจนผมกลัวว่าตัวเองจะหัวใจวายตายลงตรงนี้ 

“เชิญครับ” พี่ดินหันมาพูดกับผมเสียงนุ่มหลังจากที่เปิดประตูแล้ว 

“เอ่อ...” ผมลังเลไม่กล้าแม้แต่จะขยับเท้าก้าวไปข้างหน้า 

“กลัวพี่ทำอะไรเหรอ” 

“ผมไม่ได้กลัว” ผมก็ปากกล้าไปอย่างนั้นทั้งที่จริงๆ แล้วผมสั่นไปทั้งตัวแล้วตอนนี้ นี่มันห้องพี่ดินเลยนะ ห้องส่วนตัวของเขาแล้วตอนนี้เขากำลังจะให้ผมเข้าไปในนั้น 

“ไม่กลัวก็ดีแล้ว ปะเข้าไปข้างในกันดีกว่า” พี่ดินว่าแล้วดึงผมเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วก่อนที่ประตูห้องจะปิดลงและเจ้าของห้องกดล็อกทันที 

ผมสูดลมเข้าปอดลึกเพื่อให้ตัวเองไม่สั่นไปมากกว่านี้และพี่ดินเองก็ไม่ได้กดดันอะไรผม พี่เขาเดินไปเปิดตู้เย็นจัดการรินน้ำเย็นๆ ใส่แก้วแล้วเดินตรงมาที่โซฟาแล้วนั่งลงตรงนั้นจากนั้นก็กวักมือเรียกผมที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมให้เดินเข้าไปหา 

“ฝุ่นมานั่งนี่สิ” 

“ครับ” ผมรับคำแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆ พี่ดินอย่างกล้าๆ กลัวๆ 

“ดื่มน้ำก่อนจะได้สดชื่นขึ้น” พี่ดินว่าแล้วยื่นแก้วน้ำมาให้ผม  

“ขอบคุณครับ” ผมรับมาดื่มแค่จิบเล็กๆ ก่อนจะวางแก้วน้ำลงแล้วหันไปมองพี่ดินที่ตอนนี้กำลังขยับมาใกล้ผมมากขึ้น 

“พี่ถามได้มั้ยว่าทำไมฝุ่นถึงออกไปเที่ยวกลางคืน” พี่ดินเริ่มตั้งคำถามพร้อมกับหน้าหล่อที่ตีสีหน้าเข้มขรึมใส่ผม 

“…ทำไมผมจะไปไม่ได้ล่ะครับ” ผมนั่งไปสักพักเพื่อมองหน้าพี่ดินแล้วถามพี่เขากลับ 

“ร้านเหล้ามันอันตรายนะฝุ่น” 

“กลัวผมไปเจอคนแบบพี่เหรอครับ” ผมถามพร้อมแค่นยิ้มออกมา 

“คนแบบพี่?” เหมือนพี่ดินจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน 

“ใช่ครับ คนแบบพี่นั่นแหละ” 

“พี่เป็นคนแบบไหน” พี่ดินจับผมให้หันไปเผชิญหน้ากับพี่เขาตรงๆ  

“ก็...” แล้วผมก็ต้องมานั่งอึกอักเพราะถูกพี่ดินจ้องตาไม่กะพริบอยู่แบบนี้  

“แบบไหน” 

“ใจร้าย!” หลุดปากออกไปแล้วผมก็ต้องเม้มปากแน่น 

พี่ดินดูจะชะงักไปชั่วขณะกับคำพูดของผมที่บอกว่าเขาเป็นคนใจร้ายแต่สุดท้ายพี่เขาก็หัวเราะออกมาแล้ววางมือลงบนหัวของผมขยี้ผมของผมจนมันยุ่งเหยิงไปหมดด้วยความมันเขี้ยว 

“อื้อ หัวผมยุ่งหมดแล้ว” ผมหน้างอพร้อมกับปัดมือพี่ดินออกจากหัวตัวเองแต่มือผมกลับถูกพี่เขาจับยึดไว้ก่อนที่พี่ดินจะดึงผมเข้าไปหาทำให้ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันแค่ปลายจมูก 

ใกล้อีกนิดเดียวจมูกผมกับจมูกของพี่ดินก็จะสัมผัสกันและริมฝีปากของเราทั้งคู่ก็จะใกล้กันหรือไม่มันก็อาจจะเฉียดจนสัมผัสกันผมเลยเม้มปากแน่นแล้วกลั้นลมหายใจเพราะหัวใจผมมันเต้นแรงเกินไป 

“หัวยุ่งก็ยังหล่ออยู่ดี” พี่ดินว่ายิ้มๆ แล้วเอาจมูกมาถูกับจมูกของผมเล่น 

การเล่นของพี่ดินมันทำให้ผมแพ้ทางพี่เขาอีกแล้ว 

ผมหลับตานิ่งปล่อยใจกับสัมผัสแผ่วเบานั้นจนกระทั่งพี่ดินแนบริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากของผม ค่อยๆ ขบเม้มกลีบปากผมช้าๆ จนผมตอบรับจูบนั้นด้วยการเปิดปากให้พี่ดินสอดลิ้นเข้ามาทักทายลิ้นของผม 

“อื้อ...” 

“อืม” 

ริมฝีปากของผมกับพี่ดินบดเบียดกันแนบสนิทเรียวลิ้นของเราเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกันอย่างโหยหา พี่ดินค่อยๆ ดันตัวผมลงนอนบนโซฟา มันไม่ค่อยสบายและไม่ค่อยถนัดนักหรอกเพราะโซฟามันแคบแต่วินาทีนี้ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้น  

สิ่งที่ผมสนใจคือริมฝีปากนุ่มๆ กับลิ้นลื่นๆ ของคนที่นอนทับผมอยู่ตอนนี้ต่างหาก! 

“อื้อ อ๊ะ!” พี่ดินผละจูบออกเมื่อเราจูบกันมากพอแล้วก่อนที่มือของพี่ดินจะเริ่มซุกซนสอดเข้ามาลูบไล้ที่หน้าท้องขาวๆ ของผม 

“ฝุ่น” พี่ดินเรียกชื่อผมอ้อนๆ ตาคู่สวยช้อนขึ้นมองหน้าผมที่นอนเขินหน้าแดงอยู่ใต้ร่างของเขา  

“ครับ…อ๊ะ!” ผมเม้มปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงที่น่าอายไม่ให้มันหลุดออกมาเมื่อพี่ดินเลื่อนมือขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปลายนิ้วนั้นสัมผัสกับตุ่มไตบนอกของผม 

“ฝุ่นเป็นของพี่ได้มั้ย” พี่ดินถามพร้อมกับขยับตัวขึ้นมาให้ใบหน้าของเราอยู่ในระดับเดียวกัน 

มองตากันท่ามกลางเสียงหัวใจของผมที่เต้นระรัว 

เป็นของพี่ดิน… 

ผมอยากจะสั่งสมองให้มันคิดวิเคราะห์ให้มากกว่านี้แต่ดูเหมือนว่าหัวใจของผมมันจะมีอำนาจเหนือกว่าจนผมเริ่มกลัวใจตัวเองมากขึ้นทุกที ยิ่งสบสายตาจริงจังของพี่ดินใจผมมันก็ยิ่งเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ 

ความคิดเห็น