mdred♡

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 28 :: เคลียร์ (100%)

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 :: เคลียร์ (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 99.9k

ความคิดเห็น : 351

ปรับปรุงล่าสุด : 22 เม.ย. 2559 20:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 :: เคลียร์ (100%)
แบบอักษร

 

แรงกระชับอ้อมกอดที่เอวทำให้ผมสะดุ้งตัวตื่น และดูเหมือนว่าเจ้าของแขนจะผมเอาหัวนอนทับอยู่เขาจะรู้ว่าผมตื่นแล้ว มือหนาอีกข้างจึงเอื้อมมือปิดตาผมเอาไว้คล้ายจะให้หลับตาต่อพร้อมสัมผัสร้อนๆของลมหายใจที่ลำคอและเสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหู

“หลับครับ”

ผมได้ยินแต่เสียงเพราะภายในห้องมือ เลยต้องขมวดคิ้วเพราะตอนที่ผมมาหาเสือน่ะมันยังเที่ยงๆอยู่เลย ผมจับมือของเขาที่ปิดตาผมอยู่ออกมองไปยังด้านนอกแล้วพบว่าตอนนี้กลายเป็นเวลากลางคืนไปเสียแล้ว นั่นหมายความว่าผมอาจจะนอนไปแล้วเกินหกชั่วโมง จำไม่ได้ว่านอนตอนไหนแต่ความทรงจำล่าสุดคือร้องไห้ ผมคงร้องไห้จนหลับ

ผมหมุนตัวพลิกหวังจะหันไปหาคนที่กอดอยู่ แต่จังหวะหันขาของผมมันดันไปโดนขาของเสือที่หักอยู่ทำให้เขาร้องโอ๊ยเบาๆ

“ขอโทษครับ” ผมรีบบอกหน้าตาตื่น ลืมไปว่าเสือยังขาหักอยู่เลยไม่ได้ระวังตัว

“เจ็บนะเมีย”

“ก็ขอโทษแล้วไง”

“ไม่หาย”

“อ้าว

“จูบก่อนถึงหาย”

ผมเบ้หน้าบอก “เสืออย่าเล่นมุขนี้ได้ไหม”

“หึ” ร่างสูงแสยะยิ้มเล็กน้อยแล้วก้มใบหน้าให้ปลายจมูกและหน้าผากติดกัน แขนของที่ผมนอนทับอยู่ยกมือขึ้นแล้วเล่นเส้นผมของผมจากทางด้านหลัง ผมเงยหน้าขึ้นมองตาคมที่อยู่ใกล้แล้วละหน้าออกแต่อีกฝ่ายก็ตามเข้ามาใหม่ จนในที่สุดผมก็ตัดสินใจยันตัวขึ้นจากเตียง เสือนอนมองผมจนชะล่าใจอยู่สักครู่ หลังจากนั้นเขาก็ลุกพรวดขึ้นมาดึงแขนของผมแรงให้เขาไปใกล้ๆก่อนใช้มือที่เคยเล่นผมนั่นจับศีรษะให้หันไปทิศทางที่ต้องการแล้วแนบริมฝีปากลงมา

มือหนาบีบคางผมแรงๆให้ผมอ้าปากออก ก่อนจะแทรกลิ้นเข้ามาแล้วดูดแรงๆ พอผมไม่ยอมตอบกลับเขาก็ยิ่งรุกขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำลายไหลย้อยลงจนถึงปลายคางเพราะผมกลืนมันไม่ทัน เสือจึงละออกแล้วเช็ดน้ำลายบนใบหน้าผมเบาๆ แต่ละออกไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็กลับเข้ามาใหม่ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไปตามลำคอขณะจับแขนผมทั้งสองข้างด้วยมือข้างเดียว

มือหนาอุ้มผมมานั่งบนตัก ใช้นัยน์ตาคมมองระหว่างตัว มือก็ยังจับเอาไว้ไม่ปล่อย

“เสืออย่า” ผมห้ามเพราะรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร ริมฝีปากถูกแนบอีกครั้งไม่ให้พูด มือทั้งสองข้างถูกปล่อยออกจากกันและถูกบังคับให้วางโอบล้อมคอของเขาเอาไว้ ลิ้นที่ตวัดเกี่ยวอยู่ทำให้ผมรู้สึกตื่นตัวบางอย่างที่ล้วงเข้ามาใต้เสื้อแล้วสะกิดเบาๆตรงยอดดอกยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระสั่นจนเผลอครางออกมาแผ่วเบาในขณะที่ริมฝีปากก็ถูกครอบครอง

“อา

เสื้อของผมถูกเลิกขึ้นไปถึงคอ ในขณะเดียวกันที่ริมฝีปากถูกละออกแต่เสือเลื่อนมันมาครอบครองยอดดอกแทน ผมตัวสั่นหลุบตามองเส้นผมอีกดำสนิทแล้วขยุ้มแรงๆ ได้แต่หอบหายใจสะท้านแล้วตัวสั่นครือตอนที่ฟันคมกัดลงตรงนั้นแรงๆคล้ายกำลังหมั่นเคี้ยว น้ำลายสีใสไหลไปทั่วตัวผม ตุ่มไตบนอกชุ่มไปด้วยน้ำลายและออกสีแดงเล็กน้อยเพราะแรงกัด เสือจับมือผมวางที่ไหล่แล้วให้ขย้ำเสื้อของผมเอาไว้ก่อนให้เอนตัวไปทางด้านหลังเมื่อลิ้นร้อนนั่นลากลงมาถึงสะดือ

ก๊อก! ก๊อก!

ผมสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูแต่คนที่สัมผัสผมอยู่ยังไม่ยอมออกริมฝีปากไปไหน มือหนาเพียงเอื้อมไปกดสวิตท์บางอย่างที่หัวเตียง หลังจากนั้นคนที่เคาะประตูก็ไม่เข้ามาในห้อง ผมไม่มีเวลาถามว่าเสือทำได้ยังไงเพราะตัวเองก็กำลังทนต่อความเสียวสะท้านเมื่อมือหนาล้วงลงไปในกางเกง จับสิ่งที่อยู่ภายในกางเกงพลางชักมันเบาๆ ผมกรีดร้องในลำคอ ตัวสั่นไปหมดจนกระทั่งทนแรงยั่วยุไม่ไหวจึงเผลอปล่อยออกมา เสือไม่ว่าอะไรแต่เงยหน้าขึ้นมองผมตาวาว ริมฝีปากถูกมือหนาบังคับให้โน้มลงมาแนบ ได้ยินเสียงพึมพำดังขึ้นขณะที่กำลังจะแทรกลิ้น

“ได้ช่วยตัวเองบ้างหรือเปล่า”

ผมไม่มีแรงตอบเพราะมือที่ทำให้ผมปล่อยออกมานั้น วกกลับเข้าไปสร้างความกระสันอีกครั้ง น้ำสีขาวขุ่นถูกปล่อยออกมานับครั้งไม่ถ้วน เสือไม่ให้ผมพัก เขาช่วยให้ผมเสร็จแต่ไม่ได้ช่วยให้ตัวเองเสร็จ ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เปรอะไปด้วยน้ำกามของผมเพราะแรงกระเด็น นิ้วเรียวปาดน้ำสีขุ่นแล้วเลียเบาๆก่อนกลืนลงไปในขณะที่ผมร้องอย่า

มือหนาจับใบหน้าผมลงที่ไหล่เมื่อผมมีท่าทีว่ากำลังจะหมดสติ มือที่ลูบศีรษะผมอยู่สร้างความอบอุ่นให้อย่างน่าประหลาด ผมหลับตาลง รู้สึกเหนียวตัวไปหมด บางอย่างที่ดันขึ้นมาจากทางด้านหลังทำให้ผมรู้ว่าเขาก็มีอารมณ์เหมือนกันแต่พอจะช่วยร่างสูงกลับปฏิเสธ

ผมต้องเขย่งปลายเท้าเข้าไปอาบน้ำอย่างที่เป็นการขัดคำสั่งของคุณพ่ออีกครั้ง แล้วจึงกลับมาเช็ดคราบที่เปื้อนไปตัวตามร่างสูงให้เสือต่อ พอจัดการทุกอย่างเสร็จมือหนาก็เอื้อมไปกดสวิตท์บางอย่างอีกรอบหลังจากนั้นบุรุษพยาบาลก็เข้ามาพร้อมถาดน้ำและผ้าในมือ ผมมองอยู่สักครู่ก่อนจะถูกเรียกให้เข้าไปจูบที่แก้ม เสือว่า

“เด็กดี” จากนั้นเขาก็ให้บุรุษพยาบาลคนนั้นพาผมไปส่งที่ห้อง ผมแปลกใจที่เสือไม่ให้ผมนอนด้วยแต่ไม่ได้ถามอะไรและได้รับคำตอบในวันถัดมาว่า คงต้องลงแดงตายถ้าได้นอนด้วยแต่ไม่ได้ทำอะไร ผมหัวเราะเล็กน้อยหลอกด่าเสือไปด้วย

หื่นไม่เจียมสังขารจริงๆ

แต่ในวันเดียวกันผมก็โดนคุณพ่อของเสือบ่นให้ว่าดื้อที่ไปอาบน้ำอีกครั้ง ส่วนเหตุผลที่โดนถามว่าทำไมถึงไปอาบอีกละนั้น ผมไม่กล้าตอบว่าเพราะอะไร

 

1 วันต่อมา

“ทำไมวันนี้คนเยอะแปลกๆ” ผมขมวดคิ้วหันไปถามธีมที่อยู่ทางด้านหลังขณะมองไปยังหน้าห้องเสือที่มีคนรุมเต็ม ส่วนใหญ่แล้วเป็นเมดที่เคยเห็นจากคฤหาสน์ของเสือด้วย คำถามของผมไม่ได้รับคำตอบเพราะน้องสาวเองก็ส่ายหน้าไม่รู้เรื่องเหมือนกันผมไม่กล้าเข้าไปเลยไปนั่งรออยู่ม้านั่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหน้าห้องของเสือเท่าไหร่นัก คิดว่าคงมีใครสักคนมาเยี่ยมแต่รอเกือบสามสิบนาทีคนในห้องก็ไม่มีท่าทีว่าจะลดลง

“เป็นอะไรหรือเปล่านะ” ผมเม้มปากสักพักก็เห็นแม่นมของเสือเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าออกจะเป็นกังวลเล็กน้อย“แม่นมครับ”

ผมตะโกนเรียกท่าน จนท่านหันมามองผมตาแววแล้วรีบเดินมาหา

“เป็นยังไงบ้างค่ะ คุณธาม”

“ก็ดีครับ” ผมตอบติดตลกแล้วรีบถามในสิ่งที่อยากรู้ “คุณย่ามาเยี่ยมเสือหรือครับ”

“ค่ะ แต่ที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเยี่ยมหรอกคะ” คำตอบแบบแปลกชวนให้ผมขมวดคิ้วงงก่อนจะกระจ่างเมื่อแม่นมพูดประโยคต่อมา

“มาเคลียร์เรื่องของคุณสิงห์กับคุณเสือน่ะค่ะ”

 

ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อน

บรรยากาศในห้องพักขนาดใหญ่เงียบนิ่งจนน่ากลัวเมื่อมีคุณย่าผู้ซึ่งมีอำนาจสุดในตระกูลมาอยู่ด้วย เสือเม้มปากทำหน้าไม่สบอารมณ์ขณะกำหมัดแน่นมองหน้าน้องชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังทำหน้าเฉยเมยคล้ายคนไม่รู้ร้อนอะไร ส่วนข้างๆสิงห์เป็นลินิน อดีตคู่หมั้นที่ยังสวยวัยสวยคืนไม่มีเปลี่ยนนอกจากสามคนนี้แล้วก็ยังมีคุณพ่อและคุณแม่ของธามและของเขา จะไม่มีก็แต่

“แล้วธามล่ะ”เสียงหอบพร่าของคุณหญิงดังขึ้นเมื่อสบสายตากับทุกคนแล้วยังไม่เห็นร่างเล็กที่กล่าวถึง

“อย่าให้ธามเข้ามา!/อย่าให้ธามเข้ามา!” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันทันทีคุณหญิงศิริวรรณพูดจบ จนคนในห้องต้องหันไปกระซิบกระซาบกันอย่างออกความคิดเห็น

“ธามเป็นต้นเหตุของพวกเราทั้งสองคนจะไม่ให้เขาเข้ามาได้ยังไง”

“อย่าให้ธามเข้ามา” เสือหันไปบอกเสียงเข้มกับผู้คนที่กำลังรุมอยู่หน้าประตู แรงกดดันบางอย่างทำให้ทุกคนที่กำลังยืนอยู่ใกล้ประตูบานใหญ่เผลอพยักหน้าตอบรับพร้อมๆกัน นัยน์ตากลมโตของหญิงวัยชรามองหลานชายแล้วเผลอรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ

“สิงห์และลินินว่ายังไงล่ะ”

“อย่าเอาเขามา” สิงห์เอามือก่ายหน้าผากแล้วหลับตาลงอย่างหนักใจ ส่วนหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆก็ตอบสั้นๆว่า

“ยังไงก็ได้ค่ะ”

“งั้นก็” มือที่เหี่ยวย่นตามอายุประสานเข้าหากันอย่างใช้ความคิด

 

คุณหญิงบอกให้สลับคู่หมั้นค่ะ คุณเสือโอเค คุณลินินไม่ว่าอะไรแต่เหมือนคุณสิงห์เขาจะ…’

ที่จริงเรื่องนี้คุณเสือเป็นคนผิด คุณย่าพูดแบบนี้ก็เหมือนเข้าข้างคุณเสือด้วย คุณสิงห์จะปฏิเสธก็ได้แต่ก็เหมือนไม่ตอบอะไร นั่นยิ่งทำให้เรื่องมันยังไม่จบสักที

นมต้องออกมาก่อนเพราะต้องไปทำธุระให้คุณหญิงเลยฟังมาได้แค่นี้ค่ะ

ผมนั่งนิ่งกำลังใช้ความคิดตัวเองกับคำพูดของแม่นมที่ดังก้องอยู่ในความคิด เบื้องหน้าของผมคือเด็กๆที่มาเล่นกันตอนนี้เราอยู่บริเวณที่เป็นสวนดอกไม้ของโรงพยาบาลสร้างไว้ให้ผู้ป่วยและเหล่าญาติของคนไข้ผ่อนคลาย ผมก้มลงมองมือที่ประสานกันอยู่ทันใดนั้นก็รู้สึกเย็นๆบริเวณแก้ม พอเงยหน้าขึ้นก็เจอน้องสาวกับถ้วยโฟมใส่น้ำแข็งใสสีแดงราดนมข้นน่าทาน

“เอาหน่อยไหม” ผมรับมาแล้วตักเข้าปากไม่พูดอะไร ธีมตามลงมานั่งข้างๆ (ตอนนี้ผมไม่ได้นั่งวีลแชร์แต่นั่งอยู่ม้าหินอ่อน) “คิดอะไรอยู่”

“คิดว่าจะเป็นยังไงต่อ”

“คิดมาก” น้องสาวเอ็ด “พี่เสือน่ะต้องขอพี่ให้ได้อยู่แล้ว”

“ไม่ใช่เรื่องนั้น”

“แล้วเรื่องอะไร”

“สิงห์” ผมเอ่ยเสียงเบาหลับตาลงแล้วคิดถึงคำของแม่นม

คุณหญิงบอกให้สลับคู่หมั้นค่ะ คุณเสือโอเค คุณลินินไม่ว่าอะไรแต่เหมือนคุณสิงห์เขาจะ ร้องไห้

“สิงห์เขาร้องไห้” ผมหลับตาแน่นรู้สึกดีที่ไม่ต้องเขาไปเคลียร์กับพวกเขา ถ้าให้ผมเข้าไปด้วยผมคงรับความกดดันกับความอึดอัดไม่ไหว “มันทำให้รู้สึกเห็นแก่ตัว รู้สึกผิด มันแย่ มันบอกไม่ถูก”

“ลองเห็นแก่ตัวเพื่อตัวเองบ้างสักครั้ง”

“ยังไงพี่ก็ต้องเลือก เลือกคนที่เรารักถูกแล้ว พี่สิงห์รักพี่ก็จริงแต่พี่ไม่ได้รักเขานี่”

“มันก็ใช่แต่

“ถ้าพี่เสือไม่ได้รักพี่ พี่เลือกพี่สิงห์ถึงจะถูก”

“ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่ได้รักกัน มันจะทรมานมากกว่านะ”

“พูดง่ายเนาะ” ผมมองหน้าน้องสาวแล้วยิ้มๆ “ไปจำมาแต่ไหน”

“อ่านมาจากนิยาย”

“เอามาให้อ่านบ้าง”

“โอเค”

“ธีม”

“อะไร”

“ขอบใจนะ”

“เรื่อง

“ที่กำลังพูดอยู่นี่แหละ”

“อืม”

“ขอกอดหน่อย”

ขวับ!

น้องสาวผมโผล่เข้ากอดทันทีที่ผมพูดจบ ใบหน้าหวานซุกเข้าอกแล้วพึมพำออกมา “รีบๆหายแม่เป็นห่วงพี่ พ่อก็เป็นห่วง ธีมก็ห่วงมีแต่คนห่วงพี่ทั้งนั้นแหละ”

“อือหึ”

“นี่พูดจริงๆ” ร่างเล็กค่อยๆละออกจากผม นัยน์ตากลมโตมองเข้ามา “สบายใจขึ้นหรือยัง”

“ดีขึ้นเยอะอยู่” ธีมลุกขึ้นแล้วเดินไปทิ้งถ้วยโฟมใส่น้ำแข็งใส่ที่ทานหมดแล้วตรงถังขยะที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก จากนั้นจึงกลับมาพยุงผมไปนั่งที่วีลแชร์อีกครั้ง “งั้นก็ไปกันเลยเนาะ เขาคงจะคุยกันเสร็จแล้วแหละ”

ผมไม่ตอบแต่พยักหน้า น้องสาวที่ค่อยๆเคลื่อนวีลแชร์ไปยังห้องที่เราพึ่งจะจากออกมา

 

ทุกอย่างจบแล้ว

ร่างสูงพิงแผ่นหลังกับเตียงขณะที่ในมือถือกล่องบุหรี่อย่างใช้ความคิด เขาเคลียร์เสร็จแล้วคุณย่ารวมถึงคุณพ่อและคุณแม่ของเขาและของธามพึ่งออกไปเมื่อสักครู่ เขาได้ธาม เขาผิดแต่เขาชนะเพราะการเสียสละของน้องชาย ภาพน้ำตาของสิงห์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังติดตาเขาอยู่เลย

ความรักเหมือนยาพิษ มันมีอนุภาพมากกว่าทุกสิ่งบนโลก

นัยน์ตาสีครามเข้มมองกล่องบุหรี่อีกครั้งก่อนจะโยนมันออกไปไกลๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าโรงพยาบาลเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ มือหนาจึงเอามาก่ายที่หน้าผากแทน เสือค่อยๆหลับตาลงพลันได้ยินเสียงตะโกนบอกจากสาวใช้ของคุณย่าที่ถูกสั่งให้มาดูแลเขา

“คุณเสือคะคุณธามมาค่ะ”

ร่างเล็กที่นั่งวีลแชร์ค่อยๆเข้ามา พอมาถึงเตียงธีมที่เป็นคนบังคับก็เดินออกไปอย่างรู้งานแต่ถึงไม่ออกเสือก็ต้องไล่ทุกคนที่อยู่ในห้องออกไปอยู่ดี มือหนายื่นไปอุ้มให้อีกฝ่ายมานั่งอยู่บนเตียงกอดแนบอย่างหวงแหนแล้วซุกใบหน้ากับลำคอระหง

“ที่รัก” เสือกระซิบเลื่อนริมฝีปากไปจูบที่ขมับ “กูได้มึงมาแล้ว”

“แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น” เสียงหวานที่ตอบกลับมาทำให้เสือต้องชะงัก เขาทำหน้าแบบไหนกัน

เขาควรจะมีความสุข ใช่ เขามีความสุขมากแต่ในความสุขนั่นน่ะ

“เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง”

 

ก็มีความทุกข์ปนอยู่เหมือนกัน

 

 เจ้าของร่างเพรียวอย่างลินินกำลังมองประตูบานใหญ่ที่เป็นห้องสำหรับผู้ป่วย มือบางผลักเข้าไปด้านในก่อนจะเจอกับหญิงสาวร่างเล็กที่อายุมากกว่าเธออยู่เท่าหนึ่งได้

          “มาหาสิงห์หรือลูก”

          “ค่ะคุณแม่”

          “งั้นแม่ฝากสิงห์ด้วยนะจ๊ะ”

          “ค่ะ” ลินินยิ้มรับแล้วหลีกทางให้หญิงสาวเดินออกจากห้อง หลังจากนั้นนัยน์ตากลมโตจึงหันไปมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังนอนหันหลังมาทางประตูอยู่บนเตียง ลินินเดินเข้าไปผิดประตูเบาๆแล้วล็อคกลอน เสียงใสเอ่ยเป็นการทักทายเบาๆ “ไง คุณคู่หมั้น”

          “

          พอไม่มีเสียงตอบรับ ใบหน้าสวยเลยถอนหายใจแล้วเดินอ้อมเตียงไปตรงหน้าของคนที่นอนหันหลังให้ประตู ใบหน้าหล่อเหลาของสิงห์ที่บัดนี้กลับทำหน้าเรียบนิ่งราวมิคาเอลที่ไร้ความรู้สึก มือบางสะกิดเบาๆทำให้สิงห์เงยหน้าขึ้นแล้วดันตัวขึ้นจากเตียงพลางว่า

          “ยัยหมา”

          “สุดท้ายนายก็หนีฉันไปไม่รอด”

          “สะใจเธอสินะ”

          “เสือไม่ได้แย่งธามเพราะอยากแก้แค้น หมอนั่นเคยเผลอพูดถึงเด็กนั่นให้ฉันฟัง”

          “

          “ว่าเขาก็รักธามมาตั้งแต่เด็กเหมือนกัน”

          “

          ลินินหรี่ตาลงขณะถามด้วยความอยากรู้

          “แต่ฉันยังแปลกใจที่นายไม่คัดค้านทั้งๆที่ทำได้นะสิงห์” เจ้าของชื่อสิงห์ยังคงความเรียบนิ่ง นัยน์ตาสีฟ้าเข้มปิดลงแล้วตอบเป็นเรื่องราว

          “เป็นเธอจะทำยังไงที่ผู้ชายสองคนยอมตายเพื่อคนเดียวกันแต่คนที่เรายอมตายแทนเขาได้ คนที่เขาร้องไห้ให้กลับไม่ใช่เรา”

          ภาพวันที่รถชนหวนกลับมาจนมือหนาต้องกำหมัดแน่น

          “แค่มาเยี่ยมก็ยังไม่มา”

          “

          “พยายามแทบตายสุดท้ายเขาก็ไม่รัก”

          “

          “มันเจ็บนะลินิน”

          “ฉันแปลกใจที่นายเล่าโดยที่ไม่ร้องไห้” เธอฟังเธอยังสะเทือนใจเป็นเธอคงจะกรีดร้องจนอาจจะบ้าไปแล้ว เสียงทุ้มหัวเราะหึๆ ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงแล้วตอบเสียงเรียบ

          “ไม่ใช่ว่าไม่ร้อง”

          “

        “แต่ร้องจนไม่มีน้ำตาไปแล้ว”

 

ปัจจุบัน

“ธามมานี่หน่อยลูก”

“ครับคุณย่า” ผมหันไปตามเสียงเรียก เห็นคุณย่าท่านกำลังกวักมือเรียกผมอยู่ เลยเข้าไปนั่งใกล้ๆก่อนจะสังเกตเห็นคอลเลคชันแหวนเพชรคู่ชายหญิงมากมายตรงหน้า “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เอาวงไหนดีลูก ย่าว่าวงนี้ก็สวยแต่วงนี้ก็สวย” แหวนสองชุดถูกดันมาตรงหน้าให้ผมดูในขณะที่ผมยิ้มแหยะๆยังไม่ได้ตอบอะไร “แหวนหมั้นของเรานะธาม เลือกเลยจ๊ะอีกไม่กี่วันก็ถึงงานหมั้นแล้ว”

“เลื่อนออกไปอีกสัปดาห์ไม่ได้หรือครับยังไงก็ไม่ได้เชิญใครมานอกจากคนในครอบครัวอยู่แล้ว”

ผมต้องหมั้นกับเสือ หมั้นแบบเป็นทางการแต่ไม่ได้จะเชิญใครนอกจากคนในครอบครัวคือจัดแบบเงียบๆอาจมีเพื่อนมาด้วยบ้างแต่ไม่ได้เชิญพวกแขกคนอื่นๆ คุณย่าวางชุดแหวนเพชรอันที่สามลงตรงหน้าผมแล้วตอบ

“ย่าก็อยากเลื่อนให้พร้อมกว่านี้อยู่เหมือนกันแต่เสือน่ะอยากเร่ง”

“ครับๆ” เสือออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว เริ่มเดินได้เกือบหายแล้วแต่ยังไม่หายสนิทยังต้องกายภาพบำบัดเหมือนช่วงสองเดือนที่ผ่านมาอยู่ ผมมาอยู่คฤหาสน์ของเสือเต็มตัวแล้วด้วย และพึ่งไปทำบุญเก้าวัดและขอขมาพ่อกับแม่ทั้งทางฝั่งผมและทางฝั่งของเสือเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนคนที่ขับรถชน เชื่อไหมว่าไม่เอาเรื่องครับ เพราะผมเองนี่แหละที่เสร่ออยากให้เขาชน (จะโทษต้องโทษผม)

“สรุปเอาวงไหนดีจ๊ะธาม”

“ให้คุณย่าเลือกให้เลยดีกว่าครับ” ผมได้ฟังตอนที่เสือผจญภัยคือหนีออกจากพ่อแล้วต้องขายแหวน (แหวนสีน้ำเงินที่เคยขอหมั้นแบบไม่เป็นทางการเอาไว้ก่อนนะครับ) พอรู้จำนวนเงินที่ได้นี้ผมขนลุกซู่ขึ้นมาทันที เยอะแค่ไหนก็เยอะในระดับที่สามารถซื้อตรวจเครื่องบินกลับและยัดเงินให้ ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) ให้สามารถออกจากประเทศและเข้าประเทศได้นั่นแหละครับ ซึ่งคุณพ่อของเสือก็เหมือนจะจัดการเรื่องยัดเงินโดยใช้อำนาจเอาเอกสารให้ตรวจทีหลังเพื่อไม่ให้เป็นการเสียประวัติในภายภาคหน้า ประเด็นคือแน่นอนว่าพวกชุดแหวนตรงหน้าผมนี้ราคาของมันก็คงจะแพงเท่าๆแหวนวงก่อนซึ่งพอนึกถึงราคาแค่จะหยิบมาใส่ผมยังไม่กล้าเลย (ทำหายขึ้นมานี้คงต้องใช้ทั้งชาติหาเงินเพื่อที่จะซื้อมาคืน) “อืมย่าก็เลือกไม่ถูกเหมือนกัน นมๆมาช่วยเลือกหน่อยสิ”

พอคุณย่าทำท่าหนักใจและกำลังครุ่นคิดกับแหวนอยู่ผมจึงใช้จังหวะนั้นวิ่งขึ้นห้องทันที

แต่พอถึงหน้าห้องผมก็เห็นร่างสูงของเสือกำลังคุยกับคุณพ่ออยู่

“จัดการเรื่องมหาลัยแล้วใช่ไหม”

“ครับ” ที่เมื่อวานไปมหาลัยผมไม่ได้ไปเรียนหรอกครับ พาเสือไปทำธุระแล้วได้เจอกับกิ้งแล้วก็ไปเจอกับพี่แมน ที่จริงเมื่อวานผมก็แค่พูดขำๆแต่เหมือนเสือจะไม่ขำ (เมื่อวานเราได้นอนคอนโดเพราะไปมหาลัยนี่แหละ ระยะทางจากคฤหาสน์ไปมหาลัยมันไกลเลยได้นอนที่คอนโด)

เสือกับคุณพ่อเหมือนมีอะไรจะคุยกันต่อผมเลยย่องผ่านทั้งสองคนเข้าห้องก่อน แต่ไม่นานนักเสือก็ตามเข้ามา

“ตี้” เสียงทุ้มเรียกขณะใช้สายตาคมมองไปทั่วทั้งตัว “เมื่อวาน”

นี่มึงยังไม่ลืมอีกหรือ

ผมคิดในใจเพราะพูดหยาบด้วยไม่ได้

พอมรสุมชีวิตผ่านไปแล้ว เรื่องดีๆเลยเข้ามาครับช่วงนี้เลยเหมือนเรามองตากันแล้วรู้ใจครับ พูดคำเดียวคือเก็ท

“มานี้” มือหนากวักเรียกผมไปที่เตียง ผมกลืนน้ำลายอึกมองหน้าคนตรงหน้าแล้วเดินไปตามที่เสือบอก พอเดินมาถึงแล้วก็ถูกดึงลงเตียงเสือขึ้นคร่อมทันที “เมื่อวาน”

“ขำๆไง”

“ตี้”

“ไม่ขำอ่อ”

“พี่เสือ”

“ไม่เล่น” น้ำเสียงเข้มที่บ่งบอกถึงความจริงจังดังขึ้น เขาจับมือผมไปแนบที่แก้มแล้วจูบเบาๆที่หลังมือ “จะหมั้นแล้ว”

“ขอโทษ” พอผมบอกเสียงอ่อยอีกฝ่ายจึงล้มตัวลงนอนข้างๆ “ไม่เล่นแล้วขอโทษครับ”

“เสือ”

“เงียบ” เขากอดผมแน่นขึ้น กดใบหน้าผมเข้าอกแล้วหลับตาลง ผมเงยหน้ามองกอดอีกฝ่ายกลับแล้วชะเง้อหน้าจูบเบาๆที่ปลายคางคนตัวสูง นัยน์ตาคมลืมขึ้นมองเล็กน้อยหัวเราะในลำคอแล้วจูบหน้าผากผมกลับ เสือสอดมือเข้ามาใต้ศีรษะให้ผมนอนแขนเขาแทนแล้วเอื้อมมือมาเล่นผมจากทางด้านหลังขณะที่ยังหลับตาอยู่ ผมพลิกตัวขึ้นคร่อมให้อีกฝ่ายนอนราบลงไป เสือไม่ว่าอะไรยังหลับตาและเอานิ้วมาหมุนผมของผมเล่นเหมือนเดิม“ง่วง”

ผมนอนพิงอกแกร่งจบแขนของเขามาแล้วถอดนาฬิการาคาแพงออก เสือลืมตาขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะจับตัวผมลงมานอนแล้วกอดจากทางด้านหลัง เสียงทุ้มพึมพำคำเดิมอีกครั้ง

"ง่วง” จบคำนี้เสือก็เงียบไปคราวนี้ดูเหมือนจะหลับจริงๆผมเลยคว้าโทรศัพท์ของเสือที่อยู่ใกล้มาเล่นแทนเพราะหลุดจากแขนแกร่งไม่ได้เขากอดผมเอาไว้แน่น โทรศัพท์ของเสือไม่ได้มีอะไรมากมีเกมนิดหน่อยและแอพที่เอาไว้สำหรับแชท รูปก็ไม่ค่อยมี ผมกดคลิกเข้าแอพที่จำได้ว่าตัวเองโหลดมาไว้ให้ (หรือเปล่า) อินสตราแกรมของเสือ คนฟอลโล่เพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแต่รูปกลับไม่ค่อยมี ผมยกโทรศัพท์ขึ้นเอามือปิดหน้าตัวเองไว้แล้วถ่ายคนที่กำลังหลับสนิทตามที่บอกว่าง่วงจริงๆ

รูปเดียวผ่าน เป็นรูปที่เสือกำลังนอนกอดผมอยู่ ผมแชร์ลงไม่ได้ใส่แคปชั่นอะไรเป็นพิเศษ ใส่อิโมจิเป็นรูปหน้าแมวสองตัวแทน แปปเดียวคนก็เข้ามากดไลน์ ผมหัวเราะคิคิเมื่อมีคนคอมเม้นท์เข้ามา

“ทำอะไรน่ะเมีย”

เสียงเรียกทำให้ผมเบิกตากว้าง รีบหันหน้ากลับไปก็พบว่านัยน์ตาสีครามเข้มคู่นั้นมองอยู่

“เปล่าไม่ได้ทำอะไร”

“ให้เชื่อ”

“เชื่อสิ”

“เอามานี่” มือหนาพยายามแย่งโทรศัพท์จากผม ผมเลยยื่นออกไปไกลๆ เสือไม่ยอมยังพยายามจะแย่งต่อ ผมหัวเราะเพราะถูกจั๊กกะจี้ที่เอวก่อนจะเผลอปล่อยโทรศัพท์ราคาแพงหล่นออกนอกเตียง เสียงตุ๊บ!ของโทรศัพท์ที่กระทบกับพื้นทำให้ผมรู้ได้ว่ามันไม่พ้นที่จะหน้าจอแตกแน่นอน ผมถูกพลิกคว่ำให้นอนราบลงโดยมีเสืออยู่ด้านบน นัยน์ตาคมเหล่ไปมองยังโทรศัพท์

“มันเป็นอะไรหรือเปล่า” ผมถามด้วยความไม่มั่นใจเผื่อมันไม่แตกไง

“แตก”

“แล้ว?”

“ซื้อใหม่” เสือตอบกลับนิ่งๆคล้ายไม่ระยี่ที่ของราคาเกือบสามหมื่นแตกด้วยเหตุที่พวกเราเล่นกันผมเหล่ตาไปมองโทรศัพท์บ้างก่อนจะโดนมือหนาบีบคางให้หันกลับมา ริมฝีปากร้อนแนบลงมาทันที มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนขาผมสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงกางเกงที่ค่อยๆถูกถอดออกจากเรียวขา เขาตามมากระชากเสื้อผมต่อ แรงกระชากทำให้เสื้อมันขาดกระดุมหลายเม็ดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

แต่แล้วร่างสูงที่คร่อมผมอยู่ก็หยุดชะงัก ก่อนจะละออกไปโดยที่ไม่ทำอะไรต่อ ผมขมวดคิ้วถึงขนาดถอดจนเกือบจะหมดแล้วแต่ไม่ทำอะไรเลยนี่มันแปลกๆ ถึงความสงสัยของผมก็ได้คำตอบเมื่อเจ้าของร่างหนาอุ้มขึ้นไปนั่งตักแล้วกระซิบที่ข้างหู

“กูจะรอลงแดงทีเดียวก่อน หมั่นเสร็จเมื่อไหร่มึงไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแน่เมีย”

ผมหัวเราะเล็กน้อยกับคำพูดที่ไม่คิดว่าจริง

และไม่คิดด้วยว่าเขาจะทำมันจริงๆ

 

งานหมั้นถูกจัดในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา จัดเรียบๆโดยไม่เชิญใครจริงๆซึ่งผมโอเคมากที่ทำแบบนี้เพราะถ้าจะเชิญแขกมาคงต้องปวดหัวตาย เพื่อนของผมมีน้อยนิดแต่เพื่อนของเสือนี่ออกจะเยอะหน่อยแห่กันมาทั้งคณะแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งบ้านตั้งแต่อนุบาล เพื่อนสมัยประถม มัธยมและมหาลัย ผมได้เจอพี่ฟ็อก และพี่โอเด็ท พี่ฟ็อกหน้าตาเจ้าเล่ห์เหมือนชื่อ ส่วนพี่โอเด็ทสวยเหมือนหงส์ ดูสง่ามาก ตระกูลนี้หน้าตาดีกันทั้งบ้านจริงๆแต่ที่ไม่เจอคือสิงห์ และผมก็ไม่คิดด้วยว่าเขาอยากจะมางานหมั้นของผม

ผมถูกแต่งให้อยู่ในชุดกางเกงสีขาวและเสื้อแขนกุดตัวยาวๆ มันไม่ใช่ชุดสูทออกจะดูดีกว่าเป็นชุดที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ส่วนเสืออยู่ในชุดสีดำสนิทและถูกจับแต่งให้หล่อกว่าปกติด้วยฝีมือของดีไซเนอร์ชั้นแนวหน้าของประเทศ เล่นเอาแบบว่าขนาดพี่ฮิมมายังต้องดับ (วันนี้พี่ฮิมพาเด็กมาด้วย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแต่น่าจะอายุน้อยกว่าผมหนึ่งปีได้แถมยังสวยมาก)

พิธีหมั้นไม่ได้มีอะไรมากเพราะจัดแบบคนในครอบครัวจริงๆ มีการทำตามพิธีของไทยเล็กน้อย มีสวมแหวน (ที่คุณย่าเลือกให้) และมีออฟชั่นเสริมคือกำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ชนิดที่ว่าถ้าใส่ออกมาข้างนอกแล้วโจรมาปล้นผมก็คงรวยไปแล้ว สินหมั้นอีกจำนวนหนึ่ง พิธีของเราจึงเสร็จเร็วมากที่จริงไม่ได้เน้นพิธีแต่เน้นหลังจากที่พิธีเสร็จเนี่ยแหละเพราะมันมี

“ชนแก้ว!!

มีงานฉลองยังไงล่ะครับ

เราไม่ได้ฉลองที่คฤหาสน์เพราะเกรงใจคุณย่า แต่เสือมาปิดผับให้เพื่อนฉลองส่วนตัวเองไม่ได้ฉลองเพราะหลังจากหมั้นเสร็จผมก็โดนสั่งให้ขึ้นห้องไปเก็บของเพื่อไปฮันนีมูนทันที (ส่วนค่าใช้จ่ายให้มาเก็บทีหลัง) ผมพึ่งมารู้ว่าเขาเตรียมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ทั้งสถานที่ทั้งตั๋วเครื่องบิน วีซ่าเอย พาสปอร์ตเอย ทั้งโปรแกรมนั่นนู้นนี่

เราหมั้นกันวันนี้แต่เสือจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวในเวลาตีหนึ่งของวันพรุ่งนี้ ผมแทบจะเตรียมตัวไม่ทัน

ผมรู้ว่าเขาเร่ง ที่จริงก็รู้เหตุผลอยู่เหมือนกันว่าที่เสือเร่งน่ะมันเพราะอะไร

“เยอะ” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหัวขณะที่ผมกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางชุดก็ยังอยู่ในชุดหมั้นนี่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ ผมทำหน้าเอ๋อไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไรแต่พอสายตาคมมองลงที่เสื้อผ้าที่ถูกผับกำลังจะเก็บลงกระเป๋าถึงรู้ว่าที่เสือบอกว่าเยอะน่ะมันคือเสื้อผ้า แต่ว่ามันเยอะตรงไหน ? ขนาดผมเอาไปน้อยๆกะใส่ซ้ำแล้วนะยังถูกบอกว่าเยอะแล้วแบบไหนละมันถึงจะพอดี (เราไปกันหนึ่งอาทิตย์เต็มๆครับ)

ผมขมวดคิ้วมองไปยังกระเป๋าเดินทางของเสือแล้วเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงทันที

“จะเอาไปแค่นั้น น้อยไปไหมเสือ”

J

“ยิ้มทำไม” ผมถามเมื่อเห็นโครงหน้าคมเผยรอยยิ้ม นิ้วเรียวจึงกระดิกให้ผมไปนั่งตัก ผมทำตามที่เขาบอกแม้จะยังงงๆ ริมฝีปากจูบที่แก้มเสียงทุ้มดังกระซิบที่ข้างหู

“ไปฮันนีมูน”

“มึงคิดว่ามึงจะได้ใส่เสื้อผ้าหรือเมีย J

 

 

 

 

 

100%


หลายถามทำไมมีแต่คนสงสารสิงห์ สิงห์ผิดนะ สิงห์ก็ผิดค่ะแต่หลายคนลืมเนื้อหาบางช่วงไปหรือเปล่า เคยบอกแล้วนะว่าร้ายสุดคือลินิน เอาเป็นว่าเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันแล้วถ้ายังงงๆ อยู่อยากวนไปอ่านใหม่ค่ะ! 55555 เรื่องที่ดีใจคือเขาไปฮันนีมูนกันแล้ว พี่เสือกำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม หลังจากที่ขาดหายจากการกินเหยื่อมานาน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น