ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ยี่สิบเก้า ขบวนหางเครื่อง

ชื่อตอน : ตอนที่ยี่สิบเก้า ขบวนหางเครื่อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 10:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ยี่สิบเก้า ขบวนหางเครื่อง
แบบอักษร

ตอนที่ยี่สิบเก้า ขบวนหางเครื่อง 

.. 

สารานุกรมอาจกินเวลาหลายสิบปีในการทำ 

แต่ไม่ต้องห่วงผมได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าเราอาจจะพิมพ์บางส่วนออกมาได้เรื่อยๆด้วยนิตยสารบุตรพยัคฆ์ที่กล่าวถึงความก้าวหน้าของการทำมหาสารานุกรม 

ผมอยู่ในยุคปัจจุบัน ทำให้เข้าใจถุงความทรงพลังของ”สารานุกรมสำหรับเด็ก” หรือฉบับย่อต่างๆ 

ที่เราสามารถพิมพ์ออกมาได้เรื่อยๆให้ชาวบ้านรู้ถึงความก้าวหน้าของการทำงานของเรา 

สารานุกรมของหย่งเล่อ นั้นมีขนาดใหญ่เกินไปจนไม่สามารถใช้วิธีภาพพิมพ์ทำสำเนาเพิ่มได้ 

แต่กระนั้นเขาใช้คนงานสองพันกว่าคนเวลาห้าปี 

ในโลกนี้ที่มีคนจำนวนเว่อๆกว่าโลกปัจจุบันของผมทั้งที่จำนวนคนมากขนาดนั้นควรจะมีได้แค่เมืองใหญ่ของโลกปัจจุบันเท่านั้น 

แต่มันก็เป็นไปแล้วว่าเมืองใหญ่ระดับสิบล้านคนที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นนี้สามารถตั้งอยู่ได้ 

เรียกว่าแค่เมืองนี้ก็ราวกับประเทศย่อยๆได้เลยหากดูตามจำนวนประชากรแล้ว 

ผมสันนิษฐานว่า ในด้านบุคคล ผมอาจจะไม่ต้องลำบากมากขนาดนั้น แต่อาจจะต้องลำบากในด้านเวินทุน ซึ่งผมคิดว่าเราสามารถเริ่มทำจากเล็กๆไปก่อนได้ 

ผมไม่คิดว่ามันจะเสร็จในวันเดียวอยู่แล้วแค่พยายามวางโครงข่าย แบ่งสายงานไว้และค่อยปรับปรุงไปตามปัญหาที่เจอขึ้นในงานก็น่าจะพอแล้ว 

ทีมพัฒนาอัลฟ่าโกะหลังจากที่เอาชนะอาจารย์โกะมืออาชีพได้ ก็ยังต้องใช้เงินไปร่วมพันล้านดอลล่าห์และเวลาอีกหลายปี เพื่อที่พยายามวิเคราะห์โปรตีนในร่างกายมนุษย์ 

ซึ่งไม่โด่งดังอย่างการเอาชนะนักแข่งโกะมืออาชีพ แต่คือการแก้ปัญหาในโลกความเป็นจริงว่า หากถอดรหัสโปรตีน ดีเอ็นเอต่างๆได้ก็จะรักษาโรคในร่างกายมนุษย์ได้ 

สมกับเป็นอสูรผมแดงแดนไซฮก 

ไม่พอใจที่แค่เอาชนะเซียนโกะมืออาชีพ แต่มองว่านั่นเป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งที่เพียงแค่ผ่านไป กลับมุ่งหน้าศึกษาเรื่องโปรตีนที่ดูหวือหวาน้อยกว่า แต่ให้ผลในทางปฏิบัติมากกว่าเป็นที่ชื่นชมในวงการโกะ 

เต๋าในเต๋า ฟ้าเหนือฟ้า จริงๆ 

ผมต้องทำใจให้กว้างได้อย่างอสูรผมแดงพวกนี้ 

พวกเขาสามารถทำตัวให้โด่งดังชื่อเสียงได้แต่กลับพูดว่า 

“ชื่อเสียงที่มีในตอนเรื่องโกะเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น พวกเราต้องการทำงานอย่างเงียบๆตอนนี้นั้นถูกแล้ว” 

หรือนิสัยชอบเก็บตัวของพวกอัจฉริยะมันเหมือนกันทุกยุคหว่า? 

ไม่ต้องการให้คนมายุ่มย่ามเวลาพวกเขาทำงาน และพวกเขาม่ความสุขดีอยู่แล้วที่ทำงานอยู่ตรงนั้น 

ผมก็ยังอาจใจไม่กว้างแบบนั้นแต่ก็จะเอาแนวคิดของอสูรผมแดงพวกนี้มาสอนใจตนเอง 

มันบอกผมว่า บางครั้งเราก็ไม่จำเป็นต้องระแวงคนฉลาด เพราะคนฉลาดบางคนเขาก็ชอบที่จะทำงานตรงหน้าของเขาเท่านั้น ตราบใดที่มีปัญหาตรงหน้า มีงานให้พวกเขาทำ พวกเขาก็จะทำงานตามที่เราต้องการ 

ในข้อนี้อาจจะเหมือนขุนพลแม่ทัพก็ว่าได้ ตราบใดที่มีสงคราม พวกเขาก็ยังจงรักภักดี 

.. 

ในโลกปัจจุบัน ผมอาจจะมองว่าคนมองว่ายายคนหนึ่งเป็นผีปอบนั้นเป็นเรื่องของความโง่เขลาของบุคคล 

ยายที่หนาวสั่น มือสั่นเพราะมาลาเรียและพาร์กินสัน กลับถูกชาวบ้านขับไล่และกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ 

แต่ในโลกที่หากผีปอบมีจริง 

คือข้อเท็จจริงของจักรวาลที่พิสูจน์ได้ 

ผมเป็นคนหนึ่งที่จะนำหน้าชาวบ้านถือคบไฟและเร่งให้เผายายที่เป็นผีปอบก่อนจะถึงเวลากลางคืน ที่ยายผีปอบจะแข็งแรงขึ้นและมาฆ่าพวกเราทุกคน 

แค่ความเป็นจริงพื้นฐานต่างออกไป 

ผมที่เป็นคนเดิมทุกอย่างก็ยังมีพฤติกรรมแตกต่างกันออกไป 

เมื่อมีเรื่องเหนือธรรมชาติมาเกี่ยว เราก็ต้องวางแผนรับมือเรื่องเหนือธรรมชาติ 

ในเกมส์ออฟโทรน มหาศึกชิงบัลลังก์มีชาโด้เบบี้ ทารกเงาที่สามารถมาฆ่านายพลที่นำทัพได้อย่างง่ายดาย 

แม้จะมีกองทหารที่มีจำนวนมากที่สุดในอาณาจักรในตอนนั้นก็ตาม 

แต่คนเขียนเกมส์ออฟโทรนก็มีสติมากพอที่จะให้การใช้ชาโด้วเบเบี้ ทารกเงานั้นที่จะมาฆ่าคนที่เป็นเป้าหมาย 

การจะใช้ต้องบูชายัญมนุษย์ 

พยายามทำให้คนใช้เวทมนตร์คือพวกหลายพิษมากภัย ใส่ชุดดำ ทำตัวลับล่อ 

แต่นั่นมันแดนตะวันตก ผมไม่ได้อิเซไคไปในแนวเกมส์ออฟโทรนของนักเขียนอสูรผมแดง 

ดินแดนแห่งนี้ 

มีหมอดูตั้งโต๊ะกันอย่างเปิดเผยกลางตลาดและหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์เครื่องรางของขลังวางแผงขายไปตามร้านในตลาดตามปรกติ 

มีการรับจ้างปัดเป่าคำสาป กำจัดผีร้าย กันเด่นเป็นสง่า ไม่มีการหลบซ่อนแต่ประการใด 

หรืออาจจะเพราะนี่เป็นเมืองหลวง 

ตามหลักถนนทุกสายมุ่งสู่เมืองหลวงที่จะต้องมีทุกอย่างล่ะนะ 

และผมต้องแต่งองค์ทรงเครื่องแบบหางเครื่องพัทยา เอ๊ยแต่งตัวแบบมังกรในแดนดิน 

ที่ตรงหัวมีรัดเกล้าทองคำ ตรงสายรัดเอวทองคำมีตราหยก 

ตรงบ่ามีมังกรประดับที่ผมสงสัยว่ามันจะไม่จิ้มตาเราถ้าขยับตัวหรือยกแขนสูงหรือไง? 

จนผมได้รู้ว่ามันต้องอาศัยคนที่มีวรยุทธพอสมควรถึงจะแต่งชุดพรรค์นี้เดินไปไหนมาไหนโดยไม่สะดุดได้ เพราะจอมยุทธจะควบคุมมือเท้าและการเคลื่อนไหวของตนเองได้ดี 

แต่มีข้อดีคือ มีเกราะเสริมตรงไหล่กว้างออกมาประมาณครึ่งฟุตจากทั้งสองข้าง เพิ่มประสิทธิภาพในการเกะกะขวางทางเดินชนคนที่ผ่านไปมาหรือไม่ยอมหลบทาง 

แต่อันนี้ผมชอบเพราะผมอยากลองใส่ชุดเกราะไหล่ที่คล้ายๆชาวไซย่ามานานแล้ว ประกอบกับผ้าคลุมที่สยายยาวด้านหลังมีประสิทธิภาพในการเกะกะขวางทางคนที่เดินไปมาเพิ่มขึ้นเสริมเติมไปจากเกราะไหล่อีกขั้นหนึ่ง 

  

อี้จิงแต่งชุดสีฟ้าก้มศีรษะมองเท้าผมเดินตามมาอยู่ด้านหลัง เธอกลายเป็นพวกที่อยู่ต่อหน้าผู้คนจะทำท่าว่าเป็นคนตามกฎเกณฑ์ ส่วนลับหลังจะกลายเป็นคนค่อนข้างงอแง ขี้อ้อนมากขึ้น 

พวกหวังม่อก็แต่งเป็นธีมชุดเสือกันทั้งผู้ติดตามของผม 

ที่ผมรู้สึกว่าหากเป็นโลกปัจจุบัน ผมอาจจะต้องถูกฐานฆ่าสัตว์สงวนไปแล้ว 

แต่คนติดตามของผมสิบกว่าคนก็เดินล้อมรอบผมกินพื้นที่การเดินเท้าของชาวบ้านเข้าไปอีก 

ด้วยการสั่งสอนของผมทำให้พวกเขาเดินเป็นแถวแนวอย่างทหาร เสียงตบเท้าที่พร้อมกันสร้างความแตกตื่นให้กับลูกเด็กเล็กแดงและชาวบ้านที่ผ่านไปมา 

ไม่เสียแรงที่ผมก็อปปี้การตวัดเท้าการเดินจากการสวนสนามของคิมจองอิล 

เดินพรรค์นี้ไม่มีใครบ้าพอที่จะอยู่ใกล้ๆพวกเราแน่นอนนอกจากจะเป็นคนหูหนวก 

และหวังม่อก็แต่งตัวอย่างบัณฑิต ถือพัดขนนกอยู่ข้างๆ 

  

พวกชาวบ้านก็ทำตามที่ผมคาดการณ์ เก็บข้าวของให้พ้นทาง หอบลูกจูงหลานให้พ้นทางและชี้มือชี้ไม้ มองดูคณะหางเครื่อง เอ๊ย ขบวนผู้ติดตามของผมเดินทาง 

และที่ผมต้องใส่ชุดพวกนี้มาแทนที่จะทำตัวอย่างม็อบ โอโตเมะที่ต้องทำตัวแบบไม่เด่นให้เป็นแบบชาวญี่ปุ่นที่กลับชาติมาเกิดก็เพราะว่า 

“หน้าตา” 

หรือมุกที่ว่า “เจ้าทำให้ข้าเสียหน้าต่อหน้าธารกำนัล”และไล่ฆ่าล้างตระกูลกันได้เพราะ 

“เสียหน้า”หรือ “หยามศักดิ์ศรี”กันนั่นเอง 

ระบบ”ชื่อเสียง”และ”หน้าตา”ที่ควบคุมสังคมนี้อยู่นั่นเอง 

และไอ้พวกบ้าบอ เอ๊ย อาจารย์พวกนี้ เหล่าบัณฑิตต้องการให้เรามาเชิญพวกเขาด้วยตนเอง 

“เล่าปี่เยือนกระท่อมขงเบ้งสามครา”และการให้เกียรติเหล่าบัณฑิตต่างๆนั่นเอง 

ที่ต้องแต่งเต็มยศ มาเชิญ อาจารย์ที่ได้รับการเชิญก็จะทำท่าเคร่งขรึมแต่ในใจก็ดีใจที่ได้รับการให้เกียรติมาเชิญด้วยตนเอง 

แน่นอนครับ มีคนจำนวนมากที่เป็นนักเกาะกินในตึกอยู่แล้วที่ไม่จำเป็นต้องมาเชิญอย่างนี้ 

เหมือนกับความแตกต่างระหว่างการให้เกียรตินักศึกษาตกงานที่อยู่ในบ้านเรา กับอาจารย์ที่เปิดสำนักติวเตอร์ของตนเองได้นั่นเอง 

เราไม่จำเป็นต้องไปเชิญด้วยตนเองอย่างนี้ทุกครั้งเพราะผมอาจเสียสติเองได้หากต้องทำอย่างนั้น 

แต่กับอาจารย์ที่มีชื่อเสียงเราก็ต้องเดินด้วยระบบ”หน้าตา”เช่นนี้นั่นเอง 

“นายน้อยหวังท่านให้เกียรติมา เชิญ เชิญอาจารย์หงท่านคอยอยู่แล้ว” 

คนเฝ้าประตูที่จะทำท่าทางหยิ่งยโสและไล่พระเอกแนวปราณยุทธที่ใส่เสื้อผ้าไม่ดีอย่างสุกรสุนัข 

ก็ทำท่าพินอบพิเทาผม 

ยิ้มแป้นทำหน้ารับแขก 

เป็นเรื่องที่ทำให้ผมดีใจขึ้นมานิดหน่อยที่ยอมลงทุนแต่งกายราวกับหางเครื่องเช่นนี้ 

หงซิ่วฉวน คืออาจารย์ของ จางจื่อเหลียงที่เป็นคนที่ทำคุณไสยใส่นางเอก 

พอจางจื่อเหลียงแพ้ ก็ได้เวลาอาจารย์ หงซิ่วฉวนออกโรงซึ่งก็แพ้ไปอีกเช่นกัน 

ดังนั้นผมคิดว่าลัดขั้นตอนมาเรียนกับหงซิ่วฉวนเลยก็น่าจะดีกว่า 

พวกนี้ซื้อได้ด้วยเงิน แต่ก่อนที่ใช้เงินซื้อก็ต้องทำท่าให้เกียรติพวกเขาด้วย 

.. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว