Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers,IamWara ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 31

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 31

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 852

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 31
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 31 

  

“พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย!” ผมโวยวายออกมาทันทีพร้อมกับผลักพี่ดินเต็มแรงจนหลังพี่เขากระแทกกับบานประตูห้องน้ำดังปึก 

พี่ดินมองผมด้วยสายตาที่ผมอ่านมันไม่ออกอีกแล้ว ตั้งแต่เรากลับมาเจอกันอีกพี่ดินก็เอาแต่มองผมด้วยสายตาแบบนี้ตลอดอีกทั้งยังพยายามเข้ามาใกล้ เข้ามาทำให้ใจผมปั่นป่วนอยู่เรื่อย 

ผ่านไปหลายนาทีพี่ดินก็ยังเงียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำ 

“หลีกทางด้วยครับ ผมจะออกไปหาเพื่อนแล้ว” ผมบอกเสียงเรียบเพราะทนอยู่แบบนี้ไม่ไหวแล้ว 

ที่นี่มันคับแคบเกินกว่าที่ผู้ชายสองคนจะเข้ามาอยู่ในห้องน้ำเล็กๆ ด้วยกันได้ แต่ดูเหมือนว่าพี่ดินจะไม่ยอมปล่อยผมออกไปง่ายๆ เพราะพี่เขายังยืนมองหน้าผมนิ่งๆ ไม่แม้แต่จะขยับหลีกทางให้ 

“พี่ดิน” ผมเรียกชื่อพี่เขาเสียงอ่อนแต่ก็มองหน้าพี่อย่างจริงจัง 

“โอเค พี่จะปล่อยฝุ่นออกไปก่อนก็ได้” พี่ดินว่าออกมาแบบนั้นแล้วก็เปิดประตูเดินนำออกไปก่อนโดยที่ผมเองก็รีบตามออกไปเช่นกัน 

ไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ กลัวพี่ดินเปลี่ยนใจแล้วทำอะไรบ้าๆ กับผมในนี้ 

โชคดีหน่อยที่ตอนที่ผมออกมาจากห้องน้ำในห้องน้ำมีคนอื่นอยู่แค่สองคนเท่านั้นและสองคนนั้นก็กำลังยืนฉี่อยู่เลยไม่ได้สนใจที่จะหันมามองว่าใครออกมาจากห้องน้ำ หรือใครเข้าไปทำอะไรกันในห้องน้ำ 

ผมเดินกลับมาที่โต๊ะส่วนที่ดินก็ลงไปชั้นล่าง 

“ไปซะนานเลย เป็นอะไรหรือเปล่า” พี่ธีร์ถามทันทีที่ผมนั่งลงข้างๆ พี่เขาเพราะตอนนี้ที่นั่งของผมข้างก็อตนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งแทนแล้ว 

“ไม่ได้เป็นอะไรครับ” ผมตอบพี่ธีร์ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วหลบสายตาพี่ธีร์ด้วยการยกแก้วเหล้าที่มีคนเติมให้จนเต็มแก้วขึ้นมาจิบ ดีหน่อยที่แก้วนี้ไม่เข้มเหมือนแก้วแรกแล้ว 

“ไปนานจังวะฝุ่น” ก็อตถามพลางมองหน้าผมแล้วยิ้มแปลกๆ ส่งมาให้ 

“คนเยอะ” ผมตอบมันแค่นั้นก่อนจะหันไปยิ้มให้ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ มัน 

“ฝุ่นพี่ไปรับโทรศัพท์แป๊บนะ” พี่ธีร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กระซิบบอกผมเบาๆ  

“ครับ พี่ธีร์” พอผมรับคำสั้นๆ พี่ธีร์ก็ลุกออกไปด้วยท่าทางรีบร้อนเหมือนสายที่โทรเข้ามาจะมีธุระสำคัญจริงๆ 

“มึงๆ กูเจอสาวสวยแล้วว่ะ เดี๋ยวกูมานะ” บอยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจเหมือนเสือที่เจอเหยื่ออันโอชะผมเลยมองตามสายตาของเขาไปก็เจอกับผู้หญิงชุดแดงหน้าตาสะสวยยืนส่งยิ้มมาให้บอยอยู่ 

“ไปเถอะ” ผมบอก 

“ยังไงมึง” แล้วก็อตก็ขยับมานั่งข้างผม 

“อะไรคือยังไง” ผมถามพร้อมคิ้วที่ขมวดให้กับคำถามนั้น 

“ก็อาจารย์ดินไง กูเห็นนะว่าเขาลากมึงเข้าไปในห้องน้ำ” มันว่าให้ผมได้กัดปากตัวเองเล่นเพราะสุดท้ายแล้วความลับก็คงไม่มีในโลก นี่ขนาดคนเยอะก็อตมันยังอุตส่าห์เห็นอีกนะ 

“มึงรู้อยู่แล้วสินะ” ผมถามเมื่อมองสบตากับก็อตก็รู้ได้ในทันทีว่าก็อตน่าจะรู้เรื่องของผมกับพี่ดินมาบ้างแล้ว 

“แล้วมึงคิดว่าไงอ่ะ มึงคิดว่าที่กูคะยั้นคะยอให้มึงมาที่นี่เพราะอะไรล่ะ” แทนที่ก็อตมันจะตอบคำถามผมมันกลับมาตั้งคำถามกับผมซะอย่างนั้น 

“นี่มึงจะบอกว่ามึงรู้เรื่องกูกับพี่ เอ่อ กับอาจารย์ดินมานานแล้วเพราะงั้นถึงได้ชวนกูมาเที่ยวที่นี่” 

“ฉลาดมาก” 

“มึงมีเหตุผลอื่นอีกใช่มั้ย” ผมถามแล้วจ้องหน้าก็อตมันตรงๆ เพื่อรอคำฟังคำตอบที่ต้องการ 

“พี่หญิงครับ ผมขอคุยธุระกับเพื่อนสักเดี๋ยวได้มั้ยครับ” ก็อตบอกคนที่นั่งรออยู่ที่โซฟาฝั่งตรงข้ามแล้วพี่ที่ชื่อหญิงก็พยักหน้ารับแล้วลุกออกไปทันที 

“ไอ้ฝุ่น!” แล้วก็นั่นแหละยังไม่ทันที่ผมจะได้รู้คำตอบไอ้ลูกหินก็มายืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว 

“อือ มานานยัง” ผมรับคำแล้วถามมันไปอย่างนั้นเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันมานานแล้ว 

“เออ มาสักพักแล้ว กูว่าจะโทรหามึงอยู่เหมือนกันแต่ติดพันธุ์นิดหน่อย” ไอ้หินว่าแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามแทนที่พี่หญิงเมื่อกี้ 

“ติดพันธุ์อะไรของมึง หรือว่ามึงนอกใจน้องสาวกู” ผมถามมันเสียงเข้มความจริงก็รู้แหละว่าไม่ใช่หรอก ไอ้หินคงเจอเพื่อนมันนั่นแหละ 

“นอกใจก็เหี้ยแล้วครับ” มันรีบตอบกลับมาทันทีแถมยังถลึงตาใส่ผมอีก 

“ก็ดีที่ยังรู้จักผิดชอบชั่วดีอยู่” ผมว่าเหน็บมันเบาๆ 

“ไม่ต้องมาด่ากูเลย แล้วนี่...” มันว่าแล้วมองมาที่ก็อตที่นั่งกอดคอผมอยู่เงียบๆ ระหว่างที่ผมคุยกับไอ้ลูกหิน 

“นี่ก็อตเพื่อนที่มหา’ลัยกู ส่วนนี่ลูกหินเพื่อนสมัยมัธยม” ผมแนะนำให้สองคนรู้จักกันแล้วสองคนนี้ก็ยกแก้วเหล้าขึ้นมาชนกัน  

นี่คือภาษาการทำความรู้จักกันของคนในร้านเหล้าเหรอครับ? 

“ก็อตนี่เป็นแค่เพื่อนเหรอ” ไอ้ลูกหินถามเหมือนจะไม่จริงจังกับคำถามเท่าไหร่เพราะพอถามจบมันก็แค่ยิ้มแล้วจิบเหล้า 

“อืม ก็อยากเป็นมากกว่าเพื่อนอยู่เหมือนกันนะ แต่ดูเหมือนฝุ่นจะไม่อยากด้วยเท่าไหร่” ก็อตตอบยิ้มๆ ท่าทางทีเล่นทีจริงจนผมเอือม 

“ตลกละ” ผมว่าเบาๆ แล้วจิบเหล้าของตัวเองบ้าง 

“แล้วนี่มากันแค่สองคน?” ไอ้ลูกหินถามต่อ ทำไมคำถามมันเยอะแยะไปหมดเลยเนี่ย 

“ก็ไม่นะ อยู่นั่นหนึ่งแล้วก็...น่าจะอยู่ข้างล่างอีกหนึ่ง” ก็อตตอบด้วยท่าทางที่ค่อนข้างจะกวนอวัยวะเบื้องล่างนิดหน่อยแถมมือที่กอดคอผมอยู่ก็เปลี่ยนมาโอบไหล่ผมไว้แน่นจนตัวผมแทบจะขึ้นไปนั่งเกยอยู่บนขามันแล้ว 

ไอ้ลูกหินมองผมกับก็อตแล้วขมวดคิ้วก่อนจะคลายออกเมื่อมันเห็นผมพยายามขยับตัวออกห่างจากก็อต ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจเพื่อนหรอกนะ แต่ท่าทางแบบนี้มันดูจะเกินเพื่อนไปหน่อยเท่านั้นเอง 

“มึงมากับใคร” ผมเลิกสนใจก็อตแล้วถามไอ้ลูกหินแทนแม้จะรู้อยู่แล้วว่ามันมากับพี่ดินก็เถอะ 

“มากับพี่ดิน” มันก็ตอบผมมาตามตรง 

“อืม” ผมรับคำแค่นั้นแล้วมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย 

“น้องชายอาจารย์ดินเหรอ” ก็อตมันกระซิบถามผม 

“อืม น้องพี่ เอ่อ อาจารย์ดิน” 

“หึ! มึงจะเรียกเขาว่าพี่ดินกูก็ไม่ว่าอะไรมึงหรอก” ก็อตมันแกล้งแหย่ผมเล่น 

“กูไม่ได้จะเรียกแบบนั้นซะหน่อย” ผมตอบมันเสียงแข็ง 

“เหรออออ” ก็อตมันลากเสียงยาวเหมือนไม่อยากจะเชื่อในคำพูดผมเท่าไหร่ผมเลยผลักมันออกห่างเบาๆ แต่มันก็ไม่ขยับแถมยังเบียดใกล้ผมมากขึ้นอีก 

ผมเบื่อการเล่นเป็นเด็กของก็อตมากพูดเลย! 

“ฝุ่น มึงจะกลับกี่โมง” ไอ้ลูกหินถามผมเมื่อเห็นว่าผมกับก็อตเล่นกันไม่เลิก 

“ทำไม นายรีบเหรอ” ก็อตชิงตอบก่อนที่ผมจะได้อ้าปากซะอีก 

“ไม่รีบหรอก แต่พี่ดินคงรีบ” ไอ้หินตอบมาเสียงนิ่ง 

“แล้วพี่นายเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ” ก็อตมันก็ถามพร้อมยิ้มยียวนเข้าไปอีก 

“ก็อต...” ผมเรียกก็อตมันเสียงอ่อนแล้วหันไปมองไอ้ลูกหินแล้วส่ายหน้าให้มันเพื่อบอกว่าอย่าใส่ใจที่ก็อตมันพูดเลยแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผมเท่าไหร่เพราะสีหน้าและแววตาของไอ้ลูกหินตอนนี้มันพร้อมบวกมาก 

“อ้าว ลูกหิน” พี่ธีร์ที่ไปคุยโทรศัพท์ซะนานกลับมาช่วยชีวิตพวกเราได้ทันเวลาก่อนที่ไอ้หินกับก็อตจะลุกขึ้นมาปล่อยหมัดใส่กัน 

“พี่ธีร์ สวัสดีพี่” ไอ้หินเปลี่ยนอารมณ์ทันที่พี่ที่ธีร์นั่งลงข้างมัน 

“เออ หวัดดี สบายดีนะ” พี่ธีร์พูดกับไอ้หินจบก็หันมามองผมที่มีก็อตนั่งติดเป็นตังเม 

“เนื้อหอมจังเลยนะ” ก็อตมันกระซิบข้างหูทำให้ผมหน้าร้อนเพราะคำว่าเนื้อหอมของมันนี่แหละ 

“เนื้อหอมบ้าอะไรล่ะ” ผมหันไปดุมัน 

“เนื้อไม่หอมหรอกเนอะ แต่ผู้ชายนี่ตามเป็นพรวนเลยนะครับ” 

“ตลก!” 

“จ้ะๆ ตลกมากจ้ะ” แล้วมันก็กวนส้นผมอีก 

“เออ ฝุ่น จะกลับเลยมั้ยพอดีว่าที่บ้านพี่โทรมา” พี่ธีร์ถาม 

“เอ่อ กลับ...” ผมกำลังจะตอบว่ากลับเลยก็ได้ แต่ไอ้ลูกหินนี่สิแย่งผมตอบ 

“ไอ้ฝุ่นมันจะกลับกับผมครับพี่”  

“เฮ้ย ได้ยังไง ฝุ่นมาเที่ยวกับผมเดี๋ยวผมไปส่งเอง” นี่ก็อีกคน 

“แต่ฝุ่นมันเป็นเพื่อนผม” ไอ้ลูกหินก็ไม่ยอมอีก 

“อย่าเอาความเป็นเพื่อนมาอ้างน่า ถ้าจะอ้างแบบนั้นผมก็อ้างได้ผมก็เป็นเพื่อนเหมือนกัน” ไอ้นี่ก็ไม่ยอมลงเลย 

“เอ่อ...เดี๋ยวให้กูตัดสินใจเองเถอะ” ผมพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เพราะรู้สึกเอือมระอากับเพื่อนทั้งสองคนของผมมาก มันเกิดจะมาหวงอะไรผมกันก็ไม่รู้ 

“เออ ให้เจ้าตัวเขาพูดบ้าง” ไอ้ลูกหินว่า 

“พี่ธีร์กลับบ้านก่อนก็ได้ครับจะได้ไม่ต้องวนไปวนมา” ผมบอกพี่ธีร์ไปตามตรงเพราะถ้าให้พี่เขาวนรถไปส่งผมแล้วต้องวนกลับบ้านอีกผมกลัวว่ามันจะเสียเวลา 

“งั้นพี่กลับก่อนนะ ถึงบ้านแล้วโทรบอกพี่ด้วย พี่เป็นห่วง” พี่ธีร์ลังเลเล็กน้อยแต่พี่เขาก็พยักหน้ารับ 

“ครับ กลับดีๆ นะครับ” ผมบอกพี่ธีร์ยิ้มๆ แล้วพี่ธีร์ก็ลุกออกไปด้วยท่าทางรีบร้อนเหมือนตอนออกไปคุยโทรศัพท์ 

“อะ ไปแล้วหนึ่ง” ก็อตก็ยังคงกระซิบที่ข้างหูผมเหมือนเดิม ผมรู้สึกว่ามันเริ่มจะปั่นประสาทผมมากขึ้นๆ แล้วนะ 

“สรุปเอายังไงฝุ่น” ไอ้ลูกหินเร่งเอาคำตอบจากผม 

“กู...” ผมลังเลแล้วหันไปมองหน้าก็อตอยากจะขอความเห็นจากมันสักหน่อยและเหมือนมันเองก็จะรู้ด้วยนะว่าผมคิดอะไร 

“มึงเอาตามที่ใจมึงต้องการเหอะ” ก็อตบอกผมแล้วมันก็ยิ้มมุมปาก 

“เออ กูกลับกับมึงก็ได้” ผมหันไปพูดกับไอ้ลูกหินแล้วมันก็ยักไหล่เล็กน้อยเป็นคำตอบ 

“งั้นกูไปนะ ยังไงถ้ามึงจะกลับก็โทรมาแล้วกัน” ไอ้ลูกหินว่าแล้วลุกเดินออกไปโดยมีผมมองตามไปอย่างงงๆ 

“เฮ้อ...กูว่าจะตามมึงมาดูช็อตเด็ดแต่คิดว่าวันนี้คงไม่มีให้มึงดูแล้ว” ก็อตพูดต่อเมื่อไอ้ลูกหินไปแล้วผมเลยหันไปขมวดคิ้วมองมัน 

“ช็อตเด็ดอะไร” 

“ก็พี่ดินของมึงไงจ๊ะ” ก็อตมันว่ามาให้ใจผมกระตุกเล่นแล้วก็เงียบไป 

“พี่ดินทำไม” ผมถามไม่เต็มเสียงนักเพราะกลัวคำตอบที่จะได้ยิน 

“เฮ้อ มึงนี่นะ รักเขามากเลยสิ” ก็อตมันถอนหายใจแล้วหันมาพูดกับผมตรงๆ 

“...” ผมไม่ได้ตอบนอกจากเม้มปากแล้วกะพริบตาปริบๆ หน้าผมมันร้อนวูบวาบเมื่อถูกจับได้ 

“กูก็ไม่ได้เข้ามายุ่งหรอกนะ แต่กูก็ไม่อยากเห็นมึงเสียใจ กูรู้นะว่าระหว่างมึงกับอาจารย์ดินมีอะไรมากกว่าอาจารย์กับลูกศิษย์” 

“นี่มึง...” ผมถึงกับพูดไม่ออก 

“กูเห็นมึงขึ้นรถไปกับเขาและบังเอิญที่ไอ้แดนมันเห็นมึงกับเขาที่ร้านอาหาร อาจารย์ผู้ชายกับลูกศิษย์ผู้ชายธรรมดาทั่วไปคงไม่ไปกินข้าวกันสองต่อสองที่ร้านอาหารแบบนั้นหรอก กูพูดถูกมั้ย” 

“…” ผมพยักหน้าแล้วทำตาปริบๆ ปากก็เม้มแน่นเพราะทำอะไรไม่ถูก 

“กูไม่บอกใครหรอกนะมึงไม่ต้องห่วง แต่กูแค่อยากให้มึงเผื่อใจเอาไว้บ้าง เขาไม่ใช่คนดีนักหรอก เพราะคงไม่มีคนดีๆ ที่ไหนที่พอส่งมึงกลับบ้านเสร็จก็ออกมาควงผู้หญิงในผับหรอก” ก็อตมันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนผมสะอึกไปเลย 

“อือ ขอบใจที่มึงเป็นห่วงและเตือนสติกู” ผมพูดได้แค่นั้นแหละเพราะจุกๆ อยู่เหมือนกัน 

ส่งผมกลับบ้านเสร็จก็มาควงผู้หญิงในผับต่ออย่างนั้นเหรอ! 

ความคิดเห็น