ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 5 Reminiscent เตือนความทรงจำ 100% NC18+

ชื่อตอน : chapter 5 Reminiscent เตือนความทรงจำ 100% NC18+

คำค้น : ธัญล่าฝันซีซั่น3 ธัญวลัยxสถาพรบุ๊คส์ ละอองอาย เรื่องเล่าบนดาวเคราะห์

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 551

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2563 20:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 5 Reminiscent เตือนความทรงจำ 100% NC18+
แบบอักษร

เวลาหอบร่างกายแสนอ่อนล้า และสมองที่หนักอึ้งกลับมายังห้องแคบที่เงียบงันอันคุ้นเคยของเธอ ตอนกลับเธอยอมเสียเงินค่าแท็กซี่อีกหลายบาท เพียงเพื่อให้เขาขับผ่านคอนโดที่พ่อและพี่ชายกล่าวถึงเมื่อช่วงค่ำ

คอนโดกลางเก่ากลางใหม่ และอยู่ในทำเลทองเช่นนี้ แน่นอนว่าราคาต้องสูงเป็นธรรมดา เวลาพยายามจะไม่คิดไปถึงราคาสิบล้านที่ได้ยินมากับหู เป็นราคาที่เธอไม่กล้าจะคิดถึงในตอนนี้ด้วยซ้ำ เพราะภาระหนี้ของที่บ้านมันหนักเกินจะเอาอะไรมาเพิ่ม

แต่พูดไปเสียไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง เธอไม่อยากมีปัญหากับที่บ้าน อีกทั้งคะเนไว้แล้วว่าด้วยภาระหนี้ในตอนนี้นี้ ไม่มีธนาคารไหนปล่อยกู้อย่างแน่นอน

แต่ถึงจะอย่างนั้น เธอก็อดจะกังวลด้วยความหนักใจไม่ได้

ร่างบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม สายตาทอดมองหลอดไฟบนเพดานด้วยแววกลัดกลุ้ม ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาใจระลอกใหญ่ แล้วยกมือข้างหนึ่งมานวดครึงข้างขมับเบาๆ สองตาค่อยๆปิดลงช้าๆ จังหวะหายใจที่หนักแน่นเริ่มเข้าสู่ความสม่ำเสมอ

เธอเหนื่อย เหนื่อยมากขึ้นทุกที หลายครั้งที่พยายามปลอบตัวเองว่าเดี๋ยวมันจะต้องดีกว่านี้ แต่ยิ่งนานวันเข้า คล้ายครอบครัวเธอจะเคยชินกับสถานการณ์ใกล้จะจมจนมันฝังลึก ทั้งๆที่มีโอกาสจะก้าวพ้นจากสถานการณ์เหล่านี้ เพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิด และปรับตัวที่จะอยู่อย่างมัธยัสถ์ แต่ทุกคนกลับเลือกจะกอดเกี่ยวภาระเหล่านั้นเอาไว้ อีกทั้งพยายามจะหาภาระใหม่ที่จะพันธนาการและเหนี่ยวรั้งให้ครอบครัวค่อยๆจมลงไปทุกทีๆ

ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อย

ตืด... ตืด...

เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์ร้องดัง ด้วยความเคยชินมือเล็กจึงเอื้อมลงไปคว้ากระเป๋าสะพาย ก่อนจะคว้านเข้าไปหยิบโทรศัพท์ทั้งที่ตายังคงหลับ ครั้นยกโทรศัพท์ขึ้นมาขนาบเหนือใบหน้า แววตาคมสวยจึงปรือตามองด้วยความอ่อนล้าเต็มกลืน

[ToonToon : คุณได้รับสิทธิหมุนวงล้อฟรี 1 ครั้ง]

แจ้งเตือนของแอปพลิเคชั่นสำหรับอ่านการ์ตูนที่ทำให้เวลาหยุดมองอยู่นานมาก แม้สายตาจะมองไปที่แจ้งเตือน ทว่าสมองกลับคิดไปถึงภาพใบหน้าของแขกรับเชิญ ที่ทำให้เธอต้องโหลดแอปพลิเคชั่นนี้

‘พี่ดีใจที่ได้เจอเวนะ’

เสียงทุ้มดังก้องในโสตประสาท แม้แต่ความอาลัยในน้ำเสียงของเขาก็ยังชัดเจนและตราตรึง

‘...เราอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า’

หญิงสาวทอดถอนอาลัยกับคำตอบของตัวเอง ที่มอบให้แก่ผู้ชายที่เคยเป็นรักแรกหลังจากไม่ได้เจอกันเกือบห้าปี

“ใจร้ายเกินไปหรือเปล่านะ?” เวลารำพันกับตัวเอง ความรู้สึกผิดแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจและทำให้เธอนึกตำหนิตัวเอง

เขาไม่ได้มีท่าทีจะบริภาษหรือกล่าวโทษอะไรเธอสักนิด แต่เธอกลับเลือกจะสลัดความหวังดีและความห่วงใยของเขา

ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายกับเขานักนะ?

ขณะกำลังคิดโทษตัวเองอยู่นั้น นิ้วของเวลาก็จิ้มเข้าไปในแอปพลิเคชั่น ก่อนจะเปิดการ์ตูนที่บันทึกเอาไว้อย่าง ‘เรื่องเล่าบนดาวเคราะห์’ ด้วยสัญชาตญาณของความเคยชิน ก่อนสายตาจะกวาดมองไปยังการอัปเดทล่าสุด

[ความว่างเปล่าบนดาวเคราะห์]

ชื่อตอนล่าสุดยังคงเดิม นั่นคือยังไม่มีการลงตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้ และยอดคนคอมเม้นต์ก็เพิ่มขึ้นอีกหลายพันคอมเม้นต์ ในระยะเวลาไม่ถึงวัน เพราะคนอ่านก็อยากที่จะทราบตอนจบของการ์ตูนเรื่องนี้กันทั้งนั้น

เวลาเลื่อนหน้าจอลงมาดูตอนล่างๆ เพราะใจไม่แกร่งพอจะอ่านตอนล่าสุด ด้วยชื่อตอนนั้นดูเศร้าเสียจนเธอนึกกลัว

กลัวว่าจะอดสงสารเขาไม่ได้...

[กำลังใจบนดาวเคราะห์]

“หวังว่าจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างนะ” เธอรำพันกับตัวเอง ขณะเลือกเปิดหนึ่งขึ้นมา ภาพเปิดตอนที่เป็นรูปดาวเคราะห์ดูมีสีสัน จะว่าไปแล้วเขาเริ่มใช้สีสันหลังจากมีตัวละคร ‘นักบินอวกาศ’ ออกมาแล้ว

เพราะเธอคือสีสัน...

[“กลับมาแล้วหรอ ?” เด็กหนุ่มเดินเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเด็กสาวที่กำลังเปิดหน้าหนังสือ ทว่าสายตาของเธอกลับมองออกไปที่อื่นอย่างเหม่อลอย

“อื้ม...” เด็กหญิงหน้าม้าเต่อตอบโดยไม่หันมามองอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

“คิดอะไรอยู่?”

“คิดถึงบ้าน” เธอตอบกลับในทันที แต่สายตายังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง

“อยู่ที่นี่เลยไม่ได้เหรอ... อยู่ด้วยกัน”]

เวลายกยิ้มมุมปาก นึกขำกับความขี้อ่อยของการ์ตูนตัวนี้เหลือเกิน

[“ก็อยู่ได้ แต่ยังไงที่นั่นก็คือบ้าน เราต้องกลับไป”

“แต่เธอบอกไม่มีความสุข เธอบอกว่าอยู่กับเราแล้วมีความสุข” เด็กชายมีความดึงดัน สีหน้าของเขาดูกังวลเล็กน้อยเมื่อเธอพูดว่าต้องกลับไป

“ใช่ เรามีความสุข แต่บางครั้ง เราก็เลือกแค่ความต้องการของตัวเองไม่ได้”]

ที่กลางอกคล้ายมีกระแสไฟแล่นผ่าน เวลาเจ็บแปลบเพราะประโยคของตัวการ์ตูนมันช่างบาดใจ

เธอไม่เคยได้เลือกตามความต้องการของตัวเองเลยสักครั้ง ทุกการตัดสินใจจะมีครอบครัวมาเป็นกรอบคอยครอบเอาไว้เสมอ ทุกการตัดสินใจของเธอจะคำนึงถึงครอบครัวเสมอ

เธอให้ค่าและความสำคัญกับครอบครัว รักและเคารพอย่างไม่มีข้อแม้ ถึงแม้ในใจจะเต็มไปด้วยข้อสงสัยมากมาย ก็เลือกที่จะเก็บไว้แต่เพียงผู้เดียว

เพื่อดำรงไว้ซึ่งครอบครัว...

เธออยากให้ครอบครัวมีความสุข ยอมทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ลืมไปสนิทว่าตัวเองก็ต้องการความสุขเช่นกัน

[“ที่ตรงนี้เป็นของเธอเสมอเลยนะ”

“ตรงนี้?”

“ดาวเคราะห์ดวงนี้ ตรงนี้ ที่นี่ กับเรา”]

เวลาผลิยิ้มออกมาอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ คล้ายได้รับการปลอบโยนจากคนรู้จัก

คนรู้จักที่รักเธอ...

[“ถ้าวันนึงเธอต้องกลับไปที่นั่น หรือต้องจากไปไกลแสนไกล เราอยากให้เธอรู้ไว้เสมอ ว่าเรายังรอให้กำลังใจเธออยู่ตรงนี้ เธอทำดีที่สุดแล้ว และเธอเจ๋งมากๆ” มือน้อยของมนุษย์บนดาวเคราะห์ ยกขึ้นปาดหยดน้ำตาบนแก้มที่แดงเรื่อ ของมนุษย์อวกาศสาว ราวกับว่าอยากหยุดความเศร้าหมองของเธอให้หมดสิ้นไป

เรื่องและภาพโดย : มนุษย์บนดาวเคราะห์]

“วันนี้พี่ยังคิดแบบนี้อยู่หรือเปล่านะ” โปรดิวเซอร์สาวเผลอคิดถึงเรื่องราวที่เธอพานพบในเช้าของวัน นัยน์ตาอบอุ่นของเขามองมาทางเธอครั้งแล้วครั้งเล่า

[ความรักบนดาวเคราะห์]

เวลาชะงักกับชื่อตอนต่อไป ใจของเธอยังคงสับสนว่าควรจะเปิดอ่านเพื่อให้ตัวเองกลับไปนึกถึงเรื่องราวความหลังที่ผ่านมากับเขาอีกหรือไม่

สมองนึกย้อนกลับไปสมัยยังเป็นเพียงหญิงสาวนิเทศศาสตร์ธรรมดาๆ ที่ใช้ช่วงชีวิตวัยนั้นอย่างคุ้มค่า เพราะหน้าตาที่โดดเด่นทำให้เธอมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของทั้งคณะ และของมหาลัย

ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีหนุ่มมาดเซอร์จากต่างมหาวิทยาลัย เดินทางข้ามระยะทางไกลเพียงเพื่อมาหาเธอ เพราะหวังจะได้เจอหน้ากันในช่วงเวลาสั้นๆ กินข้าวด้วยกัน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของกันและกัน หรือบางครั้งอาจเพียงมานั่งทำงานเป็นเพื่อนเธอ เขาก็ไม่เคยเอ่ยปากบ่นออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

พอนึกย้อนไปถึงชีวิตขณะนั้น เธอกลับรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความสุขที่มันเปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจ

อาจเป็นเพราะหัวใจของเธอมันแห้งแล้งมานานปี ยามได้รับหยาดพิรุณเพียงเล็กน้อยสาดซัด แรงบีบรัดก็เพิ่มขึ้นจนรู้สึกวูบวาบในหัวอก เวลารู้สึกคล้ายตัวเองจะย้อนกลับไปเป็นเด็กสาวผู้ไม่ประสาคนนั้น เด็กสาวที่มีความสุขเพียงแค่ได้อยู่ใกล้กับผู้ชายคนนั้น...

เขาเคยเป็นความสุขของเธอ...

เคยเป็นเกราะกำบังเรื่องทุกข์ใจ...

เคยเป็นกำลังใจ...

แล้วถ้าตอนนี้เธอจะอยากขอกำลังใจจากเขา... เขาจะยอมมอบมันให้เธอเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า

‘แต่เราอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า’

เสียงของตัวเองดังก้องในหู เวลาระบานลมหายใจออกมาระลอกใหญ่ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอเลือกจะตัดรอนอีกฝ่ายอย่างไม่ใยดี เขาคงไม่มาสนใจเธออีก ต่อให้จะเศร้าหรือทุกข์แค่ไหนก็ตาม

ตืด...

แต่แล้วจู่ๆ แจ้งเตือนโทรศัพท์ในมือก็ร้องดังอีกหน สายตาคมก้มลงมองอย่างไม่ได้คิดอะไร

[You have 1 e-mail]

ครั้นเห็นว่าเป็นแจ้งเตือนจากเมล เวลาก็ไม่รอช้าที่จะกดเปิด เพราะหากเป็นงานเร่งด่วนจะได้วางแผนจัดการเสียแต่เนิ่นๆ ทว่าเมลที่ถูกส่งเข้ามากลับทำให้ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง

[จาก humanontheearth@gmail.com 

ถึง คุณ

ดีใจและขอบคุณที่เลือกพี่เป็นแขกรับเชิญนะ ถึงเราจะไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะพูดกันอย่างนี้ได้ แต่พี่ก็อยากจะบอกกับเว ว่าพี่เป็นห่วงเวเสมอ ถ้ามีเรื่องอะไรอยากให้ช่วย ก็บอกกันได้เสมอเลยนะ]

กระบอกตาเริ่มรื่นจนเวลาต้องกดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ เธอพลิกตัวนอนคว่ำจมใบหน้าเข้ากับหมอน สองแขนกอดรัดหมอนใบนั้นเอาไว้แน่น พยายามแข็งใจเอาไว้ไม่ให้อ่อนแอและพ่ายแพ้ให้กับความดีของเขา

แต่แล้วเธอก็แพ้อีกจนได้

[จาก vela.kon@gogoal.ch22Thailand.com 

ถึง humanontheearth@gmail.com 

ขอโทษที่เมื่อเช้าพูดแรงเกินไปนะคะ ถ้าไม่ว่าอะไรเวอยากเลี้ยงข้าวเพื่อขอบคุณและขอโทษพี่ ว่างตอนไหนบอกได้เลยนะ]

เวลามองดูเมลที่ถูกส่งเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะพรูลมหายใจออกมาอีกครั้งอย่างโล่งอก

เลิกกันไม่จำเป็นต้องเกลียดกันนี่น่า...

ตืด... ตืด...

สายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา ทำเอาหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบด้วยความตกใจ เวลามองดูตัวเลขเหล่านั้นด้วยความสงสัย เพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย แต่กระนั้นก็กดรับอยู่ดี ด้วยเกรงว่าจะเป็นธุระเรื่องงาน

“สวัสดีค่ะ” เธอตอบกลับและกำลังรอการแนะนำตัวจากปลายสาย

‘เวใช่ไหม?’ เสียงจากปลายสายทำเอาหัวใจของเวลากระตุกวูบ เธอจำคีย์ทุ้มต่ำในสายโทรศัพท์ได้เป็นอย่างดีว่าคือใคร แต่ที่อึ้งเพราะไม่รู้ว่าเขาไปเอาเบอร์เธอมาจากไหน

‘นี่พี่เองนะ พอดีเอาเบอร์มาจากเอี๊ยงน่ะ’ อีกฝ่ายเองก็คงรู้ว่าเธอกำลังงุนงงด้วยเรื่องใด เขาถึงได้เร่งอธิบายอย่างไม่ต้องให้เธอถาม

“อ่อ...ค่ะ พี่ชาร์ปมีอะไรหรือเปล่า?” ร่างแบบบางผุดลุกนั่ง มือข้างที่วางเริ่มลูบไปตามผ้าปูที่นอนอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ด้วยทั้งรู้สึกตื่นเต้นและเก้อกระดากไปพร้อมๆกัน

‘คือ... ที่เวเมลมาว่าว่างเมื่อไหร่แล้วให้บอก พี่เลยโทรมาบอกวันว่างของพี่’ ปลายสายพูดเสียงยานคาง คล้ายกำลังเรียบเรียงประโยคออกมาทีละคำ

“ค่ะ พี่บอกวันว่างมาได้เลย เดี๋ยวเวดูให้ตรงกับของเวเอง” เวลาบอกก่อนจะคว้าเอาแท็บเล็ตออกมาจากในกระเป๋า เปิดดูตารางงานของตัวเองไปพลางๆ

‘งานของพี่มันแล้วแต่ทำ ถ้าจะว่างก็ว่างได้ตลอดนั่นแหละ เอาของเวเถอะ ว่างตอนไหน พี่ยังไงก็ได้’ ปลายสายดูไม่มากความและออกจะตามใจอยู่ในที

เวลาอือออพร้อมกับดูตารางงานที่แน่นขนัดของตัวเอง จะว่าไปแล้วเธอเพิ่งตระหนักเอาตอนนี้เอง ว่าเวลาว่างของเธอนั้นมีน้อยมากจนเกือบแทบไม่มี ตารางงานแน่นๆถูกจัดเอาไว้จนไม่อาจขยับตัว จะว่างอีกทีก็สามสี่ทุ่มโน่นเลย

‘ตอนนี้เวว่างไหมล่ะ?’ เพราะเห็นเวลาเงียบไปนาน ปลายสายถึงได้เอ่ยถามมาอีกหนึ่งประโยค

“ว่างค่ะ” เวลาที่กำลังใจลอยตอบกลับไปในทันทีอย่างไม่ทันได้ฉุกคิด ครั้นนึกขึ้นได้ก็ไม่ทันเสียแล้ว

‘งั้นเดี๋ยวพี่ไปรับ เวอยู่ที่ไหนล่ะ?’ อีกฝ่ายขันอาสาเสร็จสรรพ ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยปากปฏิเสธ

หลังจากส่งโลเคชั่นไปให้อีกฝ่าย เพียงไม่นานเวลาก็ได้ขึ้นมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ของนักวาดการ์ตูนหนุ่มอย่างงงๆ กลิ่นหอมอ่อนๆอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแผ่กำซาบไปทั่วคันรถ เวลารู้สึกคล้ายตัวเองกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งโอบอุ้มจนขยับตัวไปไหนไม่ได้

“ร้านบัวลอยที่เราเคยไปกินด้วยกันยังเปิดอยู่ไหมนะ พี่ก็ไม่ได้มาแถวนี้นานแล้ว” ชรันตร์หันมาถาม ขณะรอสัญญาณจราจรที่ตอนนี้กำลังเปล่งแสงที่แดงชัดเจน

“ยังอยู่ค่ะ แต่เวลานี้คงหมดไปแล้ว” เวลาตอบเสียงค่อย มือทั้งสองข้างวางประสานกันอยู่เหนือตัก สายตามองไปยังสี่แยกข้างหน้า ไม่กล้าจะหันไปมองคนข้างๆแม้แต่น้อย

ตั้งสติไว้เวลา ตั้งสติไว้!

“หรือจะไปกินมาม่าต้มยำดี แต่คิวคงยาวน่าดูเลย” ชรันตร์ยกข้อมือหนาขึ้นมาดูนาฬิกา ที่บอกเวลาใกล้จะห้าทุ่มเต็มที ตอนนี้ร้านอาหารก็พากันทยอยปิดไปทีละร้าน จะมีก็แต่ร้านข้าวต้มดังๆที่เปิดจนถึงตีหนึ่งตีสอง แต่ก็ต้องไปรอคิวเป็นชั่วโมงๆ

ขณะที่ชรันตร์กำลังเคาะนิ้วบนพวงมาลัยพลางนึกถึงร้านอาหารที่ยังเปิดอยู่ สัญญาณไปก็เปลี่ยนจากแดงมาเป็นเหลืองและเขียวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจึงเหยียบคันเร่งออกตัวรถมาทางร้านมาม่าต้มยำชื่อดังของสามย่าน

ภาพของคนที่นั่งอยู่หน้าร้านแน่นขนัด แค่มองก็รู้สึกเหนื่อยหากต้องไปต่อแถวรอคิว

“ไปที่อื่นเถอะค่ะ เวไม่อยากกินอะไรหนักๆ” เพราะอาหารที่กินมาจากที่บ้านก็ยังไม่ย่อย เวลารู้สึกแน่นจนไม่อาจรับอะไรได้อีก

ทั้งๆที่รู้ตัวว่าอิ่ม แต่เธอก็ยังตามเขาออกมา เพราะอะไรกันนะ?

“ได้สิ น้ำเต้าหู้ไหม กินอะไร ‘อุ่นๆ’ ก่อนนอนจะได้หลับสบาย” ชรันตร์เสนอเป็นตัวเลือกอีกทางให้เวลา เพราะอย่างไรก็ออกมาแล้ว ควรจะได้กินอะไรสักหน่อย

“...” ครั้นไม่มีเสียงตอบรับ ชรันตร์จึงเหลือบชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งข้างๆกัน ก่อนจะเห็นว่าเธอกำลังก้มหน้ามองต่ำ สีหน้าไม่สู้ดีเท่าไรนัก ชายหนุ่มจึงหักพวงมาลัยหลบเข้าไปจอดข้างทางเพื่อตั้งหลัก

“เวเป็นอะไร มีเรื่องไม่สบายใจอะไรรึเปล่า?” ชรันตร์ถามเสียงค่อยอย่างห่วงใย

“...” เธอยังคงก้มหน้านิ่ง ฝ่ามือประสานเข้าหากันแน่น

“หรือว่าเป็นเพราะพี่... ถ้าเวไม่สบายใจเดี๋ยวพี่พาเวไปส่งเดี๋ยวนี้เลย” ชรันตร์หันกลับไปทำท่าจะปัดไฟเลี้ยว ทว่ามือเล็กที่เย็นเยียบก็ยื่นเข้ามาคว้าที่ข้อพับแขนของเขาเอาไว้เสียก่อน

ชรันตร์หันกลับไปทางหญิงสาวเจ้าของฝ่ามือเรียวเล็ก ครั้นเห็นแววตาคู่คมที่คล้ายจะแข็งกร้าวทว่ามันกลับสะท้อนภาพของเขากลับมาเพราะระลอกคลื่นของน้ำตา หัวใจของชายชาตรีพลันอ่อนยวบด้วยความสงสารที่เกาะกิน

“เวลา...” ชรันตร์เรียกเธอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มือของเขายื่นออกไปคว้าร่างแบบบางเข้าสู่อ้อมอกโดยอัตโนมัติ

ตัวเธอสั่นเทาและแข็งเกร็งเล็กน้อยในทีแรก ทว่ายามถูกฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังเบาๆอย่างปลอบประโลม อาการแข็งเกร็งในทีแรกก็มลายหายไป ก่อนจะถูกแทนทีด้วยอาการไหวโยนเพราะแรงสะอื้น

“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร” น้ำเสียงกระซิบดังพร่าที่ข้างใบหู ความแนบสนิทของคนทั้งสองใกล้ชิดกันจนได้ยินเสียงหายใจ รวมไปถึงจังหวะการเต้นของหัวของอีกฝ่าย ที่รัวเร็วเหมือนอย่างกลองรบในยามศึก

เมื่อร่างกายได้แนบแน่น ผิวเนื้อได้รับการสัมผัส บุรุษและสตรีต่างมีแรงดึงดูดลึกลับที่ยากจะต้านทาน มือเล็กวางเบาๆเหนืออกแกร่ง สัมผัสจังหวะการเต้นของหัวใจของเขาอย่างแนบชิด ก่อนที่เงยหน้าขึ้นสบจ้องกับเจ้าของสายตาแสนอบอุ่นที่มองมาทางเธออย่างเป็นห่วงห่วงเป็นใย คล้ายกลัวว่าเธอจะแตกสลายลงไปทุกเมื่อ

หัวใจที่บีบรัดรุนแรง ทำให้สมองที่เคยปราดเปรื่องของเวลาขาวโพลนไปหมด ชั่วขณะที่สติยับยั้งของเธอคล้ายจะถูกยับยั้ง ความต้องการในจิตใจก็เข้าครอบงำและบ่งการให้เธอทำตามใจ

มือเล็กเอื้อมไปไล้ข้างแก้มสากเบาๆ สายตาที่มองกันคล้ายจะส่งกระแสสัมผัส ที่แปลได้ทางเดียวคือความต้องการที่ฉายชัดออกมาอย่างชัดเจน

เวลายันมือกับอกแกร่ง ส่งแรงเพื่อยืดตัวขึ้นไปหา สองตาปิดแน่นก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกับริมฝีปาก ความหนาหยุ่นของชายหนุ่มรอรับสัมผัสของเธอและตอบสนองอย่างรู้หนาที่

วินาทีนั้นไม่มีใครมองถึงความเหมาะสมและถูกผิด เธอเพียงต้องการสัมผัสที่มอบความอบอุ่น และเขาก็ถวิลหาในรสสัมผัสของเธอเกินจะหักห้ามใจ

 

----------------------------------------------------

เมื่อวายไรท์ตุยคะคุณผู้โชมมมม ตุยแบบไม่สามารถทำอะไร ตุยแบบตุยไปเลยยย ดูคลิปผู้ชายร้องไห้ไหล่โยกคืออ่อนแอเป็นแป้งแช่ ไรท์มันคนอ่อนไหว แงงงงงง

ส่วนนิยายเรื่องนี้ มาลุ้นกันว่าจะได้ไปต่อไหมนะคะ ตอนนี้ไรท์ลงครบตามกติการอบแรกแล้ว รอประกาศผลแล้วกันนะคะ อดใจรอนิดนึงน่าา

กราบขอบพระคุณจากทุกกำลังใจ ทั้งยอดไลค์ยอดใจและคอมเม้นต์ เห็นดาวแวบๆแล้วด้วย กรี๊ดๆๆๆ ขอบพระคุณแม่ยกมากๆค๊าาา รักและรัก สำหรับวันนี้ ฝีดันนะฮะะะ จุ๊ฟฟฟ

ความคิดเห็น