sanitarybag

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : AT BAY : จนตรอก | #8

คำค้น : yaoi conan

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2559 16:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
AT BAY : จนตรอก | #8
แบบอักษร

"หัวเราะอะไรของนายเล่าเจ้าบ้าาาาา!" 
"แหมมม ก็ฟังนายเพ้อเจ้อเข้าสิ ฮ่าๆๆๆๆ!!"

"-_-..... หุบปากซะทีคิด! "
 
 
หลังจากวันนั้นที่ผมกับคิดไม่ได้คุยกันทั้งวันมาได้ 3 วัน ผมกับเจ้าหมอนั่นก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนไม่เคยมีเรื่องผิดใจอะไรกัน เจ้าหมอนั่นกลับมาหาเรื่องแกล้งผมเหมือนเดิม เรียกว่าแทบจะเหมือนเดิมทุกๆอย่างเลย จะว่าดีมั้ยมันก็ดีอยู่หรอกนะ.... แต่....... 
 
 
เฮ้อ -_-;;
 
 
หลังจากนั้นได้ซักพักเราสองคนก็ตัดสินใจจะทำอะไรซักอย่างกับเรื่องนี้ เหมือนว่าคิดจะเริ่มจริงจังขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะ และวันนี้เราสองคนเลยตัดสินใจขึ้นไปหาคุณหนูไดอาน่าบนห้องใต้หลังคาอีกครั้ง 
 
 
ผมเคาะประตูห้องเบาๆและเรียกชื่อคุณหนู ข้างๆผมเป็นคิดที่ยืนถือถาดอาหารอยู่ 
 
 
"ทำไมมันเงียบแบบนี้ล่ะ เขาได้ยินนายรึเปล่าเนี่ย -_-;; "
"เออน่านายน่ะช่วยหุบปากไปก่อนได้มั้--- "
เอี๊ยดดดดดดด............. 
 
 
ก่อนที่ผมจะหันไปบ่นอะไรเจ้าคิดไปมากกว่านี้ จู่ๆเสียงประตูก็เปิดออกมา 
"เข้ามาสิ" 
 
.................
.........................................
.........................................................
.....................................................................
 
วอท!?
 
 
ผมกับคิดเดินเข้าไปในห้องของคุณหนูแบบกล้าๆกลัวๆ คิดส่งถาดอาหารให้คุณหนูและรีบเดินกลับมาหาผมแบบเกรงกลัวสุดๆ =_=; ผมหันซ้ายหันขวาสำรวจนู่นนี่ในห้องของไดอาน่า ผมเคยแอบมองเข้ามาครั้งนึงแล้วก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ผมมีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในห้องนี้แล้ว บรรยากาศหดหู่และน่าขนลุกนี่ ไม่แปลกใจเลยถ้าคุณหนูจะมีอารมณ์ฉุนนู่นฉุนนี่ตลอดเวลา -_- สภาพในห้องดูรกไม่เหมือนห้องของเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคุณหนู บางจุดมีหยากไย่ขึ้นเต็มไปหมดเหมือนไม่ได้แตะมันมานาน 
 
 
อยู่ในห้องแคบๆนี่ทั้งวันเพื่อทำอะไรอยู่กันแน่นะ -_-;;;
 
 
คุณหนูกอดอกมองพวกเรา หน้าตาพร้อมที่จะกรีีดออกมาตลอดเวลา ทำเอาผมกับเจ้าคิดที่ปกติจะมีความมั่นใจกับผู้หญิงมากๆยืนนิ่งไม่กล้าทำอะไรไปเลย และคนที่ต้องเริ่มพูดก่อนก็คือผมเนี่ยแหละ ต้องทำเป็นชวนคุยก่อนๆๆ
 
 
"ห้องรกนะ"
 
......................... 
ไม่ๆๆ นั่นไม่ใช่ผม แต่เป็นคิด
 
 
"เฮ้เจ้าบ้านี่!" ผมหันไปหยิกท้องเจ้าคิดแรงๆทีนึงแล้วหันไปยิ้มแหยๆให้คุณหนู
"เอ่อ คือพวกเราอยากมาคุยกับเธอ อยากเอาอะไรให้ดู" ผมพูดกับเธอและหยิบจดหมายของผมและคิดออกมาคลี่ออก
 
 
'สองอัศวินมีกิจที่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันในเวลาที่โลกต้องการทั้งความมืดและแสงสว่าง
เจ้าหญิงผู้ที่ขังตนเองไว้บนหอคอยสูงเสียดฟ้า ไม่ยอมรับทุกอย่างจากโลกภายนอก
เจ้าหญิงผู้แสนเย่อหยิ่งและไม่เจียมตัวว่าตนเองตกอยู่ในอันตราย
มีแค่พวกเจ้าทั้งสองที่ช่วยได้'
 
 
ผมหันด้านที่เขียนข้อความออกให้คุณหนูดู ไดอาน่าจ้องอยู่ซักพักก่อนจะกระชากมันมาจากมือของผมและนั่งลงกับเตียงจ้องข้อความบนกระดาษก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองพวกผมแบบไม่เข้าใจ 
 
 
"พวกเราก็ไม่เข้าใจมันเท่าไหร่เหมือนกัน" คราวนี้คิดเป็นคนพูดขึ้นมาบ้าง
"แล้วแน่ใจได้ไงว่านี่หมายถึงฉัน นี่ห้องใต้หลังคาไม่ใช่หอคอยซักหน่อย" คุณหนูพูดแทรกขึ้นมาแทบจะทันที สายตาลอกแลกดูผิดปกติ ผมคอยสังเกตุท่าทางของเธออยู่เงียบๆปล่อยให้คิดเป็นคนพูดต่อไป
"ก็น้า.. " คิดเกาท้ายทอยตัวเองยิกๆพยายามคิดคำพูดออกมา "พวกเราก็ไม่แน่ใจนักหรอก แต่ในเมืองเล็กๆน่ารักๆนี่ก็มีแค่เธอนั่นแหละที่เป็นเด็กมีปัญห--- " 
"เราอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอคืนนั้น" ผมรีบพูดแทรกคิดขึ้นมาทันที ไอเจ้าบ้าหนิ -_-* 
"ฉันจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ" คุณหนูเชิดหน้าขึ้นและเบนหน้าหนีพวกเราออกไปนอกหน้าต่าง คิดทำท่าจะพูดอะไรขึ้นมาแต่ก็โดนผมแทรกก่อนจนได้
"เฮ้ เราอยากช่วยเธอจริงๆนะ เรามาที่นี่เพื่อช่ว--"  
"ไม่ต้องมาช่วยอะไรฉันทั้งนั้นแหละ ฉันไม่ได้เป็นอะไร!!!!!" ไดอาน่าหันมาตวาดตอบผมขวับ ทำเอาผมสะดุ้งโหยงน้อยๆเพราะไม่ทันตั้งตัว ให้ตายสิอารมณ์แปรปรวนได้อีก -_-;;;;;;  
"เธอเป็นสิ เป็นหนักเลยด้วย คิดว่าจะมีเด็กอายุเท่าเธอคนไหนที่พร้อมจะแว้กๆๆๆตลอดเวลาแล้วเก็บตัวอยู่แต่ในห้องแคบๆไม่พูดไม่จากับใครตั้งหลายปีแบบเธออีกรึไง!" คิดตะโกนขึ้นมาบ้าง "ถึงเธอจะคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไร แต่มีคนเป็นห่วงเธออยู่นะรู้มั้ย คุณยายของเธอ พ่อบ้านของเธอ อย่าลืมสิ!" 
 
 
ไดอาน่าขมวดคิ้วมองคิดแบบงงๆ ก่อนจะพูดประโยคๆนึงออกมาซึ่งทำเอาผมกับคิดตื้อไปเลย
 
 
"ฉันจำอะไรใครไม่ได้ทั้งนั้นแหละ" 
 
 
 
"เธอบอกแบบนั้นจริงๆหรอจ๊ะ ชินอิจิคุง.... " 
ผมลงมานั่งคุยกับคุณยายหลังจากขอตัวออกมาจากห้องของคุณหนู ผมเล่าทุกอย่างให้คุณยายฟังรวมถึงเรื่องคุณหนูจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย และผมคิดว่าน่าจะจำไม่ได้หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ผมเล่าแค่เรื่องที่คุณยายควรจะรู้ แต่มันมีบางอย่างที่ผมคิดไว้แต่ไม่ได้บอกใคร รวมถึงคิดด้วย.. แต่ผมคิดว่าเจ้าหมอนั่นอาจจะแอบคิดแบบผม 
 
 
"พวกนายจะบอกว่าคุณหนูจำพวกเราไม่ได้เลยงั้นหรอ" ดอร์เชียนที่ปกติจะชักสีหน้าตึงเครียดใส่พวกเราตอนนี้หน้าตึงยิ่งกว่าเดิมอีก ทำเอาพวกผมเครียดตามไปด้วยเลย 
"ไม่ต้องห่วงนะครับ" ผมพูดกับคุณยาย "ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย" 
 
 
ถึงจะพูดแบบนั้นไปก็เถอะ ............
 
 
 
............................
 
ผมกับคิดมานอนตายหมดอาลัยตายอยากกันอยู่บนห้อง ครั้งนี้มันยากจริงๆ ไม่มีแม้แต่เบาะแส ไม่รู้แม้กระทั่งใครเป็นคนส่งจดหมายนี่ และแสงสว่างหนึ่งเดียวของเรา(คุณหนูไดอาน่า)ก็มาความจำเสื่อมแถมยังอยู่ในภาวะอารมณ์ฉุนเฉียวไม่รับแขกอีก 
 
แล้วแบบนี้ต้องทำยังไงกันฟะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
 
 
 
"โอ้ยยยยยยยยยยยยย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ยยยยยยยยยยยยยย" ผมตะโกนขึ้นมา คิดที่นอนอยู่เตียงข้างๆโยนหมอนใส่หน้าผมแล้วตะโกนกลับมาบ้าง
"ไม่รู้โว้ยยยยยยยยยยยยย เงียบๆหน่อยได้มั้ยฉันจะนอนแล้ว!!!"
"ฉันอยากกลับบ้านแล้วนะเจ้าบ้า" ผมหันไปตวาด "เฮ้! นายเก่งไม่ใช่รึไง ปกติเห็นรู้ล่วงหน้าไปซะหมดเลยนี่ รู้อะไรแล้วแต่กั๊กใช่มั้ยห๊ะ นายเป็นคนเขียนจดหมายนั่นใช่มั้ยคิด!!!" 
"โอ้ยๆๆ นี่เรียกว่าพาลแล้วเฟ้ย!" คิดชักสีหน้าใส่ผม ถ้าหมอนี่กำลังเสแสร้งว่าไม่รู้จริงๆมันจะเป็นการเสแสร้งที่แนบเนียนมากๆเลย แต่ก็นะ.. ผมยอมรับเลยว่าผมยังคงแอบสงสัยเจ้าหมอนี่อยู่ ประมาณ 10% จากก่อนหน้านี้ 60% -_-;;;
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามตั้งสติดีๆและใจเย็นให้มากๆ ผมรู้ตัวเลยล่ะว่านี่มันไม่ใช่ตัวผม ผมไม่เคยเจอคดี.. เอ่อ ปริศนาที่ทำให้ผมตันขนาดนี้มาก่อนเลย ยิ่งจะไปค้นหาคำตอบ ยิ่งมีปริศนาเพิ่มขึ้นมาให้ไขอยู่เรื่อยๆ มีเรื่องสงสัยเพิ่มขึ้น แต่ข้อสงสัยเก่าก็ไม่ได้ถูกทำให้เข้าใจ กลายเป็นว่าตอนนี้ผมทำอะไรก็ยิ่งทำให้มีเรื่องต้องไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก ไม่มีประโยชน์เลย แย่ชะมัด.. ความรู้สึกที่คิดอะไรไม่ออกมักจะแย่เสมอ
 
 
ผมสังเกตุว่าคิดกำลังมองผมอยู่จากหางตาของผม แต่ผมไม่สนใจหรอก ตอนนี้ผมอยากนอนคิดอะไรเงียบๆคนเดียวมากกว่า 
 
 
 
KAITO'S PART 
 
ฮ่า.. ภาพพ่อหนุ่มยอดนักสืบคนเก่งนอนแบบหมดอาลัยตายอยากแบบนี้มันหาดูได้ยากจริงๆเลยแฮะ 
 
 
ผมยอมรับนะว่าผมแอบรู้สึกชอบเวลาเห็นเจ้าหมอนี่หงุดหงิดเพราะคิดอะไรไม่ออกแบบนี้ เพราะปกติคดีทุกคดี ปริศนาทุกๆอย่างที่ผ่านมาที่เราได้มีโอกาสไปวนเวียนอยู่ด้วยกันเจ้าคุโด้นี่ก็มักจะหาคำตอบของมันออกมาได้อย่างง่ายดายและเพอร์เฟ็คไปซะทุกครั้ง ถึงแม้ว่าผมจะรู้ปริศนาพวกนั้นก่อนหน้าไปแล้วก็เถอะ ยอมรับเลยว่าหมอนี่เก่งไม่น้อยถ้าลดความขี้เก๊กลงไปได้หน่อยน่ะนะ 
 
 
คราวนี้ต้องยกความดีให้กับคนที่เริ่มคิดปริศนาพวกนี้ให้เราเลยล่ะ เอารางวัลความยากระดับ 9 กะโหลกไปเลย มันเหมือนกับว่าคุณเป็นนักสำรวจที่โดนใครบางคนท้าให้ไปสำรวจที่ๆนึง และปรากฏว่าที่นั่นคือทะเลทรายกว้างสุดลูกหูลูกตาที่หันไปทางไหนก็เจอแต่ทะเลทราย ไม่มีแม่แต่ต้นไม้ซักตน เจอแต่ความโล่ง แต่แน่นอนล่ะว่าสถานที่ที่กว้างขนาดนี้มันก็ต้องมีอะไรอยู่แล้วที่รอให้เราไปเจอมัน แต่ปัญหาก็คือเราจะเจอมันได้ยังไงล่ะในสถานที่แบบนี้นอกจากเดินมันไปเรื่อยๆ ทำทุกอย่างเท่าที่คิดออกตอนนี้ ก็นะ มันไม่มีคำบอกใบ้อะไรให้เราเลยนี่ 
 
 
"ยอมแพ้กันมั้ย" ผมนอนหนุนแขนตัวเองพูดพึมพำออกมาทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ ได้ยินเสียงเจ้าหมอนั่นขยับตัวเล็กน้อย น่าจะขยับตัวหันมามองผมล่ะมั้ง
"พูดบ้าอะไรของนายคิด มาถึงขนาดนี้แล้วนะเจ้าบ้า" ผมเดาสีหน้าของหมอนั่นออกเลย กำลังขมวดคิ้วอยู่แน่ๆ
"ถึงขนาดไหน....... " ผมพูดตอบเสียงยานๆ
"ก็.. ถึงขนาด.. " นั่นแหละ ชอบจังเวลาพวกปกติมั่นใจในตัวเองมากๆถึงคราวที่ต้องลังเลบ้างแล้ว ผมยิ้มออกมาน้อยๆแล้วพูดต่อ
"เรายังไม่รู้อะไรเลยนะ ทำไงดีล่ะ ขึ้นไปง้างปากคุณหนูกันมั้ย แบบจับมัดไว้กับเก้าอี้ฉันจะคอยถือแส้ยืนอยู่ข้างหลัง นายก็คอยตะโกนอยู่ข้างหน้าแบบ จะบอกไม่บอก!!" 
ผมได้ยินเสียงหมอนั่นถอนหายใจ ผมลืมตาขึ้นมามอง และผมก็ได้เห็นสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจมากๆ
 
 
คุโด้ชินอิจิกำลังยิ้มออกมาให้กับประโยคเมื่อกี้ของผม ซึ่งปกติหมอนั่นจะต้องด่าอะไรซักอย่างกับผมไปแล้ว
 
เมื่อเจ้าหมอนั่นสังเกตุเห็นว่าผมลืมตาขึ้นมาแล้วก็รีบหุบยิ้มลงทันที 
 
 
"ฉันกำลังคิดอยู่ว่าเราควรจะไปคุยกับเขาบ่อยๆ ถ้าจะให้ดี.. น่าจะชวนออกไปข้างนอกบ้าง อยู่แต่ในนั้นไม่แปลกเลยถ้าจะอารมณ์แปรปรวนขนาดนั้น" คุโด้กลับมาทำหน้าตาเป็นการเป็นงานอีกครั้ง 
 
เอาล่ะ ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมชอบทุกหน้าทุกรีแอคชั่นของหมอนั่นนั่นแหละ.. 
ตอนนี้ผมก็ควรจะเป็นการเป็นงานด้วยสินะ ใช่มั้ย?
 
"นายจะลากยัยซุปเปอร์ไซย่านั่นออกมาจากห้องของนางยังไงงั้นหรอ.. " ผมยักไหล่ไปที "พาเข้าไปในเมืองงั้นหรอ ถ้าเกิดยัยนั่นไปอาละวาดใส่ใครซะล่ะ เรารับมือกันไหวมั้ย" 
"นายรับมือไหวอยู่แล้ว" พ่อนักสืบสุดฉลาดของผมปรายหางตามามองผมประมาณว่าแบบ เก่งเรื่องผู้หญิงไม่ใช่รึไงนายน่ะ 
"... เอาล่ะ นี่นายจริงจังใช่มั้ย?" ผมลุกขึ้นมานั่งหรี่สายตามองหมอนั่น 
"จริงจังเท่าที่จะจริงจังได้แล้วล่ะ ฉันนึกอะไรไม่ออกแล้ว" 
"งั้นก็ตามนั้น พรุ่งนี้เราจะลากเจ้าหญิงผู้เย่อหยิ่งนั่นออกจากหอคอยกัน" ผมแอ๊บเสียงขรึมๆเหมือนกำลังจำลองเป็นอัศวินอยู่เพื่อล้อเลียนเนื้อหาในจดหมายนั่น ทำเอาเจ้าหมอนั่นหัวเราะออกมาน้อยๆ 
 
 
ให้ตาย ชอบทุกอย่างเลยแฮะ จะทำอะไรก็ชอบไปหมดเลย
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
THE END : AT BAY : จนตรอก | #8
 
 
 
ขอโทษที่หายไปนานนะคะ สัญญาว่าจะกลับมาอัพแบบสม่ำเสมอแล้วค่ะ TAT
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}