ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ยี่สิบแปด ป้องกันจุดอ่อนของนางเอกด้วย มหาสารานุกรม

ชื่อตอน : ตอนที่ยี่สิบแปด ป้องกันจุดอ่อนของนางเอกด้วย มหาสารานุกรม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2563 14:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ยี่สิบแปด ป้องกันจุดอ่อนของนางเอกด้วย มหาสารานุกรม
แบบอักษร

ตอนที่ยี่สิบแปด ป้องกันจุดอ่อนของนางเอกด้วย มหาสารานุกรม

 “อี้จิงเอ๋ย อย่าได้หวาดกลัว”

ผมพยายามจะปลอบใจอี้จิงและก็พยายามคิดว่าทำไมนางเอกมันมีจุดอ่อนแปลกๆเยอะจังฟะ

กลัวแมลง และแพ้พวกยาสลบ ยาปลุกกำหนัดและคุณไสยต่างๆด้วย

ผมวางแผนว่าผมจะลองเรียนพวกวิชาพวกนี้เอาไว้ก่อนเพื่อการแก้ปัญหาในภายภาคหน้าและเตรียมยาแก้ไว้ทัน

เจ้าหวังม่อน่าจะพอมีความคิดเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้พอสมควร

หวังม่อคือตัวละครประเภท

 

“นายท่าน ข้ามีแผน กรุณาเอียงหูมา” และวางแผนกลั่นแกล้งนางเอก

ลองให้หมอนี่หาข้อมูลที่เราต้องการก็น่าจะดี

แน่นอน การที่ทำอาหารไม่เก่ง เย็บผ้าไม่เป็น ชงชาไม่ได้และอะไรอื่นๆที่นางเอกมีไว้นี่ผมไม่คิดอะไรมาก

เราคงไม่เอามู่หลานที่สามารถฆ่าท่านข่านที่มาบุกแผ่นดินจีนได้มาเป็นแม่ครัวหรอกใช่ไหมล่ะครับ?

เราต้องเอามู่หลานที่กระโดดโลดเต้นจับอาวุธได้ มอบเกราะ มอบกระบี่ ให้เธอไปยิงธนูขับไล่ฆ่าข่านมองโกลหรืออนารยชนต่างๆ

มันมีคำกล่าวว่าใช้คนให้ถูกงาน แม้ผมจะฉลาดน้อยแค่ไหน ผมก็ไม่ถึงขนาดจะใช้งานมู่หลานไปในงานแต่งหน้า ทำอาหารเย็บปักถักร้อย ตราบใดที่ท่านข่านจะมาบุกประเทศของเรา

แต่ปัญหาเรื่องยาพิษ ยาปลุกกำหนัด และยาสลบ กับคุณไสยชาวแม้วนี่สิ

คือจุดอ่อนที่จะทำให้นางเอกขยับตัวไม่ได้แม้จะสามารถหักคอคนได้ทั้งแผ่นดินและรอให้พระเอกมาช่วย

แผนการของผมคือการมอบอาวุธให้นางเอกและเราคอยหลบกระสุนอยู่ด้านหลังคุณเธอ

แต่หากนางเอก แพ้เพราะจุดอ่อนของนางเอก

เช่น แพ้คุณไสย ยาสลบ ยาปลุกกำหนัดหรืออะไรอื่นๆที่เป็นจุดอ่อนของนางเอก

ท่าทางผมจะต้องลำบากหากเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น อาจจะต้องปกป้องตัวเองด้วยตนเอง

ซึ่งแน่นอน ที่ผมฝึกให้เก่งตลอดเวลาก็เพื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น

แต่ทำไมต้องเสี่ยงด้วยล่ะ?

การลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้มากที่สุดคือแนวทางของผม

และเป็นแนวทางอีกอย่างหนึ่งของสมองกลอัจฉริยะ อัลฟ่า โกะ

เราอยากจะชนะด้วยยี่สิบแต้มที่มีความเป็นไปได้ 80% หรืออยากเอาชนะแค่สองแต้มที่มีความเป็นไปได้ 99%

สำหรับผมเลือก 99% แบบเดียวกับอัลฟ่าโกะ

คนที่เจียมตนต้องเจียมตนจริงๆจึงจะใช้วิธีเช่นนี้ได้

แนวความคิดที่เหนือมนุษย์ ตัวตนที่ต่างไปเพราะมาจากสมองกล แต่ผมกลับรู้สึกเข้าใจอัลฟ่าโกะอย่างประหลาด แม้อัลฟ่าโกะจะไม่มีจิตใจแต่”ตรรกะ”เหตุผลของอัลฟ่าโกะ ผมเข้าใจดี

ชนะคือชนะ

แพ้คือแพ้

กิเลสและความหลงตัวของเราอาจจะอยากให้เราชนะยี่สิบแต้มอย่างขาวสะอาดขาดลอย

ไม่แปลกเพราะเราเป็นมนุษย์

อยากให้คนชื่นชมว่าเราเก่ง ฉลาด

ผมก็อยากจะได้รับการชื่นชมอย่างนั้น แต่ผมขี้ขลาดเกินไป

ผมขี้ขลาดเกินกว่าที่จะยอมรับผล 80% ได้จึงเลือก 99%

สามารถรองรับจึงยิ่งใหญ่ จิตใจเปิดกว้างจึงเป็นปรมาจารย์ได้

การเป็นยอดฝีมือได้ต้องมีบางอย่างเหนือคนทั่วไป ผมเห็นหนทางของผมแล้ว ที่เหลือก็แค่เดินไปตามเส้นทางนั้น

มันไม่ใช่เรื่องง่าย มีเงื่อนไขและปัญหาที่ต้องแก้ แต่ผมตัดสินใจจะแก้ไปทีละอย่าง

Error factor ปัจจัยความผิดพลาด

มีจำนวนนับไม่ถ้วนและผมก็พยายามลดปัจจัยความผิดพลาดนั้นให้น้อยที่สุด

การเพิ่มพลังฝีมือผมอาจจะค่อยๆลดความผิดพลาดได้ แต่การเพิ่มฝีมือของผมไม่สามารถลดปัจจัยความผิดพลาดได้เท่ากับการป้องกันความผิดพลาดของนางเอก

“ไม่ต้องกลัว อี้จิง พี่จะปกป้องเจ้าเอง”

ผมกอดเธอไว้และอี้จิงก็หลับตาปี๋กอดผมอยู่

อืม

ในเรื่องทำนองนี้ปีศาจบางตัวก็แพ้เลือดหมาดำ เสียงไก่ขัน หยกขาวฯลฯหรืออะไรสารพัดที่เป็นของแปลกๆ

นางเอกออาจจะเป็นสิ่งที่มีตัวตนเหมือนปีศาจพวกนั้นก็ได้

ที่ไม่สามารถทำให้แพ้ได้นอกจากเงื่อนไขบางประการ

ซึ่งผมว่าเธอน่าจะรอดนั่นล่ะต่อให้โดนยาสลบ ยาปลุก คุณไสย แต่คนที่ตายก่อนจากลูกหลงความเป็นไปได้สูงสุดอยู่ที่ผม นั่นล่ะคือปัญหา

“กอดแน่นๆอย่าปล่อยน้า”

อี้จิงัดเสียงให้หวานขึ้นประมาณสองระดับ

น่าจะเป็นเด็กที่พยายามจะเรียกร้องความสนใจจากผู้ปกครอง

อย่างว่าล่ะเด็กที่ถูกทอดทิ้งจะมีอยู่สองอย่าง กลายเป็นคนพึ่งพาได้ ถูกบังคับให้เป็นผู้ใหญ่เกินวัย กับอีกอย่างคือทำตัวให้น่าสงสาร

ตอนแรกเธอเป็นเด็กที่พึ่งพาได้อยู่

แต่ตอนนี้เพราะเธอคิดว่าพึ่งพาผมได้เธอจึงทำตัวเหมือนเด็กที่เรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่อีกครั้ง

เฮ้อ ปัญหาในครอบครัวที่จะดีแค่ไหนหากยุคนี้มีจิตแพทย์

“ไม่ต้องห่วงอี้จิงพี่จะปกป้องเจ้าเอง”

ด้วยการมอบวิชาความรู้ให้เอาตัวรอดล่ะนะ

 

...

“เร็วช้า ร้อนเย็น สองสิ่งที่มองเป็นด้านตรงข้ามแต่ไหนเลยแบ่งเขาแบ่งเราได้?

เมื่อบางสิ่งร้อนได้ บางสิ่งก็เย็นได้”

ฝ่ามือของผมร้อนจนเป็นสีขาวบีบบังคับให้ของเหลวปะทุออก

ฮ่า

 

“ร้อนเย็นที่จริงแล้วเป็นหนึ่งเดียวกัน”

ในมือของผมกลายเป็นสายไหมที่พองขึ้นในมือจากการใช้พลังความร้อนจากฝ่ามือให้น้ำตาลพองขึ้นและกลายเป็นรูปที่ต้องการ

“เอ้าอี้จิง”

“งั่มๆ ขอบคุณค่ะท่านพี่ หวานจังเลยค่ะ ท่านพี่เก่งจังเลยค่ะ”

ใช่แล้วครับผมพยายามใช้วิทยายุทธทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

“สำหรับพี่แล้ว การฝึกวิชา การกินอาหาร หรือการละเล่น ไม่มีข้อแตกต่าง ทุกอย่างเป็นสิ่งเดียวกันเสมอ”

“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม นายน้อยท่านช่างดุจตะวันกลางแจ้ง ฝีมือควบคุมไฟเช่นนี้ ไม่มีใครในหมู่พวกเราสามารถกระทำได้”

หวังม่อ เจ้าของฉายาที่ผมตั้งในใจว่า “ทำหนึ่งชมสิบ”ได้เอ่ยขึ้น

ผมพยายามจะสร้างกิจกรรมที่ให้พวกนี้สนิทกับอี้จิงมากขึ้น โดยการพยายามทำกิจกรรมร่วมกันและสอนแนวคิดพวกเขาต่างๆไปด้วย

แต่ละคนเริ่มจับกลุ่มกันในลานฝึกซ้อมของบ้านใหญ่

ซึ่งไม่รู้ว่าเพราอะไร พวกคนหลายๆคนเหมือนกับจะเว้นที่ตลอดหากผมจะฝึกซ้อมในเวลาไหน

นี่คือผลดีของการมีพวกมากหรือนี่

“ไม่หรอกหวังม่อ ข้ายังมีจุดที่ข้าต้องการไปให้ถึง ข้าดูดวงตะวันมาตลอดและพยายามไขความลับแห่งดาราและท้องฟ้า”

“ความคิดของนายน้อยล้ำลึก คนอย่างผู้น้อยย่อมไม่อาจเอื้อมทำความเข้าใจได้”

ผมตบบ่าหวังม่อ

“อย่าดูถูกตนเองไปหวังม่อ ข้ามองเห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเจ้า ทุกคนมีประกายแสงจากสวรรค์ สวรรค์ส่งเราเกิดมาย่อมมีประโยชน์และเจ้าสามารถช่วยให้เรารังสรรค์ผลงานให้สมกับที่สวรรค์ส่งมาได้”

เกิดอะไรขึ้นให้อ้างสวรรค์ไว้ก่อน คนในโลกนี้จะรับได้เกือบทุกเรื่อง

“ นายน้อยช่างล้ำลึกยิ่งนัก”

“ข้าไม่ได้สักแต่พูดไป เพราะข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าจริง”

“ไม่ว่าสิ่งใดนายน้อยโปรดบอกมา ข้าและพวกพ้องบุกน้ำลุยไฟไม่เคยบ่ายเบี่ยง”

“ข้าต้องการรวบรวมตำรา จัดทำมหาสารานุกรม ให้เป็นประโยชน์แก่ชนรุ่นหลัง”

“มหาสารานุกรม”

หวังม่อเบิกตากว้าง

“รวบรวมผู้รู้และเรื่องราวทั่วแผ่นดิน มหาสารานุกรามเล่มนี้จะช่วยผู้คนในใมต้หล้าได้มากนัก”

หรือที่เรียกว่าตำราหลี่ซื่อชุนชิว แบบหลี่ปู้เหว่ยนั่นเอง

ผมค้นตำราเองอาจจะก่อให้เกิดความสงสัยแก่ผู้คนในด้านต่างๆ

ไม่สู้ทำเรื่องราวให้มันใหญ่

ก่อนที่สารานุกรมจะสร้างขึ้น ผมก็สามารถเข้าถึงข้อมูลสารพัดได้ไม่ว่าจะเรื่องดูดาว ดูอาชาและสัตว์สี่เท้า ยารักษาโรคต่างๆนานาและเหนืออื่นใด เวทมนตร์ คุณไสยของโลกนี้

เรียนคุณไสยเลยอาจจะโดนหาว่าเป็นฝ่ายอธรรม แต่หากรู้หลักการพื้นฐานเรื่องเวทมนตร์ก่อนก็จะเป็นประโยชน์กับผมอย่างมาก

“ปรับพื้นฐานให้หนักแน่น”คือหลักการของอวิชชาแดนไซฮกอยู่แล้ว

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว