อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

E-Book ที่ Meb ราคา 219 บาท อ่านเป็นตอนและซื้อเหมาเรื่องผ่านเว็บราคาถูกได้ที่ niyayrak, readawrite, bannniyay หนังสือทำมือ 290 บาทสั่งได้ที่แพนเพจ "อติญา"

ชื่อตอน : 3 (2/3)

คำค้น : นายพราน กระต่ายป่า มีนา หนูบัว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2559 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 (2/3)
แบบอักษร

                “ยอมกลับมาบ้านได้สักทีนะพ่อตัวดี แม่ก็นึกว่าเราจะย้ายไปตั้งรกรากอยู่เมืองนอกหรือไม่ก็พาลูกสะใภ้เป็นแหม่มผมทองมาฝากเสียแล้ว” ผู้เป็นมารดากระเซ้าบุตรชายคนโตเมื่อชายหนุ่มยอมเดินทางกลับมาประเทศไทยหลังจากเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาเป็นเวลาเกือบจะสามปี ซึ่งอันที่จริงแล้วชายหนุ่มใช้เวลาเรียนเพียงแค่ปีครึ่งส่วนเวลาที่เหลือเขาใช้มันไปกับการเดินทางไปฝึกงานตั้งแต่งานบริการไปจนถึงงานบริหารอยู่ในโรงแรมที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบิดา

                “ผมจะไปหาสะใภ้ที่ไหนมาให้แม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อยังไม่มีใครจะถูกใจผมเลยสักคน” น้ำเสียงขำๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากคมของชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังใช้วงแขนโอบรัดเอวอวบของมารดาไว้ด้วยความคิดถึง

     เมื่อได้ยินมีนาเอ่ยปากออกมาเช่นนี้ คุณจินตนาก็รู้ดีว่าบุตรชายยังไม่ลืมอดีตคนรักของตัวเอง สาเหตุที่เขาต้องบินไปเรียนต่อทันทีที่จบปริญญาตรีเพราะแฟนสาวที่คบกันมานานจู่ๆ ก็หนีหายไปแต่งงานกับชายคนอื่นโดยไม่บอกไม่กล่าว แต่ในขณะนั้นคนในวงสังคมทั่วไปก็ทราบกันดีว่าการแต่งงานในอย่างปัจจุบันทันด่วนเกิดจากความเห็นชอบของทางผู้ใหญ่ไม่ใช่ความสมัครใจของคู่บ่าวสาว

                ซ้ำร้ายคนในวงสังคมก็มีเรื่องให้นินทาซ้ำอีกหลายยกเมื่อฝ่ายหญิงหายตัวไปจากเมืองไทยหลังจากที่แต่งงานได้เพียงไม่กี่เดือน และเป็นที่แน่นอนว่างานวิวาห์ครานั้นกลายเป็นวิวาห์ขมแทนที่จะหวานชื่นเพราะหนึ่งปีให้หลังฝ่ายชายก็แต่งงานใหม่อีกครั้งหนึ่งกับหญิงสาวที่มีหน้ามีตาและร่ำรวยไม่แพ้เจ้าสาวคนก่อนเลย

     คุณจินตนามีโอกาสรับรู้ข่าวคราวของหญิงสาวอดีตคนรักของลูกชายอยู่เป็นระยะเพราะครอบครัวกรคุณานนท์ก็เป็นนักธุรกิจที่มีหน้ามีตาในวงสังคมในระดับหนึ่ง นางไม่เคยคิดเกลียดชังหรือรู้สึกกับหญิงสาวในแง่ลบแต่อย่างใดเพราะถ้ามองตามรูปการณ์แล้ว นันท์นลินเป็นเพียงเด็กสาวผู้น่าสงสาร เธอเป็นเหยื่อให้กับค่านิยมผิดๆ ของผู้ใหญ่ที่มองความเหมาะสมและหน้าตาของวงศ์ตระกูลมากกว่าความรู้สึกและความสุขของลูกหลาน

     โชคยังเป็นของมีนาที่เขาไม่มีอาการฟูมฟายจากความผิดหวังในรักครั้งนั้นเพราะชายหนุ่มรู้จักหนูบัวคนรักของตนเป็นอย่างดีว่าแม้เธอจะมีนิสัยมั่นใจในตัวเองและค่อนข้างจะดื้อรั้นไปบ้าง แต่ไม่มีทางที่แม่กระต่ายน้อยจะแอบไปคบหาใครลับหลังเขาแน่นอน และเรื่องจริงมันก็เป็นไปตามที่เขาคิดทุกอย่าง

     มีนาทำตัวเฉยๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้วชายหนุ่มเป็นคนเงียบๆ มีเหตุผล เด็ดขาดและจริงจัง การที่เขาไม่ตีโพยตีพายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าจะไม่เสียใจแต่เวลานั้นชายหนุ่มต้องการใช้สติและเหตุผล ในการพิจารณาข่าวคราวของหญิงสาวคนรักที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามากระทบทุกโสตประสาทและทุกช่องทางการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกมันจะยากที่ต้องแยกแยะว่าเรื่องใดเป็นเรื่องจริงและเรื่องใดเป็นเพียงข่าวโคมลอยแต่สุดท้ายข้อมูลที่คัดกรองด้วยสติก็ทำให้เขาค้นพบความจริง

     “เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ไปพักก่อนก็ได้ลูก” คุณจินตนาบอกลูกชายเมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป

     “ไม่เป็นไรครับ ผมอยากอยู่ใกล้ๆ คุณแม่แบบนี้มากกว่า” ชายหนุ่มพาร่างที่สูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรมานั่งเคียงข้างมารดาก่อนที่จะล้มตัวลงนอนหนุนตักอุ่นนั้นด้วยความคิดถึง

     “โตป่านนี้แล้วยังจะขี้อ้อนเหมือนเด็กๆ อีกนะเราน่ะ” คนเป็นมารดาบ่นในความออดอ้อนของบุตรชายแต่ก็มายวายลูบศีรษะทุย และเรือนผมดกหนาที่ตัดเป็นทรงทันสมัยนั้นด้วยความรักใคร่เอ็นดู

     “ก็ปล่อยให้คุณแม่กับคุณพ่อเหงาอยู่ตั้งหลายปีนี่ครับ เจ้าธันกับเจ้าสิงห์ก็ยังเรียนไม่จบคนกลับมาก่อนมีสิทธิ์อ้อนก่อนเดี๋ยวไอ้สองแสบกลับมาก็จะมาแย่งผมอ้อนคุณแม่” ชายหนุ่มพูดถึงธันวาและสิงหาน้องชายอีกสองคนด้วยน้ำเสียงขำๆ ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเรียนอยู่ในต่างประเทศและทำท่าว่าจะเรียนต่อกันจบปริญญาโทเรียบร้อยก่อนจึงค่อยกลับมาเมืองไทย

     บุตรชายทั้งสามของบ้านกรคุณานนท์ ถูกส่งตัวไปเรียนต่อยังต่างประเทศตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นแถมด้วยชาครและดนัยบุตรชายของคนเก่าแก่ที่ร่วมงานกับบิดาของเขามานมนานไปด้วยกันอีกสองคน ครั้งแรกห้าหนุ่มถูกส่งตัวไปอเมริกาทั้งหมด โดยที่มีนากับชาครเป็นพี่ใหญ่ก็ไปเรียนรอน้องก่อนแต่พอห้าเสือรวมตัวกันครบก็แสดงปาฏิหาริย์สร้างความปวดหัวให้กับคุณจินตนาจนนางต้องจับห้าหนุ่มแยกออกจากกันเสียเพื่อตัดปัญหา โดยที่ตัวมีนากับชาครยังอยู่ด้วยกันที่อเมริกา ธันวาแยกไปเรียนที่เยอรมัน ส่วนสิงหาและดนัยถูกส่งไปอังกฤษ

     พอเรียนจบชั้นมัธยมปลายมีนาก็ขอกลับมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่เมืองไทยเพราะช่วงนั้นบิดาขยายกิจการไร่ที่เชียงใหม่จึงต้องเดินทางไปดูแลอย่างใกล้ชิด ในฐานะบุตรชายคนโตจึงอาสามาอยู่ใกล้ตัวบิดามารดา เผื่อท่านต้องการความช่วยเหลือจะได้เรียกใช้เขาได้ แต่จนแล้วจนรอดบิดาก็ไม่ได้ให้เขาไปช่วยงานที่ไร่กลับให้มีนาเข้าไปศึกษางานกิจการโรงแรม The Grand ที่เป็นธุรกิจสำคัญของครอบครัวเพราะคุณบดินทร์ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะส่งมอบกิจการโรงแรมให้มีนาและธันวาช่วยกันดูแล

     และการกลับมาเมืองไทยในครั้งนั้นนอกจากชายหนุ่มจะได้เรียนรู้งานตั้งแต่อายุยังน้อย เขาก็ได้พบกับเธอหญิงสาวที่เป็นเพื่อนคนแรก เป็นรักแรกและรักเดียวของเขาตั้งแต่วันนั้นจนถึงทุกวันนี้ บัว นันท์นลิน  วิจิตรากุล หรือชื่อหนูบัวที่คุณแม่ของ

เธอนั้นชอบเรียก

     หนูบัวเป็นหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้งนวลตาผู้มีเรือนร่างที่บอบบางแต่สมส่วน ทรงผมบ๊อบสั้นทันสมัยช่างรับกับดวงหน้าเรียวและดวงตาคมที่กลมโตของเจ้าตัวเสียจริง เธอเข้ามาทักทายเขาก่อนเมื่อเห็นว่าผู้ชายตัวโตยืนงงอยู่หน้าคณะ ด้วยภาษาไทยที่ยังไม่ค่อยจะแตกฉานทำให้เขางงๆ จำทางไม่ค่อยจะได้

     “อยากไปหาคุณพ่อที่เชียงใหม่ก่อนหรือจะเข้าไปดูงานที่โรงแรมก่อนดีล่ะลูก” คุณจินตนาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ามีนาทำท่าเคลิ้มๆ เหมือนจะหลับอยู่บนตักของนาง

     “วันก่อนคุยกับคุณพ่อแล้วท่านอยากให้เข้าไปดูงานที่ The Grand ก่อน อีกสองวันคุณพ่อจะกลับมาแล้วค่อยเข้าโรงแรมพร้อมกันครับ” มีนาตอบมารดาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะงัวเงียเพราะเพลียจากการเดินทาง

     “ตามีนแม่ว่าเราขึ้นไปนอนพักเถอะลูก อาบน้ำอาบท่าให้มันสดชื่นนอนพักสักตื่นค่อยลงมาเกินข้าวกินปลาแม่ไม่หนีเราไปไหนหรอก”

     “ก็ได้ครับแต่ถ้าผมหลับยาวเลยเวลาอาหารเย็นคุณแม่ไม่ต้องรอนะครับ จริงๆ ผมคิดว่าน่าจะตื่นอีกทีพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ” มีนาเดินตาปรือขึ้นไปยังชั้นสองของตัวบ้านที่จริงๆ จะเรียกบ้านก็ไม่ค่อยจะถูกนักขนาดที่ใหญ่โตและพื้นที่ที่กว้างขวางทำให้บ้านหลังนี้ดูเหมือนจะเป็นคฤหาสน์เสียมากกว่า

     ร่างล่ำสันสมส่วนยืนอยู่กลางห้องนอนกว้างเขาใช้สายตาคมกวาดมองไปรอบๆ อย่างเก็บรายละเอียด ข้าวของทุกอย่างในห้องนี้ยังคงอยู่ที่เดิมของมันเหมือนกับเมื่อสามปีก่อนไม่เคยผิดเพี้ยนตั้งแต่กรอบรูปบานเล็กไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโต ชายหนุ่มเดินไปหยุดที่โต๊ะเขียนหนังสือตัวใหญ่ภาพถ่ายคู่ระหว่างเขากับหนูบัวยังวางอยู่ตรงตำแหน่งเดิมของมัน

     ผู้หญิงในภาพยังมีรอยยิ้มที่แสนสดใสอยู่เสมอไม่ว่าจะมองกี่ครั้งคนในภาพก็ยังคนเป็นหนูบัวคนเดิมที่เขารักโดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจ หนูบัวคนที่เขารักเป็นหญิงสาวที่มีความร่าเริงสดใส เขาประทับใจเธอตรงที่เธอมีน้ำใจ มั่นใจในตัวเอง อ่อนหวานและดื้อรั้นได้ในเวลาเดียวกัน มีนาสามารถพูดได้เต็มปากมีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นจริงๆ ที่หัวใจของชายหนุ่มนั้นต้องการ

 

     เมื่อยิ่งมองภาพก็ยิ่งคิดถึงมีนาจึงจำต้องตัดใจวางกรอบรูปนั้นกลับลงที่เดิมก่อนจะก้าวขายาวๆ เข้าห้องน้ำไปจัดการทำความสะอาดร่างกายและจะล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างที่แสนคิดถึง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทำให้คนตัวโตเผลอหลับไปอย่างรวดเร็ว และแน่นอนที่สุดว่าเขานอนข้ามวันไปตื่นอีกทีในเวลาเช้าตรู่ของวันถัดไปอย่างที่บอกกับมารดาไว้จริงๆ

 

สำหรับกลรักพันธนาการใจจะเริ่มติดเหรียญและใช้กุญแจตั้งแต่ตอนที่ 6 (1/3) เป็นต้นไป

ขอบคุณนักอ่านทุกๆ คนที่ให้การสนับสนุนอย่างดีตลอดมานะคะ

 

 พี่สิงห์กับหนูขนมผิง และธันวากับวสาติดอันดับ E-Book ขายดีใน Meb Market 

หากใครอยากจับจองเป็นเจ้าของก็โหลดได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ

 

#

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/226671/11656855-member.jpg

E-BookMeb Market หนี้ร้ายพันธนาการรัก

E-Book OOK BEE หนี้ร้ายพันธนาการรัก

สิงหา + พิมพ์อุมา 

 

#

E-BookMeb Market ลวงรักพันธนาการร้อน

E-Book OOK BEE ลวงรักพันธนาการร้อน

ธันวา + วสา
 

อยากเม้าท์กะติญาไปหาที่เพจ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น