Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 28

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 671

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2563 21:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 28
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 28 

 

พี่ดินไม่ยอมให้ผมลงจากตักและไม่ยอมให้ผมใส่กางเกง ไม่ยอมให้ผมออกห่างเขากักผมไว้ในอ้อมแขนที่โอบรัดรอบเอวผมไว้แน่นอีกทั้งริมฝีปากผมยังถูกจูบจนรู้สึกชาหนึบไปหมดและเมื่อพี่เขาเห็นว่าผมเริ่มไม่จูบตอบแล้วเขาเลยเปลี่ยนมาซุกไซ้ซอกคอผมแทน 

“อ๊ะ! พี่ดิน!” ผมเรียกคนที่ดูดเม้มผิวเนื้อตรงลาดไหล่ผมเสียงเขียวเพราะพี่ดินรุนแรงเกินไป ผมมั่นใจว่ามันต้องเป็นรอยช้ำแน่และคาดว่าคงเป็นรอยช้ำที่ต้องใช้เวลาหลายวันกว่ามันจะจางหายไป 

“ดุทำไม หืม?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามขณะที่ยังซุกไซ้ซอกคอผมไม่ห่าง 

พี่ดินกับผมต่างก็เสร็จกันไปแล้วคนละรอบแต่ดูเหมือนว่าเขาคงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เพราะถ้าพอใจคงปล่อยผมเข้าบ้านไปนานแล้ว แต่เพราะว่าคงยังไม่พอใจผมถึงยังต้องนั่งทับตักให้อะไรต่อมิอะไรของเราสัมผัสกันไปมาอยู่แบบนี้ แล้วผมก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยจะปลอดภัยสักเท่าไหร่เพราะถ้าพี่เขาแข็งตัวขึ้นมาอีกผมต้องแย่แน่เพราะไม่มีอะไรมารับรองได้ว่าเขาจะไม่เริ่มอีก 

“พี่ทำรอยอีกแล้วนะ” ผมผละออกมาจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ เพราะเท่าที่สติผมนึกคิดได้นี่คือรอยที่สี่แล้วนะที่เขาทิ้งไว้บนตัวผม 

“แค่ไม่กี่ที่เอง” เขาว่ายิ้มๆ พร้อมกับเกลี่ยแก้มผมไปด้วย ความอ่อนโยนนั้นมันกำลังจะทำให้ผมแพ้ทางเขาอีกแล้ว ผมไม่ชอบเลย! 

“แต่ตรงนี้พี่ไม่ควรทำ” ผมว่าพร้อมกับชี้รอยตรงต้นคอที่มันใกล้ๆ กับกระดูกไหปลาร้า 

“อ่า...ใส่เสื้อนักศึกษาก็ไม่มีใครเห็นแล้ว” 

มันก็ใช่ ที่พอใส่เสื้อนักศึกษาแล้วปกเสื้อมันอาจจะช่วยกำบังรอยที่คอผมได้แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีนี่น่า แล้วอย่างตอนที่ผมยังไม่ได้ใส่เสื้อนักศึกษาล่ะ ตอนที่ผมอยู่บ้านผมใส่เสื้อคอกลมล่ะ ยายกับน้องผมเห็นจะไม่ตกใจจนหัวใจวายหรือไง 

“พี่ก็ได้ง่ายสิ แล้วถ้ามีคนเห็นล่ะ” ผมมุ่ยหน้านึกอยากจะทุบคนพูดแรงๆ สักที 

“งั้น...” เขาทำท่าเหมือนนึกอะไรสักอย่างก่อนยิ้มอย่างมีเจ้าเล่ห์ใส่ผม “พี่ให้ฝุ่นทำพี่คืนก็ได้นะ” 

“พะ พี่จะบ้าเหรอ” ผมโพล่งสวนกลับไปทันทีแม้จะไม่ค่อยเต็มเสียงแต่ผมก็รู้สึกว่าคำนี้มันเหมาะกับเขามากที่สุดแล้ว เขาบ้าหรือเปล่า  

“พี่พูดจริงนะ ทำเลย” พี่ดินทำสีหน้าจริงจังอีกทั้งยังเอียงคอเปิดทางให้ผม 

“พี่เป็นอาจารย์นะ จะทำแบบนั้นได้ยังไง ขืนมีคนเห็นเขาได้เอาไปลือเสียๆ หายๆ น่ะสิ” เผลอๆ เขาอาจจะโดนเรียกไปคุยหรือไม่ก็อาจจะถูกพักงานได้เลยนะ โทษฐานที่ทำตัวไม่เหมาะสม 

“เป็นห่วงพี่ว่างั้นเถอะ” พี่เขาว่ายิ้มๆ พร้อมกับกระชับแขนที่โอบเอวผมแน่นขึ้นอีกทำให้ผมที่เปลือยท่อนล่างแล้วยังนั่งอยู่บนตักเขาขยับเข้าไปชิดหน้าท้องแกร่งมากขึ้นอีก 

“อื้อ ปล่อยผมได้แล้ว” ผมบอกเสียงสั่นก็ท่านี้มันไม่ค่อยดีต่อผมนี่น่าแล้วตอนนี้ก็รู้สึกร้อนๆ ที่หน้าด้วยเนี่ย 

“ปล่อยได้ยังไงกำลังดีเลย” พูดอย่างเดียวไม่พอมือหนายังจับเอวผมขยับขึ้นลงอีก 

“พี่ดิน! ปล่อยผมสักทีนี่มันดึกมากแล้วนะ” ผมเริ่มขึ้นเสียงใส่พี่ดินเพราะตอนนี้พี่เขากำลังขยับสะโพกรับกับจังหวะมือที่ควบคุมเอวของผมอยู่ แล้วตอนนี้ผมก็ไม่กล้าสบตากับพี่ดินแล้วด้วย 

แววตาของพี่ดินตอนนี้เหมือนเขาอยากจะกลืนผมเข้าไปทั้งตัว… 

แต่ผมจะไม่ให้เขาสมหวังหรอกเพราะที่ผมยอมตอนนี้ก็มากเกินไปแล้วด้วยซ้ำ 

“ฝุ่น เดี๋ยวสิ” พี่เขาเรียกเสียงอ้อนเมื่อผมพยายามยกตัวเองออกจากตักของเขาเพราะผมสัมผัสได้ว่าตัวตนของพี่ดินกำลังขยายใหญ่ขึ้นเพราะเขาพยายามเอาส่วนนั้นมาสัมผัสถูไถกับร่องก้นผมไม่หยุด 

“พอแล้วนะ ผมจะไม่ยอมพี่อีกแล้ว ปล่อยผม!” ผมว่าเสียงดุเพื่อให้มือหนาที่จับยึดเอวผมไว้ยอมคลายมือ 

“ใจร้าย” เขาว่าเสียงอ้อนเหมือนเสียดายมากที่ผมไม่ยอมตามใจเขา 

“พี่ต่างหากที่ใจร้าย” ผมว่าแล้วมองหน้าเขาตรงๆ 

“พี่ใจร้ายยังไง ไหนพูดมาสิ” เขาเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับผมและผมเองก็มองตอบทั้งยังทำหน้านิ่งใส่ 

ในเมื่อเขาไม่รู้ตัวว่าตัวเองใจร้ายกับผมยังไง ผมก็จะบอกเขาเอาบุญก็ได้ 

“ก็ในเมื่อพี่ไม่ได้รักผม ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันแต่พี่ก็ยังมาทำแบบนี้กับผม ไม่เรียกว่าใจร้ายแล้วเขาเรียกว่าอะไรล่ะครับ” 

พูดจบผมก็มองหน้าพี่ดินนิ่งส่วนพี่เขาก็แค่นั่งนิ่งๆ เหมือนช็อกอะไรสักอย่าง คงจะช็อกคำพูดกับน้ำเสียงของผมล่ะมั้งเพราะตอนนี้ผมไม่ใช่ฝุ่นคนเดิมที่อ่อนแอร้องไห้เป็นไอ้ขี้แพ้เหมือนเมื่อก่อนแล้วไง เผื่อเขาจะยังไม่รู้! 

“…” 

“…” 

ผ่านไปหลายนาทีและระหว่างเราตอนนี้มีแต่ความเงียบกับเสียงผ่อนลมหายใจของพี่ดินที่ผ่อนออกมาเป็นพักๆ เขาปล่อยผมลงจากตักหลักจากที่นิ่งไปพักใหญ่ ผมเองก็รีบใส่กางเกงทันทีที่ได้รับอิสระแต่ก็ยังไม่ได้ออกไปจากรถของพี่ดินในทันทีหรอกนะ 

ตอนนี้ผมเปลี่ยนมานั่งอยู่ข้างๆ พี่ดินที่นั่งเปลือยท่อนล่างอยู่อย่างหน้าไม่อาย พี่เขาไม่คิดจะดึงกางเกงขึ้นมาใส่ ผมเองก็ไม่กล้ามองตรงนั้นของเขาเลยได้แต่มองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเปื่อย 

ถึงจะได้สัมผัสมันมาแล้วแต่ผมก็อายเป็นเหมือนกันนะครับ 

“ฝุ่น” พี่เขาเรียกชื่อผมหลังจากเอาแต่ถอนหายใจอยู่นานสองนาน 

“ครับ” 

“พี่รู้นะว่าพี่ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวฝุ่น” พูดมาถึงตรงนี้พี่ดินก็เงียบไป ผมเลยต้องหันไปมองหน้าพี่ดินตรงๆ แล้วพี่เขาก็มองตอบผมด้วยแววตาที่ผมอ่านมันไม่ออก “แต่พี่ไม่อยากให้ฝุ่นสนิทกับใครนอกจากพี่” 

“หึ...” ผมแค่นหัวเราะ นี่เขาไม่รู้เหรอว่าที่พูดออกมาน่ะมันเห็นแก่ตัวนะ 

“พี่รู้ว่าฝุ่นจะบอกว่าพี่เห็นแก่ตัว พี่ยอมรับ” แล้วเขาก็ขยับเข้ามาใกล้ผมอีกจนผมต้องผงะไปด้านหลังเพราะกลัวจะถูกเขาจูบอีก  

ผมจูบอีกไม่ไหวแล้วนะ ปากมันทั้งชาทั้งบวมพรุ่งนี้ยังไม่รู้เลยว่าไปมหาวิทยาลัยจะถูกก็อตล้อหรือเปล่า 

“กลัวอะไร พี่ไม่ทำอะไรหรอก” พี่ดินพูดเสียงกลั้วหัวเราะพร้อมกับลูบหัวผมเหมือนเอ็นดูกับท่าทางตื่นกลัวของผม 

“ไม่ทำแล้วก็ดี” ผมบ่นอุบอิบรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย 

“เอาไว้ทำวันหลัง” 

“พี่ดิน!” ผมอยากกลอกตาแรงๆ แต่ต้องทำหน้ามุ่ยแทน 

“ฮ่าๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเดี๋ยวพี่อดใจไม่ไหว คราวนี้ฝุ่นอาจจะไม่รอดก็ได้นะ” 

“…” ผมเลิ่กลั่กลนลานทันที ไม่รู้หรอกว่าผมทำหน้าแบบไหนพี่ดินถึงอดใจไม่ไหว แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าต้องทำหน้าแบบไหนถึงจะปลอดภัยจากเขาได้ 

“เข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ พี่ก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” เขาว่าเสียงอ่อยพร้อมกับดึงกางเกงขึ้นมาสวมดีๆ แต่แวบหนึ่งผมแอบเห็นว่ามันยังขยายตัวใหญ่โตอยู่ คงจะอึดอัดน่าดูถ้าไม่ได้เอาออก 

“อือ พี่ดินก็ขับรถกลับดีๆ นะ” ผมเม้มปากพลางลอบกลืนน้ำลาย ผมก็ผู้ชายนะครับเห็นของคนที่ตัวเองชอบมันก็ตื่นตัวเป็นธรรมดาแหละ 

ผมเอื้อมมือจะเปิดประตูแต่ก็ถูกพี่ดินรอบตัวเอาไว้แถมพี่เขายังยกผมมานั่งบนตักของเขาอีกแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะใส่เสื้อผ้าครบทุกชิ้นแล้วแต่มันก็ไม่ดีต่อใจผมเลยให้ตายสิ ก็ในเมื่อก้นนิ่มๆ ของผมมันสัมผัสกับส่วนแข็งร้อนของเขาอยู่แบบนี้ 

“พะ พี่ดิน” ผมเรียกพี่เขาเสียงสั่น 

“แค่จูบ” พี่เขาว่าเสียงอ้อนๆ พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ 

ผมชั่งใจอยู่สักพักสุดท้ายก็แนบริมฝีปากลงไปที่ริมฝีปากอุ่นร้อนที่ผมจูบไปไม่นานอีกครั้ง เราจูบกันเบาๆ จูบนุ่มๆ ไม่ได้ล้วงลึกบดเบียดเหมือนก่อนหน้านี้ พี่ดินคงอดกลั้นตัวเองเอาไว้น่าดูที่จะไม่ทำมากกว่าจูบและนั่นมันทำให้ผมพอใจมาก 

หลังจากวันที่ผมกับพี่ดินทำอะไรๆ กันในรถ นี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ส่วนอะไรๆ ที่ผมหมายถึงก็คือช่วยกันทำให้อีกฝ่ายไปถึงจุดสูงสุดของอารมณ์ พี่ดินไม่ได้เอาของเขาเข้ามาในตัวผมเหมือนอย่างที่พี่เขาพูดนั่นแหละแต่ถึงเขาจะเอาเข้ามาในตัวผมจริงๆ ผมเองก็คงไม่ยอมหรอก ถึงผมจะรักเขามากแค่ไหนแต่เรื่องแบบนี้ผมจะไม่ให้อารมณ์ความใคร่อยู่เหนือความถูกต้องเด็ดขาด 

ความถูกต้องที่ว่าก็คือ... 

ถ้าพี่ดินจะเข้ามาในตัวผมได้ก็ต่อเมื่อเราสองคนมีใจตรงกันเท่านั้นไม่ใช่เพราะความใคร่เพียงอย่างเดียว ถึงผมจะดูเหมือนรักและยอมเขาง่ายๆ แต่เรื่องแบบนั้นผมก็ไม่ยอมง่ายๆ หรอกนะ! 

และความกังวลเกี่ยวกับรอยที่ต้นคอผมมันก็เกิดเรื่องจนได้เพราะก็อตมันเห็นเข้าโดยบังเอิญตอนที่ผมขยับคอเสื้อเพราะรู้สึกร้อน ก็อตมันตาไวเห็นเข้าก็คว้ามือผมไว้แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะฉีกยิ้มร้ายใส่ 

ผมที่พยายามจะปิดปากเงียบก็ถูกก็อตง้างปากพูดจนได้ แต่ผมก็ไม่ได้บอกหรอกนะว่าใครเป็นเจ้าของรอยนั้น บอกว่าแค่แฟนผมเป็นคนทำ… 

การที่บอกทึกทักเอาเองว่าพี่ดินเป็นแฟนมันก็ดีกว่าผมบอกว่าไปทำกับใครที่ไหนก็ไม่รู้ล่ะนะ 

ส่วนพี่ดินเวลาเจอผมในคลาสวิชาที่เขาสอนเขาก็ทำเป็นเมินไม่สนใจผม แต่นั่นมันก็เป็นผลดีกับผมเพราะผมเองก็ไม่ได้อยากเป็นที่สนใจของคนอื่นอยู่แล้ว และวันนี้หลังจากที่พี่ดินออกไปจากห้องเขาก็ส่งข้อความมาบอกให้ผมไปรอที่รถจะได้กลับพร้อมกันซึ่งผมเองก็ส่งข้อความปฏิเสธไปในทันทีแล้วเขาก็โทรกลับมาหาผมทันทีเหมือนกัน 

“ก็อต ไปก่อนเลย” ผมบอกเมื่อโทรศัพท์ในมือสั่นไม่หยุด 

“อือๆ รีบๆ ตามมาล่ะ”  

ผมพยักหน้ารับและรอจนก็อตเดินห่างไปไกลแล้วจึงกดรับสายพี่ดิน 

“ครับ” 

[จะมาหรือไม่มา] เสียงเข้มๆ เอ่ยมาตามสาย 

“เดี๋ยวคนอื่นเห็น” ผมบอกไปตามตรง ที่ผมไม่อยากไปขึ้นรถพี่ดินเพราะไม่อยากให้คนอื่นเห็น 

[กลัวอะไร ไม่มีใครสนใจหรอก อีกอย่างพี่กับฝุ่นก็รู้จักกันกลับด้วยกันแปลกตรงไหน หรือว่าฝุ่นคิดอะไรมากกว่านั้น] 

“…” ผมเงียบเมื่อเจอคำถามที่แทงใจ   

[จะมาหรือไม่มา] นี่ไม่ใช่คำถามแต่มันคือคำขู่ต่างหาก 

“เออๆ ไปก็ได้” 

สุดท้ายแล้วผมก็ต้องโทรไปบอกก็อตว่าเจอกันพรุ่งนี้แล้วตอนนี้ผมก็กำลังเดินไปรอพี่ดินที่รถ! 

ความคิดเห็น