ถั่ว งอก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

『ทดลองอ่าน』『เรื่องเล่าที่ 3』

ชื่อตอน : 『ทดลองอ่าน』『เรื่องเล่าที่ 3』

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2563 15:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
『ทดลองอ่าน』『เรื่องเล่าที่ 3』
แบบอักษร

 

⚠WARNING BESTIALITY 

มีฉากเพศสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ในที่นี้คือ ภูต ผี ปีศาจ 

 

 

『เรื่องเล่าที่ 3』

“ฮิเมะ ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วกำลังระบาดไปทั่วโตเกียวเลย!”

“ภูตผีออกอาละวาดสินะ งั้นต้องตามตัวพวกคนทรงของเมืองอื่นมาช่วยด้วยแล้วสิ”

“ไม่ๆๆ นายต้องฟังฉัน เรื่องนี้มันสำคัญมาก”

ยมทูตนั่นยื่นใบโปรโมทสินค้ามาให้กับเขา

 

 

❝เรียนเชิญทุกท่านเข้าแข่งขันร่วมสนุกเล่นเกมออนไลน์เพื่อชิงเงินรางวัลกว่าหนึ่งล้านเยน❞

❝ยุคเฮอัน ยุคแห่งเหล่าโยไคแผ่นผ่านไปมาในแดนมนุษย์❞

❝เมื่อเหล่าภูตผีปีศาจร้ายรุกรานและหมายจะยึดครองโลกใบนี้❞

❝ขอเชิญมาสัมผัสและเข้าร่วมโชคชะตาแห่งนักล่าโยไคด้วยกัน! ❞

 

◟❀ 🅨OKAI 🅢LAYER! ☯◝

 

❝เปิดวางจำหน่ายแล้ววันนี้! บนเครื่อง H—VR! ❞

❝*เกมนี้จำกัดอายุผู้เล่นที่ 20 ปีขึ้นไป❞ 

 

“ถ้าเราชนะเราจะมีเงินมาซ่อมบำรุงร้านนะ!”

เจ้ายมทูตผู้หลงระเริงในของล่อหน้าล่อตาจากภพมนุษย์นั้นหอบกล่องมาวางสองใบ บนนั้นมีอักษรของยี่ห้อเครื่องเล่นเกมที่เพิ่งวางจำหน่าย H—VR

ฮิเมะตาไร้แวว ราวกับอยากจะก้าวขาลงแม่น้ำซันสึให้ตายไปพ้นๆ แต่ลืมไปว่าคนตรงหน้าเป็นยมทูต

ยังไง๊ยังไงมันก็ตามไปวอแวเขาในโลกหลังความตายได้อยู่ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เคยมีโชคกับลอตเตอรี่เลยวุ้ย!

เขาบอกกับตัวเองก่อนจะขยำฉลากชิงโชคที่เต็มไปด้วยรอยขูดลงถังขณะหน้าป้อมขายลอตเตอรี่ ปากคาบมวนบุหรี่ก็ถ่มถุยทิ้งตามลงไปด้วยอย่างไม่แคร์สายตาของพนักงานขายหลังเค้าเตอร์

โอจิจิ๊ปากเมื่อเดินไปตามทาง สภาพของเขาขอบตาดำคล้ำ แก้มซูมตอบไม่ค่อยมีจะกินแต่กลิ่นสาเกนี้หึ่งไปหมด ในกระเป๋าตังเต็มไปด้วยบิลค่าใช้จ่าย

จากที่ไม่เคยสูบบุหรี่ ตอนนี้ก็ติดหนัก

จากที่ไม่เคยดื่มเหล้า ตอนนี้ก็เมาหนัก

จากนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายที่ดรอปเรียนเอาไว้เพื่อมาทำงานหาเงิน ตอนนี้ก็กลายเป็นผีพนันเต็มตัว

สาเหตุก็เป็นเพราะไอ้ปีศาจทานุกิตัวนั้น!!!

นับตั้งแต่หมอนั่นเรียกให้สิ่งนั้นมาสิงสู่ร่างของเขาจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาเดือนกว่าๆ เขาก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในพริบตา

เงินเก็บที่มีก็ร่อยหรอลงหมดแทบไม่เหลือแล้ว ค่าเช่าก็ค้างมาจะครบกำหนดจ่าย อีกนิดก็เตรียมระเห็จออกมาซุกหัวนอนแถวสถานีรถไฟได้เลย

ระหว่างที่ความวุ่นวายในหัวจะเต็มไปด้วยการด่าทอเจ้าทานุกิระคนครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี กลางเมืองกลับมีแสงสีที่ฉายจากจอภาพแอลอีดีขนาดใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจให้ผู้คนที่สัญจรไปมาต้องหยุดดู

มันคือโฆษณาเกมออนไลน์ที่กำลังโด่งดังในตอนนี้

 

❝แข่งขันร่วมสนุกเล่นเกมออนไลน์เพื่อชิงเงินรางวัลกว่าหนึ่งล้านเยน❞

 

เกมออนไลน์?

ชิงเงินรางวัล?

หนึ่งล้านเยน!?

โอจิตาโต หันขวับมาจ้องมองภาพโฆษณานั้นอย่างสนอกสนใจ

 

 

❝ยุคเฮอัน ยุคแห่งเหล่าโยไคแผ่นผ่านไปมาในแดนมนุษย์❞

❝เมื่อเหล่าภูตผีปีศาจร้ายรุกรานและหมายจะยึดครองโลกใบนี้❞

❝ขอเชิญมาสัมผัสและเข้าร่วมโชคชะตาแห่งนักล่าโยไคด้วยกัน! ❞

 

 

 

 

◟❀ 🅨OKAI 🅢LAYER! ☯◝

 

 

 

 

❝เปิดวางจำหน่ายแล้ววันนี้! บนเครื่อง H—VR! ❞

❝*เกมนี้จำกัดอายุผู้เล่นที่ 20 ปีขึ้นไป❞ 

 

 

 

เพียงแต่ผู้เข้าร่วมลงการแข่งนี้ ต้องซื้อเครื่องเล่นเกมมาเล่น ซึ่งมันได้ปรากฏบนจอไว้ว่าราคาหนึ่งหมื่นเยน

โอจิเกาหัวแกรกๆ ควักกระเป๋าตังมาแบดูก็เจอแค่เศษเงินกับบิลค้างชำระต่างๆ นานาๆ เขาล้วงดูพวกบัตรเครดิทหวังว่าอาจมีสักใบที่เขาเคยซุกซ่อนไว้ใช้ยามจำเป็น

เฮ้! นี่ก็คือยามจำเป็นแล้วยังไงล่ะ

โอ๊ะ

เหมือนจะนึกออกได้ว่ารูดบัตรจนเต็มวงเงิน แถมถอนออกมาเกลี้ยงตอนเอาไปถลุงกับบ่อนพนันของพวกปีศาจอีกา

ก็หมายความว่าไม่มีเงินติดตัวแล้วยังไงล่ะ!!!

เอาไงต่อล่ะคราวนี้...

สุดท้ายชายหนุ่มก็ทำได้เพียงถอนหายใจอย่างคิดไม่ตกว่าจะกอบกู้เงินได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ทว่าหางตากลับเห็นพวงหางจิ้งจอกแวบๆ มาจากสาวอกอึ๋มที่เดินควงชายหนุ่มผู้ตกเป็นเหยื่อเข้าไปยังตรอกย่านโลกีย์

ที่ซึ่งเป็นถิ่นอันตรายสำหรับภูตบ้านนอกอย่างทานุกิหลังภูเขาอย่างเขา

แต่ว่านะ… ในหมู่ภูตผีปีศาจต่างลือกันให้แซดว่าถ้าหากขาดแคลนทุนทรัพย์ก็มีเจ้าพวกนั้นที่พอจะพึ่งพิงได้ เพียงแค่ตามจิ้งจอกสาวที่ทำงานหากินในเมืองไปยังตรอกลับก็จะพบ

แต่ก็ให้พึงระลึกไว้ แม้ว่าพวกมันจะเป็นภูตผีปีศาจเช่นเดียวกัน ทว่ากลับทำตัวไม่ต่างอะไรจากยากูซ่าคุมถิ่นเยี่ยงมนุษย์เลย!

 

 

 

 

 

 

 

 

“เจ้าจะเอาอะไรมาเป็นหลักประกัน”

“แฮะๆๆๆ .... ตอนนี้ข้าน้อยยังไม่มีทรัพย์สินอะไรเลยขอรับท่าน”

โอจิหัวเราะกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่ถูกบรรดาทานุกิหุ่นนักซูโม่จับกดหัวลงกับโต๊ะ เข่าทับแขนสองข้างที่กางแผ่ออกไปโดยมีมีดแร่เนื้อปลาปักอยู่ใกล้ๆ คล้ายจะนำมาแร่เอาเนื้อที่ติดกระดูกของเขาออกไป

ที่นี่… คือสมาคมนักต้มตุ๋นของเหล่าทานุกิ

ก็ไม่แปลกหากฮิเมะจะปรามาสเขาตั้งแต่แรกพบว่าเป็นนักต้มตุ๋น ดูแล้วอีกฝ่ายอาจจะเคยเจอหนึ่งในสมาคมเหล่าทานุกิหลอกขายสินค้าให้เป็นแน่

โอจิสบตากับทานุกิร่างจ้ำม่ำ ขนแขนบางส่วนเปลี่ยนสีให้แลเห็นเป็นรูปร่างของรอยสักอันน่าเกรงขาม

เดิมทีหากเป็นมนุษย์มาเยือน พวกเขาจะมองเห็นมันเป็นเสมือนยากูซ่าคุมย่าน ส่วนหญิงสาวสวยเดินนวดนาดทั่วตรอกนี้ในความจริงก็คือบรรดาจิ้งจอกสาวเจ้าเล่ห์ที่ทำงานร่วมกับเหล่าทานุกิ

งานจำพวกขายบริการและถ่ายวิดีโอหนังสดไปวางจำหน่ายแบบเถื่อนซึ่งได้กำไรงามอู้ฟู่เลยทีเดียว

มือของหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นนั้นเอื้อมมาบีบใบหน้ามนุษย์คนทรงเจ้าผู้นี้

จับหันซ้ายหันขวา

ก่อนจะครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ

“ร่างที่เจ้าสิงสู่อยู่นี่ก็เป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีไม่หยอก งั้นข้าจะยินยอมให้เจ้าใช้มันเป็นหลักประกันแล้วกัน”

คนทรงเจ้านับว่าเป็นที่หมายตาต้องใจของเหล่าปีศาจ อย่างทานุกิที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากอาณาเขตนี้ได้เพราะมนตราที่ทำให้รูปลักษณ์เหมือนดั่งมนุษย์จะสิ้นสุดลงและตนจะเป็นเพียงทานุกิโง่ๆ วิ่งเตร่ไปมาหาขโมยของจากถังขยะกินที่ด้านนอก

เช่นนั้นแล้วหากมีร่างให้สิงสู่ ตนจะไปไหนก็ได้ทั้งนั้นเลยเชียว

เจ้าปีศาจทานุกิหน้าซีดเผือดในร่างของโอจิ แต่แล้วพวกทานุกิหุ่นล่ำบึกก็ล่าถอยออกไปพร้อมจิ้งจอกสาวผู้หนึ่งเยื้องย่างเขามาวางสิ่งที่เขาต้องการจะขอกู้ยืมไปตั้งตัว

เพียงแต่แทนที่ในหีบนั้นจะเป็นเงินจำนวนหนึ่งแสนเยนที่เขาขอมาเผื่อล่วงหน้าไว้เอาไปลงทุนกับพวกปีศาจอีกาในวงไพ่ แต่ไหนเลยมันคือเครื่องเล่นเกม H—VR

“คือ… ผมขอเงินสดกับเครื่องเกมนี่ ไหงมีแค่เครื่องเกมล่ะครับ...”

“เห้ย! ไอ้บ้านนอกอย่าต่อรองให้มากนัก!”

โอจิหน้าซีดเผือดเมื่อมีเสียงตวาดลั่น ไหนจะเห็นว่ามีมือจับเข้าที่ด้ามมีด แต่ทันทีที่โอจิเห็นว่ามีดแร่เนื้อปลาโดนดึงออกจากโต๊ะเขาก็รีบฮุบกล่องที่มีเครื่องเล่นนั้นมาพลันโขกหัวลงเป็นการขอบคุณราชาปีศาจทานุกิร่างใหญ่ยักษ์นั้นทันที

“ขะ—ขอบพระคุณครับ!”

เสียงนั้นตามไล่หลังมาคอยหลอกหลอนเจ้าทานุกิหนุ่มในร่างของคนทรงเจ้า

“อย่าลืมนะว่าเจ้าต้องคืนเงินจำนวนหนึ่งแสนเยนให้ได้ก่อนวันพระจันทร์เต็มดวง ไม่งั้นร่างคนทรงเจ้านั่นจะตกเป็นของข้า!”

 

 

 

 

 

 

 

 

เที่ยงคืนของวันนั้น ภายหลังจากโอจิเดินเตร่หอบกล่องบรรจุเครื่องเกมไปพลางก็เจอผีแถวสี่แยกบอกว่าหากอยากได้ที่พักพิงก็ให้ขึ้นเขาไปอีกหน่อยจะพบศาลเจ้าร้างให้ได้พอจะซุกหัวนอน โชคดีที่ว่าที่นี่ไม่มีเทพมาคอยอยู่ปกปักษ์แล้ว อาจเป็นเพราะเป็นศาลเจ้าที่ไม่ค่อยโด่งดังนัก จึงขาดผู้คนที่ศรัทธาทำให้ถูกรีไทร์หายไปจากวงการ

จุดอ่อนของเหล่าเทพก็คือมนุษย์

ตรงกันข้ามกับพวกปีศาจโดยสิ้นเชิง

เพราะปีศาจได้พลังจากการที่มนุษย์กระหายอยากให้ความชั่วร้ายทั้งหลายทั้งปวง

แม้แต่เพียงความคิดในเสี้ยวหนึ่งที่เป็นด้านของความเลวทราม นั่นก็เสมือนของหวานของเหล่าปีศาจให้ได้ตามไปเกาะกินพลังชีวิตของมนุษย์ผู้นั้น

ช่วงที่เจ้าเด็กหนุ่ม หรือ ‘โอจิ’ ผู้นี้จิตตกคิดจะจบชีวิตตัวเองจากบนยอดผาในหน้าร้อน

เขา ปีศาจทานุกิผู้หิวโซก็สบโอกาสเข้าไปแทรกแซงจิตใจทันที

ไม่ได้โม้หรอกที่เจ้าหนุ่มนี้สามารถอัญเชิญจอมอสูรในตำนานเทพปกรณัมของญี่ปุ่นโบราณ แต่นั่นมันต้องใช้เวลาฝึกฝนและขัดเกลาจิตให้นิ่งสงบกว่านี้ เพราะความจริงแล้ว โอจิก็ถือเป็นภาชนะอันยอดเยี่ยมให้แก่เหล่าเทพ ปีศาจ หรือภูตผีได้มาสิงสู่เลยเชียว

เสียงแซกแซกของลมที่พัดผ่านเหล่าแมกไม้ละแวกศาลเจ้าร้างแห่งนี้ ทวีคูณความวังเวงในพื้นที่ไร้ผู้คนมากยิ่งขึ้น ภูตผีเริ่มออกมาเร่ร่อนกัน พบปะสังสรรค์ บางตนก็ไม่มีสังคม บางตนก็ยึดติดกับเสื่อทาทามิเก่าๆ ขาดรุ่งริ่งผืนนี้เสียเหลือเกิน

นี่แหละแหล่งชุมชนแห่งผีเร่ร่อน นานทีปีหนมีคู่หนุ่มสาวคิดเล่นพิเรนทร์แอบมาเล่นจ้ำจี้กันในนี้ก็โดนหลอกไปตามระเบียบ ความบันเทิงที่สนุกกว่านี้ก็มีพวกกลุ่มคนมาล่าท้าผี ไม่ก็เป็นกองถ่ายที่มาถ่ายทำให้ได้สร้างชื่อตัวเองจนเกิดเป็นเรื่องเล่าในแวดวงมนุษย์

พวกวิญญาณก็ต้องการเป็นที่เล่าขานโจษจันไม่แพ้กัน

ตราบใดที่เรื่องเล่าของพวกเขายังอยู่ พวกเขาจะยังวนเวียนอยู่ ณ ที่แห่งนั้น

ไม่ต่างจากเหล่าปีศาจที่มีเรื่องเล่ากันปากต่อปากของมนุษย์ ไม่ว่าจะในรูปแบบภาพยนตร์ การ์ตูน หรือสื่อต่างๆ

แหงล่ะว่าเขาเป็นปีศาจทานุกิจากบ้านนอก เพิ่งได้เข้ามาพานพบแสงสีในเมืองกรุงก็หลงใหลจนกู่ไม่กลับ คิดอยากสร้างชื่อให้ตัวเองบ้างโดยใช้ภาชนะอย่างเจ้าหนุ่มคนนี้

ที่นี่เต็มไปด้วยมนุษย์ยั้วเยี้ยะราวกับแหล่งอาหารชั้นเลิศให้เลือกสรร ยกตัวอย่างกลุ่มคนเห็นแก่ตัวมักจะแผ่ออร่าที่เพิ่มพลังให้แก่ปีศาจกระจอกๆ อย่างพวกเขาได้ แม้ว่าจะต้องแอบดูดแอบสูบพลังชีวิตจากมนุษย์เหล่านั้นเพราะว่าที่นี่มีภูตผีคุมถิ่น

ย่านหนึ่งเป็นของพวกคาราสุเทนงู

อีกย่านหนึ่งเป็นชุมชนนักต้มตุ๋นอย่างทานุกิ

พวกเขาไม่ก้าวก่ายกัน

ยกเว้นเขตตลาดปลา ที่นั่นเปิดเป็นการค้าเสรี

ถ้าถามว่า อ้าว นักปราบผีก็มีทำไมผีพวกนี้ยังอยู่ล่ะ?

คำตอบข้อแรกก็คือ เพราะพวกเขาเหล่านักปราบผีอยู่ภายใต้คำสั่งของเหล่ายมทูต ไม่สามารถหาญกล้าออกไปท้าตีท้าต่อยภูตผีได้

คำตอบข้อสองก็คือ เพราะนักปราบผีมีจำนวนที่น้อยกว่าเหล่าภูตผีที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง อีกทั้งคงจะไม่เมคเซนส์ที่เข้าไปปราบคารุสุเทนงูที่บินลาดตะเวนในเขตตัวเองโดยที่ยังไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน

คำตอบข้อสามก็คือ ปรโลกเสมือนเป็นโรงพยาบาลที่มีบุคคลากรและเตียงคนไข้ไม่เพียงพอต่อทุกดวงวิญญาณ ก็ไม่ต่างอะไรจากการที่เราจะพบคนเร่ร่อนหรือคนสติไม่ดีเผ่นผ่านตามท้องถนน ที่ยังมีวิญญาณไม่ได้ไปผุดไปเกิดเพราะไม่มียมทูตมารับเนื่องจากปรโลกแออัดยิ่งนักด้วยเหตุประการฉะนี้นี่เอง

และ

คำตอบข้อสุดท้ายเป็นคำตอบที่ทำให้เข้าใจทุกอย่างได้ง่ายที่สุด ก็คือ เพราะไม่มีคนจ้างให้มาขับไล่

เห็นฮิเมะน่ารักจิ้มลิ้มแบบนั้น แท้จริงแล้วหน้าเลือดในหมู่แวดวงนักปราบผีด้วยกันสุดๆ เลยเชียว

น่าเสียดายที่ระหว่างบ๊ะจ้ะบ๊ะเขาดันกันโดนจับได้เสียก่อน ไม่งั้นคงจะเป็นลาภปากทานุกิบ้านนอกอย่างเขาไปอีกสักพักใหญ่ๆ แหม คืนนั้นเขาอุตส่าห์พยายามแปลงกายเป็นโอโรจิเท่าที่ทำได้แล้วนะ โดยการทำตัวเป็นโนะซุจิ*ร่างใหญ่ๆ ให้ความมืดและแสงเงามันหลอกตา

___

โนะซุจิ หรือ โนซุจิ เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด

ได้ถูกบันทึกกล่าวถึงไว้อย่างเนินนานตั้งแต่สมัยโบราณกาล

ว่าอาจจะเป็นวิญญาณบรรพกาลที่อยู่คู่ประเทศญี่ปุ่นมาช้านาน

มันมีลักษณะคล้ายงู ที่มีรูปร่างลำตัวอวบอ้วน ตัวสั้น

มีความยาวประมาณ 50 ซม. มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 1 เมตร

___

 

 

 

 

แต่เหมือนว่าบางส่วนอาจจะไม่อลังการสมกับเป็นโอโรจิเสียเลย จึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ฮิเมะจับสังเกตได้

เมื่อหวนนึกถึงเรื่องคืนนั้น เจ้าทานุกิในร่างของเด็กหนุ่มดึงกางเกงของตนเพื่อมองดูขนาดความเป็นชาย

เหอะ!

ก็เขาเป็นแค่ปีศาจทานุกินี่นา!

จะให้อลังการขนาดไหนกันเล่า!

ระหว่างนั้นมีผีผู้หวงเสื่อทาทามิชะโงกมาดูด้วย ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก โอจิทำท่าเงื้อมือเหมือนจะฟาดตบเจ้าวิญญาณเฮี้ยนตนนั้นด้วยความคับแค้นใจที่โดนตอกย้ำเรื่องขนาดความเป็นชาย ขณะที่รอบข้างวุ่นวายไปด้วยเหล่าผีเร่ร่อนออกมาให้ความสนใจกับหีบที่ประทับตราของราชาทานุกิที่เขาแบกมันมา

เขาไล่ตะเพิดพวกผีเหล่านั้นให้ไปให้พ้นๆ ทาง

แต่พวกนั้นก็ยังมุงอยู่อย่างไม่สนใจเขา

เขาไม่ใช่พวกนักปราบผี ทำให้ความน่าเกรงขามและมนต์คาถาขับไล่ภูตผีแทบจะไม่มีติดตัว

แต่การเป็นคนทรงเจ้า ทำให้เขาดูหอมหวานน่าลิ้มลองในหมู่มวลภูตผีที่อยากมีร่างไว้สิงสู่

ดีที่ตอนนี้ภาชนะใบนี้มันเต็มไปด้วยเจ้าปีศาจหน้าขนเสียแล้ว

มิฉะนั้นโอจิอาจจะกลายเป็นคนจำพวกตัวก่อกวน ในสายตาของยมทูต เพราะถูกวิญญาณแถวนี้สิงสู่เอาร่างของเขาไปใช้ทำอะไรมิดีมิชอบแน่นอน

ในเมื่อขับไล่ก็ไม่ไปเขาจึงเปิดกล่องบรรจุเครื่องเกมมันทั้งอย่างนั้นต่อหน้าต่อตาวิญญาณขี้สงสัย

เครื่องเล่มเกม H—VR ราคาหนึ่งแสนเยน แพงกว่าราคาขายจริงจากบริษัทผู้ผลิตเพราะว่าเขารับมันมาจากสมาคมนักต้มตุ๋นอย่างไรเล่า!

นึกแล้วก็รู้สึกโง่เง่าสิ้นดี

คิดจะไปกู้ยืมเงินจากนักต้มตุ๋น แต่ก็โดนนักต้มตุ๋นเล่นงานจนได้!

เขายีผมสีดำของตัวเองไปมาก่อนจะยื่นมือออกไปหยิบเจ้าเครื่องเล่นสำหรับสวมเข้าศีรษะ ส่วนหน้าจอจะพอดีกับช่วงบริเวณดวงตาคล้ายกับเครื่องเล่น VR ทั่วไป เพียงแต่ว่าเขาถูกโฆษณาเอาไว้ว่ามันจะสมจริงในทุกๆ ด้าน

เรื่องสมจริงไม่ได้สนใจหรอก เขาสนใจเงินรางวัลมากกว่า!

โอจิตัดสินใจสวมมันเข้าหัวของเขา นิ้วคลำไปบนกรอบแว่นเพื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง

ในตอนแรกเหมือนว่าจะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่ดูเหมือนว่าเจ้าผีขี้สงสัยพวกนั้นจะช่วยทำให้เกิดคลื่นพลังงานแทรกแซงบางอย่างเสมือนไวไฟให้เขาเชื่อมต่อเข้าเกมได้เสียอย่างนั้น

ชายหนุ่มนึกขอบใจ แต่เจ้าพวกนั้นบอกกับเขาว่าต้องการของเซ่นไหว้เป็นการตอบแทน เขาจึงเปลี่ยนเป็นก่นด่าแทน

รอสักพักในวิสัยทัศน์ที่เขามองเห็นก็เป็นภาพ PV ตัวอย่างเกมสุดแสนอลังการโดยมีการให้ป้อนรหัสประชาชนเพื่อยืนยนตัวเองว่าอายุ 20 ปีขึ้นไปแล้วจริง เมื่อโอจิเปล่งเสียงตอบออกมาเป็นตัวเลข ไว้เวลาในการเช็คเพื่อเสี้ยววิ จากนั้นทุกอย่างก็ขาวโพลน

 

 

 

 

นี่เขา… เข้ามาอยู่ในเกมแล้วหรอ?

 

 

 

 

เขาสะดุ้งเมื่อภาพที่เห็นนั้นเต็มไปด้วยแสงสีราวกับภาพก่อนที่จะขึ้นโลโก้ของผู้ผลิต

จากนั้นชื่อเกมก็ปรากฏ

 

 

 

 

🅨OKAI 🅢LAYER!

 

 

 

 

สักพักเสียงดนตรีโบราณก็ดังแว่วเข้ามา

เสียงกลอง

เสียงเคาะกระดิ่ง

ก่อนที่เขาจะมองเห็นภาพสะท้อนของตนเองทั่วทั้งตัว ในรูปลักษณ์อย่างที่โฆษณาของเกมได้ฉายไว้ เขาในรูปแบบขององเมียวจิแห่งยุคนั้น ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเริ่มต้นได้แต่ยังไม่หลุดออกจากธีมขององเมียวจิโบราณ หรือนักล่าโยไคที่เป็นตัวละครหลักของเกม และมันยังมีความแฟนตาซีที่มาเสริมเติมแต่งบ้างไม่ให้ดูเชย

อาวุธเริ่มต้นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 6 ชนิด

ดาบ

คทา

แส้

ทวน

ปืนนกสับ

ธนู

โอจิเลือกธนูเพราะเขาเคยเป็นนักกีฬาของชมรมยิงธนูมาก่อนเมื่อสมัยม.ปลาย

ใช้เวลาตกแต่งตัวละครเพียงไม่นานเพราะอยากจะรีบเข้าไปล่าเงินรางวัล ว่าตามตรงแล้วนั้นเขาต้องคว้าเงินรางวัลมาให้ได้ก่อนวันพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งมันก็แค่ 3 วันเท่านั้น!

กติกานั้นคือการสำเร็จเควสหลักที่มีมาให้ผู้เล่มทุกคนอย่างแรนดอม

หากทำสำเร็จ รับเงินรางวัลไปเลยทันที 1 ล้านเยน มีทั้งสิ้น 20 รางวัล!

อย่างน้อยเขาก็มีหวัง เพราะสิ่งที่ปรากฏเป็นเควสหลักของเขาตอนนี้คือ

 

 

 

 

〈ปราบปีศาจกระทิง〉 

 

 

 

 

หมายความว่าเขาต้องตามล่าปีศาจกระทิงในเกมนั้นและเอาชนะมันสินะ

มีทริปบอกกับผู้เล่นหน้าใหม่ว่าให้ออกตามหาผู้ที่แรนดอมได้เควสหลักแบบเดียวกัน แล้วช่วยกันหาเบาะแสเพื่อจะทำเควสหลักนั้นให้สำเร็จ

โดยมีระยะเวลาเพียง 3 วันทันทีที่เริ่มเกม

ใครทำสำเร็จ ก็รับเงินรางวัลไปเลยทันที!

 

 

 

 

โอจิลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพบว่าประสาทสัมผัสของเขาถูกถ่ายโอนมาอยู่ในร่างเสมือนในเกมนี้เสียแล้ว

นักปราบโยไคหนุ่มสะพายคันศรไม้เก่าๆ กับธนูแท่งไม้ที่มีระดับพลังทำลายล้างเท่ามดกัด

ชุดของนักธนูที่เขาสวมใส่อยู่นั้นจะมีเกราะที่อกข้างหนึ่งสายคาดรัดบนร่างกายที่ใช้พกพากระบอกเก็บลูกธนู เขาสังเกตดูความสมจริงของตัวละคร ผ่านมุมมองจากสายตาของเขาเอง

แม้ว่าเขาจะเห็นร่างกายตัวเองจากการแต่งตกตัวละครก่อนเข้าเกมแล้วก็ตาม แต่เขาก็อยากจะสำรวจตัวเองให้ครบถ้วนก่อน

เขามัดผมยาวนั้นรวบสูง เขารู้ได้จากการจับคลำของจริง

นิ้วมือหยาบกระด้าน มีรอยแผลบนมือ

ฐานะของเขาระบุเอาไว้ว่า ‘ยากจน’ และ ‘สามัญขน’

โอจิสะอึกให้กับสองคำที่ตามมาหลอกหลอนเขาจากชีวิตจริงยันในเกม

ชายหนุ่มถูกดึงความสนใจไปกับเสียงดนตรีรื่นเริงนั้น ด้วยการที่เขาได้เข้ามาในเกมในลักษณะของการยืนท่ามกลางฝูงชนแออัดกลางเมืองในยุคสมัยเฮอัน ราวกับว่าที่สะพานไม้นั้นกำลังมีขบวนสาวงามออกมาพอดิบพอดี

ผู้คนพูดคุยกันอยู่รอบๆ ข้าง เขาได้ยินจากผู้เล่นละแวกนั้นว่า ให้ตามหาปีศาจสาวจิ้งจอกเพื่อกำจัดมันแล้วชิงอุปกรณ์ที่ดรอปมาจะได้ไปหาเบาะแสดำเนินเพื่อชิงรางวัลจากเควสหลักภายในเวลา 3 วันตั้งแต่เริ่มเข้าเกม

บนหน้าจอของเขาที่มุมด้านขวาบนเล็กๆ ระบุเลขนับถอยหลังเรื่อยๆ

เขาคงจะมาเฝ้ารอรุมแย่งของจากการตามล่าปีศาจจิ้งจอกในขบวนสาวงามนี้ไม่ได้แล้วแหละ เขาขยับตัวเดินฝ่าฝูงชนออกไปพลางคลำเนื้อตัวควักเอาแผนที่เก่าๆ ใกล้ขาดอยู่รอมร่อนั้นออกมากางดูพิกัด

ที่มันว่างเปล่า มีเพียงละแวกรอบข้างและทุ่งดอกไม้แห่งความตายนั้น หมายความว่าเขาต้องออกเดินทางเพื่อขยายเพื้นที่รอยน้ำหมึกที่มันเจือจางออกไป

การจะตามหาปีศาจกระทิงนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วสิ!

แต่ว่ายังดีที่มีระบบให้ค้นหาผู้เล่นจากเควสหลักที่เหมือนกันอยู่

เขาพยายามแทรกตัวออกมาให้พ้นทางจากฝูงชน พลางอ่านม้วนตำราที่เป็นคู่มืดการเล่นติดตัวนั้นไปพลาง

ขั้นแรก เขาต้องจุดพลุหนึ่งดอกขึ้นมา ให้มันพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า แผ่กระจายเหมือนผาเรดาร์ช่วยแสกนหาผู้ที่มีจุดมุ่งหมายหลักแบบเดียวกัน ซึ่งในสัมภาระของเขาที่มีมาให้ พบว่ามีพลุเพียงสามดอกเท่านั้นในตอนเริ่มต้น

ขั้นสอง ระยะของทิศทางพลุที่พุ่งออกไปจะบอกพิกัดของนักปราบโยไคที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับเขา หากมันพุ่งไปรอบทิศ นั้นหมายความว่ามีเยอะ เขาต้องเลือกเส้นทางวิ่งตามไปว่าจะไปทิศทางใด

ขั้นสาม พลุนั้นจะเปล่งแสงให้ผู้จุดสังเกตเห็นเท่านั้น ภายในระยะเวลา 3 นาที เขาต้องตามเบาะแสและทิศทางของพลุไปให้พบกับผู้เล่นที่มีเควสหลักเดียวกัน มิฉะนั้นมันจะสูญเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

นักธนูหนุ่มวิ่งตามแสงของพลุที่พุ่งมาทิศทางเดียวกันทั้งหมด บ่งบอกว่ามีผู้เล่นเพียงคนเดียวในละแวกนั้นที่ได้รับเควสหลักแบบเดียวกันกับเขา

เมื่อวิ่งตามเจ้าพลุนั่นมายิ่งเข้าใกล้ทุ่งแห่งดอกฮิกันบานะมากขึ้นทุกที

แต่มันก็เริ่มจางหายลงไปในทุกขณะแล้วเช่นกัน

เขาภาวนาว่ามันจะไม่หมดไปเสียก่อน แต่คำภาวนานั้นก็เหมือนลมตด

พลุนั้นจางหายไปขณะที่เขาอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่

โอจิจิ๊ปากก่อนจะลอบมองไปรอบๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่น่าหวาดระแวงว่าอาจจะเป็นที่เกิดของบอสเฝ้า ณ พื้นที่จุดนั้นๆ ก็เป็นได้

⌈โอ้ยยยยยย เจ็บ!!!! ⌋

เสียงแผดร้องนั้นดังลั่นป่าในละแวกนี้ เขาจึงวิ่งตามเสียงนั้นไป

เสียงร้องของผู้เล่นที่ไม่ใกล้ไม่ไกลมันค่อยๆ แปรเปลี่ยนไปเสียจนเขาคิดว่ามันเป็น

...เสียงคราง?

⌈อ๊าาาาา เจ้ายักษ์นี่!! ข้าจะฆ่า! อ๊าาา อ๊ะ อ๊ะ ..เจ้า อื้อออ⌋

ออร่าของผู้เล่นบ่งบอกว่ายศสูงกว่าโอจิหลายขุม แต่กลับพลาดท่าถูกยักษ์ร่างกายแดงก่ำชำเรากลางทุ่งดอกไม้แห่งความตายเสียจนดอกไม้หย่อมนั้นปลิวไหวกระจุยกระจายคล้ายดวงดาวนะยิบระยับบนท้องฟ้า

ในหัวของโอจิยังไม่ใช่เรื่องความใคร่

เขานึกเรื่องบางเรื่องออกได้ว่า...

เกมนี้มีระบบบุญคุณ

นี่แหละข้อดีที่จะทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่เติบโตไว้รวดเร็วทันผู้เล่นหน้าเก่าไม่ให้ห่างชั้นเกินไป

โอจิยกคันศรที่เอาพาดสะพายคล้องตัวออกมาพร้อมหยิบลูกธนูมาหนึ่งดอก

เขาเล็งมันเอาไว้ นิ้วจับลูกดอก ตาหลับข้างหนึ่ง เพ่งมอง เล็งเป้าไปกลางหน้าผากของเจ้ายักษ์ปักหลั่นผู้หื่นกระหาย

ทว่าความจริงแล้วช่างกลับตาลปัตร

องเมียวจิหนุ่มชุดสีขาวแดงผู้นั้นกำลังนอนทอดกายให้ยักษ์สมสู่ ครวญครางเสียงหวานระงมไปทั่วทุ่งดอกฮิกันบานะ ขณะที่กำลังไต่ระดับกามารมย์เกือบจะถึงขีดสุด ร่างใหญ่นั้นกลับชะงักพลันล้มตึงทับกายตนก่อนจะสลายไปเมื่อต้องอาคมขององเมียวจิ

ลูกธนูร่วงลงมา มือเรียวคว้ารับเอาไว้ได้ทันก่อนจะขว้างมันทิ้งไประบายความเคียดแค้นที่มีต่อผู้มาขัดขวางความสุขสมของตน ขาที่นอนอ้าถ่างค่อยๆ หุบเข้าหากัน ใบหน้างามงอหง้ำเต็มไปด้วยหงุดหงิดไม่น้อยเพราะหน้าจอของเขาแสดงว่า

 

 

 

 

'ท่านติดหนี้บุญคุณผู้เล่นนาม 'โอจิ' จงชดใช้ด้วยทรัพย์สิน ของมีค่า หรือร่างกาย มิฉะนั้นสกิลจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ขณะนี้ เสี่ยงต่อการแพ้พ่ายให้แก่ภูตผีระหว่างปฏิบัติภารกิจ และหากไม่มีการเสนอตอบแทนบุญคุณภายในหนึ่งวันท่านจะถูกแบนเป็นเวลาหนึ่งเดือน' 

 

 

 

 

 

 

ขณะที่โอจิได้รับการแสดงหน้าต่างว่า

 

 

 

 

'ท่านได้รับผู้ติดหนี้บุญคุณ 1 อัตรา โปรดมีน้ำใจรับสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ นี้ หากปฏิเสธท่านจะถูกแบนเป็นเวลาหนึ่งเดือน' 

 

 

 

 

เขายิ้มชั่ว

กระแอมไอพลางลูบเนื้อตัว จัดทรงผม จัดหน้าตาตนเองก่อนจะเยี่ยงก้าวเข้าไปหาชายผู้นั้น

⌈ท่าน ปลอดภัยแล้วนะ โชคดีที่ข้าผ่านทางมาพบทุ่งดอกไม้นี้เข้า—⌋ จู่ๆ น้ำเสียงเป็นมิตรหมายจะเอ่ยตะล่อมเพื่อหลอกให้องเมียวจิผู้นั้นตายใจก่อนจะลอบสังหารแล้วช่วงชิงอุปกรณ์ปราบภูตผีของมันไปขาย สายตาเจ้าเล่ห์ของคนทรงเจ้าจดจ้องไปยังดาบทองคำที่นอนแอ้งแม้งอยู่ใกล้ตัว ของล้ำค่าและทรงพลานุภาพทำลายล้างเช่นนี้กลับไม่ใช่มันเพื่อสังหารยักษ์เมื่อครู่

นี่... จงใจให้ยักษ์ตนนี้เสพสังวาส?

จริงด้วย

เขาเห็นสถานะของอีกฝ่ายขึ้นมาว่า  

ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการเสพสังวาส 

โอจิรีบย่างสามขุมมานั่งยองๆ ลงเพื่อมองใบหน้าขององเมียวจิหนุ่มผู้นั้น

เจ้าของผมยาวจรดกลางหลังเมื่อขยับตัวลุกมานั่ง มือเรียวล้วงเอาผ้าสะอาดที่พับเก็บเอาไว้ออกมาเช็ดคราบกามกิจของยักษ์เมื่อครู่พลัน ใบหน้างามนิ่งเฉยไร้อารมณ์แต่แววตาขุ่นเคืองที่มีคนแส่ไม่เข้าเรื่อง

...และ โอจิคุ้นใบหน้าของคนผู้นี้ มันช่างคล้ายคลึงกับใครคนนั้น

เขาเอ่ยนามเสี่ยงทายออกไปทันที

ฮิเมะ? ...นายมาทำอะไรที่นี่? ⌋

น้ำเสียงเย็นชานั้นตอบกลับมา

⌈มาปราบผีน่ะสิ⌋

นักธนูหนุ่มยืนอ้าปากตะลึงงัน

จริงด้วย!

เป็นหมอนี่จริงด้วย!

 

 

 

『—ติดตามต่อในเรื่องเล่าที่ 3 ฉบับเต็ม—』

ความคิดเห็น