ถั่ว งอก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

『เรื่องเล่าที่ 1』1/2

ชื่อตอน : 『เรื่องเล่าที่ 1』1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 73

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2563 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
『เรื่องเล่าที่ 1』1/2
แบบอักษร

 

 

ร้านของชำพิสดารสาขาโตเกียวเพิ่งจะปลดพนักงานประจำสาขาออกไปหนึ่งคน จึงมีหนึ่งตำแหน่งที่กำลังว่าง

ในเวลานี้เหลือเพียงพนักงานตำแหน่งนักปราบผีที่ยังอยู่ประจำการ

นั่นหมายความว่า พวกเขาต้องการคนทรงเจ้ามาเข้าทำงานจำนวนหนึ่งอัตรา

วันนี้จึงมีเหล่าคนทรงเจ้าเดินทางมาเพื่อสมัครงานไม่น้อยเลยทีเดียว ดูผิวเผินก็เหมือนการต่อคิวเข้าร้านขายของชำในฤดูกาลลดแลกแจกแถมปกติ หากแต่บุคคลเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้มีความสามารถในการเป็นสื่อกลางกับดวงวิญญาณ ในระดับที่สูงกว่าภูตผีชั้นปุถุชน

หมายถึง พวกเขาล้วนแต่มีความสามารถที่เป็นสื่อกลางให้แก่... ระดับเทพ หรือ ระดับมาร ที่ตนเองต้องมีมั่นใจว่าหากอัญเชิญมาทรงร่างของตนเองแล้วไซร้จะไม่นำร่างของตนไปประพฤตินอกลู่นอกทาง หรือทำตัวอยู่เหนือการควบคุม มิฉะนั้น คุณอาจจะถูกยมทูตหมายหัวเอาไว้ว่าเป็นตัวก่อกวน ซึ่งมันย่อมนำผลร้ายมากกว่าผลดี

ทั้งคนทรงเจ้า และ นักปราบผีย่อมมีชื่อในวงการ หรือเรียกสั้นๆว่าโค้ดเนม

สืบเนื่องด้วยหากยมทูตเอ่ยนามที่แท้จริงของผู้ใด มนุษย์ผู้นั้นย่อมได้รับตั๋วฟรีไปยมโลกก่อนอายุขัยอันควร เช่นนั้นแล้วหากจะทำงานร่วมกับความตาย ควรป้องกันไว้ดีที่สุด

ดังนั้นชื่อของผู้สมัครจึงเป็นนามสมมุติที่สร้างมาเพื่อใช้เรียกแทนตนเอง เป็นโค้ดเนมที่ยมทูตปลอดภัยหากจะใช้ติดต่อสื่อสารมาเพื่อมอบหมายภาระงานให้

ข้างในร้านของชำกึ่งโกโรโกโสราวกับบ้านร้าง หลังเคาเตอร์ไม้เก่าๆ ณ จุดชำระเงิน มีพนักงานเพียงหนึ่งเดียวกำลังตัดเลือกผู้สมัครด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตาสีดำขลับไล่ไปตามคุณลักษณะของคนทรงเจ้าทั้งหลาย

รายละเอียดของใบสมัครมีแบบฟอร์มแทบไม่ต่างอะไรจากการกรอกใบสมัครงานเป็นพนักงานประจำหรือพนักงานพาร์ทไทม์ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ

พวกยมทูตรู้ดีว่ามนุษย์สมัยนี้ชอบมีงานรองควบคู่กับงานหลักไปด้วย เพื่อความมั่นคงในอาชีพและทรัพย์สิน ใครใคร่ทำพาร์ทไทม์กับร้านของชำก็เชิญ อยากสมัครมาทำเต็มเวลาก็ตามสะดวก ส่วนใหญ่แล้วพนักงานพาร์ทไทม์จะถูกเรียกตัวมาใช้สำรองเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านเกณฑ์กันทุกคน

อย่างไรเสีย พวกเขาต้องการพนักงานประจำสำหรับตำแหน่งนี้เพื่อความมั่นคงของกิจการเสียก่อน

ว่าแต่ใช้เกณฑ์ตัดสินกันที่อะไรอย่างนั้นหรือ?

ก็ย่อมต้องเป็นสิ่งที่คนอัญเชิญมาทรงร่างได้น่ะสิ!

เหล่าที่อัญเชิญได้เพียงยักษ์อย่างโอนิต่างๆ จะถูกคัดเอาไว้ให้เป็นประเภทสุดท้าย

ดีขึ้นมาหน่อยคืออัญเชิญผู้ปกปักษ์รักษาในบริเวณนั้น

ทว่า... ระดับที่อัญเชิญเทพในตำนาน นี่สิที่น่าสนใจขึ้นมาหน่อย

แต่ในบรรดาใบสมัครพวกนี้มีคนทรงเจ้าที่เคลมว่าตัวเองอัญเชิญ ‘ยามาตะ โนะ โอโรจิ’ ได้นี่มัน...

“ขี้โม้ชะมัด”

ริมฝีปากหยักรูปกระจับเป่าควันออกจากป้องยาสูบ มีเสียงแค่นหัวเราะในลำคอหนึ่งหน ก่อนจะคว้าพู่กันใกล้มือมาจรดลงบนแผ่นไม้ร้อยเชือกว่า ‘ได้รับสิทธิการสัมภาษณ์’ จากนั้นก็เรียกขานยมทูตสวมสูทสีดำเนี้ยบที่กำลังนั่งเล่นแท็บเล็บอยู่หน้าเคาเตอร์ไม้ให้มาช่วยเรียกตัวคนทรงเจ้าผู้นั้นตามไปห้องสัมภาษณ์ด้วยกัน

ทันทีที่ยมทูตหนุ่มติดโซเชียลผู้นั้นเห็นคนที่ถูกเรียกก็ตาเหลือกพลัน “ฮิเมะ นายมั่นใจแล้วหรอ!?”

‘ฮิเมะ’ เป็นโค้ดเนมของเขา นักปราบผีเพียงคนเดียวในสาขาโตเกียว และไม่นานมานี้ผู้ซึ่งคู่หูเพิ่งถูกปลดไปด้วยปัญหาส่วนตัว

น่าขำที่ ‘โอจิ’ ก็ดันเป็นโค้ดเนมของหนึ่งในคนทรงเจ้าที่เข้าร่วมส่งใบสมัครทำงานที่ร้านของชำแห่งนี้ด้วยเหมือนกัน

และเจ้าคนที่ตั้งโค้ดเนมว่าโอจินี่แหละที่เขียนด้วยลายมือชุ่ยๆของตัวเองมาว่าอัญเชิญจอมอสูรในตำนานเทพปกรณัมของญี่ปุ่นโบราณได้ ตัวอย่างเช่น ยามาตะ โนะ โอโรจิ

คุณยมทูตผู้นี้เบิกตามองกว้างๆใส่มนุษย์ตรงหน้าคล้ายว่าจะรับมือไหวจริงหรือ?

ฮิเมะไหวไหล่ “ฉันแค่อยากรู้ว่าหมอนี่มันขี้โม้จริงรึเปล่า ถ้ามันโม้ก็เปลี่ยนคนเท่านั้น”

“แล้วถ้าเป็นของจริงขึ้นมาล่ะ?”

“ก็คง หยุดกลางคันมั้ง พวกอสูรมันคุมยากๆ ...แถมไซส์ก็เกินมาตรฐานอยู่ด้วย”

“นายเคย เอ่อ... กับพวกอสูรแล้วหรอ?”

ฮิเมะไม่พูดแต่เดินสูบป้องยาสูบลิ่วๆไปยังห้องสัมภาษณ์ เสียงเปิดและปิดงับบานประตูนั้นบ่งบอกได้ว่านักปราบผีผู้นั้นเข้าไปเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือคนทรงเจ้าผู้นี้

ก่อนที่ฮิเมะจะเปิดออกมาด้วยใบหน้าแดงซ่าน คาดว่าก็คงตื่นเต้นที่ได้รับแขกถึงระดับเทพอสูรเช่นนั้น ร่างบางก้าวขาอาดไปยังชั้นวางสารพัดของชำ

ฮิเมะหยิบกระจกทรงวงรีขนาดเท่าจานข้าวบานหนึ่งติดมือไปด้วย

ดูเหมือนจะตื่นเต้นเสียจนต้องวกกลับมาหยิบแท่งจำลองเครื่องเพศอสูรวัวกับตลับยาหอมที่สั่งมาจากจีนแล้วจากนั้นก็วิ่งเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูลง

ยมทูตหนุ่มไหวไหล่ เขาถือใบสมัครติดมือมาพร้อมกับแผ่นไม้ที่ลงลายมือเขียนพู่กันของฮิเมะออกมา

คนทรงเจ้าทั้งหลายหันขวับมองมาที่เขาพลันเป็นตาเดียวราวกับชายฉกรรจ์ผู้หมายมั่นต่อแถวรอคิวซื้อสินค้าจากไอดอลที่โปรดปราน ส่วนยมทูตอย่างเขาคือ เอ่อ... พนักงานที่เดินมาเพื่อบอกในเวลาเที่ยงคืนอย่างนี้ว่า

‘ใครที่ยังไม่ได้ส่งจองผ่านออนไลน์ ต้องแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพราะสินค้าหมดสต็อกแล้ว’ 

ไม่ใช่สิ!

เขากระแอมไอก่อนจะชูกระดาษใบสมัครตำแหน่งคนทรงเจ้าของมนุษย์ผู้ได้รับสิทธิให้เข้าสัมภาษณ์เพียงหนึ่งคนต่อวันนี้พลางเพ่งสายตาอ่านโค้ดเนม

“โอจิ...ไหน คนไหนกัน นายเองเรอะ? คนทรงเจ้าโค้ดเนมโอจิ? ตามฉันมานี่ ฮิเมะรอสัมภาษณ์นายอยู่”

 

 

 

เหงื่อผุดบนดวงหน้าละมุน ไรผมเปียกชุ่มเหงื่อขับเน้นใบหน้าทรงไข่ให้ดูเรียว

ริมฝีปากเม้มเข้าหากันพยายามกลั้นไม่ให้เสียงน่าอายเล็ดรอดออกมาได้

สายตาตื่นตะลึงของคนที่เปิดประตูเข้ามานั้นทำให้รูจีบขมิบรัดแท่งอวบรูปทรงประหลาดถี่รัว

ก่อนที่ประตูประเลื่อนปิดเข้าหากัน

ชายหนุ่มยังคงนิ่งงันไปเหมือนช็อคกับภาพที่เห็นตรงหน้า

“นี่... คงไม่ใช่กองถ่ายเอวีใช่มั้ยครับ?” เสียงนั้นถามออกมาจากชายหนุ่มที่เลื่อนเปิดประตูมาเจอเจ้าของร่างเปลือยเปล่านอนถ่างขาอ้าซ่าโดยที่มีอุปกรณ์ของเครื่องบุรุษเพศหน้าตาพิลึกกึกกือขยับเข้าออกไปมา

เมื่อครู่ชายหนุ่มยกมือขึ้นมาปิดตาของตนเองก่อนจะเลื่อนปิดประตูลง

ภาพจำนั้นติดตา เมื่อครู่คนตรงหน้าของเขาตัดผมทรงฮิเมะคัต ทว่าไว้ผมยาวเพียงประบ่า หากไม่เห็นเนินอกแบนราบและความเป็นชายที่ผงาดขึ้นมา เขาก็เผลอคิดไปว่าเป็นผู้หญิงเสียอีก

คนนี้สินะที่ยมทูตเรียกว่า ฮิเมะ

หรือว่าจะเป็น เอ่อ... กลยุทธ์ทำหนังผู้ใหญ่แบบใหม่

โดนหลอกซะแล้ว!

แต่ก็ไม่น่าหรอกม้างงงงง เมื่อครู่ที่ต่อๆแถวกันอยู่มีแต่คนทรงเจ้าตัวจริงเสียงจริงทั้งนั้นนี่

“...อัญเชิญเทพอสูรออกมาสิ” ยมทูตหนุ่มโผล่มากระซิบข้างหู

“อะไรนะ—”

พอเห็นท่าที่เด๋อด๋านั้นก็อดไม่ได้ที่จะง้างประตูเปิดออกแล้วถีบมนุษย์หน้าโง่คนนั้นเข้าไปข้างในพลันงับประตูพร้อมลงอาคมปิดผนึก

“ข้างในมีคนช่วยตัวเองอยู่นะครับ! แล้วจะให้ผมเข้ามา— บ้าไปแล้ว! เฮ้!! ได้ยินรึเปล่าคุณยมทูต!?”

“นี่มันเวลาอัญเชิญเทพอสูรออกมาสิเว้ย เร็วๆเข้ามันจะเสียเวลาสัมภาษณ์ยืดเยื้อ แต่เออ ถึงต่อให้นายไม่อันเชิญเองฮิเมะก็ทำได้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง หมอนั่นเป็นคนทรงเจ้ามาก่อนเหมือนกัน”

“หา...”

โอจิกล่าวเสียงแผ่วพร้อมใบหน้าซีดเผือด เขาได้ยินเสียงเรียกมาจากคนที่กำลังสำเร็จความใคร่ตนเองกลางห้องบนเสื่อทาทามินั่น

โอโรจิซามะ...”

ใจของเขามันกระตุกวูบหนึ่งเสียจนทรุดตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น

“อย่าเรียกน่า!” เสียงทุ้มตวาดพลางยกมือขึ้นมาปิดหู

“ไม่ต้องกลั้นไว้หรอก ปล่อยออกมาเลย” เสียงจากข้างนอกห้องนั้นเอ่ย

โอโรจิซามะ...”

เขากัดฟันแน่น มือทุบประตูเลื่อนที่น่าจะบุบพังทลายได้ง่ายได้แต่มันกลับถูกอาคมของยมทูตฉาบกันเอาไว้จากภายนอก

เสียงเย้ายวนยังเพรียกหา กลิ่นกำยานคลุ้งไปทั่วห้อง แสงจากเปลวเทียนสีแดงที่จุดรอบห้องสั่นไหว

“คือผมยังไม่พร้อม ขอผมเรียกออกมาเอง— อ้า! เงียบนะ!”

“มองมาที่ข้า... โอโรจิซามะ ข้า... ปรารถนาท่านยิ่งนัก”

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาใคร่อยากจะหันไปมองร่างเปล่าเปลือยนั้นอีกครั้ง แต่ก็หักห้ามใจตนเองเอาไว้อยู่

เสียงยั่วยวนชวนให้จิตของเขาปั่นป่วน ความรู้สึกที่ราวกับถูกมวลคลื่นมหาศาลถาโถมจนกระทั่งจำลงสู่ใต้น้ำเคล้ากลิ่นสาเก มันบ่งบอกว่าเจ้าสิ่งนั้นกำลังจะออกมา

เจ้าสิ่งที่เขาเพิ่งจะตัดสินใจมาหากินกับมันทั้งที่มีติดตัวมานานนับยี่สิบสี่ปีแต่ไม่ได้สนใจใยดี เมื่อพิษของเศรษฐกิจลุกลามจนเขากลายเป็นคนที่ถูกไล่ออกจากงานประจำ

ก็เพราะคนทรงเจ้ากับล็อตเตอรี่มันเป็นของคู่กันนี่นา!

เขากะจะมาสายนี้เพื่อจะได้รวยทางลัดนะ

ไม่ได้...

ไม่ได้มาเพื่อเจออะไรแบบนี้

แบบที่...

อะไรกัน ไหนหมอนั่นมันบอกว่าเป็นงานง่ายๆไงเล่า แค่ให้เขายืมร่างชั่วครู่ ยืมไปทำอะไรก็ไม่บอก

ไม่ใช่ว่ายืมมาเพื่อ—

ชายหนุ่มกลั้นหายใจเฮือกใหญ่ เนื้อตัวร้อนรุ่มไปหมด ใบหน้าแดงซ่านไม่ต่างจากคนเมามาย ครั้นหลับตาลงเพียงชั่วครู่เท่านั้น...

....หมอนั่น มันมาแล้ว

ตาของเขาในตอนนั้นก็คงจะเปลี่ยนสีไปเป็นที่เรียบร้อย ร่างกายที่ขยับเองทำให้จิตที่ยังตื่นของเขาเพียงเสี้ยวหนึ่งพอรับรู้ได้

เขาขยับตัวจากที่นั่งคุกเข่าทุบประตูปึงปังวิงวอนช่วยให้ยมทูตบ้านั้นเปิดประตูให้กำลังลุกขึ้นยืน จากนั้นปรายตามองไปยังคนที่นอนแผ่อยู่กับพื้นเสื้อ

ฮิเมะแก้มแดงฝาด ทรงอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ เหน็ดเหนื่อยจากการเรียกขานให้สิ่งนั้นมาสถิตร่างของคนทรงปะปนไปกับความเสียวสุขสมที่ตนทะยานถึงจุดสุดยอด กลางกายเปรอะไปด้วยน้ำกามที่พุ่งออกมา ขณะที่ดวงตายั่วเย้าคู่นั้นจดจ้องมายังเขาประหนึ่งสงสัยว่ามันจริงหรือไม่

แต่ชั่วพริบตาของเงาอันบังเกิดจากแสงเทียนริบหรี่ได้สาดส่องมาทางร่างของคนทรงเจ้าหนุ่ม จากเงาของมนุษย์กลับขยับขยายกลายเป็นเงาของอสรพิษแผ่เศียรทั้งแปด

ชั่วพริบตาที่เปลวเทียนดับลงทิ้งไว้เพียงควันลอยคลุ้ง ร่างของฮิเมะถูกครอบคร่อมด้วยร่างของคนทรงเจ้าหนุ่มผู้นี้

สิ่งนั้นที่ประทับร่างของโอจิกำลังแลบลิ้นออกมาเลียแก้มนุ่มของนักปราบผี คล้ายดังพฤติกรรมการดมกลิ่นของงูด้วยการแลบลิ้น

ฮิเมะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

การเป็นอดีตคนทรงเจ้าไม่ได้หมายความว่าจะล่วงรู้ดูออกได้ว่าสิ่งที่ประทับกับคนเบื้องหน้าคืออะไรกันแน่เพราะราวกับว่า... สิ่งนั้นมาปรากฏตัวเพียงเศษเสี้ยว สัมผัสได้เจือจาง

มันขบเม้มไปตามซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นหอมที่ภูตผีปีศาจโปรดปรานนักกระตุ้นกำหนัดในกาย เสียงทุ้มเอ่ยแหบพร่ากว่าเมื่อครู่ ได้ยินแจ่มชัดที่ใบหูของฮิเมะ “อา ตัวของเจ้าก็น้อยนิดเพียงนี้เอง เจ้ารับตัวตนของข้าในร่างจริงไม่ได้หรอก”

ริมฝีปากฉ่ำนั้นขยับไถถาม มือเรียวยกขึ้นมาลูบไล้ไปตามสันกรามของดวงหน้ามนุษย์หนุ่ม “ใช่ท่านจริงหรือ... โอโรจิซามะ?”

ในยามที่ประสานสายตากันนั้น แผ่ซ่านความหื่นกระหายได้อย่างน่ารังเกียจยิ่ง “อ้าขาเสียสิ หากใคร่รู้ก็ต้องใคร่ลอง”

ความคิดเห็น