gloyjai39
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่5 ความผูกพันที่เริ่มก่อตัว(1)

ชื่อตอน : ตอนที่5 ความผูกพันที่เริ่มก่อตัว(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 58

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2563 08:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่5 ความผูกพันที่เริ่มก่อตัว(1)
แบบอักษร

ตอนที่5

ความผูกพันที่เริ่มก่อตัว(1)

 

ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้าที่ใบหน้าหวานของดินสอ เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ ธามไทกวาดสายตามองไปรอบตัวพลางคิดว่าเขาไม่ได้เข้าห้างสรรพสินค้ามานานแค่ไหนกันแล้วนะ คงจะตั้งแต่ที่ไอดินเสียละมั้งเพราะช่วงนั้นสภาพของเขาคล้ายซอมบี้เดินได้ ชีวิตดำดิ่งจมลงไปในความมืด แต่ในวันนี้เขากลับรู้สึกต่างจากทุกวันที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองเหงาตั้งแต่ที่ได้เจอกับดินสอ

"พี่ธามทานอะไรกันดีครับ น้องดินเลือกไม่ถูกเลยเนี่ย มันมีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยอะ"

"มีแต่ของน่ากินหรือน้องดินหิวกันแน่ หื้ม" พี่ธามกอดอกถามขึ้นอย่างขำๆกับท่าทางเลือกไม่ถูกของน้อง

"แฮร่ๆ ก็ทั้งสองอย่างนั้นแหละครับ"

"งั้นเราไปกินชาบูกันไหม" และก็เป็นอีกครั้งที่พี่ธามเสนอเมนูโปรดของไอดินไม่ว่าจะทำอะไรคนคนนี้ก็มีอิทธิพลอยู่ภายในใจของเขาเสมอ

"ไปครับไป ของโปรดน้องดินเลยนะเนี่ยพี่ธามเดาเก่งจัง"

"ขะ ของโปรดหรอทำไมถึงเหมือนกะ..." จู่ๆลมหายใจของเขาก็แทบขาดห้วงเมื่อน้องดินเหมือนกับไอดินไปซะทุกอย่างแบบนี้

"เหมือน? เหมือนอะไรหรอครับ"

"เอ่อ เปล่าๆไม่มีอะไรครับ"

"อะ นั้นไงร้านชาบูไปกันเถอะครับ" แม้น้องดินจะสงสัยพร้อมกับฉายแววตาที่ดูน้อยใจคนพี่ออกมาแต่ก็รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากทำให้เขาต้องรู้สึกอึดอัด

"หึครับๆ น้องดินอย่าวิ่ง!!!"

"อะ โอ้ย!!!" เขายังพูดไม่ทันขาดคำคนตัวเล็กที่ออกตัววิ่งก็ล้มพับลงไปที่พื้น

"เจ็บไหม พี่บอกแล้วว่าอย่าวิ่งทำไมน้องดื้อ!!!" คนพี่รีบวิ่งมาดูคนที่นั่งจุมปุ๊กบนพื้นหน้าร้านชาบูแล้วดุขึ้นเสียงเข้ม

"ขะ ขอโทษครับ" คนเพิ่งเคยโดนดุรีบก้มหน้างุดหลบซ่อนน้ำตาที่กำลังเอ่อคลอ

"เฮ้อ ฮึบ" เขาถอนหายใจเบาๆก่อนจะอุ้มน้องดินในท่าเจ้าสาวแล้วเดินเข้าไปในร้านชาบู

ดินสอที่กำลังตกใจกับการกระทำแสนอุกอาจนี้ ก็พยายามดิ้นเพื่อให้ธามไทปล่อยตัวเองลงจากอ้อมแขนแกร่ง แต่คนที่กำลังน้อยใจอยู่กับไร้ซึ่งเสียงพูดอย่างเคยทำเพียงดิ้นเป็นการประท้วงเท่านั้น แต่มีหรือคนอย่างพี่ธามจะยอมปล่อยง่ายๆยิ่งเห็นหน้าบูดบึ้งก็ยิ่งอยากแกล้ง ธามไทวางน้องลงบนเก้าอี้ภายในร้านแล้วนั่งจ้องหน้าคนดื้อเงียบๆโดยไม่พูดอะไรสักคำเช่นกัน

...หึไอ้เด็กดื้อ...

ธามไทนั่งย่างหมูทานไปเงียบๆโดยไม่สนใจคนตัวเล็กที่อมลมไว้จนแก้มป่องอย่างงอนๆ เขาไม่ได้โกรธหรือไม่พอใจอะไรน้อง แต่แค่เห็นหน้าแล้วอยากแกล้งให้คนดื้อได้คิดบ้างกลับสิ่งที่เขาเพิ่งดุไป คนงอนปลายตามามองเขาเป็นพักๆ พอเห็นว่าเขานั่งทานโดยไม่สนใจก็สะบัดหน้าหนีจนคอแทบเคล็ด

"อื้อหือหมูชิ้นนี้นุ่มจังแถมน้ำจิ้มก็เด็ดด้วย" พี่ธามที่นึกสนุกก็พูดยั่วน้ำลายของคนที่กำลังหิว

"......" คนนั่งฝั่งตรงข้ามทำทีมองด้วยหางตาแล้วสะบัดหน้าหนีเช่นเคย

"เดี๋ยวทานชาบูเสร็จไปทานไอศครีมต่อดีกว่า เสียดายเนอะคงต้องไปทานคนเดียวซะแล้ว"

"เหอะ งั้นก็ไปทานคนเดียวละกันน้องดินขอตัว"

ดินสอดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้กำลังจะก้าวขาออกไปจากบริเวณนี้ แต่ธามไทที่ไวกว่ารีบคว้าข้อมือเล็กไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ ตอนนี้ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกไหมที่เงียบใส่น้องแทนทีจะหันหน้าคุยกับน้องดีๆ เพราะก่อนน้องจะลุกออกไปก็เห็นนัยน์ตาที่เริ่มแดงๆคล้ายจะร้องไห้แบบนั้น

"ดินสออย่ามาดื้อกับพี่นะ"

"อึก ใช่สิดินสอมันดื้อไม่น่ารักแบบพี่ไอดินหรอก ตั้งแต่รู้จักกับพี่ดินสอก็เห็นแต่พี่เรียกหาแต่เขา"

"ไปกันใหญ่แล้วนะ หันหน้ามาคุยกันดีๆก่อน"

"......" น้องดินยังคงยืนหันหลังให้เขา

"น้องครับ มานั่งที่ก่อนเรามาคุยกันดีๆนะ" และเพียงแค่พี่ธามดึงคนตัวเล็กให้หันหน้ากลับมาเขาก็ต้องชะงัก

"ฮึก อึก" เมื่อน้องดินกำลังกัดปากกลั้นเสียงสะอื้นอยู่ในลำคอ

"น้องครับ ร้องไห้ทำไมพี่ทำอะไรผิดครับ"

ดินสอก็ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไรดี เมื่อตัวเองก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าตอนนี้เป็นอะไรเพียงแต่ความรู้สึกหนึ่งมันชัดเจนคือความน้อยใจที่มันเอ่อล้นออกมาจนต้องร้องไห้ ดินสอก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนี้ทั้งๆที่เราทั้งสองเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเรานั้นรู้จักกันมานานและดินสอก็แปลกใจที่สุดว่าทำไมตัวเองต้องน้อยใจเสียใจที่เห็นคนพี่มองเขาเป็นตัวแทนของไอดินตลอดเวลาแบบนี้

"น้อง น้องดินไม่รู้ ไม่รู้" มือหนายกขึ้นเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มใสเบาๆ

"ถ้าการที่น้องร้องไห้ สาเหตุมันเพราะพี่ พี่ก็ต้องขอโทษนะครับแล้วที่พี่ดุตอนวิ่งก็เพราะกลัวน้องจะล้มแค่นั้นเอง อย่าร้องไห้เลยนะเรามาเที่ยวกันทั้งทีต้องมีความสุขสิ"

"น้อง น้องขอโทษเข้าใจแล้วครับ" น้องดินคิดตามที่พี่ธามพูดมันจริงทุกอย่าง แม้จะยังหลงเหลือความน้อยใจในเรื่องไอดินอยู่บ้างแต่เมื่อมาย้อนคิดดีๆเราทั้งสองเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานเขาก็ไม่ควรทำตัวไม่น่ารักใส่คนพี่แบบนี้สิ

"มาทานกันต่อดีกว่า อย่าคิดมากเลยนะครับ"

"ทานกันต่ออะไรเล่า พี่ธามนั่งทานคนเดียวต่างหาก"

"อ้าวหรอฮ่าๆ มาๆ ลองชิมอันนี้สิอร่อยนะ"

แม้จะยังขุ่นเคืองใจแต่ดินสอก็รีบสะบัดความคิดพวกนี้ทิ้งไป เพราะพยายามหาเหตุผลมาลบล้างกับสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็นไม่ได้สักข้อ ดังนั้นเขาก็ไม่ควรทำตัวน่ารำคาญกับคนที่เพิ่งรู้จักกันแบบนี้สิ

...ไม่น่ารักเลย...

มื้ออาหารช่วงสายๆหรือเกือบเที่ยงได้ผ่านพ้นไป ธามไทก็พาคนน้องมาทานไอศครีมที่เจ้าตัวเขาบอกว่าเป็นของโปรด เขาก็แยกไม่ออกเหมือนกันระหว่างของโปรดหรือกระเพราะน้อยๆนี้ยังไม่อิ่มกันแน่ ในเมื่อน้องดินเห็นอะไรก็บอกเป็นของโปรดไปซะทุกอย่าง เขานั่งมองแก้มป่องที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ ดูท่าคงจะอร่อยมากๆ เพราะทานจนเกลี้ยงภายในเวลาแค่แปบเดียว

จากนั้นก็ต่อด้วยชาเขียวมัจฉะปั่นและพอรับแก้วชามาถือไว้ในมือก็สั่งเค้กสตรอว์เบอร์รี่มาอีกสองชิ้น แถมยังหวังดีสั่งทอฟฟี่เค้กมาเผื่อเขาอีกหนึ่งชิ้น ดินสอยกแก้วชาเชียวปั่นขึ้นมาดูดจนแก้มตอบระหว่างที่กำลังเดินกลับมาหาธามไทที่โต๊ะภายในร้าน

"อร่อยขนาดนั้นเชียว" พี่ธามเลิกคิ้วเป็นเชิงถามน้อง

"อร่อยๆ พี่ธามลองชิมดูสิครับ อะ" น้องดินยืนแก้วชาเขียวปั่นในมือไปตรงหน้าพี่ธาม

"พี่ไม่ชอบกินหวาน แต่จะลองชิมดูก็ได้" พี่ธามรู้ว่าน้องก็ชวนไปแบบนั้นแหละคงไม่คิดว่าเขาจะชิมจริงๆหรอก

"อื้อก็อร่อยดีนะ" คนพี่กลืนความหวานของมัจฉะลงคอแม้จะฝืนๆไปบ้างเพราะไม่ชอบทานหวานแต่ด้วยความที่อยากแกล้งก็เลยทำทีดูดมันไม่หยุด

"พี่ธามอะ ไปสั่งเอาใหม่เลยนะดูดของน้องดินจะหมดแก้วเเล้วเนี่ย ชิ"

"ฮ่าๆ พี่ว่าแล้วเชียวน้องดินต้องขี้หวงแน่ๆ ดูสิแก้มจะแตกแล้วนั่น"

"โอ้ยๆ อย่ามาดึงแก้มน้องนะ หึ้ย" พี่ธามที่เห็นแก้มป่องๆก็อดที่จะยื่นมือไปดึงเล่นไม่ได้

ทั้งชาเขียวมัขฉะปั่นและเค้กหมดลงไปภายในเวลาแค่แปบเดียวเท่านั้น ธามไทนั่งอมยิ้มมองดินสอทานตุ้ยๆไม่หยุดแม้แต่ทอฟฟี่ของเขาที่ถูกน้องแย่งไปต่อหน้าต่อตา โดยให้เหตุผลว่าอย่าทานเยอะเลยครับความหวานมันไม่ดีต่อสุขภาพ

...เอาที่น้องดินสบายใจเลยครับ...

การทานขนมล่วงเลยมาถึงช่วงเที่ยงกว่าๆธามไทจึงพาคนตัวเล็กมาเดินซื้อของใช้เพราะคงอีกนานกว่าจะได้เข้าเมืองอีกครั้ง ดินสอที่มีกำหนดมาอยู่ที่นี่เพียงสามเดือนเท่านั้นก็ซื้อของตุนไปเยอะพอสมควร...ธามไทหมายถึงของกินน่ะนะ ไม่ใช่ของใช้หรือเวชสำอางค์แบบของเขาบางครั้งก็อยากจะถามเหมือนกันว่าที่ทานไปเนี่ยยัดไว้ตรงไหนหมดหรือน้องจะแอบไว้ที่กระพุ้งแก้มกันนะ

...ไอ้แก้มป่องเอ้ย...

ขนมทุกห่อของทุกอย่างในวันนี้ธามไทเป็นคนจ่ายให้ทั้งหมดเพราะดินสอนั้นลืมเอากระเป๋าสตางค์มา น้องจึงขอร้องพร้อมทำตาปริบๆบอกให้เขาจ่ายเงินไปก่อนแล้วเดี๋ยวจะคืนให้ แต่ทว่าเหตุผลหลักๆก็คือ...พี่ธามทำงานแล้วมีเงินเยอะเป็นถึงเจ้าของโรงพยาบาลจะจ่ายให้น้องดินฟรีๆยังได้เลยเนอะ เนี่ยน้องดินเกรงใจจะแย่จริงๆนะครับพร้อมหันมาทำหน้าตาอ้อนๆส่งสายตาเว้าวอนมาให้จนเขาแทบหลุดขำ

...ครับ เกรงใจมากครับน้องดิน...

กว่าที่ทั้งสองคนจะเดินเลือกซื้อของกันเสร็จก็ปาเข้าไปถึงช่วงเย็นของวัน ธามไทเดินถือของพะรุงพะรังกลับไปที่รถรวมถึงของดินสอด้วย ส่วนเจ้าเด็กแก้มป่องนั้นก็เดินตัวปลิวนำหน้าเขาไปสองมือถือขนมกินอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่คิดจะหันมาสนกันเลย

"รสนี้อร่อยจัง อันนี้ก็อร่อย" พี่ธามมองดูน้องแกะเยลลี่รสนั้นรสนี้เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

"หึ เจ้าอ้วนไม่คิดจะช่วยพี่เลยนะ"

"ว่าใครอ้วนมิทราบ แบบน้องดินเค้าเรียกว่าอวบๆเถอะ" แขนเล็กของน้องวาดขึ้นมากอดอกแล้วทำหน้ามุ่ย

"อ้อ หรอ" พี่ธามรากเสียงยาวที่ละคำพร้อมทำหน้าตาทะเล้นใส่น้อง

"ชิ ไม่คุยด้วยแล้วเปิดรถเดี๋ยวนี้เลยน้องดินร้อน"

"ครับคุณชาย"

ธามไทมองดูคนน้องที่ตามกรอบหน้ามีแต่เม็ดเหงื่อเต็มไปหมด เขาจึงรีบกดปลดล็อครถแล้วสาร์ททันทีผิวขาวๆ บริเวณแก้มใสตอนนี้เริ่มแดงระเรื่ออย่างน่ารัก คนขี้ร้อนขึ้นมานั่งก่อนจะลดองศาเครื่องปรับอากาศภายในรถให้ต่ำสุด มือเล็กก็เสยผมหน้าม้าขึ้นลวกๆเผยให้เห็นหน้านวลที่ตอนนี้ดูน่ารักกว่าทุกวัน

"นี่เราจะกลับกันเลยหรอครับพี่ธาม"

"อื้ม อยากไปไหนอีกหรือเปล่าล่ะ"

"อือ อยากไปถนนคนเดินครับเห็นในรีวิวบอกของกินเยอะ"

"หึๆ ไม่พ้นเรื่องกินจริงๆ นะเราน่ะเอาไปยัดไว้ตรงไหนหมด พี่ไม่เห็นเราจะอ้วนเลย"

"เหอะ ทีเมื่อกี้ยังบอกน้องอ้วนอยู่เลย" น้องดินพูดด้วยความไม่สบอารมรมณ์แล้วมองคนพี่ตาเขม่ง

"ฮ่าๆ ขี้งอนจังนะเราพี่แค่พูดเล่นเฉยๆ เองครับ" พี่ธามไม่พูดเปล่าเขายกมือหนาไปวางบนศีรษะเล็กแล้วโยกไปมาเบาๆด้วยความเอ็นดู

"หึ้ย ผมน้องดินเสียทรงหมดเลยอะ" คนโดนแกล้งทำหน้ามุ่ยแล้วรีบปัดผมให้กลับเป็นทรงเดิม

"ก็เรามันน่าแกล้งหนิ" พอได้ฟังดังนั้นน้องดินก็ทำปากยื่นปากยาวใส่คนพี่แล้วสะบัดหน้าหนีเขา

กว่าที่ธามไทจะขับรถมาถึงถนนคนเดินก็ล่วงเลยเข้าไปช่วงใกล้ค่ำ ดินสอที่เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกดูจะตื่นตาตื่นใจไม่น้อย นัยน์ตาของน้องแพรวพราวเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ สายตาก็กวาดมองไปรอบๆอย่างสำรวจแต่สำหรับธามไทนั้นคิดว่าน้องคงมองหาของกินเสียมากกว่า

...เจ้าเด็กอ้วน...

มันผิดไปจากที่คิดซะที่ไหนกันละ เมื่อคนตัวเล็กที่ไม่ได้สนใจเขาเลยนั้นเดินริ้วๆ เข้าไปหาร้านขนมโบราณที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาต้องเดินเบียดกับผู้คนเข้าไปหาน้องที่ยืนรอขนมตามที่สั่ง ตอนนี้ธามไทก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังหงุดหงิดอย่างมากเพราะไม่ค่อยชอบไปไหนมาไหนในที่ที่มีคนพลุกพล่านขนาดนี้

"โอ้โห อร่อยมากเลยอะพี่ธามชิมนี้สิครับน้องดินว่ารสชาติมันดีมากเลย" แต่พอเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของน้องดินมันก็พอจะทำให้พี่ธามคลายอารมณ์หงุดหงิดลงไปได้บ้าง

"น้องดินทานเถอะ พี่ไม่ค่อยถนัดทานของหวาน"

"นิดนึงนะครับ อ้าปากเร็ว" มือเล็กยื่นขนมมาจ่อที่ปากของเขาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

"อืม ก็อร่อยดีนะ" แล้วแบบนี้เขาจะปฎิเสธอีกก็คงจะเสียน้ำใจน้องเกินไปหน่อยละมั้ง

"อะ ไปร้านนั้นกันครับ ร้านนี้ด้วย"

ดินสอดึงแขนของเขาเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ แถมป้อนขนมเข้าปากเขาไม่หยุดจนคนที่ไม่ทานหวานแบบเขารู้สึกจะเอียนๆ ขึ้นมาซะแล้ว แต่ทว่าตลอดการเดินชิมของอร่อยดินสอก็มีรอยยิ้มประดับใบหน้าไม่ขาดหาย จนเขาที่เห็นแบบนั้นก็อดจ้องมองทุกการเคลื่อนไหวของน้องไม่ได้ แม้จะไม่ชอบความหวานของขนมแต่ก็ยอมอ้าปากรับทุกอย่างที่ดินสอป้อนให้เพียงเพราะอยากเห็นรอยยิ้มหวานแบบนี้อีกสักหน่อย

พอชิมของหวานจนอิ่มแทนอาหารมื้อหลัก ดินสอก็รากธามไทเดินไปในโซนของแฮนด์เมด สายตาไปสะดุดเข้ากับนาฬิกาเรือนหนึ่งที่ทั้งร้านมีแค่อย่างละแบบเท่านั้นไม่มีทำลายซ้ำกันเลยสักอัน มือเล็กเอื้อมไปหยิบมาหนึ่งเรือนแล้วดึงมือหนาขึ้นมาทาบนาฬิกาลงไป สายของมันเป็นหนังสีดำถักเมื่อมาอยู่บนข้อมือหนามันดูเหมาะกับเขามากๆเลยล่ะ

"เอาเรือนนี้ครับ เท่าไหร่ครับ"

"300จ้าพ่อหนุ่มซื้อให้แฟนเหรอดูสิยืนอมยิ้มใหญ่เลย" ดินสอหันไปดูตามคำบอกของป้าเจ้าของร้าน

"เอ่อ มะไม่" แล้วหันกลับมาตอบปฎิเสธอย่างเลิ่กลั่ก

"โถไม่ต้องเขินหรอกจ้า ป้าเห็นแบบนี้จนชินแล้ว" ป้าโบกมือโบกไม้ไปมาประกอบคำพูดก่อนจะยื่นถุงนาฬิกาให้น้องดิน

"นี่เงินครับ แล้วผมกับพี่คนนี้กะ" ยังไม่ทันที่ดินสอจะได้พูดอย่างใจคิดพี่ธามก็รีบดึงน้องออกมาจากร้านเสียก่อน โดยดินสอก็เดินตามการจูงมาอย่างไม่อิดออดแม้จะทำหน้างงอยู่บ้างก็ตาม

ระหว่างทางเดินกลับไปที่ลานจอดรถเม็ดฝนก็เริ่มโปรยปรายลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ธามไทจึงรีบพาน้องวิ่งฝ่าเม็ดฝนตรงไปยังศาลาข้างหน้าที่เห็นว่าอยู่ไม่ไกล เสียงเซ็งแซ้ของพ่อค้าแม่ค้าดังให้จ้าระหวันก่อนจะวิ่งวุ่นเก็บข้างของที่กำลังค้าขาย และกว่าที่ธามไทกับดินสอจะมาถึงศาลาก็เปียกปอนเหมือนลูกแมวตกน้ำ

เสื้อสีขาวสะอาดที่อยู่บนตัวดินสอแนบลู่ไปกับตัวขาวจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนผู้ชายที่อยู๋ภายในศาลาจ้องมองเขาจนดินสอก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา ธามไทมองการกระทำที่ดูคุกคามทางสายตาของผู้คนภายในศาลา ก่อนจะถอดเสื้อยีนส์ของตัวเองยื่นไปให้ดินสอ

"อะ เอาเสื้อของพี่ไปใส่ไว้สิ"

"แล้วพี่ธามจะไม่หนาวเหรอครับ" พี่ธามไม่ตอบคำถามแต่กลับขยับตัวเข้าไปคลุมเสื้อยีนส์ทางด้านหน้าให้น้องแทน

"ขะ ขอบคุณครับ" ก็ไม่รู้ว่ากลัวน้องจะหนาวหรือไม่อยากให้ใครมองน้องกันแน่

"มายืนตรงนี้เร็ว" เขายืนหันหลงออกไปข้างนอกพร้อมกับดึงน้องดินเข้ามาหาตัว

ฝนที่ตกลงมาอย่างโหมกระหน่ำสาดเข้ามาภายในศาลาจนเหมือนว่ามันไม่ใช่ที่หลบฝนเสียแล้ว ธามไทเบี่ยงตัวอีกเล็กน้อย แล้วดึงน้องเข้ามาซุกในอ้อมกอดแสนอบอุ่นเพื่อไม่ให้น้องเปียกไปมากกว่านี้ คนโดนดึงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวดิ้นดุ๊กดิ๊กในอ้อมกอด แต่เพียงไม่นานก็ยอมยืนนิ่งๆหลบเสียงฟ้าร้องคำรามกับเม็ดฝนที่สาดเข้ามาในอ้อมกอดของคนพี่

...ตึก ตึก ตึก...

มือเล็กยกขึ้นมากุมที่อกของตัวเอง ตอนนี้หัวใจดวงน้อยมันพองฟูแถมเต้นโครมครามแข่งกับฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ ที่แปลกไปกว่านั้นคือเขากลับคุ้นเคยอ้อมกอดอบอุ่นนี้ของธามไทเหมือนเคยสัมผัสมาเนินนาน พยายามนึกเท่าไหร่ก็กลับนึกไม่ออกเสียที...เพราะอะไรกันนะ

"ฝนเริ่มเบาแล้วพี่ว่าเรารีบไปที่ลาจอดรถกันเถอะ น้องดินวิ่งไหวไหม"

"ไหวครับ พี่ธามเอาเสื้อคืนไปเลยครับเดี๋ยวไม่สบาย"

"ไม่ต้องคืนน้องดินใส่ไปเถอะตัวเองนั้นแหละจะไม่สบาย"

"ก็ได้ครับ งั้นเราไปกันเถอะ"

กว่าที่ทั้งสองคนจะวิ่งมาถึงรถก็เปียกปอนจนหนาวสั่น ธามไทเอื้อมมือไปหยิบเสื้อยืดตัวโคร่งที่เบาะหลังมายื้นให้น้องดินสวมทับเสื้อตัวเดิมที่เปียกแค่เพียงเล็กน้อยเพราะกลัวคนน้องจะไม่สบาย การกระทำที่เอาแต่ห่วงดินสอทำให้น้องต้องขมวดคิ้วไม่พอใจที่คนพี่เสียสละให้ตัวเองทุกอย่างแบบนี้

"แล้วพี่ธามจะเอาเสื้อที่ไหนเปลี่ยนละครับ เสื้อตัวในของน้องดินก็ไม่ได้เปียกอะไรมาก พี่ธามเอาเสื้อคืนไปเลยนะ"

"พี่ไม่เป็นไรน้องดินใส่ไว้เถอะ แค่ถอดออกแค่เนี่ยก็หายหนาวแล้ว" พี่ธามถอดเสื้อที่เปียกอยู่ออกแล้วโยนมันไว้ที่เบาะหลัง

"เห้ย! พี่ถอดเสื้อทำไมเนี่ย" น้องดินร้องขึ้นอย่างตกใจ

"อ้าวก็พอตัวแห้งจะได้ไม่หนาวไงครับ"

"ชิ! ครั้งนี้น้องดินยอมให้ก็ได้ แต่เอ๊ะนั่นมัน..." น้องดินมองรอยสักตรงอกด้านซ้ายของเขาไม่วางตา

"นะ นี่มันชื่อของ..." มือเล็กยื่นไปลูบรอยสักนั้นพลางคิดทบทวนว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อรหรือเปล่า

"ชื่อของไอดินน่ะกีรติ" ชื่อตัวเขียนภาษาอังกฤษนี้มันเหมือนกับ...

ดินสอคิ้วเริ่มขมวดเมื่อตัวเองพยายามคิดเท่าไหร่กับคิดไม่ออกเสียทีจนสายตาที่กำลังจ้องมองรอยสักเริ่มลาย พร้อมกับอาการปวดหัวตุบๆจนต้องเอามือกุมศีรษะเล็กไว้

...ปวด ปวดหัว...

"น้องดินเป็นอะไร น้องดิน" พี่ธามรีบจับมือเล็กออกแล้วสอบถามอาการทันที

"ปะ ปวดหัวครับปวดมากเลย"

"งั้นน้องนอนพัักก่อนนะ ถ้าถึงหมูบ้านแล้วพี่จะปลุก"

"ก็ได้ครับ"

ความคิดเห็น