ทัณฑ์พฤษาสีขาว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กลั่นแกล้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2563 14:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กลั่นแกล้ง
แบบอักษร

เธอพยักหน้าเบาและเดินลงมาจากรถตู้คันสีดำพลางมองไปรอบๆไร่ และเอ่ยกับลุงบุญมาว่า

 

" ที่นี่อากาศดีจังเลยนะค่ะ เย็นกำลังดีเลยอากาศน่านอนมาก "

 

" ใช่แล้วครับ ที่นี่หนาวตลอดทั้งปีไม่เกินต้นเดือนหน้าอากาศก็คงจะเพิ่มขึ้นมาอีกไม่น้อยเลย "

 

" อย่างงี้พวกคนงานไม่หนาวกันแย่หรอค่ะ ยิ่งอากาศเย็นยิ่งเสี่ยงเป็นหวัดได้ง่าย เผลอๆอาจจะเป็นพวกไข้ป่าด้วย "

 

" ไม่ต้องห่วงหรอครับที่นี้มีหมอประจำ ไม่สบายเมื่อไหร่ก็ไปหาหมอได้ ถึงแล้วหล่ะครับคุณตุลย์น่าจะกำลังอาบน้ำอยู่เดี๋ยวผมจะไปเรียกให้ "

 

" ไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยให้เขาทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนก็ได้เดี๋ยวหนูรอให้เขาออกมาเองดีกว่า "

 

ถ้าไม่พูดแบบนี้เธอก็พลาดโอกาสที่จะได้พบเขาหน่ะสิ ถ้าเกิดลุงมาไปบอกเขาอาจจะหนีเธอไปก็ได้ผู้ชายคนนี้ยิ่งไว้ใจไม่ได้อยู่

 

" งั้นผมไปก่อนนะครับมีอะไรก็เรียกได้เลยผมอยู่ไม่มากนัก "

 

" รบกวนด้วยนะค่ะ "

 

ลุงบุญมาเพิ่งจะเดินออกไปไม่ไกล อยู่ๆก็มีเสียงแข็งเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลัง เธอหันไปพร้อมกับมองเขาอย่างขุ่นคิด ในขนาดที่เขานั้นกำลังจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่โดยที่ยังไม่เห็นเธอที่กำลังยืนจ้องมองเขาอยู่

 

" ใครมาหรอครับลุงมา "

เมื่อเขาเอ่ยถามแต่ไม่มีเสียงตอบรับเขาจึงละจากการจัดเสื้อผ้าขึ้นมามองเธอ เขาถึงกับอ้างปากค้าง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า

 

" นี่ นี่ เธอ เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง "

 

" นี่คุณ ทำไมต้องทำท่าทางแบบนั้นด้วย "

 

เธอตอบเขากลับเสียงใส เขาทำคล้ายกับว่าเธอเป็นผีสางนางไม้ที่อยู่ๆก็ผุดดินขึ้นมาหรือย่างไร

 

" ทำยังไง ทำแล้วคุณจะทำไม ใครจะไปคิดว่าคนอย่างคุณจะตามผมมาถึงที่นี่ "

 

" นี่คุณ ถ้าคุณยอมรับนัดฉันตั้งแต่เมื่อวานซืนฉันก็คงไม่หน้าด้านตามคุณมาหรอก มันทั้งไม่มีประโยชน์และเสียเวลาอีกอย่างไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันจะโดนประจานยังไงบ้างที่อยู่ๆก็ตามคู่หมั้นตัวเองมาโดยที่เขาไม่ได้ชวน รู้ถึงไหนอับอายถึงนั่นเผลอๆฉันจะมองหน้าหนุ่มๆของฉันไม่ติดด้วยซ้ำ คุณนี่มันตัวซวยชัดๆ "

 

" หนุ่ม ๆ ของคุณหรอ เท่าที่ผมเห็นผ่านๆไม่มีหนุ่มๆคนไหนทนคุณได้เลยนิ เอ๊ะไม่สิคุณตางหากที่เป็นคนไล่ตะเพิดพวกนั้นไปเสียหมด "

 

" นี่ พูดให้มันดีๆนะ "

 

เธอชี้หน้าด่าทอเขาอย่างอดไม่ได้แต่เขากลับเดินหนีไปอย่างไม่แยแส

 

" จะไปไหน คุณกลับมาเดี๋ยวนี้นะฉันยังพูดกับคุณไม่จบเลย คุณตุลา คุณตุลา "

 

เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ทิ้งอย่างเสียดายสุดท้ายเธอก็ปล่อยเขาหลุดมือไปจนได้ แต่ก็เอาเถอะยังมีเวลาอีกมากมายให้เขาเป็นฝ่ายหนีเธอเป็นฝ่ายล่ามันก็สนุกดีเหมือนกัน

 

" หนูพักที่นี่หรอค่ะ "

 

เธอมองบ้านไม้หลังเก่าคล้ายว่ามันจะพังไม่พังก็ไม่ปานอย่างอึ้งๆนี่เธอกำลังโดนเขาแกล้งชัดๆ แต่มันก็พออยู่ได้ปัดๆกวาดๆนิดหน่อยก็ถือว่าบ้านหลังนี้มันสวยมากทีเดียว ใจเธอคิดเช่นนั้นแต่ก็ไม่คร้านที่จะถือโทษโกรธเขาด้วยให้อยู่บ้านแบบนี้มันไม่ใช่ปัญหาที่ร้ายแรงสำหรับเธอแต่ที่เธอโกรธก็คือ บริเวณบ้านมันล้อมลอบไปด้วยทุ่งหญ้าที่ยังไม่ได้ถากทอนและมันก็อยู่ไกลจากตัวบ้านที่พวกคนงานและก็ตัวเขาเองอยู่มาก เหมือนกับว่าเขาจงใจปล่อยเธอให้อยู่ตามเวณตามกรรมตามมีตามเกิด

 

" ทำไมเธออยู่ไม่ได้หรอ "

 

ไม่รู้ว่าเขาเดินเข้ามาอยู่ข้างหลังเธอตอนไหน รู้ตัวเองอีกทีก็ตอนที่เขาถามเธอด้วยความท้าทาย

 

" อยู่ไม่ได้ เธอก็ควรจะรีบกลับกรุงเทพไปซะ อย่ามาเสียเวลาคนอื่นที่เขาจะต้องมาบริการเธอ "

 

ลูกปรางยกยิ้ม

 

" อยู่ได้สิค่ะ บ้านสวยขนาดนี้ บรรยากาศก็น่าทึ่งมาก ตอนกลางคืนคงจะหลับสบายอย่างไม่น่าเชื่อ "

 

" เธอแน่ใจหรอว่าทุกอย่าง มันดี "

 

" แน่ใจสิ ถ้าไม่เชื่อคืนนี้คุณจะนอนด้วยกันก็ได้นะฉันยินดี แต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวคุณจะทำให้บรรยากาศที่ครึกครื้นกลายเป็นป่าช้าเสียภาพลักษณ์เปล่าๆ "

 

" เธอพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง "

 

" อะไร คุณหนะกลับไปได้แล้วเสียเวลาของฉันหมด คนจะรีบไปทำความสะอาดบ้าน รีบๆกลับไปเลยไป "

 

เธอโบกไม้โบกมือไล่เขาอย่างลำคาน แล้วเดินเข้าบ้านไป

 

" คอยดูเถอะฉันจะทำให้เธอหนีหัวกระเจิงกลับกรุงเทพเลย "

 

ตกเย็น เธอรอแล้วรอเหล่าพวกอุปกรณ์ปัดกวาดก็ยังไม่มา จนเธอสงสัยนี่ก็ใกล้มืดไปทุกทีแล้วไฟก็เปิดไม่ติดเนื่องจากเป็นบ้านที่ไม่มีคนอยู่มานาน มีเพียงเทียนไขเล็กๆตามจุดต่างๆบริเวณรอบบ้าน เธอไม่กล้าจุดเพราะสภาพบ้านไม่เอื้ออำนวย

 

" ทำไมยังไม่มาอีกนะ "

 

เธอก้มลงมองนาฬิกาทีแล้วทีเล่าจนเวลาล่วงเลยมาจนถึง 21:48 ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนต้องมนต์เมฆกลายเป็นสีดำสนิทจนไม่เห็นหมู่ดาว ทั้งอากาศยังหนาวเย็นเธอถึงกับสั่นเมื่อมีลมพัดผ่านร่างกายในใจกำลังพูดให้ความหวังตัวเองว่า “ คงอีกสักพักกว่าอุปกรณ์ทำความสะอาดจะมาถึงฝนฟ้าอากาศเป็นเช่นนี้มันทำให้เดินทางลำบากเลยช้าไปซักหน่อย “ เธอกอดอกตัวเองแน่นเพื่อทำความอบอุ่นให้แก่ร่างกายตัวเอง ปากบางเล็กๆไม่มีเรียงแรงจะขยับ เธอเหมือนคนแข็งตายทั้งเป็นไม่นานฝนก็กระหน่ำตกลงมาจนเธอต้องรีบวิ่งเข้าไปภายในบ้าน โดยที่ไม่ทันระวังเธอเกิดสะดุดขาโต๊ะที่ตั้งอยู่หน้าประตูจนล้มหัวฟาดพื้น ด้วยความที่ภายในบ้านนั้นมืดสนิทจนทำให้เธอมองไม่เห็น มือข้างหนึ่งที่ยังพอมีแรงเลื่อนมากุมที่ศีรษะเธอสัมผัสได้ว่ามีของเหลวไหลเป็นทางยาวตั้งแต่ศีรษะลงมาจนถึงบริเวณลำคอ กระนั้นเองสติเธอก็ดับวูบไป

 

อีกด้านหนึ่ง

 

มีชายร่างสูงกำลังกอดฟัดกับสาวสวยที่เขาหิ้วมาจากตัวเมือง ภายในใจไม่ได้นึกถึงใครบางคนที่กำลังลำบาก และกำลังฝืนสู้กับความตายอย่างนึกไม่ถึง เขาเป็นคนสั่งห้ามให้ใครก็ตามที่คิดจะช่วยหญิงสาวปัดกวาดทำความสะอาดหรือโยกยกอุปกรณ์ไปให้ จะต้องโดนลงโทษซึ่งคนงานพวกนั้นก็ทำเหมือนกับหุ่นปั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หรือคิดจะไปหาเธอแม้แต่ก้าวเดียว เพราะคำสั่งที่แสนจะเคร่งครัดและเอาจริงเอาจังของผู้เป็นนาย อยู่ๆฝนก็กระหน่ำตกลงมาอย่างแรงจนเขาเองนึกเป็นห่วงหญิงสาวขึ้นมาบ้าง เขาคว้าเสื้อยืดที่หล่นกองอยู่กับพื้นขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ พร้อมกับหยิบร่มคันขนาดกลางขึ้นมากางแล้วเดินไปหาเธอ ไม่นานเขาก็มาถึง หยุดอยู่หน้าประตู

 

" นี่เธอกลัวบ้านไฟไหม้จนไม่กล้าจะจุดเทียนเลยหรอ "

 

เขาเอ่ยพลางยกยิ้มให้กับความคิดเป็นเด็กของเธอ ต่อให้จุดเทียนรอบบ้านจนมันไม่มีที่จะให้วางเทียน บ้านหลังนี้ก็ไม่มีวันไหม้หรอกเพราะมันเป็นบ้านที่เขาออกแบบอยู่เองและก็ตกแต่งเองด้วย ตอนนั้นเขาอาศัยอยู่ที่นี่เพราะมันเป็นพื้นที่ที่แสนจะสงบ เขาใช้มันเป็นที่ทำงานและเป็นที่หลบภัยจากมารดา จนกระทั่งพ่อของเขาเสียชีวิตบ้านหลังนี้จึงไม่มีใครอยู่แล้วปล่อยให้มันรกล้างแต่ภายในก็ไม่ได้เลอะเทอะอะไรมามีเพียงเศษฝุ่นที่หนาเป็นกองเท่านั้นเอง

ความคิดเห็น