Storytellers
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักร Storytellers ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 27

ชื่อตอน : Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 27

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 681

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2563 03:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 27
แบบอักษร

Phantom ร้ายก็รัก ตอนที่ 27 

 

“อื้อ!” ผมเบิกตาโพลงพลางกะพริบปริบๆ เมื่อจู่ๆ พี่ดินก็จู่โจมบดจูบลงมาที่ริมฝีปากที่ผมกำลังขบเม้มเล่น สองมือของเขาโอบประคองใบหน้าของผมเอาไว้แน่นไม่ให้ขยับเขยื้อนได้เมื่อผมพยายามผลักไสเขาออกห่าง 

ริมฝีปากอุ่นร้อนบดขยี้ริมฝีปากผมที่ปิดแน่นเพื่อบังคับให้ผมเผยอปากรับเรียวลิ้นร้อนที่พยายามจะสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของผม 

“อื้อ…” ผมขบเม้มริมฝีปากไว้ได้เพียงไม่นานก็ต้องยอมเปิดปากให้ลิ้นร้อนสอดเข้ามาตวัดรัดรึงกับลิ้นของผมเพราะมือที่เคยโอบประคองสองแก้มของผมได้เลื่อนลงไปบีบขยำที่ก้นนิ่มๆ ของผมแทน 

ผมตกใจกับการกระทำจาบจ้วงของเขามากพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ผมก็สู้แรงมือกับรสจูบของพี่เขาไม่ไหวสุดท้ายผมก็พ่ายแพ้ตอบจูบกลับไปอย่างยากจะหักห้ามใจได้ 

ก็จูบของพี่ดินมันหวานนี่น่า แม้แรกเริ่มมันจะรุนแรงและดุดันแต่พอผ่านไปสักพักจูบนั้นก็เริ่มอ่อนหวานและนุ่มนวลจนผมเผลอไผลจูบตอบ เรียวลิ้นลื่นกวาดต้อนลิ้นผมอย่างชำนาญทุกสัมผัสของลิ้นชื้นทำให้แข้งขาผมไร้เรี่ยวแรงจนต้องยกแขนคล้องลำคอของเขาไว้เป็นหลักยึดเพื่อไม่ให้ตัวเองทรุดฮวบไปกองกับพื้น 

“อ๊ะ!” ผมถูกพี่ดินบดเบียดเข้าหาจนร่างกายของเราแนบชิดก่อนที่ผมจะถูกผลักเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลังคนขับโดยมีพี่เขาตามเข้ามาพร้อมกับปิดประตู ตอนนี้เราเลยมานั่งหันหน้าเอาเข่าชนกันอยู่ในที่แคบๆ นี่ 

ผมมองหน้าพี่ดินนิ่งพร้อมกับขบเม้มริมฝีปากที่ถูกดูดดึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ด้วยหัวใจที่เต้นถี่รัวจนกลัวว่ามันจะวายตายไปซะก่อนที่ผมจะได้คิดบัญชีกับคนที่ลวนลามผม! 

“มองหน้าพี่แบบนั้นทำไม หรือว่าโกรธที่ถูกพี่จูบ” พี่เขาถามเหมือนไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด 

“แล้วถ้าผมจะโกรธมันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ 

“ก็คงสมควรล่ะมั้ง” พี่เขาว่าก่อนเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “แต่เมื่อกี้…ฝุ่นเองก็ไม่ได้รังเกียจจูบของพี่ไม่ใช่เหรอ” 

“พี่ดิน!” ผมเรียกเขาเสียงดังและน้ำเสียงที่เรียกก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจปะปนไปกับความเขินอาย 

มันก็ใช่ที่ผมไม่รังเกียจจูบของเขาแถมผมเองยังจูบเขาตอบอีกต่างหากและนั่นมันคือสิ่งที่ผมโมโหมากจริงๆ 

“พี่ดีใจนะที่ฝุ่นไม่รังเกียจ…” พี่เขาว่าแล้วลูบวนที่ต้นขาของผมและมันทำท่าว่าจะไต่สูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนขนอ่อนผมลุกซู่และก่อนที่มันจะได้เลื่อนขึ้นมาสูงมากกว่านั้นผมก็ตะปมมือพี่ดินไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี 

“อย่ารุ่มร่ามสิพี่ดิน!” ผมบอกอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนักพร้อมกันนั้นก็ขยับถอยห่างจากเขาไปด้วย 

แต่พี่เขาก็ขยับตามมาอยู่ดีแล้วผมก็ต้องมาจนมุมอยู่ที่อีกฝั่งของประตูรถ! 

“จะหนีทำไม ที่ก็มีอยู่แค่นี้” พี่เขาว่าพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม 

“พี่ก็ถอยออกไปสิ จะตามผมมาทำไม”  

“แล้วฝุ่นจะหนีพี่ทำไมล่ะ หืม?” ผมเกลียดน้ำเสียงกับสีหน้าและแววตาของพี่เขาตอนนี้จริงๆ 

สีหน้าที่บอกว่าเขากำลังถือไพ่เหนือกว่าผม  

แววตาที่บอกว่าเขามองผมทะลุปรุโปร่ง 

“ผมว่าพี่พูดธุระของพี่มาดีกว่าครับ” ผมจำต้องเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นเพราะตอนนี้ผมคงสู้เขาไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ แล้วอีกอย่างเขาเองก็ยังไม่ได้ตอบคำถามผมเลยด้วยซ้ำว่าเขามีธุระอะไรกับผม มาถึงก็จูบเอาจูบเอา… 

“ธุระเหรอ?” เขาถามเหมือนจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม 

“ใช่ครับ ธุระ” ผมย้ำมันอีกรอบเพื่อเตือนสติคนตรงหน้าที่เอาแต่ทำหน้าทำตาไม่รู้ไม่ชี้จนน่าหมั่นไส้ 

“ก็แค่คิดถึง” ตอนนี้ใบหน้าหล่อเหลากำลังคลี่ยิ้มจนผมรู้สึกเอือมกับการแกล้งทำมึนๆ ของเขา 

“ตลก” ผมแย้งพร้อมกับเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าผมกำลังจะหน้าแดงแค่เพราะเขาบอกว่าคิดถึง 

“ฝุ่นคิดว่างั้นเหรอ”  

“…” ผมจำต้องหันหน้ากลับมามองเมื่อพี่เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม 

“พี่คิดถึงฝุ่นมากจริงๆ” เขาว่าแล้วจ้องหน้าผมนิ่ง แววตาที่มองมามันบอกว่าเขาพูดจริงไม่ได้โกหกเพราะถ้าเขาโกหกเขาคงไม่กล้าสบตากับผมตรงๆ แบบนี้หรอก 

“พี่…อื้อ”  

ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจบประโยคริมฝีปากอุ่นๆ ก็จู่โจมปิดปากผมอีกครั้ง และครั้งนี้มันนุ่มละมุนจนผมยอมอยู่นิ่งๆ ให้เขาไล้เลียริมฝีปากได้อย่างตามใจชอบ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาโพรงปากเมื่อผมเปิดปากรับ แรงดูดกระหวัดรัดรึงทำให้ผมเริ่มหายใจหอบกระชั้น 

“อื้อ…” ผมครางเสียงกระเล่าเมื่อพี่ดินสอดมือเข้ามาใต้เสื้อของผม เขาลูบไล้หน้าท้องที่กำลังหดเกร็งของผมอย่างแผ่วเบาในขณะที่ริมฝีปากของเราก็นัวเนียกันดูดดื่ม 

ผมรู้ว่าไม่ควรปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสสัมผัสที่วาบหวามนี้ หากแต่ว่ามันก็ยากเกินไปสำหรับผม ยากเกินไปที่ผมจะหักห้ามใจตัวเองเอาไว้ได้ในเมื่อคนที่ผมรักกำลังกอดจูบผมอยู่ในตอนนี้ ไม่มีเหตุผลเลยที่ผมจะปฏิเสธเสียงหัวใจของตัวเอง 

“อืม” พี่ดินครางต่ำเมื่อผมตอบรับจูบของเขาด้วยการสอดลิ้นเข้าไปหยอกเย้ากับลิ้นชื้นดูดดึงกลืนกินน้ำลายของเขาอย่างโหยหาพร้อมกับเบียดตัวเองเข้าหาฝ่ามืออุ่นที่กำลังลูบไล้หน้าอกของผมอยู่ในตอนนี้  

พี่ดินปล่อยให้ผมดื่มด่ำกับริมฝีปากและเรียวลิ้นของเขาอยู่สักพักก่อนจะเป็นฝ่ายผละจูบออกจากริมฝีปากผมแล้วเปลี่ยนมาซุกไซ้วนเวียนอยู่ที่ซอกคอของผมแทน เขาสูดดมผิวเนื้อที่ต้นคอผมอย่างหื่นกระหายพร้อมกับขบเม้มจนผมรู้สึกเจ็บแปลบจนต้องเอ่ยปากขอ 

“อ๊ะ! ยะ อย่าทำรอย…”  

น้ำเสียงที่ผมเปล่งออกไปคงจะแผ่วเบาเกินไปพี่ดินถึงไม่ได้สนใจเพราะเขาเพิ่มแรงดูดดึงขบเม้มแรงขึ้นจนผมมั่นใจว่ามันต้องขึ้นรอยแดงช้ำอย่างแน่นอนแต่ผมเองก็ไม่มีสติและแรงมากพอที่จะต่อต้านหรือขัดขืนปล่อยให้ริมฝีปากร้อนขบเม้มไปทั่วผิวเนื้อซอกคอทั้งสองข้างแต่ก็ถือว่าพี่ดินยังปราณีผมอยู่มากเพราะตอนนี้พี่เขาไม่ได้ดูดแรงเพียงแค่ขบเม้มเบาๆ เรียกความเสียวซ่านให้ผมเท่านั้น 

“อ๊ะ อ๊า…” ปลายนิ้วเรียวสะกิดลงมาที่ตุ่มไตที่กำลังตั้งชันของผมอย่างหยอกเย้าและมันก็ตอบสนองสู้มือของเขาเป็นอย่างดี มันเต่งตึงตั้งชันราวกับโหยหาสัมผัสนี้มานานแสนนาน 

“อืม” พี่ดินครางต่ำเมื่อมือของผมเริ่มซุกซนลูบไล้วนเวียนอยู่ที่ส่วนกลางกายของเขาที่กำลังตื่นตัวผ่านเนื้อผ้า 

ผมบีบคลึงลงไปเบาๆ มันก็กระตุกสู้มือท้าทายให้ผมอยากสัมผัสมันมากกว่านี้อีก ผมรีบร้อนปลดตะขอพร้อมกับรูดซิปกางเกงของพี่ดินออกก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้กางเกงชั้นในที่เขาสวมอยู่ ลูบคลึงบีบเคล้นจนมันบวมเป่งเต็มที่ก่อนจะกรีดนิ้วไปตามเส้นเลือดที่ปูดโปนและเต็มไปด้วยความเกร็งเครียดของพี่ดินเพื่อปลุกปั่นความเสียวซ่านให้กับคนตัวสูง 

“อ๊า อืม…ฝุ่น อย่าเล่น” พี่เขาว่าเสียงแหบพร่าเหมือนอยากจะปรามผมแต่ดูเหมือนเขาจะขัดแย้งกับตัวเองมากเพราะเขากำลังขยับเอวรับกับมือของผมที่กำลังลูบไล้และรูดรั้งให้เขาอย่างเอาใจ  

ผมไม่ได้เล่นซะหน่อย ผมก็แค่อยากให้เขามีความสุขก็เท่านั้น… 

“อ๊ะ!”  

แล้วผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือหนากอบกุมส่วนอ่อนไหวของผมเอาไว้ในมือของเขาบ้าง แรงบีบเคล้นนั้นแตกต่างกับที่ผมทำกับเขามากเพราะพี่ดินขยับมือรุนแรงบีบเคล้นหนึกสลับเบาจนผมเกร็งไปทั้งร่างเพราะความเสียวซ่านแล่นปราดตั้งแต่ปลายเท้าจรดไขสันหลัง ยิ่งตอนที่นิ้วเรียวกดคลึงที่ส่วนปลายย้ำๆ ผมยิ่งเกร็งกระตุกจนต้องยกมือขึ้นมาปิดปากเพราะกลัวเสียงครางจะหลุดลอดออกไปนอกรถ 

“แกล้งพี่เหรอ หืม?” เสียงแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างหูก่อนจะขบเม้มติ่งหูผมอย่างหยอกเย้า แต่การหยอกเย้านั้นก็ทำให้ผมปั่นป่วนเสียววูบวาบไปถึงท้องน้อย 

“อื้อ ปะ เปล่านะ พี่นั่นแหละแกล้งผม” ดูก็รู้ว่าผมกำลังเถียงข้างๆ คูๆ  

ผมพยายามหดคอหลบหนีริมฝีปากกับจมูกโด่งที่ซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอผมไม่ยอมผละห่างไปไหน พี่ดินเขาเก่งเรื่องสร้างความปั่นป่วนให้กับผม เก่งที่ทำให้ผมครางกระเส่าและบิดเร่าร่างกายอย่างลืมอาย เก่งที่ทำให้ผมรู้สึกอยากได้เขาและอยากครอบครองเขาไว้เป็นของผมแค่คนเดียว 

แต่ผมคงทำอย่างนั้นไม่ได้ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน! 

“แกล้งอะไร พี่เปล่าแกล้งซะหน่อย” พี่เขาว่าก่อนจะจับผมขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตักโดยที่เข่าทั้งสองข้างของผมเสียดสีกับสะโพกสอบของเขา 

“พะ พี่ จะทำอะไร” ผมถามเสียงตื่นพร้อมกับเม้มปากแน่นเมื่อมองสบตากับดวงตาหวานเชื่อมที่มองมาที่ผม 

“กอด จูบ ลูบ คลำและทำให้ฝุ่นมีความสุขไง” พี่เขาว่าด้วยน้ำเสียงกระลิ้มกระเหลี่ยพร้อมกับมือที่สอดเข้ามาลูบไล้แผ่นหลังของผมก่อนจะลื่นลงไปบีบขยำที่ก้นผมแรงๆ 

“อื้อ” ผมนิ่วหน้าเพราะความเจ็บเลยเผลอบีบไหล่กว้างไปเต็มแรง แต่ดูเหมือนพี่ดินจะไม่รู้สึกเจ็บอะไรเพราะเขาแค่หัวเราะออกมาเบาๆ เท่านั้น 

“พี่จะทำแบบนั้นได้มั้ยนะ” ฟังดูเหมือนจะเป็นคำถามแต่ผมว่าคงไม่ใช่เพราะเขาไม่ได้รอคำตอบอะไรจากผมเลยแม้แต่นิดเดียว  

“อื้อ อ๊ะ อ๊า” ผมส่งเสียงครางกระเส่าเมื่อพี่ดินกอบกุมส่วนร้อนผ่าวของผมเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวทั้งยังรูดรั้งให้อย่างเอาอกเอาใจจนผมเผลอขยับเคลื่อนไหวเอวตามจังหวะการควบคุมที่เอาแต่ใจของเขา 

และการเคลื่อนไหวสะโพกของผมก็ส่งผลให้ส่วนกลางกายของคนใต้ร่างแข็งตึงและคงปวดหนึบเพราะผมเอาแต่บดเบียดบั้นท้ายกับส่วนนั้นของพี่ดินอย่างลืมตัว 

“อืม ฝุ่น!” พี่ดินกัดฟันคำรามเสียงต่ำพร้อมทั้งยังรูดรั้งให้ผมรุนแรงขึ้น 

“อ๊ะ อ๊า มะ ไม่ ไหวแล้ว อื้อ พะ พี่ดิน” แล้วผมก็ปลดปล่อยความอึดอัดออกมาจนเปรอะเลอะเต็มมือของพี่เขาแถมน้ำขาวขุ่นยังฉีดพ่นไปเปรอะบนอกของพี่ดินด้วย 

“อ๊า เร่าร้อนเกินไปแล้วนะ” พี่เขาว่าเสียงแหบพร่าแล้วจับสะโพกของผมยกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวนิดๆ แล้วส่วนกลางกายที่แข็งเต็มที่ของพี่ดินก็โผล่พ้นจากกางเกงชั้นใน 

มันแข็งตึงและเต็มไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปนจนดูน่ากลัวแต่มันก็น่าสัมผัสจนผมต้องกดสะโพกลงไปนั่งทับมันเอาไว้ ความอุ่นร้อนที่ได้สัมผัสมันทำให้ผมรู้สึกวูบโหวงไปทั่วทุกอณูของร่างกายแต่ขณะเดียวกันผมก็รู้สึกหวั่นกลัวจนตัวสั่นและพี่ดินเองก็คงรู้สึกได้ถึงความกลัวของผมพี่เขาถึงได้ดึงผมเข้าไปจูบซ้ำๆ ก่อนดันผมออกเล็กน้อยเพื่อจะได้มองหน้ากัน 

“พี่จะไม่เอาเข้าไป แค่ฝุ่นโยกให้พี่ก็พอ”  

ผมเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นดี พี่ดินแค่ต้องการให้ผมขยับสะโพกที่กำลังทาบทับส่วนร้อนผ่าวของเขา ช่วยทำให้เขาไปถึงจุดสุขสมเหมือนอย่างที่เขาเพิ่งทำให้ผมและผมเองก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะปฏิเสธความต้องการที่กำลังบวมเป่งของเขา  

ผมยินดีที่จะทำให้อยู่แล้วถือว่าตอบแทนที่เขาก็ช่วยผมเหมือนกัน! 

ความคิดเห็น